สพฐ. แจงกรณีเรียนออนไลน์ เน้นเลือกรูปแบบ-ให้เหมาะสมกับนักเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584926

สพฐ. แจงกรณีเรียนออนไลน์ เน้นเลือกรูปแบบ-ให้เหมาะสมกับนักเรียน

วันเสาร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 18.11 น.

วันที่ 3 กรกฎาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ชี้แจงกรณีที่กลุ่ม “นักเรียนเลว” ทำกิจกรรม “เรียนออนไลน์เราจะตายกันหมด” โดยระบุว่าเป็นเวลากว่า 1 ปีที่รัฐบาลประกาศเลื่อนเปิดเทอม และบังคับให้เด็กเรียนออนไลน์อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมองว่าการเรียนออนไลน์ไม่ผิด แต่การบังคับให้เรียนออนไลน์โดยไม่มีการสนับสนุนที่เพียงพอ คือการผลักภาระค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบทั้งหมดให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง นั้น

นายอัมพร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ทำให้โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถเปิดการจัดการเรียนการสอนแบบปกติที่โรงเรียน (On –site) ได้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงกำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทางไกล ประกอบด้วย

การจัดการเรียนการสอนผ่านระบบโทรทัศน์ (On–air) การจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (On–demand) การจัดการเรียนการสอนแบบถ่ายทอดสด (Online) การจัดการเรียนการสอนด้วยการนำส่งเอกสารที่บ้าน (On–hand) และการจัดการเรียนแบบผสมผสานหลายรูปแบบ โดยมีหนังสือราชการและการประชุมชี้แจงกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้โรงเรียนและผู้ปกครองร่วมกันพิจารณาเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทางไกล ให้เหมาะสมกับนักเรียน โดยพิจารณาจากความพร้อมของอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน และประสิทธิภาพของสัญญาณอินเทอร์เน็ตสำหรับครูและนักเรียน เพื่อเป็นการลดภาระที่เกินความจำเป็น หรือก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองของค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นได้

สำหรับในด้านการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน ได้มอบหมายให้ครูและผู้ปกครองร่วมกันกำหนดแนวทางในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน และมีเครื่องมือการวัดผล ประเมินผล ที่สร้างขึ้นตามบริบทของนักเรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนทุกแห่งทราบแล้ว“

จากกรณีโพสต์ของเพจฯดังกล่าว ทาง สพฐ. ได้นำประเด็นนี้ชี้แจงและสร้างความเข้าใจในการประชุม Video Conference กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศแล้ว” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

สธ.มจ. ประกาศจัดการเรียนการสอน Online ลดเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584900

สธ.มจ. ประกาศจัดการเรียนการสอน Online ลดเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด

วันเสาร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.29 น.

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี ประกาศจัดการเรียนการสอน Online ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

3 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิจารณ์ สงกรานต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้ออกหนังสือประกาศจัดการเรียนการสอน Online เนื่องในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ของราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ยังมีความรุนแรง ประกอบกับการประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 พบว่า จังหวัดราชบุรียังพบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 อย่างต่อเนื่อง จึงให้สถานศึกษาที่มีนักเรียนเกิน 120 คน ขึ้นไป หยุดทำการสอบแบบ On Site ตั้งแต่วันที่ 5 – 16 กรกฏาคม 2564

เพื่อความปลอดภัยทางสุขภาพ และเฝ้าระวังป้องกัน นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด โรงเรียนจึงขอแจ้งเลื่อนเปิดเรียนแบบปกติในสถานศึกษาแบบ On Site เป็นวันจันทร์ที่ 19 กรกฏาคม 2564 และระหว่างวันที่ 5 – 16 กรกฏาคม 2564 โรงเรียนดำเนินการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ Online ตามตารางเรียนที่โรงเรียนกำหนดทุกระดับชั้น ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรี ทางโรงเรียนจะแจ้งข้อมูลข่าวสารทางเพจ facebook ของโรงเรียน ประกาศ ณ วันที่ 2 ก.ค. 64

มติ กมว. ชะลอแก้ข้อบังคับจรรยาบรรณฯ อนุมัติตั๋วครู- ผู้บริหารกว่า 6 หมื่นราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584803

มติกมว.ชะลอแก้ข้อบังคับจรรยาบรรณฯ อนุมัติตั๋วครู-ผู้บริหารกว่า6หมื่นราย

มติกมว.ชะลอแก้ข้อบังคับจรรยาบรรณฯ อนุมัติตั๋วครู-ผู้บริหารกว่า6หมื่นราย

วันศุกร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 20.56 น.

กมว.มติ ชะลอแก้ข้อบังคับจรรยาบรรณฯ อนุมัติตั๋วครู-ผู้บริหารกว่า 6 หมื่นราย  เตรียมเสนอบอร์ดคุรุสภา แก้คำนิยามฝึกปฏิบัติการสอนผ่านออนไลน์แทนสอนในชั้นเรียนได้  
    
วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) เปิดเผยผลการประชุม กมว.ครั้งที่ 6/2564 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการปรับปรุงข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งได้มีการสอบถามความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา พิจารณาเห็นว่าปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ขณะเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สภาครูและบุคคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ดังนั้น เพื่อให้การปรับปรุงข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2556 สอดคล้องกับ กฎหมายแม่บท เห็นควรให้มีการชะลอการปรับปรุงข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ 2556 ออกไปก่อน จนกว่าจะได้มีการปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สภาครูฯ ให้แล้วเสร็จก่อน

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบการอนุมัติออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 29,376 ราย ดังนี้ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน  28,040 ราย, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา 1,033 ราย, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา 183 ราย, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ 120 ราย,  รวมถึงเห็นชอบอนุมัติ ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 35,625 ราย  ดังนี้ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 32,742 ราย, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา 2,644 ราย, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา 108 ราย, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ 131 ราย

“วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณากรณีมีครูขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ แต่เคยมีประวัติลักโขมย และถูกจับดำเนินคดี 2-3 ครั้ง ที่ประชุมจึงไม่อนุมัติให้ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ เพราะถือว่ามีนิสัยที่ไม่หลาบจำ บกพร่องต่อศีลธรรมและจรรยาบรรณ และมีครูที่มีปัญหาเกี่ยวข้องเรื่องการทำอนาจาร และเรื่องชู้สาวกับนักเรียน กมว.จึงไม่อนุญาตให้ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ต่อไปนี้ถ้าครูบุคลากรทางการศึกษาทำผิดจรรยาบรรณ เราจะไม่ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้ และก็ไม่สามารถไปสอนในโรงเรียนได้อีก หากไปสอนในโรงเรียนเอกชนถ้าโรงเรียนขอยกเว้นการมีใบอนุญาตมา หากเราสืบค้นประวัติพบว่าเคยทำผิดจรรยาบรรณ ก็จะไม่ได้รับการยกเว้นให้เช่นกัน” ประธาน กมว.กล่าว                 

นายเอกชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรองมติ ให้แก้ไขเกณฑ์การรับรองปริญญาทางการศึกษา เพื่อแก้คำนิยามปฏิบัติการสอน  ซึ่งเดิมเกณฑ์รับรองปริญญาทางการศึกษา หลักสูตร 4 ปี เขียนไว้ว่านักศึกษาจะต้องไปฝึกสอนในโรงเรียน แต่ในปี 2563-2564 นี้ ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และขณะนี้โรงเรียนเปิดเทอมแล้วตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่นักศึกษาก็ยังไม่สามารถเข้าไปฝึกสอนในสถานศึกษาได้เลย ดังนั้น กมว.จึงรับรองมติว่าจะให้มีการแก้คำนิยามปฏิบัติการสอน โดยจะให้นักศึกษาสามารถฝึกสอนผ่านทางออนไลน์ ผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆได้ และให้ถือเป็นการฝึกปฏิบัติการสอนแทนการไปฝึกสอนในชั้นเรียนได้  โดย กมว.จะนำมตินี้เสนอที่ประชุมบอร์ดคุรุสภา ที่มี รมว.ศึกษาธิการเป็นประธาน พิจารณา  ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในกลางเดือน ก.ค.นี้  หลังจากนั้นก็จะออกเป็นประกาศคุรุสภา ในการใช้เกณฑ์ปฏิบัติการฝึกสอนนี้ได้เลย 

ร.10 ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันชาติของแคนาดา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584377

ร.10ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันชาติของแคนาดา

ร.10ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันชาติของแคนาดา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.15 น.

1 กรกฎาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรไปยังรักษาการผู้สำเร็จราชการแห่งแคนาดา ในโอกาสวันชาติของแคนาดา ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ข้อความว่า

ฯพณฯ นายริชาร์ด แวกเนอร์ รักษาการผู้สำเร็จราชการแห่งแคนาดา กรุงออตตาวา ในโอกาสวันชาติของแคนาดา ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีและขออำนวยพรให้ท่าน ประสบความสุขสวัสดีและมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งขอให้ประเทศและประชาชนชาวแคนาดา ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป ความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างประเทศไทยและแคนาดาได้เจริญงอกงาม มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 60 ปี นับแต่ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน

ข้าพเจ้าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า สัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดนี้จะสร้างเสริมความร่วมมือหลากหลายด้านและยังจะทำให้ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศของเราทั้งสองในทุกบริบท ทั้งทวิภาคี อาเซียน และพหุภาคีเจริญรุดหน้าต่อไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตัวแทนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แจ้งเอาผิดผู้แอบอ้างขาย ‘ซิโนฟาร์ม’ ในโซเชียล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584479

ตัวแทนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แจ้งเอาผิดผู้แอบอ้างขาย'ซิโนฟาร์ม'ในโซเชียล

ตัวแทนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แจ้งเอาผิดผู้แอบอ้างขาย’ซิโนฟาร์ม’ในโซเชียล

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 18.33 น.

วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นายวัลลภ ยุติธรรมดำรง รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านบริหาร ตัวแทนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ ผู้ที่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับวัคซีนชิโนฟาร์มที่ได้รับการจัดสรรค์จากราชวิทยาลัย ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง โดยมี พ.ต.อ.ภูวไนย เสนาวุธ รรท. ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สราวุฒิ พงศ์วัชร์ รอง ผกก.สอบสวนสน.ทุ่งสองห้อง และพ.ต.ท.วราวุธ หนูชู สารวัตร สอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับเรื่อง

นายวัลลภ เปิดเผยว่า ทั้งเรื่องการแอบอ้าง และ การนำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จ เป็นเรื่องที่ทำให้ทางราชวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง และ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุ ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

พ.ต.ท.วราวุธ ระบุว่า คดีแรกทางฝ่ายกฎหมายของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับทราบข้อมูลเมื่อวันที่ 28 ต่อเนื่อง 29 มิถุนายนที่ผ่านมาว่ามีเพจบริการทางการแพทย์โพสต์ข้อความรับจองวัคซีนทางเลือกวัคซีนชิโนฟาร์ม ราคา และสถานที่ฉีด รวมถึงนัดหมายการฉีด โดยย้ำว่าองค์ที่โพสต์นั้นมีตัวตนจริง แต่ไม่ใช่คู่สัญญาที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน เบื้องต้นพบว่ามีประชาชนหลงเชื่อโอนเงินให้กับองค์กรดังกล่าวแล้ว ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผล และจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งกรณีนี้จะมีการเชิญเจ้าของเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวมาสอบปากคำ และขยายผลเส้นทางการเงินว่ามีการโอนเงินรับเงินมาน้อยเพียงใด ซึ่งขณะนี้เพจดังกล่าวยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ และมีการกระทำการลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 4 ครั้ง

ส่วนกรณีที่ 2 มีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีของราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าไม่ใช่บุคคลขององค์กรตามที่มีการกล่าวอ้าง เบื้องต้นทราบว่าผู้กระทำการเป็นผู้หญิงและไม่ใช่ข้าราชการ หรือ เจ้าหน้าที่ของจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย อีกทั้งยังพบว่ามีรายชื่อที่จะนำไปสวมสิทธิ์แทนอีก 18 รายชื่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเชิญผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

โดยทั้ง 2 คดี จะเข้าข่ายความผิดการความผิดการแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ความผิดจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท  ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน  และอาจเข้าข่ายความผิดฉ้อโกง ซึ่งจะขึ้นอยู่ตามพยานหลักฐาน 

‘ภท.’ ขอบคุณ! ‘กยศ.’ ช่วยเหลือลูกหนี้ สนับสนุนกฎหมายเสนอต่อรัฐสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584385

‘ภท.’ขอบคุณ!‘กยศ.’ช่วยเหลือลูกหนี้ สนับสนุนกฎหมายเสนอต่อรัฐสภา

‘ภท.’ขอบคุณ!‘กยศ.’ช่วยเหลือลูกหนี้ สนับสนุนกฎหมายเสนอต่อรัฐสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 15.27 น.

“ภารดร”   ขอบคุณ “กยศ.” หยิบนโยบายแก้หนี้ กยศ. ที่ ภูมิใจไทยนำเสนอ ช่วยเหลือลูกหนี้ พร้อมเรียกร้องทำให้เป็นมาตรการถาวร สนับสนุนกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ที่เสนอต่อรัฐสภา

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวขอบคุณกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่นำนโยบายแก้หนี้ กยศ. มาเป็นแนวทางการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยได้เตรียมเงินไว้ 3.8 หมื่นล้านบาท รองรับผู้กู้ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 624,000 คน  โดยกยศ. ได้ยกเลิกข้อกำหนดที่ให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุน ในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 โดยได้ปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 3 พันล้านบาทและอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติอีกส่วนหนึ่ง ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด19

ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายแก้หนี้ กยศ. 5 แนวทาง ได้แก่ 1.การพักชำหนี้ 5 ปี 2.ไม่มีดอกเบี้ย 3.ยกเลิกค่าปรับ 4.ปลดภาระผู้ค้ำประกัน 5.ผ่อนคืนเงินต้น 10 ปี 

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ กยศ. ได้มีการประกาศยกเลิกกำหนดที่ให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุน ในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อการศึกษา พร้อมมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี โดยมีมาตรการ ดังนี้ 1. ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัด 2. ลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ปิดบัญชี 3. ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมด 4. ลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัดและชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว 5. ลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% กรณีไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ซึ่งมาตรการดังกล่าวข้างต้นจะมีผลถึง 31 ธ.ค. 64 ปีนี้

สำหรับกรณีผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ประจำปี 2563 และ 2564 กยศ. จะชะลอการฟ้องคดีไปจนถึง 31 มี.ค. 2565 ยกเว้นคดีที่จะขาดอายุความในปีนี้พร้อมงดการขายทอดตลาด กรณีที่ถูกบังคับคดีจนถึงสิ้นปี 2564 กยศ. จะงดการขายทอดตลาด ส่วนผู้กู้ยืมเงินที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับการพักชำระหนี้เป็นเวลา 2 ปี

“ผมจึงอยากเสนอไปยัง กยศ. กระทรวงการคลัง และ รัฐบาล พิจารณานำมาตรการ ที่กยศ.ดำเนินการเป็นการชั่วคราว มาทำให้เป็นมาตรการถาวร  พร้อมพิจารณาเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอและ กยศ.ยังไม่ได้ดำเนินการ เพื่อจะได้ครอบคลุมปัญหาโดยการสนับสนุนกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทย นำเสนอต่อรัฐสภา เพื่อเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนทางการศึกษา ให้กับลูกหลานของเราในอนาคต ด้วย” นายภราดร กล่าว

ก.พ.อ. มีมติแต่งตั้ง ’12 ศาสตราจารย์’ ภรรยา ‘อภิสิทธิ์’ ได้ด้วย เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584384

ก.พ.อ.มีมติแต่งตั้ง'12 ศาสตราจารย์' ภรรยา'อภิสิทธิ์'ได้ด้วย เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ

ก.พ.อ.มีมติแต่งตั้ง’12 ศาสตราจารย์’ ภรรยา’อภิสิทธิ์’ได้ด้วย เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 15.26 น.

ก.พ.อ.มีมติแต่งตั้ง 12 ศาสตราจารย์ “รศ.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ”ภรรยาอภิสิทธิ์ ได้ด้วย เตรียมนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ครั้งที่ 4/2564 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ช่วงระยะเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือน มกราคม – มิถุนายน 2564 ซึ่งมีผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ จำนวน 347 ราย แบ่งเป็น ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ 143 ราย ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ 103 ราย ตำแหน่งศาสตราจารย์ 96 ราย (ข้าราชการ 36 ราย และพนักงาน 60 ราย) ตำแหน่งศาสตราจารย์ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งสูงขึ้น 3 ราย โดยรายที่ได้รับการพิจารณาล่าสุด คือ ศ.ประมุข มุทิรางกูร คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ 2 ราย

รมว.อว.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ จำนวน 12 ราย ดังนี้ 1.รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ 2.รศ.อัครพล มุ่งนิรันดร์ 3.รศ.ฤทัยวรรณ โต๊ะทอง 4. รศ.วิทยา อมรกิจบำรุง 5.รศ.วิวรรณ ทังสุบุตร 6.รศ.สุรพันธุ์ คุณอมรพงศ์

7.รศ.รุ้งทิพย์ พันธุเมธากุล 8.รศ.วิชุดา เสถียรนาม 9.รศ.หม่อมหลวง ชาครีย์ กิติยากร 10.รศ.สัญญา มิตรเอม 11.รศ.อริยา อรุณินท์ และ 12.รศ.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ โดยหลังจากนี้จะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

“ในฐานะ รมว.การอุดมศึกษาฯ และประธาน ก.พ.อ.มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และมุ่งมั่นที่จะช่วยขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศต่อไป” ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว

อาจารย์มนุษยศาสตร์เกษตร รับรางวัลนักแปลดีเด่น ‘รางวัลสุรินทราชา’ จากสมาคมนักแปลและล่ามฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584120

อาจารย์มนุษยศาสตร์เกษตร รับรางวัลนักแปลดีเด่น  ‘รางวัลสุรินทราชา’จากสมาคมนักแปลและล่ามฯ

อาจารย์มนุษยศาสตร์เกษตร รับรางวัลนักแปลดีเด่น ‘รางวัลสุรินทราชา’จากสมาคมนักแปลและล่ามฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.กนกพร นุ่มทอง อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับ “รางวัลสุรินทราชา”ในฐานะนักแปลดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2564 โดยมีผลงานเด่นด้านงานแปลภาษาจีนเป็นภาษาไทย ทั้งงานวรรณกรรม ประวัติศาสตร์และปรัชญา ผลงานเด่นได้แก่ เปาบุ้นจิ้นฉบับสมบูรณ์ (แปล25 เรื่อง จาก 100 เรื่อง), 100 ยอดหญิงแห่งประวัติศาสตร์จีน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผลงานแปลวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง “คุณปู่แว่นตาโต” ของ ชมัยภรจากภาษาไทยเป็นภาษาจีน นอกจากงานแปลแล้วยังมีงานวิจัยบทความที่เกี่ยวกับการแปลที่ตีพิมพ์ลงในวารสารต่างๆและยังเป็นบรรณาธิการภาษาจีนให้กับสำนักพิมพ์จีนและสำนักพิมพ์ไทยตรวจสอบต้นฉบับงานแปลภาษาจีนเป็นภาษาไทยกว่า 70 เล่ม รวมถึงเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพการแปลบทภาพยนตร์อีกจำนวนมาก

นักศึกษาดนตรีไทย มรภ.สงขลา ได้เหรียญทอง รอบชิงชนะเลิศกลุ่มปี่ในระดับอุดมศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584121

นักศึกษาดนตรีไทย มรภ.สงขลา ได้เหรียญทอง  รอบชิงชนะเลิศกลุ่มปี่ในระดับอุดมศึกษา

นักศึกษาดนตรีไทย มรภ.สงขลา ได้เหรียญทอง รอบชิงชนะเลิศกลุ่มปี่ในระดับอุดมศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายทวีพงศ์ ชูศรี นักศึกษาสาขาวิชาดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ได้รับรางวัลเหรียญทอง อันดับที่ 3 (ปี่ใน) รอบชิงชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา ในการประกวดเดี่ยวเครื่องดนตรีไทยและขับร้องระดับชาติ “เสริมประสบการณ์ สืบสานสังคีตศิลป์ไทย” โครงการ 50 ปี ดนตรีบ้านสมเด็จฯ งานวันคล้ายวันพิราลัยสมเด็จเจ้าพระยาบรมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ประจำปีพุทธศักราช 2564 และวาระครบรอบ 50 ปี ดนตรีบ้านสมเด็จฯ วิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

จุฬาฯ ผลิตเครื่องดื่มสกัดจาก ‘อัญชัน และแกนกล้วย’ ลดความเสี่ยงนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของคนไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584118

จุฬาฯ ผลิตเครื่องดื่มสกัดจาก‘อัญชัน และแกนกล้วย’  ลดความเสี่ยงนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของคนไทย

จุฬาฯ ผลิตเครื่องดื่มสกัดจาก‘อัญชัน และแกนกล้วย’ ลดความเสี่ยงนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวไฮโดรซิทลา (HydroZitLa) เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากสมุนไพรไทย“อัญชัน” และ “แกนกล้วย”(แกนกล้วย คือแกนตรงกลางเครือกล้วยแข็งๆ หลังตัดผลหวีออกแล้ว) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างยาแผนปัจจุบัน (modernmedicine) และศาสตร์ยาสมุนไพรแผนโบราณ (traditionalmedicine) สามารถแก้ไขสาเหตุของการเกิดนิ่วในคนไทย เพราะในแกนกล้วยมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และลดปริมาณออกซาเลตในปัสสาวะ

สำหรับสาเหตุของการเกิดนิ่วในคนไทย ได้แก่ การดื่มน้ำน้อยมาก เฉลี่ยเพียงวันละ 1-1.5 ลิตรเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ในเขตร้อนก็จะเสียน้ำจากเหงื่อมากกว่าคนภูมิภาคอื่น ทำให้ปัสสาวะเข้มข้นมีสีเหลืองจัด โอกาสที่สารก่อนิ่วจะตกผลึกจนเกิดเป็นนิ่วจึงมากขึ้น การกินอาหารที่มีสารก่อนิ่วจำพวก “ออกซาเลต (Oxalate)” สูงเช่น ผักพื้นบ้านอย่างใบชะพลูมากก็ยิ่งทำให้มีโอกาสการเกิดผลึกแคลเซียมออกซาเลตในปัสสาวะสูงขึ้นส่งผลให้เกิดนิ่ว แม้แต่การกินอาหารเสริมวิตามินซีและสารให้ความหวานไซลิทอลมากเกินไปก็ทำให้มีออกซาเลตสูงในปัสสาวะแล้วก่อให้เกิดนิ่วได้เช่นกัน

และ ปริมาณตัวยับยั้งนิ่วซิเตรทในปัสสาวะต่ำ ขณะที่ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายกลับมีไม่มากพอ มีปริมาณสารอนุมูลอิสระสูง ทำให้เกิดภาวะเครียดจากออกซิเดชั่น เซลล์ไตถูกทำลายได้ง่ายและเป็นที่เกาะสะสมของผลึกนิ่วแล้วนำไปสู่การเกิดนิ่ว

ตัวยับยั้งนิ่ว คือ ซิเตรท (Citrate) มีอยู่ในผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลส้ม ไม่ว่าจะเป็นมะนาว ส้ม ส้มโอ มะกรูด หรือพบมากในแครนเบอร์รี่และเมลอน ซึ่งคนไทยมักไม่นิยมรับประทานเท่าผลไม้รสหวาน ทำให้ร่างกายได้รับซิเตรทน้อย ส่วนสารต้านอนุมูลอิสระพบในอาหารจำพวกผักและผลไม้ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง (อาหารเค็ม) และโปรตีนสูงก็ส่งเสริมให้เกิดนิ่วปัสสาวะได้ง่ายขึ้น