ศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 7 เชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคม้าในกิจกรรมอาชาบำบัดให้กับเด็กพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662325

ศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 7 เชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคม้าในกิจกรรมอาชาบำบัดให้กับเด็กพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.00 น.

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 ขอเชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคซื้อม้า หรือม้าให้เด็กพิเศษเพื่อทดแทนม้าตัวเดิมที่เสียชีวิตไปทั้งโรงเรียนเหลือเพียง 1 ตัวเท่านั้นทางสถานศึกษาขาดงบประมาณในการจัดซื้อที่ต้องหาม้าตามกิจกรรมอาชาบำบัดให้กับน้องๆพิเศษ มาฝึกสมาธิและพัฒนาร่างกายเป็นประจำทุกวัน

นางสาวกัญญาณัฏฐ์ ผ่านไกร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก มีเด็กนักเรียนที่เป็นผู้บกพร่อง หรือเด็กพิเศษจำนวน 50 คนมีตั้งแต่ระดับเตรียมความพร้อมจากแรกเกิดถึง 5 ขวบ ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 ได้มีการนำกิจกรรมอาชาบำบัดมาเพื่อให้น้องนักเรียนได้มีการกระตุ้นการพัฒนาการเด็กพิเศษในด้านการเคลื่อนไหว ความรู้สึกและการรับรู้ความเข้าใจด้านการเข้าสังคมและด้านสุขภาพร่างกายและสามารถช่วยในการรับรู้สัมผัส เสริมสร้างสมาธิ สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี โดยการสัมผัสที่อบอุ่น ปลอดภัยและเป็นมิตร เพิ่มแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ และยังช่วยสร้างสัมพันธภาพและการตอบสนองอารมณ์อีกด้วย

การใช้อาชาบำบัด ยังก่อให้เกิดผลดีต่อกลุ่มเด็กพิเศษ และกลุ่มที่มีความผิดปกติด้านระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เช่น โรคสมองพิการ นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้การบำบัดกลุ่มเด็กออทิสติก ที่มีปัญหาทางด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า การใช้อาชาบำบัด ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะการอยู่หลังม้าได้ดี จะต้องมีการทรงตัวที่ดี ทำให้เกิดสมาธิในการอยู่กับม้าของนักเรียนดีขึ้น

นางสาวกัญญาณัฏฐ์ ผ่านไกร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 กล่าวอีกว่า เดิมทีม้าที่ใช้ในกิจกรรมอาชาบำบัดของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 นั้นได้รับการบริจาคมาจำนวน 3 ตัว แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปม้า ได้เสียชีวิตไปแล้ว 2 ตัว เหลือเพียง 1 ตัวเท่านั้น ทำให้ไม่เพียงพอต่อการบริการนักเรียนทุกคน เนื่องจากการบริการอาชาบำบัด ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 30-45 นาที/ครั้ง/คน ซึ่งการเหลือม้าเพียงตัวเดียวอาจทำให้ม้าต้องเดินมากขึ้นไปด้วย 

ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จึงรับบริจาคจากผู้ใจบุญ ร่วมบริจาคม้า หรือ ทุนทรัพย์ในการจัดซื้อม้า จากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อทดแทนม้าตัวเดิมที่เสียชีวิตไป อีกทั้งเพื่อให้เพียงพอต่อกิจกรรมบำบัด ให้บริการนักเรียนที่พิการที่มารับบริการในแต่ละวัน ซึ่งทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษาเขต 7 ตั้งเป้าหมายไว้ต้องการหาม้ามาบริการนักเรียน จำนวน 4 ตัวเท่านั้น คาดว่าราคาตัวละประมาณ 30,000-50,000 บาท

โดยสามารถบริจาคทุนทรัพย์ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ บัญชี “การศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต7” เลขที่ 644-1-18718-3 สาขาถนนสิงหวัฒน์ หรือ สอบถามได้ที่เบอร์โทร 055-906074 ตามวันเวลาราชการ

‘กนกวรรณ’เปิดใจหลังพ่อถูกจับคดีรุกป่า ขอบคุณทุกกำลังใจ ยังไม่ปริปากไขก๊อกหรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662226

‘กนกวรรณ’เปิดใจหลังพ่อถูกจับคดีรุกป่า ขอบคุณทุกกำลังใจ ยังไม่ปริปากไขก๊อกหรือไม่?

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.06 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่ห้องประชุมบุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ฐานสนับสนุนให้มีการออกโฉนดรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีกระแสกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ว่า ตนขอขอบคุณในทุก ๆกำลังใจ และจะทำหน้าที่ในทุกๆวันให้ดีที่สุด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการนัดแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่าจะให้นางกนกวรรณ รวบรวมข้อมูลเพื่อแถลงข่าวในเรื่องที่เกิดขึ้น นางกนกวรรณ กล่าวว่า ตนต้องขอปรึกษากับฝ่ายกฏหมายก่อน และกำลังดูว่าช่วงเวลาใดจึงจะเหมาะสมอย่างใด ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฏหมายเดินทางไปต่างประเทศ รอให้ฝ่ายกฏกมายกลับมาก็จะมาหารือถึงแนวทางที่เหมาะสมในการชี้แจงต่อไป

ถามว่าได้คุยเรื่องนี้กับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นางกนกวรรณ กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ท่านหัวหน้าพรรคก็ให้กำลังใจ  และทางพรรคก็ให้กำลังใจ เราก็จะไม่พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับพรรค

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ได้พูดคุยกับนายสุนทร วิลาวัลย์ (คุณพ่อ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือยัง หลังถูกตำรวจจับกุมตัว  นางกนกวรรณ กล่าวว่า ยังไม่ได้เจอกัน ท่านป่วยข้อเข่าเสื่อมมานาน ถ้าได้กลับบ้านไปเที่ยวนี้ก็จะกลับไปดูแลท่าน และยังไม่ได้คุยกับท่านถึงเรื่องเกี่ยวกับคดีกับคุณพ่อเลย เพราะยังไม่เจอท่านเลย ก็คิดถึงท่านมาก

หลังจากที่สัมภาษณ์จบแล้ว นางกนกวรรณพูดคุยกับนักข่าวว่า ขอบคุณทุกกำลังใจ และจะตั้งใจทำงานต่อไป

สธ.ยืนยัน 10 ผู้ป่วยต้องสงสัยในไทย ตรวจไม่พบ’เชื้อฝีดาษลิง’ สั่งเฝ้าระวังคัดกรองเข้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662193

สธ.ยืนยัน 10 ผู้ป่วยต้องสงสัยในไทย ตรวจไม่พบ'เชื้อฝีดาษลิง' สั่งเฝ้าระวังคัดกรองเข้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.56 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรายงานจากด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ และจากโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชน พบผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษลิงรวม 10 ราย ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ และตรวจไม่พบเชื้อฝีดาษลิง โดยในจำนวนนี้ 6 ราย ได้รับการยืนยันการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลพบเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus type 1) และทั้ง 6 ราย มีประวัติเชื่อมโยงกับการซ้อมมวยในสนามฝึกซ้อมมวย ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และกระบี่ และอีก 4 ราย เป็นโรคติดเชื้อที่ผิวหนัง

ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ได้ประสานให้คำแนะนำสนามฝึกซ้อมมวยที่พบผู้ป่วยทุกแห่ง ให้ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ฝึกซ้อมและสถานที่เป็นประจำ หากผู้ที่มาฝึกซ้อมมวยมีอาการป่วย โดยเฉพาะมีผื่น หรือตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนอง ให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางและร่วมกิจกรรมเสี่ยง รวมถึงเน้นย้ำให้บุคลากรทาง การแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ช่วยกันเฝ้าระวังการระบาดของโรคไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ในพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษลิงในประเทศไทย

ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา สธ. กล่าวว่า ในการสอบสวนโรคเบื้องต้น สำหรับผู้ป่วยสงสัยรายล่าสุด ทางศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรณีฝีดาษลิงได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 65 พบผู้ป่วยสงสัย เพศชาย อายุ 21 ปี อาชีพนักมวย ชาวออสเตรเลีย มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 65 มีประวัติได้ไปซ้อมมวยที่สนามฝึกซ้อมมวยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี เริ่มมีไข้ ไอ เจ็บคอ และเริ่มมีผื่นแดง ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง บริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยืนยันตรวจไม่พบเชื้อฝีดาษลิง โดยขณะนี้ กำลังเร่งตรวจหาสาเหตุของโรค เน้นย้ำว่า โรคฝีดาษลิงติดต่อได้ยากกว่าโรคโควิด-19 เพราะต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยระยะแพร่เชื้อ ซึ่งเป็นระยะที่ปรากฏอาการแล้ว เช่น มีไข้ ตุ่มหนองตามผิวหนัง

สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษลิงทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.-22 มิ.ย. 65 พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 3,157 ราย จากทั้งหมด 45 ประเทศ สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษลิงรายแรกในประเทศสิงคโปร์ เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ชาวอังกฤษ อายุ 42 ปี มีประวัติเดินทางมาสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย. 65 และกลับมาอีกครั้งวันที่ 19 มิ.ย. 65 เริ่มมีอาการปวดศีรษะ วันที่ 14 มิ.ย. และมีไข้วันที่ 16 มิ.ย. อาการหายไปแล้วมีผื่นขึ้นวันที่ 19 มิ.ย. จึงเข้ารับการตรวจทาง tele-consultation ในคืนวันนั้น ถูกส่งตัวไปสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NICD) และตรวจพบเชื้อวันที่ 20 มิ.ย.

ทั้งนี้ เมื่อทำการค้นหาผู้สัมผัส (contact tracing) พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 13 ราย อยู่ระหว่างการกักตัว 21 วัน และผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำอีก 2 ราย อยู่ระหว่างติดตามอาการป่วยทุกวันเป็นเวลา 21 วัน ซึ่งนับเป็นผู้ป่วยติดเชื้อมาจากพื้นที่อื่น (imported case) ที่ทางหน่วยงานด้านสาธารณสุขสิงคโปร์ ดำเนินการควบคุมโรค และประเมินเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติไปในสถานที่เดียวกับผู้ป่วยยืนยันด้วย

ม.ศรีปทุม อบรมกฎหมาย ระดับประกาศนียบัตรระยะสั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662039

ม.ศรีปทุม อบรมกฎหมาย  ระดับประกาศนียบัตรระยะสั้น

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.ชาญชัย แสวงศักดิ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด มอบประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ ผู้ผ่านอบรม หลักสูตรประกาศนียบัตรทางกฎหมายปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครองและคดีปกครอง มหาวิทยาลัยศรีปทุม รุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4 (ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง) ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2565

อาจาย์กุศล สังขนันท์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านกฎหมาย กล่าวว่า หลักสูตรนี้ใช้เวลาศึกษารวม 8 เดือน มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตนักกฎหมายในระดับประกาศนียบัตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีทักษะในการปรับใช้กฎหมาย (Application) และนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ทางกฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครองและคดีปกครองให้แก่ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่ ก.พ. รับรองของมหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย (Legal Profession) ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้นและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่ปฏิบัติงานในภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการทำงานแต่ยังขาดความรู้ในทางวิชาการ (Academic Knowledge) จะได้นำความรู้มาปรับใช้ในการแก้ปัญหา ให้ประสบผลสำเร็จในการทำงานต่อไป

ศึกษาดูงาน ITA KRS PMQA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662040

ศึกษาดูงาน ITA KRS PMQA

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 พร้อมด้วย รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประธานเครือข่ายคุณภาพการศึกษา และบุคลากร ไปศึกษาดูงานที่ สพป.สุพรรณบุรี เขต 1 ตามโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) โดยมี ดร.ไพศาล ปันแดน ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 1 พร้อมบุคลากรให้การต้อนรับ และบรรยายพิเศษการบริหารจัดการการประเมิน ITA KRS PMQA พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำมาปรับปรุง เป็นแนวทางในการยกระดับผลการประเมินของสำนักงานเขตพื้นที่ และโรงเรียนในสังกัด

นักวิจัยจุฬาฯสร้างแอป‘DMIND’ ใช้ AI คัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662037

นักวิจัยจุฬาฯสร้างแอป‘DMIND’ ใช้ AI คัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้าง “DMIND” นวัตกรรม AI คัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าในแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม ที่ให้ความแม่นยำ เข้าถึงง่าย ใช้สะดวก ช่วยลดภาระแพทย์และนักจิตวิทยาในการดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโรคซึมเศร้าจนนำไปสู่การฆ่าตัวตายในระดับที่น่ากังวล โดยในปี 2564 มีคนไทยอย่างน้อย 1.5 ล้านคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจำนวน 100 คน เข้าถึงการรักษาเพียง 28 คน และมีสถิติผู้พยายามฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6 คนต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้ที่ป่วยโรคซึมเศร้ามีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า และ 70%ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คาดการณ์กันว่าในอีก 18 ปีข้างหน้า จะส่งผลกระทบกลายเป็นภาระการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคนี้อันดับ 1 ของทั่วโลก

“DMIND เป็นเครื่องมือที่นำมาช่วยงานจิตแพทย์ คัดกรองว่าใครคือเคสเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือเป็นอันดับแรก คนที่มีอาการโรคซึมเศร้าเบาหน่อยค่อยมีการช่วยเหลือในลำดับต่อๆ AI จะประเมินลักษณะภาวะซึมเศร้าออกมาเป็นคะแนน หากคะแนนอยู่ในเกณฑ์สีเขียว คือยังอยู่ในภาวะปกติ สีเหลืองมีภาวะซึมเศร้า นักจิตวิทยาจะติดต่อกลับเพื่อให้คำปรึกษาภายใน 7 วัน และสีแดง หมายถึงภาวะซึมเศร้ารุนแรง นักจิตวิทยาจะติดต่อกลับภายใน 1-24 ชั่วโมง”พญ.โสฬพัทธ์กล่าว

ด้าน รศ.ดร.พีรพล เวทีกูล ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า DMIND ประกอบด้วย ส่วนสำคัญ 3 ส่วน ส่วนแรกคือตัวแอปพลิเคชั่นในหมอพร้อม เมื่อคนไข้เข้ามาใช้งาน เมื่อมีการพูดคุยกับคนไข้ผ่านแอปฯก็จะได้ข้อมูลออกมาเป็นไฟล์วีดีโอ และถูกส่งต่อไปให้ AI วิเคราะห์ในส่วนที่สอง และส่วนสุดท้ายคือ Web Baseที่แพทย์สามารถเข้ามาตรวจสอบย้อนหลังได้ หากมีผู้ใช้งานคนไหนที่ดูแล้วมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง ก็จะมีแพทย์หรือนักจิตวิทยาจากสายด่วนกรมสุขภาพจิตเข้าไปติดตามดูแล

ประชาชนทั่วไปสามารถใช้งานได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปในแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม เลือกส่วนใช้งาน “คุยกับหมอพร้อม (Chatbot)” เลือก “ตรวจสุขภาพใจ” เลือก “ตรวจสุขภาพใจกับคุณหมอพอดี” จากนั้นก็จะเป็นส่วนของการตอบแบบสอบถาม ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยคัดกรองและประเมินตัวเอง (ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่สะดวกใจที่จะใช้งานแบบต้องอัดเสียง เปิดกล้อง หรืออัดวีดีโอ) หากต้องการการประเมินเชิงลึก ผู้ใช้งานก็จะต้องอนุญาตให้มีการเปิดกล้องบันทึกเสียงและภาพเพื่อการประเมินและพูดคุยกับหมอพอดี (อวตาร์) โดยข้อมูลภาพและเสียงจะถูกเก็บเป็นความลับ

“จากสถิติที่ผ่านมาที่เรานำ DMIND เข้าไปช่วยคัดกรองเบื้องต้น ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทำให้สายด่วนฯ สามารถดูแลผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้ทันท่วงทีเป็นร้อยๆ เคส จากที่ได้ทดลองนำไปใช้ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 75% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับปริมาณคนไข้นับหมื่นรายที่ได้รับการคัดกรองโดย DMIND สามารถช่วยลดภาระงานของแพทย์ไปได้ค่อนข้างมาก และโครงการก็ยังมองหาหน่วยงาน โรงพยาบาล บริษัททางด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาร่วมพัฒนา หรือหากแพลตฟอร์มที่อยากจะนำ AI ตัวนี้ไปต่อยอดใช้งานต่อก็ยินดีเปิดรับ” รศ.ดร.พีรพล กล่าวทิ้งท้าย

จุฬาฯ ร่วม อว.รับบัณฑิตใหม่ เข้าโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662034

จุฬาฯ ร่วม อว.รับบัณฑิตใหม่ เข้าโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดลงทะเบียนออนไลน์บัณฑิตจบใหม่และประชาชนเข้าร่วมโครงการ U2T for BCG ซึ่งเป็นการรวมพลังของมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนกว่า 98 แห่ง ในพื้นที่ครอบคลุม 7,435 ตำบล 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากรายตำบลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมหลังโควิด-19 ด้วยเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) โดยจุฬาฯ รับผิดชอบดูแลนิสิตและประชาชนในพื้นที่ 69 ตำบลใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร น่าน ปัตตานี ยโสธร และสระบุรี

หลังจากได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะมีการลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของชุมชน เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและบริการ การส่งเสริมการขยายและการตลาด การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมูลค่าสูงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการการขนส่งและกระจายสินค้า เป็นต้น

การสมัครและคัดเลือกจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน 2565 ประกาศผลการคัดเลือกวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ผู้สนใจลงทะเบียนผ่านระบบการรับสมัครกลางของ อว. ทางเว็บไซต์ https://u2tbcg.com

กต.สหรัฐฯ หนุน ‘ธรรมศาสตร์’ เป็นศูนย์‘Cybersecurity’อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662033

กต.สหรัฐฯ หนุน ‘ธรรมศาสตร์’   เป็นศูนย์‘Cybersecurity’อาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.จิรพล สังข์โพธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกออนไลน์กลายเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงานของทุกการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) กลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องอุปกรณ์ ข้อมูล ตลอดจนทรัพย์สินทางดิจิทัลต่างๆ ที่มีโอกาสเสี่ยงตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์ และ มธ. ได้รับความไว้วางในการเป็นศูนย์กลางด้าน Cybersecurity สำหรับระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical Infrastructure) ของประเทศไทย และในประชาคมอาเซียน (ASEAN) ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (US Department of State) ผ่านห้องปฏิบัติการแห่งชาติแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ หรือ Pacific Northwest National Laboratory (PNNL) 

“เป้าหมายสำคัญของศูนย์นี้เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้ การให้คำปรึกษาและการอบรมให้แก่บุคลากรของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ระบบไฟฟ้า พลังงาน หรือระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ของประเทศไทย และประเทศในอาเซียน ในส่วนของความร่วมมือนี้ ธรรมศาสตร์จะดำเนินการใน 3 เรื่อง ได้แก่  สร้างทักษะด้าน grid cybersecurity ให้กับคณาจารย์ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดอบรม Pilot trainingให้กับหน่วยงานที่ดูแลระบบไฟฟ้าของประเทศใน ASEAN และดำเนินการพัฒนา business plan เพื่อให้ศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์ที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต และที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดการอบรม Thammasat-PNNL Cybersecurity Workshopเพื่อสร้างทักษะด้าน CybersecurityFramework for Electric Utilitiesด้วยเครื่องมือ Facility CybersecurityFramework (FCF)ให้แก่คณาจารย์ที่ผ่านการคัดเลือก และ PNNLจำนวน 23 คน เพื่อให้คำปรึกษาต่อหน่วยงานที่ดูและระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

รศ.ดร.จิรพล กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรของทั้งการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้วยรูปแบบของการจัดการความเสี่ยงและทรัพยากรความรู้ต่างๆ ที่พัฒนาโดย PNNLซึ่งจะช่วยให้การจัดการต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ของไทย และประเทศอาเซียนนั้นสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรงเรียนวัดกกแรต จัดไหว้ครู ด้วยวัตถุดิบประกอบอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662032

โรงเรียนวัดกกแรต จัดไหว้ครู ด้วยวัตถุดิบประกอบอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนาดล อินทรสูตรผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่าโรงเรียนวัดกกแรต โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 จัดกิจกรรมไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2565 ภายใต้แนวคิด ไหว้ครูด้วยใจ ได้กิน ได้ใช้ในโรงเรียน

สำหรับพานไหว้ครูของนักเรียนแต่ละชั้นเรียนจะใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารมาทำพานไหว้ครู อาทิ หอม กระเทียม วุ้นเส้น ปลากระป๋องเป็นต้น ซึ่งภายหลังเสร็จพิธีไหว้ครูจะนำวัตถุดิบเหล่านี้มาใช้ประกอบอาหารให้นักเรียนได้รับประทานเป็นอาหารกลางวัน นับเป็นแนวคิดของพานไหว้ครูแบบใหม่ที่นอกจากศิษย์จะได้แสดงความเคารพครูแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนได้อีกด้วย 

สอศ.จับมือ กฟผ.-4 มหาวิทยาลัย ร่วมปลูกป่าสร้างพื้นที่สีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662013

สอศ.จับมือ กฟผ.-4 มหาวิทยาลัย ร่วมปลูกป่าสร้างพื้นที่สีเขียว

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.09 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ดร.สุเทพ แก่นสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ วรยศ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วม ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ 4 มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ (forest ecosystem) โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนการเพาะพันธุ์กล้าไม้ และส่งเสริมการปลูกป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการปลูกและบริหารจัดการป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตรในการบำรุงรักษาป่าไม้ ณ กฟผ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ดร.สุเทพ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงาน 1 ใน 6 แห่ง ของโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งรับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในการน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” รวมถึงการปลูกจิตสำนึกให้แก่บุคลากร ครู และผู้เรียนอาชีวศึกษาให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สอศ.จะดำเนินการตามกิจกรรมของโครงการฯ เป็นศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ และส่งเสริมการปลูกป่า โดยเริ่มจากการปลูกป่าในพื้นที่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ ครู นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และชุมชนโดยรอบ ให้เห็นถึงความสำคัญและช่วยดูแลปกป้องรักษาป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ และเพื่อให้เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยมีสถานศึกษาเกษตรนำร่องดำเนินกิจกรรม จำนวน 4 แห่ง จาก 4 ภาค ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว และ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร และจะขยายผลไปยังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอื่นๆ ต่อไป

ด้าน นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลอด 54 ปีที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการดูแลเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม จากนโยบายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (EGAT Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ.2065 – 2070 ภายใต้หลักการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ

“โดยมีเป้าหมายในการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเพิ่มปริมาณการดูดทรัพย์การคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมมีเป้าหมายในการปลูกป่าปีละ 100,000 ไร่ ร่วมเป็นจำนวน 1,000,000 ไร่ ภายในระยะเวลา 10 ปี เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศทางบก ทางทะเลและชายฝั่ง เพิ่มศักยภาพการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีการใหม่ๆ ศึกษาอัตราการรอดของพืชพื้นดิน การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในดิน และศึกษาผลกระทบการเชิงสังคมกับการปลูกป่าชายเลน ยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตรและป่าไม้ และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เพาะพันธ์กล้าไม้ 4 ภาค ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในพื้นที่ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และส่งเสริมการเพาะพันธ์กล้าไม้ในชุมชนในพื้นที่ร่วมด้วย”

– 006