ปลัด ศธ.จี้สถานศึกษาเข้มมาตรการโควิด หลังพบโรงเรียนหลายแห่งการ์ดตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665452

ปลัด ศธ.จี้สถานศึกษาเข้มมาตรการโควิด หลังพบโรงเรียนหลายแห่งการ์ดตก

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.20 น.

‘ปลัด ศธ.’ แจงกรณีเด็กกรุงเทพคริสเตียนฯติดโควิดฯเป็นยอดสะสมตั้งแต่เปิดเทอม ย้ำทุกโรงเรียนเข้มงวดมาตรการ 6-6-7 “นายกฯ”กำชับสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยหลังจากการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า กระทรวงสาธารณสุขรายงานการติดเชื้อมากขึ้นในผู้เรียน โดยสถานการณ์ภาพรวมของประเทศตั้งแต่เปิดเทอมช่วงวันแรก ๆ มีเด็กติดเชื้อประมาณเกือบ 200 คน/วัน แล้วก็ลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งก่อนวันที่ 15 มิ.ย. มีตัวเลขติดเชื้อหลักสิบคนต่อวัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วขึ้นมาเป็นหลักร้อยต้น จนพุ่งขึ้นมาเป็นเกือบ 200 คน/วัน ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นได้ว่าเด็กติดเชื้อกันมากขึ้นเป็น 2 เท่า/วัน 

ปลัดศธ. กล่าวว่า ในกรณีของโรงเรียนบุญวาทย์ จ.ลำปาง ไม่ได้เป็นการแพร่ระบาดที่เกิดระหว่างการเรียนในห้องเรียน แต่เป็นการแพร่ระบาดในการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นกิจกรรมกลางแจ้งหรือกิจกรรมในห้องแอร์ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 200 คน มีนักเรียนติดเชื้อ 84 คน ครูติดเชื้อ 18 คน รวมเป็น 102 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีครู 1 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นอกนั้นไม่มีอาการรุนแรง สามารถพักรักษาตัวที่บ้านได้ เป็นผลของการได้รับวัคซีน ซึ่งหากได้รับวัคซีน 3 เข็มขึ้นไป จะสามารถลดการป่วยรุนแรงได้มาก โดยข้อมูลขณะนี้เด็กอายุ 12-17 ปี ได้รับวัคซีนเข็ม 3 ไปแล้ว 20.7% 

ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า ในส่วนของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ข้อมูลที่ถูกต้องคือยอดสะสมของผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2565 จำนวนประมาณ 700 คน เป็นการติดเชื้อทุกวัน จำนวนไม่เกิน 20 คน/วัน จนกระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมายอดนักเรียนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 25 คน/วัน ทางโรงเรียนจึงได้มีการสอบสวนโรคร่วมกับกรมอนามัย พบว่าจุดแพร่ระบาดเชื้ออยู่ที่โรงอาหาร ซึ่งการจัดการยังไม่รัดกุมเท่าที่ควร ขณะเดียวกันการดำเนินตามแนวทาง Sealed Route ยังมีความหย่อนยานอยู่ ทั้งนี้ เข้าใจได้ว่าระหว่างเดินทางกลับบ้าน นักเรียนได้มีการทำกิจกรรมรวมกลุ่มหลายรูปแบบ หรือเดินทางไปสถานที่อื่นก่อนกลับบ้าน เมื่อติดเชื้อแล้วจึงมาแพร่ระบาดในโรงเรียน รวมถึงนำไปติดคนในครอบครัวที่บ้านด้วย

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ จะเน้นย้ำกับผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน ในสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนี้ คือ ให้ดำเนินการตามมาตรการ 6-6-7 อย่างเข้มงวด โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเป็นพิเศษในเรื่องการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ และเว้นระยะห่างจากผู้อื่น ในส่วนของโรงอาหาร ขอให้ใช้อุปกรณ์ส่วนตัวทั้งหมด ลดการพูดคุยระหว่างรับประทานอาหาร และสวมหน้ากากอนามัยทันทีที่รับประทานอาหารเสร็จ ตลอดจนขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลการเดินทางไป-กลับของนักเรียน ให้เป็นระบบปิดมากที่สุด

“สำหรับการจัดการเรียนการสอนนั้น ขณะนี้เป็นการเปิดเรียน on site ตามปกติทั่วประเทศ ส่วนการเรียนออนไลน์หรือการเรียนทางไกล ถือเป็นแผนสำรอง ซึ่งกรณีของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยประกาศให้เรียนออนไลน์นั้น เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกระจายและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จึงใช้ช่วงวันหยุดยาวปิดเรียนตัดตอนโรคก่อน แล้วจึงจะเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังจากนั้น ซึ่งมีหลายโรงเรียนที่ใช้วิธีนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการของโรงเรียนที่สามารถทำได้” ปลัด ศธ. กล่าว 

นายสุภัทร กล่าวด้วยว่า ขอเชิญชวนผู้ปกครองพานักเรียนมารับวัคซีน จะเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กป่วยหนักเมื่อติดเชื้อ เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้จัดเป็นการแพร่ระบาดแบบคลื่นลูกสุดท้ายก่อนจะทยอยลดลง ทำให้ยังคงต้องดูแลกันอย่างเข้มงวดอยู่ รวมถึงเข็มบูสเตอร์โดสก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน และในช่วงวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ ขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างเข้มข้น การไปสันทนาการต่าง ๆ ให้พึงระมัดระวังเรื่องความแออัด และขอความร่วมมือน้องนักเรียน เยาวชนทุกคน ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างจากคนอื่น ซึ่งหากเราทำแบบนี้อย่างเคร่งครัด โอกาสเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงก็จะน้อยลง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รร.กรุงเทพคริสเตียนฯ แจงยอดติดเชื้ออยู่ที่ 200 รายไม่ใช่ 700 คน เตรียมเปิดเรียน 20 ก.ค.นี้

รร.กรุงเทพคริสเตียนฯ แจงยอดติดเชื้ออยู่ที่ 200 รายไม่ใช่ 700 คน เตรียมเปิดเรียน 20 ก.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665402

รร.กรุงเทพคริสเตียนฯ แจงยอดติดเชื้ออยู่ที่ 200 รายไม่ใช่ 700 คน เตรียมเปิดเรียน 20 ก.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.52 น.

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นางวราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและมาตรฐานคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้แถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีที่โรงเรียนมีการออกประกาศหยุดการเรียนการสอนโรงเรียน 5 วัน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ว่า เราต้องขอทำความเข้าใจให้สังคมรับทราบ เพราะมีการสื่อสารเข้าใจคลาดเคลื่อนถึงตัวเลขนักเรียนที่ติดเชื้อ ซึ่งตัวเลขครูและนักเรียนติดเชื้อกว่า 700 คนนั้น เป็นตัวเลขติดเชื้อสะสมตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 และเมื่อเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อกับจำนวนนักเรียนและบุคลากรจะพบว่ามีเพียงราวๆ ร้อยละ 10 จากบุคคลทั้งหมดในโรงเรียน จำนวน 5,000 คน โดยขณะนี้ยอดจริงของนักเรียนและครูที่ติดเชื้อโควิดสะสมอยู่ 200 คน และผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษาตัว ทั้งนี้โรงเรียนจึงต้องออกมาชี้แจงทำความเข้าใจใหม่ เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิดเนื่องจากการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนได้ จนเกิดความกังวลให้แก่บุคคลบางกลุ่ม

นางวราภรณ์ กล่าวต่อว่า มาตรการของโรงเรียนขณะนี้เราต้องการใช้วันหยุดของรัฐบาลให้เกิดประโยชน์และเป็นการตัดวงจรโควิด จึงปรับการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ในวันที่ 11-12 กรกฎาคม และจะกลับมาจัดการเรียนการสอนออนไซต์ในรูปแบบปกติในวันที่ 20 กรกฎาคม อีกทั้งโรงเรียนยังได้ปฏิบัติตามมาตรการแผนเผชิญเหตุของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อย่างเคร่งคัด คือ หากพบนักเรียนติดเชื้อให้ปิดเฉพาะชั้นเรียน หรือโรงเรียนสามารถประเมินสถานการณ์ได้เองตามความเหมาะสม สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และการตรวจคัดกรอง ATK ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือ ทุกวันอาทิตย์ และวันพุธ ซึ่งมาตรการเผชิญเหตุของโรงเรียนผู้ปกครองทุกคนมีความพอใจอย่างมาก

ทั้งนี้หากยังมียอดการติดเชื้อของนักเรียนและครูอยู่โรงเรียนจะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ แต่อย่างไรก็ตาม โรงเรียนยืนยันว่าการเรียนที่ดีที่สุดคือการเรียนที่โรงเรียนกับครูผู้สอนโดยตรง ทั้งนี้ในส่วนของผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็มีความประสงค์ที่จะส่งบุตร หลานให้มาเรียนที่โรงเรียนตามปกติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯระส่ำ นร.-บุคลากรติดโควิดกว่า 700 คน สั่งปิด 9 วัน

ตามติดๆ ‘สาธิตเกษตรฯ-สาธิต มศว.’ประกาศเรียนออนไลน์ ลดความเสี่ยงติดโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665397

ตามติดๆ 'สาธิตเกษตรฯ-สาธิต มศว.'ประกาศเรียนออนไลน์ ลดความเสี่ยงติดโควิด

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.35 น.

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 จากกรณี โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ออกหนังสือประกาศ เรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนช่วงวันที่ 11-19 ก.ค. หลังระยะเวลา 8 สัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในโรงเรียนส่งผลให้มีนักเรียนและบุคลากรโรงเรียนติดเชื้อโควิดไปแล้วกว่า 700 คน โดยประกาศลงวันที่ 6 ก.ค.และมีการเผยแพร่วันที่ 7 ก.ค. นั้น

ล่าสุด โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 7 ก.ค. โดยระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง การแพร่กระจายของเชื้อโรคและตัดวงจรการแพร่ระบาด โรงเรียนจึงพิจารณาจัดรูปแบบการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 – 12 ก.ค.65 และกลับมาเรียนปกติในวันจันทร์ที่ 18 ก.ค.65

ขณะเดียวกัน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ก็ได้ออกประกาศการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนตามมาเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ โดยประกาศระบุว่า เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค จึงกำหนดให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนและปฏิบัติหน้าที่ในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 8-12 ก.ค.65 โดยโรงเรียนกำหนดการเรียนและการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่โรงเรียนตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.65 เป็นต้นไป

สกสค.จับมือองค์การคลังสินค้า ช่วยเพื่อนครู-ประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665274

สกสค.จับมือองค์การคลังสินค้า ช่วยเพื่อนครู-ประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 22.02 น.

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.กล่าวว่า “สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.ตระหนักถึงภาระค่าใช้จ่ายของเพื่อนครูในภาวะที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันแพงขึ้น สกสค.จึงพร้อมที่จะช่วยจัดสวัสดิการ โดยร่วมมือกับ องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ จำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง ทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวเสาไห้ราคาถูก มีทั้งชนิดบรรจุถุง 1 กิโลกรัม และ 5 กิโลกรัม ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายเฉพาะวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 วันที่ 10 สิงหาคม 2565 และวันที่ 9 กันยายน 2565 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ บริเวณด้านข้างร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กระทรวงศึกษาธิการ”

สำหรับการจำหน่ายข้าวสารในครั้งแรกมีโปรโมชั่น ข้าวหอมมะลิ 100% บรรจุถุง 1 กิโลกรัม ราคา 43 บาท ซื้อ 6 ถุงแถม 1 ถุง ข้าวหอมมะลิ 100% บรรจุถุง 5 กิโลกรัม ราคา 205 บาท ซื้อ 6 ถุงแถม 1 ถุง ข้าวหอมมะลิลพบุรี บรรจุถุง 2 กิโลกรัม ราคา 100 บาท ซื้อ 3 ถุง แถม 1 ถุง และข้าวเสาไห้บรรจุถุง 5 กิโลกรัม ราคา 99 บาท

ส่วนในครั้งถัดไปได้จัดเตรียมคาราวานสินค้าราคาถูกมาช่วยเหลือเพื่อนครูและประชาชนทั่วไป โดยสามารถ เตรียมถุงผ้ามาใส่ ช่วยกันลดโลกด้วยนะครับ นายพิเชฐกล่าวทิ้งท้ายว่า “ข่าวดีอย่างนี้ต้องบอกต่อนะครับ มาช้า อดได้ของดี” สามารถติดตามข่าวดีและข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2280 2906 ทางเว็บไซต์ http://www.otep.go.th และอย่าลืมกดติดตาม Facebook Fanpage : Otep welfare จะได้ไม่พลาดข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.

– 006

‘สมาคมธรรมศาสตร์’ประกาศใช้เพลงพระราชนิพนธ์’ยูงทอง’ในกิจกรรมเช่นเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665329

'สมาคมธรรมศาสตร์'ประกาศใช้เพลงพระราชนิพนธ์'ยูงทอง'ในกิจกรรมเช่นเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.07 น.

7 ก.ค.65 จากกรณีองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ได้อ้างผลสำรวจความคิดเห็นประชาคมคนธรรมศาสตร์ ประกาศใช้เพลงประจำมหาวิทยาลัยทำนอง”มอญดูดาว”แทนเพลงพระราชนิพนธ์”ยูงทอง”ในทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นโดย อมธ.นั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘อมธ.’อ้างผลโพล ประกาศเปลี่ยนเพลงประจำมหาวิทยาลัยแทนเพลง’ยูงทอง’)

ล่าสุด ได้มีการเผยแพร่จดหมายของ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่เคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ มีจิตวิญญาณในการรับใช้สังคม ผ่านกระบวนการอันหลากหลาย เพลงทุกเพลงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ล้วนสะท้อนให้เห็นความเป็นมา และประวัติศาสตร์ความสำคัญจากอดีต จวบจนปัจจุบัน

ในนามของสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางของสมาชิกสมาคม ทำหน้าที่ในการสนับสนุนและพัฒนากิจกรรมของมหาวิทยาลัย ขอแสดงเจตนารมณ์ว่า เพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เป็นเพลงหลักในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมต่อไป

ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯระส่ำ นร.-บุคลากรติดโควิดกว่า 700 คน สั่งปิด 9 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665317

ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯระส่ำ นร.-บุคลากรติดโควิดกว่า 700 คน สั่งปิด 9 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.40 น.

ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯระส่ำ พบในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พบนักเรียน-บุคลากรติดโควิด-19 กว่า 700 คน ต้องสั่งปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ 11-19 ก.ค.ยกระดับฉีดยาฆ่าเชื้อทุกห้องเรียน  โดยให้เรียนทางออนไลน์แทน พร้อมขอความร่วมมือจากท่านผู้ปกครองงดเดินทางในช่วงหยุดยาว

7 ก.ค.65 มีรายงานว่า โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้ออกประกาศ เรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนในช่วงวันที่ 11-19 ก.ค.65 โดยระบุว่า ด้วยตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ที่โรงเรียนเริ่มเปิดทำการเรียนการสอนจนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในโรงเรียนนั้น ยังปรากฏจำนวนนักเรียนและบุคลากรติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กล่าวคือ มีนักเรียนติดเชื้อไปแล้วจำนวน 688 ราย และบุคลากรในโรงเรียนติดเชื้อไปแล้วจำนวน 70 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ก.ค.65) ถึงแม้ว่าทางโรงเรียนได้มีมาตรการปิดห้องเรียนเป็นเวลา 5 วัน สำหรับห้องเรียนที่มีนักเรียนติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนนักเรียนเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง

แต่ก็ยังพบว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ยอดผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นที่น่ากังวลถึงผลกระทบต่อการเรียนการสอน เนื่องจากมีนักเรียนและบุคลากรจำนวนหนึ่งต้องพักรักษาตัวที่บ้าน ดังนั้น ทางโรงเรียน จึงขอประกาศเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน ในช่วงวันที่ 11-19 ก.ค.65 ดังนี้

1.วันจันทร์ที่ 11 ถึง วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2565 ทำการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ ทุกระดับชั้น ทุกหลักสูตร รวม 2 วันทำการ
2.วันพุธที่ 13 ถึง วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2565 หยุดพิเศษตามประกาศของทางรัฐบาล
3.วันจันทร์ที่ 18 ถึง วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565 ทำการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ ทุกระดับชั้นทุกหลักสูตร รวม 2 วันทำการ เพื่อเป็นช่วงสังเกตอาการหลังจากช่วงวันหยุด พิเศษ และจะเปิดทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนตามปกติ ในวันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2565

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันหยุดพิเศษดังกล่าวจะเป็นเวลาที่นักเรียนได้หยุดพักผ่อนกับครอบครัว และอาจมีการวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในโรงเรียนหลังจากช่วงวันหยุดพิเศษ ทางโรงเรียนขอความร่วมมือจากท่านผู้ปกครองในการพิจารณาทบทวนยกเลิกแผนการเดินทาง หรือ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอความร่วมมือในการป้องกันตนเองของนักเรียนและท่านผู้ปกครองอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในโรงเรียนหลังจากช่วงวันหยุดพิเศษ

ส่วนทางโรงเรียนนั้นได้มีการยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ โดยจัดให้มีการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในทุกห้องเรียนทุกวัน รวมไปถึงการลดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือกิจกรรมนอกเวลาเรียนที่มีการรวมกลุ่ม และกวดขันให้ทุกคนเข้มงวดต่อมาตรการป้องกันและควบคุมดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ครูทุกคนจะกำชับนักเรียน ให้ปฏิบัติตนตามมาตรการอย่างสม่ำเสมอ อนึ่ง สำหรับการส่งผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี ATK นั้น ทางโรงเรียนขอความร่วมมือจากท่านผู้ปกครอง ดังนี้

1.งดส่งผลตรวจในวันอาทิตย์ที่ 10 และ วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2565
2.ให้ส่งผลตรวจ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2565 ภายในเวลา 18:00 น.และครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565 ภายในเวลา 18.00 น.

‘ตรีนุช’โชว์ภาพรวม 6 เดือนแรก ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 3,623 ราย วงเงินกว่า 5.6 พันล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665269

'ตรีนุช'โชว์ภาพรวม 6 เดือนแรก ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 3,623 ราย วงเงินกว่า 5.6 พันล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.27 น.

“ตรีนุช”ตามผลงานสถานีแก้หนี้ครูพื้นที่ภาคกลาง-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โชว์ภาพรวมทั่วประเทศ 6 เดือนแรก ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 3,623 ราย วงเงินกว่า 5.6 พันล้านบาท
 
วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา ของสถานีแก้หนี้ครู ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านระบบ Zoom รวมทั้งถ่ายทอดสดทาง Facebook ศธ. 360 องศา โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้กล่าวผ่านระบบ Video Conference มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯเป็นนโยบายที่สำคัญ และจริงจังของรัฐบาล ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ศธ.ได้วิเคราะห์ถึงปัญหา พบว่า ภาพรวมของหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ จึงนำมาสู่การวางแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นฐาน และบูรณาการความร่วมมือร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย  สถาบันการเงินต่าง ๆ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นต้น โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อยเป็นอย่างดี จนนำมาสู่ 4 มาตรการหลัก ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งสถานีแก้หนี้ ทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา 558 สถานี และระดับจังหวัด ให้เป็นกลไกหลักระดับพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางในการช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย ประนอมหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับคุณครู

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ศธ.ก็ได้เร่งดำเนินการในระดับนโยบายและแก้ไขปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ รวมถึงการสร้างเครื่องมือทางการเงินเป็นปัจจัยเสริม เพื่อสนับสนุนให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูดำเนินการได้รวดเร็ว ไม่ติดขัด ได้แก่ การหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้สนับสนุนสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้ของคุณครู ที่ต้องการนำเงินไปแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยเจรจากับสถาบันการเงินและชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้ให้การสนับสนุนเบื้องต้นแล้ว เป็นเงิน 33,000 ล้านบาท ธนาคารออมสิน สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีการปลดล็อคข้อจำกัด เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการแก้ไข เช่น การเจรจากับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ( กบข.) เพื่อให้ครูที่ลงทะเบียนแก้หนี้ สามารถกู้เงินสะสมจาก กบข.เพื่อมาลดยอดหนี้ได้ มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สวัสดิการของข้าราชการไม่ให้สูงเกินค่าเฉลี่ย MLR มีการปรับแนวปฏิบัติการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ จ่ายสวัสดิการ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. ของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง และมีการผลักดันให้ครูสามารถเลือกสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนอกพื้นที่จังหวัดได้ ซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมแก่ครูและสมาชิกสหกรณ์ เป็นต้น

“ การดำเนินงานดังกล่าวบางเรื่องยังไม่สำเร็จ และไม่สามารถกล่าวได้ว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจะสำเร็จได้ทั้งหมดโดยเร็ว แต่สิ่งที่ ศธ.ดำเนินการอยู่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ต้องขยายผลให้กว้างขวางและลงลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดความสำเร็จให้ได้ อย่างไรก็ตามดิฉันได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า ทางสหรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ได้มีการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูร่วมกับสถานีแก้หนี้ได้สำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว โดยตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน 2565 มีคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว จำนวน 3,623 ราย งบประมาณที่ใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้ 5,615,671,101 บาท ซึ่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้แก่เพื่อนครูทั่วประเทศ จะไม่ประสบผลสำเร็จเลย หากขาดกลไกหลักอย่าง สถานีแก้หนี้ครู ทั้ง 558 แห่ง ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการเป็นคนกลางระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ตลอดจนประสานเชื่อมต่อระหว่างนโยบายและการปฏิบัติเพราะท่านสามารถเข้าถึง  ใกล้ชิด และรับรู้สภาพปัญหาของเพื่อนครูได้ดีที่สุด ดิฉันเชื่อมั่นว่าหากสถานีแก้หนี้ครูทุกแห่ง รวมพลังมุ่งมั่นทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างจริงจัง จะสามารถพลิกเปลี่ยนชีวิตของเพื่อนครู และครอบครัวให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ หากมีความคิดเห็น ข้อเสนอต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ดิฉันยินดีรับฟังและจะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ในภาพรวม มาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป” นางสาวตรีนุช กล่าว

‘Choice is Yours’จัดประกวด โครงการด้านความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665008

‘Choice is Yours’จัดประกวด โครงการด้านความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มูลนิธิชัยพัฒนา ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และเอสซีจี ส่งเสริมและผลักดันให้นิสิต นักศึกษาไทยได้แสดงศักยภาพการออกแบบแนวคิดด้านความยั่งยืนที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สิ่งแวดล้อมและสังคมจัดประกวดโครงการ Choice is Yours โดยเปิดรับสมัครเปิดรับทีมนิสิต นักศึกษาไม่จำกัดคณะหรือชั้นปี เปิดรับตั้งแต่วันนี้-22 กรกฎาคม 2565 ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ 20 ทีมในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 และประกาศรางวัลชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2565

โครงการที่เข้าประกวด ต้องสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และสามารถเลือกแนวคิดในการนำเสนอผลงาน ได้แก่ REduce โดย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยมุ่งเน้นแนวคิด “ลดเพื่อเพิ่ม” ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้วัสดุ หรือทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง หรือการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จะสามารถลดการสร้างขยะ มลพิษ และของเสียต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น REuse โดย มูลนิธิชัยพัฒนา คือการนำทรัพยากรที่มีอยู่กลับมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาทรัพยากรให้คงอยู่อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เช่น การยืดอายุวงจรผลิตภัณฑ์ สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ผ่านการใช้ซ้ำ หรือการนำทรัพยากรท้องถิ่นมาออกแบบและใช้งานใหม่ โดยที่ยังคงคุณค่าเดิมของทรัพยากรไว้เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด REthink โดยไมโครซอฟท์คือการนำเทคโนโลยีมาผสมผสาน ปรับเปลี่ยน หรือสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ ที่เสริมสร้างความยั่งยืน สร้างความรู้ความเข้าใจด้านผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าในระดับบุคคล องค์กร หรือสังคมในภาพรวม REcycle โดย เอสซีจี คือการนำทรัพยากรที่ใช้งานแล้วมาผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ โดยหัวใจสำคัญของการ Recycle ที่แตกต่างจากการ Reuse คือ เป็นการจัดการของเสียหรือวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพ หรือปรับปรุงคุณภาพ ให้กลับมามีคุณภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงของเดิม หรือให้ได้วัตถุดิบใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจุดประสงค์ในการใช้งาน เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ทรัพยากร และสร้างการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ระหว่างการเข้าร่วมโครงการ ทีมผู้เข้าแข่งขันจะได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปพร้อมปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน และทัศนศึกษายังโรงงานและสถานที่ดำเนินกิจการของบีเอ็มดับเบิลยูและพาร์ทเนอร์ โดยทีมที่ชนะการแข่งขันจะได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกงานกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ได้รับประกาศนียบัตร และการจัดแสดงผลงานการแข่งขันแก่สื่อมวลชน

นิสิตและนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่ https://forms.office.com/r/LyscnH6L7q

ยกระดับการศึกษาไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จากเวที‘THE EDUCATORS THAILAND’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665013

ยกระดับการศึกษาไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล  จากเวที‘THE EDUCATORS THAILAND’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม

AIS Academy เปิดพื้นที่ให้ครูไทยได้พัฒนาศักยภาพตัวเองและผลิตสื่อการเรียนการสอนรูปแบบใหม่เพื่อยกระดับการศึกษาผ่านโครงการ “THE EDUCATORS THAILAND” โดยร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ และบุคลากรในวงการการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทยยกระดับภาคการศึกษาสู่ดิจิทัลแบบครบวงจร โดยมีบุคลากรด้านการศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คนในช่วงที่ผ่านมา และวันนี้เมื่อจบโครงการก็ทำให้มีถึง 10 ผลงาน จาก 10 คุณครูที่ชนะเลิศโครงการ “THE EDUCATORS THAILAND” ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

ส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัล อ.กฤษณะ วงศ์ริน, อ.ศรัญธร พลสวัสดิกุล และ อ.สุรพจน์ บัวเขียว

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และ กลุ่มอินทัชกล่าวว่า เอไอเอสคำนึงถึงเรื่องการศึกษาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ โดยเห็นผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องปรับให้มีการเรียน การสอนออนไลน์ เราจึงมุ่งมั่นนำศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะเข้ามายกระดับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น รวมถึงสนับสนุนการทำงานของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคการศึกษาที่เป็นเสมือนกับรากฐานสำคัญของประเทศ ที่วันนี้การทำงานของ AIS Academy ได้เข้าไปทำงานร่วมกับภาคการศึกษาในมิติต่างๆ ผ่านโครงการ THE EDUCATORS THAILAND โครงการที่ส่งเสริมและมองไปที่บุคลากรต้นน้ำของระบบการศึกษาอย่างวิชาชีพครู ด้วยการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และบุคลากรวงการศึกษาชั้นนำของประเทศเพื่อเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทย พัฒนาหลักสูตรเสริมทักษะสื่อการเรียนการสอนยุคใหม่ที่มีความสร้างสรรค์ สอดรับกับการศึกษาในยุคดิจิทัลแบบครบวงจรตั้งแต่ การวางโครงสร้างหลักสูตร เครื่องมือสื่อการสอน และการวัดประเมินผลผู้เรียน

ผลงาน “วิทย์ชิดทุ่ง Science in the field” ของ อ.สุรพจน์ บัวเขียว

อ.สุรพจน์ บัวเขียว อาจารย์วิชาชีววิทยา จากโรงเรียนคำเตยวิทยา จ.ยโสธร หนึ่งในผู้ชนะการประกวด เผยว่า “โครงการนี้ทำให้ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง ที่ต้องการสอนวิชาชีววิทยาให้เด็กเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายหลุดออกจากตัวหนังสือและการจดบันทึก ผ่านเรียนรู้จากการทดลองบนสถานที่จริง รวมถึงออกแบบการเรียนรู้ที่มีความหมาย ภายใต้ความหลากหลายของทรัพยากรสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น บนความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน สำหรับผลงาน “วิทย์ชิดทุ่ง Science in the field”ไม่เพียงแต่ประเมินผลจากนักเรียนที่มีความเข้าใจและมีส่วนร่วมอย่างดีแล้วยังเปิดกว้างให้นักเรียนทั่วประเทศได้เรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ ครูไทยยุคดิจิทัลต้องเป็นทั้งครูและครีเอเตอร์ครบในคนเดียว ซึ่งตนพร้อมนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปพัฒนาต่อยอดในการทำสื่อการสอน ในการนำไอเดียผสานเข้ากับเทคโนโลยี ไม่เพียงเด็กๆ เท่านั้นที่ต้องเรียนรู้ ครูไทยก็ต้องพัฒนาตัวเองเช่นกัน ดังเช่นที่ว่า Lifelong Learning ต้องเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต”

อ.ศรัญธร พลสวัสดิกุล โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จ.เชียงราย ได้ถ่ายทอดความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้เข้าใจง่ายขึ้นผ่านผลงาน Coding กล่าวว่า “สื่อการสอนนั้นต้องมีการประยุกต์สิ่งต่างๆ เข้ามาเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่าย ยิ่งในวิชาที่มีความซับซ้อนอย่างการเขียน Code ตนได้นำเกมส์เข้ามาสอดแทรกให้เกิดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นและมีการแข่งขันกับตัวเอง อีกทั้งเป็นการฝึกแนวคิดการคำนวณไปในตัว สื่อการสอนออนไลน์มีข้อดีสำหรับผู้เรียนที่สามารถทบทวนบทเรียนซ้ำๆ ได้จนกว่าจะเกิดความเข้าใจ สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์เด็กที่อาจจะเรียนไม่ทันเพื่อน การได้ร่วมโครงการในครั้งนี้เสมือนได้พบปะครูที่มีอุดมการณ์เดียวกันที่ต้องการสร้างสื่อดีๆ ให้กับเด็กๆ และสะท้อนแง่คิดที่ว่า ครูต้องไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว ต้องมีการเติมน้ำซึ่งหมายถึงความรู้ตลอดเวลา และที่สำคัญต้องวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทัน โครงการ THE EDUCATORS THAILAND จึงเรียกได้ว่าช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ อย่างครบถ้วนเพื่อนำไปต่อยอดในการสอนยุคดิจิทัล”

ผลงาน Coding ของ อ.ศรัญธร พลสวัสดิกุล

โครงการ “THE EDUCATORS THAILAND” ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนทำงานร่วมกับภาครัฐในการเปิดเวทีให้บุคลากรด้านการศึกษากว่า 1,000 คน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม Unlearn และ Relearn ทักษะการสอน ผ่านหลักสูตรที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดย AIS Academy ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภากระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยบุคลากรชั้นนำในวงการ ที่มีเนื้อหาในการพัฒนาทักษะ การสร้างนวัตกรรมการสอน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษายุคใหม่ให้สอดคล้องกับการบ่มเพาะนักเรียนยุค LFH (Learn From Home) ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของบุคลากรที่ร่วมสร้างประเทศในอนาคตโดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องออกแบบหลักสูตร เครื่องมือสื่อการสอน ผลิตสื่อการสอนรูปแบบใหม่และการวัดประเมินผลผู้เรียน

สามารถรับชมผลงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนารูปแบบการเรียน การสอนได้ที่ https://learndi.aisacademy.com/และพร้อมแล้วสำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ THE EDUCATORS THAILAND สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aisacademy.com/theeducatorsthailand https://learndi.aisacademy.com

จุฬาฯ สอนหลักสูตรระยะสั้น ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665006

จุฬาฯ สอนหลักสูตรระยะสั้น ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น (CUVIP) เดือนกรกฎาคม ในรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ ในหลักสูตรต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ หลักสูตร พลเมืองดิจิทัลกับการรับมือข้อมูลข่าวสาร การนำเสนออัตลักษณ์ผ่านสื่อดิจิทัล ทำอย่างไรเมื่อซื้อของออนไลน์ ไม่ตรงปก การเคารพสิทธิบนโลก
ออนไลน์ การใช้โปรแกรม MS Excel เบื้องต้น ปัญญาประดิษฐ์เบื้องต้น และอื่นๆอีกหลายหลักสูตร นิสิต นิสิตเก่า และบุคลากร สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ http://www.cuvip.gened.chula.ac.th/Timetable.php บุคคลทั่วไป สมัครได้ที่ http://www.cuvip.gened.chula.ac.th/Member.php