‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร – พัดยศ – ผ้าไตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576983

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตร

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตร

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 20.01 น.

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตร

ถวายพระวชิรญาณโกศลและพระราชวชิรญาณโสภณ โกศลภาวนากิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี  

31 พฤษภาคม 2564  เวลา 13.00 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก จอม  รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ไปถวายแด่พระวชิรญาณโกศล ณ วัดป่าธรรมคีรี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในวันเดียวกันนี้  เวลา  15.00  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก จอม  รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ไปถวายแด่ พระราชวชิรญาณโสภณ โกศลภาวนากิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี   ณ วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
 

โพลชี้พ่อแม่ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดเรียน ย้ำสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการก่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576922

โพลชี้พ่อแม่ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดเรียน ย้ำสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการก่อน

โพลชี้พ่อแม่ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดเรียน ย้ำสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการก่อน

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 18.02 น.

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจอนามัยโพลประเด็น “เห็นด้วยที่จะเปิดเรียนหรือไม่” พบว่า ภาพรวมประเทศเห็นด้วย ร้อยละ 40.5 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 54.8 เมื่อแบ่ง ออกเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางไม่รวมกรุงเทพมหานคร เห็นด้วยร้อยละ 33.1 ไม่เห็นด้วยร้อยละ 62.1 , ภาคใต้ เห็นด้วยร้อยละ 30.2 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 65.9 , ภาคเหนือ เห็นด้วย ร้อยละ 45.1 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 49.9 และภาคอีสาน เห็นด้วย ร้อยละ 66.2 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 29.6
โดยเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยในการเปิดเรียนมากที่สุด ในทุกพื้นที่ยกเว้นภาคอีสานคือ เนื่องจากยังพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม ส่วนภาคอีสานจัดอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดต่ำและเป็นพื้นที่เดียวที่ผลสำรวจพบว่า เห็นด้วยที่จะให้เปิดเรียนสูงถึงร้อยละ 66.2 ซึ่งเหตุผลหลักคือ เพื่อให้เด็กได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหตุผลของผู้ไม่เห็นด้วยในการเปิดเรียนในภาพรวมของประเทศพบว่าร้อยละ 15.3ต้องการให้ครูและนักเรียนได้รับการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม ขณะที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดหนักในตอนนี้ต้องการให้ครูและนักเรียนได้รับการฉีดวัคซีน ร้อยละ 17.11 ภาคกลางร้อยละ14.28 ภาคใต้ร้อยละ 28.43 ภาคเหนือ ร้อยละ 23.75 และภาคอีสาน ร้อยละ 9.28

ดังนั้น การที่ประชาชนมองว่าควรพิจารณาการฉีดวัคซีนสำหรับบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนก่อน จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเปิดเรียนตามปกติ และการพิจารณาเปิดเรียนจึงควรกระจายอำนาจให้จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ร่วมกับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้พิจารณา โดยคำนึงถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในสถานศึกษาที่กรมอนามัยได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และภาคีเครือข่ายจัดทำขึ้น พร้อมทั้งผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาผ่าน Thai Stop COVID plus การเตรียมความพร้อมและแผนเผชิญเหตุของโรงเรียน ความร่วมมือของชุมชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ ตลอดจนการลดการเคลื่อนไหวหรือเดินทางของนักเรียนหรือผู้เกี่ยวข้องที่มาจากพื้นที่หรือสถานที่ที่เกิดการระบาด

“สถานศึกษาทุกแห่งขอให้ปฏิบัติตามมาตรการก่อนเปิดภาคเรียนอย่างเคร่งครัดด้วยการประเมินตนเอง ผ่านระบบ Thai Stop COVID plus ซึ่งจากข้อมูลระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 27 พฤษภาคม 2564 พบว่ามีการประเมินตนเองแล้ว 38,264 แห่ง คิดเป็นร้อยละ98.3 ส่วนนักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากร และผู้ปกครอง ประเมินความเสี่ยงผ่านระบบ “ไทยเซฟไทย” และสำหรับสถานศึกษาให้จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา 44 ข้อ ใน 6 มิติ ได้แก่ 1)ความปลอดภัยจากการลดแพร่เชื้อโรค 2) การเรียนรู้ 3) การครอบคลุมเด็กด้อยโอกาส 4) สวัสดิภาพและการคุ้มครอง 5) นโยบาย และ 6) การบริหารและการเงิน”อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุ

‘ค.ร.อ.ท.’ บุกศธ. ร้อง ‘ตรีนุช’ ช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาเพื่อคืนความถูกต้องให้อาชีวะฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576921

‘ค.ร.อ.ท.’ บุกศธ. ร้อง ‘ตรีนุช’ ช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาเพื่อคืนความถูกต้องให้อาชีวะฯ

‘ค.ร.อ.ท.’ บุกศธ. ร้อง ‘ตรีนุช’ ช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาเพื่อคืนความถูกต้องให้อาชีวะฯ

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.59 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย (ค.ร.อ.ท.) และคณะ เดินทางยื่นหนังสือ เรื่อง ขอเสนอแนวทางการพัฒนาและแก้ปัญหาภายในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต่อ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกาะทรวงศึกษาธิกาน(รมว.ศธ.)

โดยนายเศรษฐศิษฏ์ กล่าวว่า สมาชิก ค.ร.อ.ท. ได้รวบรวมปัญหาที่ทำให้อาชีวะติดหล่มในการพัฒนาและประเด็นที่อาจจะสร้างความเสื่อมเสียต่อชื้อเสียงของอาชีวศึกษาในภาพรวมของประเทศ จึงได้รวบรวมสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารอาชีวศึกษา ใน 4 ประเด็น ดังนี้ 1. การขาดแคลนอัตรากำลังครูอาชีวะ โดยข้อมูลปัจจุบันพบว่า สอศ.มีข้าราชการ 13,695 คน ลูกจ้างประจำ 1,056 คน พนักงานราชการ 4,887 คน ลูกจ้างชั่วคราง 22,931 คน ซึ่ง ค.ร.อ.ท.พบประเด็นปัญหาคือ ความไม่เพียงพอของราชการครูอาชีวะ และความไม่มั่นคงทางอาชีพของครูอัตราจ้าง ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนของผู้เรียนอาชีวะ จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.หาทางสนับสนุนเพิ่มอัตรากำลังข้าราชครูอาชีวะให้พอเพียงตามกรอบอัตรากำลัง เพื่อสร้างคุณภาพ และสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนอาชีวะและผู้ปกครอง 

นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าวต่อว่า  2.การจัดสอบครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษของ สอศ. จากที่ สอศ.ได้จัดสอบบรรจุผู้ช่วยกรณีพิเศษ จำนวน 1,942 อัตรา แต่มีผู้สอบผ่านและได้เรียกบรรจุเพียง 1,168 อัตรา ยังคงขาด 778 อัตรา จึงอยากให้ สอศ.ดำเนินการจัดสอบครั้งที่ 2 โดยให้สิทธิแก่บุคลากรภายในได้มีโอกาสสอบอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรต่อไป  3.การพัฒนาสถานศึกษาให้มีความเท่าเทียม โดยเฉพาะด้านงบประมาณ ซึ่งสถานศึกษาแต่ละแห่งจะได้รับงบประมาณจาก สอศ.ตามจำนวนผู้เรียน โดยสถานศึกษาขนาดใหญ่มีผู้เรียนมาก ก็จะได้รับงบฯมาก แต่สถานศึกษาขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีผู้เรียนน้อยก็ได้รับงบน้อยตามไปด้วย จึงเกิดปัญหาและสร้างความลำบากในการพัฒนาผู้เรียน จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาสนับสนุนงบเพิ่มเติมให้กับสถานศึกษาให้สามารถมีงบพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างเพียงพอด้วย

“และ 4.กรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) กล่าวหาผู้บริหารระดับสูงของ สอศ. ดำเนินการโดยไม่ชอบในการใช้จ่ายงบประมาณผิดประเภท และอาจจะมีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมุ่งประเด็นกล่าวหาว่า สอศ.ได้ทำการเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่ได้รับจากสำนักงบประมาณ มาเปลี่ยนเป็นงบรายจ่ายอื่น คือ ค่าใช้จ่ายโครงการจ้างปรับปรุงระบบสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาและพัฒนาอาชีพพร้อมระบบห้องเรียนอัจริยะ 77 จังหวัด รวมสถานศึกษาได้รับการจัดสรรงบครั้งนี้จำนวน 136 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมา ค.ร.อ.ท. ได้ทำหนังสือติดตามข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว  แต่ไม่ได้รับความคืบหน้า จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ติดตามประเด็นข้อร้องเรียนดังกล่าว เพื่อเรียกคืนความถูกต้องและชื่อเสียงของอาชีวศึกษา” นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าว

กลุ่มผู้ปกครองร้อง ‘ตรีนุช’ ร.ร. นานาชาติย่านฝั่งธนฯ ขึ้นค่าธรรมเนียมทั่วไป ไม่สนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576908

กลุ่มผู้ปกครองร้อง ‘ตรีนุช’ ร.ร.นานาชาติย่านฝั่งธนฯ  ขึ้นค่าธรรมเนียมทั่วไป ไม่สนโควิด

กลุ่มผู้ปกครองร้อง ‘ตรีนุช’ ร.ร.นานาชาติย่านฝั่งธนฯ ขึ้นค่าธรรมเนียมทั่วไป ไม่สนโควิด

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.11 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติย่าน กัลปพฤกษ์ นำโดยนายเนธิรินทร์ เตชาวัฒน์ ตัวแทนผู้ปกครอง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน เรื่อง การขึ้นค่าธรรมเนียมทั่วไป ที่ถูกปรับจาก 30,000 บาท เป็น 60,000 บาท ต่อ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. 
นายเนธิรินทร์ กล่าวว่า หลังจากที่โรงเรียนได้แจ้งให้ผู้ปกครองทราบเรื่องค่าเทอมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆสำหรับปีการศึกษา 2564-2565 โดยค่าธรรมเนียมทั่วไป (General Fee) ได้ถูกปรับขึ้นจากจำนวน 30,000 บาท เป็น 60,000-75,000 บาท ซึ่งผู้ปกครองมีความประสงค์อยากให้โรงเรียนพิจารณาทบทวนค่าใช้จ่าย โดยทางผู้ปกครองเห็นตรงกันว่า จะจ่ายค่าธรรมเนียมทั่วไปที่จำนวน 30,000 บาท ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1.ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาา 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มผู้ปกครอง 2.จากสถานการณ์โควิด-19  ทำให้การเรียนการสอนต้องปรับจากการเรียนปกติ เป็นเรียนทางออนไลน์ ทำให้ผู้ปกครองรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เช่น ค่าอาหาร ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์การเรียน เป็นต้น ที่สำคัญการเรียนออนไลน์ทำให้นักเรียนขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครู อาจจะทำให้นักเรียนเกิดภาวะเครียด กดดัน 

“ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเพิ่มนั้น โรงเรียนชี้แจงว่าจะนำไปปรับปรุงพัฒนาโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ 70-80% เป็นการปรับปรุงในส่วนของนักเรียนระดับอนุบาล เช่น ห้องน้ำ ห้องเรียน สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นต่าง ๆที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มผู้ปกครองเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักเรียนอนุบาลมากกว่า ขณะเดียวกันโรงเรียนได้นำค่าใช้จ่ายนั้นมาเฉลี่ยให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมต้น และมัธยมปลาย อย่างไม่เหมาะสม และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ขณะนี้ยังยากต่อการควบคุม ดังนั้น การกลับมาเรียนในโรงเรียนแบบปกติ จึงมีความเป็นไปได้ยาก ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา  จึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่โรงเรียนจะขึ้นค่าธรรมเนียมทั่วไป” นายเนธิรินทร์ กล่าว 

ด้าน น.ส.ตรีนุช ได้รับเรื่องร้องเรียนและรับฟังปัญหาเบื้องต้นจากผู้ปกครอง  จากนั้นก็ได้มอบให้ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. ซึ่งดูแลรับผิดชอบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้ช่วยไปตรวจสอบต่อไป

‘ตรีนุช’ แจง ศธ. ถูกหั่นงบ ยืนยันไม่กระทบต่อการพัฒนาการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576898

'ตรีนุช'แจง ศธ. ถูกหั่นงบ ยืนยันไม่กระทบต่อการพัฒนาการศึกษา

‘ตรีนุช’แจง ศธ. ถูกหั่นงบ ยืนยันไม่กระทบต่อการพัฒนาการศึกษา

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.51 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 จากกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ เสนอตั้งงบฯไป  จำนวน 332,398 ล้านบาท และถูกปรับลดลง จำนวน 26,524 ล้านบาท คิดเป็น 5.5%  เหลืองบ จำนวน 305,874 ล้านบาท จึงกล่าวหาว่ารัฐบาลจัดงบขาดสามัญสำนึก ไม่อาจรับงบฯปี65ได้ ขอให้รัฐบาลชุดนี้ลาออกนั้น

ด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า งบฯที่ถูกปรับลดลงเป็นงบฯในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกษียณราชการไปตามวาระ ซึ่งเป็นผู้ที่มีเงินเดือนสูง และงบเงินอุดหนุนรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของนักเรียน  เนื่องจากปัจจุบันจำนวนนักเรียนลดลงเพราะเด็กเกิดน้อยลง โดย รัฐบาลไม่ได้ปรับในส่วนที่จะนำมาพัฒนาการศึกษาเลย ยืนยันว่าการปรับลดงบฯส่วนดังกล่าวไม่กระทบต่อการจัดการศึกษาแน่นอน  

‘สมศักดิ์-อิสสรีย์’ เข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประธาน-ผู้ตรวจการแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576867

'สมศักดิ์-อิสสรีย์'เข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประธาน-ผู้ตรวจการแผ่นดิน

‘สมศักดิ์-อิสสรีย์’เข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประธาน-ผู้ตรวจการแผ่นดิน

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 15.53 น.

 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และแต่งตั้งให้รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย  ประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2564 ทั้งนี้ เป็นการโปรดเกล้าฯ แทนการดำรงตำแหน่งของพลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ที่พ้นจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้

วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้จัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งรองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งในพิธี พันตำรวจโทกีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เชิญพระบรมราชโองการวางหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อ่านประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จากนั้นนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดกรวยดอกไม้ถวายราชสักการะ และถวายบังคมต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมรองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน

สำหรับประวัติของนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2498 ปัจจุบันอายุ 66 ปี จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต(รัฐประศาสนศาสตร์) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาหลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน (ปรม.) รุ่นที่ 2 จากสถาบันพระปกเกล้า, หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 48 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร โดยเริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์งานบุคคล 3 สำนักงาน ก.พ. และดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง นายอำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น นายอำเภอลอง จังหวัดแพร่ นายอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา นายอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง กระทั่งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองอธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ต่อมาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ส่วนรองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินคนล่าสุด เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2497 ปัจจุบันอายุ 67 ปี จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (เครื่องกล) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตและวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต (เครื่องกล) มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา โดยทุนรัฐบาล เริ่มรับราชการครั้งแรกตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 5 ในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ต่อมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล, รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา, ผู้จัดการโครงการเงินกู้ธนาคารโลก, ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และผู้ช่วยอธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จนกระทั่งในปี 2548 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และในปีเดียวกันได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ จวบจนเกษียณอายุราชการ และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมาเช่นกัน

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนล่าสุด ได้เน้นย้ำถึงหลักการทำงานเพื่อประชาชนว่า “ผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำงานด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ โดยมีความพึงพอใจของประชาชน เป็นเป้าหมายสูงสุดในการทำงาน
 

โปรดทราบ! ศธ.ประกาศแล้ว แนวปฏิบัติเก็บ ‘ค่าเทอม’ ลดภาระยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576780

โปรดทราบ!ศธ.ประกาศแล้ว แนวปฏิบัติเก็บ‘ค่าเทอม’ลดภาระยุคโควิด

โปรดทราบ!ศธ.ประกาศแล้ว แนวปฏิบัติเก็บ‘ค่าเทอม’ลดภาระยุคโควิด

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 11.58 น.

โปรดทราบ!ศธ.ประกาศแล้ว แนวปฏิบัติเก็บ‘ค่าเทอม’ลดภาระยุคโควิด

31 พฤษภาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ปกครองร้องเรียนเรื่องการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่น ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ของสถานศึกษา เข้ามาที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จำนวนมากนั้น ตนได้รับทราบปัญหาและมีนโยบายให้ต้นสังกัดของโรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัด และในกำกับของ ศธ.ไปดำเนินการแก้ไขปัญหา และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามในประกาศ ศธ. เรื่องแนวปฏิบัติการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นไปแล้ว 

ในประกาศดังกล่าว ระบุว่า อนุสนธิประกาศ ศธ. เรื่องการเลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) และให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของ ศธ.จัดการเรียนการสอนเฉพาะรูปแบบการจัดการศึกษาทางไกล โดยบางโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่มีความพร้อมและประสงค์จะจัดการศึกษาในรูปแบบ On Site หรือ เรียนที่โรงเรียนได้จะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมของระบบ Thai StopCOVID Plus (TSC+) และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน นั้น

ด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนดังกล่าว ประกอบกับมีโรงเรียนหรือสถานศึกษาบางแห่งได้มีการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นจากผู้ปกครอง ดังนั้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองในสถานการณ์ปัจจุบัน ศธ.กำหนดแนวปฏิบัติการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่น ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัด หรือในกำกับของ ศธ.ถือปฏิบัติ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวปฏิบัติการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่น ที่ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับของ ศธ. ถือปฏิบัติ มีดังนี้

1. ในกรณีที่ได้มีการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียม การเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นไปแล้ว ให้คืนเงินบำรุงการศึกษาหรือค่าธรรมเนียมดังกล่าว ในส่วนที่ไม่ได้ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นในระหว่างที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

2. ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่น เพื่อใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน อาจพิจารณาผ่อนผันหรือขยายระยะเวลาการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา หรือ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวตามความเหมาะสมเป็นกรณีไป 

3. พิจารณาให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวตามความจำเป็นเหมาะสม 

4.ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือที่กำกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา แจ้งเวียนไปยังสถานศึกษาในสังกัด หรือ ในกำกับให้ปฏิบัติตามประกาศนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงนำคณะสงฆ์ สวดมนต์ถวายพระราชกุศลแด่ ‘พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576694

'สมเด็จพระสังฆราช'ทรงนำคณะสงฆ์ สวดมนต์ถวายพระราชกุศลแด่'พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว'

‘สมเด็จพระสังฆราช’ทรงนำคณะสงฆ์ สวดมนต์ถวายพระราชกุศลแด่’พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว’

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 21.14 น.

“สมเด็จพระสังฆราช”ทรงนำคณะสงฆ์ สวดมนต์ถวายพระราชกุศลแด่”พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” เนื่องในวาระคล้ายวันสวรรคตเป็นปีที่ 80

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2564 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารา ทรงนำคณะสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเย็น สวดพระพุทธมนต์ และเจริญจิตภาวนาถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวาระคล้ายวันสวรรคตเป็นปีที่ 80

การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช โปรดให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สวด “สิราธิปราชวรสฺส ปตฺติทานคาถา” พร้อมอ่านคำแปล ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แทนการสถาปนาวัดประจำรัชกาลที่ 7 ครั้นเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2484 และถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ สหราชอาณาจักรแล้ว สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ทรงเชิญพระบรมอัฐิคืนสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2492 เมื่อเสร็จการพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายพระบรมอัฐิ ณ พระบรมมหาราชวังแล้ว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารไว้ใต้พุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

คณะวัดราชบพิธ จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระอุปการคุณแห่งพระอาราม เป็นธรรมเนียมประจำในวันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี

‘ในหลวง’ ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโครเอเชีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576691

'ในหลวง'ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโครเอเชีย

‘ในหลวง’ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโครเอเชีย

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 20.56 น.

30 พฤษภาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโครเอเชีย ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐโครเอเชีย ซึ่งตรงกับวันที่ 30 พฤษภาคม 2564 ความว่า

ฯพณฯ นายซอรัน มีลาโนวิช ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโครเอเชีย กรุงซาเกร็บ ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐโครเอเชีย ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อพลานามัยที่สมบูรณ์และความสุขสวัสดิ์ของท่านประธานาธิบดี ทั้งเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประชาชนและความรุ่งเรืองไพบูลย์ของสาธารณรัฐโครเอเชีย

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความปรารถนาและความมุ่งมั่นตั้งใจร่วมกัน ประเทศของเรา ทั้งสองจะยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมืออันยังประโยชน์ระหว่างกันให้เพิ่มพูนงอกงามสืบไป
                       
(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ศธ.พบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 1 ราย เป็นพนักงานจ้างเหมาหมวดยานยนต์ สช. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576560

ศธ.พบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 1 ราย เป็นพนักงานจ้างเหมาหมวดยานยนต์ สช.

ศธ.พบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 1 ราย เป็นพนักงานจ้างเหมาหมวดยานยนต์ สช.

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 10.22 น.

ศธ.พบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 1 ราย เป็นพนักงานจ้างเหมาหมวดยานยนต์ สช.

30 พฤษภาคม 2564 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่ปฏิบัติงานใน ศธ. เพิ่ม 1 ราย คือ อัตราจ้างเหมาบริการ หมวดยานยนต์ สังกัด สช. (เพศชาย)

ไทม์ไลน์ ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดของ สช.

15 พ.ค.​ อยู่บ้าน

16 พ.ค.​ อยู่บ้าน

17 พ.ค.​ อยู่บ้าน (WFH)

18 พ.ค.​ อยู่บ้าน (WFH)

19 พ.ค. ไปทำงานที่​ สช.ไปรับท่านวิมลกะคุณปัทมาหน้าห้องนาย​ ที่สนามบินดอนเมือง

20 พ.ค. อยู่บ้าน (WFH)

21 พ.ค. อยู่บ้านเริ่มป่วย… ไม่สบาย

22 พ.ค. อยู่บ้าน

23 พ.ค. หาหมอที่โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4

24 พ.ค. ไปที่ทำงาน​ สช. ไปเซ็นชื่อ​และพบกับนายอนุรักษ์ เอาใบรับรองแพทย์ไปฝากให้พัสดุ

25 พ.ค. อยู่บ้าน

26 พ.ค. อยู่บ้าน

27 พ.ค. อยู่บ้าน

28 พ.ค. อยู่บ้าน

29 พ.ค. ไปโรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4​ หมอให้ X-Ray ปอดอีกรอบ เจอจุดขาวๆ และทำการตรวจพบเชื้อโควิด​ และได้นอนพักฟื้นกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4

สรุปสถานการณ์ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด19 ที่ทำงานใน ศธ. รวมทั้งสิ้น 35 ราย แยกเป็นเพศหญิง 24 ราย เพศชาย 11 ราย (เสียชีวิต 1 ราย ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 29 ราย) คือ

1. ข้าราชการ ศูนย์บริการประชาชน สป. 10/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

2. ผอ.กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 18/4/64 (เพศหญิง) เสียชีวิต

3. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สพฐ. 19/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

4. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

5. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

6. ข้าราชการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 22/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

7. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

8. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

9. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักอำนวยการ สพฐ. 22/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

10. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มโทรทัศน์ฯ OBEC Channel ห้องควบคุมห้องประชุมศูนย์ปฎิบัติการ สพฐ.5 ชั้น 9 ห้อง DOC สพฐ. 22/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

11. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

12. ข้าราชการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

13. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

14. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

15. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

16. อัตราจ้างเหมาบริการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 24/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

17. นิสิตฝึกงาน ที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. 24/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

18. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

19. เจ้าหน้าที่เงินทุนเลี้ยงชีพ กลุ่มงานเงินทุนเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

20. เจ้าหน้าที่สวัสดิการ กลุ่มงานสวัสดิการ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

21. เจ้าหน้าที่งานบุคคล กลุ่มงานบริหารสำนักงาน กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 25/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

22. พนักงานขับรถยนต์ จ้างเหมาบริการ สำนักงาน กศน. 26/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

23. ข้าราชการ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษา กลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. 28/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

24. พนักงานราชการ งานตรวจสอบ กลุ่มบริหารงานคลังและสินทรัพย์ สำนักอำนวยการ สป. 2/5/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

25. พนักงาน สำนักบริหารทรัพย์สิน สกสค. 5/5/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

26. นักวิชาการ กลุ่มส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 6/5/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

27. ข้าราชการ กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ สป. 9/5/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว

28. ลูกจ้างชั่วคราว สำนักบริหารทรัพย์สิน สกสค. (เพศชาย) 7/5/64 ออกจาก รพ.แล้ว

29. ลูกจ้างชั่วคราว สำนัก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. (เพศชาย) 9/5/64 ออกจาก รพ.แล้ว

30. แม่บ้าน ชั้น 9 อาคารรัชมังคลาภิเษก 2 สถาบันวิทยาลัยชุมชน (เพศหญิง) 11/5/64 ออกจาก รพ.แล้ว

31. ลูกจ้างชั่วคราว สำนัก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. กลุ่ม ช.พ.ค. (เพศหญิง) 22/5/64

32. พนักงาน กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สพฐ. (เพศหญิง) 23/5/64

33. พนักงาน กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สพฐ. (เพศหญิง) 26/5/64

34. พนักงาน กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สพฐ. (เพศชาย) 26/5/64

35. อัตราจ้างเหมาบริการ หมวดยานยนต์ สังกัด สช. (เพศชาย

แยกเป็นสังกัด (ตามพื้นที่ที่ทำงาน)

สช. 9 ราย

สป. 4 ราย

สพฐ. 6 ราย

กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 9 ราย

สำนักงาน กศน. 1 ราย

สกสค. 4 ราย

คุรุสภา 1 ราย

สถาบันวิทยาลัยชุมชน 1 ราย