รัฐบาลเตรียม 3 แผน‘แก้หนี้ครู’ พบ 9 แสนคนมีหนี้รวม 1.4 ล้านล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606233

รัฐบาลเตรียม 3 แผน‘แก้หนี้ครู’ พบ 9 แสนคนมีหนี้รวม 1.4 ล้านล้านบาท

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.48 น.

รัฐบาลเตรียม 3 แผน ‘แก้หนี้ครู’ และบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ขณะที่ กยศ. พร้อมปล่อยกู้ 4หมื่นล้าน ช่วยนักเรียน-นักศึกษา7 แสนราย

3 ตุลาคม 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยต่อสถานการณ์ปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งปัจจุบันพบว่าครูทั่วประเทศประมาณ 9 แสนคน คิดเป็นร้อยละ  80 มีหนี้รวมกัน 1.4 ล้านล้านบาท โดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64 รองลงมาคือธนาคารออมสิน วงเงิน 3.49 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ  25 ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับกระทรวงศึกษาธิการ เร่งหาแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรอย่างยั่งยืน รวมถึงให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมพร้อมวงเงินปล่อยกู้ให้นักเรียนและนักศึกษาเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อใช้ในค่าใช้จ่าย ปีการศึกษา 2564

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำแผนแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบแล้ว ระยะแรกจะดำเนินการ 3 แผนงาน ได้แก่

แผนงานที่ 1. โครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ จำนวน 12 แห่ง 4 ภาค ภาคละ 3 แห่ง ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัด ภายในเดือนตุลาคมนี้ และขยายผลการดำเนินไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศที่มีความพร้อม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

แผนงานที่ 2.คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เจรจากับสถาบันการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาครูรายที่ถูกฟ้อง พร้อมแนวทางการแก้ปัญหาของผู้ค้ำประกัน และการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 โดยให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาร่วมกันในระดับพื้นที่จังหวัดในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงิน และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการระดับจังหวัด

แผนงานที่ 3. การจัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ทางด้านการวางแผนและการสร้างวินัยทางการเงินและการออม โดยมีเป้าหมายอบรม 1 แสนคนต่อปี  เริ่มอบรมรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564 ผ่านระบบออนไลน์ศูนย์ Deep กระทรวงศึกษาธิการ

นอกจากนี้ ยังมีการถอดบทเรียนการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาจากสหกรณ์ตัวอย่าง 2 แห่ง คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด พบสาระสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้ คือ “การปรับลดภาระดอกเบี้ย”  และ “การปรับโครงสร้างหนี้” ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ต่ำลงไม่เกิน 3% ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สหกรณ์และสถาบันการเงินให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่มีอัตราความเสี่ยงต่ำ 4.5-5%

ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น รวมหนี้จากทุกสถาบันการเงินมาไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู การปรับโครงสร้างหนี้ครูก่อนเกษียณ อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่ครูที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ 0.25-0.50.%  เป็นต้น

สำหรับการช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาในเรื่องเงินกู้นั้น กยศ.ได้ขยายกรอบวงเงินการให้กู้ยืม ปีการศึกษา 2564 จากเดิมจำนวน 38,587 ล้านบาท สำหรับผู้กู้ จำนวน 6.2 แสนราย เป็น 40,000 ล้านบาท สำหรับผู้กู้ยืม จำนวน 7 แสนราย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่างๆ ให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 โดยขยายเวลายื่นขอกู้ยืมเงินภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 นักเรียน นักศึกษาสามารถยื่นกู้ยืมผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยแอปพลิเคชัน กยศ. Connect หรือทาง http://www.studentloan.or.th โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในการทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่

“การแก้ปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญอย่างมาก ที่ผ่านมาได้แต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์เป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มการออม และไม่ก่อหนี้เพิ่ม รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้ครูรุ่นใหม่ๆ ต้องติดกับดักวงจรการเป็นหนี้ด้วย และในเรื่องเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ขอยืนยันว่ากองทุน กยศ. มีเงินให้กู้ยืมเพียงพอสำหรับนักเรียน นักศึกษาได้มีโอกาสได้เรียนต่ออย่างแน่นอน” น.ส.รัชดา กล่าว

‘ตรีนุช’สั่งลุยปรับหลักสูตรอาชีวะทั้งระบบ ตั้งเป้าเริ่มใช้ในปีการศึกษา 65 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606183

'ตรีนุช'สั่งลุยปรับหลักสูตรอาชีวะทั้งระบบ ตั้งเป้าเริ่มใช้ในปีการศึกษา 65

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.02 น.

วันที่ 2 ตุลาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกของอาชีพ ที่มีอาชีพใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น และมีความคาดหวังว่านักเรียน นักศึกษาต้องปรับตัวได้ทันกับโลกของอาชีพที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ และคาดว่าเราต้องอยู่ร่วมกับโรคติดเชื้อโควิด-19ไปอีกระยะหนึ่ง และจากการที่ตนได้ลงพื้นที่ติดตามการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ก็ได้รับเสียงสะท้อนจากผู้เรียน สถานศึกษา และประชาชนว่า มีนักเรียนนักศึกษาออกกลางคันเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุหนึ่งคือความแข็งตัวของหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนมีคุณภาพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการ หรือ ตลาดแรงงานต้องการ

“ดิฉันได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทบทวนเรื่องการจัดการเรียนการสอนอของอาชีวศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่ตัวหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การจัดการเรียนรู้ การจัดเวลาเรียน การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ การฝึกอาชีพ การประเมินผลการเรียนรายวิชา ตลอดจนการฝึกอาชีพในระบบทวิภาคี รวมถึงเรื่องสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนสายวิชาชีพ สามารถจบออกไปอย่างมีคุณภาพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการ หรือตลาดแรงงานต้องการ และที่สำคัญสามารถเรียนจนจบหลักสูตรโดยไม่ออกจากหลักสูตรกลางคัน ซึ่งการปรับปรุงนี้ควรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทันใช้ในปีการศึกษา 2565 นี้ ” รมว.ศธ. กล่าว

ปลัด อว. เผยโอนเงินลดค่าเทอม เบิกจ่ายเงินส่งให้มหาวิทยาลัย-ร.ร.สาธิต เกือบครบทุกแห่งแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606142

ปลัด อว. เผยโอนเงินลดค่าเทอม เบิกจ่ายเงินส่งให้มหาวิทยาลัย-ร.ร.สาธิต เกือบครบทุกแห่งแล้ว

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.29 น.

ปลัด อว.เผย โอนเงินลดค่าเทอมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับนิสิต นักศึกษาให้กับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนสาธิตเกือบครบทุกแห่งแล้ว มีนิสิตนักศึกษาได้รับประโยชน์กว่า 1.547 ล้านคน นักเรียนโรงเรียนสาธิตกว่า 7.7 หมื่นคน

วันที่ 2 ตุลาคม 2564 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(ปลัด อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อว.ดำเนินการได้ตามแผนโครงการลดค่าเทอมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ปกครองตามนโยบายรัฐบาล จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ อว. ดำเนินการ โดยโอนเงินให้มหาวิทยาลัยเกือบครบถ้วนทุกสถาบันตามแผนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา อว.อนุมัติเบิกจ่ายเงินให้มหาวิทยาลัยจำนวนสะสมตามลำดับ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. เบิกจ่าย จำนวน 4,036 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัย 81 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 793,323 คน วันที่ 9 ก.ย.เบิกจ่ายรวมสะสม จำนวน 4,804 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัยเพิ่มเป็น 107 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 972,797 คน วันที่ 20 ก.ย.อนุมัติเบิกจ่ายรวมสะสม จำนวน 6,363 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัย 128 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 1,224,562 คน และวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติเบิกจ่ายรวมสะสม จำนวน 7,697 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัย 148 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 1,547,115 คน

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษานักเรียนโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จำนวนรายละ 2 พันบาทนั้น ก็เป็นไปตามแผนตามลำดับเช่นกัน โดยวันที่ 20 ก.ย.อนุมัติเบิกจ่ายเงิน จำนวน 117 ล้านบาท ให้โรงเรียน จำนวน 45 แห่ง นักเรียนได้รับประโยชน์ 58,748 คน และวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติเบิกจ่ายเงินจำนวนสะสม 154 ล้านบาท ให้กับโรงเรียน 62 แห่ง นักเรียนได้รับประโยชน์ 77,163 คน จากเป้าหมายทั้งหมด 64 แห่ง นักเรียน 79,518 คน ซึ่งเหลือเพียงอีกเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่จะทะยอยส่งข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้ว ทางกระทรวง อว. ก็จะสามารถโอนเงินให้กับสถาบันเพื่อให้ถึงมือนิสิตนักศึกษาโดยเร็วตามนโยบายของรัฐบาล -007

โอนเงินเยียวยาลดค่าเทอมช่วยนร.-นศ.เกือบครบทุกมหาวิทยาลัยแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606137

โอนเงินเยียวยาลดค่าเทอมช่วยนร.-นศ.เกือบครบทุกมหาวิทยาลัยแล้ว

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.41 น.

ปลัด อว.เผยโอนเงินลดค่าเทอมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับนิสิต นักศึกษาให้กับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนสาธิตเกือบครบทุกแห่งแล้ว มีนิสิตนักศึกษาได้รับประโยชน์กว่า 1.547 ล้านคน นักเรียนโรงเรียนสาธิตกว่า 7.7 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(ปลัด อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อว.ดำเนินการได้ตามแผนโครงการลดค่าเทอมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ปกครองตามนโยบายรัฐบาล จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ อว. ดำเนินการ โดยโอนเงินให้มหาวิทยาลัยเกือบครบถ้วนทุกสถาบันตามแผนแล้ว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อว.อนุมัติเบิกจ่ายเงินให้มหาวิทยาลัยจำนวนสะสมตามลำดับ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. เบิกจ่าย จำนวน 4,036 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัย 81 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 793,323 คน วันที่ 9 ก.ย.เบิกจ่ายรวมสะสม จำนวน 4,804 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัยเพิ่มเป็น 107 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 972,797 คน วันที่ 20 ก.ย.อนุมัติเบิกจ่ายรวมสะสม จำนวน 6,363 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัย 128 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 1,224,562 คน และวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติเบิกจ่ายรวมสะสม จำนวน 7,697 ล้านบาท ให้กับมหาวิทยาลัย 148 แห่ง นักศึกษาได้รับประโยชน์ 1,547,115 คน

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษานักเรียนโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จำนวนรายละ 2 พันบาทนั้น ก็เป็นไปตามแผนตามลำดับเช่นกัน โดยวันที่ 20 ก.ย.อนุมัติเบิกจ่ายเงิน จำนวน 117 ล้านบาท ให้โรงเรียน จำนวน 45 แห่ง นักเรียนได้รับประโยชน์ 58,748 คน และวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติเบิกจ่ายเงินจำนวนสะสม 154 ล้านบาท ให้กับโรงเรียน 62 แห่ง นักเรียนได้รับประโยชน์ 77,163 คน จากเป้าหมายทั้งหมด 64 แห่ง นักเรียน 79,518 คน ซึ่งเหลือเพียงอีกเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่จะทะยอยส่งข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้ว ทางกระทรวง อว. ก็จะสามารถโอนเงินให้กับสถาบันเพื่อให้ถึงมือนิสิตนักศึกษาโดยเร็วตามนโยบายของรัฐบาล

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 20 ศาสตราจารย์ใหม่จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606136

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 20 ศาสตราจารย์ใหม่จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.35 น.

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 20 ศาสตราจารย์ใหม่จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ “รศ.ชุติมา คูหากาญจน์” จาก ม.มหิดล นักวิจัยเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ ที่มีเป้าหมายสร้างองค์ความรู้ให้โลก ได้สาขาเคมีอินทรีย์ ขณะที่ “รศ.อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์” หนึ่งในผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนในวงการศิลปะจากพระจอมเกล้าลาดกระบังได้สาขาทัศนศิลป์

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว. ) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งศาสตราจารย์(ศ.) จำนวน 20 ราย โดยผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ดังต่อไปนี้

1.รศ.ศาสตรา วงศ์ธนวสุ คณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์

2.รศ.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล สาขาสาธารณสุขศาสตร์

3.รศ.ชุติมา คูหากาญจน์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล สาขาเคมีอินทรีย์

4.รศ.ศุภโชค มั่งมูล คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สาขาเภสัชวิทยา

5.รศ.ชลทิพย์ วิรัตกพันธ์ คณะแพทยศาสตร์​โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขารังสีวินิจฉัย

6.รศ.เกวลิน เลขานนท์ คณะแพทยศาสตร์​โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาจักษุวิทยา

7.รศ.อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขาทัศนศิลป์

8.รศ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขากุมารเวชศาสตร์

9.รศ.สมจิตร์ เอี่ยมอ่อง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สาขาสรีรวิทยา

10.รศ.สมหญิง ธัมวาสร คณะแพทยศาสตร์​ จุฬาฯ สาขาจุลชีววิทยา

11.รศ.สุริยะ สะวานนท์ คณะเกษตร กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ สาขาสัตวบาล

12.รศ.สุภาวดี พุ่มพวง คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

13.รศ.สุนิตย์ สุขสำราญ คณะวิทยาศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ สาขาเคมีอินทรีย์

14.รศ.ระเบียน วังคีรี คณะวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร สาขาคณิตศาสตร์

15.รศ.อภิชาติ วรรณวิจิตร คณะเกษตร กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ สาขาการปรับปรุงพันธ์ุพืช

16.รศ.สาโรจน์ ศิริศันสนียกุล คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ

17.รศ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ สาขากุมารเวชศาสตร์

18.รศ.สุภมัย สุนทรพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ สาขาอายุรศาสตร์

19.รศ.สงวนศักดิ์ ฤกษ์ศุภผล คณะแพทยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ สาขากุมารเวชศาสตร์

20.รศ.เสมอ ถาน้อย คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.นเรศวร สาขากายวิภาคศาสตร์

-001

‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’เปิดตัวภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เฉลิมพระเกียรติ’กรมพระศรีสวางควัฒนฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606075

'ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์'เปิดตัวภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เฉลิมพระเกียรติ'กรมพระศรีสวางควัฒนฯ'

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 22.00 น.

“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”เปิดตัวภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เฉลิมพระเกียรติ”สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” ชุด”นครป่าหลากลาย หลายชีวิต”

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เปิดตัวภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน” ชุด “นครป่าหลากลาย หลายชีวิต” แรงบันดาลใจจากนิทรรศการศิลปกรรมผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชุด “หลากลาย หลายชีวิต” ที่จัดแสดง ณ หอศิลป์พิมานทิพย์ ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สู่เรื่องราวการผจญภัยในโลกแฟนตาซีของนครป่า เรียนรู้ศาสตร์พระราชา รอบรู้เรื่องวิทยาศาสตร์สุขภาพไปกับเสือหลากลาย พร้อมผองผีเสื้อ เหล่านกฮูก และสรรพสัตว์น้อยใหญ่ใน “นครป่าหลากลาย หลายชีวิต”

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในด้านวิทยาศาสตร์ อันเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ด้วยทรงทุ่มเทในการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ เพื่อทรงนำความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาประเทศชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ในขณะเดียวกันทรงสืบทอดพรสวรรค์ด้านศิลปะจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงค้นพบด้วยพระองค์เองว่า ยังมีศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ทรงรักและทรงมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ทรงคิดถึง หรือมีโอกาสได้ทรงทำ นั่นคือ การทำงานศิลปะ จากความสนพระทัยและหลงไหลในงานศิลปะ ทำให้ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะเรียนรู้ ฝึกฝนและลงมือปฏิบัติด้วยพระองค์เองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทรงเป็นเจ้าฟ้าพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ของพระราชวงศ์ไทยที่ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยพระองค์เอง และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน” จากรัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม ด้วยน้อมสำนึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศิลปะร่วมสมัย ประจักษ์ถึงพระปณิธานอันแน่วแน่และพระปรีชาสามารถที่เป็นเลิศในการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายสาขา ทั้งงานทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ ดนตรี และงานออกแบบ โดยทรงใช้พระอัจฉริยภาพในมิติของศิลปะในการส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนำไปต่อยอดหารายได้สมทบทุนมูลนิธิในพระดำริ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน ว่า “ในโอกาสที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน” เพื่อเป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้ขอพระราชทานพระอนุญาตนำภาพวาดฝีพระหัตถ์ฯ จากผลงานดุษฎีนิพนธ์ ชุด “หลากลาย หลายชีวิต” นำมาสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันเฉลิมพระเกียรติ ชุด นครป่าหลากลาย หลายชีวิต การ์ตูนส่งเสริมคุณธรรมที่ผสมผสาน 3 หลักแนวคิด ได้แก่ ความจริง ความดี ความงาม ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยในโลกแฟนตาซีของนครป่าที่จะพาผู้ชมไปพบกับเสือหลากหลายบุคลิก พร้อมผองผีเสื้อ และเหล่านกฮูก คาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ที่จะออกมาโลดแล่นถ่ายทอดเรื่องราวการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตท่ามกลางบริบทแวดล้อมต่างๆ นำพาเด็กๆและเยาวชนเรียนรู้ศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมสอดแทรกเกร็ดความรู้ด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ตั้งใจทำเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชน และเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจการดำเนินงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตลอดจนพาผู้ชมได้ชื่นชมความงามและเห็นคุณค่าในงานศิลปะ สร้างความสุขความเพลิดเพลินแก่ผู้ชมทุกท่าน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน และนำหลักธรรมคำสอน เกร็ดความรู้ต่างๆ ไปต่อยอดประยุกต์ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต และเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์งานศิลปะต่อไป”

ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เฉลิมพระเกียรติฯ ชุด “นครป่าหลากลาย หลายชีวิต” เป็นการ์ตูนแนวแฟนตาซีส่งเสริมคุณธรรม ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กและเยาวชนที่เดินทางไปหอศิลป์กลางหุบเขา โดยสื่อถึงหอศิลป์พิมานทิพย์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปกรรมชุด “หลากลาย หลายชีวิต” และได้หลุดเข้าไปผจญภัยในโลกแฟนตาซีของนครป่าหลากลาย หลายชีวิต โดยนำคาแรกเตอร์ เสือ ผีเสื้อ และนกฮูก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจการสร้างสรรค์ตัวการ์ตูนจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต ท่ามกลางบริบทแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปตามเรื่องราว และนำพาเด็กๆและเยาวชนเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ตามรอยคำพ่อสอน สู่การพัฒนาต่อยอดอย่างยั่งยืน พร้อมสอดแทรกสาระเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพเป็นหลักในการดำเนินชีวิตให้แก่เด็กๆและเยาวชนสอดคล้องกับภารกิจการดำเนินงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตลอดจนประชาชนทุกช่วงวัยสามารถรับชมเพื่อซึมซับในพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถที่ทรงเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์งานศิลปะ และต่อยอดงานศิลปะสู่การแบ่งปันช่วยเหลือประชาชนคนไทยตามท้องถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลที่เจ็บไข้ได้ป่วย ตลอดจนร่วมกันสร้างการแพทย์ไทยให้ก้าวไกล ผ่านการร่วมสมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ สำหรับจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่อไป

สำหรับภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน ชุด “นครป่าหลากลาย หลายชีวิต” มีทั้งหมด 16 ตอน จะเผยแพร่ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 15.00 น.เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ผ่านช่องทางออนไลน์ YouTube : CHULABHORN Channel , IGTV @sirisinlapin , Facebook Pimarntip Art Gallery , Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และตารางออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 ทุกวันศุกร์หลังข่าวในพระราชสำนัก เริ่ม 1 ตุลาคม 2564 , ช่อง 7 ทุกวันจันทร์ เวลา 04.30 น.เริ่ม 4 ตุลาคม 2564 และช่อง 3 ทุกวันอังคาร หลังรายการข่าวสามมิติ เริ่ม 5 ตุลาคม 2564

นอกจากนี้ ขอเชิญเด็กๆ เยาวชน และประชาชนร่วมเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ ผ่านโครงการเทคโนโลยีสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติฯ กับสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพฝีพระหัตถ์ฯ หลากลาย หลายชีวิต ชุด “สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต” ดาวน์โหลดได้ที่ https://line.me/S/sticker/15801893 หรือสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03199-9 สมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และสามารถร่วมติดตามพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะผ่านเทคโนโลยี AR Filter ได้ทางอินสตาแกรม สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต @sirisinlapin (https://www.instagram.com/sirisinlapin/)

‘ตรีนุช’ ชู ‘สกลนครโมเดล’ ดันอาชีวะตอบโจทย์ตลาดแรงงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606038

'ตรีนุช' ชู 'สกลนครโมเดล' ดันอาชีวะตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.17 น.

‘ตรีนุช’ ชู ‘สกลนครโมเดล’ ดันอาชีวะตอบโจทย์ตลาดแรงงาน จี้ สอศ.นำขยายผลทั่วประเทศ

1 ต.ค.ตุลาคม ที่วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสกลนครโมเดล พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์บ่มเพาะการเป็นผู้ประกอบการอาชีวศึกษา และเยี่ยมชมห้องเรียนนวัตกรรม ผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานของนักศึกษา พร้อมมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดสกลนคร จำนวน 18 โรงพยาบาล โดยมีนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ. นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. และ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.)ร่วมด้วย

น.ส.ตรีนุช กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิด โครงการสกลนครโมเดล ว่า วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร ได้มีการพัฒนารูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ สกลนครโมเดล “Sakonnakhon Model” เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสู่มาตรฐานสากล และพัฒนาผู้เรียนให้เป็นกำลังคนอาชีวศึกษาคุณภาพสูงตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน มีทักษะด้านวิชาชีพ ทักษะด้านการสื่อสาร และทักษะอื่น ๆที่เป็นทักษะจำเป็นและมีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพในยุคปัจจุบัน โดยการขับเคลื่อนภายใต้นโยบาย 12 ข้อ ในรูปแบบ 5 Modern ประกอบด้วย 5 ทันสมัย 5 ทักษะ 5 มาตรฐาน ในวิทยาลัยใกล้บ้าน  

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า 5 ทันสมัย คือ 1.หลักสูตรทันสมัย 2.ห้องเรียนทันสมัย 3.สื่อหรือเครื่องมือและครุภัณฑ์ทันสมัย 4.เทคโนโลยีทันสมัย และ 5.เครือข่ายความร่วมมือทันสมัย ส่วน 5 ทักษะ คือ 1.ทักษะวิชาชีพและอาชีพ 2.ทักษะการสื่อสาร 3.ทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยี 4.ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 5.ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และ 5 มาตรฐาน (Standard) คือ 1.มาตรฐานแรงงาน 2.มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ 3.มาตรฐานอาชีวศึกษา 4.มาตรฐานอาเซียน และ 5.มาตรฐานสากล  ซึ่งตนได้ทราบว่า วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร ได้นำเอามาตรฐานในระดับต่าง ๆมาใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษา เช่น มาตรฐานฝีมือแรงงาน มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ มาตรฐานการอาชีวศึกษา มาตรฐานสากล เพียร์สัน B-TEC ประเทศอังกฤษ และกำลังเตรียมความรับการประเมินและรับรองคุณภาพสถานศึกษาด้านการอาชีวศึกษาระดับภาคพื้นเอเชียแปชิฟิก (APACC) ในปีการศึกษา 2565-2567 อีกด้วย

“นับเป็นความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นสู่ระดับสากล มองว่าสกลนครโมลเดล ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างมากในการสร้างคนให้เหมาะกับงาน การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเรียนเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การพัฒนาให้ผู้เรียนใช้ภาษาที่สาม มองว่าสกลนครโมลเดล กำลังสร้างคนให้ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 และตอบโจทย์ความต้องการของอนาคต โดยแนวทางดังกล่าวนี้ สามารถนำมาใช้เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนและพัฒนามาตรฐานการศึกษาให้สูงขึ้น ซึ่งดิฉันได้มอบหมายให้นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำไปขยายผลในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้สถานศึกษาอื่นและนำไปปรับประยุกต์ใช้ต่อไป โดยปรับให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ด้วย” น.ส.ตรีนุช กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า เชื่อว่าหากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำโมเดลนี้ไปพัฒนาและสร้างคุณภาพให้ผู้เรียนได้ จะดึงให้เด็กมาเรียนอาชีวมากขึ้น และในหลาย ๆประเทศ อาชีวะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศอย่างมาก ดังนั้น เราต้องสร้างคนให้เหมาะกับงานอย่างรวดเร็ว และสามารถพัฒนาฟันเฟือนเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว หรือการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ สอศ.จะต้องผลิตคนให้ตอบโจทย์กับตลาดแรงงาน

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า รูปแบบ 5 Modern ประกอบด้วย 5 ทันสมัย 5 ทักษะ 5 มาตรฐาน ที่ รมว.ศธ. มอบหมายให้ สอศ. จะนำไปขยายผลต่อไปโดยเฉพาะการสร้างให้สถานศึกษามีมาตรฐานระดับนานาชาติ จะนำไปขยายผล ในส่วนวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร มีสาขาวิชาที่โดนเด่น คือ สาขาอิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ ซึ่งทางวิทยาลัยทำความร่วมมือกับโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร โดยนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ มาร่วมกันพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ ซึ่งสาขานี้ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี และตอบโจทย์ความต้องการของวางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี โดยสอศ.วางแผนจะขยายสาขานี้ไปทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะไม่สามารถขยายผลได้ทุกวิทยาลัยเปิดสอนได้ อาจจะให้วิทยาลัยที่มีความพร้อมและมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับโรงพยาบาล

“อีกสาขาหนึ่งที่ผมต้องการขยายผล เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน คือ สาขาการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะนี้สอศ.เปิดสาขาวิชาการจัดการดูแลผู้สูงอายุ ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ เป็นที่แรก ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความต้อวการของตลาดแรงงาน หากศึกษาแล้วพบว่า สาขานี้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ก็จะขยายผลเปิดสอนในสถานศึกษาตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ” นายสุเทพ กล่าว. -008

‘เอนก’ ปลื้มภารกิจฉีดวัคซีนโควิดให้ ปชช.ได้ตามเป้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605980

‘เอนก’ ปลื้มภารกิจฉีดวัคซีนโควิดให้ ปชช.ได้ตามเป้า

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.16 น.

สมใจ “เอนก” เครือข่ายภาครัฐ เอกชน ปชช.แห่ร่วม “อว.” ระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดตามเป้า เผย 80 มหาลัยทั่วไทยพร้อมจิตอาสามาทำด้วยใจ ทุ่มเทเพื่อคนไทยให้ปลอดภัยสุด

1 ต.ค.64 ศาตราจารย์ นพ.ดร.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีกระทรวง อว.นำหน่วยงานในสังกัด อว.เข้าร่วมเป็นศูนย์บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ว่า เรื่องนี้กระทรวงอว.ทำงานในฐานะเป็นกำลังเสริมหลัก ตามที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.มอบนโยบายไว้ ให้คนไทยสามารถเข้ารับการฉีดวัคซันจำนวนมากที่สุด รวดเร็วที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุด และปลอดภัยสูงสุด วันนี้กระทรวง อว. มีความพร้อมอาคารสถานที่ ระบบต่างๆ บุคลากร เป็นจำนวนมากสามารถสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งเทคโนโลยีที่จะใช้ รวมทั้งมีบุคคลเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีน ดังนั้นโครงการวัคซีนโควิดจึงเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ เพราะภายใน 1 สัปดาห์ เราสามรถจัดระบบความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเกือบ 80 แห่งเข้ามาเป็นจุดฉีดวัคซีน ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยขณะนี้ อว.มีจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิดจำนวน 14 จุด แยกเป็นหน่วยฉีดส่วนกลาง 11 จุด อีก 3 จุด ดำเนินการร่วมกับกรุงเทพฯและองค์กรภาคเอกชน โรงพยาบาลในสังกัดอว. โรงเรียน (รร.)แพทย์ ก็มีการฉีดวัคซีนด้วยเช่นกัน

ด้านศาสตราจารย์คลินิก พญ.โฉมศรี โฆษิตชัยวัฒน์ อธิการบดีวิทยาลัย วิทยาศาสตร์การแพทย์จุฬาภรณ์ กล่าวว่า อว.มีนโยบายเรื่องสอดคล้องกับจังหวะที่ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้ามาร่วม โดยมีวิทยาลัยฯช่วยพัฒนารูปแบบทำให้การฉีดวัคซีนเร็วที่สุด การลงข้อมูลเบ็ดเสร็จภายในวันเดียว มีรูปแบบการบันทึกข้อมูล ออกแบบวิธีการให้วัคซีนทำให้เร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถดำเนินการที่มหาวิทยาลัยเกษตร เป็นการลงทะเบียนผ่านแท็บเล็ต ข้อมูลเบ็ดเสร็จ ขณะที่พยาบาลทำหน้าที่ฉีดวัคซีน ต้องอาศัยคนอื่นทำหน้าที่อย่างอื่น จึงเป็นที่มาของจิตอาสา จากประชาชน อาจารย์ บุคลากร ที่มาสมัครเป็นจิตอาสา เพื่อช่วยงาน อื่นๆ ทั้งนี้ระบบที่นี่ยึดหลักการทำให้ผู้รับวัคซีนอยู่ในพื้นที่สั้นที่สุด มีความปลอดภัยสูง ใช้พื้นที่เล็กๆให้สามารถให้บริการรับวัคซีนให้มากๆ ออกแบบกระบวนการทำงาน เมื่อผ่านการกรอง นั่งที่เดียว ฉีดแล้วกลับได้เลย  ขณะเดียวกันเราอบรมจิตอาสาเสมอว่าให้เห็นอกเห็นใจ ผู้มาฉีดวัคซีน ต้องชื่นชมมากเหล่าจิตอาสาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เก่งมาก

ขณะที่ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิบการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงความภาคภูมิใจที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหนึ่งในศูนย์ฉีดวัคซีน ว่า มีความประทับใจ 1.คุณหมอกับพยาบาลจากราชวิทยาลัยจจุฬาภรณ์ ในความเสียสละ ทำตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน ต้องบอกว่าการแพทย์และการสาธารณสุขไทย เข้มแข็งมากดูจากความทุ่มเทและจริงจัง 2 . รอยยิ้มที่ได้รับการฉีดวัคซีนแสนกว่าคน ทั้งนักศึกษาและประชาชน ถึง 30% ซึ่งเป็นนโยบายของอว.  3.จิตอาสาทำงานด้วยใจเต็มร้อย มีความทุ่มเท ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงาน อื่นๆ 4.เราไม่ได้ใช้งบประมาณของมหาวิทยาลัยเลย เนื่องจากมีผู้มาบริจาคเข้าจากมูลนิธิเกษตรศาสตร์รวมทั้งสิ้นประมาณ 30 ล้านบาท สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน เราไม่ขัดแย้ง ถือว่าเป็นจุดเริ่มใช้เครือข่ายพัฒนาเรื่องราวต่างๆต่อไป. -008

‘บิ๊กตู่’พอใจศธ.จ่ายเงินเยียวยา2พันทะลุ 97% เงินถึงมือผู้ปกครองแล้ว2หมื่นล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605930

‘บิ๊กตู่’พอใจศธ.จ่ายเงินเยียวยา2พันทะลุ 97% เงินถึงมือผู้ปกครองแล้ว2หมื่นล้าน

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.44 น.

“บิ๊กตู่” พอใจ ศธ.จ่ายเงินเยียวยา 2 พัน ทะลุ 97% เงินถึงมือผู้ปกครองแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท ย้ำทุกคนที่มีสิทธิได้เงินแน่ ไม่ว่าจะเรียนอยู่ในสังกัดใด เสนอขยายโครงการถึงธันวาคม 64

1 ตุลาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สอบถามความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือ บรรเทาผลกระทบของประชาชน ในโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวน 2,000 บาท ให้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง ทั้งในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนอกสังกัด ศธ.ทุกคน ทั่วประเทศ จำนวน 10,952,960 คน รวมเป็นเงินประมาณ 21,905,920,000 บาท

ทั้งนี้ ในขณะนี้ภาพรวมมีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว จำนวน 10,258,424 คน รวมเป็นเงิน 20,516,848,000 บาท คิดเป็น 93.66% ของนักเรียนที่มีสิทธิทั้งหมด โดยจำแนกเป็นหน่วยงานในสังกัด ศธ. จ่ายเงินเยียวยาแล้ว จำนวน 9,569,466 คน เป็นเงินประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท และคิดเป็น 97.75% จากนักเรียนที่มีสิทธิทั้งหมด 9,709,019 คน สำหรับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ.ได้จ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว จำนวน 688,958 คน เป็นเงินประมาณ 1.3 พันล้านบาท และคิดเป็น 59.24% จากนักเรียนที่มีสิทธิทั้งหมด 1,162,941 คน ซึ่งนายกฯได้ชื่นชมที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทุกสังกัด เร่งรัดดำเนินการจ่ายเงิน 2,000 บาท ให้เงินถึงมือนักเรียน นักศึกษา หรือ ผู้ปกครองโดยเร็ว ทั้งนี้ ยืนยันว่านักเรียนที่มีสิทธิทุกคนจะได้รับเงิน และหากมีปัญหาให้ติดต่อที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)ในพื้นที่ และเพื่อให้การดำเนินโครงการฯและการเบิกจ่ายเงินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการและมติคณะรัฐมนตรี ตนจึงได้เสนอขอขยายระยะเวลาดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ จากเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 เป็นเดือน สิงหาคม-ธันวาคม 2564

‘ธรรมศาสตร์’คว้าที่1ของประเทศ ที่3ของอาเซียน สร้างบัณฑิตมีคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605835

'ธรรมศาสตร์'คว้าที่1ของประเทศ ที่3ของอาเซียน สร้างบัณฑิตมีคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.25 น.

สุดยอดคุณภาพ! มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้าที่ 1 ของประเทศ และที่ 3 ของอาเซียน สร้างบัณฑิตอย่างมีคุณภาพ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. เปิดเผยว่า ในปี 2022 สถาบัน QS ได้จัดลำดับมหาวิทยาลัยจากทั่วโลก รวม 786 แห่ง โดย มธ. ได้รับการเลื่อนลำดับขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการบรรลุตัวชี้วัดทั้ง 5 ด้าน ได้แก่

1. ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยจากผู้จ้างงาน (Employer Reputation)

2. ความสำเร็จของศิษย์เก่า (Alumni Outcomes)

3. บทบาทและความร่วมมือกับภาคธุรกิจ (Employers-student Connections)

4. ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับนายจ้าง (Partnerships with Employers)

5. อัตราการจ้างงานของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา (Graduate Employment Rate)

รศ.เกศินี กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ มธ. ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 3 ของอาเซียน คือความก้าวหน้าใน 3 ด้านสำคัญ ซึ่งสะท้อนผ่านคะแนนที่ได้รับเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ได้แก่

1. ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยจากผู้จ้างงาน คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 23.1 ในปี 2020 เป็น 29.1 ในปี 2022       

2. ความสำเร็จของศิษย์เก่า คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 75.7 ในปี 2020 เป็น 81 ในปี 2022 และ

3. ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับนายจ้าง คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 9.5 ในปี 2020 เป็น 19.2 ในปี 2022

“หากเปรียบเทียบผลการจัดอันดับย้อนหลังกลับไป 3 ปี จะพบว่าธรรมศาสตร์ได้รับคะแนนดีขึ้นในทุกมิติ สะท้อนถึงคุณภาพของมหาวิทยาลัยในด้านวิชาการ ซึ่งไม่เพียงแต่วิชาการดีเลิศหากแต่ยังให้ความสำคัญกับรับใช้สังคมและประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ด้วย ดิฉันมั่นใจว่าในปีหน้า เราจะได้รับการจัดอันดับในตำแหน่งที่ดีขึ้นอีก ซึ่งหมายถึงชื่อเสียงและการยอมรับของประเทศไทยในเวทีโลก” รศ.เกศินี กล่าว