‘รมว.วัฒนธรรม-ศิลปินเชียงราย’ร่วมวางศิลาฤกษ์หอศิลป์ร่วมสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/664375

‘รมว.วัฒนธรรม-ศิลปินเชียงราย’ร่วมวางศิลาฤกษ์หอศิลป์ร่วมสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.49 น.

‘รมว.วัฒนธรรม-ศิลปินเชียงราย’ร่วมวางศิลาฤกษ์หอศิลป์ร่วมสมัย

3 กรกฎาคม 2565 ที่บริเวณพื้นที่การก่อสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายภาสกร บุญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ พระเมธี วชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ตลอดจนศิลปินเชียงรายหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ได้ร่วมกันประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยในพิธีจัดให้มีขบวนแห่แผ่นศิลาฤกษ์ของกลุ่มศิลปินเชียงรายเข้าสู่บริเวณพิธีเพื่อนำแผ่นศิลาฤกษ์นำไปวางลงแท่นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ปะพรมน้ำมนต์ โปรยดอกไม้สด เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับสถานที่แห่งนี้ จะเป็นหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย International Art Museum อันเป็นมงคลยิ่งบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ของโครงการก่อสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นที่ดินที่ได้รับบริจาคจากคุณทวี อร่ามรัศมีกุล จำนวนกว่า 10 ไร่ และ คุณมงคล จงสุทนามณี จำนวน 3 ไร่ ในพื้นที่ตำบลริมกกอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

หอศิลป์แห่งนี้จะใช้เป็นสถานที่จัดพิธี มหกรรม Thailand binale chingrai 2023 ซึ่งถือเป็นการเปิดใช้งานอาคารหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงรายเป็นครั้งแรกด้วย สำหรับผลงานศิลปกรรมธงสัญลักษณ์ของศิลปินที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้จะถูกนำไปจัดแสดงในพื้นที่ 18 อำเภอ ทั่วทั้งจังหวัดเชียงราย เช่น ที่สมาคมขัวศิลปะ สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย สถานที่สำคัญทางศาสนา แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ตลอดจนสถานที่ราชการ และมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างการรับรู้อย่างแพร่หลายให้กับคนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและนักท่องเที่ยวทั่วไป

นอกจากนี้งานมหกรรมศิลปะนานาชาติ Thailand Benelli Chiangrai 2023 ครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการเพิ่มช่องทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยทุนทางศิลปวัฒนธรรมให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ด้วยการส่งเสริมให้ภันฑารักษ์ชาวไทย ผู้มีประสบการณ์และความสามารถในการทำงานร่วมกับเครือข่ายศิลปินอย่างกว้างขวาง ทั้งในและต่างประเทศมาร่วมสร้างสรรค์มหกรรมศิลปะนานาชาติในครั้งนี้ ที่จังหวัดเชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงาน

-005

ม.รามฯยุติสอบ’สามารถ เจนชัยจิตรวนิช’แล้ว จ่อยื่น’บิ๊กป้อม’คืนความเป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/664241

ม.รามฯยุติสอบ'สามารถ เจนชัยจิตรวนิช'แล้ว จ่อยื่น'บิ๊กป้อม'คืนความเป็นธรรม

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.55 น.

วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้ผมได้รับความยุติธรรมแล้ว จากกรณีที่ได้แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เนื่องมาจากถูกร้องเรียนส่งลูกน้องไปเรียน-สอบหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยกองกิจการนักศึกษา งานวินัยนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ส่งหนังสือมาถึงตนเองวานนี้(1ก.ค.) ) แจ้งผลการพิจารณาสอบวินัยนักศึกษา โดยส่งหนังสือบันทึกข้อความ อว.0601.0101/งปพ.734 ลงนามโดย ผศ.เตมีย์ ระเบียบโลก รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ประธานกรรมการสอบวินัยนักศึกษา ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2565  มีเนื้อหาว่า ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ 3437/2564ลงวันที่28ตุลาคม2564 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการสอบวินัยนักศึกษานั้น  บัดนี้ คณะกรรมการสอบวินัยนักศึกษา ได้พิจารณาและรายงานผลการสอบวินัยนักศึกษาต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสอบวินัยนักศึกษา เสนอให้ยุติเรื่อง ตามนัยมติที่ประชุม ก.บ.ม.ร.ครั้งที่14/2556 วาระที่ 5.53 วันที่ 8 มิถุนายน 2565

นายสามารถ กล่าวว่า จากกรณีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีหนังสือส่งมาแจ้งให้ทราบถึงผลการสอบ ว่าตนเองไม่มีความผิดทางวินัยนักศึกษาและไม่ถูกตัดสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น เพราะไม่มีมูล จึงยุติเรื่อง ส่วนขั้นตอนการตรวจสอบของมหาวิทยาลัย ที่ใช้เวลานาน เนื่องมาจากทางคณะกรรมการสอบสวนได้สืบข้อมูลจากหลายบุคคลหลายสิบปากเพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มีทั้งเจ้าหน้าที่ อาจารย์ ตำรวจที่ปรากฏชื่อในข่าวและทุกคนที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ต่อจากนี้ตนก็ใช้สิทธิ​ตามนักศึกษา​ปริญญาเอกทุกประการเหมือนไม่เคยมีเรื่องเกิดขึ้น​

“กรณีที่เกิดขึ้นผมไม่ทราบว่าเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดหรือเป็นเรื่องหวังผลทางการเมือง โดยมีคนเขียนข่าวขึ้นมาแล้วยัดใส่มือนักข่าว ซึ่งมีการเสนอข่าวไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องและเกิดผลเสียกับผม แต่ผมก็เลือกที่จะเงียบและไม่ได้มีการชี้แจงเพราะคิดว่าความจริงก็คือความจริง ซึ่งครั้งนั้นผมได้แสดงสปิริตลาออกเองจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่1พ.ค.64 และพรรคพลังประชารัฐไม่ได้มีหนังสือปลดผมจากผอ.ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์พรรคฯ แต่เป็นมติคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งไม่ใช่มติพรรค ผมไม่ได้รู้สึกเสียดายตำแหน่ง แต่เสียดายโอกาส1ปี1เดือนที่ควรจะสามารถช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ถูกหลอกลวงฉ้อโกงจากมิจฉาชีพแชร์ลูกโซ่ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ที่ระบาดเพิ่มขึ้นมากมายทุกวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คะแนนนิยมพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลดลงด้วยเช่นกัน” นายสามารถกล่าว

และว่า“จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตผมอโหสิกรรมให้ทุกคน แต่หลังจากนี้สื่อไหนที่ลงเผยแพร่เรื่องดังกล่าวขอให้ลบข้อมูลทิ้งให้หมด และถ้ามีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก ผมก็จะให้ทีมกฎหมายดำเนินคดีตามกฎหมายฟ้องทั้งแพ่งและอาญา ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏในโซเชียลและมีการแชร์นั้นเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอย่างชัดเจน ดังนั้น จึงอยากให้สื่อทุกฉบับที่เคยเข้าใจผิดให้ลบข้อมูลนี้ทิ้งด้วย  เพราะผมคิดว่าคงเป็นเรื่องการเมือง ณ เวลานั้น ซึ่งผมไม่ติดใจและก็ไม่อยากจะเอาผิดใคร”

นายสามารถ กล่าวอีกว่า  หลังจากนี้ตนก็จะทำหนังสือเรียนท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แจ้งให้ท่านทราบข้อมูล ซึ่งมองว่าวันนี้ความบริสุทธิ์เกิดขึ้นกับผม หลังจากใช้เวลาต่อสู้มาถึง 13 เดือนต่อสู้ในฐานะประชาชนและไม่ได้ใช้อำนาจในทางการเมืองเพราะลาออกจากตำแหน่งแล้ว เพื่อต้องการให้กระบวนการยุติธรรมโปร่งใสและเป็นธรรม โดยสู้ในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และความจริงก็ปรากฏแล้ว  ผมมองว่าในมางการเมืองพลเอกประวิตร ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเมตตาและให้ความเป็นธรรมกับทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้น หลังจากนี้ผมคิดว่าท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องให้ความเป็นธรรมและคืนความชอบธรรมให้กับผม เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นสถาบันทางการเมืองที่เป็นที่พึ่งของประชาชน

นายสามารถ กล่าวว่า ตลอดช่วง13เดือนที่ผ่านมา ผมก็ทำงานช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนมาโดยตลอด และยังทำหน้าที่ในกรรมาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งจนแล้วเสร็จ อย่างเช่น กรรมาธิการศึกษาปัญหายาเสพติด  ได้พิจารณาจบ และเสนอสภาฯแล้ว ซึ่งถือว่าตนเองได้ทำภารกิจให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนจนเสร็จสิ้น รวมทั้งการทำงานในอนุกรรมาธิการในคณะต่างๆตามที่ได้รับมอบหมาย  ตนมองว่าพลเอกประยุทธ์ และพลเอกประวิตร เป็นคนหวังดีต่อบ้านเมือง ซึ่งผมคิดว่าบ้านเมืองมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไขปัญหา และหากเห็นว่าผมมีคุณสมบัติก็ยินดี เพราะว่าเรื่องใหญ่ให้ใช้คนเยอะ เรื่องไหนปัญหายากให้ใช้คนเก่ง   สำหรับปัญหาการหลอกลวง ฉ้อโกงประชาชนที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดเพื่อล้วงเงินจากกระเป๋าประชาชนนั้น ตนเชื่อว่าสุดเท้ายนั้นเป้าหมายของมิจฉาชีพคือเงิน ซึ่งผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน ซึ่งการแก้ปัญหานั้นจะต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงาน และแก้กฎหมายให้มีความทันสมัยในการดำเนินจัดการกับอาชญากรทางการเงินทุกรูปแบบ เพราะกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันบทลงโทษไม่รุนแรงและฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ทำงานช้าจึงทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

‘เอนก’ เปิดโครงการ U2T for BCG ชู BCG ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/664058

‘เอนก’ เปิดโครงการ U2T for BCG ชู BCG ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.06 น.

U2T for BCG เริ่มแล้ววันนี้  1 ก.ค. ส่งบัณฑิตจบใหม่-ประชาชน 68,350 คนลงไปทำงานร่วมกับชุมชน 7,435 ตำบลทั่วประเทศ “เอนก” เปิดโครงการ ชู BCG ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก พร้อมพาผู้นำเอเปคชมโครงการ ลั่น 3 เดือนสร้างคนเก่ง-ดี-มีความสามารถ ขณะที่ ปลัด อว.ชี้ 3 เดือน U2T for BCG  ตั้งเป้าตำบลละ 2 โครงการ ต้องขายได้จริง มีคนอยากจะซื้อจริง พร้อมสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั้งประเทศ  

1 กรกฎาคม 2565 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว) เปิดตัวโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน พร้อมกับ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ ผช.รมว.อว. พร้อมด้วยอธิการบดีและผู้บริหารของ อว. และมีผู้เข้าร่วมโครงการ U2T for BCG  จำนวน 68,350 คน เข้าร่วม ซึ่งมีทั้งบัณฑิตจบใหม่และประชาชนที่จะลงไปทำงานกับชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเป็นรายตำบลใน 7,435 ตำบล ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ   

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG เป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอย หลังจากโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่ผลักดันงบกลางมาให้ อว.ได้ดำเนินโครงการนี้ในระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.- ก.ย.2565 โดย U2T for BCG เป็นการสานต่อโครงการ U2T แต่จะแตกต่างตรงที่โฟกัสและชูในเรื่องของ BCG เป็นหลัก ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของไทยที่สามารถนำไปยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการด้าน BCG ในพื้นที่ได้ และยังเป็นวาระสำคัญของประเทศไทยที่จะเชื่อมโยงไปถึงการประชุมเอเปคที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือน พ.ย. นี้  

“หมู่บ้านไหนตำบลใดมีอะไรที่น่าสนใจ อว.ก็จะเสนอรัฐบาลให้พาแขกต่างประเทศมาเยี่ยมชม ที่สำคัญ U2T for BCG จะทำให้ตลอด 3 เดือนของโครงการ เป็นช่วงเวลาที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนเป็นคนที่นอกจากจะเก่งและดีแล้ว ยังเป็นคนที่สามารถ หลุดจากการเป็นแค่นักศึกษาให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมทั้งการศึกษา สติปัญญา ประสบการณ์ เป็นคนโชคดีที่ได้มีโอกาสเรียนรู้กับประชาชน” รมว.อว.กล่าว 

ขณะที่ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ กล่าวว่า  ระบบเศรษฐกิจแบบ BCG จะเป็นฐานที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นตัวขึ้นจากโควิด-19 แล้วเติบโตอย่างยั่งยืน โดย U2T for BCG จะขยายครอบคลุมไปถึง 7,435 ตำบล ก็คือทุกตำบล ทุกแขวง ในทุกจังหวัดของประเทศไทย รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย โดย อว.จะมุ่งนำกำลังของมหาวิทยาลัยทุกแห่งและสถาบันวิจัยไปทำงานร่วมกับพื้นที่ ทำให้เกิดผลงาน เกิดชิ้นงานหรือเกิดสินค้าที่สามารถขายได้จริง มีคนอยากจะซื้อจริง และถ้าเป็นการบริการก็เป็นการบริการที่สามารถเอามาใช้งานได้จริง มีคนที่อยากจะรับบริการจริงๆ โดยเราตั้งเป้าว่าแต่ละตำบลจะมีสินค้าหรือชิ้นงานอย่างน้อยก็ตำบลละ 2 ชิ้น รวมแล้วประมาณ 15,000 ชิ้น ส่งผลให้มูลค่าต่างๆ จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ที่สำคัญ คนที่ร่วมโครงการ 68,350 คน จะได้ทำงานร่วมกับประชาคมของ อว.  ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ตลอดจนทำงานร่วมกับทางอำเภอและจังหวัด ซึ่งรวมแล้วหลายแสนคน ทำให้เกิดเครือข่ายการทำงานร่วมกันขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั้งประเทศ  

ปลัด อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ U2T for BCG  เป็นการสร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งของ อว. ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะให้กับประชาชนเพื่อรองรับการฟื้นตัวของประเทศหลังสถานการณ์โควิด โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ในการขับเคลื่อน ควบคู่ไปกับการจัดทำ Thailand Community Data (TCD) หรือข้อมูลชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนในทุกพื้นที่อีกด้วย

-(016)

อว.จับมือ Times Higher Education จัดประชุมยกระดับคุณภาพมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663997

อว.จับมือ Times Higher Education จัดประชุมยกระดับคุณภาพมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.20 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จับมือ Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก จัดการประชุมวิชาการ Thailand and South East Asia Masterclass ให้กับผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาในเอเชียตะวันออดเฉียงใต้ เพื่อชี้แจงเกณฑ์และตัวชี้วัดในการประเมิน และวิธีการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบประเมินคุณภาพการจัดอันดับของ World University Rankings ในปีต่อไป เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ปรับปรุง สถาบันอุดมศึกษาให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล

ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงานการประชุมสัมมนา Thailand and South East Asia Masterclass ว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล็งเห็นความสำคัญของการจัดอันดับ World University Rankings เป็นแนวทางหนึ่งในการยกระดับคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้มุ่งสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันอุดมศึกษาไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้เป็นหนึ่งในทางเลือกเข้าศึกษาต่อของนักเรียน นักศึกษาทั่วโลก

ในปี 2565 Times Higher Education (THE) จัดอันดับ World University Rankings สถาบันอุดมศึกษามากกว่า 1,600 แห่ง จาก 99 ประเทศทั่วโลก โดยมีเกณฑ์ชี้วัดที่สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1.) ด้านการเรียนการสอน 2.) ด้านการวิจัย 3.) ด้านการอ้างอิงในผลงานวิจัย 4.) ด้านความเป็นนานาชาติ และ 5.) ด้านรายได้ทางอุตสาหกรรม โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ จำนวน 17 แห่ง มีอันดับที่ดีที่สุดคืออันดับที่ 601-800 โดยได้รับการจัดอันดับ 8 สาขาจาก 10 สาขา ประกอบไปด้วย Business and Economics, Clinical and Health, Computer Science, Education, Engineering, Life Sciences, Physical Sciences, Social Sciences ซึ่ง อว. คาดหวังจะได้เห็นสถาบันอุดมศึกษาไทยได้รับการจัดอันดับจำนวนมากขึ้น และอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น

ดังนั้น ทาง อว. จึงร่วมกับ Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก จัดการประชุมสัมมนา Thailand and South East Asia Masterclass ให้กับผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และเอกชน และสถาบันในภูมิภาคเอเชีย เพื่อชี้แจงเกณฑ์และตัวชี้วัดในการประเมิน และวิธีการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบประเมินคุณภาพการจัดอันดับของ World University Rankings ในปีต่อไป เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ปรับปรุง สถาบันอุดมศึกษาให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล

นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี หัวหน้ากลุ่มภารกิจบริหารยุทธศาสตร์ สป.อว. กล่าวว่า ทาง อว. สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาของไทยเข้าสู่ระบบการจัดอันดับ World University Rankings ผ่านโปรแกรมการอบรม The Datapoints ของ THE มาใช้เป็นเป้าหมายในการพัฒนา และเป็นตัวสะท้อนความสำเร็จของการดำเนินงานพัฒนาตามเป้าหมาย หรือการพัฒนาตามกฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2564 ได้ เช่น กลุ่มสถาบันอุดมศึกษากลุ่มการวิจัยระดับแนวหน้าของโลกสามารถใช้ตัวชี้วัดหมวดการวิจัยมาใช้เป็นตัวสะท้อนความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษาได้  กลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมสามารถใช้ตัวชี้วัดหมวดรายได้จากภาคอุตสาหกรรมในการเป็นตัวสะท้อนความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษาได้ และกลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะสามารถใช้ตัวชี้วัดหมวดการเรียนการสอนในการเป็นตัวสะท้อนความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษาได้ เป็นต้น

สถาบันอุดมศึกษาไทยแต่ละแห่งล้วนแต่มีศักยภาพในการเข้าสู่ระบบการจัดอันดับ World University Rankings ได้แต่อาจขาดคุณสมบัติบางประการที่เข้าตามเกณฑ์ชี้วัด ซึ่ง The Datapoints ของ THE เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะช่วยวิเคราะห์ ประเมินผลการดำเนินงาน ศึกษาจุดแข็ง จุดด้อยที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาไทยให้ได้มาตรฐานระดับโลก และสามารถติดอันดับ World University Rankings ได้ ทาง อว. จึงได้สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาไทยทุกแห่งเข้าร่วมการจัดอันดับ World University Rankings เพื่อให้เกิดการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยอยู่เสมอ และพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

-005

ธุรกิจบัณฑิตย์ เผยหลังเปิดประเทศ ผู้ปกครองหนุนเด็กเรียนการบินเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663577

ธุรกิจบัณฑิตย์ เผยหลังเปิดประเทศ  ผู้ปกครองหนุนเด็กเรียนการบินเพิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ต.ดร.วัฒนา มานนท์ คณบดีวิทยาลัยการพัฒนา และฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) และผู้อำนวยการสถาบันการบิน (DAA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า โครงการชมรมเยาวชนคนการบิน (Youth Flying Club) รุ่นที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยได้จัดร่วมกับ บริษัท ตั้งใจเรียน จำกัด จัดขึ้น ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนกว่า 140 คน

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในวิชาชีพต่างๆ ในอุตสาหกรรมการบิน และเปิดโอกาสให้นักเรียนสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรที่ตนเองสนใจและตอบโจทย์ในการประกอบอาชีพในอนาคต โดยนักเรียนที่เข้าร่วมการอบรมจะได้เรียนรู้ถึงสายอาชีพในอุตสาหกรรมการบินและได้ประสบการณ์ในการเตรียมตัวก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี

กิจกรรมครั้งนี้ได้แบ่งฐานความรู้ออกเป็น6 ฐาน ได้แก่ ฐานปฏิบัติการการฝึกบินจำลอง(Flight Simulators), ฐานปฏิบัติการการบริการผู้โดยสารบนเครื่องบิน (In-flight Service),ฐานปฏิบัติการการสาธิตการดับเพลิง (Fire Drill),ฐานปฏิบัติการการควบคุมจราจรทางอากาศ (Aerodrome),ฐานปฏิบัติการการอพยพฉุกเฉินด้วยสไลด์(Slide Drill) และฐานสอบสัมภาษณ์คัดตัวนักศึกษา(Interview Session) ในกรณีที่สอบผ่านจะได้รับโควตาและทุนการศึกษา (เฉพาะ DEK66) ค่ายนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่อยากเป็นนักบิน (Pilot),พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (Cabin Crew),เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Controller), พนักงานต้อนรับภาคพื้น (Ground Attendant) และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นในส่วนงานอื่นๆ(Other Relevant Ground Operations) ซึ่งทุกฐานการอบรมจะมีนักบิน ลูกเรือ และอาจารย์ด้านการบินผู้มีประสบการณ์ตรงคอยให้คำแนะนำ พร้อมทีมงานมืออาชีพคอยดูแล ภายใต้มาตรการความปลอดภัยระดับโลก

“จากการสอบถามผู้ปกครองส่วนใหญ่สนับสนุนให้เด็กเข้าร่วมโครงการฯ เพราะมองว่าสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ไทยรวมถึงหลายประเทศทั่วโลกเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินฟื้นตัวตาม ดังนั้น จึงเกิดความมั่นใจและส่งเสริมให้บุตรหลานเข้าอบรมเพื่อค้นหาตนเองและสมัครเรียนในสายอาชีพที่ชอบ อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินเป็นของคู่กัน เมื่อทุกอย่างฟื้นตัวบุคลากรที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมดังกล่าวจะฟื้นตัวตาม จึงขอให้ผู้ปกครองสบายใจได้ว่าในอนาคต ความต้องการแรงงานด้านนี้จะมีมากขึ้นเมื่อลูกหลานเรียนและจบออกไปจะมีงานทำแน่นอน” น.ต.ดร.วัฒนา กล่าว

สื่อควรเพิ่มเรื่องของ Soft Power เพื่อขับเคลื่อนและนำในเรื่องเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663576

สื่อควรเพิ่มเรื่องของ Soft Power   เพื่อขับเคลื่อนและนำในเรื่องเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (Thai Media Fund : TMF) จัดงาน “TMF POWER FOR CHANGE สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม” ครั้งที่ 1 ที่ นครศรีธรรมราช ได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่าย องค์กร ภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและประชาชนสนใจเข้าร่วมงานตลอดทั้งวัน ทั้งกิจกรรมเสวนาเชิงวิชาการ และกิจกรรมประชุมระดมสมองและ อบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านการผลิตและเผยแพร่สื่อ การพัฒนากลไกการเฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อรวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และประธานอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ในปี 2565 เป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศสื่อที่ดี การผลิตสื่อในเชิงบวก การใช้สื่อเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคม ทั้งนี้โดยในปัจจุบันนอกจากการผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์แล้ว สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมเข้าไปในบทบาทของสื่อคือเรื่องของ Soft Power เพราะสื่อไม่ได้ใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ และสร้างแรงบันดาลใจหรือสร้างการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ ณ วันนี้สื่อกำลังจะขับเคลื่อนและเป็นตัวนำในเรื่องของเศรษฐกิจซึ่งทุกคนก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะสร้างแรงกระเพื่อมในเรื่องของ Soft Power ซึ่งเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลที่ต้องการใช้สื่อในการทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต

“กองทุนสื่อ มุ่งหวังให้ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตและผู้รับสื่อที่ดีรู้เท่าทันสื่อร้าย ขยายสื่อดี และการสร้างภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อเป็นกลไกสําคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดนิเวศสื่อที่ดี เป็นสื่อที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อที่ไม่ปลอดภัย เช่น ข่าวปลอม (Fake News) การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์(Cyberbullying) และการนําเสนอความรุนแรงประเภทต่างๆ ทำให้เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบในสังคม” ดร.ยุพา กล่าว

ม.ศรีปทุม MOU มหาวิทยาลัยจีน พัฒนาวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663573

ม.ศรีปทุม MOU มหาวิทยาลัยจีน พัฒนาวิชาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ MOU ผ่านรูปแบบออนไลน์ ZOOM ระหว่างวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม(SPUIC) กับ Kunming Guangdu Vocational Senior Middle School, P.R. โดยมี อาจารย์เกรียงไกร พุคยาภรณ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วม MOU กับ Mr.Lu Xiaobing President,Kunming Guangdu Vocational Senior Middle School, China เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการพัฒนาทางด้านวิชาการและพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพ เพิ่มพูนความรู้ความสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

พิธีรับตราพระราชทาน บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663575

พิธีรับตราพระราชทาน บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 เป็นประธานรับมอบตราพระราชทานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ประจำปี การศึกษา 2563 ที่มีโรงเรียนผ่านการประเมิน จำนวน 29 โรงเรียนโดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบ เข้าร่วมพิธี ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2

สมศ.มอบสิ่งของบ้านผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663574

สมศ.มอบสิ่งของบ้านผู้สูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค และของใช้ที่จำเป็นให้กับผู้สูงอายุ ในกิจกรรมอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี จ.ปทุมธานี

สพม.สุโขทัย ร่วมรณรงค์วันต่อต้านยาเสพติดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663572

สพม.สุโขทัย ร่วมรณรงค์วันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ศิริวรรณ ขวัญมุข รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นำบุคลากรในสังกัด ร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเชิงสัญลักษณ์ เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์และพลังความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติดให้สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน