‘อลงกรณ์’ ตั้ง ‘ภูมิสรรค์- ดรุณวรรณ’ นั่งประธานคณะทำงาน Green School – Green College #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/586163

‘อลงกรณ์’ตั้ง’ภูมิสรรค์-ดรุณวรรณ’นั่งประธานคณะทำงาน Green School – Green College

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 17.28 น.

“อลงกรณ์”ตั้ง”ภูมิสรรค์-ดรุณวรรณ”นั่งประธานคณะทำงาน”Green School – Green College” เชื่อมเกษตร-ศึกษา พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ที่อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้แต่งตั้งให้ นายภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่โรงเรียน (Green School) และในพื้นที่วิทยาลัย (Green College) ตามลำดับ ด้วยเล็งเห็นว่าการจะขับเคลื่อนการทำงานจำเป็นต้องผสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ในการใช้องค์ความรู้ที่มีของกระทรวงเกษตรฯ และเครือข่ายสถานศึกษาของกระทรวงศึกษารวมถึงผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ มาช่วยขับเคลื่อนการทำงานในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และขยายผลในวงกว้างให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง

โดยทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา นายภูมิสรรค์ และนางดรุณวรรณ ได้จัดให้มีการประชุมนัดแรกเพื่อหารือกับทีมที่ปรึกษาและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องที่ประกอบไปด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมวางหลักเกณฑ์ ในการขับเคลื่อน Green School และ Green College รวมถึงจะนำเอาแนวคิดด้านการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามเเนวพระราชดำริ การลดปริมาณฝุ่นควัน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สู่สมดุลธรรมชาติ และการคำนึงถึงการช่วยลดภาวะโลกร้อน มาผนวกกับการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนไปพร้อมกันบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมจากทุกองคาพยพ และวางเป้าหมายที่จะเริ่มลงมือทำให้เป็นรูปธรรมภายในระยเวลา 90 วัน นับจากการประชุมหารือในคราวแรก

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า เป็นที่น่ายินดีที่คณะทำงานทั้งสองชุดได้รับเกียรติจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช มาเป็นประธานที่ปรึกษาฯ และยังได้รับเกียรติจากทีมผู้เชี่ยวชาญอีกหลายท่าน อาทิ นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว อดีต ผอ.พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ผศ.ดร.สุภาภรณ์ เกียรติสิน หัวหน้ากลุ่มสาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการระบบสารสนเทศ ม.มหิดล ดร.วรดลต์ แจ่มจำรูญ หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก (เขาหินซ้อน) ดร.ปริเวท วรรณโกวิท หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม (KGeo) นายเมธวิน อังคทะวานิช นางสาววชิรา พงศ์พยัคฆ์ นักสื่อสารมวลชน และตัวแทนจากมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกหลายคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมที่มาร่วมเป็นคณะทำงาน

ทั้งนี้ ได้ข้อสรุปจากการหารือที่เป็นสาระสำคัญคือ ประธานในที่ประชุมร่วมทั้ง 2 คณะ ได้มอบหมายให้มีการตั้ง อนุคณะทำงาน 2 ชุด ประกอบไปด้วย 1.อนุคณะทำงานยกร่างแผนปฏิบัติการรอบด้าน/ งบประมาณ และ 2.อนุคณะทำงานการสื่อสารร่วมสมัย สู่เยาวชน เพื่อใช้เป็นกรอบหลักการในการคัดสรรสถานศึกษาต้นเเบบที่จะเข้าร่วมโครงการ และวางแนวทางในการดำเนินงานที่มีกรอบระยะเวลา และเป้าหมายที่ชัดเจน

มรภ.จอมบึงฯฉีดวัคซีนให้คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในมหาวิทยาลัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/586138

มรภ.จอมบึงฯฉีดวัคซีนให้คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในมหาวิทยาลัย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.36 น.

วันที่ 8 ก.ค.64 ที่หอประชุมรัตนพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อำเภแจอมบึง จังหวัดราชบุรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณฐพรภัทร์ อินทร์ศิริพงษ์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เป็นประธานเปิดโครงการและร่วมฉีดวัคซีนเป็นเข็มแรกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในมหาวิทยาลัย 

โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดชัย ธุระแพง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณิภารัตน์ บุญกุล รองอธิการบดีฯ และคณะทำงานร่วมพิธี ซึ่งนางกมลวรรณ แก้วไชยชาติ ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษาได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ว่า โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตระหนักถึงมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล ที่จะทำให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิดโดยทั่วถึงเพื่อให้การฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้าหมายและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงให้สถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดขอรับการสนับสนุนวัคซีนให้กับบุคลากรและนักศึกษา เข้ามารับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในสถานศึกษา ซึ่งผู้ที่เข้ามารับการฉีดวัคซีนทุกคน ต้องใส่หน้ากากอนามัย ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและเว้นระยะห่าง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการตามจุดต่างๆ ไปที่จุดคัดกรองเบื้องต้น ลงทะเบียน วัดความดัน คัดกรองและประเมินสุขภาพ ตรวจสอบวัคซีนและทำการฉีดวัคซีน

ภายหลังจากการเข้าฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะต้องนั่งรอสังเกตอาการ 30 นาที เพื่อเหตุไม่พึงประสงค์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังกลับบ้านไปแล้ว ท่านใดที่สังเกตอาการถ้ามีภาวะแทรกซ้อนหรือเหตุไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ก็สามารถเข้าไปใน Line กลุ่ม “บุคลากรที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนของมหาวิทยาลัย mcru” ได้เลย เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด รวมถึงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ให้กับบุคลากรนักศึกษาและประชาชน 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงได้กำหนดฉีดวัคซีนระหว่างวันที่ 8 – 9 ก.ค.64 โดยมีบุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ลงทะเบียนรับวัคซีน จำนวน 740 คน ในการนี้มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 710 โดสและได้รับความร่วมมือจากแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราชในการฉีดวัคซีน ตลอดทั้งคณะทำงานคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยร่วมคัดกรองและดูแลอำนวยความสะดวกในการฉีดวัคซีนครั้งนี้

สอศ.ขับเคลื่อนนโยบายดำเนินงานศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ 15 แห่งทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/586137

สุเทพ แก่งสันเทียะ

สอศ.ขับเคลื่อนนโยบายดำเนินงานศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ 15 แห่งทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.33 น.

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ 15 แห่ง ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ณ ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามนโยบายจัดการศึกษา ของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษา ให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน ให้มีระบบบริหารและการจัดการ รวมถึงการจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้ปรับแนวทางการบริหารจัดการเพื่อให้มีความคล่องตัว และสอดคล้องกับบริบทพื้นที่และตอบสนองความต้องการกำลังคนของอุตสาหกรรมต่างๆ โดย สอศ.ได้จัดตั้งศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ขึ้น 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อวางแผนความร่วมมือ จัดทำฐานข้อมูลกำลังคน การดูแลอำนวยความสะดวก และสวัสดิการของผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในเขตพื้นที่ต่างๆ และส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ความร่วมมือกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพทั้งทักษะความสามารถ และคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งยกระดับคุณภาพกำลังคนในกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา รวมถึงกำลังคนในสถานประกอบการให้มีสมรรถนะในมิติของวิชาชีพสูงขึ้น

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ เปรียบเสมือนตัวกลางที่จะเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันการอาชีวศึกษา สถานประกอบการ และ สอศ.ในการประสานการพัฒนากำลังคน โดยศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่แบ่งเป็น 4 ฝ่าย ได้แก่ 1. ฝ่ายอำนวยการ ดำเนินการสำรวจข้อมูลความต้องการรับนักเรียน นักศึกษา เข้าฝึกงานและฝึกอาชีพของสถานประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบ และการติดตาม ประเมินผล และรายงานผล 2. ฝ่ายพัฒนาวิชาการทวิภาคี จะจัดทำแผนพัฒนาการฝึกงาน และอบรมครูนิเทศก์และครูฝึกในพื้นที่รับผิดชอบ 3. ฝ่ายส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี จะดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีให้กับสถานประกอบการในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และ 4. ฝ่ายสวัสดิภาพและความปลอดภัย จะดูแลและเตรียมความพร้อมผู้เรียนในการสร้างความตระหนัก และความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในการฝึกงาน และฝึกอาชีพทั้งในสถานศึกษาและในสถานประกอบการ ซึ่ง สอศ.ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนดำเนินการบริหารจัดการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไป

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำหรับศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ จัดตั้งขึ้นในสถานศึกษา จำนวน 15 แห่ง ได้แก่ 1.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคตะวันออก 1 โดยวิทยาลัยเทคนิคปราจีนเป็นศูนย์หลัก 2.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคตะวันออก 2 มีวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย จ.ระยอง เป็นศูนย์หลัก 3.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคกลาง 1 มีวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์หลัก 4.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคกลาง 2 มีวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี เป็นศูนย์หลัก 5.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคเหนือ 1 มีวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่เป็นศูนย์หลัก 6.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคเหนือ 2 มีวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์เป็นศูนย์หลัก 7.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 มีวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานีเป็นศูนย์หลัก

8.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มีวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมาเป็นศูนย์หลัก 9.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 มีวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานีเป็นศูนย์หลัก 10.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคใต้ 1 มีวิทยาลัยเทคนิคสุราษฏร์ธานีเป็นศูนย์หลัก 11.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคใต้ 2 มีวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ตเป็นศูนย์หลัก 12.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีภาคใต้ 3 มีวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นศูนย์หลัก 13.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีปริมณฑลภาค 1 มีวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานีเป็นศูนย์หลัก 14.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีปริมณฑลภาค 2 มีวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการเป็นศูนย์หลัก  และ 15.ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีกรุงเทพมหานคร มีวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพเป็นศูนย์หลัก

เด็กเก่ง 2 นร.โรงเรียนสาธิตฯหมู่บ้านจอมบึงได้รับคัดเลือกผลงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/586054

เด็กเก่ง 2 นร.โรงเรียนสาธิตฯหมู่บ้านจอมบึงได้รับคัดเลือกผลงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 13.11 น.

2 นักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้รับคัดเลือกผลงานเพื่อเข้าร่วมการนำเสนอโครงงานในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ในรูปแบบออนไลน์

วันนี้ (8 ก.ค.64) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจารณ์ สงกรานต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือประกาศคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมนำเสนอผลงานการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมสำหรับนักเรียน ครั้งที่ 2 และงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนทุน พสวท. ระดับมัธยมศึกษา ครั้งที่ 36 (The 2nd International Conference for Students in Science and Innovation: ISSI) ตามที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ศูนย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดรับสมัคร นักเรียนที่กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย เข้าร่วมการนำเสนอโครงงานในการประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสำหรับนักเรียน ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 9 กรกฎาคม 2564 ในรูปแบบออนไลน์นั้น

บัดนี้ คณะวิทยาศาสตร์ ขอประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมนำเสนอผลงานการประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมสำหรับนักเรียน ครั้งที่ 2 และงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนทุน พสวท. ระดับมัธยมศึกษา ครั้งที่ 36 ในรูปแบบบรรยายและแบบโปสเตอร์ ประกาศ ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2564 (รองศาสตราจารย์ ดร.อภิสิฏฐ์ ศงสะเสน) คณบดีคณะวิทยาศาสตร์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจารณ์ สงกรานต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง กล่าวว่า ทางโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จึงได้แสดงความยินดีกับนางสาวสุพิชชา แสงอรุณ นายธนาทร บันลือเดช นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ที่ได้รับคัดเลือกผลงานเพื่อเข้าร่วมการนำเสนอโครงงานในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมสำหรับนักเรียน ครั้งที่ 2  ระหว่างวันที่ 8-9 กรกฎาคม 2564 ในรูปแบบออนไลน์ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่นักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงทั้ง 2 มีความรู้ความสามารถเข้าสู่ในระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมได้ ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียนเป็นอย่างมาก  

ม.อ. เปิด ‘NR Market Place’ ตลาดช้อปออนไลน์-ออฟไลน์ ฝึกเป็นผู้ประกอบการ และสร้างโอกาสทางธุรกิจเกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585804

ม.อ. เปิด ‘NR Market Place’ ตลาดช้อปออนไลน์-ออฟไลน์ ฝึกเป็นผู้ประกอบการ และสร้างโอกาสทางธุรกิจเกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดยคณะทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่า เปิดโครงการ “NR Market Place”  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และพัฒนาทักษะผู้ประกอบการให้แก่นักศึกษา และเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้า พัฒนาเครือข่ายธุรกิจให้มีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น และนำวิชาชีพที่เรียนมาไปประกอบอาชีพได้สำเร็จ ส่งเสริมงานวิจัยของอาจารย์ ตลอดจนให้การช่วยเหลือสังคม

ช่องทางจำหน่ายสินค้าของ “NR Market Place”  จะมีทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยเข้าร่วมแพลตฟอร์ม LINE SHOPPING มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายผลิตฝ่ายควบคุม ฝ่ายนำเข้า ฝ่ายตรวจสอบ และมีผู้ดูแลระบบคอยรับรายการสั่งซื้อจากลูกค้า โดยเริ่มเปิดให้บริการแล้วเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาส่วนกำไรที่เกิดขึ้น จะนำไปสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนนักศึกษาคณะทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ

มอบโล่รางวัล ผลงานโครงงานสุขภาพนักเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585803

มอบโล่รางวัล ผลงานโครงงานสุขภาพนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 มอบโล่รางวัล ประกาศนียบัตรผลการคัดเลือกผลงานเชิงนวัตกรรมโครงงานสุขภาพนักเรียน ระดับศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก ประจำปี 2564 โดยรางวัลที่มอบคือ รางวัลชนะเลิศโครงงานด้านสุขภาพ โครงการแชมพูสมุนไพรกำจัดเหา โรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร ประกาศนียบัตรรางวัลชมเชยคือ โครงการการค้นคว้าข้อมูลสารอาหารในผักไชยา (คะน้าเม็กซิโก) และเส้นทางสุขภาพ โรงเรียนบ้านวังตาดราษฎร์อุทิศ โดยมีผู้อำนวยการแต่ละโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ

จดอนุสิทธิบัตร 4 ผลงานการประดิษฐ์ จากงานวิจัย อาจารย์คณะเกษตร มรภ. สงขลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585806

จดอนุสิทธิบัตร 4 ผลงานการประดิษฐ์ จากงานวิจัย อาจารย์คณะเกษตร มรภ.สงขลา

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.มงคล เทพรัตน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผลงานวิจัยซึ่งจัดทำโดยอาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตรจำนวน 3 คน ได้รับการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประจำปีการศึกษา 2563 รวม 4 เรื่อง ได้แก่ 

เครื่องเจาะรูพลาสติกคลุมดิน ผลงาน ผศ.ดร.ภัทรพร ภักดีฉนวน ออกแบบโดยใช้ความคมของอุปกรณ์และแรงกดในการทำให้พลาสติกขาดเป็นรู เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของกระป๋องใส่ถ่านติดไฟที่เกษตรกรนิยมใช้ผงหมักสเต๊กรสจิ้มแจ่วที่มีส่วนผสมของเปลือกมะละกอและกระบวนการผลิต เป็นผลงานของ ผศ.ดร.ธิติมา พานิชย์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกและตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้บริโภคอาหารฟิวชันทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในการรับประทานสเต๊กที่มีรสชาติแบบไทยๆ โดยนำเปลือกมะละกอผงซึ่งมีเอนไซม์ปาเปนตามธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ผงหมักสเต๊กสำเร็จรูปรสจิ้มแจ่ว สูตรซอสกอและพร้อมบริโภค และกรรมวิธีการผลิตซอสกอและแบบผง โดย ผศ.นพรัตน์ วงศ์หิรัญเดชา มีความมุ่งหมายเพื่อสร้างความสะดวกในการทำอาหารให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รวมทั้งสร้างความสะดวกต่อการบริโภค การเก็บรักษา และการขนส่ง นอกจากนั้น ยังช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของซอสกอและในสภาวะอุณหภูมิห้อง และเป็นแนวทางในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อไปมีความมุ่งหมายในการประดิษฐ์เพื่อสร้างความสะดวกในการทำอาหารให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รวมทั้งสร้างความสะดวกต่อการบริโภค การเก็บรักษา และการขนส่ง และเป็นแนวทางในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อไป

กยศ. จับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ บลจ.กรุงไทย ส่งเสริมวินัยการออมการลงทุน นักศึกษาลูกหนี้ กยศ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585805

กยศ. จับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ บลจ.กรุงไทย  ส่งเสริมวินัยการออมการลงทุน นักศึกษาลูกหนี้ กยศ.

กยศ. จับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ บลจ.กรุงไทย ส่งเสริมวินัยการออมการลงทุน นักศึกษาลูกหนี้ กยศ.

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายชัยณรงค์  กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า การส่งเสริมให้นักศึกษาผู้กู้ยืมมีความรู้ทางการเงินเพื่อบริหารจัดการเงินของตนเองได้อย่างเหมาะสม ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจที่กองทุนร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์ฯในการส่งเสริมความรู้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืม ได้รับความรู้ผ่านหลักสูตร e-Learning แล้วกว่า 560,000 ราย และ “AOM YOUNG” จะเป็นโครงการที่มาช่วยต่อยอดให้ผู้กู้ยืมมีช่องทางในการออมเงินสม่ำเสมอ ขั้นต่ำ 100บาทต่อเดือน โดยเริ่มจาก บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่แรก ซึ่งนอกจากผู้กู้ยืมจะมีเงินเก็บและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นแล้ว ยังนับเป็นจำนวนชั่วโมงจิตสาธารณะได้อีกด้วย

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ “AOM YOUNG” เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ กยศ. และ บลจ.กรุงไทย เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา ผู้กู้ยืม กยศ. มีการวางแผนเพื่อการออมและลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านกองทุนรวมเพื่อเสริมสร้างวินัยและความมั่นคงทางการเงิน โดยโครงการนี้ยังเป็นการต่อยอดความร่วมมือในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินงานร่วมกับ กยศ. อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งการรณรงค์ให้เกิดวินัยการออมผ่านโครงการฯ จะช่วยสร้างประสบการณ์ให้นักศึกษามีความเข้าใจการลงทุนและรู้จักทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี มีเงินออมตั้งต้นพร้อมสำหรับเป้าหมายในอนาคต

สธ. เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Coding อย่างต่อเนื่อง ปูพรม ส่งครูแกนนำ-ศึกษานิเทศก์ ลงทุกพื้นที่การศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585808

กัลยา โสภณพนิช

สธ. เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Coding อย่างต่อเนื่อง ปูพรม ส่งครูแกนนำ-ศึกษานิเทศก์ ลงทุกพื้นที่การศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Coding อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างครูต้นแบบที่จะนำ Codingไปบูรณาการกับวิชาที่สอน ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตร Coding for Teacherตอนนี้มีครูที่มีความรู้มากกว่า2 แสนคน และมีกลุ่มศึกษานิเทศก์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร Coding Mentor อีกมากกว่า 1 พันคน กลุ่มบุคลากรที่ผ่านการอบรมดังกล่าว จะเข้าไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้คำปรึกษาคุณครู เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ใช้ Coding ทั้งในภาคการศึกษา และอีกหลายๆ ภาคส่วน ภายใต้แนวคิด Coding for All

“ปัจจุบัน  Coding Core Trainer และ Coding Mentor ทุกสังกัด ได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในทุกพื้นที่ ครบทุกจังหวัด ครบทุกเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว รวมไปถึงสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำสื่อที่เกี่ยวข้องกับ Coding ตั้งแต่สื่อกลุ่มที่ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ไปถึงสื่อกลุ่มที่คุณครูจะนำไปพัฒนาตัวเองเพื่อจัดการการเรียนรู้เกือบๆ 300 ชิ้น เพื่อนำเอาความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้กับเด็กนักเรียนต่อไป”

ดร.โชติมา หนูพริก ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ สพฐ. กล่าวว่า สพฐ.เตรียมสื่อต่างๆ ทั้งที่ผลิตขึ้นมาเอง และร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมจะเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการและที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะช่วยให้คุณครูสามารถนำไปเป็นต้นแบบประยุกต์ใช้เพื่อให้การสอน Coding มีความสนุก ให้เด็กมีความสุขกับสิ่งที่ได้เรียน ขณะนี้ครูเริ่มเอากิจกรรมการเรียนรู้มาเป็นส่วนหนึ่งของการวัดและประเมินผล ประเมินเพื่อพัฒนาไม่ใช่ประเมินเพื่อตัดสิน เพื่อให้เด็กรู้ว่าจะต้องปรับปรุงหรือแก้ไขตรงไหนบ้าง เพื่อให้เป็นประโยชน์กับตัวผู้เรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ซึ่งครูต้องอาศัยความพยายามในการออกแบบกิจกรรมให้น่าสนใจ ท้าทาย ดึงดูดความสนใจจากผู้เรียน

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ถวายพระสงฆ์ที่ทรงฯตั้งสมณศักดิ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585977

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ถวายพระสงฆ์ที่ทรงฯตั้งสมณศักดิ์

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 21.07 น.

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ถวายพระสงฆ์ที่ทรงฯตั้งสมณศักดิ์

7 ก.ค.64 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ไปถวายแด่พระราชสิทธิวิมล โกศลศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม  คามวาสี พระราชาคณะชั้นราชสถิต ณ วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1