‘ม.นิวยอร์ก-วิศวะมหิดล’ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้‘แล็บมะเร็งบนชิป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667309

‘ม.นิวยอร์ก-วิศวะมหิดล’  แลกเปลี่ยนองค์ความรู้‘แล็บมะเร็งบนชิป’

วันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดย รองศาสตราจารย์ เหวยเจียง เฉิน (Weiqiang Chen) เดินทางมาประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เรื่อง “แล็บมะเร็งบนชิป” Cancer Lab-on-A-Chip : Transforms Cancer Diagnosis and Treatment” ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยความก้าวหน้าและประโยชน์ในการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการมะเร็งบนชิป ซึ่งจะเปลี่ยนผ่านการตรวจวินิจฉัยมะเร็งในผู้ป่วยไปสู่การบำบัดรักษาได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทยและสหรัฐฯเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมวิศวกรรมชีวการแพทย์รองศาสตราจารย์ เหวยเจียง เฉิน มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นนักวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ ผู้สร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่าต่อวงการสุขภาพและการแพทย์และได้รับรางวัลมามากมาย

โดยเขาได้ถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้แก่นักวิจัย นักศึกษาและคณาจารย์ของไทย เกี่ยวกับ “ห้องปฏิบัติการบนชิป”หรือ “แล็บบนชิป” (Lab-on-a-Chip : LOC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางวิศวกรรมชีวการแพทย์อันก้าวหน้าที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวิจัยและทดลองทางวิทยาศาสตร์ในหลากหลายประเภท ทำให้มีต้นทุนถูกลงและรวดเร็ว สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างห้องแล็บขนาดใหญ่และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือราคาสูงมากมาย

“ตัวอย่างการใช้งานนวัตกรรมห้องปฏิบัติการบนชิปในปัจจุบันที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด เช่น การตรวจหาผลโควิด-19 แบบ Antigen Test Kit (ATK) ได้ในเวลาไม่ถึง 30 นาที ย่นเวลาการวิจัยดีเอ็นเอ (DNA) ที่เคยยาวนานหลายปีลงได้มาก รวมถึงการวิเคราะห์ศึกษาโปรตีนในสิ่งมีชีวิต (Proteomics) ได้รวดเร็วในเวลาอันสั้นอีกด้วย” รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า หลักการทำงานของห้องปฏิบัติการบนชิป LOC คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Microfluidics หรือ ระบบของไหลจุลภาค เพื่อสร้างท่อลำเลียงของเหลวหรือสารละลายขนาดเล็กประมาณเส้นผมเท่านั้นบนแผ่นชิป ซึ่งติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดจิ๋วไว้เพื่อดูดของเหลวให้ไหลตามท่อไปผสมกับสารเคมีต่างๆ จนออกมาเป็นผลลัพธ์ของการทดสอบทางการแพทย์ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

“ประโยชน์ของแล็บมะเร็งบนชิป (Cancer Lab-on-a-Chip) ช่วยแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง ได้แก่ ช่วยในการตรวจทางชีวเคมี การตรวจหาเซลล์มะเร็งและแบคทีเรีย (Dielectrophoresis) ตรวจหาแบคทีเรีย ไวรัสและมะเร็ง โดยอาศัยปฏิกิริยาของแอนติเจน-แอนติบอดี (Immunoassay) PCR แบบเรียลไทม์ ตรวจหาแบคทีเรีย ไวรัสและมะเร็ง ช่วยให้แพทย์สืบค้นโรคมะเร็งได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นผลดีต่อแพทย์และสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยให้เข้าสู่การบำบัดรักษาได้โดยรวดเร็ว” รศ.ดร.นรเศรษฐ์ ระบุ

ในโอกาสนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการมาตรฐานระดับโลกของคณะวิศวะม.มหิดล ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้แก่ ห้องปฏิบัติการทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพของเครื่องมือแพทย์ (Laboratory for Biocompatibility Testing of Medical Devices: BioTesting LAB) ซึ่งเปิดให้นักวิจัยและเอกชนได้นำอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ต่างๆ มาทดสอบว่าปลอดภัยต่อการใช้งานกับร่างกายของคนโดยไม่ต้องส่งต่างประเทศทดสอบ ซึ่งต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูงมาก,

ห้องปฏิบัติการไบโอเซ็นเซอร์ (Biosensors Laboratory), ห้องปฏิบัติการตรวจระดับโมเลกุล (Advanced Molecular Diagnostics Laboratory : AMD LAB) และห้องปฏิบัติการนวัตกรรมการแพทย์นาโน (Innovative Therapeutic Nanomedicine Laboratory :TNN LAB)

เด็กไทยเจ๋ง! คว้าอันดับ 6 ของโลก 3 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง คณิตศาสตร์โอลิมปิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667231

เด็กไทยเจ๋ง! คว้าอันดับ 6 ของโลก  3 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง คณิตศาสตร์โอลิมปิก

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.29 น.

เด็กไทยพิชิตชัยอันดับ 6 โลก คว้า 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง เวทีศักยภาพคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ จากนอร์เวย์ กลับถึงไทย 17 กค.นี้

วันที่ 16 กรกฎาคม 2565 ดร.พรชัย อินทร์ฉาย รักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 63 ประจำปี พ.ศ. 2565 ระหว่างวันที่ 6 – 16 กรกฎาคม 2565 ณ กรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์ จำนวน  6 คน  ผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยทำได้ 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง  ดังนี้

นายวสวัตติ์ ระวังวงศ์  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  กรุงเทพฯ    เหรียญทอง นายศรัณยู ทองจรัส  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  กรุงเทพฯ  เหรียญทอง  นายก้องภพ ปิยะกมลานนท์  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  กรุงเทพฯ  เหรียญทอง  นายวรวัฒน์  รุ่งอร่ามศิลป์  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  กรุงเทพฯ      เหรียญเงิน  นายสิรวิชญ์ พิพิธธนาบรรพ์  โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  จ.นครปฐม เหรียญเงินนายทยากร สุวานิช  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  กรุงเทพฯ  เหรียญทองแดง

คณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ประกอบด้วย ผศ.ดร.ธีระเดช  กิตติภัสสร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หัวหน้าทีม ดร.สริตา บุณย์ศุภา McKinsey & Company รองหัวหน้าทีม นายนิปุณ ปิติมานะอารี นักเรียนทุนโอลิมปิกวิชาการ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม  ผศ.ดร.ภานุพงศ์ วิจิตรคุณากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ผู้ช่วยหัวหน้าทีม นายพัฒนชัย รวิวรรณ สสวท. ผู้จัดการทีม

การแข่งขันครั้งนี้ทีมผู้แทนประเทศไทยทำคะแนนรวมได้ 193 คะแนน ได้ลำดับที่ 6 จากประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 104 ประเทศ  โดยลำดับที่ 1 คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ลำดับที่ 2 เกาหลีใต้ ลำดับที่ 3 สหรัฐอเมริกา  มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 589 คน สำหรับเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งต่อไปในปี พ.ศ. 2566 คือ ประเทศญี่ปุ่น

คณะผู้แทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2565 เที่ยวบิน TG 951 เวลา 06.00 น. สสวท. จะมีพิธีรับคณะผู้แทน เวลา 06.30 น. ณ สนามบินสุวรรณภูมิร่วมให้กำลังใจและติดตามรายละเอียดที่ เฟซบุ๊ก Olympic Ipst  : https://www.facebook.com/Olympic-ipst-486688764733943

‘หมอธีระวัฒน์’ชี้ทุกครั้งที่ติดเชื้อซ้ำ ลองโควิดยืดยาวขึ้น-เสี่ยงโรค แม้วัคซีนเต็มแขน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667199

'หมอธีระวัฒน์'ชี้ทุกครั้งที่ติดเชื้อซ้ำ ลองโควิดยืดยาวขึ้น-เสี่ยงโรค แม้วัคซีนเต็มแขน

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.34 น.

วันที่ 16 กรกฎาคม 2565 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ยิ่งติดซ้ำ ยิ่งหนักขึ้นในภายหลัง แม้ว่าจะได้วัคซีนเต็มเหนี่ยวแล้วก็ตาม แม้ว่าคราวที่แล้วเป็นเดลต้า ครั้งใหม่เป็นโอไมครอนก็ตาม

ผลกระทบหนักขึ้นเป็นเงาตามตัวและลองโควิดยืดยาวขึ้น ในทุกๆครั้งที่ติดซ้ำใหม่ รวมถึงความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง

เป็นการวิเคราะห์ ทหารที่ปลดประจำการ จำนวน 257,427 คนที่ติดเชื้อครั้งเดียว กับ 38,926 คนที่มีติดเชื้อครั้งที่สองครั้งที่สามจนกระทั่งถึงสี่ครั้งและเทียบกับประชากร 5.4 ล้านคนที่ไม่เคยติดเชื้อเลย

ข้อมูลจาก Al-Aly, นักระบาดวิทยาที่ Washington University และ chief of research and development at the VA St. Louis Health Care System.

ข้อมูล preprint และลงใน Medscape’s Coronavirus Resource Center และมีการนำเสนอ ในหลายที่ รวมทั้ง Medcram

ขุดพบ’ตุ๊กตาหินโบราณ’กว่า100ตัว ถูกฝังใต้กำแพงพระบรมมหาราชวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667031

ขุดพบ'ตุ๊กตาหินโบราณ'กว่า100ตัว ถูกฝังใต้กำแพงพระบรมมหาราชวัง

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.07 น.

ขุดพบประติมากรรมหินสลัก ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง

15 ก.ค.65 ศูนย์ข่าวหน่วยราชการในพระองค์ รายงานว่า เมื่อในเดือนกรกฎาคม 2565 มีการปรับปรุงเส้นทางเข้าชมภายในพระบรมมหาราชวัง บริเวณประตูมณีนพรัตน์ ไปยังประตูสวัสดิโสภา ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงก่อสร้างได้ขุดพบประติมากรรมหินสลักจำนวนมาก จึงได้ทำการเปิดการขุดค้นทางโบราณคดี จากหลักฐานพบว่า เป็นประติมากรรมรูปบุคคลหลากหลายเชื้อชาติและสัตว์ในเทพนิยาย ซึ่งจารึกที่พบบนประติมากรรมหินสลักบางตัว ระบุเป็นภาษาจีน ว่าทำที่มณฑลกวางตุ้ง มณฑลกวางโจว

จากการสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ในเบื้องต้นพบว่า ประติมากรรมหินหลักเหล่านี้ ปรากฏในภาพถ่ายเก่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดับตกแต่งอยู่โดยรอบพระอารามและมีการโยกย้ายในรัชสมัยต่อๆกันมา ซึ่งมีหลักฐานจากภาพที่ตีพิมพ์ในหนังสือทั้งในประเทศและต่างประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ทำการอนุรักษ์ซ่อมแซมประติมากรรมหินสลัก และนำมาประดับในวัดพระศรีรัตนศาสดารามบริเวณตำแหน่งเดิมหรือใกล้เคียงตามหลักฐานที่ปรากฏ

ด้าน ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า “Arnond Sakworawich” โดยระบุว่า “การค้นพบตุ๊กตาหินโบราณร่วม 100 ตัวที่ใต้ถนนข้างกำแพงแก้ววัดพระแก้ว  สำนักพระราชวังซ่อมถนนบริเวณกำแพงแก้ววัดพระศรีรัตนศาสดารามฝั่งศาลหลักเมืองและกระทรวงกลาโหม เมื่อทำท่อระบายน้ำและขุดถนนพบตุ๊กตาหินโบราณที่ชำรุดนิดหน่อยนับร้อยตัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ขุดค้นและให้กรมศิลปากรบูรณะให้สภาพดีเยี่ยมดังเดิม ตุ๊กตาหินเหล่านี้น่าจะมาจากเมืองจีนเป็นหินอับเฉาถ่วงท้องเรือใบสำเภาที่เราใช้ค้าขายกับจีน ขาไปบรรทุกหนัก ขากลับมีแต่ของเบาเช่นแพรไหม ใบชา เลยต้องซื้อตุ๊กตาหินถ่วงท้องเรือกลับมากันเรือโคลงเคลง

ผมไปวัดพระแก้วมา เห็นตุ๊กตาหินใหม่เอี่ยมอ่องมาตั้งเพิ่มเต็มไปหมดรอบวัดพระแก้วราวหนึ่งร้อยตัวเลยถามเจ้าหน้าที่ ได้ความว่าทรงพระกรุณาให้กรมศิลปากรขุดค้นข้างกำแพงแก้ว แต่ยังอยู่ในรั้วพระบรมมหาราชวัง แล้วนำมาบูรณะและจัดแสดงในวัดพระแก้ว

อย่าได้นึกว่าเป็นของใหม่หรือทำเลียนแบบของโบราณ แต่เนื่องจากฝังดินมาเป็นร้อยปี การสึกกร่อนจะน้อยกว่าตุ๊กตาหินที่ตากแดดตากลมมาเป็นร้อยปี

ล่าสุด วันนี้ 15 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายใน วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง พบว่าภายหลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ความสนใจเดินทางมาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก

009

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ส่งสาส์นอนุโมทนา พิธีเปิดวัดพระธรรมกายมองโกเลีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666721

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ส่งสาส์นอนุโมทนา พิธีเปิดวัดพระธรรมกายมองโกเลีย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.56 น.

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ส่งสาส์นอนุโมทนา พิธีเปิดวัดพระธรรมกายมองโกเลีย

พระชาญวิทย์ วรวิชฺโช เจ้าอาวาสพระธรรมกายมองโกเลีย กล่าวว่าเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายมองโกเลีย จัดพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพิธีเปิดป้ายวัดพระธรรมกายมองโกเลีย สถาปนาวัดไทยแห่งแรกในประเทศมองโกเลีย ณ กรุงอูลานบาตาร์ ประเทศมองโกเลีย โดยได้รับความเมตตาจาก พระเดชพระคุณพระศรีสิทธิวิเทศ ที่ปรึกษาสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเซียตะวันออก เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดป้ายสถาปนาฯ พร้อมด้วย พระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี , พระครูศรีธัญญาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง

ทั้งนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เมตตามอบหมายให้ พระเดชพระคุณพระศรีสิทธิวิเทศ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการเชื่อมความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนา ณ ประเทศมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 และอ่านสาส์นอนุโมทนาในพิธีด้วยว่า การเปิดวัดครั้งนี้ เป็นเครื่องอำนวยความสุขมาสู่ผู้เสียสละทรัพย์ภายนอก ให้เจริญงอกงามเป็นอริยทรัพย์ภายใน 7 ประการ กล่าวคือ 1.ศรัทธา 2.ศีล 3.หิริ 4.โอตตัปปะ 5.สุตะ 6.จาคะ และ 7.ปัญญา เพื่อให้วัดเป็นศูนย์รวมแห่งวิถีชีวิตของพุทธบริษัท เพื่อประโยชน์สุข เพื่อสันติ และเพื่อเกื้อกูลแก่มวลมนุษยชาติ เป็นบ่อเกิดแห่งคุณธรรมจริยธรรมของสังคมสืบไป

โดยอานิสงส์ในวิหารทาน ปรากฏในพระวินัยปิฎก จุลลวรรคว่า “การถวายวิหารแก่สงฆ์เพื่อปลีกวิเวก เพื่อความสุข เพื่อเพ่งฌาน และเพื่อเจริญวิปัสสนา พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงสรรเสริญว่าเป็นทานอันเลิศ เพราะเหตุนั้นแล คนผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงร่วมสร้างวิหารอันรื่นรมย์ ให้ภิกษุสงฆ์ผู้เป็นพหูสูตอยู่ในวิหารนั้น พึงถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะ แก่ท่านเหล่านั้น ด้วยใจอันผ่องใส่ในท่านผู้ปฏิบัติตรงเถิด”

ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก พระลามะดัมบาจาว ชอยจินจาว ,ดร.  เจ้าอาวาสวัดจูงฮูเล ดัชชอยลิน รองประธานสมาคมพุทธโลก ประธานสมาคมมิตรภาพมองโกล-อินเดียในมองโกเลีย พร้อมด้วยคณะสงฆ์เถรวาทในมองโกเลีย สามเณรเถรวาทมองโกเลีย รุ่นแรกที่บวชฉลองเปิดวัดในครั้งนี้ และพุทธศาสนิกชนในมองโกเลีย กว่า 100 รูป/คน โดยได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตภาวนา ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เปิดป้าย “วัดพระธรรมกายมองโกเลีย” ซึ่งวัดไทยเถรวาทแห่งแรกในประเทศมองโกเลีย และมีการร่วมประชุมสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกิจการด้านพระพุทธศาสนาในมองโกเลียด้วย

ทั้งนี้ พระลามะดัมบาจาว ชอยจินจาว ได้มีกำหนดเดินทางไปเยือนประเทศไทยในระหว่างเดือนตุลาคมนี้ เพื่อร่วมประชุมสมาคมพุทธโลกและจะเข้ากราบถวายสักการะเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์  ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ  ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามในวันเวลาดังกล่าวด้วย

-005

วัดพระธรรมกายจัดงานบุญวันอาสาฬหบูชา – สงฆ์ทั่วโลก 1 ล้านรูป เจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666701

วัดพระธรรมกายจัดงานบุญวันอาสาฬหบูชา - สงฆ์ทั่วโลก 1 ล้านรูป เจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.28 น.

วัดพระธรรมกายจัดงานบุญวันอาสาฬหบูชา – สงฆ์ทั่วโลก 1 ล้านรูป เจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์ อธิษฐานจิต แผ่เมตตาให้ทุกคนทั่วโลกรอดพ้นและปลอดภัยจากโรคภัย และจุดประทีป-ชวนนั่งสมาธิ ถวายเป็นพุทธบูชา

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกายกล่าวว่า เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 วัดพระธรรมกายจัดพิธีบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ภาคเช้าพิธีเริ่มเวลา 09.30 น. เป็นพิธีถวายพระอาบน้ำฝนและโคมประทีปและพิธีถวายภัตตาหาร ณ บ้านแก้วเรือนทองคุณยายฯ สภาธรรมกายสากล

ภาคค่ำ เวลา 19.00 น. เป็นพิธีจุดอาสาฬหประทีปถวายเป็นพุทธบูชา ต่อด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “โครงการคณะสงฆ์ทั่วโลกเจริญพระพุทธมนต์ผ่าน ZOOM 1 ล้านรูป” และอธิษฐานจิต แผ่เมตตาให้ทุกคนทั่วโลกสงบร่มเย็นเป็นสุข และปลอดภัยจากโรคทั้งหลาย ท้ายสุดคณะสงฆ์และสาธุชนร่วมกัยฉลองชัย สวดธรรมจักรครบ 4,555,555,555 จบ บูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์ และมหาปูชานียาจารย์ ตลอดพิธีมีพระสงฆ์และสาธุชนจากทั่วโลกเข้าร่วมพิธีโดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุม และป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อีกทั้งมีพุทธศาสนิกชนร่วมอนุโมทนาออนไลน์ผ่านทางระบบ ZOOM และช่อง GBN ด้วย

“วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นได้แก่ 1.พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 2.เกิดปฐมสาวก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ และได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน 3.เป็นวันที่มีพระรัตนตรัย ครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้ จึงจุดประทีปแปรเป็นภาพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภาพพระธรรมจักร อันหมายถึงการประกาศพระศาสนาด้วยการแสดงพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรและภาพพระสงฆ์ อันเป็นตัวแทนของการเกิดพระสงฆ์สาวกรูปแรก และขอเชิญร่วมพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมานั่งสมาธิเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา และมาร่วมสร้างสถิติโลกและสร้างประวัติศาสตร์ให้กับพระพุทธศาสนา ด้วยการส่งภาพนั่งสมาธิเพื่อรวบรวม “สถิติภาพคนนั่งสมาธิมากที่สุดในโลก 1 ล้านภาพ” บันทึกสถิติ Guinness world records โดยส่งภาพได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันสมาธิโลก 6 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ที่ http://meditationphoto.com หรือที่ Line Open Chat : https://bit.ly/1milliongwr” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว

-005

‘อว.-วธ.’จับมือพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม-ระบบนิเวศนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666484

‘อว.-วธ.’จับมือพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม-ระบบนิเวศนวัตกรรม

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.55 น.

อว. จับมือ วธ. ลงนามพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศนวัตกรรม ด้าน สอวช. เผยแนวทางพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม และ Soft power ของไทย ต่อยอดขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไปสู่ระดับสากล

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศนวัตกรรมทางวัฒนธรรม ด้วยการวิจัยและนวัตกรรม โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นสักขีพยาน ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งในงานยังได้มีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “การพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร. กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สอวช. เป็นวิทยากร ร่วมกับนายกรกต อารมย์ดี ศิลปินศิลปาธร นายสุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสท์ระดับโลก และนางวิรยาร์ ชำนาญพล ผู้อำนวยการกลุ่มระบบสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร

ดร.กาญจนา กล่าวถึงมุมมองในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ที่บทบาทของการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) จะสามารถเข้าไปสนับสนุนได้ ทั้งในแง่การสร้างมูลค่าเพิ่มและการสร้างคุณค่าใหม่ ตั้งแต่ตาน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ในส่วนของระบบข้อมูลที่กระทรวงวัฒนธรรมมีการจัดเก็บไว้อยู่แล้วในหลายส่วน จะสามารถเข้าไปช่วยได้ในการทำดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และเก็บข้อมูลไว้ได้ในระยะยาว รวมถึงการทำ Cultural map ในด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม อาหาร เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ฯลฯ ซึ่ง กระทรวง อว. เริ่มทำไปบ้างแล้ว ถือเป็นการทำงานและการบูรณาการในด้านข้อมูลร่วมกัน และเชื่อมโยงลงไปถึงในระดับพื้นที่

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การใช้ข้อมูลจากการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) การใช้ดาวเทียมในการถ่ายภาพ ให้เห็นแหล่งอารยธรรม เห็นเส้นทางใหม่ๆ ที่สามารถนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ที่สร้างความภาคภูมิใจและเข้าถึงชุมชนได้ รวมถึงการเชื่อมโยงไปกับจักรวาลนฤมิต หรือ Metaverse เป็นการถ่ายทอดผ่านสื่อในรูปแบบใหม่ สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ไปจนถึงการอนุรักษ์ และส่งต่อศิลปวัฒนธรรมไปยังคนรุ่นต่อไปได้ ที่สำคัญยังสามารถเชื่อมโยงไปยัง e-Market Place ให้เกิดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในแง่ของการตั้งโจทย์วิจัยเชิงลึก ดร. กาญจนา กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยให้การทำงานวิจัยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยต้องมุ่งไปดูเป้าหมายร่วมใหญ่ๆ ในการขับเคลื่อนร่วมกันทั้ง 2 กระทรวง และถอดออกมาเป็นโจทย์ในการทำงานที่มีการบูรณาการข้ามศาสตร์ เป็นโอกาสในการทำวิจัยที่จะเสริมสร้างศักยภาพของประเทศให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังต้องมองถึงการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรม หรือการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นไปในระดับสากลด้วย

“หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปข้างหน้า มีโอกาสในการจ้างงานสูง ซึ่งกระทรวง อว. มีกลไกในการบ่มเพาะนักศึกษาทั้งในมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจบใหม่ ให้มีโอกาสเข้าสู่ตลาดงานได้ รวมถึงการต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการสร้างกลยุทธ์ร่วมกัน ในมิติเรื่อง Soft power ทั้งในมุมสังคม ท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม” ดร.กาญจนา กล่าว

สำหรับแนวทางการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ในด้านการพัฒนากำลังคนและการใช้ประโยชน์ทุนทางวัฒนธรรม มีแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาช่างศิลป์ท้องถิ่นและต่อยอดศิลปะชุมชน การพัฒนากลไกและมาตรการพัฒนากำลังคนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีการพัฒนาหลักสูตร upskill/reskill และการใช้ประโยชน์กำลังคนที่มีศักยภาพสูงของประเทศในด้านวัฒนธรรม (Young Talent Thailand) การพัฒนาผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาเครือข่ายงานวัฒนธรรม และการสนับสนุนนวัตกรรมวัฒนธรรมเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมอย่างยั่งยืน

ในส่วนของกลไกการส่งเสริมการบริหารโอกาสจากทุนอารยธรรมด้วย อววน. มีการรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้ทุนทางวัฒนธรรม โดยรวบรวมความรู้จากแหล่งต่างๆ และเผยแพร่ด้วยการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ออกสู่สาธารณะและประชาชนทั่วโลก มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรม ด้วยการส่งเสริมให้นำงานวิจัยไปถ่ายทอด/ต่อยอดขยายผลให้ผู้ประกอบการและชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้เอกชนร่วมลงทุนวิจัยต่อยอดงานวิจัย มีการบ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ผ่านการสนับสนุนการทำงานสร้างสรรค์ให้คนที่มีแนวคิดสร้างสรรค์มาทำธุรกิจร่วมกัน และสนับสนุนให้มี Research coach มีการพัฒนาพื้นที่และเครือข่ายสร้างสรรค์ ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่/ย่านสร้างสรรค์ในพื้นที่ต่างๆ และสนับสนุนเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วย

-005

ก.มหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพรในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666463

ก.มหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพรในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.00 น.

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 กรกฎาคม 2565

13 ก.ค.65 เวลา 07:00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 กรกฎาคม 2565 โดยมี นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ นายอภินันท์ เผือกผ่อง นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร นายสันติธร ยิ้มละมัย และนายธวัชชัย ศรีทอง นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสมเกียรติ ถนอมกิตติ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดและบูรณาการ นายบรรจบ จันทรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 30 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ และวางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย วางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยมีใจความสำคัญว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ สนองเบื้องพระยุคลบาทอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระวิริยอุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย ยังประโยชน์มหาศาลแก่ปวงชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสังคมสงเคราะห์ การสาธารณสุข โดยทรงรับโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ และทรงจัดตั้งมูลนิธิและโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล ให้การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจากอุทกภัยหรือภัยพิบัติที่รุนแรง ให้มีขวัญ กำลังใจ และมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้จัดทำโครงการจัดและแจกถุงยังชีพพระราชทาน โครงการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โครงการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย โดยจัดทำบ้าน Knock  down ให้ผู้ประสบภัยได้อยู่อาศัยชั่วคราว และการสร้างบ้านถาวรให้กับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทรงโปรดให้มูลนิธิฯ ได้เป็นสื่อกลางเชื่อมน้ำใจความเอื้อเฟื้อของคนในสังคม ด้วยการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมอบให้แก่โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ และชุมชนต่าง ๆ โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย ให้การช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ ทั้งการรักษาพยาบาล ยา และความเป็นอยู่ของผู้ติดเชื้อ พร้อมทั้งจัดตั้ง “กองทุนยาพระวรราชา ทินัดดามาตุ สำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย” เพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่ายาให้แก่ผู้ติดเชื้อที่ยากจน นอกจากนี้ ยังทรงรับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีไว้ในอุปถัมภ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก ที่ประสบปัญหาวิกฤตชีวิต ผ่านกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟู สร้างความเข้มแข็ง โดยให้การศึกษาและฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสถานภาพให้ยืนหยัดได้ในสังคมอย่างเหมาะสม นับเป็นคุณูปการอันไพศาลและเปี่ยมล้นต่อปวงชนชาวไทยเป็นอเนกอนันต์

“เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการปฏิบัติบูชาผ่านกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และร่วมลงนามถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคม 2565 โดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

มท.ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ’พระองค์เจ้าโสมสวลี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666460

มท.ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ'พระองค์เจ้าโสมสวลี'

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.52 น.

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 กรกฎาคม 2565

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 กรกฎาคม 2565 โดยมี นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ นายอภินันท์ เผือกผ่อง นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร นายสันติธร ยิ้มละมัย และนายธวัชชัย ศรีทอง นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสมเกียรติ ถนอมกิตติ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดและบูรณาการ นายบรรจบ จันทรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 30 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ และวางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย วางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยมีใจความสำคัญว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ สนองเบื้องพระยุคลบาทอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระวิริยอุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย ยังประโยชน์มหาศาลแก่ปวงชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสังคมสงเคราะห์ การสาธารณสุข โดยทรงรับโครงการต่างๆ ของสภากาชาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ และทรงจัดตั้งมูลนิธิและโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล ให้การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจากอุทกภัยหรือภัยพิบัติที่รุนแรง ให้มีขวัญ กำลังใจ และมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้จัดทำโครงการจัดและแจกถุงยังชีพพระราชทาน โครงการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โครงการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย โดยจัดทำบ้าน Knock  down ให้ผู้ประสบภัยได้อยู่อาศัยชั่วคราว และการสร้างบ้านถาวรให้กับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทรงโปรดให้มูลนิธิฯ ได้เป็นสื่อกลางเชื่อมน้ำใจความเอื้อเฟื้อของคนในสังคม ด้วยการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมอบให้แก่โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ และชุมชนต่างๆ

โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย ให้การช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ ทั้งการรักษาพยาบาล ยา และความเป็นอยู่ของผู้ติดเชื้อ พร้อมทั้งจัดตั้ง “กองทุนยาพระวรราชา ทินัดดามาตุ สำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย” เพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่ายาให้แก่ผู้ติดเชื้อที่ยากจน นอกจากนี้ ยังทรงรับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีไว้ในอุปถัมภ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก ที่ประสบปัญหาวิกฤตชีวิต ผ่านกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟู สร้างความเข้มแข็ง โดยให้การศึกษาและฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสถานภาพให้ยืนหยัดได้ในสังคมอย่างเหมาะสม นับเป็นคุณูปการอันไพศาลและเปี่ยมล้นต่อปวงชนชาวไทยเป็นอเนกอนันต์

“เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการปฏิบัติบูชาผ่านกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และร่วมลงนามถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคม 2565 โดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงท้าย

– 006

แกะปม 4 ชีวิต เหยื่อพิษสุรารุนแรง ประสบการณ์เฉียดตายเตือนใจนักดื่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666343

แกะปม 4 ชีวิต เหยื่อพิษสุรารุนแรง  ประสบการณ์เฉียดตายเตือนใจนักดื่ม

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.20 น.

“วันเข้าพรรษา” ในปี 2565 นี้ตรงกับวันที่ 14 ก.ค. 2565 ซึ่งนอกจากวันดังกล่าวจะเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธ อันเป็นศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือแล้ว ในประเทศไทยยังกำหนดให้เป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” อีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมรณรงค์ “ลด-ละ-เลิกเหล้า” โดยถือเอาวันเข้าพรรษาเป็นฤกษ์ตั้งต้น ในขณะที่พระภิกษุสงฆ์อาศัยช่วงเข้าพรรษาที่อยู่ประจำวัดใดวัดหนึ่งตลอด 3 เดือน ศึกษาหลักธรรมอย่างจริงจัง ฆราวาสก็สามารถอาศัยช่วงเวลาเดียวกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองให้ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

ซึ่งในทุกปีเมื่อใกล้ถึงวันเข้าพรรษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ก็เพิ่งจัดเสวนา เรื่อง “แกะปม 4 ชีวิต..เหยื่อพิษสุรา(รุนแรง)” ณ รร.แมนดาริน สามย่านกรุงเทพฯ ชวนเหยื่อและผู้ที่เคยทำผิดพลั้งซึ่งเชื่อมโยงกับแครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาบอกเล่าบทเรียนไว้เป็นอุทาหรณ์

ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เจษฎา แย้มสบาย เล่าว่า ตนและภรรยาขี่รถจักรยานยนต์กลับจากขายของ จอดรอสัญญาณไฟจราจร ถูกรถที่คนขับเมาเหล้าพุ่งชนจากด้านหลัง ลากไปไกล 15 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องกลายเป็นบุคคลทุพพลภาพ ต้องขายทรัพย์สินทุกอย่างเพื่อนำเงินมารักษาตัว ขณะที่คู่กรณีซึ่งยินยอมจ่ายเงินเยียวยา 150,000 บาท แต่ชดเชยให้จริงเพียง 40,000 บาทในเดือนแรก แล้วค่อยๆ ลดเหลือหลักพัน เป็นหลักร้อย สุดท้ายไม่สามารถติดต่อได้

จากคนปกติกลายเป็นคนพิการต้องนั่งวีลแชร์ เจษฎา เคยคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเพราะรู้สึกว่าเป็นภาระครอบครัว ถึงขั้นพยายามทำร้ายตนเองหลายครั้ง แต่ได้ฮึดสู้เพื่อลูกสาว หลังจากร่วมงานกับมูลนิธิเมาไม่ขับ สสส. ได้เรียนซ่อมโทรศัพท์มือถือ และเปิดร้านรับซ่อมที่บ้าน จนมีรายได้เข้ามาบ้าง จึงอยากฝากว่า “ทุกครั้งที่จับพวงมาลัยขอให้มีสติอย่าประมาท ดื่มไม่ขับ ต้องนึกถึงเสมอว่าอาจเป็นต้นเหตุทำร้ายคนอื่นจนพิการหรือเสียชีวิต”

เช่นเดียวกับ นันทิยา พุ่มสุวรรณ เหยื่อคนเมาที่ก่อความรุนแรงในครอบครัว เผยชีวิตเคยตกนรกทั้งเป็นกับอดีตสามีที่ทั้งชอบดื่มเหล้าและเสพยาเสพติด ซึ่งเมื่อมีอาการเมาไม่ว่าเหล้าหรือยาก็มักจะลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายตน และแม้จะถูกดำเนินคดีฐานเสพยาเสพติด เมื่อออกจากเรือนจำมาอดีตสามีรายนี้ก็ยังไม่เลิกพฤติกรรมเดิมๆ กระทั่งถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้วคือถูกใช้มีดฟันเข้าที่มือจนเส้นเอ็นขาด เคราะห์ดีที่ญาติมาช่วยไว้ได้จึงขอแยกทางแบบลาขาดเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ “หากครอบครัวไหนมีสิ่งเสพติด มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องมันจะเปลี่ยนจากรักเป็นความรุนแรงทันที”

จากเหยื่อสู่ผู้ที่เคยทำผิดพลาดและไม่อยากให้ใครเดินซ้ำรอย ชัยพฤกษ์ มีแท่ง กล่าวว่า เริ่มหัดดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 14 ปี เพราะมองว่าดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เป็นเรื่องปกติ “พอเข้าเรียนอาชีวะมีเพื่อน มีรุ่นพี่ ชวนกันดื่ม มีการใช้ความรุนแรง รุ่นพี่ให้ทำอะไรพร้อมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งการปล้นเพื่อหาเงินซื้อเหล้า” รวมถึงตีรันฟันแทงกับนักศึกษาต่างสถาบัน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตคือ ตนถูกตำรวจจับจากการใช้ปืนยิงคนเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคู่อริ

ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป คิดว่าหากในช่วงวัยรุ่นตัดสินใจไม่ดื่ม ไม่คึกคะนอง เหตุการณ์เลวร้ายก็คงไม่เกิด แม้วันนี้จะได้รับอิสรภาพ กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว แต่ตราบาปยังติดอยู่ในใจตลอดว่าเราเกือบจะฆ่าลูก ฆ่าพ่อ หรือสามีของครอบครัวคนอื่น “หากย้อนเวลากลับได้คงไม่ทำเช่นนั้น” ได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครก้าวพลาดแบบตน ศักดิ์ศรีไม่มีอยู่จริง เพราะในวันที่เราพลาด เราอยู่ในคุก ไม่เหลือใครเลยนอกจากครอบครัว รักเพื่อนได้ต้องรักตนเองด้วย

รวมถึง จักรพันธ์ กลั่นเรืองแสง ที่กล่าวว่า “จากเดิมที่อยากดื่มเพียงเพื่อสังสรรค์ แต่เวลาผ่านไปกลับยิ่งดื่มหนักขึ้นจนเป็นคนติดเหล้า ถึงขั้นต้องดื่มทุกเช้า กระทั่งสุขภาพเริ่มแย่ลง เวียนหัว อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นสีดำ ตาเหลือง หน้าคล้ำ ท้องบวมโต และเมื่อไปตรวจแพทย์ก็ระบุว่าโรคตับแข็ง ซึ่งด้วยความกลัวตายจึงตั้งใจเลิกดื่มอย่างเด็ดขาด” แม้ช่วงแรกมีอาการอยากดื่ม แต่ต้องเอาชนะใจตัวเอง มุ่งมั่นและตั้งใจ เห็นคุณค่าของชีวิต จนสามารถผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ และเลิกดื่มเหล้าได้ในที่สุด “แม้ปัจจุบันต้องทนทุกข์เพราะเหล้าทำลายชีวิต ทำลายตับไปแล้ว ต้องกินยาต่อเนื่อง แต่ก็ยังดีที่ได้ชีวิตใหม่และครอบครัวกลับคืนมา”

รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้มีความสำคัญ นำไปสู่การขับเคลื่อนสังคม กระตุ้นเตือนอันตรายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มไม่ขับ การสกัดนักดื่มหน้าใหม่ และกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้ดื่มประจำ กลุ่มผู้ดื่มหนัก และกลุ่มเยาวชน

ในเทศกาลเข้าพรรษาปี 2565 นี้ สสส. ขอเชิญชวนให้ประชาชนใช้ช่วงเข้าพรรษา เป็นจุดเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำลายสุขภาพและร่างกาย เพื่อตนเองและครอบครัว!!!