ค.ร.อ.ท. ออกแถลงการณ์ วอน ‘บิ๊กตู่’ ช่วยเหลือนักศึกษา ป.ตรีอาชีวตกหล่น ไม่ได้รับเงินเยียวยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613655

ค.ร.อ.ท. ออกแถลงการณ์ วอน ‘บิ๊กตู่’ ช่วยเหลือนักศึกษา ป.ตรีอาชีวตกหล่น ไม่ได้รับเงินเยียวยา

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 20.58 น.

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 นายเศรษฐศิษฏ์  ณุวงค์ศรี  ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย(ค.ร.อ.ท.) กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้นักศึกษาระดับปริญญาตรี จากสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ยังตกหล่นไม่ได้รับเงินช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 คนละ 2,000 บาท มีความเดือดร้อนมาก ค.ร.อ.ท. จึงได้ออกแถลงการณ์ เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรี ช่วยแก้ปัญหาให้เงินเยียวยานักศึกษาปริญญาตรีตรี สถาบันการอาชีวศึกษา โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า

ตามที่รัฐบาลโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม 2564 เห็นชอบให้การช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ดำเนินการให้โอนเงินช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษา ซึ่งก็เป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด  แต่ปรากฏว่ามีนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กลับตกหล่นไม่ได้รับการแก้ไขและจนถึงขณะนี้ต้นสังกัดฯ ยังไม่ได้ดำเนินการ ทำให้ผู้ปกครองและนักศึกษาที่รอการเยียวยาได้รับความเดือดร้อน แม้ระยะเวลาล่วงเลยมานานแต่กระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไข  เครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย(ค.ร.อ.ท.) จึงขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาสั่งการแก้ปัญหานี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นไปตามเจตนาของรัฐบาลที่จะเยียวยาผู้ปกครองและนักศึกษา   

ซึ่งขณะนี้นักศึกษาฯ รอความเมตตาและมีความหวังว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบเรื่องนี้ท่านคงสามารกแก้ปัญหาและให้การช่วยเหลือได้ทันที ทั้งนี้ การเยียวยาทุกระดับนั้นได้ดำเนินการตามมติ ครม.โดยในส่วนกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอุดมศึกษาฯ  ได้ดำเนินการเกือบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ คงเหลือเพียงนักศึกษาปริญญาตรี จากสถาบันการอาชีวศึกษา  23  แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมียอดนักศึกษา ประมาณ  13,000 คน

ดังนั้น เครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย(ค.ร.อ.ท.) ขอกราบเรียนถึง ฯพณฯนายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาและได้โปรดการสั่งการ ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ดำเนินการให้เป็นไปตามมติ ครม.  และเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปกครองและนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด 19  และเป็นไปตามตามเจตนาของรัฐบาลที่รอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาล

นายเศรษฐศิษฏ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษา วอนนายกรัฐมนตรีให้การช่วยเหลือนักศึกษาปริญญาตรีอาชีวศึกษาที่ตกหล่นไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ทั้ง ๆที่ มติครม. เมื่อ 27 ก.ค.  2564 เห็นชอบให้รัฐบาลได้จ่ายเงินเยียวยาเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แต่นักศึกษา ป.ตรี อาชีวะ 13,000 คน ที่ตกหล่นและยังไม่ได้รับการเหลียว ซึ่งทางเครือข่าย ค.ร.อ.ท.ได้ร้องเรียนไปถึงเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบโดยตรง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงต้นสังกัด  ก็ทำได้เพียงออกสื่อ แจ้งว่า กระทรวงฯจะติดตามและนำเรื่องเสนอ ครม.ให้พิจารณาโดยเร็ว  ให้ความหวังกับนักศึกษากลุ่มนี้ซึ่งรอความหวังอย่างเลื่อนลอยตลอดมา ถึงวันนี้รัฐมนตรีศึกษา ก็ยังไม่สามารถนำเริ่องนี้เข้าเสนอต่อ ครม. พิจารณาแต่อย่างใด และมีการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นศ.อาชีวศึกษากลุ่มดังกล่าวนี้จะได้รับเงินเยียวยาอย่างแน่นอนเพราะครม. ได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว เป็นเพราะเหตุใดเมื่อ รมต. อ้างว่า ครม. รับทราบหลักการแล้ว ทำไมจึงไม่มีการสั่งการ

“เมื่อการดำเนินการในระดับกระทรวงศึกษาธิการ ไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้องของผู้ปกครองและนักศึกษาได้ ผมในฐานะประธาน ค.ร.อ.ท. จึงออกแแถลงการณ์ถึงนายกรัฐมนตรี ให้ลงมาแก้ปัญหานี้ เพื่อเยียวยาและเป็นการปฏิบัติต่อผู้เรียนสายอาชีวศึกษา ให้ได้รับความเป็นธรรม มีความเท่าเทียม ได้รับสิทธิฯโดยเร็ว ในนามภาคประชาชนร่วมกับผู้ปกครองและนักศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา ขอเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรี  ให้ช่วยเหลือนักศึกษาอาชีวะที่รอความช่วยเหลือจากท่านนายกฯ”ประธาน ค.ร.อ.ท. กล่าว

ตั้ง’อธิการบดีจุฬาฯ’นั่งปธ.บอร์ด กพฐ.ชุดใหม่ ดึงอดีตบิ๊ก ศธ.หวนนั่งกรรมการเพียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613566

ตั้ง'อธิการบดีจุฬาฯ'นั่งปธ.บอร์ด กพฐ.ชุดใหม่ ดึงอดีตบิ๊ก ศธ.หวนนั่งกรรมการเพียบ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.14 น.

ครม.แต่งตั้ง”อธิการบดีจุฬาฯ”นั่งประธานบอร์ด กพฐ.ชุดใหม่ ดึงอดีตบิ๊ก ศธ.หวนนั่งกรรมการเพียบ

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอแต่งตั้ง ประธานคณะกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) จำนวน 17 ราย แทนชุดเดิมที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ดังนี้ นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานคณะกรรมการ กพฐ. , นายวิสิทธิ์ ใจเถิง กรรมการผู้แทนองค์กรเอกชน , นายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , นายปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธ์ กรรมการผู้แทนองค์กรวิชาชีพ , นางชลิดา อนัตรัมพร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายชัยพฤษ์ เสรีรักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายบุญรักษ์ ยอดเพชร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า นายปราโมท แก้วสุข กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นางพรพิมล วิปุลากร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายวิริยะ  ฤาชัยพาณิชย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นางศศิธร วิทยะสิรินันท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายศิริเดช สุชีวะ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายสนิท แย้มเกสร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ , นายอำนาจ วิชยานุวัติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ พระพรหมบัณฑิต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติแต่งตั้งเป็นต้นไป

‘พุทธบริษัทวัดวังใหญ่’ร้อง กมธ.ศาสนาช่วยเจรจาประนอมหนี้หลังที่วัดถูกขายทอดตลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613487

'พุทธบริษัทวัดวังใหญ่'ร้อง กมธ.ศาสนาช่วยเจรจาประนอมหนี้หลังที่วัดถูกขายทอดตลาด

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.27 น.

พุทธบริษัทของวัดวังใหญ่ จังหวัดสงขลาร้อง กมธ.ศาสนาฯช่วยเรียกตัวแทนบริษัทลิสซิ่ง เจรจาประนอมหนี้ ลดต้น ลดดอก หลังถูกบังคับคดีขายที่ดินทอดตลาด ส่งผลให้คณะสงฆ์ในวัดอยู่แบบไม่มีอนาคต เหมือนบ้านติดแบงค์ ชาวบ้านขาดความเชื่อมั่น ไม่ไปทำบุญ 

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 พ.ย.64 ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงว่า ตนได้รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากตัวแทนชาวพุทธบริษัทของวัดวังใหญ่ กรณีพิพาทระหว่างวัดวังใหญ่ ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา กับบริษัท ธนบุรี ลิสซิ่ง จำกัด ซึ่งวัดวังใหญ่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2540 มีการจัดซื้อที่ดินจากชาวบ้านผู้เลื่อมใสตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน (น.ส.3ก.) และระบุชื่อบุคคลหนึ่งในสารบัญจดทะเบียนที่ดิน 

แต่ต่อมาช่วงกลางปี 2550 พุทธบริษัทวัดวังใหญ่ รวมถึงชาวบ้าน ทราบเรื่องว่าที่ดินของวัดวังใหญ่ ถูกสำนักงานบังคับคดี จ.สงขลา ประกาศให้มีการขายทอดตลาด เนื่องจากบุคคลดังกล่าวที่มีชื่อในที่ดินของวัดได้ถูกบริษัท ธนบุรี ลิสซิ่ง จำกัด ฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อปี 2541 และคดีถึงที่สุดเมื่อปี 2542 ให้ยึดทรัพย์ของบุคคลนั้น ซึ่งหมายความรวมถึงที่ดินของวัดวังใหญ่ด้วย ทำให้ขณะนี้วัดวังใหญ่ ถูกประกาศขายทอดตลาด

แต่ต่อมาบุคคลดังกล่าวได้ไปทำธุรกรรมรถกับบริษัท ธนบุรี ลิสซิ่งฯ แล้วค้างจ่ายค่างวดจนบริษัท ธนบุรีฯ ฟ้องศาลแพ่งในปี 2541 จากนั้นในปี 2542 ได้มีการตัดสินบังคับคดีนำทรัพย์สินขายทอดตลาด รวมถึงที่ดินวัดวังใหญ่ แต่จนถึงปัจจุบันทางบริษัท ธนบุรีฯ ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพียแต่ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดและอายัดที่ดินของวัดไว้เท่านั้น ส่งผลให้คณะสงฆ์ในวัดอยู่แบบไม่มีอนาคต เหมือนบ้านติดแบงค์ ชาวบ้านขาดความเชื่อมั่น ไม่ไปทำบุญ ทำให้เป็นจุดอ่อนไหว 

ตนในฐานะ ส.ส.ตัวแทนของประชาชน อ.นาทวี จึงขอความเป็นธรรมไปยังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเรื่องนี้มีการตัดสินคดีไปแล้ว จึงไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงคำสั่งใดๆ ได้ จึงขอให้ กมธ.เรียกตัวแทนบริษัท ธนบุรีฯ มาเจรจาเรื่องนี้ ลดต้น ลดดอก เพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นการให้ความเมตตาต่อพุทธศาสนิกชน ซึ่งพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ อ.นาทวี ยินดีที่จะช่วยกันหากบริษัทจะลดหนี้ให้วัดวังใหญ่ ตนในนาม ส.ส.จึงขอความเป็นธรรมให้วัดวังใหญ่ด้วย  –  003

ประมวลภาพเปิดโครงการ‘Seeds for the Future 2021’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613309

ประมวลภาพเปิดโครงการ‘Seeds for the Future 2021’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “Seeds for the Future 2021” โดยมีอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย ประเทศไทย นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมณ ตึกสำนักงานใหญ่หัวเว่ย เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถด้านไอซีทีได้เพิ่มพูนทักษะด้านดิจิทัลผ่านโปรแกรมการฝึกอบรมภาคปฏิบัติกับผู้เชี่ยวชาญ และร่วมทำเวิร์กช็อปแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวัฒนธรรม ภายใต้ภารกิจในการสนับสนุนการพัฒนาอีโคซิสเต็มด้านบุคลากรไอซีทีของประเทศ 

CGA ระดมทัพติวเตอร์มืออาชีพติวฟรี ม.6 ทั่วประเทศ ปูทางสร้างบุคลากรทางการแพทย์ รองรับความขาดแคลน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613316

CGA ระดมทัพติวเตอร์มืออาชีพติวฟรี ม.6 ทั่วประเทศ ปูทางสร้างบุคลากรทางการแพทย์ รองรับความขาดแคลน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ธะนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (CGA) เปิดเผยว่า ภายใต้แผนงาน CGA One Team ได้จัดโครงการ “ติวออนไลน์เพื่อสอบตรงเข้าสู่มหาวิทยาลัยในฝัน” เพื่อติวเข้มโจทย์สอบเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งหลักสูตรปกติ หลักสูตรอินเตอร์ โดยมุ่งเน้นสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและประยุกต์ อาทิ แพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ เพื่อส่งเสริมการสร้างบุคลากรทางแพทย์ในอนาคต โดยเปิดกว้างให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ทั่วประเทศ สามารถสมัครเข้าร่วมติวออนไลน์ฟรี ผ่านแพลตฟอร์ม trueVROOM ที่สามารถรองรับการติวแบบLIVE สด ได้มากกว่า 3,000 คนติวโดยติวเตอร์ชั้นนำระดับประเทศที่ผ่านการโหวตความต้องการจากเด็กๆ จากโรงเรียนในเครือมูลนิธิฯ มาแล้วอาทิ อ.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ(ครูพี่แบงค์), อ.โชคศรัณย์ จิตรโชคนิมิต (ครูพี่เฟิร์ส), อ.วีระวัฒน์ คลอวุฒิมันตร์(ครูพี่วี), อ.สุวคนธ์ อินป้อง (ครูเลดี้เก๋เก๋),อ.โสมนัส จันทรสอาด (ครูพี่นอต), อ.นันทณัฎธ์ ลิ้มอสัมภินกุล (ครูนัตตี้ส์) และติวเตอร์ที่มีชื่อเสียงอีกมากมายที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาถ่ายทอดความรู้แบบเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2564-กุมภาพันธ์ 2565

“วิกฤตโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลกในวงกว้าง และในอนาคตอาจมีโรคใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก ซึ่งปัจจุบันจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทยยังไม่เพียงพอและยังต้องพึ่งพายาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นวิทยาศาสตร์สุขภาพและประยุกต์จึงถือเป็นสาขาที่มีความสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น น้องๆ ที่สนใจจะเรียนต่อในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและประยุกต์จึงต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ โดย CGA พร้อมให้การสนับสนุน เพื่อร่วมพัฒนาการศึกษาและลดภาระผู้ปกครอง”

การดำเนินโครงการติวเข้มเพื่อสร้างบุคลากรทางการแพทย์ครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานระยะที่ 2 ระยะแรกได้จัดขึ้นในเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา โดยนำร่องนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนในเครือมูลนิธิ คณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย จำนวน 13 สถาบันผลปรากฏว่าได้รับความสนใจและกระแสตอบรับอย่างดียิ่ง จึงมีโครงการที่ 2ขึ้นมา ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการติวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายกับ CGA โดยติวเตอร์คุณภาพระดับมืออาชีพ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ โดยสแกน QR Code ผ่าน
https://www.cga-connect.com/ และfacebook : CGA-สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-3901062-3

ม.ราชภัฏทั่วประเทศ เล็งปั้นบัณฑิตโลจิสติกส์คุณภาพ ดึง‘แฟลช เอ็กซ์เพรส’ให้ความรู้จากประสบการณ์จริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613313

ม.ราชภัฏทั่วประเทศ เล็งปั้นบัณฑิตโลจิสติกส์คุณภาพ  ดึง‘แฟลช เอ็กซ์เพรส’ให้ความรู้จากประสบการณ์จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) พร้อมด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ รวม 38 แห่ง ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ กับ บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด (Flash Express) โดยมี ศ.พิเศษ ดร.เอนกเหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นที่ปรึกษา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการผลิตบัณฑิตราชภัฏทั่วประเทศ ให้มีความรู้และประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง รองรับการเติบโตของธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ป้อนบัณฑิตคุณภาพสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

ศ.ดร.เอนก กล่าวว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการผลิตบัณฑิตตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริงของบริษัท ลดปัญหาการว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ บัณฑิตคนใดที่มีผลการศึกษาและมีความประพฤติดีจะได้รับโอกาสพิเศษเข้าทำงานกับบริษัทแฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด และบริษัทในเครือ และในอนาคตก็จะสามารถกระจายสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ ตนหวังว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีและขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างเต็มที่และต่อเนื่องให้มากที่สุด ขอให้โครงการนี้คือโครงการระยะยาวที่จะมาตอบโจทย์การว่างงานของเด็กจบใหม่ และพัฒนาต่อยอดจนสามารถสร้างแรงงานหลักที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้ในอนาคต โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปีการศึกษาเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2564-2569

SPUเปิดประตูสู่เส้นทางสร้างรายได้ระหว่างเรียน ดันผลงานศิลป์นักศึกษาดิจิทัลมีเดีย สู่ตลาด NFT #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613311

SPUเปิดประตูสู่เส้นทางสร้างรายได้ระหว่างเรียน  ดันผลงานศิลป์นักศึกษาดิจิทัลมีเดีย สู่ตลาด NFT

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.เกรียงไกร กงกะนันทน์ อาจารย์ประจำคณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม เผยว่า การมาของเทคโนโลยี Blockchain ได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนทางอินเตอร์เนตที่มีค่า นอกจากสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้อย่าง Bitcoin เทคโนโลยีตัวนี้ยังสามารถแลกเปลี่ยนผลงานศิลป์หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล ได้โดยผ่านตลาดที่เรียกว่า Non Fungible Token (NFT) ซึ่งเป็นการนำผลงานขึ้นแสดงบนระบบบล็อกเชน ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมจากเหล่านักสะสมเป็นอย่างยิ่ง ผลงานที่โดดเด่นสามารถสร้างมูลค่าได้สูง คณะดิจิทัลมีเดีย เล็งเห็นถึงความสำคัญของตลาด NFT ดังกล่าว จึงส่งเสริมให้นักศึกษานำผลงานไปแสดงบนแพลตฟอร์มดังกล่าว ผลคือนักศึกษาหลายๆ คนที่นำผลงานลงขายสามารถมีรายได้สูงถึงหลักแสนบาท และมีการเปิดประมูลที่สร้างรายได้สูงถึง 7 แสนบาท ภายในภาพๆ เดียว

“ตลาด NFT ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ผลิตงานศิลป์ ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น และยังพัฒนาต่อไปได้อีกไกลอย่างแน่นอนในอนาคตอาจไม่ใช่แสดงแค่ภาพวาด แต่อาจรวมถึงผลงานศิลป์ทุกแขนง เรียกว่า เป็นจุดบรรจบระหว่างเทคโนโลยีกับงานศิลป์ได้อย่างลงตัว เราจึงผลักดันให้นักศึกษาของเราได้มีโอกาสสร้างรายได้และโชว์ศักยภาพฝีมือสู่สายตาของคนทั่วโลก” ผศ.เกรียงไกร กล่าว

คุณหญิงกัลยาเชื่อ ทุกโรงเรียนป้องกันโควิดเข้มข้น คาด 1 เดือน ทยอยเปิด On-site ครบ 3 หมื่นโรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613318

คุณหญิงกัลยาเชื่อ ทุกโรงเรียนป้องกันโควิดเข้มข้น  คาด 1 เดือน ทยอยเปิด On-site ครบ 3 หมื่นโรงเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่า ขอให้ความเชื่อมั่นแก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนทั่วไปว่าโรงเรียนทุกแห่งมีระบบคัดกรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งขณะนี้โรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนประจำกว่า1 หมื่นโรงเรียน สามารถเปิดเรียนOn-site ได้ 100% ส่วนที่เหลืออีก2 หมื่นโรงนั้นจะทยอยเปิด On-site ควบคู่ไปกับ Online, On-air, On-demandและ On-hand ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้และจะเพิ่มสัดส่วน On-site ขึ้นเรื่อยๆคาดว่าภายใน 1 เดือน สามารถทยอยเปิดการเรียนการสอนแบบ On-siteได้ครบ 3 หมื่นโรงเรียนตามสถานการณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของผู้เรียนและผู้สอนเป็นสำคัญ

“อย่างไรก็ตามสำหรับโรงเรียนการศึกษาพิเศษ และอาชีวะเกษตรทั้ง 47 แห่ง สามารถเปิดการเรียนการสอน On-site ได้เป็นปกติแล้ว เพราะเป็นโรงเรียนประจำ มีการคัดกรองเด็กนักเรียนก่อนเข้าโรงเรียนและปฏิบัติการตามมาตรการภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ขอให้ผู้ปกครองอย่าได้เป็นกังวล เปิดเทอมนี้เด็กทุกคนต้องได้เรียนพร้อมกันตามช่องทางที่เหมาะสม”

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขอให้กำลังใจทุกคน ทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านที่เสียสละ และพยายามเป็นอย่างมาก เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่เข้มงวด และขอขอบคุณผู้ปกครองและนักเรียนที่มีความเข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพื่อให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษา สามารถดำเนินการเรียนการสอนได้เป็นปกติมากที่สุด

ทั้งนี้ โรงเรียนจะต้องจัดการเรียนการสอน โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข 5 ส่วน 6 มาตรการหลัก 6 มาตรการเสริม โดยมีสาระสำคัญ 5 ส่วน ดังนี้ 1.เงื่อนไขหลักของมาตรการ Sandbox Safety Zone in School รองรับการเปิดภาคการศึกษาที่ 2/2564 โดยจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาแบบ on-site จำแนกตามเขตพื้นที่การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 2.เงื่อนไขข้อกำหนดของ 6 มาตรการหลัก(DMHT-RC) 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา (ประเภทไป-กลับ) 3.หลักเกณฑ์การพิจารณาสำหรับการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใดๆ ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 4.มาตรการตามแผนเผชิญเหตุตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของสถานศึกษา และ 5.หลักเกณฑ์การพิจารณาสำหรับการใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา เพื่อการสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

‘มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น’รับโล่ฯจากผบ.ตร. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613308

‘มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น’รับโล่ฯจากผบ.ตร.

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ “มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น” โดยคุณสวรรย์ พิภูษณานนท์ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนรับมอบ เนื่องในโอกาสที่มูลนิธิฯได้บริจาคหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 220 แห่ง ในการประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านระบบวีดีโอทางไกล ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แอนิเมชั่นผลงาน นศ.มจธ.ได้รางวัลระดับประเทศ ใช้อาหารสื่อถึง‘วัฒนธรรมไทย’กับ‘คิดถึงบ้านเกิด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613315

แอนิเมชั่นผลงาน นศ.มจธ.ได้รางวัลระดับประเทศ  ใช้อาหารสื่อถึง‘วัฒนธรรมไทย’กับ‘คิดถึงบ้านเกิด’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หนังสั้นแอนิเมชั่นเรื่อง “HUNGER” ได้รับรางวัล Silver Prize Awards จากการแข่งขัน TBS Digicon6 Thailand Award ครั้งที่ 23 จัดโดยสถานีโทรทัศน์ Tokyo Broadcasting System Holding(TBS) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร (SUIC) เป็นผลงานโปรเจกท์ของกลุ่มของนักศึกษาหญิง หลักสูตรมีเดียอาตส์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย ปารณีย์ สรรพกิจ,ธนวรรณ ศรีสุข, ภคพร เอกสุภาพันธุ์,ปวรินทร์ วิภาสชัยกุล, วริศรา บุญเมืองและ ชวัลลักษณ์ ศิริบุญ

แอนิเมชั่นชิ้นนี้ได้สื่อสาร 2 ประเด็น คือ “วัฒนธรรมอาหารไทย” กับ “ความคิดถึงบ้านเกิด” โดยเลือกสื่อผ่านอาหารภาคกลาง ที่เป็นพื้นเพถิ่นเกิดของคนในทีม คอนเซ็ปต์คือนำแนวคิดของความคิดถึง ความโหยหาอดีต (Nostalgia) มานำเสนอเชิงบวกในลักษณะของความรู้สึกอบอุ่น ความสบายใจที่เกิดขึ้นเมื่อนึกถึงช่วงเวลามื้ออาหารในวัยเด็ก โดยมีการออกแบบ mood and tone ในแบบฉบับที่สื่อถึงความคิดถึง และความอบอุ่นของมื้อนั้นๆ โดยผ่านแอนิเมชั่นของการเล่าเรื่องอาหารไทยที่เป็นรสมือแม่ นอกจากนี้ จะมีถนน เสาไฟฟ้า อาคารพาณิชย์ คนไร้บ้าน พร้อมทั้งมีกิจกรรมวิถีการกินอาหาร เช่น การฉลองหลังสอบเสร็จ การได้งานทำ หรือเทศกาลต่างๆ ที่หนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน

ก้าวต่อไปของ “Hunger”คือการเป็นผลงานจากประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด 23rd Digicon6 Asia ที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปแข่งขันกับงานแอนิเมชั่นดีๆ จากประเทศในทวีปเอเชียอีกหลายประเทศ ซึ่งจะมีการประกาศผลในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2654 นี้