ม.ศิลปากร เปิดบริหารเทคโนฯ รับเทรนด์ ทักษะมัลติสกิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663068

ม.ศิลปากร เปิดบริหารเทคโนฯ  รับเทรนด์ ทักษะมัลติสกิล

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.สมพิศ ขัตติยพิกุล คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ ม.ศิลปากร กล่าวว่า หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาธุรกิจและเทคโนโลยี) นี้เป็นการบูรณาการระหว่างภาคทฤษฎีและการปฏิบัติแบบพหุวิทยาการทางด้านธุรกิจผสมผสานกับเทคโนโลยี โดยความร่วมมือระหว่างคณะของมหาวิทยาลัยศิลปากร ประกอบด้วย วิทยาลัยนานาชาติ คณะวิทยาการจัดการ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกันกับ Paris School of Technology and Business (PST&B) สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในการร่วมพัฒนาหลักสูตร และจัดการเรียนการสอนร่วมกัน

ผศ.ดร. สมพิศ กล่าวต่อไปว่า การเรียนในหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาธุรกิจและเทคโนโลยี (หลักสูตรนานาชาติ) นักศึกษาสามารถจบการศึกษาได้ภายใน 3 ปี และได้รับปริญญาตรี 2 ใบ จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ Paris School of Technology and Business สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยจะได้รับความรู้ความเข้าใจทางด้านการจัดการธุรกิจและเทคโนโลยี หลักสูตรสอนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนี้จะสามารถทำงานได้ทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ และสามารถทำงานร่วมกับชาวต่างชาติได้ พร้อมกันนี้นักศึกษายังมีโอกาสในการเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยนที่สาธารณรัฐฝรั่งเศสเป็นเวลา 1 เทอม ซึ่งนักศึกษาสามารถใช้สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้จากสถาบันร่วมและยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรม พร้อมยังเป็นการเพิ่มประสบการณ์ระดับนานาชาติให้แก่นักศึกษาในหลักสูตรอีกด้วย

รร.บ้านใหม่เจริญผลฯ สืบสานเศรษฐกิจพอเพียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663062

รร.บ้านใหม่เจริญผลฯ สืบสานเศรษฐกิจพอเพียง

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกฤษณธรรม ถาพันธุ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่เจริญผลพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) นำนักเรียนศึกษาและเรียนรู้ทักษะการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์การเรียนรู้วัดใหม่เจริญผล ตำบลหนองจิก อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เพื่อให้นักเรียนได้มีทักษะในการดำรงชีวิต อยู่อย่างพอเพียง
โดยได้เรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การปลูกข้าว การทอพรมเช็ดเท้าการสานสุ่มไก่ การทำไม้กวาดดอกหญ้า   

นักวิจัย ม.กาฬสินธุ์ ใช้ ‘ดีเอ็นเอบาร์โค้ด’ แยกชนิดปลาที่ทำปลาร้าเขื่อนลำปาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663070

นักวิจัย ม.กาฬสินธุ์ ใช้ ‘ดีเอ็นเอบาร์โค้ด’  แยกชนิดปลาที่ทำปลาร้าเขื่อนลำปาว

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.สันต์ นามตะคุ รองคณบดีงานบริการการศึกษาและวิจัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เล่าถึง ที่มางานวิจัย การประยุกต์ใช้ดีเอ็นเอบาร์โค้ดเพื่อการจำแนกชนิดปลาวัตถุดิบ ปลาร้าเขื่อนลำปาว ว่า การแปรรูปปลาเป็นผลิตภัณฑ์ปลาร้าองค์ความรู้ที่สำคัญคือการจำแนกชนิดปลาที่นำมาเป็นวัตถุดิบปลาร้า ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าการประยุกต์ใช้ดีเอ็นเอบาร์โค้ดเพื่อการจำแนกชนิดปลาวัตถุดิบปลาร้าเป็นการศึกษาวิจัยที่จะช่วยให้เกิดการจำแนกชนิดปลา เป็นการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งการใช้เป็นเครื่องหมายโมเลกุล (molecular marker)

สำหรับการระบุสปีชีส์ของปลาวัตถุดิบผลิตปลาร้าจากเขื่อนลำปาวนั้น ข้อมูลที่ได้จะทำให้ทราบถึงแบบแผนของความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลาในเขื่อนลำปาว ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนบริหารจัดการปลาของเขื่อน ตลอดจนสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกให้ผู้ประกอบอาชีพประมง และคนในชุมชนแวดล้อมเขื่อนลำปาว ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรปลาอย่างยั่งยืน

การวิจัยพบว่า ปลาที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตปลาร้าที่ได้จากบริเวณพื้นที่แวดล้อมเขื่อนลำปาว มีทั้งหมด 38 สปีชีส์ จำแนกเป็นปลาเกล็ด 25 สปีชีส์ จำนวน 186 ตัวอย่าง และปลาหนัง 13 สปีชีส์ จำนวน 86 ตัวอย่าง โดยเก็บรวบรวมตัวอย่างปลาจากสะพานปลารอบๆ เขื่อน มาทำการสกัดดีเอ็นเอจากตับของปลา และวิเคราะห์ความแปรผันทางพันธุกรรม เพื่อหาค่าสายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการตรงกับที่ชาวบ้านระบุหรือไม่โดยการตรวจความแม่นยำนั้น ค่าเฉลี่ยของปลาและชนิด จะอยู่ที่ประมาณ 97% ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพในการตรวจอย่างมาก โดยขณะนี้ทีมวิจัยได้ถ่ายทอดข้อมูลสู่ชุมชน ซึ่งได้รับการตอบที่ดีทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักชื่อที่เป็นทางการของปลาแต่ชนิดมากขึ้น

ผศ.ดร.สันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เครื่องหมายทางพันธุกรรมดีเอ็นเอบาร์โค้ดสามารถใช้ในการระบุสปีชีส์ของปลาวัตถุดิบผลิตปลาร้าเขื่อนลำปาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สายลำดับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอบาร์โค้ดที่รายงานในผลการวิจัยครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่นำไปสู่การศึกษาเชื่อมโยงสปีชีส์ของปลาน้ำจืดทั่วไปได้ โดยการศึกษาปลาน้ำจืดต่อไปในอนาคต ควรแยกศึกษาตามกลุ่มของอันดับ (Order) หรือวงศ์(Family) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องหมายทางพันธุกรรมดีเอ็นเอบาร์โค้ด

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 4 เหรียญเงิน มวยปลํ้าระดับประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663067

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 4 เหรียญเงิน  มวยปลํ้าระดับประเทศ

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเจษฎา แสงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพรม เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านน้ำพรม ได้ส่งนักกีฬามวยปล้ำเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬามวยปล้ำและมวยปล้ำชายหาด ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2565 ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ครั้งแรก สามารถคว้า 4 เหรียญเงิน โดยชัยชนะครั้งนี้มาจากการฝึกสอนของนายพรเทพ วงศ์ประดิพัทธ์ อดีตนักกีฬามวยปล้ำทีมชาติไทย และ นายภิญโญ โออุไร ซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านน้ำพรม

โรงเรียนบ้านน้ำพรม เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และมีนักเรียนโรงเรียนบ้านป่ามะกรูด มาเรียนรวม เป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ท่ามกลางภูเขาล้อมรอบ นักเรียนส่วนใหญ่ ไม่รู้จักกีฬามวยปล้ำ ดีนัก ครูพรเทพ จึงได้จัดตั้งชมรมกีฬามวยปล้ำ โดยได้ฝึกซ้อมนักกีฬามวยปล้ำ มาประมาณ14 วัน และทราบข่าวมีการแข่งขันกีฬากีฬามวยปล้ำและมวยปล้ำชายหาดชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2565 ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงได้ส่งนักกีฬามวยปล้ำ จำนวน 11 คน เข้าร่วมการแข่งขันในระหว่างวันที่ 11-18 มิถุนายน 2565 โดยได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ผู้นำชุมชน คณะครูและ ผู้ใหญ่ใจดีอีกหลายท่าน เพื่อเป็นเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกความสามารถและเป็นประสบการณ์ในการแข่งขัน ผอ.โรงเรียนบ้านน้ำพรม กล่าว

ผลการแข่งขัน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 4 รุ่น 4 เหรียญเงิน ดังนี้ 1.ด.ช.อนุชิต ศรีมหานาม ประเภท เกรกโก – โรมัน – ชาย รุ่นน้ำหนัก 62 กก. รุ่นอายุไม่เกิน15 ปี 2. นายนพคุณ อุดหนุน ประเภทเกรกโก – โรมัน – ชาย รุ่นน้ำหนัก 38 กก. รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี 3.ด.ช.รัฐศาสตร์ พรหมทอง ประเภท Touch Wrestling – ชาย รุ่นน้ำหนัก 35 กก. รุ่นอายุไม่เกิน11 ปี (พิเศษ) 4.ด.ช.โฆษิต จันดา ประเภทฟรีสไตล์ – ชาย รุ่นน้ำหนัก 28 กก. รุ่นอายุ 13 ปี

ม.ศรีปทุม อบรม ‘เมนูเบเกอรี่อบ’ ครู รร.บางบัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663063

ม.ศรีปทุม อบรม ‘เมนูเบเกอรี่อบ’ ครู รร.บางบัว

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดอบรม “โครงการเบเกอรี่สร้างรายได้เสริมอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง” ครั้งที่ 2 ให้แก่คณะครูโรงเรียนบางบัว (เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร) นำโดย คุณครูสุภาวดี อึ้งพานิช ผู้อำนวยการโรงเรียนบางบัว พร้อมคณะครู เข้าร่วมการอบรมรวม 25 คน โดยมี อาจารย์ณัฐกฤตา นันทะสิน อาจารย์วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ SPU เป็นอาจารย์พี่เลี้ยงถ่ายทอดความรู้ตลอดจนเทคนิคต่างๆ และมีทีมนักศึกษาของวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการเป็นผู้ช่วยสอน ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม.(บางเขน)

ซีพี ออลล์-เซเว่น จับมือ 10 พันธมิตร สร้างจัดการขยะที่ใหญ่ที่สุดในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663065

ซีพี ออลล์-เซเว่น จับมือ 10 พันธมิตร  สร้างจัดการขยะที่ใหญ่ที่สุดในไทย

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประสิทธิ์ ฉกาจธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับอีก 10 องค์กร ร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายต้นกล้าไร้ถัง ต่อยอดให้กลายเป็นภาคีด้านการจัดการขยะที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศการจัดการขยะครบวงจรตั้งแต่ ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ภาคีฯดังกล่าว ขยายผลความสำเร็จโครงการต้นกล้าไร้ถังของโรงเรียนอนุบาลทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการ CONNEXT ED ซึ่งสามารถช่วยกันปลูกฝังเยาวชนในโรงเรียนให้ช่วยกันลด ละ เลิกการใช้สิ่งที่สามารถกลายมาเป็นขยะ คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางนำสิ่งที่คนมองว่าเป็นขยะ มารียูส รีไซเคิล จัดการเป็นวัสดุอินทรีย์ สร้างรายได้กลับสู่โรงเรียน จนสามารถลดปริมาณขยะจากเดือนละ 15 ตัน เหลือเพียงเดือนละ 2 กิโลกรัม และที่ผ่านมา ได้มีการขยายเครือข่าย ให้โรงเรียน CONNEXT ED นำไปปฏิบัติแล้วจำนวน 2 รุ่น หรือมากกว่า 153 โรงเรียน กำลังขยายสู่รุ่นที่ 3 ในปีนี้เพิ่มอีก 47 โรงเรียน รวมถึงมีโรงเรียนและชุมชนนอก CONNEXT ED อีก 243 แห่ง

“ความร่วมมือและการขยายภาคีครั้งนี้นำไปสู่การสร้าง 3 อย่าง คือ 1.ภาคีเครือข่ายด้านการจัดการขยะที่แข็งแกร่งที่สุด 2.ระบบนิเวศการจัดการขยะที่ครบวงจรที่สุด และ 3.Green Learning Network ที่รวบรวมทั้งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน คนในชุมชน มาเรียนรู้ด้านการจัดการขยะร่วมกัน เราตั้งเป้าว่าจะเจรจากับพันธมิตร CONNEXT ED รายอื่นๆ
ขยายผลการจัดการขยะตามโมเดลต้นกล้าไร้ถังไปสู่โรงเรียน CONNEXT ED ทั้งหมด 5,567 โรงเรียน และเปิดให้โรงเรียนและชุมชนอื่นๆ ที่สนใจมานำโมเดลไปใช้ ลดปริมาณขยะและมลภาวะอย่างยั่งยืนทุกพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่ต้นทาง โดยซีพี ออลล์ จะช่วยเป็นแกนกลาง สนับสนุนงบประมาณ และประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง” นายประสิทธิ์กล่าว

นักวิจัยจุฬาฯ สุ่มตรวจเครื่องดื่มกัญชา พบสาร THC เกินกำหนด 30%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663071

นักวิจัยจุฬาฯ สุ่มตรวจเครื่องดื่มกัญชา  พบสาร THC เกินกำหนด 30%

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แพทย์และนักวิจัยด้านสารเสพติดหลายคน กังวลถึงผลกระทบของสารTHC ในกัญชา หากผู้บริโภคได้รับในปริมาณที่สูงและอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของสมอง เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า จิตเภท หลอดเลือดหัวใจ และมะเร็งอัณฑะ เป็นต้น ข้อมูลจากการประชุมวิชาการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) เพื่อการพัฒนาศักยภาพการวิจัย และนักวิชาการการเสพติด ครั้งที่ 9 ที่ผ่านมา เผยว่า คนไทยที่ใช้กัญชามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ เกือบเท่าตัว โดยผลสำรวจล่าสุดปี 2564 มีคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ใช้กัญชา จำนวนประมาณ 1.89 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.3% เทียบกับผลสำรวจเมื่อปี 2563 ที่มีผู้ใช้กัญชาอยู่ที่ประมาณ1 ล้านคน

รองศาสตราจารย์ ดร.เกื้อการุณย์ ครูส่ง อาจารย์ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำร่องศึกษาวิจัยหาปริมาณสาร∆9-THC หรือ delta9-tetrahydrocannabidol ในเครื่องดื่มกัญชาที่จำหน่ายในร้านขายเครื่องดื่มทั่วไป โดยเก็บตัวอย่างจากที่ขายอยู่ทั่วไปในร้านขายเครื่องดื่มและคาเฟ่ต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร 30 กว่าตัวอย่าง มีทั้งเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ โซดา และประเภทที่ใส่นม โดยวิธีการตรวจสอบตัวอย่างเครื่องดื่มนั้นใช้วิธีมาตรฐานระดับสากลที่ใช้ตรวจหาสาร ∆9-THC ในอาหาร พบว่าส่วนใหญ่ใช้ในปริมาณที่ไม่เกินจากที่สาธารณสุขกำหนดแต่ราว 30% พบว่ามีปริมาณสารดังกล่าวเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือแนะนำให้ไม่เกิน 0.015 มิลลิกรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งหากบริโภคแล้วจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้สาร ∆9-THC อย่างไรก็ตาม งานวิจัยไม่สามารถเปิดเผยหรือระบุว่าเครื่องดื่มใด จากร้านใด มีปริมาณสาร ∆9-THC เท่าใด แต่อาจนำเสนอในรูปแบบรายงานของ ศศก. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับงานด้านนโยบายต่อไปในอนาคต

“สื่อหรือโฆษณาต่างๆ มักพูดถึงแต่ข้อดีของกัญชา ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ทางสันทนาการ หรือนำมารักษาโรค โดยลืมไปว่าผลเสียของกัญชาก็ยังคงมีอยู่ แพทย์หลายท่านก็ออกมาเตือนด้วยว่าไม่ให้เด็กรับประทานโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลต่อระบบประสาท สมองและพัฒนาการของเด็ก รวมทั้งจิตแพทย์ก็ชี้ว่าสาร ∆9-THC ในกัญชามีผลต่อสุขภาพจิต สมาธิ และเรื่องของภาวะอารมณ์ด้วย หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรออกมาตรการควบคุมในเรื่องกัญชาในเครื่องดื่ม และสื่อสารแก่ประชาชนให้ครอบคลุมทั้งคุณและโทษของกัญชา” รศ.ดร.เกื้อการุณย์ กล่าว

‘พระแจ้’อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รุดขอขมา’พระพยอม’ถึงวัดสวนแก้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663154

'พระแจ้'อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รุดขอขมา'พระพยอม'ถึงวัดสวนแก้ว

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.16 น.

“พระแจ้”นำพานพุ่มรุดไปขอขมา”พระพยอม” อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์หลังออกมาไลฟ์สดท้าทายให้คนระดับดอกเตอร์มาสักยันต์แข่ง จนต่อตำหนิถึงความไม่เหมาะสม

27 มิถุนายน 2565 จากกรณีพระตะวัน อิทฺธิโชโต หรือ พระแจ้ วัดน้อมประชาสรรค์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา บวชเป็นพระได้ 3 พรรษาออกมาไลฟ์เฟซบุ๊กท้าทายให้คนระดับดอกเตอร์มาสักยันต์แข่ง จนต่อมาถูกพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาตำหนิถึงความไม่เหมาะสมเนื่องจากบวชเรียนพรรษายังน้อย แต่เที่ยวอวดตัวข่มคนอื่นนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้ว ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับทาง พระพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เปิดเผยว่า ถ้าพูดถึงพระแจ้อาตมาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน วันนี้พระสงฆ์ผู้ใหญ่จากอยุธยาพาพระแจ้มาหา เอาพานพุ่มมาถวายบอกว่าที่เป็นข่าวออกไปรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนจึงแนะว่าบัณฑิตถ้ารู้จักผิดแล้วแก้ไขก็จะเป็นบัณฑิตอยู่ดี แต่ถ้าผิดไม่รู้ผิดก็จะเสียหาย ถ้าพระแจ้ไม่ดื้อ ก็สิ่งที่ทำเป็นไสยศาสตร์ก็ขอให้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาร่วมด้วยจะดีกว่า จะได้ไม่มีใครมาตำหนิติเตียนท่าน ตนก็พูดอะไรไม่ได้เยอะ เพราะมีญาติโยมเข้ามาที่วัดเยอะมาก

“อาตมาจึงฝากเตือนพระแจ้ไปว่าให้นำหลักคำสอนพุทธศนาเข้าแทรกมากกว่าการให้ของขลังกับญาติโยม อย่าเสียหลักแล้วได้ฤทธิ์ จะต้องได้ทั้งสองอย่างถึงจะมีประโยชน์ต่อการบวช พระแจ้ก็ไม่ได้ผิดไปทุกอย่างเพราะทางอยุธยามีเกจิชื่อดังหลายที่หลายท่านอย่างเช่นหลวงพ่อกวย ถ้าพระแจ้มามีชื่อเสียงในสายนี้ เอาความเคารพนับถือศรัทธามาเป็นตัวอย่างจะต้องมีปัญญาร่วมด้วยถึงจะไปได้ดี ไม่ใช่เอาความลุ่มหลงศักดิ์มาเป็นตัวตั้ง  เพราะพระสมัยนี้หาความเลื่อมใสยากมาก ถ้าได้ให้หลักธรรมมากขึ้นจะมีประโยชน์ สุดท้ายอยากให้พระแจ้อย่าไปร้อนวิชา จะเป็นการเหลิง หรือหาทำอะไรที่แปลกประหลาด สติปัญญาเท่านั้นที่สำคัญที่สุด”พระพยอม กล่าว

วช. เปิดตัว’นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ปี 65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663102

วช. เปิดตัว'นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ' สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ปี 65

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.30 น.

วช. เปิดตัว นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2565 จากแนวคิด “เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต Blockchain ”

วันที่ 27 มิถุนายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2565 ครั้งที่ 8 เปิดตัวนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2565 “รองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์  วิริยสิทธาวัฒน์” แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต Blockchain ” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานฯ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. กิจกรรม “NRCT Talk  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 ครั้งที่ 8” จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจของนักประดิษฐ์ และนักวิจัยในอันที่จะพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่าง ๆ โดยในปีนี้ วช. ได้มอบรางวัลให้กับ รองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์  วิริยสิทธาวัฒน์ แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2565 ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์ฯ ได้อุทิศตนเพื่องานวิจัยอย่างต่อเนื่องและขับเคลื่อนยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม ด้าน IT เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากเพื่อทำให้เกิดผลงานที่มี Impact สูงทางสังคมและเศรษฐกิจ สร้างองค์ความรู้พื้นฐานทางวิชาการ ตอบโจทย์ท้าทายสำคัญทางสังคม 

รองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์  วิริยสิทธาวัฒน์ กล่าวว่า ในโลกยุคปัจจุบันที่การดำเนินงานต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สร้างความท้าทายให้กับองค์กรในการพัฒนากระบวนการธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี “บล็อกเชน (Blockchain) และ IoT” บล็อกเชน คือ เทคโนโลยีการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเป็นรูปแบบการบันทึกข้อมูลที่ใช้หลักการร่วมกับกลไกโดยข้อมูลที่ถูกบันทึกในระบบบล็อกเชนนั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแก้ไขได้ ช่วยเพิ่มความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของข้อมูลมีความโปร่งใสเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถสร้างระบบที่ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง และ IoT หรือ Internet of Things การเชื่อมโยงของอุปกรณ์อัจฉริยะสามารถเชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลถึงกันได้ด้วยอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องป้อนข้อมูล สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักคือพัฒนากระบวนการธุรกิจให้เป็นแบบอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย มีความเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น รวดเร็วและใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 

โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศเศรษฐกิจดิจิทัลยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการบริการในอนาคต การต่อยอดความรู้ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี บล็อกนมเข้ามามีส่วนช่วยในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย ปลอดภัย รวดเร็ว และลดต้นทุน รองรับกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ในโลกอนาคตก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีในการพัฒนา สังคม เศรษฐกิจ ของประเทศต่อไป

ทั้งนี้สำหรับกิจกรรม “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565” ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมผ่านสื่อมวลชน ตลอดจนการผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้น กิจกรรม ภารกิจ และผลการดำเนินงาน ของ วช. เพื่อให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานและกิจกรรมของ วช. ไปสู่ชุมชนและสาธารณชนเพื่อให้ได้ทราบและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป

ศธ.ฮึ่ม!ล่า‘แก๊งตกเบ็ด’ตุ๋นสอบผอ.ศึกษา แฉอ้างผู้ใหญ่ช่วยได้-รีด3ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662985

ศธ.ฮึ่ม!ล่า‘แก๊งตกเบ็ด’ตุ๋นสอบผอ.ศึกษา แฉอ้างผู้ใหญ่ช่วยได้-รีด3ล้าน

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.20 น.

‘บิ๊กก.ค.ศ.’ แจ้งความ หลังถูก‘แก๊งตกเบ็ด’อ้างชื่อวิ่งเต้นช่วยสอบผอ.เขตฯ ‘อัมพร’แฉเรียกหัวคิว 2-3 ล้าน เร่งหาตัว จ่อไล่ออก-ฟันอาญา

27 มิถุนายน 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามประกาศ รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) แทนตำแหน่งว่าง 13 อัตรา สมัครวันที่ 1-7 กรกฎาคม ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 12 กรกฎาคม  สอบข้อเขียน ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานใน และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องและการนำไปใช้ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

วันที่ 24 กรกฎาคม ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก วันที่ 1 สิงหาคม  สอบประเมินภาค ข และ ภาค ค วิสัยทัศและแนวทางการพัฒนาเขตพื้นที่การศึกษา วันที่ 22-28 สิงหาคม 2565 และสอบสัมภาษณ์ วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ประกาศผลการคัดเลือก วันที่ 5 กันยายน

นายอัมพร ระบุว่า ขณะนี้พบว่ามีผู้แอบอ้างว่าข้าราชการระดับสูงระดับ 10 และ 11 หรืออดีตข้าราชการระดับสูงใน ศธ. จะช่วยเหลือให้เป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯได้ หากใครอยากเป็นต้องจ่ายค่าวิ่งเต้น ประมาณ 2-3 ล้านบาท

“การสอบผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงและอดีตผู้บริหารศธ. หลายคน ถูกแอบอ้างซึ่งทราบว่าบางคนที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างได้ไปแจ้งความไว้แล้ว ส่วนผมเองยังไม่ชื่อว่าถูกแอบอ้าง จึงยังไม่ได้มีการดำเนินการ ทั้งนี้โดยความเป็นจริง ไม่มีใครช่วยใครได้ เป็นการตกเบ็ดอย่างไปหลงเชื่อ หากใครรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ทุจริต หรือมีเบาะแสใด สามารถแจ้งมาที่ผม ปลัดศธ. และนายประวิต เอราวรรณ์  เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ทันที” นายอัมพร กล่าว

นายอัมพร กล่าวอีกว่า การสอบครั้งนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. เน้นย้ำให้ดำเนินการจัดสอบให้มีความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกคน เพราะอยากได้คนเก่ง คนดีมาทำงาน อีกทั้งกรรมการจัดสอบฯ ทุกคนได้มีการหารือ และเพื่อหาทางป้องกัน และตัวกรรมการฯเองก็ไม่มีใครเปิดช่อง ให้ใครสามารถดำเนินการทุจริตได้

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนการคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียน อยู่ระหว่างนอหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มีรัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธานให้ความเห็นชอบ ปลายเดือนนี้ คิดว่าไม่มีปัญหา หากคณะกรรมการก.ค.ศ.เห็นชอบแล้ว ก็สามารถดำเนินการคัดเลือกได้ทันที    

ด้านนายประวิต กล่าวว่า มีผู้นำชื่อตนไปแอบอ้างจริง โดยมีคนโทรมาบอกตนว่า มีผู้ไปแอบอ้างชื่อ และบอกกับผู้ที่จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสสาน  ว่า ถ้าอยากเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯให้ติดต่อผ่านผู้ที่แอบอ้าง เพราะเข้านอกออกในศธ. รู้จักตนและผู้ใหญ่ในศธ. เป็นอย่างดี สามารถติดต่อช่วยเหลือได้

“ทันทีที่ทราบเรื่องตนไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา และให้มีการหาข้อมูลผู้แอบอ้าง เบื้องต้นยังไม่ทราบว่า เป็นใคร แต่ส่วนตัวรู้สึกรังเกียจเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ใครมีเบาะแสการทุจริต สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่ตน หรือสพฐ. โดยตรง หากพบว่าเป็นข้าราชการ มีทั้งคดีอาญา และมีโทษทางวินัยถึงขั้นไล่ออก” นายประวิต กล่าว