ศิษย์’เจ้าคุณบัวศรี’ บุกสภาจี้กมธ.การศาสนาสอบปมมติ มส.ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607189

ศิษย์'เจ้าคุณบัวศรี' บุกสภาจี้กมธ.การศาสนาสอบปมมติ มส.ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.58 น.

“มหานิยม”นำศิษยานุศิษย์”เจ้าคุณบัวศรี” อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ หอบ 5 หมื่นรายชื่อร้อง “กมธ.การศาสนาฯ” จี้สอบปมมติ มส.ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัดชอบด้วย กม.หรือไม่ จ่อเรียกหน่วยงานเกี่ยวแจง เผยวันประชุมไม่มีองค์ประธานมีเพียงเลขาฯสมเด็จพระสังฆราชที่ทำหน้าที่ ตั้งข้อสงสัยสอดไส้เข้าสู่ที่ประชุมหรือไม่? 

7 ต.ค.64 ที่รัฐสภา นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย (พท.) นำตัวแทนพระเทพสารเมธี หรือ เจ้าคุณบัวศรี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ถูกมหาเถรสมาคม (มส.) ปลด นำรายชื่อศิษยานุศิษย์ จ.กาฬสินธุ์ กว่า 5 หมื่นรายชื่อมายื่นหนังสือร้องต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบมติ มส.ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และขอความเป็นธรรมให้กับอดีตเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูปที่ถูกปลด โดยไม่มีการสอบสวนและไม่มีการให้โอกาสให้ผู้ถูกถอดถอนได้รับทราบข้อกล่าวหาหรือแก้ข้อกล่าวหา ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในกฎ มส.ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ

นายนิยม กล่าวว่า จากการสอบถามเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ทั้งที่เป็นผู้นำประชุมเอง จึงตั้งคำถามว่าวาระหรือมติดังกล่าวเป็นการสอดไส้เข้าสู่ที่ประชุมหรือไม่ รวมถึงยังตั้งข้อสังเกตขององค์ประชุมว่าชอบด้วยกฎ มส. หรือไม่ เนื่องจากวันประชุมไม่มีองค์ประธานคือสมเด็จพระสังฆราช และไม่ได้มีการมอบหมายให้รองประธานเข้ามาทำหน้าที่แทนด้วย มีเพียงเลขาฯสมเด็จพระสังฆราชที่ทำหน้าที่ ซึ่งไม่ถูกหลัก จึงขอร้องเรียนให้ กมธ.การศาสนาฯ เร่งหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ 

ด้านนายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ในฐานะรองประธาน กมธ.ศาสนาฯ กล่าวว่า ตนจะนำคำร้องเข้าสู่ที่ประชุมอนุ กมธ.การศาสนาฯก่อน คาดว่าจะทราบผลภายในวันนี้ว่า ที่ประชุมจะมีมติรับคำร้องดังกล่าวหรือไม่ ก่อนจะส่งเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.การศาสนาฯคณะใหญ่ในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาว่า จะเชิญหรือนิมนต์บุคคลใด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหน่วยงานใดมาชี้แจงบ้าง 

นอกจากนี้ นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ให้กับพระราชปริยัติสุนทร อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ด้วยเช่นกัน – 003

สอศ.เร่งทำเรื่องเยียวยา 2 พัน ช่วย นศ.ปริญญาตรีสถาบันอาชีวะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607139

สอศ.เร่งทำเรื่องเยียวยา 2 พัน ช่วย นศ.ปริญญาตรีสถาบันอาชีวะ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.21 น.

สอศ.เร่งทำเรื่องเยียวยา 2,000 บาท ช่วย นศ.ระดับปริญญาตรีในสถาบันอาชีวะกว่าหมื่นคน

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำหนังสือหารือไปยังสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ กรณีนักศึกษาระดับปริญญาตรี ในสถาบันการอาชีวศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากโครงการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครองนักเรียนและนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนของนักเรียน นักศึกษา คนละ 2,000 บาทนั้น

ล่าสุด เมื่อวันนี่ 7 ตุลาคม 2564 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่า ทาง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ตอบกลับมาแล้วว่า ให้ดำเนินการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือ รัฐบาลสนับสนุนให้ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสนับสนุนโดยสถาบันการศึกษาเอง

“เรื่องนี้ผมได้หารือกับผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาแล้วบอกว่าสามารถบริหารจัดการได้ แต่กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมติใหม่ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้สอบถามไปทางสภาพัฒน์แล้ว ทางสภาภพัฒน์ยืนยันมาว่าให้ใช้หลักเกณฑ์ของ อว.ดังนั้น ครั้งแรกที่ ครม.อนุมัติให้ ศธ.จึงไม่มีระดับปริญญาตรีในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา เพราะ ครม.อนุมัติดำเนินการตามกรอบการเยียวยาของกระทรวงศึกษาธิการ อย่างไรก็ตาม ศธ.ต้องทำเรื่องเสนอไปใหม่ พร้อมกับข้อมูลระดับปริญญาตรี ซึ่งมีประมาณ 10,500 คน ถ้าได้รับอนุมัติมาก็สามารถดำเนินการเยียวยาได้ทันที” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ สอศ.จะเร่งดำเนินการทำเรื่องเสนอ ครม.โดยเร็ว เพื่อให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันการอาชีวศึกษา ได้รับการเยียวยาเช่นเดียวกับนักศึกษาในสังกัดอื่นๆ ด้วย

DPU ชี้โควิด-19 กระตุ้นเด็กไทยปรับตัว มองอาชีพใหม่ มุ่งสนใจ สาขาวิชาที่ตอบโจทย์การทำงานในอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606992

DPU ชี้โควิด-19 กระตุ้นเด็กไทยปรับตัว มองอาชีพใหม่  มุ่งสนใจ สาขาวิชาที่ตอบโจทย์การทำงานในอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital transformation)
ที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 มาเป็นปัจจัยกระตุ้น ส่งผลให้สถาบันการศึกษาทุกระดับ เปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนอย่างเห็นได้ชัด โดยเริ่มจากมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน การปรับรูปแบบการสอนของอาจารย์ผู้สอนและที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือ แนวคิดของนักศึกษากับการเลือกเรียนในหลักสูตรต่างๆ ก็เปลี่ยนไป หันมาให้ความสำคัญกับการเรียนที่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานในอนาคตมากขึ้น 

จากผลการสำรวจข้อมูลการเปิดรับสมัครนักศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พบว่ามี 5 หลักสูตรที่เด็กไทยหันมาให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ หลักสูตรเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการจัดการเทคโนโลยีด้านการขนส่งหรือเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์
ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคต และต้องยอมรับว่าการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำเป็นต้องมีทักษะในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สูงขึ้น หลักสูตรครีเอทีฟ ดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี ทั้งการออกแบบเกมแอปพลิเคชั่น แอนิเมชั่น ส่วนหลักสูตรดั้งเดิมอย่าง หลักสูตรบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี ยังเป็นหลักสูตรที่นักศึกษายังให้ความสนใจ นอกจากการมุ่งเน้นการเรียนเรื่องการบริหารและการบัญชีแล้ว ยังมีการดึงนวัตกรรมเข้ามาใช้ผสมผสานในการเรียนการสอน เช่น การประมวลผลทางบัญชี การจัดเก็บข้อมูล BIG DATA เป็นต้น รวมไปถึงหลักสูตรนิเทศ ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับตลาดแรงงานในปัจจุบัน มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สื่อการตลาดดิจิทัลทุกประเภทในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งการผลิตคอนเทนต์ดิจิทัล การสื่อสารการตลาด สุดท้ายคือ หลักสูตรการแพทย์บูรณาการ ที่ให้ความรู้ด้านสุขภาพและความงาม ศาสตร์ชะลอวัย และโภชนาการ ถือเป็นหลักสูตรที่เด็กไทยหันมาให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันคนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากปัญหาเรื่องมลพิษฝุ่นควัน การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย นอกจากนี้ หลักสูตรที่เกี่ยวกับแพทย์ทางเลือกและการแพทย์แผนไทยก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน

“มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้มีการปรับการเรียนการสอนมาอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากหลักสูตรหลัก ยังได้มีการปลูกฝังทักษะ Soft Skills รวมถึงได้ออกแบบหลักสูตรในลักษณะการเรียนแบบโมดูล (Module)รวมเข้าไปด้วย และล่าสุดพร้อมปรับเป็น 5G Campus แห่งแรกของประเทศ ด้วยการจัดทำห้องเรียน “Intelligent Hybrid Classroom”รองรับการเรียนการสอนแบบผสมผสานทั้งออนกราวน์และออนไลน์ พร้อมนำระบบ “AI Video Analytics” มาใช้ในการตรวจวิเคราะห์การมีส่วนร่วมในห้องเรียนของนักศึกษาแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สอดรับกับยุคดิจิทัลที่มาถึง”

คุณหญิงกัลยาลงพื้นที่โคราชช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606984

คุณหญิงกัลยาลงพื้นที่โคราชช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน และมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย บุคลากรทางการศึกษา ครูและนักเรียน ในพื้นที่หมู่ที่ 9 บ้านลำเชิงไกร ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

ม.มหาสารคาม ช่วยชุมชนแปรรูปขยะเป็นสินค้า มุ่งหวังสร้างอาชีพและจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606987

ม.มหาสารคาม ช่วยชุมชนแปรรูปขยะเป็นสินค้า มุ่งหวังสร้างอาชีพและจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดอบรม “โครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนด้วยผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปขยะในชุมชน ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย
จังหวัดมหาสารคาม” เพื่อสร้างอาชีพ และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือการจัดการขยะ ทั้งในรูปแบบของการกำจัดขยะที่ถูกต้อง และการนำกลับมาใช้ซ้ำ ตลอดจนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากขยะให้เกิดมูลค่าหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่นๆ           

ผู้เข้าอบรมครั้งนี้จะได้รับความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ การจัดการขยะที่ถูกต้อง และการนำกลับมาใช้ซ้ำ อีกทั้งให้ความรู้และฝึกทักษะในการผลิตสินค้าจากขยะ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้แก่ ดินปลูกพืช กระเป๋าจากซองกาแฟ และเครื่องประดับจากเศษผ้า เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจ โดยทำการนำผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนผลิตได้ไปทำจำหน่ายใน 2 ลักษณะ ประกอบด้วยการวางขายโดยตรง และการขายแบบออนไลน์ 

มธ.อบรมออนไลน์ครูพลังงานสะอาด 50 ทีม มุ่งสอนเด็กไทยได้เห็นความสำคัญของพลังงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606990

มธ.อบรมออนไลน์ครูพลังงานสะอาด 50 ทีม  มุ่งสอนเด็กไทยได้เห็นความสำคัญของพลังงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.ญาดา อรรถอนันต์ ผู้รับผิดชอบ “โครงการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์เพื่อพลังงานสะอาด” กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมาย เพื่อให้เด็กไทยได้เรียนรู้และตระหนักรู้ด้านพลังงานที่มีอยู่รอบตัว ผ่านครูระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากทุกกลุ่มสาระและอาชีวศึกษา จำนวน 50 ทีม จากทั่วประเทศ ที่ได้มาเข้าอบรมในฐานะ School Partner สู่การเผยแพร่และจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์สำหรับโรงเรียนและชุมชน จำนวน 10 บทเรียนออนไลน์หลัก และ 50 บทเรียนออนไลน์ย่อย เพื่อให้เข้าถึงสื่อการเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ของตนได้ โดยโครงการได้เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 โดยจะเสร็จสิ้นโครงการในเดือนมีนาคม 2565 และการอบรมออนไลน์ ครูพลังสะอาดทั้ง 50 ทีมครั้งนี้ เป็นการอบรมครั้งที่ 2 

ผศ.ดร.ญาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาและสังเกตการณ์นำสื่อการเรียนรู้ไปใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้คำแนะนำกับครูที่เข้าร่วมโครงการในการสร้างสรรค์ “นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านพลังงาน”ที่ส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านพลังงาน โดยมีนักเรียนในห้องเรียนของตนเองเป็นกลุ่มเป้าหมาย พร้อมติดตามการออกแบบและพัฒนาสื่อจากครูเดือนละ 1 ครั้ง ผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจนถึงเดือนตุลาคม 2564 โดยคาดว่าครูทั้ง 50 ทีม จะพัฒนาร่างต้นแบบสื่อการเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดที่พร้อมเผยแพร่สู่สาธารณชนในเดือนพฤศจิกายน 2564

อว.จ้างงาน U2T ระยะที่ 2 จำนวน 1.5 แสนคน รวม7,435 ตำบลทั่วไทย ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606991

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เปิดเผยหลังประชุมโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือเรียกสั้นๆ ว่า U2T โครงการจ้างงาน นิสิตนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่และประชาชนในระยะที่ 2 ร่วมกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ว่า อว. อยากทำสิ่งที่มีผลดีต่อประเทศ อย่างปีที่ผ่านมา เรานำ U2T ไปช่วยเรื่องโควิดก็ได้ผลเป็นอย่างมาก และช่วงนี้เราก็จะนำ U2T ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่ง U2T นั้นเปรียบเสมือนกำลังสำรองของรัฐบาล ส่วนปีหน้า อว.จะทำเรื่องเศรษฐกิจภูมิภาคและ BCG Model การพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติไปพร้อมกันได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy)ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)คำนึงถึงการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้ อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งจะเป็นวาระแห่งชาติ ทางอว.ต้องการให้เด็กไทยเข้าใจวาระแห่งชาติ รู้จักยุทธศาสตร์ของชาติและต้องทำอย่างต่อเนื่อง มีประโยชน์ มีรูปธรรม และสามารถช่วยพัฒนาประเทศชาติได้

ด้าน ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า โครงการ U2T มหาวิทยาลัยสู่ตำบลระยะแรก มีการกระจายการจ้างงานอยู่ในพื้นที่ 3,000 ตำบลทั่วประเทศ ครบทุกจังหวัด มีการจ้างงานบัณฑิต ประชาชน นักศึกษา อยู่ที่ 60,000 คน ขณะนี้จ้างงานได้สูงสุด 97.5% และยังมีกิจกรรมในแง่ของการยกระดับเศรษฐกิจ มีเงินหมุนเวียนจากการจ้างงานมากกว่า 700 ล้านบาท ในการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงปัจจุบันงบประมาณโครงการโดยรวมอยู่ที่ 10,629 ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว 7,283 ล้านบาท

“ส่วน โครงการ U2T ระยะที่ 2 จะเป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นและต่อยอดจากระยะที่ 1 ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบ 1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19
2.การดูแลเศรษฐกิจชุมชน แก้ไขปัญหาต่างๆ ตามบริบทของชุมชน และ 3.การจ้างงานบุคลากรที่มีความรู้ มุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เป็นประเด็นสำคัญ จะมีการปฏิบัติงาน 7,435 ตำบลทั่วประเทศ จ้างงาน 150,000 คน และจะมีเพิ่มในเรื่องของการยกระดับเศรษฐกิจรายตำบลและการจัดทำข้อมูล Community Big Data เป้าหมายของโครงการจะเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน การบูรณาการใช้ข้อมูลที่มีอยู่รองรับการฟื้นฟูของประเทศหลังจากผ่านจากวิกฤตโควิด-19 สำหรับ 3,000 ตำบลที่มีการจ้างงานอยู่แล้วก็จะเป็นการต่อยอดจากระยะที่ 1เมื่อจบโครงการในระยะที่ 2 แล้วทุกๆ ตำบลของประเทศไทย ก็จะได้รับการจ้างงานอยู่ในระดับเดียวกันในระยะที่ 2 โดยประมาณการงบประมาณที่ประเมินไว้อยู่ที่ 4,727 ล้านบาท” ปลัด อว.กล่าว

อาจารย์ มรภ.สงขลา สร้างผลงานระดับโลก คว้าบทเพลงยอดเยี่ยม ประเภทดนตรีคลาสสิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606988

อาจารย์ มรภ.สงขลา สร้างผลงานระดับโลก   คว้าบทเพลงยอดเยี่ยม ประเภทดนตรีคลาสสิก

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ผศ.ประภาส ขวัญประดับ” อาจารย์หลักสูตรดุริยางคศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ทิ้งทวนก่อนเกษียณอายุราชการ สร้างชื่อเสียงระดับโลกเวทีประกวด Inter Continental Music Awards 2021 สหรัฐอเมริการับโล่เกียรติคุณบทเพลงยอดเยี่ยม (ประเภทดนตรีคลาสสิก)จากบทเพลง “Song of The Violin”

การประกวดครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานเข้าประกวดจากหลายประเทศทั่วโลก และบทเพลง Song of The Violin เป็นบทเพลงที่ ผศ.ประภาส ขวัญประดับ เป็นผู้ประพันธ์ทำนองบทเพลง เรียบเรียงเสียงประสาน/ดนตรีประกอบ โดย Rondld Van Deurzen อดีตอาจารย์ชาวต่างชาติประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา ถือเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัย และถือเป็นของขวัญในวาระเกษียณอายุราชการของ ผศ.ประภาส ขวัญประดับ ในปีนี้ด้วย

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศแนวทางการรับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็ม 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607083

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศแนวทางการรับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็ม 3

วันพุธ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.41 น.

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยแพร่ประกาศแนวทางการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster Dose) สำหรับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนหลัก (Sinovac และ AstraZeneca) เข็ม 1 และเข็ม 2 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยช่วงเวลาในการเข้ารับวัคซีนหลักเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดังนี้  1. ผู้ที่รับวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็มในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิดระบบให้ท่านลงนัดหมายเข้ามารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามลำดับช่วงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ดังนี้ กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 20-29 ต.ค. 64 อายุ 59-69 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 1 – 30 พ.ย. 64 อายุต่ำกว่า 59 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 15 พ.ย.- 24 ธ.ค. 64 กลุ่มโรคเรื้อรังทุกช่วงอายุ นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป

2. ผู้ที่รับวัคซีน AstraZeneca ครบ 2 เข็ม ในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิดระบบให้ท่านลงนัดหมายเข้ามารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามลำดับช่วงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ดังนี้ กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ. 65 อายุ 59-69 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 15-28 ก.พ. 65 อายุต่ำกว่า 59 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 1-10 มี.ค. 65 กลุ่มโรคเรื้อรังทุกช่วงอายุ นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2565 เป็นต้นไป

สำหรับขั้นตอนและแนวทางการเข้ารับวัคซีนหลักเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 1.จะทยอยส่ง SMS ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่เคยลงทะเบียนไว้ในระบบราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการเข้ารับวัคซีนเข็มแรก เพื่อให้ท่านเข้าสู่ระบบผ่านเว็บไซต์ https://vaccinecovid19.cra.ac.th และเลือกวันนัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามช่วงเวลาที่กำหนด (กรณีไม่ได้รับ SMS สามารถเข้าไปเลือกวันนัดหมายผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว โดยระบบจะเปิดสิทธิ์ของท่านให้เลือกวันตามช่วงเวลาที่กำหนดในแต่ละกลุ่ม 2.วัคซีนหลักเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จะใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับการจัดสรรโควต้ามาจากกระทรวงสาธารณสุข หรือหากท่านมีประวัติแพ้วัคซีน สามารถแจ้งขอรับวัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ (จากข้อมูลทางวิชาการที่มีรายงานว่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนเชื้อตายก็สามารถเพิ่มระดับการป้องกันได้ แม้ระดับภูมิคุ้มกันอาจจะไม่สูงเท่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนประเภทอื่น

3. หากเคยติดเชื้อหลังได้รับการฉีดเข็มที่สอง ให้เริ่มนับการมารับเข็มกระตุ้นภูมิเป็นระยะเวลา 60 วันหลังการติดเชื้อ 4. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้ความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในเวลาที่เหมาะสม และยังอยู่ระหว่างการให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ครบ 2 เข็มกับกลุ่มประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางตกสำรวจและไม่มีทะเบียนอยู่ในประเทศ เพื่อลดโอกาสการกลายพันธุ์และการระบาดมาสู่ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว หากท่านใดวิตกและประสงค์จะได้รับการกระตุ้นภูมิก่อนเวลาที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนด ท่านสามารถไปลงทะเบียนเข้ารับการฉีดกับศูนย์บริการอื่นๆ ได้

สำหรับวัคซีนทางเลือก ซึ่งผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์ม หรือผู้ที่มีความประสงค์ใช้วัคซีนทางเลือก (โดยชำระเงินและบริจาคเพื่อกลุ่มเปราะบางตามนโยบายเดิมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์) เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิดให้จองวัคซีน Sinopharm และ Moderna ในรูปแบบองค์กรนิติบุคคล และโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่มีการเปิดรอบบุคคลทั่วไป โดยมีกำหนดการเปิดจอง
ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.- 30 ธ.ค. 2564 โดย วัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน Sinopharmลงทะเบียนจองพร้อมชำระเงินเต็มจำนวน ภายใน 5 วันทำการเมื่อได้รับการแจ้งจัดสรรวัคซีนกำหนดเริ่มฉีดเข็มกระตุ้นภูมิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2564 เป็นต้นไป จนถึงสิ้นปี 2565 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถานพยาบาลที่อยู่ในระบบจัดสรรวัคซีนที่รับฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทั่วประเทศ

ส่วนวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน Moderna (50 ไมโครกรัม ลงทะเบียนจองพร้อมชำระเงินมัดจำ 50% ของราคาวัคซีนเมื่อเข้ามาทำการจอง และชำระเงินส่วนที่เหลือภายใน 5 วันทำการเมื่อได้รับการแจ้งจัดสรรวัคซีนกำหนดเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2565 เป็นต้นไป จนถึงสิ้นปี 2565 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถานพยาบาลที่อยู่ในระบบจัดสรรวัคซีนที่รับฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทั่วประเทศ

สำหรับผู้ที่เคยได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มในรูปแบบบุคคลทั่วไป ขอให้ติดตามการจองวัคซีนทางเลือกเข็มกระตุ้นภูมิจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่รับการจัดสรรวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และให้บริการฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะไม่เปิดรับจองในรูปแบบบุคคลทั่วไปในการจัดสรรครั้งนี้

ทั้งนี้ ข้อแนะนำแนวทางการเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน คือไม่แนะนำการกระตุ้นด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในสตรีอายุต่ำกว่า 40 ปี หรือผู้ที่ใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด หรือมีภาวะการแข็งตัวของเลือดมากกว่าปกติในทุกช่วงอายุ ไม่แนะนำการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเร็วเกินความจำเป็นโดยเฉพาะในช่วงที่การระบาดไม่รุนแรง เพราะมีข้อมูลพบว่าหากยืดระยะห่างการฉีดเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้นานขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะได้รับการตอบสนองระดับภูมิคุ้มกันขึ้นดีกว่า ทั้งนี้ วัคซีนชนิดเชื้อตาย ได้แก่ ซิโนฟาร์ม หรือ ซิโนแวค ควรฉีดเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันห่างจากเข็มสองอย่างน้อย 3-6 เดือน ส่วนวัคซีนชนิดอื่นๆ ได้แก่ แอสตร้าเซนนิก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์น่า จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน สปุตนิก ควรฉีดเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันห่างจากเข็มสองอย่างน้อย 7-8 เดือน

กรณีติดเชื้อโควิด-19 หลังได้รับการฉีดเข็มที่สอง ให้เริ่มนับการมารับเข็มกระตุ้นภูมิระยะเวลา 60 วันหลังการติดเชื้อ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนซิโนแวคหรือซิโนฟาร์มมีการคาดการณ์ว่าอาจจะช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเจ็บป่วยรุนแรงได้ประมาณ 4-8 เดือน และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา จะช่วยป้องกันได้ประมาณ 8-10 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัสที่ระบาด ณ ขณะนั้น โดยที่ท่านยังต้องเคร่งครัดในการป้องกันตนเองอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการสวมใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง และเลี่ยงที่แออัดอากาศไม่ถ่ายเท

‘เลขาธิการ กพฐ.’คาด พ.ย.-ธ.ค.จัดสอบครูผู้ช่วยได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607005

'เลขาธิการ กพฐ.'คาด พ.ย.-ธ.ค.จัดสอบครูผู้ช่วยได้

วันพุธ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.22 น.

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 นายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบปรับวิธีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยทั่วไป สพฐ.ประจำปี 2564 ซึ่งเปิดรับสมัครไปวันที่ 4-10 มิถุนายน ที่ผ่านมาแล้ว มีผู้สมัครกว่า 1.7 แสนราย จากเดิม ต้องสอบในจังหวัดที่สมัครเท่านั้น ปรับมาเป็นสามารถสอบในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนา หรือจังหวัดที่อยู่อาศัยในปัจจุบันได้  ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายหรือการเดินทางข้ามจังหวัด ส่วนรายละเอียด และปฏิทินการจัดสอบนั้น ขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. อยู่ระหว่างยกร่างหลักเกณฑ์แนวทางวิธีการจัดสอบ หลังจากนั้นจึงจะสามารถกำหนดปฏิทินดำเนินการสอบได้  

นายอัมพร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของ สพฐ. มีการสอบที่ค้างอยู่คือ สอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป เปิดรับ 1 หมื่นอัตรา  การรับสมัครบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว 16 กว่า 4 พันอัตรา การคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ทั้งนี้ สิ่งแรกที่จะสอบก่อนน่าจะเป็น 38 ค.(2) เพราะบางจังหวัดมีคนสอบน้อยและเป็นการดำเนินการโดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และตามด้วยการสอบครูผู้ช่วย ว16 และสอบครูผู้ช่วยรอบทั่วไป เป็นลำดับสุดท้าย  เพราะมีผู้เข้าสอบจำนวนหลายแสนคน

“คาดว่าจะสามารถจัดสอบคัดเลือกบุคคลทั้ง 3 ตำแหน่งได้ในเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม นี้ ซึ่งหากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นเช่นปัจจุบัน ก็ไม่น่าจะมีปัจจัยเสี่ยง อีกทั้งจะมีวัคซีนทยอยเข้ามา ก็น่าจะลดความเสี่ยงได้น้อยลง ส่วนปัญหาหาขาดแคลนครูนั้น ยังไม่ถือว่าวิกฤต เพราะขาดตามอัตราว่างที่เปิดสอบ โดยเฉลี่ยของประเทศ ไม่ได้ขาดเป็นรายโรง อีกทั้งยังมีการบรรจุครูพัฒนาท้องถิ่นเข้าไปทดแทนในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันยังเตรียมอบรมพัฒนาก่อนบรรจุแต่งตั้งตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ สพท. และรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่สอบขึ้นบัญชีไว้ ให้แล้วเสร็จเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” นายอัมพร กล่าว