หลายองค์กรร่วมประชุมหาทางออก แก้ไข-ยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612607

หลายองค์กรร่วมประชุมหาทางออก  แก้ไข-ยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี

วันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) ร่วมกับ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อหารือระหว่าง กมธ.การกฎหมายฯ และองค์กรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง และยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยจัดประชุมในรูปแบบผสมผสาน ที่สำนักงาน SWING เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกับประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom

นายเรอโนด์ เมแยร์ (Mr.Renaud Meyer) ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวในการ
เปิดการประชุมว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการจากฝ่ายกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ควรรับฟังจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้เห็นความซับซ้อนของปัญหาที่กลุ่มพนักงานบริการกำลังเผชิญ เมื่อระบบทางสังคมต่างๆ กำลังผลักเขาให้เป็นกลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบาง โอกาสวันนี้จึงเป็นโอกาสในการเริ่มต้นการขับเคลื่อนทางกฎหมายที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องของการบังคับใช้กฏหมาย พ.ศ. 2539 ในปัจจุบันไม่ได้ทำให้การค้าบริการทางเพศลดลงตามที่มุ่งหมาย จึงต้องหันกลับมามองว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งการแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ต้องนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมเราต้องไม่ให้กฎหมาย กักขัง หรือ ลดทอน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของใคร

น.ส.สุรางค์ จันทร์แย้ม ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อพนักงานบริการ แสดงจุดยืนของการทำงานต่อเพื่อนพนักงานบริการ ว่า ถึงเวลาที่ต้องยอมรับความจริงว่า 61 ปี ของการมีอยู่ของกฎหมายที่เอาผิด ตีตรา ผู้ขายบริการ ยังเป็นกฎหมายที่สร้างความยากลำบากในการหารายได้และไม่ได้แก้ปัญหาที่คนกลุ่มนี้เผชิญ จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างกฎหมายที่คุ้มครองพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ประเทศไทย, กลุ่มนกยูงจาก ปนป.รุ่นที่ 10 สถาบันพระปกเกล้า และภาคเครือข่ายภาคประชาสังคมเช่น สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ, มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์, สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ คณะทำงานเพื่อสุขภาพชุมชน CHC และกลุ่มสายรุ้ง ราชบุรี เป็นต้น

สำหรับการประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุปในเรื่องการขับเคลื่อนโดยมุ่งใช้การแก้ไขกฎหมาย หรือ Legalization คือการแสดงจุดยืนที่ว่าอาชีพพนักงานบริการ เป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ คือการมุ่งเน้นการยกเลิกกฎหมายที่กำหนดโทษแก่ผู้ประกอบอาชีพ ปรับมุมมองต่อสังคมในการให้คุณค่ากับอาชีพพนักงานบริการคืออาชีพหนึ่งที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

‘กสม.’ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน สถานะทะเบียน-โรงงานกระทบชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612606

‘กสม.’ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน  สถานะทะเบียน-โรงงานกระทบชุมชน

วันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดย นางปรีดา คงแป้น และ น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดในภาคใต้ ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี สตูลและนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทเรื่องที่ดิน และข้อพิพาทกรณีกล่าวอ้างว่าการประกอบกิจการของโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานผลิตยางมะตอยส่งผลกระทบต่อชุมชน ในสัปดาห์นี้ (สัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. 2564)

ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18-19 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา คณะทำงาน กสม. นำโดย ผศ.สุชาติ เศรษฐมาลินี และ น.ส.ปิติกาญจน์สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “บทบาทองค์การภาคประชาสังคมกับการจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล” จัดโดย มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล โดย กสม.ได้ร่วมรับฟังและถอดบทเรียนการทำงานเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ในประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมในประเด็นสำคัญ

เช่น กรณีการให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่มีสถานะบุคคลให้ได้รับการลงทะเบียนเพื่อกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนเพื่อเข้ารับการศึกษา สำหรับผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร (นักเรียนรหัส G) ซึ่งจากการสำรวจมีจำนวนกว่า 100,000 คน กรณีพระ-เณร ซึ่งเป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนมาบวชเรียน ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเข้ารับการรักษาพยาบาล กรณีกรมการปกครองถอนทะเบียนราษฎรของประชาชนในพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีปัญหาการสวมสิทธิ์ ทำให้ประชาชนหลายพันคนได้รับผลกระทบ

หรือกรณีผู้ไม่มีสถานะบุคคลไม่กล้าใช้สิทธิทางศาลปกครองในการฟ้องร้องหน่วยงานจากการปฏิบัติงานที่ล่าช้าหรือสร้างอุปสรรคในการให้สถานะทางทะเบียน เป็นต้น ในการนี้กสม. พร้อมให้ความร่วมมือในการประสานการคุ้มครองกรณีสิทธิสถานะบุคคล และทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมต่อไป เพื่อให้ประชาชนทุกคนในเขตแดนไทยเข้าถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการศึกษา สิทธิในการทำงาน อันเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนต้องได้รับ นอกจากนี้ กสม. ยังได้ลงพื้นที่หมู่บ้านห้วยถ้ำ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นหมู่บ้าน และเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 ซึ่งทาง กสม.จะได้ทำรายงานผลการตรวจสอบต่อไป

เปิดเรียนวันแรก! ผู้ปกครองไม่ให้ลูกไป รร. กลัวติดโควิด ห่วงความปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612648

เปิดเรียนวันแรก! ผู้ปกครองไม่ให้ลูกไป รร. กลัวติดโควิด ห่วงความปลอดภัย

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.05 น.

31 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่พรุ่งนี้หรือ 1 พฤศจิกายน 2564 โรงเรียนในประเทศไทยและในเขตพื้นที่จังหวัดเลยจะทำการเปิดเรียนแบบ on site กว่า 700 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเลย ซึ่งสามารถเปิดเรียนได้ประมาณ 300 กว่าโรงเรียนเท่านั้น เกิดความไม่มั่นใจในผู้ปกครอง ว่าเมื่อลูกตนเองเข้าไปสู่โรงเรียน เปิดโรงเรียนวันแรกและต้องพบกับเพื่อนที่เดินทางมาจากหลายๆ อำเภอ กลัวจะติดโควิดกลับบ้าน

นายองอาจ  คำเน้า เจ้าของร้านเอ กรอบรูป ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน ซึ่งมีลูกอายุระหว่าง 9-13 ปี 3 คน และกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเลย ซึ่งพรุ่งนี้จะเปิดเรียน ตัดสินใจไม่ยอมให้ลูก 3 คน ไปโรงเรียน เนื่องจากเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยไม่มั่นใจ เกี่ยวกับการติดเชื่อโควิดมาจากโรงเรียน ในช่วงวันเปิดเรียนวันแรกและระยะแรก มีการให้แสดงความคิดเห็นในไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ของโรงเรียนของลูกแต่ตนคิดว่า ให้เปิดเรียนไปสักระยะหนึ่งก่อนเพื่อความปลอดภัย  เพราะในการเปิดเรียนครั้งแรกอาจจะติดขัดและเสี่ยงในการที่ลูกทั้ง 3 คนจะเสี่ยงติดโควิดกลับมาบ้าน สู่ครอบครัว และหากเกิดติดเป็นคลัสเตอร์ ขึ้นมา เกรงว่าโรงเรียนหรือระบบราชการไม่สามรถดูแล ลูกๆได้ เพราะหากลูกติดๆโควิดกลับมาจะเป็นเรื่องใหญ่ต่อครอบครัว ก็รอไปสักระยะก่อน  เพื่อความปลอดภัย. -008

‘มหานิยม’ ห่วงวิกฤติศรัทธาคนเมืองน้ำดำต้าน ‘พระเล็ก’ ทำอีสานเดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612612

'มหานิยม' ห่วงวิกฤติศรัทธาคนเมืองน้ำดำต้าน 'พระเล็ก' ทำอีสานเดือด

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.57 น.

“มหานิยม” ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทยห่วงวิกฤติศรัทธาคนกาฬสินธุ์ต้านพระเล็กทำอีสานเดือด ย้ำกระแสต้านมติของจริง ขอสันติบาลหยุดเดินเพราะเป็นเรื่องของ มส.-พศ. ที่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด พร้อมแนะ มส.-พศ.เมื่อรู้ว่าผิดขั้นตอนทำไมไม่แก้ปัญหาให้ถูกต้องตามขั้นตอน

วันที่ 31 ต.ค.64 ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการต่อต้านพระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทธิญาโณ) เจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย ที่มีคดีอธิกรณ์ แต่ได้มติมหาเถรสมาคม (มติมส.) แต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) แทนเจ้าคุณบัวศรี ที่กำลังถูกกระแสประชาชนต่อต้านอยู่ในขณะนี้และสังฆาธิการระดับตำบล อำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งทั้งจังหวัดว่า ในฐานะที่เป็น ส.ส.ที่ลุกขึ้นมาปกป้องพระพุทธศาสนาในสภาผู้แทนราษฎร ติดต่อกัน 2 ปีกว่า กรณีที่มีการถอดถอนและแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัด ยืนยันว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคม และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯอย่างชัดเจนแต่แรกแล้ว ซึ่งกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปท่านก็ออกมาตอบว่าท่านไม่ทราบ เป็นการกระทำของบุคคลภายนอกยัดไส้เข้ามา 

ดร.นิยม กล่าวต่อว่า กรณีนี้ตนขอร้องว่ากรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อย่าตะแบงเลย เมื่อรู้ว่าผิดขั้นตอนทำไมไม่แก้ปัญหาให้ถูกต้องตามขั้นตอน ความรับผิดชอบจึงขึ้นอยู่กับ มส.ที่ต้องนำกลับมาทบทวนใหม่โดย มี พศ.ในฐานะเลขาธิการ แต่กลับไม่ทำ เพราะปัญหาที่ยืดเยื้อก็คือ มส.ได้กระทำการที่ตรงกันข้ามต่อข้อเท็จจริง กฏมหาเถรฯ และ พ.ร.บ.สงฆ์ฯ มีการเดินหน้าหรือจะเกิดขึ้นเพราะมีบุคคลภายนอกที่เข้ามาสั่งการที่บุคคลนั้น ไม่รู้เรื่องระเบียบวินัยสงฆ์ ไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติของพระสงฆ์ เอาความชอบใจของฆราวาสคนนั้นมาสั่งการ

“การที่พุทธศาสนิกชนชาวกาฬสินธุ์ออกมาต่อต้าน มส.และ พศ.ที่มีมติถอดถอนเจ้าคุณบัวศรี ออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และแต่งตั้ง พระเล็ก มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดแทนนั้น จึงเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ชาวพุทธต่อต้านแบบเอาเป็นเอาตายขึ้นป้ายต่อต้าน เต็มจังหวัดและพระสังฆาธิการ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลฝ่ายธรรมยุต ลาออกยกจังหวัด เท่ากับคำสั่งนี้ได้ทำลายคณะสงฆ์ เท่ากับ สังฆเภท และจนป่านนี้ผู้บริหารคณะสงฆ์ ยังคิดไม่ออกปล่อยคณะสงฆ์เสียหาย” ดร.นิยม กล่าว 

พร้อมกล่าวต่อว่า “ที่สำคัญไปผูกโยงมีการเอาตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง และทราบว่ามีตำรวจสันติบาลเข้าสืบสวน จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะมีคำถามว่าตำรวจเอาเข้ามาทำไมเพราะเป็นเรื่องของสงฆ์จะต้องบริหารกันเอง เหตุเกิดที่ มส.และ พศ. ก็ต้องแก้ตรงนั้น ตำรวจมาวุ่นวายทำไม กฎหมายคอมมิวนิสต์ ไม่มีแล้ว หยุดเถอะครับ อย่าให้พระพุทธศาสนาเสียหายมากกว่านี้เลย และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หยุดเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เข้ามาแก้ปัญหานี้ในฐานะกำกับบังคับบัญชาสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อย่าใช้ตำรวจมาบังคับขู่เข็ญพระภิกษุ สามเณร และประชาชนอีกต่อไปเลย” 

ดร.นิยม ยังกล่าวอีกว่า กรณีผู้มีอำนาจภายนอกวงการสงฆ์ โทรศัพท์มาเคลียร์กับท่านเจ้าคุณแผน หรือพระญาณรักขิต รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ (6) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเจ้าคุณบัวศรี จะให้รักษาการแทนไปก่อน คิดหรือว่าจะทำได้ตามที่ต้องการ มันเป็นเรื่องยากมาก เพราะวันนี้ มส.ได้ตั้งพระที่มีอาวุโสน้อยมานั่งบนหัวพระที่มีอาวุโสมาก สำหรับพระสายธรรมยุติท่านถือปฏิบัติที่เคร่งครัดมาก ขอให้เลิกคิดเลย นั้นคือการแก้ปัญหาแบบลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง เพราะแก้ไม่ตรงจุด ที่ตรงจุดคือให้พระเล็กลาออกทุกอย่างยุติ 

“ลดทิฐิเถอะครับ ลาออกเถอะ ถึงยังไงหากพระเล็กเดินทางมากาฬสินธุ์วันนั้นคงทำให้แผ่นดินอีสานร้อนเป็นไฟแน่” ดร.นิยม กล่าว  – 003

ผงะ! ลูกหนี้กยศ.ผิดนัดชำระ 2.3 ล้านราย ตั้งคณะทำงานนำร่องแก้ด่วน 7 หมื่นราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612435

ผงะ! ลูกหนี้กยศ.ผิดนัดชำระ 2.3 ล้านราย ตั้งคณะทำงานนำร่องแก้ด่วน 7 หมื่นราย

วันเสาร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.25 น.

รมว.ยุติธรรม ถกคณะกรรมการแก้หนี้ กยศ.นัดแรก ระบุผู้กู้ กยศ. 6 ล้านราย ที่ต้องเร่งดำเนินการโดยด่วนมี 70,000 ราย

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2564 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วานนี้( 29 ต.ค.) ตนได้เป็นประธานการประชุมนัดแรกคณะกรรมการประสานงานแก้ไขปัญหาหนี้สินของกองทุนให้การกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยตนได้ลงนามแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2564 มี นายวิวรรธณไชย ณ กาฬสินธุ์ คณะที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม และนายโฆสิต สุวินิจจิต คณะที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม เป็นที่ปรึกษา มีรองอธิบดีกรมบังคับคดี รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ที่ได้รับการมอบหมายเป็นรองประธาน

ส่วนคณะกรรมการ ประกอบด้วย ผู้จัดการกองทุน กยศ.  ผู้ตรวจกรมบังคับคดี ผอ.สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพ 6 ผอ.กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท ผอ.กองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินทรัพย์ ผู้แทนกองทุน กยศ. เจ้าหน้าที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ โดยมีหน้าที่พิจารณาให้ข้อคิดเห็น เสนอแนะ แผนการดำเนินงานและแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน กยศ. มีอำนาจเรียกหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล รวมทั้งติดตามและตรวจสอบการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินด้วย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเป็นห่วงเรื่องปัญหาหนี้ กยศ. และตนสนใจว่าทำไมหนี้ถึงมีเยอะ โดยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมบังคับคดี หากเราจัดระเบียบให้เกิดความชัดเจนจะช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมากโดยเฉพาะผู้ค้ำประกัน ที่ผ่านมาเราได้ยินปัญหาบ่อยๆว่า ครูบาอาจารย์เห็นอกเห็นใจลูกศิษย์ และเป็นผู้ค้ำประกันให้ แต่เมื่อเรียนเสร็จบางคนไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ส่งเงิน ทำให้เป็นความเศร้าใจของผู้ค้ำประกัน ซึ่งครู อาจารย์เหล่านั้นเป็นผู้ให้โอกาสกับลูกศิษย์ เมื่อเรามีโอกาสมีกฎหมายการไกล่เกลี่ย และตนมีใบอนุญาตการไกล่เกลี่ย ก็อยากจะแสดงฝีมือ จึงเชิญหน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องมาช่วยกัน ซึ่งขณะนี้มีผู้กู้ กยศ.ประมาณ 6 ล้านราย มีที่ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วประมาณ 70,000 ราย ซึ่งเราต้องทำในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน ส่วนที่เหลือเราต้องเร่งทำเมื่อเราชำนาญแล้ว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการประชุมตนได้ทราบว่า ที่ผ่านมามีผู้ที่กู้ กยศ.ประมาณ 6 ล้านราย ยอดกู้เป็นเงิน 670,357 ล้านบาท ปิดยอดการกู้ไปแล้ว 1.5 ล้านกว่าราย อยู่ระหว่างการเรียน  8 แสนกว่าราย อยู่ระหว่างการผ่อนชำระ 3.5 ล้านราย แต่มีการผิดนัดชำระ 2.3 ล้านราย โดยมี 260,066 คดีอยู่ในการบังคับคดี ซึ่งในส่วนนี้ทางกรมบังคับคดีจะเร่งช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ย ส่วนคนที่ยังไม่ถูกฟ้อง ทางกยศ. มีการปรับโครงสร้างหนี้ให้ โดยสามารถผ่อนชำระได้ถึงอายุ 65 ปี โดยสามารถไปยื่นเรื่องได้ที่ กยศ. ซึ่งขณะนี้มีผู้มายื่นเรื่องแล้วประมาณ 2 แสนราย โดยเพื่อการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เราอาจจะมีการจัดโครงการนำร่องที่ต่างจังหวัดสัก 2-3 จังหวัด เพื่อบริการประชาชนให้มายื่นเรื่องของปรับโครงสร้างหนี้และไกล่เกลี่ย โดยจะมีกรมบังคับคดี กรมคุ้มครองสิทธิฯ และ กยศ. ไปลงพื้นที่รับเรื่อง หากได้ผลการตอบรับที่ดีเราจะจัดกระจายไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้ได้ให้หน่วยงานต่างๆไปหารือรายละเอียดและจะมาพูดคุยกันในการประชุมครั้งต่อไป

ด่วน! ศธ.ประกาศในพื้นที่สีแดงเข้ม กทม.-ปริมณฑลให้หมุนเวียนปฏิบัติงานวันละ 30% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612400

ด่วน! ศธ.ประกาศในพื้นที่สีแดงเข้ม กทม.-ปริมณฑลให้หมุนเวียนปฏิบัติงานวันละ 30%

วันเสาร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.38 น.

“ศธ.” ออกประกาศ ให้บุคลากรในพื้นที่สีแดงเข้ม กรุงเทพฯ และปริมณฑลหมุนเวียนมาปฏิบัติงานวันละ 30%

วันที่ 30 ตุลาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ พื้นที่สีแดงเข้ม กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้บุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน วันละ 30% พื้นที่อื่น ๆ ให้บุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน ตามความเหมาะสม มีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว อำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของประชาชน และสอดคล้องกับมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่รัฐบาลได้กำหนด จึงให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564 และกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยกำหนดวันและเวลาทำงานของบุคลากรในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

ข้อ 1 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้ผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดหรือกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดวันและเวลาทำงานของบุคลากรในสังกัด โดยให้จัดบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานในแต่ละวันทำงานไม่เกินร้อยละ 30 ของบุคลากรทั้งหมด โดยให้คำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของประชาชน

ข้อ 2 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว (ยกเว้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ให้ผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดหรือกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดวันและเวลาทำงานของบุคลากรในสังกัด โดยให้จัดบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานในแต่ละวันทำงานตามความเหมาะสม โดยให้คำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน

‘ตรีนุช’เผยโรงเรียนที่เปิดเรียนแบบ on-site ขอเลื่อนเป็น 15 พ.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612241

'ตรีนุช'เผยโรงเรียนที่เปิดเรียนแบบ on-site  ขอเลื่อนเป็น 15 พ.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.59 น.

“ตรีนุช” เผยโรงเรียนที่เปิด on-site ขอเลื่อนเปิดเป็น15 พ.ย.แทน เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนและครูได้รับวัคซีนแล้ว

วันที่ 29 ตุลาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ที่ศธ.กำหนดเปิดวันที่ 1 พ.ย.2564 นี้ และที่ผ่านมา มีผลสำรวจจำนวนโรงเรียนจะใช้รูปแบบใดใน 5 รูปแบบ กับการเปิดเรียน พบว่าส่วนใหญ่ขอเปิดเรียนแบบ on-site แต่ขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 15 พ.ย.2564 แทน เพื่อให้มีความมั่นใจว่านักเรียนและครูได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าในวันที่ 1 ธ.ค.จะมีโรงเรียนทยอยเปิดเรียนแบบ on-site มากขึ้น แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน

ส่วนที่ครูอายุ 50 ปี ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ยื่นใบลาออกกับ ผอ.โรงเรียน อ้างว่า มีปัญหาสุขภาพเกรงจะมีผลข้างเคียง หากฉีดวัคซีน แต่ทางโรงเรียนมีคำสั่งให้ครูทุกคนต้องฉีดวัคซีนเข็มแรกก่อนเปิดภาคเรียน 1 พ.ย.นี้ นั้น ตนคิดว่าครูอาจจะมีความกังวลจึงไม่อยากฉีดแต่ก็อยากให้ครูได้ฉีดวัคซีน เพราะแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข ออกมายืนยันแล้วว่า คนที่ฉีดวัคซีนจะได้รับผลกระทบน้อยมาก และเดี๋ยวนี้ความมั่นใจเรื่องวัคซีนก็มีมากขึ้น เราต้องอยู่กับโควิด-19 ให้ได้  ที่ผ่านมาครูที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ให้สอนได้ แต่ศธ.ก็พยายามขอความร่วมมือให้ครูฉีดดีกว่า 

โดยนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็กำลังพยายามทำความเข้าใจกับครูที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนให้มาฉีดมากขึ้น การฉีดวัคซีนไม่มีผลกระทบอะไรมาก แต่จะสามารถลดความรุนแรงได้หากติดเชื้อ และทางกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำในเรื่องการป้องกัน เช่น การใส่แมส ล้างมือบ่อยๆ การเว้นระยะห่างก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปฏิบัติ 

‘ในหลวง’ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐตุรกี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612225

วันศุกร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.20 น.

“ในหลวง” ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.สาธารณรัฐตุรกี ในโอกาสวันสาธารณรัฐและวันชาติสาธารณรัฐตุรกี

29 ตุลาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐตุรกี ในโอกาสวันสาธารณรัฐและวันชาติของสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ความว่า

ฯพณฯ นายเรเจป ตัยยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐตุรกี กรุงอังการา ในโอกาสวันสาธารณรัฐและวันชาติของสาธารณรัฐตุรกี ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีด้วยใจจริง และขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและประสบความสุขสวัสดี ทั้งขอให้ประเทศและประชาชนชาวตุรกีประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองสืบไป

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไมตรีจิตมิตรภาพที่มั่นคงระหว่างประเทศเราทั้งสอง จะสร้างเสริมความเข้าใจและความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลงทุน การค้า และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ต่อไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปลัด ศธ.เผยข้อมูลนักเรียนฉีดวัคซีนแล้ว 2.6 ล้านคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612128

ปลัด ศธ.เผยข้อมูลนักเรียนฉีดวัคซีนแล้ว 2.6 ล้านคน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.33 น.

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยข้อมูล ณ วันที่ 28 ต.ค.2564 จำนวนนักเรียน นักศึกษาที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ประสงค์จะฉีดวัคซีนมีจำนวน 3.8 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 2.6 ล้านคน คิดเป็น 68.26% แยกเป็น ภาคใต้ ฉีดแล้ว 64.13% , ภาคเหนือ ฉีดแล้ว 64.27% , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฉีดแล้ว 69.10% , ภาคตะวันออก ฉีดแล้ว 57.53% , ภาคตะวันตก ฉีดแล้ว 72.47% และ ภาคกลาง ฉีดแล้ว 72.87% มากที่สุด

มหานิยมฉุน’ผอ.พศ.กาฬสินธุ์’แอบพบเจ้าคุณบัวศรีขอให้ถอนแจ้งความลั่นเจอกันที่ศาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/612071

มหานิยมฉุน'ผอ.พศ.กาฬสินธุ์'แอบพบเจ้าคุณบัวศรีขอให้ถอนแจ้งความลั่นเจอกันที่ศาล

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.13 น.

“มหานิยม เวชกามา” ส.ส.สกลนคร ฉุนขาด “ผอ.พศ.กาฬสินธุ์” แอบเข้าไปพบ “เจ้าคุณบัวศรี” ให้โทรศัพท์ขอให้ตนถอนแจ้งความกรณีทำหนังสือรายงานกล่าวหา 7 นักการเมืองเคลื่อนไหวปลุกมวลชนล่ารายชื่อคัดค้านคำสั่งถอดถอน ยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีถึงที่สุด ลั่นไปเจอกันที่ศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) และศิษยานุศิษย์เคลื่อนไหวคัดค้านมติมหาเถรสมาคมที่มีคำสั่งถอดถอนพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) โดยมีทั้งการลงชื่อ 1 แสนถวายฎีกา และบานปลายถึงขั้นขึ้นป้ายไม่ต้อนรับเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์องค์ใหม่ รวมทั้งพระสังฆาธิการได้ทยอยยื่นลาออก 

ล่าสุดวันที่ 28 ต.ค.64 ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงกรณีที่ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัด (ผอ.พศ.) กาฬสินธุ์ทำหนังสือรายงานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีเนื้อหาทำนองว่า “คณะสงฆ์(ธรรมยุต)ได้ยุติความเคลื่อนไหวแล้ว แต่ยังมีศิษยานุศิษย์ที่เป็นฝ่ายนักการเมืองเคลื่อนไหวทำการล่ารายชื่อ 100,000 รายชื่อเพื่อทูลเกล้าถวายฎีกา” พร้อมระบุชื่อ 7 นักการเมืองทำให้ 4 ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ผอ.พศ.กาฬสินธุ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งต่อมาทาง ผอ.พศ.กาฬสินธุ์ ได้ออกมากล่าวยืนยันว่าทำตามหน้าที่ข้าราชการที่ดี

โดย ดร.นิยม กล่าวว่า ที่มีการกล่าวว่าเป็นการทำหน้าที่ข้าราชการที่ดีนั้น ตนขอถามว่า การทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใส่ร้ายคนอื่น เพื่อเป็นผลงานของตนเอง ซึ่งการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่างหากถึงจะเรียกว่าเป็นข้าราชการที่ดี ดังนั้น เหตุผลที่ได้ตัดสินใจเข้าไปแจ้งความนั้น เพื่อต้องการที่จะพิสูจน์ว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร เนื่องจากมองว่ากรณีที่ ผอ.พศ.กาฬสินธุ์ได้มีทำหนังสือรายงานแบบนั้นไปถือว่าเป็นการใส่ร้าย กล่าวหา และเป็นข้อความอันเป็นเท็จ เหมือนกับว่าได้รายงานให้นายทราบแล้ว ตนเองจะได้มีผลงานจริงหรือไม่ การกระทำไม่คำนึงถึงความเป็นธรรม จึงอยากถามว่านี่หรือข้าราชการที่ดีเขาทำกัน หรือว่าต้องการที่จะให้มีความขัดแย้ง

ดร.นิยม กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่เข้าไปแจ้งความทั้ง 4 คน รวมถึงตนนั้นทุกคนมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ทั้งๆ ที่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เป็นความตั้งใจจริงของกลุ่มศิษย์ยานุศิษย์ที่ต้องการขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคุณบัวศรี จึงต้องการที่จะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ

ดร.นิยม กล่าวอีกว่า ที่สำคัญกรณี ผอ.สำนักพุทธฯกาฬสินธุ์ เข้าไปหาพระเทพสารเมธี หรือหลวงพ่อบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) เพื่อให้โทรศัพท์มาให้ตนถอนแจ้งความนั้นอยากถามอีกว่านี่หรือเป็นพฤติกรรมของข้าราชการที่ดี โดยเฉพาะตัว ผอ.พศ.กาฬสินธุ์เองนั้นมีหน้าที่ในเรื่องของการทำนุบำรุงศาสนา และจะต้องดูแลพระไม่ใช่ไปสั่งพระและเป็นอำนาจหน้าที่ของ ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ที่สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุดและให้ไปเจอกันที่ศาลในการพิสูจน์ความจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้  – 003