เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมSingora Gateway โดยจัดเส้นทางท่องเที่ยวแบบ One Day Trip ที่เป็นเหมือนประตูพานักท่องเที่ยวย้อนอดีตไปค้นหาเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่งดงามของผู้คนในเมืองเก่าสงขลา ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 3 เส้นทาง ทั้งเส้นทาง “The Heart of Singora” ที่จะพาไปรู้จักภูมิทัศน์เชิงวัฒนธรรม ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหัวใจของเมืองเก่าสงขลา เส้นทาง “The City of Lagoon” ที่จะพาไปสัมผัสวิถีชีวิตและความผูกพันกับสายน้ำของผู้คนในทะเลสาบสงขลาLagoon และเส้นทาง “The Singora in Harmony” ที่จะพาไปสัมผัสเรื่องราวการหลอมรวมวัฒนธรรมอันหลากหลายที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนของเมืองท่าเก่าแก่
ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญใหม่ “Every Day is Mind Day โอกาสพักใจมีได้ทุกวัน” เพื่อช่วยวัยรุ่นไทยรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับประเด็นสุขภาพจิต ให้เป็นเรื่องปกติ แคมเปญนี้จะมีดารา ศิลปิน และผู้ที่มีชื่อเสียงมาร่วมพูดคุยถึงอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละวัน พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลจิตใจตนเอง โดยมุ่งจุดประเด็นให้วัยรุ่น พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้คนในสังคมสามารถพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตและวิธีการดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างเปิดเผยและเป็นปกติมากขึ้น
แคมเปญ “Every Day is Mind Day โอกาสพักใจมีได้ทุกวัน” จะเชิญชวนให้วัยรุ่นและคนทั่วไปใช้ฟิลเตอร์เอฟเฟกท์ AR เพื่อบ่งบอกอารมณ์ตนเองในแต่ละวันผ่านโซเชียลมีเดีย และจะมีการจัด Facebook Live ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต พร้อมจับมือภาคเอกชน เครือข่ายการศึกษาและองค์กรที่นำโดยเยาวชน ร่วมส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นด้านสุขภาพจิตอย่างแพร่หลายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีคู่มือการดูแลสุขภาพจิต ซึ่งจะมีเกร็ดความรู้และวิธีการจัดการกับความรู้สึกที่ซับซ้อน ตลอดจนวิธีการดูแลและสนับสนุนคนรอบข้างที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิต เพื่อให้วัยรุ่นและผู้ปกครองดาวน์โหลดไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
เมื่อเดือนที่แล้ว ยูนิเซฟได้เผยแพร่รายงาน The State of the World’s Children 2021ซึ่งระบุว่าเด็กอย่างน้อย 1 ใน 7 คนทั่วโลก กำลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ พร้อมกับเตือนว่าเด็กๆ อาจต้องแบกรับผลกระทบด้านสุขภาพจิตอย่างยาวนานอีกหลายปี
ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า การเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ไม่ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จะเป็นอย่างไร แต่ ศธ.ประกาศเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 เป็นปกติ โดยกำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอน 5 รูปแบบ คือ On Site คือ การเดินทางมาเรียนที่โรงเรียน On Air เรียนผ่านระบบมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLTV On Line ครูผู้สอนทำการสอนผ่านระบบอิเลคทรอนิค On Demand เรียนผ่านระบบแอปพลิเคชันและการเรียนแบบ และ On Hand ครูผู้สอนเดินทางไปแจกเอกสารใบงานให้กับนักเรียนที่บ้าน
“ส่วนโรงเรียนไหนจะเปิดเรียนรูปแบบ On Site สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะประเมินความพร้อมของโรงเรียน โดยดูพื้นที่การแพร่ระบาด เช่น โรงเรียนในพื้นที่สีแดงเข้ม และพื้นที่สีแดง ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องได้รับวัคซีนมากกว่า 85% โรงเรียนต้องทำการประเมินตนเองในระบบ Thai Dtop Covid Plus (TSC+) หากประเมินผ่านแล้ว ให้โรงเรียนนำผลการประเมินตนเองเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ และเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาอนุมัติให้เปิดเรียนต่อไป ถ้าคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาเห็นชอบแล้ว โรงเรียนก็สามารถเปิดเรียนรูปแบบ On Site ในวันที่ 1 พฤศจิกายนได้” นายอัมพร กล่าว
นายอัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ทำการสำรวจความพร้อมของโรงเรียน และเสนอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดพิจารณาเปิดเรียน คาดว่าจะในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ จะทราบรายละเอียดว่า มีโรงเรียนกี่แห่งที่พร้อมเปิด On Site ในวันที่ 1 พฤศจิกายน มีโรงเรียนกี่แห่งพร้อมเปิดเรียน On Site วันที่ 15 พฤศจิกายน และมีโรงเรียนกี่แห่งที่พร้อมเปิดเรียน On Site ในวันที่ 1 ธันวาคม ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี แม้ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนก็สามารถมาเรียน On Site ได้ เพราะ สพฐ.ไม่ได้นำการฉีดวัคซีนของเด็กมาเป็นปัจจัยพิจารณาเปิดเรียน แต่จะเน้นการฉีดวัคซีนให้ครูและผู้ปกครองเป็นหลัก ถ้าครูในโรงเรียนนั้นฉีดวัคซีนมากกว่า 85% ก็สามารถเปิดเรียนรูปแบบ On Site ได้