ดีเดย์ 11 พ.ย.!สพฐ.นัดประชุมผอ.สพท.ทั่วประเทศ ติดตามผลหลังเปิดเทอม 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/614589

ดีเดย์ 11 พ.ย.!สพฐ.นัดประชุมผอ.สพท.ทั่วประเทศ  ติดตามผลหลังเปิดเทอม 2

วันอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.28 น.

‘เลขาฯ สพฐ.’นัดประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ 11 พ.ย.นี้ ติดตามผลหลังเปิดเทอม 2 พร้อมมอบโจทย์ใหญ่การป้องกันการแพร่ระบาดโควิด

9 พฤศจิกายน 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ในวันที่ 11 พฤศจิกายน นี้ ตนได้นัดประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)ทั่วประเทศที่ จ.บึงกาฬ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องต่างๆ และติดตามผลหลังจากเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในรูปแบบต่าง ๆไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และมอบโจทย์ใหญ่ให้กับผู้อำนวยการ สพท.ทุกคนว่าหลังจากเปิดเทอม 2 ไปแล้ว สถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์ ได้จัดมาตรการป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แพร่ระบาดในสถานศึกษาอย่างไร  และหากพบครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ติดเชื้อโควิด-19 มีแผนรับมืออย่างไร และมีมาตรการป้องกันอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียน รวมถึงจะทำการสอนเสริมให้นักเรียนอย่างไร และจะเน้นสอนความรู้ในเรื่องใดบ้าง เพราะนักเรียนห่างหายไปจากการเรียนออนไซต์เป็นเวลาเกือบ 2 ปี เราจะทำให้เขากลับมาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นอย่าง

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน พบจำนวนนักเรียนนักศึกษาอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 ทั่วประเทศ จากจำนวนผู้ที่แจ้งประสงค์จะฉีดวัคซีนไว้ 3,832,206 คน ได้ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 3,239,146 คน คิดเป็น 84.52%  เข็ม 2 ฉีดแล้ว 357,893 คน คิดเป็น 9.34% แยกเป็นภาคใต้ ฉีดแล้ว 77.02% ภาคเหนือ ฉีดแล้ว 88.06% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฉีดแล้ว 88.25% ภาคตะวันออก ฉีดแล้ว 71.62% ภาคตะวันตก ฉีดแล้ว 90.66% ภาคกลาง ฉีดแล้ว 86.09%

สตม.จัดพิธีอุปสมบทหมู่ 94 ปี ตม.ไทย ใต้ร่มพระบารมี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/614415

สตม.จัดพิธีอุปสมบทหมู่ 94 ปี ตม.ไทย ใต้ร่มพระบารมี

วันจันทร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.38 น.

สตม.จัดพิธีอุปสมบทหมู่ 94 ปี ตม.ไทย ใต้ร่มพระบารมี

8 พฤศจิกายน 2564 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม.เป็นประธานในพิธีอุปสมบทหมู่ โครงการ “อุปสมบทหมู่ 94 ปี ตม.ไทย ใต้ร่มพระบารมี” ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร โดยมี พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดเข้าร่วมในพิธี เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม จัดตั้งกรมตรวจคนเข้าเมืองขึ้น และเป็นการเฉลิมฉลองปีมหามงคลที่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบ 69 พรรษา

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้จัดทำโครงการอุปสมบทหมู่เป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 เป็นต้นมา ซึ่งในปีนี้ มีข้าราชการตำรวจในสังกัดสมัครใจจำนวน 13 คน และบุคคลภายนอกที่สนใจจำนวน 8 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 21 คน กำหนดระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 15 วัน ในช่วงระหว่างวันที่ 8 – 22 พ.ย.2564 จัดให้มีการประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบท ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ถนน อรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ  โดยมีท่านเจ้าคุณพระเทพประสิทธิคุณ รักษาการแทนเจ้าอาวาสฯ เป็นพระอุปัชฌาย์จารย์ โดยมีเพื่อนข้าราชการตำรวจ ญาติและบุคคลใกล้ชิด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี

-005

ด่วน!!สอศ.เปิดสมัครสอบ‘ครูผู้ช่วย’อาชีวะ 483 อัตรา 76 กลุ่มวิชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/614352

ด่วน!!สอศ.เปิดสมัครสอบ‘ครูผู้ช่วย’อาชีวะ 483 อัตรา 76 กลุ่มวิชา

วันจันทร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.07 น.

ด่วน!!สอศ.เปิดสมัครสอบ‘ครูผู้ช่วย’อาชีวะ 483 อัตรา 76 กลุ่มวิชา

8 พฤศจิกายน 2564 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคระกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ลงนามในประกาศประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่องรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาศัยอำนาจตามมาตรา 19 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อ 8 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2560 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2560 หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 14 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 25 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2564 ประกอบกับมติ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการประชุม ครั้งที่ 8/2564 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 ครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 และครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยตำแหน่งที่จะดำเนินสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย คุณวุฒิระดับปริญญาตรี ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง จำนวน 483 อัตรา  จำนวนกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่ประกาศรับสมัคร จำนวน 76 กลุ่มวิชา

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า  สำหรับกำหนดการรับสมัครและวิธีการสมัคร สอศ. รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ผ่านทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น โดยผู้ประสงค์จะสมัครสอบสามารถสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ตได้ทางเว็บไซต์ http://vec.jobthaigov.com ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เวลา 24.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vec.go.th/   หรือ https://bpa.vec.go.th/

ศธ.กาง 4 มาตรการ‘แก้หนี้ครู’ ลุยลดดอกเบี้ย ใช้บำเหน็จตกทอด ตั้งบอร์ดคุมปล่อยกู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/614316

ศธ.กาง 4 มาตรการ‘แก้หนี้ครู’ ลุยลดดอกเบี้ย ใช้บำเหน็จตกทอด ตั้งบอร์ดคุมปล่อยกู้

วันจันทร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.47 น.

ศธ.กาง 4 มาตรการ‘แก้หนี้ครู’ ลุยลดดอกเบี้ย ใช้บำเหน็จตกทอด ตั้งบอร์ดคุมปล่อยกู้

8 พฤศจิกายน 2564 นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ที่มี น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน และมีผู้แทนธนาคารออมสิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุม ว่า ที่ประชุม ได้หารือถึงมาตรการในการแก้ปัญหาหนี้สินครู เรื่องที่คิดว่าสามารถดำเนินการได้ทันทีมี 4 เรื่อง ดังนี้ 

1.การลดดอกเบี้ย ซึ่งสถาบันการเงินยินดีให้ความร่วมมือ 

2.การหาแนวทางช่วยเหลือ ผู้ที่มียอดหนี้จำนวนสูง โดยจะไปดูแนวทางว่าหุ้นต่างๆ หรือเงิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่สมาชิกมีอยู่จะสามารถนำมาลดยอดหนี้ได้หรือไม่ ดีกว่าให้เงินแช่อยู่ รวมถึงอาจจะไปหารือกับ กบข.เพื่อผลักดันโครงการปล่อยกู้เงิน กบข. นำวงเงินที่มีอยู่เป็นประกัน รวมถึงดูว่าเงินจาก โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร ที่จะยกมาช่วยลดยอดหนี้ให้เหลือน้อยลงได้ ดังนั้นในเร็ว ๆนี้จะเชิญ สกสค.มาหารือ เพื่อหาแนวทางที่จะนำเงินส่วนนี้มาใช้เป็นหลักประกันได้อย่างไร

3. ค่าธรรมเนียมที่ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องจ่าย โดยเฉพาะเงินประกันเงินกู้ที่แต่ละปีผู้กู้ต้องจ่ายจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่จำเป็น เพราะหากผู้กู้มีหุ้นหรือมีเงิน ช.พ.ค. – ช.พ.ส. และเงินกบข.ก็สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยไม่ต้องทำประกันยอดหนี้อีก

4. ปัจจุบันครูเป็นหนี้ค่อนข้างมาก การควบคุมการกู้เงินยังไม่มีระบบที่ชัดเจน ที่ผ่านมาจะมีเพียงใบรับรองเงินเดือน ซึ่งบางรายใช้วงเงินดังกล่าวในการกู้หลายที่ ดังนั้นต่อไปการปล่อยกู้จะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเครดิตบูโร ที่จะต้องรวบรวมข้อมูลทางการเงิน ว่า ครูแต่ละไปกู้เงินไว้ที่สถาบันการเงินใดบ้าง และมีเงินเหลือติดบัญชีเงินเดือนจำนวนเท่าไร และสามารถกู้ได้อีกเท่าไร เพื่อให้ครูมีเงินเดือนเหลือพอใช้ในแต่ละเดือน

นายสุทธิชัย ระบุว่า การดำเนินการตรงนี้จะมีโปรแกรมเฉพาะ เพื่อคำนวณให้ผู้กู้มีเงินเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ต่อเดือน เพื่อการดำรงชีวิต ตามที่กฎหมายกำหนด ตรงนี้เป็นการควบคุมการกู้เงิน ขณะเดียวกันจะมีการหักเงินเดือน ณ ที่จ่าย โดยจะมีระเบียบว่าการจะหักได้ก่อนต้องเป็นเงินชำระหนี้เงินกู้เป็นลำดับแรก และหลังจากกู้ไปแล้วผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา โดยคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตัวแทนสหกรณ์ออมทรัพย์ ตัวแทนจากสถาบันการเงิน มาร่วมเป็นกรรมการฯเพื่อช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหาในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งตรงนี้สามารถดำเนินการได้ทันที ขณะนี้กำลังพิจารณารายชื่อคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการต่อไป 

“4 ข้อนี้เราก็ขับเคลื่อนไปตามมาตรการได้มากแล้ว ดังนั้นอีก 1 สัปดาห์จะมาอัพเดทการบ้านที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในวันนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ย้ำให้เร่งดำเนินการ โดยเรื่องใดที่ทำได้ก่อนก็ให้เร่งทำให้เร็วที่สุด อาทิ กรณีการลดดอกเบี้ย หากทำแล้วเห็นผล ก็ให้ทำได้ทันทีเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครู ซึ่งแต่ละเรื่องไม่เหมือนกันหากเรื่องใดที่ต้องปรับแก้ระเบียบ ก็อาจต้องใช้เวลา” นายสุทธิชัย กล่าว

‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.หากร.ร.ตรวจโควิด ต้องให้สธ.จังหวัดเข้าดำเนินการป้องกันผลคลาดเคลื่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/614274

'ตรีนุช'สั่งสพฐ.หากร.ร.ตรวจโควิด  ต้องให้สธ.จังหวัดเข้าดำเนินการป้องกันผลคลาดเคลื่อน

วันจันทร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.57 น.

8 พฤศจิกายน 2564 น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงภาพรวมของการเปิดภาคเรียนว่าขณะนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ส่วนกรณีโรงเรียนคําสร้อยพิทยาสรรค์ จ.มุกดาหาร ที่ใช้ Antigen Test Kit หรือ ATK ไม่ได้คุณภาพใช้สุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้ผลตรวจไม่ถูกต้องนั้น ทราบว่า เป็นชุดตรวจที่บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนได้รับบริจาคมาจากคนจีนที่อยากช่วยจึงบริจากมาให้ ซึ่งตรงจุดนี้ก็ไม่อยากไปโทษใคร ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้นายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) มีหนังสือคำสั่งไปยังโรงเรียนต่าง ๆว่าหากโรงเรียนจะมีการสุ่มตรวจหาเชื้อโควิด ให้โรงเรียนประสานกับทางสาธารณสุขจังหวัดให้เข้ามาดำเนินการตรวจหาเชื้อให้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนและใช้ ATK ที่ได้มาตรฐานตามที่สธ.กำหนด เนื่องจากขณะนี้ ATK มียี้ห้อใหม่ ๆออกมาตลอดและเราไมสามารถตรวจสอบได้ว่าอันไหนผ่านการตรวจสอบจาก อย.แล้วหรือยังไม่ผ่าน

ด้านนายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า กรณีโรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ จ.มุกดาหาร ที่ผลตรวจ ATK มีความผิดพลาดส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ทำการตรวจยังไม่มีความรู้เพียงพอ ดังนั้น สพฐ.จึงได้ทำหนังสือแนะแนวไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ เกี่ยวกับการใช้ ชุดตรวจ ATK โดยขอให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ อาทิ สถานีอนามัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นผู้ดูแล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและเพื่อให้การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้มาตรฐาน  ส่วนการจัดหา ATK นั้น เป็นอำนาจของศบค.จังหวัด ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมโรคติดต่อ ไม่ใช่อำนาจของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมการเปิดภาคเรียนใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบเด็กติดเชื้อโควิด-19 ในโรงเรียน แต่ที่พบคือมีเด็กติดเชื้อจากที่บ้านหรือคนในครอบครัว ยังไม่มีครัสเตอร์ในโรงเรียน ส่วนโรงเรียนที่จะเริ่มเปิดเรียนออนไซต์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน นี้นั้น ยังไม่ทราบจำนวน แต่คาดว่าจะเกิน 50% ของโรงเรียนทั้งหมด ส่วนตัวไม่กังวล เพราะจำนวนผู้ได้รับวัคซีนเพิ่มมากขึ้น โดยครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 85% ส่วนนักเรียนก็ทยอยฉีดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น จึงคิดว่าจะไม่มีปัญหา ขณะนี้ สพฐ. พยายามเร่งดำเนินการเพื่อให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้ตามปกติให้ได้มากที่สุด เพราะหากไม่ทำและกลัว ก็อาจกระทบการจัดการศึกษาในภาพรวม  ส่วยโรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ จ.มุกดาหาร ก็กลับมาเปิดเรียนออนไซต์ตามปกติแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา 

‘ตรีนุช’ไม่ปล่อยผ่าน! ปม ATK รร.คําสร้อยพิทยาสรรค์ ย้ำชุดตรวจต้องแม่นยำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/614118

'ตรีนุช'ไม่ปล่อยผ่าน! ปม ATK รร.คําสร้อยพิทยาสรรค์ ย้ำชุดตรวจต้องแม่นยำ

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.47 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวเน้นย้ำว่าจากสถานการณ์ที่มีผู้ที่ฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมประเทศไทยในภาวะวิกฤต นำชุดตรวจ ATK ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ผ่านการรับรองมาวางขายจำหน่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะกรณีเกิดขึ้นใน รร.มัธยมแห่งนึง ซึ่งเมื่อไปตรวจ RT-PCR แล้วพบว่าผลบวกปลอมเกือบพันคนทั้งที่ไม่ติดเชื้อนั้น ทางภาครัฐ และประชาชน จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกชุดตรวจที่มีคุณภาพที่ได้รับรองมาตรฐานระดับสากล มีความแม่นยำสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากผลผิดพลาด ทั้งที่เป็นผลบวกปลอม หรือผลลบปลอม ซึ่งส่งผลต่อระบบการจัดการสาธารณสุข โดยเฉพาะผลลบปลอมทำให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นำไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ส่งกระทบด้านการระบาดในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ต้องกลับมาพิจารณาใหม่ว่าการเลือกซื้อ ATK ควรเลือกจากราคา หรือคุณภาพ เมื่อหลายๆ สถานการณ์พิสูจน์ให้เห็นว่า ATK ด้อยคุณภาพ ส่งผลต่อระบบสาธารณสุข และระบบเศรษฐกิจ ประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้

“คงไม่สามารถปล่อยผ่าน หรือทำนิ่งเฉยกับ กรณีที่เกิดขึ้นของโรงเรียนคําสร้อยพิทยาสรรค์ จ.มุกดาหาร ที่วันนี้ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญในการให้คนไทยได้ใช้ชุดตรวจที่มีคุณภาพ ความแม่นยำสูง ช่วยลดความผิดพลาดในการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่มีหรือเพิ่งเริ่มมีอาการ เพราะในช่วงที่เริ่มติดเชื้อระยะต้นและยังไม่แสดงอาการ การเลือกใช้ ATK ต้องได้มาตรฐาน ให้ผลทดสอบมีความแม่นยำสูงเทียบเท่ากับการ swab PCR ปัจจุบันการดำเนินโรคเปลี่ยนไปพบว่าผู้ติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่ 80% ยังไม่แสดงอาการหรือมีอาการน้อย ยังไม่มีไข้ มีแค่ประมาณ 20% เท่านั้นที่มีอาการ และพบคนที่มีอาการหนักน้อยมาก 1 – 2 คน อาจจะเนื่องจากผลของวัคซีนซึ่งนับเป็นข่าวดี ดังนั้น เป้าหมายของการใช้ชุด ATK คือเพื่อตรวจหาเชื้อให้เจอเร็วที่สุด เพื่อทำการรักษาและลดการสูญเสีย”

ดังนั้น หลักที่ประชาชนควรจะต้องใส่ใจ ให้ความสำคัญกับ การเลือกชุดตรวจโควิดควรพิจารณาจาก มีความแม่นยำในการทดสอบสูง สามารถตรวจหาเชื้อได้แม้ไม่มีอาการมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน ตลับทดสอบมีความคงทน หลอดบัฟเฟอร์มีความยืดหยุด รีดเชื้อจากปลายสวอปออกมาได้มากที่สุด ปลายจุกหยดตัวอย่างมีตัวกรองป้องกันการปนเปื้อนจากเยื่อเมือก และแถบการอ่านผลทดสอบชัดเจน น้ำยาบัฟเฟอร์มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อได้ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และที่สำคัญ ชุดตรวจ ATK ต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานอาหารและยาประเทศไทย และได้รับรองมาตรฐานสากล

‘สวนดุสิตโพล’สะท้อน‘ขนมไทยกับคนไทย’ กาง 5 อันดับ‘ชื่นชอบ อยากเรียนทำ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/614064

‘สวนดุสิตโพล’สะท้อน‘ขนมไทยกับคนไทย’ กาง 5 อันดับ‘ชื่นชอบ อยากเรียนทำ’

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 08.23 น.

‘สวนดุสิตโพล’สะท้อน‘ขนมไทยกับคนไทย’ กาง 5 อันดับ‘ชื่นชอบ อยากเรียนทำ’

7 พฤศจิกายน 2564 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,367 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2564 หัวข้อ “ขนมไทยกับคนไทย” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นกรณี “ขนมไทย” เป็นอาหารหวานที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน มีมากมายหลายชนิด รสชาติหอมหวาน สีสันสวยงาม และเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย สรุปผลได้ ดังนี้

1. คนไทยคิดอย่างไรกับ“ขนมไทย” 

อันดับ 1 มีประวัติยาวนาน เป็นเอกลักษณ์ของไทย 86.16%

อันดับ 2 สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมประเพณีไทย 73.87%

อันดับ 3 ขั้นตอนการทำมีความปราณีต ละเอียด 67.64%

อันดับ 4 รสชาติอร่อย หอมหวาน สีสันสวยงาม 63.18%

อันดับ 5 ขนมแต่ละชนิดมีคุณค่า และความหมายที่แตกต่างกัน 62.74%

2. ความชอบ “ขนมไทย”

ค่อนข้างชอบ 42.34%       

ชอบมาก 38.49%       

ไม่ค่อยชอบ 15.25%      

ไม่ชอบ 3.92%

3. การรับประทาน“ขนมไทย”

นาน ๆ ครั้ง 45.65%        

สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง 44.73%       

ทุกวัน 9.62%    

4. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ “ขนมไทย” ต่อครั้ง

น้อยกว่า 100 บาท 53.61%     

101 – 300 บาท 38.88%      

301 – 500 บาท 5.35%    

501 บาทขึ้นไป 2.16%

5. “5 อันดับขนมไทย” ที่คนไทยชื่นชอบ และอยากเรียนทำขนม

“ขนมไทย” ที่ชื่นชอบ       

1. ข้าวต้มมัด 53.59%

2. ขนมครก 49.56%

3. กล้วยบวชชี 43.33%

4. บัวลอย 41.86%

5. ข้าวเหนียวมูน 41.50%

“ขนมไทย” ที่อยากเรียนทำ

1. ทองหยอด 22.89%

2. ทองหยิบ 21.76%

3. หม้อแกง 21.39%

4. ข้าวเหนียวมูน 17.92%

5. ขนมครก 17.62%

6. ความสนใจ กรณีถ้ามี “ขนมไทยเพื่อสุขภาพ”

สนใจ 87.17%        

ไม่สนใจ 12.83%        

7. ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการเกี่ยวกับ “ขนมไทย” อย่างไร

อันดับ 1 ควรอนุรักษ์และสืบสานขนมไทยอย่างจริงจัง 76.14%

อันดับ 2 ส่งเสริมเป็นสินค้าเศรษฐกิจหลัก ผลักดันขนมไทยไประดับโลก 75.55%

อันดับ 3 ต่อยอดสร้างสรรค์ร่วมกับวัฒนธรรมไทยอื่น ๆ 61.89%

อันดับ 4 นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ช่วยในการทำและยืดอายุขนม 56.75%

อันดับ 5 จัดสอนให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ 51.25%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ขนมไทยเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่น่าจับตาไม่แพ้เอกลักษณ์วัฒนธรรมอื่น ๆ ของไทย เป็นที่ชื่นชอบทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ราคาขนมไทยก็ไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับขั้นตอนการทำที่มีความปราณีตและบรรจง ในเมื่อภาครัฐมีแนวคิดผลักดัน Soft Power ของไทยเพิ่มขึ้น จึงควรพัฒนาขนมไทยไปสู่เวทีโลกภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำนวัตกรรมมาใช้พร้อมกับถ่ายทอดสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม เช่น ขนมไทยดั้งเดิม ขนมไทยเพื่อสุขภาพ การยืดอายุขนม เป็นต้น

ด้าน อาจารย์กาญจนา เฟื่องศรี อาจารย์ประจำหลักสูตรคหกรรมศาสตร์ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า “ขนมไทยกับคนไทย” มีประวัติมายาวนาน เป็นเอกลักษณ์ของไทย สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมประเพณีไทย มีขนมไทยหลากหลายชนิดนำมาประกอบในประเพณีไทย คนไทยในอดีตมีความเกี่ยวพันกับธรรมชาติ วิถีชีวิตทำอาชีพเกษตรกรรมจึงเกิดภูมิปัญญาในการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นขนมต่างๆ  ขนมไทยมีจุดเด่นคือรสชาติกลมกล่อม มีความหอม ความหวาน และความมันเค็ม มีรูปลักษณ์ สีสัน สวยงาม น่ารับประทาน เหมาะสมกับราคาที่คนไทยเลือกซื้อ ขนมข้าวต้มมัดเป็นขนมอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมรับประทาน นำไปใช้ในงานบุญตามประเพณีต่าง ๆ

“คนไทยจึงควรเลือกรับประทานขนมไทยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ก่อให้เกิดโรค ด้านอุตสาหกรรมขนมไทยเองก็มีโอกาสเติบโตได้ โดยทุกคนช่วยกันอนุรักษ์และสืบสานขนมไทยอย่างจริงจัง เผยแพร่ขนมไทยให้ทั่วโลกได้รู้จัก ภาครัฐส่งเสริมผลิตภัณฑ์ขนมไทยให้เป็นสินค้าเศรษฐกิจหลัก และผลักดันขนมไทยไปสู่ระดับโลก” อาจารย์กาญจนา กล่าว

นศ.การอาชีพเวียงสาบุกศาลากลางยื่นหนังสือขับไล่ ผอ.กล่าวหาพฤติกรรมไม่เหมาะสม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613849

นศ.การอาชีพเวียงสาบุกศาลากลางยื่นหนังสือขับไล่ ผอ.กล่าวหาพฤติกรรมไม่เหมาะสม

วันศุกร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.14 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 5 พ.ย.64 ที่ศาลากลางจังหวัดน่าน ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ได้มีตัวแทนนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพเวียงสาตั้งแต่ชั้น ปวช.1-3 และ ปวส.1-2 ประมาณ 200 คนเดินทางเข้ายื่นหนังสือประท้วงขับไล่ ผู้อำนวยการวิทยาลัย (ผอ.) โดยกล่าวหาว่าผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม คือ หอพักในวิทยาลัยสั่งให้มีการปิดหอตั้งแต่เวลา 07.20 น.-16.30 น.

พร้อมกับกล่าวหาเรื่องชู้สาวกับครู ข่มขู่นักเรียนและคณะครู ไม่เคร่งคัดเรื่องมาตรการการป้องกันโควิด – 19 การแต่งกายมาวิทยาลัยไม่ให้มีการใส่เสื้อแขนยาวที่วิทยาลัย อาจารย์ดื่มสุราในสถานที่ราชการ วางอำนาจเป็นใหญ่ไม่เห็นใจนักเรียน กฎระเบียบเคร่งคัดเกินไป ดูถูกนักเรียนนักศึกษาและคณะครู ด่าคณะครูต่อหน้านักเรียน โดยนักเรียนนักศึกษาวิทยลัยการอาชีพเวียงสา ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสาออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง

ด้านหนึ่งในแกนนำ นักศึกษา กล่าวว่า ผู้อำนวยการ มีกฎเกณฑ์เยอะไปสำหรับพวกหนู ก็เลยรวมใจกันมายื่นหนังสือร้องเรียน เช่นเรื่องหอพักในวิทยาลัย ก่อนนั้นไม่เคยปิด แต่ตอนนี้จะปิดไม่ให้ใครเข้าไปในหอตั้งแต่เวลา 07.20-16.30  แต่เด็กที่มีฐานะยากจนก็ต้องทำกับข้าวในหอ จะซักผ้าเวลาไม่มีเรียนแต่ก็เข้าไปไม่ได้ แม้แต่ลืมของก็ไม่สามารถเข้าได้ ชอบด่าคุณครูด่านักเรียนต่อหน้าคนเยอะๆ และชอบดื่มสุราในวิทยาลัย ในระหว่างสัมภาษณ์นักศึกษามีอาการเหมือนร้องให้เลยขอหยุดให้สัมภาษณ์

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสัมภาษณ์นายสมรักษ์ พระสลัก ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา ทางโทรศัพท์ โดยนายสมรักษ์ กล่าวว่า เรื่องหอพักในการวางมาตรการไม่ให้เข้าหอพักนั้น ยังเป็นเพียงนโยบายยังไม่ได้ดำเนินการ แต่หากมีอะไรให้ขออนุญาตเป็นรายบุคคลไป

ส่วนเรื่องการบูลลี่นักเรียนหน้าเสาธงเรื่องการแต่งกายนั้น เป็นการสั่งให้ถอดเนคไทที่นักศึกษาแล้วให้เอาไปเปลี่ยนคงเกิดจากการเข้าใจผิด

ส่วนเรื่องชู้สาวนั้น ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา ยืนยันว่าไม่ โดยกล่าวว่า “โอ๊ย ผมจะมีใครไปไหนก็ไปกันหลายคน ผมไม่มีครับ”

สำหรับเรื่องที่นักเรียนนักศึกษาเรียกร้องให้ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงนั้น ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา กล่าววส่า “เรื่องนี้ผมก็กำลังรีบกลับไปชี้แจง”

ส่วนจากเหตุการณ์นี้จะมีการลงโทษหรือทำโทษนักเรียนนักศึกษาหรือไม่นั้น ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา กล่าวว่า “คงไม่มี คงต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจ เพราะเด็กอาจเข้าใจผิด”

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613817

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564

วันศุกร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.03 น.

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร กรุงเทพฯ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ถวายพระภิกษุ สามเณร และบำรุงพระอาราม ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยธนาคารและลูกค้าประชาชนที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมถวายปัจจัยสมทบองค์ผ้าพระกฐิน เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบเนื่องไป

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ประจำปี 2564 ในวันนี้ (5 พฤศจิกายน 2564) ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมี คณะผู้บริหาร และพนักงานธนาคาร ร่วมในพิธี ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์นำไปถวายพระภิกษุ สามเณร และบำรุงพระอาราม ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีพระสงฆ์และสามเณรจำพรรษา จำนวน 55 รูป โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ถวายปัจจัยเพื่อสมทบองค์ผ้าพระกฐินเป็นจำนวนเงิน 3,317,868 บาท และเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาทั้งคณะผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานของธนาคาร รวมถึงลูกค้าประชาชนทั่วไปได้ ร่วมถวายปัจจัยเพื่อสมทบองค์ผ้าพระกฐิน เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามให้มั่นคงถาวร พร้อมสืบทอดเจตนารมณ์ในการเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่ให้ความสำคัญในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยให้เจริญรุ่งเรือง และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมต่อไป

นอกจากนี้ ธนาคารยังมอบเงินสนับสนุนทุนการศึกษาเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 70,000 บาท ให้กับโรงเรียน 3 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดมหาพฤฒาราม เพื่อช่วยเหลือเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของธนาคารในด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการศึกษา โดยตลอดระยะเวลากว่า 68 ปี ธอส.ได้สร้างโอกาสให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 3.7 ล้านครอบครัว พร้อมให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรม CSR เพื่อตอบแทนสังคม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน และการปลูกฝังความเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมให้แก่บุคลากรในองค์กร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การจัดพิธีดังกล่าวเป็นไปตามมติของมหาเถรสมาคม เรื่องการกำหนดมาตรการปฏิบัติในพิธีถวายผ้าพระกฐิน/กฐิน ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

‘นศ.ปริญญาตรี’อดใจรอ! สภาพัฒน์ฯเร่งจ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท ตามกรอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613759

'นศ.ปริญญาตรี'อดใจรอ! สภาพัฒน์ฯเร่งจ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท ตามกรอบ

วันศุกร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.28 น.

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวถึงกรณีที่นักศึกษาระดับปริญญาตรี ในสถาบันอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ตกหล่นยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 คนละ 2,000 บาท ว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการเสนอให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ดำเนินการให้นักศึกษาปริญญาตรี ในสังกัด สอศ.ได้รับเงิน 2,000 บาท ตามกรอบของ ศธ.แล้ว แต่คณะกรรมการของสภาพัฒน์ฯ ได้อนุมัติในหลักเกณฑ์ว่าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หลังจากนั้น ศธ.ก็ได้ทำเรื่องชี้แจงเข้าไปยังสภาพัฒน์ฯ ใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้ว

“ถ้าใช้หลักเกณฑ์การช่วยเหลือคนละ 2,000 บาท ของ ศธ.เรื่องก็จบไปแล้ว แต่สภาพัฒน์ฯ ให้ใช้หลักเกณฑ์ของ อว.ทาง ศธ.จึงถอนเรื่องเดิมและได้ทำเรื่องเข้าไปยังสภาพัฒน์ฯ ใหม่แล้ว เพราะเป็นคนละหลักเกณฑ์กัน ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปก็ขึ้นอยู่กับทางสภาพัฒน์ฯ ว่าจะต้องนำเข้าเสนอของ ศธ.ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ก็ติดตามเรื่องนี้ตลอด แต่ก็อยู่ในขบวนการของสภาพัฒน์ฯ ที่จะนำเสนอ ครม.ก็ขอให้นักศึกษาอดใจรอ เพราะเกินการควบคุมของ ศธ.แต่ ศธ.ไม่ได้นิ่งดูดาย และเห็นปัญหานี้มาแต่ต้น และได้พยายามติดตามเรื่องให้อยู่” นายสุเทพ กล่าว