สมศ.ประเมินสถานศึกษาครึ่งปีแรกเพิ่มอีก 8,500 ครึ่งปีหลัง คุณภาพภายนอกตามเป้า 1.3 หมื่นแห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583572

จุฬาฯ พัฒนา ‘รถดมไว’ ตรวจโควิดเชิงรุก  ใช้สุนัขดมเหงื่อผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ได้ผลเกือบ100%

สมศ.ประเมินสถานศึกษาครึ่งปีแรกเพิ่มอีก 8,500 ครึ่งปีหลัง คุณภาพภายนอกตามเป้า 1.3 หมื่นแห่ง

วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา กล่าวว่า สมศ. ได้เดินหน้าประเมินในรอบปี 2564 มาอย่างต่อเนื่อง โดยความคืบหน้าล่าสุด ในช่วงครึ่งปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้ดำเนินการประเมินสถานศึกษาช่วงแรก ซึ่งส่ง SAR ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด และรับรองรายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอกเรียบร้อยแล้ว จำนวน 3,825 แห่ง และผลตอบรับจากการประเมินช่วงแรกนี้สถานศึกษาส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อระบบการประเมินคุณภาพภายนอกของสมศ. มากกว่าครั้งที่ผ่านมา เพราะมีความสะดวก รวดเร็วไม่เป็นภาระกับสถานศึกษา รวมทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และในช่วงที่สองกำลังประเมินจากผลจากการวิเคราะห์ SAR ของสถานศึกษาอีกจำนวนกว่า 9,100 แห่ง

ดร.นันทา กล่าวต่อว่า ในช่วงที่สามในมิถุนายน นี้ สมศ. เตรียมประเมิน เพิ่มอีกกว่า 8,500 แห่ง ซึ่งทั้งหมดจะเป็นสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) เป็นส่วนใหญ่ และมั่นใจว่าการประเมินจะเป็นไปตามเป้าหมายเนื่องจากระบบต่างๆ ได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ผนวกกับความรู้ความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญของผู้ประเมินภายนอกที่สามารถทำให้กระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น จึงมั่นใจว่าเป้าหมายในการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 นี้ สมศ. จะสามารถดำเนินการได้จำนวนกว่า 17,000 แห่งทั่วประเทศ

จุฬาฯ พัฒนา ‘รถดมไว’ ตรวจโควิดเชิงรุก ใช้สุนัขดมเหงื่อผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ได้ผลเกือบ 100% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583571

สมศ.ประเมินสถานศึกษาครึ่งปีแรกเพิ่มอีก 8,500 ครึ่งปีหลัง คุณภาพภายนอกตามเป้า 1.3 หมื่นแห่ง

จุฬาฯ พัฒนา ‘รถดมไว’ ตรวจโควิดเชิงรุก ใช้สุนัขดมเหงื่อผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ได้ผลเกือบ100%

วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึง นวัตกรรมในการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในครั้งนี้ว่า จุฬาฯได้พัฒนา“รถดมไว” ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยนำสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ 6 ตัวซึ่งได้รับการฝึกฝนในการดมกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองเชิงรุกในชุมชนและคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละวัน

“ผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อติดเชื้อ จะมีกระบวนการเผาผลาญในร่างกายที่แตกต่างจากปกติ สารเคมีใต้ต่อมผิวหนังจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากการทดลอง สุนัขสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้จากเหงื่อของผู้ที่มาตรวจ ได้ผลแม่นยำถึง 96% ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของโครงการวิจัย “การใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ” หลังจากโครงการสุนัขดมกลิ่น ได้ให้บริการตรวจคัดกรองจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,500 รายแล้ว จึงได้มีการออกแบบห้องปฏิบัติงานเคลื่อนที่ “รถดมไว” เพื่อนำสุนัขมาปฏิบัติงานบนรถดมไว ช่วยสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ตรวจและสุนัขที่ปฏิบัติงานสามารถขยายพื้นที่การตรวจได้มากขึ้นและป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากสิ่งแวดล้อมบนตัวสุนัขในระหว่างลงพื้นที่คลัสเตอร์ต่างๆ การตรวจผ่านรถดมไวจะให้ผลได้เร็ว ผู้ป่วยสามารถเก็บตัวอย่างเองได้ และตรวจซ้ำได้หลายครั้ง”

ผศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ประธานหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการออกแบบและผลิต “รถดมไว”กล่าวว่า การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจคัดกรอง ผู้ที่มาตรวจทุกคนจะได้รับชุดตรวจคนละ 1 ชุด ที่ประกอบด้วย ขวดแก้วและแท่งสำลี จะตรวจโดยหนีบแท่งลำสีไว้ที่รักแร้ข้างซ้ายและขวาข้างละ 1 แท่ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพื่อให้แท่งสำลีดูดซับเหงื่อ จากนั้นเก็บตัวอย่างใส่ในขวดแก้วที่มิดชิด เก็บกลิ่นได้ ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสี UVC ในช่องรับส่งตัวอย่างและนำไปใส่ภาชนะที่เป็นกล่องสเตนเลสอีกชั้น ก่อนให้สุนัขดม ถ้าตรวจเจอเชื้อโควิด-19 สุนัขจะนั่งลง สุนัขดมกลิ่นและครูฝึกจะไม่ได้สัมผัสกับตัวอย่างและผู้เข้าตรวจโดยตรง ทำให้ผู้ตรวจและสุนัขที่ปฏิบัติงานปลอดภัยสามารถขยายพื้นที่การตรวจได้มากขึ้น และป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากสิ่งแวดล้อมบนตัวสุนัขในระหว่างลงพื้นที่คลัสเตอร์ต่างๆ และการตรวจรู้ผลเร็ว ผู้ป่วยสามารถเก็บตัวอย่างเองได้ และตรวจซ้ำได้หลายครั้ง

วิถีสยามมรดกวัฒนธรรมไทย : พระปฐมบรมศิลปิน เมืองกวี รัตนโกสินทร์ ศรีสยาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583569

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : พระปฐมบรมศิลปิน เมืองกวี รัตนโกสินทร์ ศรีสยาม

วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หากให้กล่าวถึงมรดกวัฒนธรรมไทย มีมากมายจนผู้เขียนไม่อาจบอกเล่าได้หมดในระยะเวลาอันสั้น “กวีนิพนธ์” ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาติ ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ที่ตกทอดเป็นมรดกให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความบันเทิง และเป็นแบบฉบับเล่าเรียนเพิ่มพูนความรู้

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ. 2352-2367) นับเป็นช่วงเวลาที่ราชอาณาจักรไทยเริ่มเข้าสู่ความสงบและมีความเป็นปึกแผ่นมากกว่าสมัยที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าพระองค์จะยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการบริหารราชการแผ่นดิน และทำนุบำรุงพระนครสืบต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบรมชนกนาถแล้ว ยังทรงให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูศิลปกรรมในแขนงต่างๆ อย่างดียิ่ง ทรงมีพระอัจฉริยภาพในงานศิลปะหลายสาขา ได้แก่ ด้านประติมากรรม ด้านกวีนิพนธ์ และด้านดนตรี แต่ด้วยพื้นที่อันจำกัดนี้ ผู้เขียนจึงขอยกเพียงด้านที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ ด้านกวีนิพนธ์มาเล่าสู่กันฟัง

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ถือเป็นยุคทองของวรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยพระองค์ทรงเป็นกวีเอกที่ทรงสร้างสรรค์วรรณคดีอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้เป็นมรดกของชาติจำนวนมาก โดยตั้งแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็ได้ทรงรับหน้าที่ในหมู่จินตกวี มีพระราชนิพนธ์ปรากฏอยู่ในหนังสือที่ช่วยกันแต่งหลายเรื่องจนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทำนุบำรุงแบบและบทละครไทยให้ดีเด่นกว่าแต่ก่อน เพราะได้ทรงกวดขัน และฝึกหัดท่ารำจนใช้เป็นแบบอย่างของละครรำมาจนถึงปัจจุบันนี้

พระองค์มีพระราชนิพนธ์ที่เป็นบทกลอนมากมาย ทรงเป็นยอดกวี ถือเป็นแบบฉบับอันยอดเยี่ยมด้านการแต่งเสภา นิราศ กาพย์ ฉันท์ ลิลิต โคลงสี่สุภาพ บทละครทั้งละครใน และละครนอก มีหลายเรื่องที่มีอยู่เดิม และทรงนำมาแต่งใหม่เพื่อให้ใช้ในการแสดงได้ เช่น รามเกียรติ์ อุณรุท และอิเหนา โดยเรื่องอิเหนานี้ เรื่องเดิมมีความยาวมาก ได้ทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเรื่องยาวที่สุดของพระองค์ วรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ 6 ได้ยกย่องให้เป็นยอดบทละครรำที่แต่งดี ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อความ ทำนองกลอนและกระบวนการเล่นทั้งร้องและรำ นอกจากนี้ยังมีละครนอกอื่นๆ เช่น ไกรทอง สังข์ทองไชยเชษฐ์ หลวิชัยคาวี มณีพิชัย สังข์ศิลป์ชัย ได้ทรงเลือกเอาของเก่ามาทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่บางตอน และยังทรงพระราชนิพนธ์บทพากย์โขนอีกหลายชุด เช่น ชุดนางลอย ชุดนาคบาศ และชุดพรหมาสตร์ซึ่งล้วนมีความไพเราะซาบซึ้งเป็นอมตะใช้แสดงมาจนทุกวันนี้

บทละครที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่รวม ๗ เรื่อง คือ ๑.เรื่องอิเหนา ทรงแต่งแต่ต้นจนจบ รวม ๔๕ สมุดเล่มไทย ๒.เรื่องรามเกียรติ์ตั้งแต่หนุมานถวายแหวน จนถึงทศกัณฐ์ล้มตอน ๑ ตั้งแต่ฆ่าสีดาจนอภิเษกไกรลาสตอน ๑ รวม ๓๓ เล่มสมุดไทย ๓.เรื่องไชยเชษฐ์ตั้งแต่ไชยเชษฐ์ไปตามช้างจนไชยเชษฐ์กับนางสุวิญชาคืนดีกับไชยเชษฐ์รวม ๓ เล่มสมุดไทย ๔.เรื่องมณีพิชัย ตั้งแต่งูขบนางจันทรจนพระมณีพิชัยออกไปอยู่กับพราหมณ์ที่ศาลา รวม ๑ เล่มสมุดไทย ๕.เรื่องคาวีตั้งแต่ท้าวสันนุราชได้ผอบผมจนถึงคาวีฆ่าไวยทัต รวม ๔ เล่มสมุดไทย๖.เรื่องสังข์ทอง ตั้งแต่นางพันธุรัตได้พระสังข์มาเลี้ยง จนท้าวยศวิมลกับพระสังข์กลับจากเมืองสามล รวม ๑ เล่มสมุดไทย และ ๗.เรื่องไกรทอง ตั้งแต่ไกรทองอยู่ในถ้ำชาละวัน จนกลับตามนางวิมาลาลงไปในถ้ำ รวม ๒ เล่มสมุดไทย

นอกจากนี้ ยังได้ทรงพระราชนิพนธ์บทเห่เรือ เรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาว หวาน ซึ่งมีความไพเราะและแปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบกวีท่านใด เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็น ๕ ตอน คือ เห่ชมเครื่องคาว เห่ชมผลไม้ เห่ชมเครื่องคาวหวาน เห่ครวญเข้ากับนักขัตฤกษ์ และบทเจ้าเซ็น ซึ่งบทเห่นี้เข้าใจกันว่าเป็นการชมฝีพระหัตถ์ในด้านการทำอาหารของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีนั่นเอง

ส่วนด้านการส่งเสริม “ใครเป็นกวีก็โปรด” เป็นคำกล่าวขานในยุคที่วรรณคดีเฟื่องฟู ซึ่งในยุคนั้น นอกจากพระองค์แล้วยังมีกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (รัชกาลที่ 3), สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเดชาดิศร, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส,พระยาตรัง, นายนรินทร์ธิเบศ, และ สุนทรภู่ กวีเอกของโลก ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นมหากวีกระฎุมพีแห่งรัตนโกสินทร์ และบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การ รวมอยู่ด้วยกันอีกด้วย

ปัจจุบันมีการสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นทั้งนักรบ นักปกครอง ศิลปิน กวีและช่าง ซึ่งได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามประณีตไว้เป็นมงคลแก่ชาติ และปรากฏพระเกียรติคุณแพร่หลายไปในนานาประเทศจนได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก และได้ส่งเสริมให้มีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฉลองพระบรมราชสมภพครบรอบ ๒๐๐ ปี เมื่อพ.ศ. ๒๕๑๑ พร้อมจัดสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ฯ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยมีจุดประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมไทยในรัชสมัยของพระองค์ และเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงนั้นด้วย

และในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ ทางรัฐบาลยังได้กำหนดให้เป็นวัน “ศิลปินแห่งชาติ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของผู้เป็นพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถือเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทยอีกพระองค์หนึ่งที่ต้องจารึกไว้กลางดวงใจลูกหลานไทยตราบนานเท่านาน

ม.อ.ผลักดันภูเก็ต Medical hub แห่งฝั่งอันดามัน เปิดศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์กับสุขภาพนานาชาติฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583570

ม.อ.ผลักดันภูเก็ต Medical hub แห่งฝั่งอันดามัน เปิดศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์กับสุขภาพนานาชาติฯ

วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะเทคนิคการแพทย์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ต และ บริษัท พี ซี แอลโฮลดิ้ง จำกัด เปิดศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์ (Medical TechnologyService Center) วิทยาเขตหาดใหญ่ และวิทยาเขตภูเก็ต อย่างเป็นทางการ เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองโรคทั่วไปและเฉพาะทาง อาทิ การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมในหญิงตั้งครรภ์การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง เอกซเรย์ปอดและหัวใจแบบดิจิทัล และให้บริการตรวจหาเชื้อ COVID-19

นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวดำเนินภารกิจเพื่อสังคม ได้แก่ การออกหน่วยให้บริการตรวจสุขภาพฟรี รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านห้องปฏิบัติการแก่นักศึกษา การให้บริการทางวิชาการ สนับสนุนงานวิจัยในด้านต่างๆ และในอนาคตทางศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนการบริการด้านสุขภาพร่วมกับสหวิชาชีพ ไม่ว่าจะวิชาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล แพทย์แผนไทย เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ หรือ Medical hub แห่งฝั่งอันดามันของประเทศไทยต่อไป

‘กสศ.-อปท.–ตชด.’ จับมือป้องกันนักเรียนหลุดนอกระบบการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583635

'กสศ.-อปท.–ตชด.' จับมือป้องกันนักเรียนหลุดนอกระบบการศึกษา

‘กสศ.-อปท.–ตชด.’ จับมือป้องกันนักเรียนหลุดนอกระบบการศึกษา

วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 18.07 น.

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่านระบบออนไลน์

จากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สถ. บช.ตชด. และกสศ. เพื่อดำเนินงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ซึ่งในปีการศึกษา 2563 จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขในอัตรา 3,000 บาท/คน ให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคในสังกัด อปท. ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาตอนต้น 15,324 คน ครอบคลุมสถานศึกษา 598 แห่ง และในสังกัด บช.ตชด. ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาตอนปลาย 17,981 คน ครอบคลุมโรงเรียน และศูนย์การเรียน219 แห่งทั่วประเทศ

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ลดลง มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อที่ต้องย้ายไปโรงเรียนที่ใหม่ยิ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงนำมาสู่การช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนทุนเสมอภาคช่วงชั้นรอยต่อ (อ.1 ป.6 ม.3 และ ม.6)  จำนวน 800 บาท ซึ่งจากฐานข้อมูลการติดตามพบว่า สถานศึกษาสังกัด อปท.  มีนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อที่จะศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1/2564 จำนวน 3,453 คน ในจำนวนนี้พบว่านักเรียนยังคงศึกษาที่โรงเรียนเดิมจำนวน 2,110 คน และจำนวน 1,300 คน ที่ย้ายไปยังโรงเรียนใหม่ และพบนักเรียนที่ไม่ศึกษาต่อจำนวน 106 คน  ขณะที่สถานศึกษาสังกัด บช.ตชด. มีนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อที่จะศึกษาต่อจำนวน 4,025 คน โดยเรียนในโรงเรียนเดิม 2,383 คน และย้ายไปเรียนโรงเรียนใหม่ 1,637 คน ขณะที่นักเรียน 111 คน ไม่ได้เรียนต่อ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากต้องไปทำงาน/ ผู้ปกครองไม่ให้ศึกษาต่อ/ ช่วยผู้ปกครองทำงานหารายได้ ไม่มีค่าธรรมเนียมค่าเล่าเรียน มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ไม่มีค่าเดินทาง ส่วนนี้จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และหวังว่าหากสถานศึกษานำข้อมูลนี้ไปใช้จะช่วยทำให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที เพื่อหาทางป้องกันนักเรียนหลุดออกนอกระบบ    สามารถดาวน์โหลดข้อมูลดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์การคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาค สังกัด อปท. dla.thaieduforall.org  และสังกัด บช.ตชด. bpp.thaieduforall.org” ดร.ไกรยส กล่าว    

นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า การดำเนินงานปีการศึกษา 2564 ได้กำหนดแนวทางจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ในสถานศึกษาสังกัด อปท.ให้มีประสิทธิภาพ เน้นสร้างความเข้าใจกระบวนการแนวทางการคัดกรองความขาดแคลนทุนทรัพย์การใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลนักเรียน ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อชี้เป้า เน้นพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและครูผู้ปกครอง ผ่านระบบการอบรมออนไลน์ จึงอยากขอความร่วมมือทุกท่าน ช่วยค้นหาและคัดกรองนักเรียนยากจน กำกับติดตามให้สถานศึกษาดำเนินการตามแนวทางของ กสศ. ตามกำหนดระยะเวลาหรือปฏิทินการดำเนินงาน

ด้าน พล.ต.ต.พันธุ์พงษ์ สุขศิริมัช รอง ผบช.ตชด. กล่าวกำชับ ผู้บังคับบัญชากองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 16 แห่ง และ ครูใหญ่ บุคลากรทางการศึกษา ให้วางแนวทางความช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มรอยต่อให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในช่วงเปิดภาคเรียน 1/2564 ได้ทันเวลา  และในปีการศึกษา 2564 บช.ตชด. และ กสศ.มีแผนการดำเนินงาน คือ1.พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคลสังกัด บช.ตชด.ในระดับพื้นที่และระดับส่วนกลาง เพื่อใช้สนับสนุนวางแผนงาน 2.ตรวจสอบข้อมูลนักเรียนรายบุคคล และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการ 3.พัฒนาศักยภาพกลไกและหน่วยกำกับติดตาม เพื่อส่งเสริมกระบวนการ ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลผ่านช่องทางการอบรมออนไลน์ และ4.พัฒนาช่องทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุน

ศธ.เตรียมปรับตัวชี้วัด-ประเมินผลนักเรียน รองรับสถานการณ์โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583587

ศธ.เตรียมปรับตัวชี้วัด-ประเมินผลนักเรียน รองรับสถานการณ์โควิด

ศธ.เตรียมปรับตัวชี้วัด-ประเมินผลนักเรียน รองรับสถานการณ์โควิด

วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 16.23 น.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลัก เพื่อหามาตรการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า ถึงแม้ ศธ. จะเตรียมแบบการเรียนรู้ไว้ 5 รูปแบบ คือ On-site , On-air , On-demand , Online และ On-hand แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถทำให้เด็กได้ความรู้อย่างเต็มที่เหมือนกับเรียนในสถานการณ์ปกติ ที่ประชุมจึงมีข้อสรุปว่าจะปรับตัวชี้วัดและการประเมินผลนักเรียนใหม่ โดยจะปรับตัวชี้วัดต้องรู้ ควรจะรู้ และน่าจะรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ให้เหลือแค่ตัวชี้วัดต้องรู้เท่านั้น โดยให้โรงเรียนแต่ละพื้นที่บริหารจัดการเองส่าอะไรที่เด็กต้องรู้ และให้พูดคุยทำความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครองด้วยว่าแค่ไหนที่จำเป็นต้องรู้ในสถานการขณะนี้

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน หรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ทัศนศึกษา การเข้าค่ายลูกเลือก็ให้ยกเลิกทั้งหมด นอกจากนี้ ขอให้ครูให้การบ้านเด็กน้อยลง โดยขอให้โรงเรียนและครูมาหารือร่วมกันว่าใน 1 สัปดาห์ เด็กควรจะได้การบ้านมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เพื่อให้ผู้เรียนไม่เกิดความเครียด สำหรับการเรียนออนไลน์ก็ให้ยืดหยุ่นเรื่องเวลาเรียนด้วย โดยให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น โดยเน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติและลดการสอนเนื้อหาวิชาการลง เำื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน

“ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ศธ.จะออกแนวปฏิบัติเรื่องการวัดและประเมินผลที่เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปปรับใช้ตามบริบทของพื้นที่ โดยสถานศึกษาจะเป็นผู้คัดเลือกว่าสิ่งไหนจำเป็น สิ่งไหนเด็กควรรู้” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า เมื่อการประเมินและปรับตัวชี้วัดนักเรียนใหม่แล้ว การวัดและประเมินผลครู ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับไปในทิศทางเดียวกันด้วย ตนได้มอบหมายให้ นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไปปรับการวัดและประเมินครูใหม่ รวมทั้งปรับระบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับนักศึกษา ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ด้วย เพราะปัจจุบันนักศึกษาเหล่านี้ไม่สามารถฝึกปฏิบัติการสอนในโรงเรียนได้ โดยอาจจะปรับแก้หลักเกณฑ์ให้นักศึกษาเข้ามาช่วยสอนนักเรียนในชุมชนแทน เป็นต้น ซึ่งทาง ก.ค.ศ.จะหารือกับ สภาคณบดีคณะ ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ทปคศ.) และคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ต่อไป

‘ตรีนุช’ ย้ำ สพฐ.หากหลักฐานชัดวิศวกรเรียกรับเงินจริง โทษให้ออกพ้นราชการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583498

'ตรีนุช'ย้ำ สพฐ.หากหลักฐานชัดวิศวกรเรียกรับเงินจริง โทษให้ออกพ้นราชการ

‘ตรีนุช’ย้ำ สพฐ.หากหลักฐานชัดวิศวกรเรียกรับเงินจริง โทษให้ออกพ้นราชการ

วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 12.07 น.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีมนว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึง กรณีตำรวจจากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ซ้อนแผนจับกุม นายพิษณุ อายุ 58 ปี วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ระดับซี 9 สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พร้อมของกลางธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท 120 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1.2 แสนบาท เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้าง ที่รับงานก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางเขน กทม.มูลค่าโครงการ 28 ล้านบาท ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นคณะกรรมการตรวจรับงานในโครงการดังกล่าวมีการเรียกรับเงินจากผู้รับเหมาเพื่อเป็นค่าดูแลอำนวยความสะดวก เดือนละ 5 หมื่นบาท และถูกจับได้นั้น ตนได้รับรายงานเรื่องนี้จาก นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แล้ว จึงเน้นย้ำไปว่าถ้าปรากฎหลักฐานการทำผิดชัดเจนและเป็นที่ประจักษ์ จะต้องให้ออกจากราชการ พร้อมกับเน้นย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างต้องทำตามระเบียบและกฎหมาย หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดทันที ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับ’วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ สพฐ.’เรียกรับเงิน 1.2 แสน ซ้ำเติมผู้รับเหมาช่วงโควิด

ศธ.เล็งถกรีไฟแนนซ์- ลดดอกเบี้ย แก้ ‘หนี้ครู’ พบยอดกว่า 1.4 ล้านล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583495

ศธ.เล็งถกรีไฟแนนซ์-ลดดอกเบี้ย แก้‘หนี้ครู’ พบยอดกว่า 1.4 ล้านล้านบาท

ศธ.เล็งถกรีไฟแนนซ์-ลดดอกเบี้ย แก้‘หนี้ครู’ พบยอดกว่า 1.4 ล้านล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 11.58 น.

ศธ.เล็งถกรีไฟแนนซ์-ลดดอกเบี้ย แก้‘หนี้ครู’ พบยอดกว่า 1.4 ล้านล้านบาท

28 มิถุนายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีc]tรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้ามาดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูโดยเฉพาะ โดยให้ไปวางแผนรูปแบบวิธีแก้ปัญหาว่ามีกี่วิธี โดยนายสุพัฒนพงษ์ได้จัดทำวิธีแก้ปัญหาหนี้ครูมาแล้ว เบื้องต้นมี 4-5 รูปแบบ ซึ่ง ศธ.ต้องมาดูว่ารูปแบบที่วางแผนไว้มีความซับซ้อนอยู่หรือไม่ และสามารถขับเคลื่อนได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องดังกล่าวต้องหารือกับทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ขณะนี้ ศธ. กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาบรูณาการร่วมกัน โดยตนมอบหมายให้ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารมว.ศธ. หารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหา โดยนำรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ครูที่มีอยู่มากาง และวิเคราะห์ว่าแนวทางไหนเหมาะสมและเป็นไปได้มากที่สุด หรือจะมีแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยเหลือครูได้หรือไม่ เรื่องหนี้ครู เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบก่อนออกข้อสรุป หรือมาตรการช่วยเหลือออกมา

“ปัจจุบันพบว่าครูและบุคลากรทางการศึกษามีหนี้กว่า 1.4 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ธนาคารออมสิน และสถาบันการเงินอื่นๆ เบื้องต้นมีเป้าหมายว่าอยากจะลดดอกเบี้ยครูให้ได้ โดยเฉพาะครูที่เป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เพราะมีจำนวนมากที่สุด โดยอาจเจรจากับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ว่า จะมีแนวทางลดดอกเบี้ยให้ครูได้หรือไม่ เพราะครูถือเป็นลูกหนี้ชั้นดี และเป็นอาชีพที่เป็นหลักประกันชั้นดี แต่ยังต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูง และแต่ละจังหวัดคิดดอกเบี้ยไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องเจรจากับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่างๆ เพื่อหาแนวทางลดดอกเบี้ยให้ครู เบื้องต้นทราบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบางแห่งไปกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์มาปล่อยกู้ให้ครูกู้อีกทีหนึ่ง ซึ่งทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้องเก็บดอกเบี้ยสูง คณะทำงานจะนำแผนที่รองนายกฯทำมา เพื่อพิจารณาให้ตกผลึกก่อน อาจจะหาทางช่วยด้วยการรีไฟแนนซ์หนี้ครูเป็นก้อนเดียวกันไว้กับธนาคารของรัฐ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

เจ๋งมาก! ทีม SPOROS ‘อัสสัมชัญ’ คว้าอันดับ 3 ของโลก การแข่งขัน USA CANSAT 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583484

เจ๋งมาก! ทีมSPOROS 'อัสสัมชัญ' คว้าอันดับ3 ของโลก การแข่งขันUSA CANSAT 2021

เจ๋งมาก! ทีมSPOROS ‘อัสสัมชัญ’ คว้าอันดับ3 ของโลก การแข่งขันUSA CANSAT 2021

วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 11.07 น.

ทีม SPOROS โรงเรียนอัสสัมชัญ คว้าอันดับที่ 3 ของโลก จากการแข่งขัน USA CANSAT 2021

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ทีม SPOROS โรงเรียนอัสสัมชัญ ได้รับรางวัลอันดับที่ 3 จากการแข่งขัน USA CanSat Competition 2021 หรือ  การแข่งขันการประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก (Cansat) ระดับโลก  โดยการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการแข่งขันระบบลีคของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีทีมมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศ โดยจะคัดเลือกทีมนับร้อยทีมจากทั่วทุกมุมโลก ให้เหลือเพียง 48 ทีม เพื่อเข้ารอบสุดท้ายผ่านเข้าสู่รอบภารกิจสุดหิน  ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ทีมที่ผ่านการคัดเลือกไม่สามารถเดินทางไปแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาได้ จึงแข่งขันในระบบออนไลน์  ก่อนจะเก็บคะแนนหาผู้ชนะตามลำดับต่อไป สำหรับภารกิจในการแข่งขันปีนี้ คือ Autorotating Science Payload Relay Mission ซึ่งโรงเรียนอัสสัมชัญ ส่งแข่งในนามทีม SPOROS จากประเทศไทย นับว่าเป็นทีมระดับมัธยมเพียงทีมเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยการแข่งขัน แบ่งออกเป็น รอบคัดเลือกทีมจากทั่วโลก ผ่านเข้าสู่รอบต่างๆ ประกอบด้วย

รอบแรก : PDR (Preliminary Design Review) การนำเสนอการออกแบบเบื้องต้น

รอบที่ 2 : CDR (Critical Design Review) การนำการออกแบบเบื้องต้นมาปรับปรุง

รอบที่ 3 : Environment Test การปฏิบัติภารกิจตามเงื่อนไขที่กำหนด

รอบที่ 4 : Demonstration โดยรอบสุดท้ายนี้ เป็นการ Live สด ให้กับคณะกรรมการตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับการแข่งขัน Cansat คือ การแข่งขันดาวเทียมขนาดเล็กเท่าขนาดกระป๋องเครื่องดื่ม ที่จำลองการทำงานเหมือนดาวเทียมจริง โดยติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งกติกาการแข่งขัน จะให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ปฏิบัติภารกิจที่ตั้งไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้้เป็นการแข่งขันระบบลีคของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะคัดเลือก 48 ทีม เพื่อเข้ารอบสุดท้าย ในระบบออนไลน์ (เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ทีมที่ผ่านการคัดเลือกไม่สามารถเดินทางไปแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาได้) ก่อนจะเก็บคะแนนหาผู้ชนะตามลำดับต่อไป   ซึ่งผลการแข่งขัน USA CANSAT 2021 ปรากฏว่า 

ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Garuda จาก Netaji Subhas University of Technology ประเทศอินเดีย

อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม GAGAN จาก Netaji Subhas University Of Technology ประเทศอินเดีย

อันดับที่ 3 ได้แก่ ทีม SPOROS จาก โรงเรียนอัสสัมชัญ ประเทศไทย

อันดับที่ 4 ได้แก่ Team grizu-263 จาก Zonguldak Bülent Ecevit University, Turkey

อันดับที่ 5 ได้แก่ Team Spinister จาก University of Alabama in Huntsville, USA

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทีม SPOROS โรงเรียนอัสสัมชัญ ประกอบด้วย

1. พชรพล สุจินดาวัฒน์ ชั้น ม.6/2 แผนการเรียนวิทย์-วิศวกรรมศาสตร์

2. วริศนันตร์ รัตนาชัยพงษ์ ชั้น ม.6/2 แผนการเรียนวิทย์-วิศวกรรมศาสตร์

3. ปภพ เลขาปัญญพร ชั้น ม.6/2 แผนการเรียนวิทย์-วิศวกรรมศาสตร์

4. ธัญพิสิษฐ์ กังเสถียร ชั้น ม.6/2 แผนการเรียนวิทย์-วิศวกรรมศาสตร์

5. สิระวุฒิ ชาญถาวรกิจ ชั้น ม.6/3 แผนการเรียนวิทย์-วิศวกรรมศาสตร์

มีครูที่ปรึกษา 2 ท่าน ได้แก่ มาสเตอร์พชร ภูมิประเทศ มาสเตอร์ณัฐกิตติ์ ขวัญกิจพิศาล พร้อมด้วย อาจารย์ที่ปรึกษา ได้แก่ รศ.ดร.อศิ บุญจิตราดุลย์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.พีระเมศร์ โชติกวีกิจญาดา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

โดยมีรุ่นพี่ศิษย์เก่าให้คำแนะนำจากรุ่นพี่อัสสัมชนิก ประกอบด้วย ณัฐเมศร์ ศรีปรัชญานันท์, วิวรรษธร ฐิตสิริวิทย์, ภวัต งามดีวิไลศักดิ์ เป็นต้น

‘มข.’ อบรมหัตถกรรมไม้ไผ่ผู้สูงอายุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583333

‘มข.’อบรมหัตถกรรมไม้ไผ่ผู้สูงอายุ

‘มข.’อบรมหัตถกรรมไม้ไผ่ผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จัดโครงการฝึกอบรม “หัตถกรรมไม้ไผ่ร่วมสมัยกลุ่มวิสาหกิจผู้สูงอายุ”ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ หรือโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2T) ณ ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยมีผศ.มัลลิกา ศรีสุธรรม และ อ.ดร.พรทิพย์โพนตุแสง เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่โครงการตำบลขัวเรียง พร้อมคณะทำงาน

โดยงานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นางสุภาวดี ศรีสุขวัฒน์ นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีเปิด และนายกัมปนาถ ถาวงษ์กลาง ปลัดอำเภอชุมแพ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการฝึกอบรม ซึ่งการฝึกอบรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับงานหัตกรรมจักสานของกลุ่มวิสาหกิจผู้สูงอายุทั้งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่ให้มีความน่าสนใจ ทันสมัยและลงตัวด้วยความมีเอกลักษณ์ของชุมชน ของต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ โดยมีวิทยากร คือ คุณนพมาศคดอุย ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและการออกแบบหัตถกรรมร่วมสมัย

https://www.naewna.com/local/583333