‘กระท่อมก้านแดง’คนนิยมมาก! จ่อปลดล็อกส่งตลาดโลก สั่งคุมประพฤติใช้บำบัดผู้เสพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603540

‘กระท่อมก้านแดง’คนนิยมมาก! จ่อปลดล็อกส่งตลาดโลก สั่งคุมประพฤติใช้บำบัดผู้เสพ

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.19 น.

รมว.ยุติธรรม เปิดเสวนาออนไลน์ “พืชกระท่อมไทยไปตลาดโลก” หวังผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจปลดหนี้กองทุนหมู่บ้านให้เกษตรกร พร้อมทำวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออก-บำบัดคนติดยา- ป.ป.ส. ยันเอาจริงปราบน้ำท่อม 4×100 แต่กิน-ใช้-ปลูกเสรี เอกชน “ทอม เครือโสภณ”เผยตลาดอเมริกามีมูลค่าสูงถึงหมื่นล้าน ชี้พันธุ์ก้านแดงของเราดีคนนิยมมาก

วันที่ 20 กันยายน 2564 ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ดินแดง มีการจัดงานเสวนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “พืชกระท่อมไทยไปตลาดโลก” โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.  น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม ร่วมงาน

นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษ เรื่องความเป็นมาในการพัฒนาและผลักดันนโยบายพืชกระท่อมของประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า เรามองเห็นพืชกระท่อมเป็นของดีมีประโยชน์กับประชาชนคนไทย ทั้งๆที่กระท่อมผิดกฎหมายมา 78 ปี การที่ตนได้รับฟังในฐานะ ส.ส.และ รมว. จากผู้คน 135 หมู่บ้าน ที่ ป.ป.ส. ได้นำร่อง ตนมองไปถึงเรื่องของเศรษฐกิจ ประชาชนทุกภาคในประเทศไทยต้องทำมาหากินในเรื่องของการเกษตร ซึ่งทุกคนทำเหมือนกันหมด ทำให้ราคาตกต่ำ ตนมีหน้าที่ต้องทำให้พี่น้องมีรายได้ โดยเฉพาะวันนี้ที่เป็นหนี้กันดูจากกองทุนหมู่บ้าน ที่เป็นหนี้กันเกือบ 3 ล้านบาท เกือบทุกกองทุน พืชกระท่อมหากเราทำให้ดีจะเป็นพืชเศรษฐกิจ ซื้อขาย ปลูกได้ ประกอบกับ ป.ป.ส. มีหมู่บ้านที่อนุรักษ์พืชกระท่อม ตนจึงได้ปรึกษารัฐบาลและเห็นด้วย ใช้เวลา 1 ปีครึ่ง ที่ทำกฎหมายปลดล็อกได้สำเร็จ รวมทั้งกฎหมายรองที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว อยู่ในช่วงพิจารณาของวุฒิสภา

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้กระท่อมพัฒนาไประดับหนึ่ง ผู้คนสนใจอยากจะปลูก ถ้าจะเอาต้นเล็กๆ ไปปลูกจะโตช้า หากจะให้เร็วใช้ต้นตอของกระทุ่มแล้วเสียบยอดกระท่อม ซึ่งจะโตได้เร็วกว่า ส่วนประโยชน์จากทางด้านอุตสาหกรรมและการแพทย์ เมื่อเราเปิดให้ถูกกฎหมาย การทดลองวิจัยต่างๆ การพัฒนา มี ป.ป.ส. ที่ช่วยดูในช่วงแรก จากนั้นวันข้างหน้าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับไม้ต่อ วันนี้ใบกระท่อมราคา 300-500 บาทต่อกิโลกรัม หากเราปลูกแบบพอเหมาะพอดีจะรักษาราคาไว้ได้และจะช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกร นอกจากนี้ยังมีเรื่องการวิจัยของสารสกัดสำหรับนำมาบำบัดผู้ติดยาเสพติดด้วย โดยตนได้ให้กรมคุมประพฤติไปดำเนินการทดลองแล้ว

นายวิชัย กล่าวบรรยายเรื่องกฎหมายกระท่อมหลังปลดล็อก ปลูกได้ทุกที่ ซื้อได้ทุกทาง กินได้ทุกคน ตอนหนึ่งว่า ตอนนี้กระท่อมได้ปลดล็อกออกจากยาเสพติด ตั้งแต่ 24 ส.ค. 2564 ใครที่จะปลูก จะค้าขายใบหรือต้นพันธุ์ ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากเอาไปทำเป็นอาหาร เครื่องสำอางค์ หรือน้ำต้มกระท่อม ไม่ได้ผิดกฎหมายยาเสพติด แต่ผิด พ.ร.บ.อาหาร ของกระทรวงสาธารณสุข การกินนั้นโดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์ ต้องระวัง เพราะมีสารบางตัวที่จะส่งผลกระทบได้ สิ่งที่ ป.ป.ส. ต้องเฝ้าระวังคือ การนำพืชกระท่อมไปผสมกับยาเสพติดหรือทำเป็น 4×100 ที่เราจะเอาจริงเอาจัง ส่วนเรื่องของกฎหมายรอง หลักคือการห้ามเด็กและสตรีมีครรภ์นำไปใช้ และทำอย่างไรจะให้ประชาชนได้ประโยชน์ตรงนี้ให้มากที่สุด ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือนายทุน รวมทั้งการควบคุมเรื่องการนำเข้า-ส่งออก เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาภายในประเทศ เพราะหากนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไปราคาจะตกต่ำ

ผศ.ดร.ศรีเมฆ ชาวโพงพาง ผู้เชี่ยวชาญเทคนิคอาวุโส ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ สวทช. บรรยายเรื่อง พฤกศาสตร์ความหลากหลายทางพันธุกรรม สารชีวภาพในพืชกระท่อม กล่าวว่า ตอนนี้ สวทช.กำลังศึกษาพันธุ์ต่างๆ ของพืชกระท่อม มีการออกสำรวจ เก็บลักษณะของต้น ช่วงออกดอกเป็นอย่างไร มีการเก็บ DNA เพื่อนำไปศึกษา นอกจากนี้ยังศึกษาเรื่องเก็บเมล็ดว่าจะเก็บแห้งได้นานเท่าไร และมีการศึกษาพันธุกรรมของแต่ละสายพันธุ์นำมาวิเคราะห์ หาสารสำคัญในใบกระท่อม ว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง แต่ปัญหาที่เจอตอนนี้คือ สถานการณ์โควิด ที่ทำให้เราทำงานแล้วยาก แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นคงได้อะไร

ผศ.นพ.วธวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผอ.สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ม.สงขลานครินทร์ กล่าวว่า การพัฒนาโรงงานต้นแบบในการผลิตสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพรเพื่อใช้ในทางการแพทย์และอาหาร ที่ได้มาตรฐาน GMP โดยเราหวังว่าจะสามารถส่งขายให้กับร้านยา และพัฒนาสู่การส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งเราได้มีการพัฒนาร่วมกับวิสาหกิจชุมชนด้วย และหวังว่าในอนาคตจะมีโรงงานขนาดใหญ่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชกระท่อมได้ โดยกระท่อมมีฤทธิ์ในการรักษาโรคได้หลายอย่าง เช่น การลดระดับน้ำตาลในเลือด ระบบทางเดินอาหาร แก้ปวด เราต้องมีต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำที่ดี เพื่อพัฒนาต่อยอดให้เราสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้

รศ.ดร.เอกสิทธิ์ กุมารสิทธิ์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ กล่าวว่า เราได้มีการทดลองพืชกระท่อมใช้ในการบำบัดคนติดยา สรรพคุณต่อระบบประสาทและสมอง ผลการทดลองที่ออกมาจะเป็นจุดเริ่มต้นในการวิจัยเพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริง โดยขณะนี้มีการทดลองเรื่องการนำพืชกระท่อมไปบำบัดผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ซึ่งเราเชื่อว่าพืชกระท่อมมีศักยภาพพอในการนำมาบำบัดและรักษาโรคได้ และยังสามารถนำไปพัฒนาเป็นยาเพื่อสุขภาพในการควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย

นายจุลภาค เครือโสภณ ผู้ก่อตั้งบริษัท โกลเด้น ไตรแองเกิล เฮลท์ จำกัด บรรยายเรื่องพืชกระท่อมไทยไปอเมริกาว่า มูลค่าการตลาดพืชกระท่อมในอเมริกามีมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยมี 2 ประเทศที่ส่งออกไปอเมริกาคือ มาเลเซียกับอินโดนีเซีย โดยประเทศไทยเองทางอเมริกาก็ให้การรับรองว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดี แต่เราติดเรื่องกฎหมายมานานหลายสิบปี ซึ่งส่วนใหญ่พื้นที่ปั๊มน้ำมันในอเมริกาจะเป็นพื้นที่ขายกระท่อมจำนวนมากให้กับบรรดาคนขับรถบรรทุก ซึ่งขณะนี้ความต้องการมีมากกว่าการผลิต

จากนั้นได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาส่งคำถามเข้ามา โดยคำถามแรกถามว่า สายพันธุ์ที่ดีที่สุดที่จะปลูกแล้วบริษัทรับซื้อให้ราคาดีและมีตัวยาในใบปริมาณมาก นายจุลภาค ตอบว่า พันธุ์ก้านแดงเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะมีสารไมต้าเจดีนสูง ต้นพันธุ์ที่จะนำมาปลูกควรใช้ ต้นที่มาจากการเพาะเมล็ดจะมีระบบรากแก้ว คำถามต่อมาคือ ควรเว้นระยะการปลูกเท่าไร  นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การปลูกควรเว้นระยะห่าง 8 เมตร เพราะเป็นพืชใช้ใบ ปลูก 1 ไร่ประมาณ 25 ต้น เมื่อถามว่าจะมีใครมารับซื้อใบ นายจุลภาค กล่าวว่า จะมีบริษัทรับซื้ออยู่หลายบริษัท เพื่อทำสินค้าขายในไทย รวมถึงการส่งออก -007

สพฐ. ประชุม สพท. ทั่วประเทศ ชี้แจงแนวทางฉีดวัคซีนนักเรียน เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา 2 พัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603537

สพฐ. ประชุม สพท. ทั่วประเทศ ชี้แจงแนวทางฉีดวัคซีนนักเรียน เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา 2 พัน

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.04 น.

วันที่ 20 กันยายน 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงข้อราชการและติดตามการดำเนินงานใน 2 ประเด็น คือ เรื่องการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนและติดตามการจ่ายเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบห้องประชุมทางไกล ZOOM

นายอัมพร กล่าวว่า ภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการในตอนนี้คือ เรื่องของการเตรียมพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งจะเป็นการเปิดเรียนแบบ On Site ในการเปิดเรียนลักษณะดังกล่าว มีตัวแปรหรือปัจจัยที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ 2 ส่วนหลักๆ คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ถ้าหากไม่มีความรุนแรง มีความปลอดภัยเพียงพอ เราก็สามารถเปิดเรียนได้

นอกจากนั้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าโรคภัยอาจจะไม่หายไปในเร็ววันนี้ แต่หากว่ามีวัคซีนเข้ามาให้นักเรียนและครูได้ฉีดอย่างครบถ้วน ก็จะสามารถเปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนแบบ On Site ได้ นี่คือความคาดหวังและแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ในการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับการฉีดวัคซีนนักเรียน เราแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงเตรียมการ ระยะที่ 2 ปฏิบัติการฉีดวัคซีน และระยะที่ 3 การติดตามและประเมินผล และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน โดยในส่วนของการเตรียมการ อยู่ระหว่างวันที่ 10-17 กันยายน ในส่วนนี้ให้โรงเรียนและสถานศึกษาจัดเตรียมรายชื่อและจำนวนนักเรียนที่เข้าเกณฑ์การฉีด จากนั้นวันที่ 17-22 กันยายน ให้โรงเรียนทำความเข้าใจหรือให้ข้อมูลกับผู้ปกครองเรื่องการฉีด จากนั้นวันที่ 21-24 กันยายน ให้โรงเรียนและสถานศึกษาเชิญชวนผู้ปกครองในการแจ้งความประสงค์ให้นักเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีน แล้วโรงเรียนก็จะสรุปนำส่งรายชื่อของนักเรียนที่จะรับการฉีดวัคซีนจากโรงเรียนไปยังเขตพื้นที่ฯ จากนั้นเขตพื้นที่ฯนำส่งรายชื่อไปยังศึกษาธิการจังหวัด แล้วศึกษาธิการจังหวัดก็จะนำรายชื่อส่งไปยังสาธารณสุขจังหวัด จากนั้นเมื่อสาธารณสุขจังหวัดได้รับรายชื่อแล้วก็จะจัดทำยอดขอวัคซีนและวางแผนการฉีดวัคซีน สุดท้ายคือการฉีดวัคซีนก็จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป

ในช่วงของการเตรียมการนั้น เรื่องที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง โดยเขตพื้นที่ฯจะต้องทำความเข้าใจกับผอ.โรงเรียน เพื่อให้ผอ.โรงเรียนไปทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ในเรื่องของประโยชน์ และคุณภาพที่จะได้รับจากการฉีดวัคซีนว่ามีข้อดีอย่างไร โดยแนะนำเชิญชวนให้ผู้ปกครองตระหนักและให้ความร่วมมือในการยื่นความประสงค์ให้นักเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีน เมื่อผู้ปกครองมีความเข้าใจตรงกันแล้วเห็นว่าการฉีดวัคซีนไม่เป็นอันตราย ก็จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนทุกคน ส่วนการสำรวจรวบรวมรายชื่อนักเรียนที่จะได้รับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้คือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีถึง 17 ปี 11 เดือน 29 วัน ขอให้ทางเขตพื้นที่ฯทำการสำรวจครอบคลุมเด็กในช่วงอายุดังกล่าวและให้ร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดกำหนดแผนการฉีด ซึ่งจะมีปฏิทินการฉีดว่าจะเริ่มฉีดที่ไหน มีเด็กจำนวนเท่าไหร่ โดยเด็กที่ฉีดในแต่ละโรงเรียน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นนักเรียนในโรงเรียนนั้นทั้งหมด อาจจะรวมนักเรียน 2-3 โรงมาฉีดพร้อมกันก็ได้

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ในระยะที่ 2 เมื่อทำการสำรวจรายชื่อนักเรียนและสรุปยอดส่งให้ศึกษาธิการจังหวัดแล้ว ขอให้ประสานเตรียมการรองรับในการฉีดวัคซีนในแต่ละจุด ทั้งการประสานงานร่วมกันระหว่างเขตพื้นที่ฯ ศึกษาธิการจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัด สุดท้ายคือระยะของการติดตามตรวจสอบ โดยร่วมมือกับสาธารณสุขในการเฝ้าติดตามดูแลเด็กนักเรียนว่าหลังจากฉีดแล้วมีอาการข้างเคียงหรือมีอาการผิดปกติอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งประสานงานส่งต่อหรือดูแลเด็กนักเรียนต่อไป ซึ่งในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ใช้ระยะเวลาห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ จึงจะฉีดเข็มที่ 2 ดังนั้นถ้าหากว่าเข็มที่ 1 ไม่มีผลกระทบใดๆ การฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ก็ไม่น่าจะมีปัญหา

“เรามีความคาดหวังว่าอยากเห็นนักเรียนของเราทั้งหมดทั่วประเทศได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ภายในเดือนตุลาคม หรืออย่างช้าภายในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม จากนั้นเราจึงจะเปิดเรียนแบบ On Site ได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ เด็กๆก็จะได้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งตนคิดว่าผู้บริหารทุกคนก็น่าจะมีความคาดหวังเช่นเดียวกัน คือ อยากเห็นโรงเรียนได้เปิดเรียนแบบ On Site อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยไปพร้อมกัน ส่วนเรื่องเงินเยียวยา 2,000 บาท พบว่าในวันนี้ยังมีเด็กและผู้ปกครองที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาอีกกว่า 5 หมื่นคน ขอให้ผู้บริหารทุกท่านได้ติดตามและเร่งรัด พร้อมทั้งรายงานสภาพปัญหา ในกรณีที่พบเหตุขัดข้องไม่สามารถดำเนินการได้ ว่าเป็นเพราะเหตุใด ผมอยากให้ทุกท่านเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้เงินถึงผู้ปกครองอย่างครบถ้วน หากพบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ก็ให้รายงานมาที่ สพฐ. โดยด่วน ส่วนโรงเรียนไหนที่ของบเพิ่มเติม ก็จะจัดสรรลงไปให้ในเร็ววันนี้” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว -007

นับถอยหลัง! เลขาธิการ กพฐ.รอ สธ.เคาะแผนเปิดเรียนออนไซต์แต่ละพื้นที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603432

นับถอยหลัง! เลขาธิการ กพฐ.รอ สธ.เคาะแผนเปิดเรียนออนไซต์แต่ละพื้นที่

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.02 น.

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีพบคลัสเตอร์ใหม่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในโรงเรียน ครู และนักเรียนกว่า 30 คน ติดเชื้อที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 อ.วังสะพุง จ.เลย ส่วนคลัสเตอร์ใหม่ที่มีนักเรียน ครู ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 จ.หนองคาย ป่วย กว่า 300 คน ได้มีการเข้าไปควบคุมโรคเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนระบาดโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 จ.หนองคาย ยังไม่ได้เข้าโครงการ Sandbox safety zone in school (sss) ของกระทรวงสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สพฐ.ได้ให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทุกแห่ง เข้าโครงการ Sandbox safety zone in school (sss) ของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว โดยทาง สธ.มีแผนมาตรการป้องกัน และมาตรการเผชิญเหตุ เพื่อให้เปิดเรียนมั่นใจ ปลอดภัยไร้โควิด-19 ด้วยการจำกัดบุคคลเข้า-ออกโรงเรียนอย่างชัดเจน และจะมีการคัดกรอง โดยใช้วิธี Rapid Antigen Test เน้นการทำกิจกรรมในรูปแบบ Bubble and Seal ซึ่งการเปิดเรียนที่สถานศึกษา ภายหลังจากที่โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการ SSS แล้ว ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีความเสี่ยง หรือเกิดเหตุพิเศษอะไรขึ้น ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ซึ่งก็จะเป็นแนวทางที่จะขยายผลไปยังโรงเรียนทั่วไปเพื่อให้เปิดเรียนที่โรงเรียนได้

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวด้วยว่า การที่โรงเรียนจะเปิดเรียนแบบ On-site หรือเรียนที่โรงเรียน สพฐ.ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าทุกคนจะต้องฉีดวัคซีนก่อนจึงจะมาเรียน On-site ได้ คนที่มาเรียน On-site คือคนที่สมัครใจฉีดวัคซีน แต่เวลามาโรงเรียนคนที่สมัครใจฉีดวัคซีน กับคนที่ไม่สมัครใจฉีด ก็อาจะต้องมีมาตรการที่แตกต่างกันในการเข้าเรียน หรือการพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ แต่หากเปิดเรียน On-site แล้ว ผู้ปกครองไม่มั่นใจจะส่งลูกมาเรียนที่โรงเรียน จะให้ลูกเรียน On-line อยู่ที่บ้านเหมือนเดิมก็ได้

ส่วนพื้นที่ใดที่จะเปิดเรียน On-site ได้นั้น ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังทำแผนและมาตรการในการเปิดเรียนให้กับโรงเรียนพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัย เช่น โรงเรียนที่เด็กเดินทางไป-กลับ แต่อยู่ในพื้นที่ไม่ปลอดภัยจะต้องทำอย่างไร หรือพื้นที่ปลอดภัยจะต้องปฏิบัติอย่างไร และกำหนดว่าควรจะมีนักเรียนต่อห้องจำนวนเท่าไหร่ เป็นต้น ซึ่งสพฐ.มีหน้าที่ปฏิบัติตามแผนและมาตรการของ สธ. เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสมาเรียนที่โรงเรียน

“ขณะนี้ทาง สธ.ก็มีความคิดตรงกับ สพฐ.ว่า ในแต่ละจังหวัดไม่ควรจะใช้มาตรการเดียวกันทุกโรงเรียน ควรจะยึด ตำบล หรืออำเภอ เป็นฐานในการพิจารณาว่าจะเปิดเรียนแบบ On-site หรือไม่ ส่วนโรงเรียนประจำก็ให้มีการควบคุมการเข้า-ออก และให้เข้าออกเท่าที่จำเป็น เพื่อความปลอดภัย และให้มีการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยเป็นระยะด้วย” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

นายอัมพร กล่าวถึงความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน Pfizer ให้นักเรียน นักศึกษาที่มีอายุ 12 – 18 ปีบริบูรณ์ ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าวัคซีนจะเข้ามาทันตามแผนการฉีดแน่นอน ซึ่งขณะนี้ ศธ.ในส่วนของ สพฐ.กำลังรอแบบฟอร์มให้ผู้ปกครองแสดงความยินยอมให้นักเรียนรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งระหว่างวันที่ (17 – 22 ก.ย.) เป็นช่วงที่โรงเรียน สถานศึกษา จัดประชุมรณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงการฉีกวัคซีนว่าจะมีผลดีและมีความปลอดภัยอย่างไร – 006

ก.ค.ศ.แต่งตั้งโยกย้าย’ผอ.-รองผอ.เขตพิ้นที่-ครูบุคลากร’ 273 ตำแหน่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603382

ก.ค.ศ.แต่งตั้งโยกย้าย'ผอ.-รองผอ.เขตพิ้นที่-ครูบุคลากร' 273 ตำแหน่ง

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.27 น.

บอร์ด ก.ค.ศ.มีมติแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.-รองผอ.เขตพิ้นที่ และครูบุคลากร รวม 273 ตำแหน่ง รองรับเกษียณ

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2564 ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีมติ อนุมัติขยายเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัจจุบันต่อไปอีก เป็นระยะเวลา 1 ปี กรณีครบระยะเวลา การดำรงตำแหน่ง 4 ปี จำนวน 9 ราย ตามที่ สพฐ.เสนอ

นอกจากนี้ ที่ประชุมอนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ กรณีการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ จำนวน 4 ราย ทั้งนี้ ให้มีผลการย้ายและแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2564 ตามที่ สพฐ.เสนอ รวมถึงอนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัด สพฐ.จำนวน 2 ราย โดยคงให้ได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้ ให้มีผลการแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 64 ตามที่ สพฐ.เสนอ

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ที่ประชุม อนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ กรณีการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ จำนวน 43 ราย ทั้งนี้ ให้มีผลการย้ายและแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 ตามที่ สพฐ.เสนอ และอนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 37 ราย โดยคงให้ได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้ ให้มีผลการแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 ตามที่ สพฐ.เสนอ

นอกจากนี้ ที่ประชุมอนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งเดิมและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ กรณีการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ จำนวน 102 ราย ทั้งนี้ ให้มีผลการย้ายและแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 ตามที่ สพฐ.เสนอ

อนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 92 ราย โดยคงให้ได้รับ วิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้ ให้มีผลการแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 ตามที่ สพฐ.เสนอ

“การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เพื่อแทนข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ จึงได้มีการขยับผู้บริหารต้นมาแทนที่จะเกษียณเพื่อเริ่มตำแหน่งใหม่ในวันที่ 1 ต.ค.นี้” รมว.ศธ.กล่าว – 006

‘อัษฎางค์’ยกย่อง!น้องลิซ่า LALISA คนบุรีรัมย์รักษารากเหง้าแห่งความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603377

‘อัษฎางค์’ยกย่อง!น้องลิซ่า LALISA คนบุรีรัมย์รักษารากเหง้าแห่งความสำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.02 น.

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค ระบุใจความว่า ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง เพื่อความสำเร็จ

หรือรักษารากเหง้าของตนเองเอาไว้ ถึงจะประสบความสำเร็จ?

ลลิษา กับรากเหง้าแห่งความสำเร็จ

มีพวกที่หลงอยู่ในโลกมายาคติที่หลอกลวง…

บอกว่าน้องลิซ่า ไปโด่งดังในต่างประเทศแล้วก็ทิ้งความเป็นไทยไปเลย ซึ่งมันก็แปลว่า บอกให้น้องทิ้งรากเหง้าของตนเองไปซะ โกอินเตอร์แล้วก็ทำตัวอินเตอร์ไปซะ

แต่ความเป็นจริงในโลกแห่งความจริง…

คนที่เป็นตัวของตัวเอง นำเสนอความเป็นตัวของตัวเอง

ซึ่งหมายถึง ยังคงยึดรากเหง้าของตนเอง มักเป็นผู้ประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและชีวิต โดยไม่ต้องแบกรับความลำบากในการเสแสร้งเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น

ไม่เชื่อไปดูศิลปินดารานักร้องที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ล้วนนำเสนอความเป็นตัวเอง นำเสนอรากเหง้าของตัวเองทั้งนั้น

เรามักได้ยินชาวต่างชาติชื่นชมน้องลิซ่าด้วยคำว่า

She is so confident.

ซึ่งคำนี้ กรรมการชาวเกาหลีเป็นคนแรกที่พูดในวันที่ตัดสินใจเลือกน้องลิซ่ามาเป็นศิลปินฝึกหัด

แล้วหลังจากวันนั้น แฟนเพลงทั่วโลกก็ชื่นชมเธอประโยคเดียวกัน

การที่น้องลิซ่าหรือใครก็ตามจะ feel confident ได้ ต้องมาจากการทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเอง

She is so confident. หมายถึง

If a person or their manner is confident, they feel sure about their own abilities, qualities, or ideas.

ถ้าไม่หลอกตัวเอง จะเห็นได้ว่า มีคนมากมายที่รู้สึกอับอาย ด้อยค่าถ้าจะอ้าปากบอกใครว่าบ้านเกิดของตนมาจากต่างจังหวัด มาจากบ้านนอกบ้านนา โดยเฉพาะคนอีสาน

แล้วดูน้องลิซ่า มาจากบุรีรัมย์ อีสานแท้ๆ แต่ไปดังไกลถึงต่างประเทศ ยังไม่เคยลืมรากเหง้าของความเป็นคนบุรีรัมย์ ความเป็นคนไทย

แล้วดูกระแสนิยมที่มีต่อตัวน้องลิซ่าซิ แฟนคลับพูดถึงลิซ่าว่ายังไง

ลิซ่า กรี๊ด เป็นคนไทย กรี๊ด ชุดไทย กรี๊ด ชุดประจำชาติไทย กรี๊ด

จำไว้ เมื่อใดที่คุณรู้สึก confident คุณรู้สึกมั่นใจ ในความเป็นคุณ คุณจะทำอะไรด้วยความสบายใจ และเมื่อคุณสบายใจ คุณก็จะทำอะไรได้ดี เมื่อคุณทำอะไรได้ดี ความสำเร็จทั้งการงานและชีวิตจะตามมา

เป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ

ไม่ใช่เกิดมาเป็นคนต่างจังหวัด เป็นชาวราชภัฏ-ราชมงคล แล้วอับอาย อึดอัด กับความเป็นตัวเอง

ไม่ใช่เกิดเป็นคนไทยแล้วรังเกียจความเป็นคนไทยของตนเอง

ทั้งที่ความเป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ

หรือเช่นมีข่าวว่าผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งหนึ่ง คิดจะตัดชื่อเทคโนโลยีราชมงคลทิ้ง เพราะเชื่อว่ารากเหง้าแห่งการเป็น”เทคโนโลยีราชมงคล”คือตัวถ่วงความเจริญ เหมือนกับคนไทยจำนวนหนึ่งที่บอกว่า“รากเหง้าของความเป็นไทย”คือตัวถ่วงความเจริญ

ไม่มีใครเขาชื่นชมคุณหรอก

ถ้าคุณเป็นคนบ้านนอกแต่ปฏิเสธความเป็นคนบ้านนอก

ถ้าคุณเป็นชาวราชมงคลแต่ปฏิเสธความเป็นราชมงคล

ถ้าคุณเป็นคนไทย แต่ปฏิเสธความเป็นไทย

เพราะความเป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ และเสียงชื่นชม

น้องลิซ่าคือหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จระดับโลกอีกคน ที่ได้รับความนิยมและความรักจากทั้งคนไทยและคนทั้งโลก โดยที่ไม่เคยคิดจะทิ้งรากเหง้าของตนเอง เลย

YG Entertainment ต้นสังกัดชาวเกาหลีมองเห็นสิ่งนี้ สิ่งที่เป็นรากเหง้าแห่งความสำเร็จ จึงทำคลอดอัลบั้มที่บ่งบอกถึงรากเหง้าของศิลปินชาวไทยในสังกัดเกาหลี ที่เริ่มตั้งแต่ชื่ออัลบั้มและเพลงโปรโมทเปิดตัว เป็นชื่อ ลลิษา ตามมาด้วย MV ที่สอดแทรกและบ่งบอกความเป็นไทย ไม่ใช่เกาหลี

เห็นกันหรือไม่ เห็นกันแล้วใช่ไหม

ว่าหนึ่งในกุญแจสำคัญของความสำเร็จ มาจากการรักษารากเหง้าความเป็นตัวตนของคนๆ นั้นเอาไว้

สวัสดีมีความสุข ครับพี่น้องชาวไทย

อัษฎางค์ ยมนาค

ศิริราชเตรียมรับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯวันมหิดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603375

ศิริราชเตรียมรับเสด็จฯ'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯวันมหิดล

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.54 น.

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 รองศาสตราจารย์นายแพทย์นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล แจ้งว่า ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล” ในวันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 17.00 น. ณ รพ.ศิริราช โดยมี ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเฝ้าฯ รับเสด็จ

“24 กันยายน วันมหิดล” ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และ “พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และสืบสานพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ทรงดำเนินพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ในฐานะแพทย์ที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการวางรากฐานระบบการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล กองทัพเรือ การประมง การสังคมสงเคราะห์ และการศึกษาวิทยาศาสตร์ระดับอุดมศึกษาของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามมาตรฐานสากลตราบจนทุกวันนี้ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้จัดงาน “วันมหิดล” เป็นประจำทุกปี โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นประธานจัดงานหารายได้มาโดยตลอด เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ต่างพร้อมใจร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การรับบริจาคพร้อมมอบธงวันมหิดลเป็นที่ระลึก การจัดรายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติเพื่อหารายได้ช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

ซึ่งในวันมหิดล 24 กันยายนนี้ มีกิจกรรมต่างๆ เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 – 11.00 น.พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ส่งเฉพาะพวงมาลามายังคณะฯ เท่านั้น ทั้งนี้ คณะฯ จะจัดเจ้าหน้าที่นำพวงมาลาไปวางถวายสักการะแทน

เวลา 09.00 – 10.00 น.งานปาฐกถาเทิดพระเกียรติฯ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2564 ผ่านระบบ Virtual Meeting ได้แก่ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กับบทบาทผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 โดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล , การพัฒนาวัคซีนชนิดเชื้อตายระหว่างคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การเภสัชกรรม และองค์กร PATH โดย ศ.พญ.พรรณี ปิติสุทธิธรรม คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และ ความก้าวหน้า COVID-19 mRNA Vaccine ประเทศไทย โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างกุศล ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช ได้ที่ ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โทร. 0 2419 7658-60 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 23 ศาสตราจารย์ใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603364

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 23 ศาสตราจารย์ใหม่

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.21 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้ฯแต่งตั้ง 23 ศาสตราจารย์ใหม่ “พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ”ภรรยาอภิสิทธิ์ จากจุฬาฯ เป็น ศ.สาขาตรรกศาสตร์เชิงคณิตศาสตร์ ขณะที่”เกริก ยุ้นพันธ์”จาก มศว.ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น และนักเขียนนิทานภาพสำหรับเด็ก ได้ ศ.สาขาวรรณคดี “มล.ชาครีย์ กิติยากร”คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ผู้เชี่ยวชาญด้านไต ได้ ศ.สาขาอายุรศาสตร์ ด้าน”วิทยา อมรกิจบำรุง”จาก ม.ขอนแก่น นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ได้ ศ.สาขาฟิสิกส์

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ศาสตราจารย์ (ศ.) จำนวน 23 ราย โดยผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ดังต่อไปนี้ รศ.ชินศักดิ์ ตัณฑิกุล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร สาขา “สถาปัตยกรรมศาสตร์” รศ.ชนาธิป ผาริโน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขา “วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม” รศ.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สาขา “ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล”

รศ.พิเชฐ ชาวหา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ สาขา “คณิตศาสตร์” รศ.กรกฎ งานวงศ์พาณิชย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ สาขา “ชีวเวชศาสตร์” รศ.สิทธิชัย วนจันทรรักษ์ คณะทันตแพทยศาสรตร์ ม.เชียงใหม่ สาขา “ชีววิทยาช่องปาก” รศ.อรรถศักดิ์ จารีย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ สาขา”วิศวกรรมเคมี” รศ.อัญชลีพร วาริทสวัสดิ์ หล่อทองคำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สาขา”วิศวกรรมเคมี” รศ.พรพรต ลิ้มประเสริฐ คณะแพทยศาสตร์ สจล. สาขา “พยาธิวิทยาคลินิก” รศ.มยุรา สุนย์วีระ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. สาขา “กีฏวิทยา”

รศ.ชูวงศ์ พงศ์เจริญพาณิชย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. สาขา “วิศวกรรมไฟฟ้า” รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) สาขา “วรรณคดีไทย” รศ.อัครพล มุ่งนิรันดร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล สาขา “กุมารศัลยศาสตร์” รศ.ฤทัยวรรณ โต๊ะทอง คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล สาขา “ชีวเคมี” รศ.วิวรรณ ทังสุบุตร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล สาขา “อายุรศาสตร์โรคหัวใจ”

รศ.มล.ชาครีย์ กิติยากร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล สาขา “อายุรศาสตร์” รศ.วิทยา อมรกิจบำรุง คณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น สาขา “ฟิสิกส์” รศ.รุ้งทิพย์ พันธุเมธากุล คณะเทคนิคการแพทย์ ม.ขอนแก่น สาขา “กายภาพบำบัด” รศ.วิชุดา เสถียรนาม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น สาขา “วิศวกรรมสำรวจและขนส่ง” รศ.สุรพันธุ์ คุณอมรพงศ์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ สาขา “พยาธิวิทยา”

รศ.สัญญา มิตรเอม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ สาขา “วิศวกรรมไฟฟ้า” รศ.อริยา อรุณินท์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สาขา “สถาปัตยกรรมศาสตร์” และ รศ.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ สาขา “ตรรกศาสตร์เชิงคณิตศาสตร์”

สืบสาน‘เครื่องเบญจรงค์’ งานช่างฝีมือชั้นสูงของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603200

สืบสาน‘เครื่องเบญจรงค์’  งานช่างฝีมือชั้นสูงของไทย

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“SACIT” สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) มีภารกิจในการสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกหนึ่งด้าน คือ “การพัฒนาผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทย” ทั้งทายาทช่างศิลปหัตถกรรม นักออกแบบคนรุ่นใหม่ ให้มีองค์ความรู้ในการประกอบกิจการ สามารถรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ตรงใจผู้ซื้อ และจำหน่ายได้ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล รวมทั้งสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มมากขึ้น

พรพล เอกอรรถพร รักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมกล่าวว่า การพัฒนาผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทยและผลิตภัณฑ์ในอนาคต SACIT จะมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทักษะที่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันให้แก่ผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทย การเน้นคุณค่านวัตกรรมควบคู่งานศิลป์ การสร้างมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยเพื่อส่งออก การพัฒนาวัสดุในการผลิตให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็น สีย้อมธรรมชาติ และเทคนิคอื่นๆ

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจคือ “เครื่องเบญจรงค์” เป็นงานช่างฝีมือไทยชั้นสูง ซึ่งมี หัสยา ปรีชารัตน์ หนึ่งในทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ที่ได้รับการยกย่องจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เมื่อปี 2560 ประเภทเครื่องดิน (เครื่องเบญจรงค์) เป็นผู้สืบทอด มรดกภูมิปัญญาแห่งความงดงามและทรงคุณค่าของแผ่นดิน จากบรรพบุรุษ มาสู่คนในยุคปัจจุบัน

หัสยา เปิดเผยว่า มีความตั้งใจที่จะต้องเป็นผู้สืบสานงานเครื่องเบญจรงค์ต่อจากพ่อ จึงศึกษาด้านศิลปะการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง ทั้งการจับคู่สี ทฤษฎีสี และศาสตร์ด้านศิลปะ รูปแบบ และรูปทรงสมัยใหม่ มาปรับประยุกต์พัฒนาเครื่องเบญจรงค์ให้มีความทันสมัยแปลกตา และมีความเรียบหรูมากขึ้น และให้ทุกชิ้นงานนำไปใช้งานได้จริง มีการผสมผสานความทันสมัยบนพื้นฐานความดั้งเดิมเพื่อให้งานเครื่องเบญจรงค์เข้าถึงคนรุ่นใหม่ สามารถนำไปใช้เป็นของฝากของที่ระลึกได้ทุกโอกาส

“ผลงานการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความภาคภูมิใจของเรานั้น ได้ผสมผสานกับงานศิลาดลได้อย่างลงตัว จึงเกิดเป็นผลงานใหม่ที่ มีชื่อว่าศิลาดลเบญจรงค์ มีการลงสีเบญจรงค์ ประกอบกับเอกลักษณ์ร่องรอยการแตกลายงาแบบศิลาดล ที่ผสมผสานเข้าด้วยกัน รวมทั้งปรับประยุกต์การใช้โทนสีให้เข้ากับยุคสมัย เช่น สีโทนพาสเทล” หัสยา ระบุ

ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมผู้นี้ยังกล่าวอีกว่า ขณะที่ลวดลาย ยังคงให้ความสำคัญกับการเป็นศิลปะของงานเครื่องเบญจรงค์ที่สื่อความหมายถึงความเป็นสิริมงคลให้กับผู้รับ เช่น “ช้าง” หมายถึง ความสำเร็จ ความมั่นคง ความสมบูรณ์ “หงส์” หมายถึง ความสุขในชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง “ปลา” หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ “เต่า” หมายถึงการมีอายุยืน สุขภาพดี และ “สิงโต” หมายถึงพลังและอำนาจ เป็นต้น

ด้วยพลังแห่งความรักและศรัทธาต่องาน ช่างฝีมือไทย ที่นับวันใกล้จะสูญหายไปแล้ว ทำให้ หัสยา ยังคงมุ่งมั่นอนุรักษ์ สืบสาน ศิลปหัตถกรรมไทยแขนงนี้ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นต่อๆ ไป ให้มีโอกาสได้เรียนรู้มรดกภูมิปัญญาที่มาจากจิตวิญญาณของบรรพบุรุษ สืบไป โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผลงานได้ที่ http://www.sacit.or.th

‘สหประชาชาติ’ผนึกกำลัง‘วิศวะฯมหิดล’ ประกวด‘ศิลปะเพื่อโอโซนและสภาพภูมิอากาศ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603199

‘สหประชาชาติ’ผนึกกำลัง‘วิศวะฯมหิดล’  ประกวด‘ศิลปะเพื่อโอโซนและสภาพภูมิอากาศ’

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องใน “วันโอโซนโลก” 16 กันยายน ของทุกปี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme : UNEP) และ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดตัว “การประกวดออกแบบศิลปะเพื่อปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศ” ในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Regional Ozone2Climate Art Contest)

ซึ่งการประกวดจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ภาพถ่าย, ภาพวาด, และกราฟิกดีไซน์ เพื่อเตือนชาวโลกให้ตระหนักถึงปัญหาชั้นโอโซนในบรรยากาศที่ถูกทำลาย และภัยโลกร้อน ซึ่งนำไปสู่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จากการใช้สารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “เชิญชวนส่งผลงานออกแบบศิลปะซึ่งเปิดรับสมัครให้ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่ 16 กันยายน 2564-31 มีนาคม 2565” โดยมีบุคคลชั้นนำจากสหประชาชาติและเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมร่วมงานเปิดตัว

นางเมกูมิ เซกิ (Megumi Seki) เลขาธิการสำนักงานโอโซน ENEP กล่าวว่า นานาประเทศได้ร่วมฉลองความสำเร็จของพิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) ในวันโอโซนโลกซึ่งตรงกับวันที่ 16 กันยายนของทุกปี ซึ่งตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พิธีสารมอนทรีออล ได้เลิกการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ได้ถึง 99% โดยอีก 1% ที่ยังมีการใช้อยู่เป็นสารจำพวก HCFCs ซึ่งมีปริมาณการใช้ทั่วโลกเหลือเพียง 12,000 ตัน เท่านั้น ส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูของชั้นโอโซนซึ่งคาดการณ์ว่าหลุมโอโซนที่ทวีปแอนตาร์ติกาหรือขั้วโลกใต้ จะกลับมามีสภาพเดิมในอีก 40 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม พิธีสารมอนทรีออลยังมีภารกิจที่รออยู่ข้างหน้าตามพิธีสารมอนทรีออล ฉบับแก้ไข ณ กรุงคิกาลี (Kigali Amendment) เพื่อลดการใช้สาร HFC โดยการดำเนินการดังกล่าวภายใต้พิธีสารมอนทรีออล จะหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้ถึง 0.4 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษหรือปี 2643 ทั้งนี้ เพื่อส่งผลดีต่อสภาพภูมิอากาศโลก วันโอโซนโลกปี 2564 นี้ จึงมีธีมว่า พิธีสารมอนทรีออล ช่วยให้โลกของเราอาหาร และวัคซีนของเราเย็น (Montreal Protocol : Keeping Us, Our Food and Vaccines Cool) ซึ่ง UNEP ได้สนับสนุนการประกวดนี้อย่างเต็มที่

นายเจมส์ เอส เคอร์ลิน (James S. Curlin) หัวหน้าฝ่าย OzonAction แห่ง UNEP กล่าวว่า คำว่า Ozone2Climate สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างโอโซนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในด้านต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของบทบาทหน้าที่ของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก และภาคประชาชน ในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีทางเลือกที่ปลอดภัย เพื่อที่จะบรรลุ 2 เป้าหมายพร้อมกัน คือ ทั้งการรักษาชั้นโอโซนในบรรยากาศและรักษาสภาพภูมิอากาศโลกที่มนุษย์เราทุกคนอยู่อาศัยร่วมกัน

การตัดสินใจของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ตลาด Ozone2Climate ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นานาประเทศในภูมิภาคจะได้ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบศิลปะเพื่อปกป้องชั้นโอโซนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เป็นความท้าทายสำหรับทุกประเทศในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตื่นตัวและร่วมกันแก้ไขปัญหาในเรื่องของโลกร่วมกัน

นางริกะ โยโรสึ (Ms. Rika Yorozu) หัวหน้าสำนักงานองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ สำนักงานกรุงเทพฯ กล่าวว่า กิจกรรมการประกวดออกแบบศิลปะเรื่องการปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศ ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ถือเป็นโอกาสอันดีในการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับสันติภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นภารกิจหลักของ UNESCO

อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนได้เรียนรู้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ คิดวิเคราะห์และใช้ทักษะการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชนรุ่นใหม่ โดย UNESCO จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การประกวดนี้ผ่านทางเครือข่ายของหน่วยงานในภูมิภาค พร้อมทั้งได้เชิญชวนให้เยาวขน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุภาพสตรีเข้าร่วมการประกวดดังกล่าว

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการส่งเสริมเยาวชนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชั้นโอโซนและสภาวะภูมิอากาศ ว่า จากข้อมูลสภาพอากาศทั่วโลกช่วงหลายสิบปี ทางบีบีซี ได้นำมาวิเคราะห์พบว่า โลกในปีนี้มีวันที่อุณหภูมิสูงจัดเกิน 50 อาศาเซลเซียส เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าของ 40 ปีก่อน เดิมช่วงปี 2523-2552 มีวันร้อนจัดเกิน 50 องศาเซลเซียส จำนวน 14 วันต่อปี แต่ระหว่างปี 2553-2562 วันร้อนจัดได้เพิ่มเป็น 26 วันต่อปีแล้ว

ปัจจุบันจะเห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาตินับวันจะรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อย เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า คลื่นความร้อน ซึ่งไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อมเท่านั้น โดยเฉพาะคลื่นความร้อนยังก่อปัญหาตามมา เช่น โครงสร้างพื้นฐาน อาคารบ้านเรือน ถนน ระบบไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นภาคการศึกษามีส่วนสำคัญยิ่งในการเผยแพร่ความรู้เปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนตั้งแต่ระดับประถม มัธยม ตลอดจนถึงคนรุ่นใหม่ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นพลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

ได้เข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาและการมีส่วนร่วมที่จะแก้ไขปัญหาชั้นโอโซน รวมทั้งเน้นย้ำให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกนั้นมีผลกระทบต่อเราทุกคน ที่ผ่านมา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ได้มีบทบาทส่งเสริมงานวิจัยพัฒนาและงานกิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (ESR) โดยมุ่งด้านสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมโลกเป็นหนึ่งในประเด็นหลัก โดยการผนึกความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับสหประชาชาติ จัดโครงการประกวด Asia Pacific Regional Ozone2Climate Art Contest

จะเดินหน้าพร้อมภาคีพันธมิตรสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อขยายพลังสร้างสรรค์ด้านสิ่งแวดล้อมไปยังเยาวชนทั่วประเทศและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้สถาบันการศึกษาและสถาบันเทคโนโลยีในเอเชีย-แปซิฟิก ได้ตระหนักและเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารของภาครัฐ ตลอดจนช่วยกันชี้นำให้เห็นความสำคัญของความร่วมมือกันในมาตรการแก้ปัญหาชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศโลก ตามพิธีสาร มอนทรีออล และ Kigali Agreement

สำหรับธีมและประเภทของการจัดประกวดออกแบบศิลปะ Asia – Pacific Ozone2Climate Art Contest ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเชื่อมโยงกับธีมของวันโอโซนโลก 2021 ที่ว่า Montreal Protocol – Keeping Us, Our Food and Vaccines Cool หรือเชื่อมโยงกับความสำเร็จ ปฏิบัติการ หรือประโยชน์ที่ได้รับจากการพิธีสารมอนทรีออล อย่างใดอย่างหนึ่ง การประกวด มี 3 ประเภท คือ

1.ภาพถ่าย (Photography) จากกล้องซึ่งไม่มีการตกแต่งภาพมากนัก 2.ภาพวาด (Drawing) วาดมือ หรือระบายสี หรืองานหัตถกรรม 2 มิติ หรือภาพวาดด้วยดิจิทัล 3.กราฟิกดีไซน์ (Graphic Design) ทั้งนี้สามารถสมัครเป็นบุคคลหรือทีมก็ได้ โดยมี 2 กลุ่มอายุ คือ “เยาวชน” อายุไม่เกิน 15 ปี (นับถึงวันที่ 16 ก.ย. 2564) และ “ทั่วไป” อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป

นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงชื่อดังและนักทำงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ล่าสุดเป็น ทูตสันถวไมตรีของโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNEP’s National Goodwill Ambassador for Thailand) กล่าวว่า ไลฟ์สไตล์การดำรงชีวิตประจำวันและสิ่งที่เราเลือกนั้นจะมีผลโดยตรงต่อการทำลายชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรปรวน

สำหรับประโยชน์ของชั้นโอโซนช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตบี (UV-B) จากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมบนโลกนี้ เมื่อเราตื่นมาดื่มน้ำเย็นๆ จากตู้เย็น นั่งพักผ่อนในห้องแอร์เย็นฉ่ำ เราไปซื้ออาหารแช่เย็น/แช่แข็งจากซูเปอร์มาเก็ต เรากำลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี และใช้พลังงานที่ส่งผลกระทบต่อชั้นโอโซนและส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศ

นายอเล็กซ์ กล่าวต่อไปว่า ทำอย่างไรที่ทุกคนจะมีส่วนช่วยชั้นโอโซน…ทำได้ไม่ยาก นั่นคือ เลือกอุปกรณ์ทำความเย็นที่มีคุณภาพและใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศที่ประหยัดพลังงาน หมั่นดูแลและรักษาตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศให้มีสภาพดีและไม่ให้สารเหล่านี้รั่วไหลออกมา ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนเยาวชนและทุกผู้ที่สนใจ ส่งผลงานเข้าประกวด Asia-Pacific Regional Ozone2Climate Art Contest เพื่อแสดงไอเดียในการปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศของโลกเรา

นายศิวกร มณีเฑียร นักศึกษาปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คนรุ่นใหม่ผู้มีหัวใจรักษ์โลก เคยได้รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคและรางวัลชมเชยระดับประเทศในกิจกรรมวันโอโซนสากล กล่าวถึง บทบาทของเยาวชนในการปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศ โดยเปลี่ยนมาใช้สารทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำว่า การรักษาชั้นโอโซนนั้นไม่สามารถทำได้สำเร็จเพียงคนคนเดียว แต่จะต้องอาศัยพลังความร่วมมือของเราทุกคนในการฟื้นฟูโลก…เพื่อให้เราใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

น.ส.อิซาเบล หลุยส์ (Isabelle Louis) รองผู้อำนวยการ UNEP ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวถึง ความเชื่อมโยงของชั้นโอโซนและปัญหาสภาพภูมิอากาศกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดย UNEP ย้ำถึงความสำคัญของเยาวชนที่จะมีส่วนร่วมในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมเครื่องเย็นและเครื่องปรับอากาศในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญภายใต้พิธีสารมอนทรีออล และได้แสดงความขอบคุณต่อหน่วยอนุรักษ์ชั้นโอโซนของแต่ละประเทศสำหรับการทำงานอย่างทุ่มเทตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ผู้สนใจ ดูรายละเอียดการสมัครและการประกวดได้ที่ : http://www.ozone2climate.org; Email : contact@ozone2climate.org และเปิดรับผลงานระหว่างวันที่ 16 กันยายน 2564- 31 มีนาคม 2565

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระคติธรรม วันเยาวชนแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/603194

'สมเด็จพระสังฆราช'ประทานพระคติธรรม วันเยาวชนแห่งชาติ

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระคติธรรม วันเยาวชนแห่งชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.06 น.

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2564 ความว่า

“ท่ามกลางวิกฤตการณ์ของโลกและของบ้านเมือง บุคคลผู้มีปัญญาย่อมพยายามปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีสวัสดิภาพและคุณภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่เว้นแม้แต่เด็กและเยาวชนผู้กำลังเติบโตใหญ่ในภาวะอันผันผวนและได้รับผลกระทบมากบ้างน้อยบ้างด้วยกันทุกคน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลง ควรต้องมีทิศทางที่ชัดเจน มีเหตุผล รู้จักตัวตนอย่างรอบคอบและรอบด้าน จึงจะสามารถเป็นคุณแก่ตน ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติได้ การปรับตัวหรือการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย จึงสามารถอาศัยหลักธรรมมาช่วยชี้แนะมิให้ผิดพลาดหรือหลงทาง

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงอบรมสั่งสอนคุณธรรมสำคัญประการหนึ่งซึ่งจะสนับสนุนให้บังเกิดความดีงามขึ้นในชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หรือผู้ใหญ่ กล่าวคือ “อัตตัญญุตา” หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักตน ฐานะ บทบาท หน้าที่ ภาวะ กำลังความรู้ความสามารถ ความถนัด และคุณธรรมของตนให้เห็นกระจ่างก่อนว่าเป็นเช่นไร ความรู้ความเข้าใจตนอย่างถูกต้องย่อมนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเหมาะสมกับตน ทำให้เกิดผลดีขึ้นได้ และเมื่อรู้จักพิจารณาตนด้วยใจตนเองอย่างยุติธรรมปราศจากอคติแล้ว ก็จะสามารถมองเห็นส่วนที่ต้องพยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลง และส่วนดีเด่นที่ต้องพยายามเพิ่มพูน เป็นเหตุนำไปสู่การพัฒนาตนเองให้บรรลุเป้าหมายอันดีงามที่กำหนดไว้ ด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฐิ กระทั่งบังเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นชีวิตที่ประสบสวัสดิภาพและมีคุณภาพได้ดังที่ปรารถนา

ขออนุโมทนาในความดีที่เด็กและเยาวชนรวมทั้งของผู้ทำประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนได้ประพฤติปฏิบัติ ขออานุภาพแห่งกุศลจริยาและปณิธานในการดำรงตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โปรดอภิบาลรักษาให้ท่านประสบความสำเร็จในการประกอบกรณียกิจ สามารถพัฒนาชีวิตให้เพียบพร้อมด้วยสุจริตธรรม เป็นกำลังของประเทศชาติสืบไป เทอญ.”

– 006