คณะผู้วิจัยได้คัดเลือกศูนย์ปฐมวัยต้นแบบ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 13 ศูนย์ มีครูปฐมวัยจำนวน 65 คน คณะผู้วิจัยทำการนิเทศติดตามให้คำแนะนำปรับปรุงการพัฒนาแผนรูปแบบ EF Guideline และการผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF นำไปสู่การใช้จัดกิจกรรมในชั้นเรียน และร่วมถอดบทเรียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นำไปสู่การประเมินผลคัดเลือก Best Practice
หลังจากได้รับการอบรมและนิเทศติดตาม ครูมีความเข้าใจในการเขียนแผนรูปแบบ EF Guideline และผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF มากขึ้น จากการร่วมถอดบทเรียนพบว่าครูสามารถอธิบายสื่อและกิจกรรมที่ออกแบบได้ว่าช่วยส่งเสริมทักษะสมอง EF ให้เกิดขึ้นกับเด็กด้านใดได้บ้าง และจากการได้ฝึกอบรมและปฏิบัติจริงส่งผลให้ครูที่ได้ผ่านการอบรมได้เห็นกระบวนพัฒนาทักษะ EF ในเด็กปฐมวัยได้แบบครบวงจรด้วยตัวของครู สามารถนำไปสู่การพัฒนาศูนย์ของตนเองให้เป็นศูนย์ต้นแบบต่อไป โดยศูนย์ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโนนเขวา ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ทั้งนี้ จากการนำแผนการจัดประสบการณ์ด้วย EF Guideline และผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF ที่ครูออกแบบไปใช้จริงกับเด็กปฐมวัย พบว่าสามารถกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ตามรูปแบบ EF ได้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ครูกำหนดไว้ โดยเด็กสามารถคิดวางแผนและตัดสินใจแก้ปัญหาระหว่างทำกิจกรรมได้ รวมถึงสามารถทำความเข้าใจและปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับการใช้สื่อจนบรรลุเป้าหมายได้ด้วยตัวเด็กเองได้
ดร.รัตติกาล กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งานแผนการจัดประสบการณ์ด้วย EF Guideline และผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF เพื่อพัฒนาปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น โดยในอนาคตจะต่อยอดงานวิจัยชิ้นนี้ ไปในจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และร้อยเอ็ด ต่อไป