ยืนยันสร้าง ‘สีหนคร’ ตามจินตนาการ ไม่ได้เลียนแบบนครวัดเขมร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585968

ยืนยันสร้าง’สีหนคร’ตามจินตนาการ ไม่ได้เลียนแบบนครวัดเขมร

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 20.31 น.

เจ้าอาวาสวัดภูม่านฟ้า จ.บุรีรัมย์ แจงสร้างเมืองสีหนครตามจินตนาการหรือนิมิตที่เห็น ไม่ได้ลอกเลียนแบบนครวัด นครธม  ตามที่มีกระแสดรามาของชาวเน็ตกัมพูชา  ด้านวัฒนธรรมจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบพบก่อสร้างปราสาทหินจริง  แต่เป็นการนำจุดเด่นของแต่ละที่มาประยุกต์ผสมผสมไม่ได้ก๊อปแบบ

7 ก.ค.64 จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพสิ่งก่อสร้างที่ถูกเรียกว่า “อาณาจักรสีหนคร” ตั้งอยู่บ้านหนองบัวราย ต.บ้านสิงห์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ในพื้นที่วัดพระพุทธบาทศิลาหรือวัดภูม่านฟ้า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของบุรีรัมย์ในอนาคต แต่ชาวเน็ตในประเทศกัมพูชา กลับออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับลักษณะการออกแบบของสิ่งก่อสร้างดังกล่าว โดยชาวเน็ตกัมพูชาส่วนใหญ่อ้างว่า อาณาจักรสีหนคร มีความคล้ายคลึงกับปราสาทนครวัด นครธม ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของโลก ณ ประเทศกัมพูชา จนกลายเป็นกระแสดราม่า

ล่าสุด นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย น.ส.เพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง , พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผู้กำกับการ สภ.นางรอง  และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ไปยังวัดพระพุทธบาทศิลา หรือ วัดภูม่านฟ้า เพื่อตรวจสอบสิ่งก่อสร้างภายในวัดที่กำลังกลายเป็นกระแสในสื่อโซเชียลของกัมพูชา โดยจากการตรวจสอบ พบว่า ภายในวัดพระพุทธบาทศิลาดังกล่าว กำลังมีการก่อสร้างปราสาทหินหลายหลังเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปของทางวัด  โดยปราสาทหินแต่ละหลังก็จะมีการแกะสลักลวดลายที่แตกต่างกัน รวมถึงพระมหาเจดีย์ สถานที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งส่วนใหญ่สร้างขึ้นจากหินทราย

จากการสอบถาม พระอาจารย์สมศักดิ์  สังวรจิตโต เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทศิลา หรือ วัดภูม่านฟ้า ก็ชี้แจงว่า การก่อสร้างเมืองสีหนครแห่งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการก่อสร้างปราสาทหินของคนโบราณในอดีตและคนสมัยปัจจุบัน ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเพียงเทคโนโลยี หรือ เครื่องจักรที่นำมาใช้เท่านั้น ทั้งอยากให้เมืองสีหนครแห่งนี้ เป็นวัตถุที่สืบทอดให้เห็นถึงเจตนาและความศรัทธา ของผู้มีจิตศรัทธาไปอย่างยาวนานถึง 5,000 ปี แต่ยืนยันว่า รูปแบบการก่อสร้างเกิดจากจิตนาการหรือนิมิต ไม่ได้ลอกเลียนแบบมาจากสถานที่แห่งใด

ขณะที่ รศ.ดร.สมมาตร์ ผลเกิด นักวิชาการโบราณคดีอิสระ ได้กล่าวภายหลัง ร่วมเดินทางไปดูการก่อสร้างเมืองสิงหนครที่วัดภูม่านฟ้าว่า กระแสที่เกิดขึ้นในสังคมโซเชียล ที่ประเทศกัมพูชา เกิดจากการนำเอาความรู้สึกในอดีตมาอ้างอิงในปัจจุบัน ทำให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันจึงนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ จนทำให้การก่อสร้างในสถานที่แห่งนี้ถูกโยงไปด้วยนำไปสู่การเข้าใจที่ไม่ถูกต้องตรงกันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง ดังนั้น การพูดคุยเรื่องเหล่านี้ต้องมองในมิติของวัฒนธรรม ไม่มองในมิติทางการเมืองการปกครอง  เพราะมิติวัฒนธรรมคือไม่มีอาณาเขตคนในดินแดนกัมพูชา กันคนในดินแดนทางอีสานตอนใต้ของไทยมีบรรพบุรุษร่วมกันไปมาหาสู่กัน  

ซึ่งก็เชื่อว่าในกลุ่มของประชาชนทั่วไปของทั้งสองประเทศที่ไม่ได้ผ่านพื้นที่โซเชียล ก็ยังเป็นพี่เป็นน้องไปมาหาสู่กัน  แต่กระแสที่เกิดขึ้นกลับให้สื่อโซเชียลเป็นตัวกำหนดทิศทางก็เลย ทำให้เกิดความไม่เข้าใจที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งซึ่งกันและกัน  อีกอย่างคือภาพที่ถูกนำไปเผยแพร่ค่อนข้างจะแตกต่างจากความเป็นจริง  ซึ่งหากเป็นไปได้ก็อยากจะให้ทางกัมพูชาส่งตัวแทนมาดูพื้นที่จริงว่าการก่อสร้างไม่ได้ลอกเลียนแบบ ส่วนรูปทรงปราสาทหลายๆ แห่งก็จะคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีเป็นร้อยๆ ปราสาท  จึงไม่ใช่เป็นการเลียนแบบกัมพูชา โดยเฉพาะนครวัด นครธมที่ถูกประกาศเป็นมรดกโลก ก็เสมือนเป็นมรดกของคนทั้งโลก 

ทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์  ระบุว่า จากการลงตรวจสอบพื้นที่  พบว่ามีการก่อสร้างปราสาทหินจริง  ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็บอกว่า สร้างขึ้นจากจินตนาการและนิมิตของท่าน โดยนำรูปแบบที่สวยๆของแต่ละสถานที่มาประยุกต์ เช่น ปราสาทหินพิมาย  ปราสาทหินพนมรุ้ง หรือบูโรพุทโธ ของอินโดนีเซีย เป็นการนำเอาจุดเด่นของแต่ละที่มาผสมผสานกันให้ดูสวยงาม  ไม่ได้ลอกเลียนแบบนครวัดนครธมตามที่ชาวเน็ตกัมพูชาเข้าใจ ซึ่งท่านไม่ได้มีแบบแปลนที่ชัดเจน คือนึกอะไรออกก็ตกแต่งไปเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างปราสาท หรือศาสนสถานตามสถานที่ต่างๆ นั้น จากการสอบถามไปยังทางสำนักศิลปากรภาค 10 ก็ให้ข้อมูลมาเบื้องต้นว่า ปกติของไทยไม่ได้มีกฎหมายที่ห้ามก่อสร้างศิลปะเลียนแบบ แต่เพื่อความชัดเจนก็ต้องให้กรมศิลปากรตรวจสอบอีกครั้ง ว่า กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มีกี่ฉบับและมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน

สำหรับวัดพระพุทธบาทศิลา หรือวัดภูม่านฟ้า ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2562 ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2564 ปัจจุบันมีพระอธิการสมศักดิ์ สังวรจิตโต เป็นเจ้าอาวาส มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ปัจจุบันได้งดการเข้าชม เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ม.รามฯ เร่งช่วยเหลือ นศ.- บุคลากร ได้รับผลกระทบเหตุไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585844

ม.รามฯ เร่งช่วยเหลือนศ.-บุคลากร ได้รับผลกระทบเหตุไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว

ม.รามฯ เร่งช่วยเหลือนศ.-บุคลากร ได้รับผลกระทบเหตุไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 15.47 น.

ม.รามฯ เร่งช่วยเหลือนักศึกษา-บุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานกิ่งแก้ว

มหาวิทยาลัยรามคำแหง เร่งช่วยเหลือนักศึกษาและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งเรื่องการสอบออนไลน์ การประเมินความเสียหายของที่พักอาศัย และให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์  ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมk ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงเห็นควรให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาและบุคลากรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ดังนี้

กรณีนักศึกษาที่ไม่สามารถดำเนินการสอบออนไลน์ ในภาคเรียนที่ 2/2563 ได้ (ระหว่างวันที่ 5 – 18 กรกฎาคม 2564) หรือต้องการการช่วยเหลือจากสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน ให้ติดต่อประสานงานไปยังคณะที่สังกัดเพื่อยื่นคำร้องเกี่ยวกับการสอบตามหมายเลขโทรศัพท์ ดังนี้ คณะนิติศาสตร์ โทร. 02-310-8178 , 02-310-8170 คณะบริหารธุรกิจ โทร.099-251-6651 คณะศึกษาศาสตร์ โทร. 02-310-8315 คณะรัฐศาสตร์ โทร. 02-310-8466-7 คณะมนุษยศาสตร์ โทร. 02-310-8269, 089-205-7726 คณะเศรษฐศาสตร์ โทร. 02-310-8534 คณะวิทยาศาสตร์ โทร. 02-310-8427 คณะสื่อสารมวลชน โทร. 092-963-4380  คณะวิศวกรรมศาสตร์ โทร.02-310-8570-1 คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โทร.   02-310-8933 คณะทัศนมาตรศาสตร์ โทร. 02-310-8906 คณะศิลปกรรมศาสตร์ โทร.02-310-8296 และคณะสาธารณสุขศาสตร์ โทร. 02-310-8928 

สำหรับบุคลากร ของ ม.ร.ที่ได้รับผลกระทบจากที่พักอาศัยความเสียหาย สามารถประสานงานกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเข้าไปสำรวจและประเมินความเสียหายในเบื้องต้น นอกจากนี้ หากผู้ได้รับผลกระทบต้องการคำปรึกษาด้านกฎหมาย ขอให้ติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่ คณะนิติศาสตร์ โทร. 0-2310-8178 , 0-2310-8170

เสมา 1 พร้อมช่วยเหลือทุกกลุ่มที่ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585775

ตรีนุช เทียนทอง

เสมา1พร้อมช่วยเหลือทุกกลุ่มที่ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 13.19 น.

วันที่ 7 กรกฏาคม 2564 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา( เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งดำเนินการช่วยเหลือและพัฒนาอาชีวะเอกชน โดยเฉพาะครูอาชีวะเอกชนที่ สอศ.ต้องสร้างขวัญกำลังใจให้ครูโดยเร็ว เพราะครูเหล่านี้ไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนเป็นเวลานานแล้ว โดย สอศ.ทำเรื่องขอเพิ่มเงินอุดหนุนเงินเดือนครูอาชีวะเอกชน โดยขอเพิ่มเป็น 450 บาทต่อเดือนแล้ว คาดว่าในเร็ว ๆนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะนำเรื่องนี้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช มีนโยบายช่วยเหลือผู้ปกครองและนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยเฉพาะผู้เรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐแต่ต้องเสียค่าเทอมเต็มจำนวน ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาเหล่านี้ สอศ.จึงทำเรื่องของบกลางจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อนำมาช่วยเหลือในส่วนของค่าเทอมให้กับผู้เรียนในระดับ ปวส.ทั้งภาครัฐและเอกชน 

ด้าน น.ส.ตรีนุช เปิดเผยว่า ตนพร้อมสนุน ช่วยเหลือกลุ่มนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง( ปวส.) ที่ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 แต่ขอหารือร่วมกับเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาถึงรายละเอียดก่อน ก็อยากช่วยเหลือทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ หากสามารถช่วยได้ก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่  นอกจากนี้ จะหารือกับผู้บริหาร ศธ. ว่าจะสามารถหางบฯมาสนับสนุนหรือจัดหาอุปกรณ์ให้นักเรียนมาใช้เรียนออนไลน์ได้หรือไม่อย่างไร เพราะขณะนี้ทราบปัญหาว่านักเรียนส่วนใหญ่เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่องบางส่วนไม่มีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์การเรียน

‘มหิดล’ ผุด 3 รายการสร้างสุขภาวะ ผ่าน ‘พ็อดคาสท์’ ตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585545

‘มหิดล’ผุด3รายการสร้างสุขภาวะ ผ่าน‘พ็อดคาสท์’ตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มหิดลแชนแนล (Mahidol Channel) ได้เปิดตัวรายการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ในยุค 5G ซึ่งสามารถติดตามได้ทาง “พ็อดคาสท์ (PODCATS)” ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ ได้แก่ “Well-Being สุขภาพดีสร้างได้” และ “Re-Mind อารมณ์ ความคิดพฤติกรรม” และอีกรายการที่กำลังจะเผยแพร่ต่อไป คือ “Food Chioce กินดี สุขภาพดี เลือกได้”

โดยที่ผ่านมา ทั้ง Well-Being สุขภาพดีสร้างได้ และ Re-Mind อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม ได้รับความสนใจจากผู้ฟังอย่างกว้างขวาง รวมถึงผู้ที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งนอกจากสามารถฟังย้อนหลังได้ทาง Apple Podcast, Soundcloud, Blockdit, Spotify และ Anchor แล้ว ยังสามารถติดตามได้ทั้งภาพ และเสียงพร้อมคำบรรรยายที่จัดทำเป็นคลิปวีดีโอเผยแพร่ทาง YouTube อีกด้วย

นายระพี บุญเปลื้อง หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรผู้ดำเนินรายการ Well-Being สุขภาพดีสร้างได้ ทาง Mahidol Channel PODCAST ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกสร้างสรรค์รายการของมหิดลแชนแนล (Mahidol Channel)มาตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม จนเข้าสู่ปีที่ 10 ในปี 2564 นี้ กล่าวถึงความภาคภูมิใจในที่ได้ทำหน้าที่ “ถามแทนใจผู้ฟัง” ในการพูดคุยกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ ถึงเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาวะองค์รวมซึ่งจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี และชีวิตที่ดี

โดยรายการ Well-Being สุขภาพดีสร้างได้เปิดตัวด้วย EP.1 “การอยู่ร่วมกันของความเห็นต่างทางการเมือง” ซึ่งสามารถจุดประกายให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว แม้จะคุยกันเรื่องการเมืองที่อาจเห็นต่าง เช่นเดียวกับ EP.2 “ทำอย่างไรเมื่อชีวิตคู่ถึงทางตัน”เพื่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัวนอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่เป็นประโยชน์สำหรับคนในวัยทำงาน “ทลายกำแพงต่างวัยในออฟฟิศ” รวมทั้งเสริมสุขภาพทางการเงินเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้สูงวัย ด้วยประเด็น “การวางแผนการเงินเกษียณตอนอายุ 55 ปี”ฯลฯ

“ไม่ว่าพฤติกรรม และความต้องการของผู้ฟัง หรือผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างไรมหิดลแชนแนล (Mahidol Channel) ยังคงไม่หยุดยั้งในความพยายามที่จะสื่อสารองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยมหิดลสู่ผู้ติดตามรายการ ให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อย่างถูกต้อง และ
ก่อให้เกิดปัญญา” อาจารย์ระพี กล่าว

เช่นเดียวกับ นพ.สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรผู้ดำเนินรายการ Re-Mind อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม ทาง Mahidol Channel PODCAST ว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้นำเอาทักษะทางวิชาชีพของการเป็นแพทย์ทางด้านจิตเวชศาสตร์มาใช้ในการดำเนินรายการดังกล่าว

ซึ่งโดยปกติเวลาตรวจรักษาผู้ป่วย จะใช้วิธีการพูดคุยเป็นหลักอยู่แล้ว แต่ที่ใช้มากที่สุด คือ “การฟัง” จากเรื่องราวของแต่ละผู้ป่วยที่เข้ามาปรึกษาปัญหาต่างๆ โดยนำมาจัดลำดับทางความคิด แล้วปรับภาษาทางวิทยาศาสตร์ ให้เป็นภาษาที่ฟังแล้วเข้าใจง่าย ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับบุคคลต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้วนี้ ทำให้ทราบดีว่าคนในสังคมส่วนใหญ่ต้องการอะไร หรือมีความทุกข์จากเรื่องอะไร เลยตั้งใจจะทำให้รายการมีเนื้อหาที่ตอบโจทย์มากที่สุด

รายการ Re-Mind อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม ประเดิมด้วยประเด็น “อันตรายจากการเลี้ยงลูกด้วยมือถือ” ใน EP.1 ที่จะทำให้เด็กยุคใหม่เติบโตโดยไม่ถูกเทคโนโลยีทำร้าย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายตอนที่น่าติดตาม อาทิ “การจัดการความเครียดด้วยตนเอง” ก่อนลุกลามเป็นโรคทางกาย และทางใจ “เรียนรู้และเข้าใจโรคซึมเศร้า” ก่อนจะเข้ามาเป็นเงามืดในชีวิต และ “เลี้ยงลูกอย่างไร เมื่อลูกเป็น LGBTQ+” หรือ “ความหลากหลายทางเพศ” เป็นต้น

“ความเครียด หรือความไม่พร้อมทางจิตใจ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์ในสังคมเมืองยุค 5G ในทุกช่วงวัย จริงๆ แล้วความเครียด เป็นปฏิกิริยาทางจิตใจที่เกิดขึ้นโดยปกติ แต่เรามักลืมว่าเรากำลังรู้สึกอะไร ไม่รู้ในสิ่งที่กำลังเกิดว่าจะกำลังจะก้าวไปสู่ปัญหาใด หรือบางทีก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเรามีศักยภาพอะไรอยู่ภายใน

รายการ Re-Mind อารมณ์ ความคิดพฤติกรรม ที่ตั้งใจทำขึ้นนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถฝ่าฟันวิกฤติ ความเครียด ความทุกข์ และความรู้สึกไม่มั่นคงทางใจไปได้ โดยเราจะไปเติมเต็ม และสร้างการเติบโตให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของทุกคน ให้เกิดศักยภาพที่จะทำให้สามารถกลับมาทบทวน และรู้จักตัวเองได้ในที่สุด” นพ.สมบูรณ์กล่าว

ด้าน ผศ.พญ.ดรุณีย์วัลย์ วโรดมวิจิตรอาจารย์ประจำสาขาวิชาโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรผู้ดำเนินรายการ Food Chioce กินดี สุขภาพดี เลือกได้ ซึ่งกำลังจะเผยแพร่ทาง Mahidol Channel PODCAST เร็วๆ นี้ กล่าวว่า ตั้งใจจะให้ Mahidol Channel PODCAST เป็นช่องทางหนึ่งในการให้ความรู้กับประชาชนด้วยข้อมูลที่เป็นกลาง และเป็นวิทยาศาสตร์ที่อ้างอิงได้ เพื่อการตัดสินใจนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเอง

ด้วยความที่รายการไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับภาคธุรกิจ จึงคาดว่าจะสามารถนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยจะไม่ชี้นำว่าดีหรือไม่ แต่จะให้ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนสามารถ “เลือกอย่างฉลาด” ด้วยการพิจารณาอย่างรอบด้านให้เหมาะสมกับสุขภาวะของแต่ละบุคคล เช่น เรื่องของอาหาร ไม่ใช่ว่าเลือกแต่อาหารที่อิ่มท้อง แต่ต้องเป็นอาหารที่มีคุณค่าด้วย และอาหารที่ดีก็ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป นอกจากนี้ วิตามินหรืออาหารเสริมอาจไม่สำคัญเท่ากับการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย รวมทั้งไม่สามารถใช้แทนยารักษาโรคได้ เป็นต้น

“การที่เราคุยกับคนไข้ เราอาจบอกได้แค่คนเดียว แต่จะเกิดประโยชน์อย่างแพร่หลายเพียงใด หากได้บอกผ่านรายการ “Food Chioce กินดี สุขภาพดี เลือกได้” Mahidol Channel PODCAST ซึ่งต่อไปเชื่อว่าจะมีการปรับรูปแบบของรายการให้เข้าถึงความต้องการของประชาชนได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเราพร้อมเสมอที่จะฟัง “เสียงจากประชาชน” เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน” ผศ.พญ.ดรุณีย์วัลย์ กล่าวทิ้งท้าย

มหาวิทยาลัยมหิดล

2 คณะ ‘มข.’ จัดพิธีลงนามเปิดหลักสูตรร่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585547

2คณะ‘มข.’จัดพิธีลงนามเปิดหลักสูตรร่วม

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ การจัดการศึกษาหลักสูตรมากกว่าหนึ่งปริญญา ระหว่างคณะเภสัชศาสตร์ กับ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ โดยมี รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธาน และมี รศ.ดร.ไพบูลย์ ดาวสดใส คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ กับ รศ.ดร.ลำปาง แม่นมาตย์ คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ เป็นตัวแทนร่วมลงนาม

รศ.นพ.ชาญชัย เปิดเผยว่า มข. มีนโยบายเรื่องการจัดกระบวนการเรียรรู้ตามกระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm curriculum) ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา (EducationTransformation) และความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทางการศึกษา ที่วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ และคณะเภสัชศาสตร์ ได้ตกลงร่วมมือในการดำเนินการจัดการศึกษาหลักสูตรมากกว่าหนึ่งปริญญา

สำหรับนักศึกษาที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 6 ปี ให้สามารถเข้าเรียนในหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ควบคู่กันไปได้ โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดการศึกษาซึ่งประกอบด้วยบุคลากรจากทั้งสองหน่วยงาน ร่วมกันกำหนดรายละเอียดการจัดการศึกษาหลักสูตรมากกว่าหนึ่งปริญญาในรูปแบบข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้

ด้าน รศ.ดร.ลำปาง กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการการจัดการศึกษาหลักสูตรมากกว่าหนึ่งปริญญามีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือในการดำเนินการจัดการศึกษาหลักสูตรมากกว่าหนึ่งปริญญา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเสริมสมรรถนะด้านการบริหารธุรกิจ ให้กับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนในการดำเนินกิจกรรมด้านอื่นๆ ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควร

‘กสม.’ หารือ ‘สตช.’ คุ้มครองสิทธิ คลายปมร้องเรียนกระบวนการยุติธรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585548

‘กสม.’หารือ‘สตช.’คุ้มครองสิทธิ คลายปมร้องเรียนกระบวนการยุติธรรม

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดย น.ส.พรประไพกาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยกรรมการฯ คือ นายสุชาติเศรษฐมาลินี, น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์,น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ เข้าหารือร่วมกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุขผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ และพล.ต.อ. ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อหารือความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานและเพื่อประสานการคุ้มครองเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

โดย น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธาน กสม. เปิดเผยภายหลังการหารือ ว่า ที่ผ่านมา กสม. พบเรื่องร้องเรียนซึ่งผู้ร้อง กล่าวอ้างว่าถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมจำนวนมากโดยเฉพาะในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยตรง ซึ่ง กสม. มีประเด็นห่วงใย เช่น ปัญหาความล่าช้าในการสอบสวนคดีของผู้ต้องขังที่มีคดีอายัดตัว ทำให้ผู้ต้องหาเสียสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พึงได้รับตามกฎหมาย

“นอกจากนี้ กสม. ยังได้หารือกับ สตช. ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน รวมทั้งวางแนวทางประสานความร่วมมือในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่ง กสม.ขอขอบคุณ สตช. ที่เห็นความสำคัญ และพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับ กสม. อย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมต่อไป” ปธ.กสม. กล่าว

คณบดี ‘CIBA’ ย้ำ 3 ทักษะต้องมี ยุคโควิดทำ ‘ค้าขายออนไลน์’ โต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585551

คณบดี‘CIBA’ย้ำ3ทักษะต้องมี ยุคโควิดทำ‘ค้าขายออนไลน์’โต

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่อง โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เดินห้างสรรพสินค้าหรือจับจ่ายตามร้านค้าต่างๆ น้อยลง ส่วนหนึ่งผลจากมาตรการของภาครัฐในการป้องกันโรคที่ต้องปิดบริการชั่วคราว

และอีกส่วนหนึ่งผู้คนหันไปใช้บริการช็อปปิ้งออนไลน์ ทำให้ตลาดออนไลน์เติบโตมากขึ้น ส่งผลให้สถานประกอบการต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการตลาด ปรับตัวเข้าสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเมื่อการตลาดออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง การขาย การตลาด และโลจิสติกส์ก็เติบโตตามไปด้วย ดังจะเห็นได้จากรายงานของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ที่เผยแนวโน้มทิศทางตลาดแรงงานในปี 2564 พบว่าสายงานที่ตลาดต้องการ 3 อันดับคือ 1.งานขายและการตลาด 23.10% 2.บัญชีและการเงิน 9.58% และ 3.สายงานขนส่งและโลจิสติกส์ 9.50 %

“นักการตลาดยุคใหม่ต้องมีทักษะการตลาดออนไลน์ ซึ่งไม่ใช่เพียงโพสต์สินค้า แต่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการขาย ระบบการชำระเงิน และการกระจายสินค้า บริการต่างๆ ดังนั้น หลักการเรียนการสอนการตลาดตอนนี้ จึงมุ่งเน้นการตลาดดิจิทัล ซึ่งจากการเปิดการเรียนการสอนของ CIBA DPU ที่มีการปรับปรุงหลักสูตรมุ่งเน้นการเรียนรู้ให้นักศึกษามีทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะด้านดิจิทัล ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

ทำให้นักศึกษาการตลาดของ CIBA DPU เพิ่มขึ้น 2 เท่า เช่นเดียวกับหลักสูตรบัญชี การเงิน การขนส่งและโลจิสติกส์ เพราะการทำธุรกิจจะต้องมีการเชื่อมโยงไปทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันในอดีตอี-คอมเมิร์ซอาจเติบโตได้ยากเนื่องจากไม่มั่นใจการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต แต่ปัจจุบันนี้เปลี่ยนไป คนเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะมีการจ่ายเงินปลายทางเห็นสินค้าก่อนแล้วค่อยจ่ายได้” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

สำหรับทิศทางตลาดในยุคโควิด-19 และหลังโควิด-19นั้น ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า การขายผ่านหน้าร้าน โชว์รูมต่างๆ อาจมีน้อยลง เพราะการขายในลักษณะดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูง ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคมุ่งการซื้อของออนไลน์มากขึ้น เหล่าสถานประกอบการ ร้านค้าต้องปรับตัว และการทำตลาดออนไลน์ เป็นลักษณะการทำคอนเทนต์ (Content Marketing) และการทำ Digital Marketing ทำให้มีความต้องการผู้ที่จบการตลาดยุคใหม่เข้ามาช่วยเสริมทัพเพื่อทำการตลาดดิจิทัล

ซึ่งในส่วนของ มธบ. ทุกคณะทุกหลักสูตรมีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี 2560 โดยในส่วนหลักสูตร CIBA เน้นสร้างคนที่มีทักษะยุคดิจิทัล เช่น หลักสูตรการตลาด นักศึกษาจะต้องมีทักษะการตลาดดิจิทัลผสมผสานกับการตลาดทั่วไป เพราะการทำตลาดในความเป็นจริงต้องมีการวางแผนการตลาดทั่วไป ควบคู่กับการตลาดออนไลน์ และต้องเข้าใจระบบการบัญชี การขาย และโลจิสติกส์ควบคู่กันไปด้วย รู้จักการใช้ซอฟต์แวร์ โปรแกรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

คณบดี CIBA กล่าวต่ออีกว่า หลักสูตรการบัญชี การทำบัญชี ควบคู่กับการใช้ Data Analytics โดยการนำงบการเงินของบริษัทมาทำการวิเคราะห์ โดยใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ขณะที่โลจิสติกส์ก็ต้องมีการนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาช่วย นักศึกษาในยุคนี้ต้องเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีขององค์กร ฉะนั้น การเรียนการสอนของ CIBA นอกจากเรียนรู้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ที่จะมาใช้ในอาชีพแล้ว ยังมีการเชิญผู้ที่มีประสบการณ์ คนที่ทำงานในแวดวงนั้นๆ มาเป็นอาจารย์พิเศษช่วยเพิ่มเติมประสบการณ์ ทักษะต่างๆให้แก่นักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น Shopee หรือ Lazada หรือผู้ประกอบการ และ Startups ในสาขาต่างๆ

“ทักษะที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคตต้องมี 3 ทักษะดังนี้ คือ 1.ทักษะดิจิทัล นักศึกษาที่จบจาก CIBA ต้องมีทักษะเรื่องของดิจิทัลครอบคลุมในสาขาที่ตนเองและสาขาที่ต้องทำงานร่วมกัน 2.ทักษะความเป็นผู้ประกอบการ CIBA ไม่ได้สร้างนักศึกษาที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่สร้างคนในองค์กรที่เข้าใจมุมมองความเป็นผู้ประกอบการของผู้บริหาร เข้าใจต้นทุน การเงินการตลาด การขนส่งสินค้า

การบริหารคน การค้าขายของทั้งในและต่างประเทศการคำนึงถึงภาษี เรื่องเหล่านี้เป็นทักษะหนึ่งที่นักศึกษาต้องมี และ 3.ทักษะการแก้ไขปัญหาและทักษะความคิดสร้างสรรค์ การทำงานนอกจากรู้จักคิดสร้างสรรค์แล้วต้องรู้จักแก้ไขปัญหาจากความคิดสร้างสรรค์ที่นักศึกษาสร้างขึ้นด้วย ซึ่งถ้านักศึกษามีทักษะ 3 สิ่งนี้พวกเขาจะสามารถนำพาตัวเองให้อยู่รอดในทุกยุคทุกสมัยได้” คณบดี CIBA กล่าว

ยุคโควิด-19 ส่งผลให้หลายอาชีพต้องตกงาน เพราะการจ้างงานอาจจะไม่ง่ายอย่างอดีต ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า ตนมองว่าเป็นความท้าทายของเด็กรุ่นใหม่ ในการจะเข้าสู่โลกของการทำงาน เพราะบางคนหากไม่ได้ทำงานในองค์กรหรือบริษัท แต่พวกเขาสามารถเป็นผู้ประกอบการ ขายสินค้าออนไลน์ หรือทำธุรกิจเล็กๆ ของตนเองได้ ไม่อยากให้นักศึกษาจบใหม่ต้องท้อ หรือกังวลว่าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ

หากมีทักษะดิจิทัล ความเป็นผู้ประกอบการ การเงินการบัญชี และโลจิสติกส์ จะกลายเป็นโอกาสของพวกเขา!!!

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ครม.เห็นชอบชุดแบบอักษรพระราชทาน ‘จุฬาภรณ์ลิขิต’ เป็นชุดแบบอักษรมาตรฐานราชการไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585620

ครม.เห็นชอบชุดแบบอักษรพระราชทาน 'จุฬาภรณ์ลิขิต' เป็นชุดแบบอักษรมาตรฐานราชการไทย

ครม.เห็นชอบชุดแบบอักษรพระราชทาน ‘จุฬาภรณ์ลิขิต’ เป็นชุดแบบอักษรมาตรฐานราชการไทย

วันอังคาร ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 17.37 น.

ครม.เห็นชอบชุดแบบอักษรพระราชทาน “จุฬาภรณ์ลิขิต” เป็นชุดแบบอักษรมาตรฐานราชการไทยแบบที่ 14

6 ก.ค.64 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้ชุดแบบอักษรพระราชทาน “จุฬาภรณ์ลิขิต” เป็นชุดแบบอักษรมาตรฐานราชการไทยแบบที่ 14 ตามที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เสนอ เพื่อเป็นการจารึกพระนามและเนื่องในวโรกาสครบรอบ 64 พรรษา ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และในวโรกาสที่ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 

 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนเผยแผ่พระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณในฐานะเจ้าหญิงของปวงประชา และองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อย่างกว้างไกลและยิ่งยืนนานและเผยแพร่ต่อประชาชนชาวไทย และใช้ในราชการ รวมถึงผู้คนทั่วโลก สามารถนำชุดแบบอักษรไปใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดภาษาและตัวอักษรไทย รวมถึงเป็นการจารึกพระนามขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์บนโลกดิจิทัล

 สำหรับชุดแบบอักษรพระราชทาน “จุฬาภรณ์ลิขิต” ได้รับการออกแบบให้มีความคล้ายคลึงกับยอดอ่อนของดอกกล้วยไม้พันธุ์ Phalaenopsis Princess Chulabhorn  เพื่อเผยแผ่เกียรติคุณและรางวัลระดับนานาชาติที่ทรงได้รับอันเกี่ยวเนื่องกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยตัวอักษรไทยซึ่งมีโครงสร้างถูกต้องตามมาตรฐานโดยมีลักษณะเป็นตัว มีหัว มีปาก มีส่วนประกอบถูกต้องตามอักขรวิธี ไม่มีการประดับลวดลาย รายละเอียดมากจนเกินไป  สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายลักษณะ จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในราชการ 

 โดยครม.เห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานดำเนินการติดตั้งชุดแบบอักษรพระราชทาน “จุฬาภรณ์ลิขิต” เป็นชุดแบบอักษรมาตรฐานราชการไทย แบบที่ 14 เพิ่มเข้าไปในระบบปฏิบัติการ Thai OS และให้ถือเป็นมาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วย ภายในปี 2564

ศธ.เร่งช่วยเหลือสถานศึกษา ได้รับผลกระทบเหตุโรงงานโฟมระเบิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585532

ศธ.เร่งช่วยเหลือสถานศึกษา ได้รับผลกระทบเหตุโรงงานโฟมระเบิด

ศธ.เร่งช่วยเหลือสถานศึกษา ได้รับผลกระทบเหตุโรงงานโฟมระเบิด

วันอังคาร ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 14.54 น.

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดที่โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก ซอยกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ นั้น ศธ.ได้รับรายงานถึงผลกระทบและความเสียหายของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ซึ่งอาคารเรียนได้รับวามเสียหาย 3 แห่ง ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดกิ่งแก้ว มีครอบครัวครู 7 ครอบครัว และนักการภารโรง 1 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนได้จัดให้ที่พักที่ปลอดภัยให้แล้ว พร้อมกับนำครอบครัวของนักเรียนบางส่วน ไปพักที่โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ 2.โรงเรียนพรหมพิกุลทอง และ 3.โรงเรียนคลองลาดกระบัง ที่ได้รับความเสียหาย  ส่วนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สมุทรปราการ พบโรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม และโรงเรียนราชวินิตสุวรรณภูมิ ได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ ทางโรงเรียนได้กันบุคลากร ออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งให้ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชน มาพักอาศัยที่หอประชุมโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุงเป็นการชั่วคราว หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือต่อไป

“ส่วนสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จากการตรวจสอบไม่พบสถานศึกษาใดได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด แต่จะมีนักศึกษาที่ฝึกงานในบริเวณโดยรอบโรงงานที่จะต้องหยุดฝึกงานทันที ทั้งนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) สั่งการให้สถานศึกษาไปบริหารจัดการดูแลและหาสถานที่ฝึกงานใหม่ให้กับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบต่อไป” คุณหญิงกัลยา กล่าว

นายกสมาคมโรงเรียนเอกชน ส่งจดหมายเปิดผนึกจี้นายกฯ ทบทวนความช่วยเหลือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585468

นายกสมาคมโรงเรียนเอกชน ส่งจดหมายเปิดผนึกจี้นายกฯ ทบทวนความช่วยเหลือ

นายกสมาคมโรงเรียนเอกชน ส่งจดหมายเปิดผนึกจี้นายกฯ ทบทวนความช่วยเหลือ

วันอังคาร ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 11.53 น.

วันที่ 6 กรกฎาคม 2564 ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน  ได้มีจดหมายเปิดผนึกถึง นายกรัฐมนตรี ผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ระบุว่า 

ขณะนี้การระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-2019 ได้กระจายไปทั่วประเทศไทย และมีผลกระทบกับการจัดการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างมาก สถานศึกษาปิดเรียนตามคำสั่ง ตามสถานการณ์ของแต่ละจังหวัด โดย ผู้ว่าราชการจังหวัด ฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด กระผมใคร่ขอนำเรียนให้ท่านทราบว่า ปัจจุบันขณะที่มีการปิดเรียน ไม่ให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน (ON-SITE) เราต้องยอมรับว่าการจัดการเรียนรู้ของครูและผู้เรียนได้ลดลง โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้แต่ละสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนได้บริหารจัดการเอง ซึ่งนับได้ว่าไม่มีความเป็นเอกภาพเชิงนโยบาย ทำให้โรงเรียนไม่สามารถวางแผนอะไรได้ เช่น หากภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๔ ไม่สามารถเปิดเรียนแบบมาเรียนที่โรงเรียน (ON-SITE) ได้ เราจะทำอย่างไรเกี่ยวกับการวัดผลและประเมินผล การบริหารงบประมาณต่าง ๆซึ่งยังไม่มีความชัดเจน หากมุ่งแต่คิดสร้างเรื่องใหม่ส่งเป็นนโยบายให้ผู้ปฏิบัติได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ ขณะนี้ผู้บริหาร ครูและนักเรียน นักศึกษา มีความต้องการจากรัฐบาลอย่างเร่งด่วน คือ ๑) วัคซีนที่ฉีดให้ครูทุกคน ๒) วัคซีนที่ฉีดให้นักเรียนนักศึกษาทุกคน ๓) อินเตอร์เน็ต “ฟรี” สำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน ONLINE ๖-๑๒ เดือน เป็นอย่างน้อย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ปกครอง ครูและนักเรียน

สำหรับการคืนค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศให้ โรงเรียนภาครัฐและเอกชน ได้ดำเนินการคืนในส่วนที่ไม่ได้จัดให้ผู้ปกครองตามอัตราส่วน กระผมมีความเห็นว่า ทุกโรงเรียนมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะโรงเรียนที่ต้องจ้างครูเป็นรายปี และต้องจ่ายเงินเดือนทุกเดือนตามสัญญาการจ้างงาน ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนเอกชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเก็บเงินจากผู้ปกครองได้เลย โรงเรียนเหล่านี้หวังเพียงเงินอุดหนุนรายหัวจากรัฐบาลที่สามารถนำมาจ่ายเงินเดือนครูและบุคลากรให้เพียงพอ อีกทั้งทุกโรงเรียนก็มีภาระเพิ่มขึ้นมากมายจากการเรียนในระบu On-line จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาทบทวนดำเนินการช่วยแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนต่างๆ ต่อไป