‘ปธ.ชวน’ตรวจความคืบหน้าสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 องค์ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626920

'ปธ.ชวน'ตรวจความคืบหน้าสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 องค์ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.17 น.

“ปธ.ชวน”ตรวจความคืบหน้าสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 องค์ใหม่ ที่จะนำมาประดิษฐาน ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถ.พุทธมณฑลสาย 5 อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจความคืบหน้าการบูรณะซ่อมแซมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์เดิมที่เคยประดิษฐาน ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ถ.อู่ทองใน และตรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์ใหม่ที่จะนำมาประดิษฐาน ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โอกาสนี้ นายชวน หลีกภัย และคณะ ยังได้เยี่ยมชมผลงานการสร้างสรรค์งานช่างสิบหมู่ งานจิตรกรรม และงานประติมากรรม รวมทั้งงานศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ

‘ตรีนุช’ย้ำบอร์ด กพฐ.พัฒนาครูหัวใจสำคัญทำเกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626876

'ตรีนุช'ย้ำบอร์ด กพฐ.พัฒนาครูหัวใจสำคัญทำเกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.59 น.

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1/2565 โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พระพรหมบัณฑิต นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ ควบคู่กับการประชุมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม Zoom Meeting

น.ส.ตรีนุช กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า การเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน เด็กสามารถศึกษาหาความรู้รอบตัวได้เองผ่านอินเทอร์เน็ต ดังนั้น การพัฒนาครูคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพัฒนาการศึกษาของเด็ก โดยเปลี่ยนแนวความคิดจากที่ครูเป็นผู้มอบองค์ความรู้ให้กับเด็กฝ่ายเดียว เปลี่ยนมาเป็นการแนะแนว (Couching) ให้เด็กได้ตระหนักรู้หรือสามารถนำข้อมูลต่าง ๆที่มีอยู่รอบตัวมาวิเคราะห์ นำมาปรับประยุกต์ใช้ได้ เพราะตอนนี้องค์ความรู้มีอยู่รอบตัวเราไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น เราจึงต้องพัฒนาครูเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิผลได้ในระยะยาว ทั้งนี้ การพัฒนาครูมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งตอนนี้การพัฒนาหลักสูตรก็กำลังดำเนินการควบคู่กันไปและต้องใช้เวลา แต่การพัฒนาครูเป็นส่วนที่สามารถทำได้เลย ในวันนี้โจทย์ของเราคือการทำอย่างไรให้คุณครูเข้าใจพฤติกรรมใหม่ๆ ของเด็ก แล้วทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของสมรรถนะ ทำให้เด็กเข้าใจองค์ความรู้ต่าง ๆ ทำให้เกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์มากกว่าได้รับความรู้เพียงอย่างเดียว เพื่อให้เด็กสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้กับวิถีการดำรงชีวิตต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคศตวรรษที่ 21 นี้ได้

“เรื่องอื่นๆ ที่ขอฝากก็มีเรื่องแพลตฟอร์มกลางในการเรียนรู้ ที่สามารถจะเป็นทางลัดในการเรียนรู้ได้ เนื่องด้วยความหลากหลายของสภาพพื้นที่แต่ละโรงเรียน ที่แตกต่างกันไปตามบริบท โลกดิจิทัลจะเป็นกุญแจที่ทำให้เด็กต่างจังหวัดหรือเด็กที่อยู่พื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายขึ้น เราจึงต้องพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง ที่จะรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ นำมาจัดหมวดหมู่ หรือเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กเข้าถึงองค์ความรู้ดีๆ มีประโยชน์มากขึ้น รวมถึงคุณครูหากเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านี้ก็จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการสอนเด็กนักเรียนได้”

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า และเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ โดยเฉพาะในเรื่องของการควบรวมโรงเรียน โดยทำให้เกิดเป็นโรงเรียนแม่ข่ายที่จะใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้นหรือสื่อการเรียนรู้ที่ขาดแคลน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะยุบหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กน้อยกว่า 120 คนทั้งหมด ในส่วนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลหรือในถิ่นทุรกันดารเราต้องยังคงไว้ แต่โรงเรียนขนาดเล็กที่การเดินทางสะดวก เด็กสามารถมาเรียนที่โรงเรียนแม่ข่ายได้ ก็จะให้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนแม่ข่ายและเรียนร่วมกัน โดยขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ในส่วนของโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งต้องหาแนวทางร่วมกันอีกหลาย ๆ แนวทางเพื่อให้โรงเรียนต่าง ๆเหล่านี้เกิดการสร้างเครือข่ายร่วมกัน ทำให้สามารถบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่ต้องเน้นย้ำคือเรื่องความปลอดภัยของเด็กและครูในสถานศึกษา ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งศูนย์ MOE Safety Center ขึ้นมา เพื่อช่วยให้กระทรวงฯ สามารถดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาได้อย่างรอบด้าน ซึ่งหากมีเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้กระทรวงฯดูแลช่วยเหลือมาโดยตลอด ทางกระทรวงฯ ได้มีการสำรวจตรวจว่ามีเด็กที่ตกหล่นจากระบบจำนวนเท่าไร และได้ปักหมุดเด็กเอาไว้เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาในการนำเด็กเข้าสู่ระบบ ในส่วนของการเชื่อมต่อกับหน่วยงานต่างๆ อาจยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่ แต่เป้าหมายหลักของเราคือการนำเด็กเหล่านี้กลับสู่ระบบการศึกษาให้มากที่สุด

“ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน ให้มีความยืดหยุ่นโดยเน้นที่ผลลัพธ์การพัฒนาของเด็กเป็นสำคัญ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนช่วยกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาภายใต้ความท้าทายต่างๆ ในปัจจุบันนี้ได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

สำหรับการประชุมฯ มีเรื่องที่ต้องดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานที่น่าสนใจ อาทิ แผนงานและโครงการที่สนับสนุนนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. 9 จุดเน้น ที่จะใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ พ.ศ.2566 ได้แก่ จุดเน้นที่ 1 เร่งแก้ปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดย เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ให้กับผู้เรียนทุกระดับ รวมทั้งลดความเครียดและสุขภาพจิตของผู้เรียน

จุดเน้นที่ 2 เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแล ความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) จุดเน้นที่ 3 ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 – 6 ปี และผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน และเด็กพิการ ที่ค้นพบจากการปักหมุดบ้านเด็กพิการ ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา จุดเน้นที่ 4 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะ และการจัดทำกรอบหลักสูตร รวมทั้งจัดกระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยของผู้เรียน

จุดเน้นที่ 5 จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐานควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัย ด้านการเงินและการออม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู จุดเน้นที่ 6 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์ กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มีการวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for learning) เพื่อให้เกิดสมรรถนะกับผู้เรียนทุกระดับ จุดเน้นที่ 7 ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจำพักนอน สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกล และถิ่นทุรกันดาร จุดเน้นที่ 8 มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ และจุดเน้นที่ 9 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรรมาภิบาล ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา

โดยที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดตั้งโรงเรียนออทิสติกสุพรรณบุรี การรวมสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และการขยายชั้นเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอีกด้วย

ลุ้นบอร์ดสกสค.ฟันธง ‘ธนพร’หลุดเก้าอี้เลขาฯ หลังยื้อไม่ส่งผลงาน ‘ตรีนุช’ ชี้ ร้องนายกฯ ถือเป็นสิทธิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626819

ลุ้นบอร์ดสกสค.ฟันธง ‘ธนพร’หลุดเก้าอี้เลขาฯ  หลังยื้อไม่ส่งผลงาน ‘ตรีนุช’ ชี้ ร้องนายกฯ ถือเป็นสิทธิ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.25 น.

ลุ้นบอร์ด สกสค. ฟันธง “ธนพร” หลุดเก้าอี้ สกสค.หรือไม่ หลังยื้อไม่ส่งผลงาน “ตรีนุช” ชี้ ร้องนายกฯ ถือเป็นสิทธิ ยืนยันใช้เกณฑ์มาตรฐานประเมิน

วันที่ 6 มกราคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณี นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ สกสค.) ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรม และคัดค้านหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ว่าส่อจะไม่เป็นธรรม นั้น ว่า การร้องเรียนถือเป็นสิทธิ ทั้งนี้ ยืนยันว่าหลักเกณฑ์ที่นำมาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการสกสค. เป็นเกณฑ์ที่ได้มาตรฐาน โดยได้นำหลักเกณฑ์ของการประเมินของหน่วยงานอื่น ๆมาเป็นแบบอย่าง และมอบให้คณะกรรมการประเมินฯดูรายละเอียดให้รอบคอบ เพราะเลขาธิการสกสค.ถือเป็นตำแหน่งสำคัญกำกับหน่วยงานที่ดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ 

“การที่นายธนพร จะร้องเรียนขอความเป็นธรรม ถือเป็นสิทธิทำได้ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ขณะนี้เลขาธิการ สกสค.จะต้องจัดส่งผลการปฏิบัติงานปี 2564 ให้คณะกรรมการประเมินฯพิจารณา ซึ่งหากไม่ส่งตามเวลาที่กำหนด ก็อาจจะต้องดูข้อกฎหมายว่าจะดำเนินการอะไรได้บ้าง” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ด้านนายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ประธานคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานเลขาธิการสกสค. กล่าวว่า คณะกรรมการประเมินฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งให้เลขาธิการ สกสค. ส่งผลการปฏิบัติงานเพื่อเข้ารับการประเมินอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ซึ่งโดยหลักการผู้เข้ารับการประเมินจะต้องส่งผลการปฏิบัติงานกลับมาให้ทางคณะกรรมการประเมินภายใน 15 วัน ภายหลังได้รับแจ้ง แต่จนถึงขณะนี้ นายธนพร ยังไม่ได้ส่งผลการปฏิบัติงานมาให้คณะกรรมการประเมินฯ ดังนั้น หากครบกำหนดแล้ว ยังไม่สามารถประเมินผลงานเลขาธิการสกสค.ได้ ก็จะต้องเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมบอร์ด สกสค. เพื่อให้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป  

 “ส่วนตัวผมไม่หนักใจ ซึ่งการที่นายธนพร ร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นสิทธิ สามารถกระทำได้ หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่การที่นายธนพร ยังไม่ส่งผลงาน ก็กระทบต่อการประเมิน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนจะมีผลให้ต้องหลุดจากตำแหน่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบอร์ด สกสค. คณะกรรมการประเมินฯดำเนินการทุกอย่างไปตามมติบอร์ด สกสค.” นายบัณฑิตย์ กล่าว 

อว.ชวนเยาวชนรู้คิดรู้รอบเรื่องวิทย์ ในงาน ‘ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626812

อว.ชวนเยาวชนรู้คิดรู้รอบเรื่องวิทย์ ในงาน ‘ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.10 น.

กระทรวง อว. ขนความสนุกวิทย์ฯ ชวนเยาวชนรู้คิดรู้รอบเรื่องวิทย์ ในงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565” มุ่งเน้นการเรียนรู้แบบ Online

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ จัดงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565” ชวนเยาวชนรู้คิดรู้รอบเรื่องวิทย์ฯ ขนความสนุกด้านวิทยาศาสตร์จัดเต็ม 2รูปแบบ Online และ On Hands กระจายความสนุกทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้ปกครองสัมผัสประสบการณ์จริง ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 นี้

ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีโอกาสเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีได้อย่างมีสาระและสนุกสนาน ผ่านการคิด ทดลอง และลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา กระทรวง อว. ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งหน่วยงานพันธมิตร ภาครัฐต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ” ขึ้น  เป็นประจำทุกปี ซึ่งกิจกรรม “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม  ที่ได้รับความสนใจจากนักเรียน ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง จำนวนมาก จึงมีการจัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับถนนสายวิทยาศาสตร์ฯ ปี 2565 ในครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กระทรวง อว.   จึงมุ่งเน้นดำเนินการจัดกิจกรรมแบบออนไลน์เป็นหลัก และกระจายการเรียนรู้ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัย และมาตรการการเว้นระยะห่างเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศได้เรียนรู้อย่างทั่วถึง ขานรับแนวคิดนโยบายของรัฐบาล “รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม” เน้นให้เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างสนุกสนาน โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด     ปีสากลแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (International Year of Creative Economy for Sustainable Development) ปีสากลแห่งการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และปีสากลแห่งแก้ว

โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้เด็กไทยหันมาสนใจชื่นชอบวิทยาศาสตร์ เปลี่ยนมุมมองว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก น่าตื่นเต้น น่าเรียนรู้และเข้าใจง่าย ได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริง ด้วยการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ผ่านช่องทางต่างๆ โดยมุ่งเน้นที่การเรียนรู้แบบ Online และ On Hands เป็นหลัก เพื่อให้เยาวชนได้ร่วมสนุกจากทุกที่ทุกเวลาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีการจัดแบบ Onsite ตามแต่ละสถานที่แหล่งเรียนรู้ที่เปิดให้บริการตามปกติ แต่เน้นมาตรการการดูแลป้องกัน การเว้นระยะห่าง และการใส่ใจเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจาก อพวช. และหน่วยงานพันธมิตรในสังกัดกระทรวง อว. อาทิ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)(GISTDA) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 27 หน่วยงาน ที่พร้อมกระจายความสนุกไปทั่วประเทศ”

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า “สำหรับในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบัน จึงมีการปรับรูปแบบการจัดงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินการตามภารกิจเดิมตามเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์การเรียนรู้ โดยมีการเน้นในการจัดกิจกรรมเป็น 2 รูปแบบ คือ

1.กิจกรรม On Hands กิจกรรมจัดส่งสื่อการเรียนรู้ และของเล่นวิทยาศาสตร์ให้แก่โรงเรียน และศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ อาทิ สื่อสนุกวิทย์ กับ อว. สู่โรงเรียน/ศูนย์การเรียนรู้ และกล่องสุ่มของเล่นวิทยาศาสตร์ ซึ่งผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทาง Facebook : ถนนสายวิทยาศาสตร์ ScienceAvenue และรอรับสื่อการเรียนรู้ไปให้เล่นสนุกถึงที่บ้านหรือที่โรงเรียนได้เลย

2.กิจกรรม Online ถือเป็นหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ของงานถนนสายวิทยาศาสตร์ในปี 2565 นี้ ซึ่ง สามารถร่วมสนุกกันได้ทั้ง ในรูปแบบ Live Event และการประกวดแข่งขันกิจกรรมทาง Facebook : ถนนสายวิทยาศาสตร์ ScienceAvenue / NSTfair Thailand ซึ่งพบกับหลากหลายกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ พร้อมรับของรางวัลมากมาย อาทิ

– กิจกรรม “What Am I? ทายวิทย์คิดสร้างสรรค์” น้องๆ เยาวชน จะได้ออกแบบการแต่งกายโดยใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อสร้างสรรค์เป็นชุดที่บอกเล่าถึงวิทยาศาสตร์รอบตัวเรา นำเสนอแนวคิดผ่านการแต่งกายและสามารถสื่อสารผ่านท่าทางหรือเสียงร้องได้ โดยไม่จำกัดเทคนิคและจินตนาการ

– กิจกรรม Science Around Us บอกเล่าวิทย์รอบตัว ชวนน้องๆ เยาวชน ถ่ายคลิปบอกเล่าเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ให้มีความสร้างสรรค์และสนุกสนาน อธิบายถึงแนวคิด หลักการหรือเกร็ดความรู้อย่างง่าย ที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน

– กิจกรรม “หอคอยรับน้ำหนัก” ปลุกความเป็นนักประดิษฐ์ สนุกไปกับสร้างหอคอยให้แข็งแรงที่สุด  พร้อมร่วมสนุกแล้วโชว์ผลงานเพื่อรับรางวัล

สำหรับการจัดกิจกรรมที่ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมรองรับให้น้องๆ ได้ร่วมสนุกโดยรอบพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น รถไฟฟ้ารับ-ส่งบริเวณงาน ร้านค้า ร้านอาหาร และรถสุขา ซึ่งได้เตรียมเอาไว้เพียงพอต่อผู้เข้าร่วมงาน

อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เราดำเนินการจัดงานโดยยึดตามมาตรการที่ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด  โดยได้มีการตรวจคัดกรอง และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในแต่ละกิจกรรม รวมถึงการจัดเตรียมอุปกรณ์การทำความสะอาดอย่างเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้แก่ผู้เข้าร่วมงานรอบบริเวณการจัดงาน ปลอดภัย ไร้ความกังวลอย่างแน่นอน”

ศ.นพ.สิริฤกษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย “ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 นี้ ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ เยาวชน มาร่วมกิจกรรม “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565” พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่หลายรูปแบบ ที่จะพาไปเปิดโลกทัศน์ในเรื่องราววิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้วยความสนุกสนานและเข้าใจง่าย ดังคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบไว้ว่า “รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม” เพื่อให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไปในอนาคต”

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ Facebook : ถนนสายวิทยาศาสตร์ ScienceAvenue หรือ เว็บไซต์  http://www.nsm.or.th สอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์ 02577 9960

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบของขวัญวันเด็กผ่านนายกฯมอบให้เยาวชนในวันเด็กแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626811

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบของขวัญวันเด็กผ่านนายกฯมอบให้เยาวชนในวันเด็กแห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 12.44 น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข มอบของขวัญวันเด็ก แด่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565

วานนี้ (วันพุธที่ 5 มกราคม 2565 เวลา 13.30 น.) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ กำหนดเข้าพบนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก แด่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ดินสอสี และไม้บรรทัด จำนวน 180,000 ชิ้น นำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ณ ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยเมื่อวันอังคารที่ 4 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย   ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ  นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการคณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ  ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก ให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 150 โรงเรียน เพื่อให้เยาวชนให้ใช้ในห้องเรียน โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้จัดให้มีมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิ และขอความร่วมมือผู้ร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ  รวมทั้งจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ  ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบชุดของขวัญวันเด็กแก่เยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2565 รวมจำนวน  3,150,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่า 21.75 ล้านบาท

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า การให้ของขวัญในวันเด็กแห่งชาติ เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักในด้านงานสังคมสงเคราะห์ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทำต่อเนื่องมา 63 ปีแล้ว ด้วยเด็กดีในวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติไทยในอนาคต

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นองค์กรการกุศลเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร ได้ก่อตั้งมาถึงปีนี้เป็นเวลา 112 ปี ดำเนินงานสาธารณกุศลทั้งงานสังคมสงเคราะห์และงานบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และบำรุงสุขเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยากทุกชนชั้น ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย และการสนับสนุนช่วยส่งเสริมทางการศึกษา เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ เป็นคนดีของสังคม โดยไม่จำกัดเพศ วัย ศาสนา และ เชื้อชาติ โดยหน่วยงานในเครือข่าย ประกอบด้วย โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

สพม.สุโขทัย ตรวจคัดกรองก่อนเข้าทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626649

สพม.สุโขทัย ตรวจคัดกรองก่อนเข้าทำงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ศิริวรรณ ขวัญมุข รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) รักษาราชการแทน ผอ.สพม.สุโขทัย  นำบุคลากรตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าทำงาน เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรคภายหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผลตรวจเป็นลบทุกคน 

มรภ.สงขลา ร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส ต่อยอดขวดน้ำดื่มใช้แล้ว สู่วัสดุก่อสร้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626645

มรภ.สงขลา ร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส ต่อยอดขวดน้ำดื่มใช้แล้ว สู่วัสดุก่อสร้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ มรภ.สงขลา นำทีมนักวิชาการไทยจับมือทีมวิจัยฝรั่งเศส พัฒนาขวดน้ำดื่มใช้แล้ว ต่อยอดสู่วัสดุงานก่อสร้าง พร้อมหารือความร่วมมือทำงานวิจัยด้านพอลิเมอร์ต่อเนื่อง

ผศ.ดร.พลพัฒน์ รวมเจริญ อาจารย์ประจำหลักสูตร วท.บ. (วิทยาศาสตร์ประยุกต์เชิงอุตสาหกรรม) วิชาเอกเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) กล่าวว่า โครงการวิจัยดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือด้านอุดมศึกษาและการวิจัยระหว่างไทย-ฝรั่งเศส (Franco-Thai Cooperation Programme in Higher Education and Research)หรือ PHC SIAM 2020 – 2021 เรื่อง New eco-efficient constructing materials from waste Poly (ethylene terephthalate) (PET) and renewable resource โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างจากพอลิเอทิลีนเทเรฟแทเลต คือขวดน้ำดื่มที่ใช้แล้ว หรือขวดเพ็ต โดยคณะนักวิจัยในโครงการ เป็นคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศ ได้แก่ มรภ.สงขลา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแก่น ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ส่วนมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส ได้แก่ Université de Nantes, Université Haute-Alsace และ University of Le Mans 

ผศ.ดร.พลพัฒน์กล่าวต่อไปว่า นักวิจัยจากทั้งสองประเทศได้ร่วมหารือความร่วมมือต่อเนื่องที่สถาบัน Laboratorie de Photochimie et d’Ingéniérie Macromoléculaires ณ Université de Haute Alsace และที่สถาบัน Institut des Molécules et Matériaux du Mans ณ Le Mans Universitéประเทศฝรั่งเศส นอกจากนั้น ตนและทีมวิจัยยังได้ไปบรรยายผลงานวิจัยให้กับนักวิจัยและนักศึกษาที่ Laboratorie de Physicochimie des Polymeres et des interfacesมหาวิทยาลัย CY Cergy Paris Université เรื่องการดัดแปลงโครงสร้างทางเคมีของยางธรรมชาติและพอลิเอสเทอร์และการประยุกต์ใช้ (modification of natural rubber and polyesters and its applications) สร้างความสนใจให้แก่นักวิจัยฝรั่งเศส และเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการวิจัยร่วมกันในอนาคต

“ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติราชการครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ มรภ.สงขลา เคยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศฝรั่งเศส และสร้างผลงานวิจัยด้านยางและพอลิเมอร์ร่วมกันหลายผลงานเป็นเวลายาวนาน นอกจากนั้น ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในด้านการวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับนักศึกษาในวิชาเรียนอีกด้วย” ผศ.ดร.พลพัฒน์ กล่าว

เดอะมอลล์จัดกิจกรรมวันเด็กหลากหลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626650

เดอะมอลล์จัดกิจกรรมวันเด็กหลากหลาย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เดอะมอลล์ จัดกิจกรรมหลากหลายธีม ฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 ดังนี้ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ และเดอะมอลล์ บางแคจัดกิจกรรม AR GAME จับเชื้อโรคผ่านเกมส์ AR กิจกรรมเล่านิทานแฟนซี การแสดงจากเด็กๆ อาทิ การแสดงดนตรีการแสดง PERFORMANCE SHOWรับของขวัญเป็นกล่องสุ่ม กิจกรรมตลาดนัด จัดตั้งแต่วันที่ 5-12 มกราคม 2565 ที่ เอ็ม ไลฟ์สโตร์ ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ และบริเวณแฟชั่นฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ บางแค วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 มีขบวน HERO DANCE TROOP แฟชั่นโชว์ นำโดยน้องไฟซัล นากิ๊บ เวลา 12.00 น. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ และเวลา 17.30 น.ที่ เดอะมอลล์ บางแค

เดอะมอลล์ บางกะปิ ฝึกทักษะและเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ ด้วยภารกิจดูแลฟาร์มและเป็นเจ้าของฟาร์ม ได้แก่ภารกิจเก็บไข่ในโรงนา, ภารกิจไล่จับหมู, ภารกิจจ่ายตลาด ภารกิจสนามท้าประลองความเร็ว GO KART KID เรียนรู้กฎจราจรไปกับ SKILL DRIVING JUNIORเกมส์ AR GAME จับเชื้อโรค การสร้างสรรค์ศิลปะบนหน้ากากเสือ BY STAR ART และ ตลาดนัด ตั้งแต่วันที่ 6-9 มกราคม 2565ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ ในวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2565 พบกับ น้องไฟซัล นากิ๊บ ที่จะมา LIVE FACEBOOKพาเที่ยวชมงาน เวลา 14.00 น. และในวันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2565 พบกับKIDDO HERO SHOW แฟชั่นโชว์ HERO DANCE TROOP นำโดย น้องไฟซัล นากิ๊บตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป 

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วานมี AR GAME จับเชื้อโรค กิจกรรมเวิร์กช็อปของขวัญวันเด็กกับกล่องสุ่ม การแสดงต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 5-9 มกราคม 2565ที่เอ็มไลฟ์สโตร์ ฮอลล์ ชั้น 1 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน วันอาทิตย์ที่ 9มกราคม 2565 พบกับ HERO DANCE TROOP ที่นำโดยน้องไฟซัล นากิ๊บ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. นอกจากนี้ มีการประกวดร้อง เต้น ชิงถ้วยประทานในวันเสาร์ที่ 8มกราคม 2565 การประกวด DANCE EXERCISE ระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ และในวันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2565 การประกวดการขับร้องและจินตลีลาประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ และวงดนตรีสากลร่วมสมัย ในระดับมัธยมศึกษา ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ กิจกรรมเดินแบบใน THAILAND JUNIOR MODEL SEARCH 2022 รอบตัดสินชิงมงกุฎพร้อมสายสะพายและเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

เดอะมอลล์ โคราช มีกิจกรรม AR GAME จับเชื้อโชค ของขวัญกล่องสุ่มชมการแสดงสุดพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 8-9มกราคม 2565 ที่วาไรตี้ ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ โคราช

สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูนวันที่ 6 มกราคม 2565 เปิดให้สนุกพร้อมกันทุกกิจกรรม FANTASIALAGOON KIDDO HERO วันที่ 8-9 มกราคม 2565 GIFT SLIDER ของขวัญที่สาดลงมาจากสไลเดอร์เด็กสูงไม่เกิน130 ซม. เข้าฟรี จำกัด 200 ท่านแรก/สาขา ตลอดเดือนมกราคม 2565 

อาจารย์นักออกแบบจุฬาฯ ผนึกกำลัง สร้างแบรนด์ผ้าทอเมืองน่านร่วมสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626647

อาจารย์นักออกแบบจุฬาฯ ผนึกกำลัง สร้างแบรนด์ผ้าทอเมืองน่านร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล หัวหน้าหน่วยวิจัยแฟชั่นและนฤมิตศิลป์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง การที่อาจารย์นักออกแบบรุ่นใหม่ระดมสมองร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง นำการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ (Cultural Creative Tourism) ด้วยความหวังจะช่วยให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จึงได้ร่วมกันพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์จำเพาะจากทุนวัฒนธรรมของจังหวัดน่านสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมในระบบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เหมาะกับทุนนวัตกรรมพื้นถิ่น

ศ.ดร.พัดชาอธิบายว่า การพัฒนาผ้าดังกล่าว สืบเนื่องจากโครงการวิจัยนวัตกรรมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ จังหวัดน่านสู่สากล เพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการสร้างเสริมพลังจุฬาฯ ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 (C2F) โครงการวิจัยนี้เริ่มต้นด้วยการศึกษาปัญหาของอุตสาหกรรมผ้าทอพื้นเมือง ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.เวียงสา อ.ท่าวังผา อ.สองแคว และ อ.ปัวหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พบคือ คนรุ่นใหม่ไม่สนใจสานต่ออุตสาหกรรมการทอผ้าจากบรรพบุรุษ เพราะมองไม่เห็นโอกาสในการสร้างรายได้ ไม่เห็นช่องทางการตลาดหรือแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับยุคสมัย จากปัญหาดังกล่าวนำมาสู่แนวทางการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอ “ผ้าไทยไม่จำเป็นต้องสวมใส่แบบเดิมอย่างโบราณ เราพยายามดึงไอเทมร่วมสมัยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมไว้ด้วยกันออกแบบให้เป็นแฟชั่นสมัยนิยม มีความร่วมสมัยที่คนอยากหยิบจับมาสวมใส่ เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายคนเมืองที่จะสวมใส่ได้ในโอกาสต่างๆ ในชีวิตประจำวันทั้งลำลอง เดรส แจ๊กเกต สเกิร์ตชุดพิธีการ เป็นต้น”

ใน 5 อำเภอ ที่เป็นพื้นที่ศึกษาของโครงการ ศ.ดร.พัดชากล่าวว่า ได้ แบ่งกลุ่มผู้ผลิตและประกอบการผ้าทอเป็น 8 คลัสเตอร์ โดยนำเสนออัตลักษณ์ผ้าทอและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ได้แก่ บ้านซาวหลวง ประยุกต์ลายน้ำไหลจากชาวไทลื้อโบราณ เน้นผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายใน และเฟอร์นิเจอร์ ร้านวราภรณ์ผ้าทอ ลายผ้าเรียบง่าย สีสันสดใสผสมโทนสีเทามีความเป็นยูนิฟอร์มร่วมสมัย ร้านรัตนพรผ้าเขียนเทียน พัฒนาลวดลายเดิมด้วยการจัดวางใหม่จากวัฒนธรรมม้งเน้นความคล่องตัวใส่สบาย สไตล์มินิมอล ร้านฝ้ายเงิน ลวดลายวัฒนธรรมไทลื้อ เน้นสีสันสดใส ดีไซน์สนุกกับแนวเสื้อโอเวอร์ไซส์ บ้านปางกอม ลวดลายไทลื้อที่มีความเป็นสากล ด้วยเอิร์ทโทน เหมาะกับ Gen Y สายรักษ์โลกโกโก้วัลเล่ย์ กลุ่มทอผ้าไทลื้อ เน้นกลุ่มไลฟ์สไตล์ชอบเที่ยว อินดี้ ไม่เหมือนใคร ไทมูล ลวดลายท้องถิ่นไทลื้อ เน้นความแปลกตาผสมกับรูปทรงเรขาคณิต อิสระและเรียบง่าย และมีสเอโปรดักส์ ลายไทลื้อที่มีความสตรีทแวร์ สวยสบาย คล่องตัว

อีกทั้งในจังหวัดน่าน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพตัดไผ่เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ เวลาตัดไผ่หนึ่งต้น ด้านบนของไผ่จะถูกนำไปแปรรูปเป็นตะเกียบ ไม้จิ้มอาหาร แล้วเหลือเศษไผ่ฝอยๆ ที่ได้จากการเหลาไม้ เราจึงนำเศษฝอยเหล่านี้มาปั่นและตีจนเป็นเส้นใยเพื่อทอเป็นผ้าร่วมกับเส้นไหมหรือฝ้าย เพิ่มมูลค่าและลดปัญหาอันเกิดจากขยะได้ในอีกทาง

หนึ่งในวิธีที่จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอของจังหวัดน่านให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและครบวงจรคือการจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เส้นทางท่องเที่ยวสายผ้าทอ “ภูษาพาจร” โดยมีจุดเน้นที่ผ้าทอ ทั้งนี้ โครงการได้ปักหมุดทริปท่องเที่ยว 3 เส้นทาง สำหรับนักท่องเที่ยวหลากหลายแนว ได้แก่ เส้นทางช้อป-ชิม-แชร์ (Shop, Taste, Share) จับกลุ่มนักเดินทางทั่วไปที่อยากชิมประสบการณ์ เยี่ยมชมกลุ่มผู้ประกอบการผ้าทอ ซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึก และรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มท้องถิ่นหรือพักแบบโฮมสเตย์เส้นทางสัญจร เส้นทาง “สิ่งทอและงานฝีมือ” (Textile and CraftDestination) เส้นทางนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทดลองทำงานฝีมืออาทิ ทอผ้าหรือย้อมสีผ้าเป็นของที่ระลึก และ เส้นทาง “ต่อยอดเชิงธุรกิจ” (Creative Entrepreneur Route) เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หรือนักออกแบบ ที่กำลังมองหาวัตถุดิบ แรงบันดาลใจ ศ.ดร.พัดชา กล่าวว่า เราพบว่าดีไซเนอร์ท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการขนาดย่อมไม่สามารถผลิตผ้าเป็นของตัวเองได้เนื่องจากการผลิตผ้าในระดับโรงงานต้องมีออเดอร์จำนวนมากถึงจะสั่งทอผ้าได้ แล้วหากจะตีไผ่ปั่นด้ายเองก็ล่าช้าใช้กำลังคนจำนวนมาก ดังนั้น หากเราสามารถทำโรงงานนำร่องผลิตเส้นใยได้ ดีไซเนอร์ที่ต้องการผ้าจำนวนไม่มาก เช่น ออเดอร์เพียง 50 หลา ก็สามารถผลิตผ้าและสร้างสรรค์คอลเลคชั่นของตัวเองได้”

ศ.ดร.พัดชากล่าวปิดท้ายว่า หากโครงการวิจัยได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง ระยะต่อไปที่จะลงมือสานต่อคือการให้แต่ละชุมชนมีเครื่องมือที่ดีดเส้นใยได้ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนขายได้ทั้งเส้นด้ายและผ้าทอ เป็นการเพิ่มโอกาสทางอาชีพมากขึ้น อีกทั้งดีไซเนอร์รุ่นใหม่จะได้สร้างสรรค์แฟชั่นที่ตอบโจทย์ยุคสมัยและกระแสความยั่งยืน และยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพสู่สากลด้วย

รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กต.เยี่ยมชมผลงานด้าน BCG มจธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626648

รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กต.เยี่ยมชมผลงานด้าน BCG มจธ.

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมหารือภาพรวมการดำเนินงานที่สอดรับกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศในการขับเคลื่อน BCG Model และการดำเนินงาน “BCG Model @KMUTT” หรือโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

อันจะเป็นประโยชน์ต่อแนวทางในการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ในปี 2565 ของประเทศไทยได้ต่อไป โดยมีรศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. ต้อนรับและนำชมผลงานเด่นด้าน BCG Model @KMUTT อาทิ Sustainable Consumption and Production Pilot Plant โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ และศูนย์เรียนรู้ไฟฟ้าชนบท เป็นต้น ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางขุนเทียน) เมื่อเร็วๆ นี้