‘สศร.’ส่งดีไซเนอร์พลิกโฉม เพิ่มมูลค่า‘ผ้าร่วมสมัย’ชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631092

‘สศร.’ส่งดีไซเนอร์พลิกโฉม  เพิ่มมูลค่า‘ผ้าร่วมสมัย’ชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ได้จัดทำโครงการ อบรมและพัฒนาศิลปะลายผ้าร่วมสมัยให้แก่กลุ่มผู้ผลิตผ้าพื้นเมืองในชุมชนต่างๆ เพื่อต่อยอดมรดกทางภูมิปัญญาประเภทสิ่งทอ และสร้างคุณค่า และมูลค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย

โดยตั้งแต่กระบวนการหาข้อมูลใช้วิธีลงพื้นที่สำรวจปัญหาและจัดเก็บข้อมูลทั้งแบบปฐมภูมิและทุติยภูมิ ทั้งการจัดทำเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สนทนาปัญหาต่างๆ กับช่างทอและผู้ประกอบการในพื้นที่รวมถึงบุคคลทั่วไป จากนั้น นำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อให้ได้มาซึ่งต้นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ร่วมสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชุมชน

“จากการสำรวจปัญหาที่พบ คือ กลุ่มทอผ้าส่วนใหญ่ขาดแนวคิดและขาดการชี้นำ แนวทางในการพัฒนาด้านการออกแบบ ลวดลายผ้า ทำให้ขาดทิศทางในการพัฒนารูปแบบผ้าทอมือ แนวประยุกต์ ให้มีความน่าสนใจและแตกต่างไปจากผลิตภัณฑ์ผ้าทอแบบดั้งเดิม ส่งผลให้เกิดการผลิตซ้ำเป็นจำนวนมากจนเกิดปัญหาตามมาในเรื่องราคาและการตลาด โดยเฉพาะแนวโน้มความต้องการของตลาดที่ลดลง การลดราคาผ้าทอ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ต่ำกว่าต้นทุน” นางเกษร กล่าว

รองผู้อำนวยการ สศร. กล่าวต่อไปว่า สศร.ได้ส่งนักออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกายมืออาชีพ ได้แก่ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ วิชระวิชญ์ อัครสันติสุขธันย์ชนก ยาวิลาศ หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล เอก ทองประเสริฐ ปัญจพล กุลปภังกร ศรัณย์เย็นปัญญาศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ ดาเนียล ซู ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ และเอ็ดวิน อาว เป็นต้น มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เทคนิคและประสบการณ์ให้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากชุมชนต่างๆ โดยพบว่าสามารถสร้างสรรค์และพัฒนารูปแบบของผ้าทอมือจากแรงบันดาลใจในลวดลาย ผ้าโบราณให้เกิดลวดลายใหม่ขึ้น

ด้วยการใช้หลักการลดทอน เพิ่มขยาย รวมถึงการสลับตำแหน่งการจัดวางลวดลายใหม่ รวมถึงการให้เทคนิค แนวคิด การสร้างลวดลายโดยนำเอกลักษณ์ ท้องถิ่น มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบสิ่งทอได้ ทำให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นสามารถนำความรู้และความคิดสร้างสรรค์ไปต่อยอดในการพัฒนาลายผ้ารูปแบบใหม่ๆ ให้เป็นผลิตภัณฑ์จากลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแฟชั่นเครื่องแต่งกายทั้งภายในและภายนอกประเทศ เสริมสร้างรายได้ มียอดจำหน่ายต่อปีเพิ่มมากขึ้น ถึงร้อยละ 20 อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจ ให้ชุมชนต่างๆ จากการผสมผสาน ภูมิปัญญาสิ่งทอพื้นเมืองเข้ากับแนวทางศิลปร่วมสมัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

“สศร. ยังได้นำข้อมูลและภาพผลงานการออกแบบผ้าไทยในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้ และโครงการพัฒนาการออกแบบลายผ้าร่วมสมัยไทยชายแดนใต้สู่สากล โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการอบรมฯ ได้แก่ รายาบาติก บาติกเดอนารา ตันหยงปาตานี ศรียะลาบาติก อาดือนันบาติก เก๋บาติก อิบรอเฮงบาติก ซาโลมา ปาเต๊ะ บาติกบ้านบาโง อ่าวมะนาวบาติก อัลฮามีนบาติก มีดีที่นาทับ นำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และแนวคิดให้ผู้ที่สนใจนำไปพัฒนาต่อยอดได้ ทางเพจเฟซบุ๊ค สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ด้วย” นางเกษร กล่าวในท้ายที่สุด

‘เครือข่ายลดอุบัติเหตุ’จี้แก้จุดเสี่ยง‘ทางม้าลาย’ แนะทั้งผู้ใช้รถ-คนเดินเท้าเพิ่มความระมัดระวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631097

‘เครือข่ายลดอุบัติเหตุ’จี้แก้จุดเสี่ยง‘ทางม้าลาย’  แนะทั้งผู้ใช้รถ-คนเดินเท้าเพิ่มความระมัดระวัง

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุทางถนนที่ตำรวจขับบิ๊กไบค์ชน พญ.วราลัคน์สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย เสียชีวิตขณะข้ามทางม้าลาย ว่า จากข้อมูลงานวิจัยในโครงการเสริมสร้างความปลอดภัยของคนเดินเท้า โดยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ระบุว่า ปัญหาความปลอดภัยของคนเดินเท้าในประเทศไทย ยังพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของคนเดินเท้าได้ทุกที่

เพราะพฤติกรรมการขับขี่และการเดิน ความประมาทและไม่ใส่ต่อกฎจราจรของผู้ขับขี่และคนเดินเท้าและการไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้า ทั้งนี้ ความเสี่ยงของการเกิดอุบัติของคนเดินทางมีหลายปัจจัย เช่น การใช้ความเร็ว พฤติกรรมของผู้ขับขี่ ไม่เคารพกฎจราจร ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ ความรีบเร่งในการใช้ทาง การลักข้ามถนนของคนเดินเท้าข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย ใช้โทรศัพท์ขณะข้ามถนนบางจุดไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนคนข้ามหรือไม่มีการตีเส้นจราจรทางข้ามบริเวณทางแยก ทำให้เสี่ยงมากขึ้น

ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่ดูแลควรที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขบริเวณที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุคนเดินเท้ารวมทั้งติดตั้งสิ่งอำนวยความปลอดภัยเพิ่มให้กับคนเดินเท้า ซึ่งปกติทางม้าลายจะมีความกว้างไม่น้อยกว่า 5 เมตรใช้สีขาวดำ และสีที่ใช้ต้องเป็นสีเทอร์โมพลาสติกที่มีส่วนผสมของซิลิก้า หรือผงแก้วผงทรายทำให้เกิดความแวววาวมองเห็นระยะไกล

อีกทั้งต้องมีป้ายเตือนก่อนถึงทางม้าลาย เพื่อให้รถชะลอความเร็ว รวมถึงไฟส่องสว่างหากจุดนั้นต้องใช้ในเวลากลางคืน ที่สำคัญต้องมีการบำรุงรักษาอยู่ตลอดไม่ให้สีเลอะเลือน ส่วนคนขับรถโดยทั่วไปเมื่อเห็นป้ายเตือนทางม้าลายหรือมีสัญญาณไฟข้างหน้าต้องลดความเร็วและขับขี่ด้วยความระมัดระวังขณะเดียวกันต้องเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทุกกรณี ทั้งนี้ ข้อแนะนำในการข้ามถนนหรือทางม้าลายที่ปลอดภัย

1.คนเดินเท้าที่กำลังเดินข้ามถนนในทางม้าลายมีสิทธิไปก่อนรถ เพราะตามกฎหมายต้องหยุดให้คนข้ามถนนในทางข้ามทาง แต่จะต้องระวังให้โอกาสแก่รถที่ชะลอความเร็วและหยุดไม่ทัน ยิ่งเวลาฝนตกถนนลื่นต้องระวังให้มาก 2.แม้คนขับรถจะหยุดให้ข้าม ต้องข้ามด้วยความระมัดระวัง มองขวา-ซ้าย และข้ามอย่างรวดเร็ว อย่ามัวแต่เดินเล่นโทรศัพท์ 3.การข้ามถนนในช่องทางข้ามที่บริเวณทางแยก ให้ระวังรถที่จะเลี้ยว และ 4.ถ้ามีเกาะกลางถนนทำไว้ที่ทางม้าลาย ให้ข้ามถนนไปทีละครึ่งถนน โดยพักรออยู่บนเกาะ มองขวา-ซ้ายปลอดภัยแล้วจึงข้ามไปต่อ

‘ท่องเที่ยวฯมธบ.’พาชมย่าน‘เจริญกรุง’ ใช้‘สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า’ปลอดภัย-ไร้มลภาวะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631091

‘ท่องเที่ยวฯมธบ.’พาชมย่าน‘เจริญกรุง’  ใช้‘สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า’ปลอดภัย-ไร้มลภาวะ

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยังไม่จบลงง่ายๆ แต่รัฐบาลก็ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ตามระบบห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่คนไทยเองก็เริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโรคระบาดนี้ด้วยความระมัดระวัง จากที่เคยถูกจำกัดพื้นที่จำกัดการเดินทาง จึงเริ่มหันกลับมาเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมในการท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไป โดยนักวิชาการได้ทำการวิจัยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยหลังสถานการณ์โควิด-19 พบว่า คนไทยจะเริ่มเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ นิยมการเดินทางด้วยรถส่วนตัวเลือกไปในสถานที่ Unseen ผู้คนไม่พลุกพล่าน และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

น.ส.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ อาจารย์สาขาวิชาการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เล็งเห็นว่า การสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมทางการท่องเที่ยวแบบตอบโจทย์ยุค New Normalหลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะเป็นส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างดี จึงจัดทำโครงการบริการวิชาการ “เปิดมุมมองใหม่ไปกับสกู๊ตเตอร์ ตอน หลงรักบางกอก บอกรักเจริญกรุง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบวิถีปกติใหม่และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (ResponsibleTourism-RT) ในรูปแบบสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

โครงการนี้นอกจากจะลดมลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วยังสามารถเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายและทั่วถึง เชื่อมโยงกับการเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการแก่สังคมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นพหุวัฒนธรรมในย่าน “เจริญกรุง” ซึ่งอยู่ใน 3 เขตของกรุงเทมหานคร (กทม.) คือ บางรักสัมพันธวงศ์และพระนคร โดยจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่9 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 20 คน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

น.ส.ยุวรี กล่าวต่อไปว่า จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ที่สร้างความน่าสนใจในรายการนี้คือการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย อันประกอบด้วย ชุมชนนานาชาติ ร้านอาหารพื้นถิ่นและความเป็น “แห่งแรก” ในเมืองไทย อาทิ ถนนสายแรก เส้นทางรถรางสายแรก โรงแรมแห่งแรกประกอบกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยากำหนดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวตั้งแต่ท่าเรือสาทรสู่คลองโอ่งอ่างซึ่งเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ

อาทิ ศาลเจียวเองเบี้ยว มัสยิดฮารูณ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก โบสถ์กาลหว่าร์ วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร วัดอุภัยราชบำรุง รวมถึงการรับประทานอาหารสไตล์อินเดีย-ปากีสถานเพื่อสะท้อนความเป็นพหุวัฒนธรรมในย่านเจริญกรุง การเยี่ยมชมสถานที่ ถ่ายภาพอาคารตึกเก่าวิถีชีวิตบนถนนเจริญกรุง โดยเชื่อมโยงเข้ากับงานสตรีทอาร์ต แสดงให้เห็นศักยภาพในพื้นที่ย่านประวัติศาสตร์และแหล่งการค้าที่เคยรุ่งเรืองตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกของการใช้พาหนะเดินทางที่รวดเร็วกว่าจักรยาน คล่องตัวกว่าจักรยานยนต์ มีความสะอาดกว่าและปล่อยคาร์บอนต่ำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีขนาดกะทัดรัด สะดวกในการจัดเก็บไม่กีดขวางทางเท้า อีกทั้งยังสามารถเว้นระยะห่างตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวในสถานการณ์เช่นนี้ และเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ทั่วถึงกว่าด้านความปลอดภัยของพาหนะเดินทางชนิดนี้ มีความเร็วสูงสุดประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับว่าเป็นการจำกัดความเร็วอยู่ในระดับที่เหมาะสม

โดยสกู๊ตเตอร์สามารถวิ่งได้ต่อเนื่องในระยะทางไม่เกิน 25 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางที่จัดขึ้นแม้จะใช้ระยะเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่ก็อยู่ระยะทางเพียงแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้หมดความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเสียก่อน การเดินทางรูปแบบนี้ยังเป็นกิจกรรมที่มีความสนุกสนานเรียนรู้ได้ง่ายดาย เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย แม้เพิ่งได้ลองขับขี่เป็นครั้งแรก

“เสียงตอบรับของผู้ร่วมโครงการซึ่งเป็นสตรีอายุ 76 ปี ท่านหนึ่ง กล่าวว่า ขอบคุณคณะผู้จัดที่จัดโครงการดีๆ และแปลกใหม่ แบบนี้ขึ้นมานอกจากได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ยังได้ลองขี่สกู๊ตเตอร์เป็นครั้งแรกในชีวิตซึ่งมีความสุขและประทับใจมาก ดังนั้นอายุจึงไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อการขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า” อาจารย์สาขาวิชาการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มธบ. ระบุ

น.ส.ยุวรี ยังกล่าวอีกว่า การทำทัวร์ด้วยสกู๊ตเตอร์สำคัญที่การจัดการ แม้ว่าการท่องเที่ยวด้วยสกู๊ตเตอร์จะสะดวกรวดเร็วแต่ถนนหนทางในกรุงเทพฯ หลายเส้นทางผิวถนนไม่เรียบ เป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนบางสายที่รถหนาแน่นอาจเกิดอุบัติเหตุได้ดังนั้นผู้ประกอบการที่ให้บริการท่องเที่ยวรูปแบบนี้จำเป็นต้องมีการจัดการและการวางแผนการเดินทางเป็นอย่างดี อาทิ การเตรียมความพร้อมเพื่อใช้งานของสกู๊ตเตอร์ทุกคัน การเตรียมสกู๊ตเตอร์สำรองที่เพียงพอหากเกิดความขัดข้องทางเทคนิค

การติดต่อประสานงานกับแหล่งท่องเที่ยวแต่ละจุดเพื่อจัดหาที่จอดสกู๊ตเตอร์ที่ปลอดภัยการเลือกใช้เส้นทางที่มีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และต้องมีจำนวนทีมงานที่เพียงพอต่อการดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงซึ่งโครงการบริการวิชาการของคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมในครั้งนี้ ได้พันธมิตรที่เป็นมืออาชีพในการจัดการทั้งด้านวิชาการ จาก นายธานัทภุมรัช นักประชาสัมพันธ์ ส่วนการท่องเที่ยวสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม.

รวมถึงพันธมิตรด้านวิชาชีพ จากผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยสกู๊ตเตอร์ Scoot de Urban จึงกล่าวได้ว่าการท่องเที่ยวโดยสกู๊ตเตอร์เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้มีความทันสมัยรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสามารถเพิ่มคุณค่าของการท่องเที่ยวโดยให้ความรู้ทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมจะทำให้การท่องเที่ยวเกิดความยั่งยืนต่อไป

‘กทม.’แนะนำ ‘Thailand Learning’ เว็บพอร์ทัลรวบรวมแหล่งเรียนรู้ออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631094

‘กทม.’แนะนำ ‘Thailand Learning’  เว็บพอร์ทัลรวบรวมแหล่งเรียนรู้ออนไลน์

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.)กล่าวถึงนโยบายด้านการศึกษาของ กทม. ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ตั้งแต่การระบาดเริ่มขึ้นในปี 2563 เป็นต้นมากทม. ได้ใช้นโยบายแบบเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) คือใช้หลัก “4 ON” ซึ่งประกอบด้วย 1.Online คือการเรียนผ่านทางสื่อต่างๆ 2.On School Line ผ่านทางไลน์กลุ่มของโรงเรียน 3.On Hand คือเอกสารที่ส่งไปให้ผู้ปกครองมารับไปให้บุตรหลาน แล้วส่งกลับมาที่โรงเรียน และ4.On Site เป็นการเดินทางมาเรียนด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ในปี 2563 สามารถเปิดได้เพียงช่วงเดียว เป็นการสลับวันเรียน แต่ในปี 2564 แทบจะเหลือแต่ Online และ On School Lineเท่านั้น โดยทางสำนักการศึกษาฯ ได้มีการสนับสนุนในเรื่องอินเตอร์เนตสำหรับโรงเรียนซึ่งเดิมก็มีให้อยู่แล้วแต่เป็นวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในห้องคอมพิวเตอร์ พอในช่วงที่ต้องเรียน Onlineแบบ 100% จึงไม่เพียงพอ เพราะคุณครูต้องใช้สอนหลายห้อง จึงได้มีการเพิ่มความเร็วของอินเตอร์เนต และให้แนวทางกับโรงเรียนในเรื่องการเพิ่มจุดรับส่งกระจายสัญญาณให้เสถียรมากขึ้น รวมถึงช่องทางการเบิกจ่ายเงินในส่วนนี้

นายเกรียงไกร กล่าวต่อไปว่า สำหรับความร่วมมือในโครงการ http://www.thailandlearning.orgซึ่งเป็นเว็บพอร์ทัลรวบรวมแหล่งเรียนรู้บนโลกออนไลน์ ที่จัดทำโดยมูลนิธิเอเชียฯ ร่วมกับสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย นั้น เกิดขึ้นจากความต้องการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากการทำงานวิจัยร่วมกันซึ่งสำนักการศึกษาฯ ร่วมกับสำนักงานเขตจอมทองได้คัดเลือกโรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เข้าร่วมในโครงการฯ

เนื่องจากเห็นว่าสามารถจัดการเรียนการสอนทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้นำเอา Thailand Learning เข้ามาจัดกิจกรรมให้ครูและนักเรียนได้รู้จักช่องทางในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม ให้เกิดความตื่นตัวในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่ไม่สามารถเปิดโรงเรียนได้ โดยเมื่อจบโครงการฯ ไปแล้วก็ยังมีการใช้อยู่ มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น จนได้รับความสนใจจากโรงเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้เดินทางเข้ามาขอดูงาน ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของคณะผู้จัดทำโครงการฯ

“ขอแนะนำโครงการนี้ให้กับครูและนักเรียนทุกท่าน เพราะมีประโยชน์ทั้งในด้านการเรียนการสอน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้การศึกษาได้ผ่านพ้นวิกฤตในช่วงที่ไม่สามารถเปิดโรงเรียนได้ ในด้านของคุณครูได้ทำให้มีการพัฒนา, เข้าถึง และมี Skill ทางด้านดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ส่วนนักเรียนก็ได้รับความรู้เป็นอย่างดี เพราะเนื้อหาที่อยู่ภายในนั้นมีคุณภาพ ผ่านการพิจารณาจากนักวิชาการมาแล้ว” นายเกรียงไกร กล่าว

ด้าน น.ส.รัตนา แซ่เล้า เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและวิจัย มูลนิธิเอเชียประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า “www.thailandlearning.orgจัดทำขึ้นโดยมีเนื้อหาที่หลากหลายจากทั่วโลก เหมาะสำหรับนักเรียน, ครู และผู้ที่สนใจ มีทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ครอบคลุมทุกวิชาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ที่สำคัญคือสามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ, แท็บเลต หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ภายในแบ่งเป็น 3 เมนูด้วยกันคือ

1.เรียนรู้ จะรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์เกี่ยวกับการศึกษาไทยและต่างประเทศ แยกตามสาขาวิชาอาทิ วิชาคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ 2.ทัศนศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้จากทั่วโลกผ่านหน้าจอ หรือVirtual tour ที่สามารถให้ความรู้นักเรียนได้มากกว่าในตำรา และ 3.เครื่องมือ เป็นการแนะนำเครื่องมือสำหรับสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้จะสามารถร่วมทำแบบทดสอบ ที่เหมาะสำหรับนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยผู้ที่สนใจสามารถไปใช้บริการที่ http://www.thailandlearning.org ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อาชีวะอุบลฯ เข้ารับการประเมินสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631131

อาชีวะอุบลฯ เข้ารับการประเมินสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2564

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.08 น.

อาชีวะอุบลฯ สถานศึกษาระดับเหรียญทอง APACC เข้ารับการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประเภทสถานศึกษาอาชีวศึกษาขนาดใหญ่  ประจำปีการศึกษา 2564  ระดับจังหวัดฯ วางเป้าหมายคุณภาพสถานศึกษาสู่รางวัลสถานศึกษาพระราชทาน 3 ครั้งต่อเนื่องในรอบ 10 ปี 

25 มกราคม 2565 นางลฎาภา  แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการทั้ง 4 ฝ่าย นำคณะผู้บริหาร ครู บุคลากร ต้อนรับคณะอนุกรรมการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประเภทสถานศึกษาอาชีวศึกษาขนาดใหญ่  ประจำปีการศึกษา 2564 ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย นายธาตรี พิบูลมณฑา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยนางสุดใจ ภู่เทศ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม คณะทำงาน นายไพรัตน์ ถิระบุตร รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี คณะทำงาน นางวาสนา อัมพันธ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี คณะทำงานและนายมนตรี สุริยพันตรี รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี คณะทำงานและเลขานุการ

สำหรับการประเมินในวันนี้คณะอนุกรรมการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ได้รับชมนิทรรศการผลงานดีเด่นของสถานศึกษา ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ในแต่ละแผนกวิชา พร้อมด้วยประเมินจากเอกสาร หลักฐานอ้างอิงและการตอบคำถามคณะกรรมการเพิ่มเติมทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่  ด้านคุณภาพนักศึกษา ด้านบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ ด้านบริหารการจัดการ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ด้านบุคลากรและการบริหารงานบุคลากร และด้านความดีเด่นของสถานศึกษา

จากนั้นเป็นการสรุปผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ที่ผ่านมาวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผ่านการประเมินสถานศึกษาระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกหรือ APACC ในระดับเหรียญทอง ในปีการศึกษา2561 ในส่วนของรางวัลสถานศึกษาพระราชทาน ประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้รับรางวัล 2 ครั้งต่อเนื่อง ได้แก่ ปีการศึกษา 2556 และปีการศึกษา 2560 และครั้งนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หากผ่านการประเมินระดับจังหวัดอุบลราชธานี จะเข้ารับการประเมินต่อไปในระดับสูงขึ้น เพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้สู่รางวัลอันทรงคุณค่าและภาคภูมิใจ ตลอดระยะเวลา 85 ปี ของการก่อตั้งสถานศึกษา นั่นคือ สถานศึกษาพระราชทาน ประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่  ประจำปีการศึกษา 2564  โล่รางวัลพระราชทาน  3  ครั้งต่อเนื่องในรอบ 10 ปี

-(016)

‘ครูโอ๊ะ’รับมอบชุดตรวจโควิด-19 หมื่นชุด ก่อนส่งต่อสถานศึกษาพื้นที่ชนบท ห่างไกล ทุรกันดาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631118

'ครูโอ๊ะ'รับมอบชุดตรวจโควิด-19 หมื่นชุด ก่อนส่งต่อสถานศึกษาพื้นที่ชนบท ห่างไกล ทุรกันดาร

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.14 น.

วันที่ 25 มกราคม 2565 ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  รับมอบชุดตรวจโควิด-19 เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา จำนวน 10,000 ขุด จาก นายโทนี่ หยาง ประธานกรรมการบริษัท เอชไอพี โกบอล จำกัด โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. ดร.ฉัตรชัย รักความซื่อ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทเอชไอพี โกบอล จำกัด นาย จิรวัฒน์ อุทโท ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทเอชไอพี โกบอล จำกัด  นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิกา นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย และนายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เข้าร่วมพิธี

โดย ดร.กนกวรรณ กล่าวว่า ชุดตรวจโควิด-19 โดยวิธีเก็บตัวอย่างในโพรงจมูก จากบริษัท เอช ไอ พี โกลบอล จำกัด  ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าและเก็บรักษาเครื่องมือทางการแพทย์ ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน  ที่มาร่วมกันส่งต่อความห่วงใยไปยังผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในวันนี้ การจัดการศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เรียน ครู บุคลากร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ โดยได้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC)  6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้ม ทั้งในระดับหน่วยงาน และระดับสถานศึกษา ที่มีการเปิดการเรียนการสอนแบบ On-site ตามประกาศของ ศบค.ระดับจังหวัด ชุดตรวจโรคโควิด-19 จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญต่อระบบคัดกรอง ที่จะเป็นด่านแรกในการสร้างความปลอดภัยให้กับพวกเราทุกคน รวมทั้งชาวกระทรวงศึกษาธิการ

“ในนามกระทรวงศึกษาธิการ ขอแสดงความขอบคุณประธานกรรมการ  บริษัท เอช ไอ พี โกลบอล จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจบนฐานของความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ความสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความปลอดภัยแก่นักเรียน ครู และบุคลากร โดยนำชุดตรวจโควิด-19 (RAPID SARS-COV-2 ANTIGEN TEST CARD) โดยวิธีเก็บตัวอย่าง ในโพรงจมูก (Nasal Swab) มามอบให้ จำนวน 10,000 ชิ้น มูลค่า 1,500,000 บาท โดย ศธ. จะนำชุดตรวจที่ได้รับในครั้งนี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อระบบคัดกรองของผู้เรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ผู้พิการ เด็กด้อยโอกาส ตลอดจนถึงเด็ก ๆ  ในสถานศึกษาในพื้นที่ชนบท ห่างไกล ทุรกันดาร ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อไป” ดร.กนกวรรณ กล่าว 

จับตา! ถกบอร์ด สกสค.พรุ่งนี้ ส่อเลิกจ้าง’ธนพร’ เหตุไม่เข้าประเมินผลงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631111

จับตา! ถกบอร์ด สกสค.พรุ่งนี้ ส่อเลิกจ้าง'ธนพร' เหตุไม่เข้าประเมินผลงาน

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.37 น.

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 รายงานข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (24 ม.ค.65) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (บอร์ด สกสค.) ได้สั่งการให้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประสานไปยังสำนักงาน สกสค.เพื่อให้นัดหมายประชุมบอร์ด สกสค.ในวันที่ 26 ม.ค.65 เวลา 16.30 น.

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อสั่งการให้จัดการประชุมบอร์ด สกสค.ในวันที่ 26 ม.ค.เป็นไปอย่างกระชั้นชิด จากที่ตามปกติที่ต้องนัดหมายล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน โดยคาดว่า การประชุมบอร์ด สกสค.ในครั้งนี้ที่จะเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2565 จะมีการพิจารณากรณีที่ นายธนพร สมศรี เลขาธิการ สกสค.ไม่เข้าร่วมการประเมินผลงาน และการประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.ในรอบปีงบประมาณ 2564 เนื่องจากอยู่ในระหว่างร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมการประเมินผลงานฯ ได้ทำหนังสือแจ้งว่า นายธนพรไม่เข้าร่วมการประเมินผลงานฯ ถึง น.ส.ตรีนุช ในฐานะประธานบอร์ด สกสค.เพื่อให้พิจารณาแล้ว ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค.65

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ด้วยว่า ที่ประชุมบอร์ด สกสค.อาจพิจารณาเลิกจ้างนายธนพร เนื่องจากผิดสัญญาจ้างจากกรณีไม่เข้าร่วมการประเมินผลงานฯ เพื่อให้นายธนพร พ้นตำแหน่งทันที แม้ว่านายธนพรได้ทำหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.แล้วเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ตามสัญญาจ้างนายธนพร ต้องปฏิบัติหน้าที่ไปอีก 90 วันนับจากวันลาออก เพื่อให้บอร์ด สกสค.ดำเนินการสรรหาเลขาธิการ สกสค.คนใหม่

มส.1-14 มอบหน้ากาก N 95 ให้กับ’พระพะยอม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631087

มส.1-14 มอบหน้ากาก N 95 ให้กับ'พระพะยอม'

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.44 น.

คณะผู้บริหารและนักศึกษา หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.1-14) ดำเนินการโดย มูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง นำโดย พลเอก ดร.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตร และคณาจารย์ เช่น พลอากาศเอก อภิสิทธิ์ จุลโมกข์ , นาวาอากาศเอกหญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ ,พลตำรวจตรี ดร.ภาดล ประภานนท์ , ดร.สฤษเกียรติ แจ่มสมบูรณ์ ร่วมกับคณะผู้แทนนักศึกษาหลักสูตรการจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง รุ่นที่ 14 (มส.14) ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบหน้ากากอนามัย N 95 ให้กับ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพะยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จำนวน 10,000 ชิ้น เพื่อให้ทางวัดได้นำไปใช้ประโยชน์ มอบให้กับพุทธศาสนิกชนและประชาชนต่อไป

นอกจากนี้ ทางคณะฯ ยังได้เดินทางไปยังวัดชลประทานรังสฤษดิ์ เพื่อมอบหน้ากากอนามัย N 95 ให้กับ 
พระปัญญานันทมุณี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ จำนวน 10,000 ชิ้น เพื่อให้ทางวัดได้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อมอบให้กับพุทธศาสนิกชนและประชาชนต่อไป

หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.1-14) ดำเนินการโดย มูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง
ดำเนินการจัดการอบรมมาแล้วทั้งสิ้น 14 รุ่น โดยมี พลเอก จรัล กุลลวณิชย์ เป็นประธานอำนวยการหลักสูตร โดยผู้บริหารหลักสูตรที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในวงการต่างๆมากมาย เช่น พลเอก ดร.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตร , นายประทักษ์ สิมะพิชัยเชษฐ ,พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร , พลโท ดร.กฤษฏา สุทธานินทร์ , พลอากาศเอก อภิสิทธิ์ จุลโมกข์ , พลเอกวิศิษ แจ้งประจักษ์ , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรรณนาราย แสงวิเชียร , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานวิกา อินทรทัต , นายประเวช พิพิธสุขสันต์ , นาวาอากาศเอกหญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ ,ดร.วรวุฒิ ไชยศร , พลตำรวจตรี ดร.ภาดล ประภานนท์ และ ดร.สฤษเกียรติ แจ่มสมบูรณ์ เป็นต้น

เช็คเลย!สพฐ.ประกาศปฏิทินสอบ‘ครูผู้ช่วย’ ภาค ก-ข ช่วง 5-6 ก.พ.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631015

เช็คเลย!สพฐ.ประกาศปฏิทินสอบ‘ครูผู้ช่วย’ ภาค ก-ข ช่วง 5-6 ก.พ.นี้

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.19 น.

เช็คเลย!สพฐ.ประกาศปฏิทินสอบ‘ครูผู้ช่วย’ ภาค ก-ข ช่วง 5-6 ก.พ.นี้

25 มกราคม 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยทั่วไป สังกัด สพฐ.ประจำปี 2564 ซึ่งรับสมัครไปเมื่อวันที่ 4-10 มิถุนายน 2564 มีผู้สมัครกว่า 1.7 แสนราย แต่ได้เลื่อนการสอบออกไป เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยกำหนดปฏิทินสอบ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 สอบภาค ข ประสบการณ์ความรู้และมาตรฐานวิชาชีพ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และ ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 สอบภาค ค ประเมินจากแฟ้มสะสมงาน และสอบสาธิตปฏิบัติการสอน ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งวิชาชีพและการปฏิบัติงานในสถานศึกษา และประกาศผลสอบแข่งขัน ตามวันเวลา ที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) กำหนด

ทั้งนี้ จะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2565 นี้ โดยขณะนี้ทุกจังหวัด อนุมัติให้สพฐ. ดำเนินการจัดเตรียมสนามสอบ โดยจัดสอบห้องละ 25 คน มีการเว้นระยะห่างตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ทั้งนี้ มีจังหวัดเชียงใหม่ เพียงจังหวัดเดียวที่จัดสอบห้องละ ไม่เกิน 12 คน ตามมาตรการของจังหวัด  ส่วนข้อสอบมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการ โดย สพฐ. ยืนยันยังจัดสอบครูผู้ช่วยตามวันและเวลาที่กำหนด โดยจัดเตรียมมาตรการที่เข้มข้น มีการตรวจ ATK หากผู้เข้าสอบมีอุณหภูมิสูง ก็จะให้แยกห้องสอบ เพื่อความปลอดภัย ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ที่จะเข้าสอบทุกคน ระมัดระวังตัวเองไม่ไปในสถานที่เสี่ยง ดูแลตัวเองให้พร้อม 

อย่างไรก็ตามการสอบครูผู้ช่วยรอบทั่วไปครั้งนี้แทนตำแหน่งว่าง กว่า 1 หมื่นอัตรา โดยคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เห็นชอบปรับวิธีการจัดสอบแข่งขัน จากเดิมต้องสอบในจังหวัดที่สมัครเท่านั้น มาเป็นสามารถสอบในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนา หรือจังหวัดที่อยู่อาศัยในปัจจุบันได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายหรือการเดินทางข้ามจังหวัด ลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ส่วนการป้องกันปัญหาการทุจริตนั้น สพฐ.ได้มีหนังสือกำชับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. ทุกคนไม่ให้จัดติว อีกทั้ง สพฐ. ไม่ได้ออกข้อสอบเอง มอบหมายให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนปัญหาเรื่องการตกเบ็ด หรือแอบอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านได้แต่สุดท้ายช่วยไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเช่นที่ผ่านมานั้น ขอเตือนไม่อยากให้ไปหลงเชื่อเรื่องเหล่านี้ และให้คิดว่า เป็นการถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน 

รับมอบหนังสือเจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630791

รับมอบหนังสือเจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ศิริวรรณขวัญมุข รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) รับมอบหนังสือขุนน้อย(เจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย) จากผู้แทนสำนักงานพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อนำไปมอบให้กับห้องสมุดโรงเรียนในสังกัด

หนังสือขุนน้อย (เจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย ภาษาถิ่นสุโขทัย) ได้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่การใช้ภาษาถิ่นสุโขทัยให้ขยายวงกว้างรวมถึงเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย ซึ่งมี นายเคียง ชำนิ ครูโรงเรียนไกรในวิทยาคมรัชมังคลาภิเษก ได้ร่วมให้ข้อมูลและแปลเป็นภาษาท้องถิ่นสุโขทัยด้วย