โพลเปิดผลสำรวจระดับความเสี่ยง ‘คุกคามทางเพศ’ 6 สถานที่ในสถานศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576544

โพลเปิดผลสำรวจระดับความเสี่ยง‘คุกคามทางเพศ’ 6 สถานที่ในสถานศึกษา

โพลเปิดผลสำรวจระดับความเสี่ยง‘คุกคามทางเพศ’ 6 สถานที่ในสถานศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 08.05 น.

โพลเปิดผลสำรวจระดับความเสี่ยง‘คุกคามทางเพศ’ 6 สถานที่ในสถานศึกษา

30 พฤษภาคม 2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ ศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การคุกคามทางเพศในสถานศึกษา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-26 พฤษภาคม 2564 จากนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 15-25 ปี กระจายทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,308 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศในสถานศึกษา การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

เมื่อถามถึงความเสี่ยงจากการถูกคุกคามทางเพศในโรงเรียน หรือ ระหว่างการเดินทางไป – กลับโรงเรียนของนักเรียน พบว่า ร้อยละ 13.00 ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยงเลย , ร้อยละ 15.75 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเสี่ยง , ร้อยละ 55.12 ระบุว่า ค่อนข้างมีความเสี่ยง และร้อยละ 16.13 ระบุว่า มีความเสี่ยงมาก

ด้านระดับความเสี่ยงของสถานที่ในโรงเรียน ดังต่อไปนี้

1. ห้องน้ำ

พบว่า ร้อยละ 5.05 ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยง , ร้อยละ 23.24 ระบุว่า มีความเสี่ยงน้อย – น้อยที่สุด , ร้อยละ 29.89 ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 41.82 ระบุว่า มีความเสี่ยงมาก – มากที่สุด

2. ห้องเก็บของที่อยู่ในบริเวณเปลี่ยว

พบว่า ร้อยละ 3.59 ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยง , ร้อยละ 15.75 ระบุว่า มีความเสี่ยงน้อย – น้อยที่สุด , ร้อยละ 18.50 ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 62.16 ระบุว่า มีความเสี่ยงมาก – มากที่สุด

3. ห้องเรียน

พบว่า ร้อยละ 15.44 ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยง , ร้อยละ 51.91 ระบุว่า มีความเสี่ยงน้อย – น้อยที่สุด , ร้อยละ 22.78 ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 9.87 ระบุว่า มีความเสี่ยงมาก – มากที่สุด

4. ห้องที่ไม่ได้ใช้แต่ไม่ปิดล็อค

พบว่า ร้อยละ 4.67 ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยง , ร้อยละ 21.94 ระบุว่า มีความเสี่ยงน้อย – น้อยที่สุด , ร้อยละ 25.15 ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 48.24 ระบุว่า มีความเสี่ยงมาก – มากที่สุด

5. โรงยิม

พบว่า ร้อยละ 14.45 ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยง , ร้อยละ 46.33 ระบุว่า มีความเสี่ยงน้อย – น้อยที่สุด , ร้อยละ 23.55 ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 15.67 ระบุว่า มีความเสี่ยงมาก – มากที่สุด

6. บริเวณบันได

พบว่า ร้อยละ 17.51 ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยง , ร้อยละ 53.59 ระบุว่า มีความเสี่ยงน้อย – น้อยที่สุด , ร้อยละ 17.58 ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 11.32 ระบุว่า มีความเสี่ยงมาก – มากที่สุด

สำหรับสิ่งที่โรงเรียนควรปรับปรุงเพื่อสร้างความปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.24 ระบุว่า ครูและบุคลากรในโรงเรียนต้องคอยสอดส่องดูแลอย่างเคร่งครัด รองลงมา ร้อยละ 33.56 ระบุว่า อบรมนักเรียนให้รู้จักดูแลตัวเองและเพื่อน ให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ , ร้อยละ 29.51 ระบุว่า อบรมบุคลากรโรงเรียนเกี่ยวกับวิธีการป้องกันการคุกคามทางเพศ , ร้อยละ 25.61 ระบุว่า กำหนดมาตรการ กฎระเบียบ และบังคับใช้อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการคุกคามทางเพศ , ร้อยละ 21.94 ระบุว่า ปรับปรุงอาคารสถานที่และภูมิทัศน์ให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ และร้อยละ 11.01 ระบุว่า โรงเรียนปลอดภัยดีอยู่แล้ว

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงวิธีการจัดการในโรงเรียนเมื่อเกิดเหตุการณ์การคุกคามทางเพศ ดังต่อไปนี้

1. กระบวนการสอบสวนและลงโทษ

พบว่า ร้อยละ 5.73 ระบุว่า ไม่ดีเลย , ร้อยละ 20.72 ระบุว่า ไม่ค่อยดี , ร้อยละ 49.39 ระบุว่า ค่อนข้างดี , ร้อยละ 23.09 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 1.07 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

2. ความเป็นธรรมในการตัดสิน

พบว่า ร้อยละ 5.81 ระบุว่า ไม่ดีเลย , ร้อยละ 19.80 ระบุว่า ไม่ค่อยดี , ร้อยละ 49.01 ระบุว่า ค่อนข้างดี , ร้อยละ 24.46 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

3. วิธีการลงโทษผู้กระทำผิด

พบว่า ร้อยละ 7.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย , ร้อยละ 21.86 ระบุว่า ไม่ค่อยดี , ร้อยละ 44.65 ระบุว่า ค่อนข้างดี , ร้อยละ 24.85 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

4. การดูแลสภาพจิตใจผู้ถูกกระทำ

พบว่า ร้อยละ 10.48 ระบุว่า ไม่ดีเลย , ร้อยละ 21.79 ระบุว่า ไม่ค่อยดี , ร้อยละ 43.88 ระบุว่า ค่อนข้างดี , ร้อยละ 22.86 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

อว. จัดสู้ภัยโควิด นำผู้ได้รับจ้างงานโครงการ U2T สร้างเขตปลอดโควิด นำร่องนครนายก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576423

อว. จัดสู้ภัยโควิด นำผู้ได้รับจ้างงานโครงการ U2T สร้างเขตปลอดโควิด นำร่องนครนายก

อว. จัดสู้ภัยโควิด นำผู้ได้รับจ้างงานโครงการ U2T สร้างเขตปลอดโควิด นำร่องนครนายก

วันเสาร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 13.51 น.

29 พฤษภาคม 2564 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่ปรึกษา รมว.อว.และประธานคณะทำงานด้านการจัดการสื่อสารโครงการมหาวิทยา ลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2T) ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว.พร้อมผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่โรงเรียนวัดเกาะกระชาย ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก จัดกิจกรรมพิเศษ “U2T Covid-19 week ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด” ในโครง การมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคักคัก โดยมีผู้ที่ได้รับการจ้างงานในโครงการ U2T ร่วมทำกิจกรรมทำความสะอาดเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระกระจายของเชื้อโควิด-19 ในโรง เรียนเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเรียน ผู้ปกครองและครู ก่อนจะเปิดเรียนในวันที่ 14 มิ.ย.นี้

ศ.ดร.เอนก กล่าวว่า งาน “U2T Covid-19 week ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด” เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนนำ้หนักของ U2T จากงานด้านการพัฒนาพื้นที่และชุมชนมาเป็นการทำเรื่องโควิดมากขึ้น โดยผู้ได้รับการจ้างงาน จะ มาทำกิจกรรมในชุมชนเพื่อให้ปลอดเชื้อ สะอาด ปลอดภัย ให้เด็กๆ ได้มีโรงอาหารที่สะอาดปลอดเชื้อ เพราะเป็นจุดที่เด็กๆ จะมาเจอกัน มีการทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ในโรงเรียน โดยเฉพาะราวบันไดซึ่งเป็นที่ที่จะติดเชื้อกันได้ง่าย และยังมีนิทรรศการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจ เพื่อได้ไปบอกเล่าให้พ่อแม่ฟัง โดยในพื้นที่ จ.นครนายก มทร.ธัญบุรี ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เด็กๆ U2T ที่ได้มาทำงานที่นี่รู้สึกอบอุ่น ได้เรียนรู้หลายด้าน และอยากให้น้องๆ มีโอกาสมาอยู่มาในโครงการนี้ เพื่อได้เรียนรู้และมีประสบการณ์อย่างตน

รมว.อว.กล่าว ต่อว่า อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าในปีต่อไปรัฐบาลอาจจะให้เงินสนับสนุนโครงการต่อ แต่ถึงจะไม่ได้รับงบ มทร. ทั่วประเทศก็พร้อมดำเนินการ โดยจะใช้งบของมหาวิทยาลัยทำเอง ถ้าเป็นไปได้ อว.ก็จะไปเชิญ มรภ.ทั่วประเทศหรือในบางพื้นที่ทำต่ออีกด้วย ทั้งนี้ เงินทองไม่ใช่เรื่องใหญ่ สำคัญที่ใจ ถ้ามีใจ งบประมาณไม่มีก็หามาจนได้ งบประมาณมีน้อยก็หาให้มีมากได้ ไม่มีงบประมาณก็ไปขอบริจาคจากองค์กรอื่นๆ ได้ วันนี้เรามาถึงขั้นที่ว่าทุกคนทำด้วยใจ และยิ่งมีโควิดทำให้พบว่าคนอื่นมีน้ำใจ บริจาคให้เราเยอะเหลือเกิน ส่วนชาวบ้านที่นี่พร้อมมากที่จะฉีดวัคซีน จากการที่เด็กๆ และอาจารย์เข้าไปทำความเข้าใจ ทำให้เค้ามีความมั่นใจ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ให้การสนับสนุนมาก แทบทุกจังหวัดยินดีสนับสนุนโครงการนี้และมีงบประมาณสำหรับเรื่องโควิดอยู่แล้ว

“จากนี้ผู้ได้รับการจ้างงานจะต้องสร้าง เขตปลอดภัย เน้นการเข้าไปเคลียร์พื้นที่ การทำความสะอาดเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระกระจายของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ 3 พันตำบล เพื่อให้ทุกคนสามารถลงพื้นที่ไปปฏิบัติภารกิจได้ ไปเรียนได้ และจะต้องเร่งสำรวจคนในชุมชนในกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว เร่งสร้างความมั่นใจและอำนวยความสะดวกให้คนกลุ่มนี้และคนในชุมชนได้รับการ ฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน เพื่อให้ชุมชนกลับมามีชีวิตอย่างปกติในเร็ววัน” ศ.ดร.เอนก กล่าว

50 ปีที่จากไป! ‘ทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้น’ ถึงไทยแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576369

50ปีที่จากไป!‘ทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้น’ถึงไทยแล้ว

50ปีที่จากไป!‘ทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้น’ถึงไทยแล้ว

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 21.26 น.

50ปีที่จากไป!‘ทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้น’ถึงไทยแล้ว

28 พฤษภาคม 2564 เฟซบุ๊ก “กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร” โพสต์ข้อความระบุว่า “วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2564 เวลา 18.30 น. ทับหลังปราสาทหนองหงส์และปราสาทเขาโล้น เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย”

“นับเป็นเวลามากกว่า 50 ปี ที่ทับหลังทั้งสองของไทยได้จากถิ่นกำเนิดไปไกลถึงสหรัฐอเมริกา ในวันนี้ทับหลังทั้งสองได้เดินทางกลับมาถึงไทยแล้ว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยในวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอิทธิพล คุณปลื้ม จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงต้อนรับทับหลังทั้ง 2 รายการ ในวาระที่ได้กลับคืนมาสู่ประเทศไทย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร โดยจะเตรียมการจัดพิธีรับมอบอย่างเป็นทางการต่อไป เร็วๆ นี้”

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘เกศินี วิฑูรชาติ’ เป็นอธิการบดี มธ. อีกวาระ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576336

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง‘เกศินี วิฑูรชาติ’เป็นอธิการบดีมธ.อีกวาระ

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง‘เกศินี วิฑูรชาติ’เป็นอธิการบดีมธ.อีกวาระ

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 19.03 น.

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง‘เกศินี วิฑูรชาติ’เป็นอธิการบดีมธ.อีกวาระ

28 พฤษภาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามที่ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางเกศินี วิฑูรชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 5 มีนาคม 2561 นั้น เนื่องจาก นางเกศินี วิฑูรชาติ ได้ดำรงตำแหน่งมาครบกำหนดตามวาระแล้ว และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางเกศินี วิฑูรชาติ ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อไปอีกวาระหนึ่ง และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2564

ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2564

วธ.ร่วมหน่วยงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จราชินี’ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย. 64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576288

วธ.ร่วมหน่วยงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ'สมเด็จราชินี'  ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  3 มิ.ย.64

วธ.ร่วมหน่วยงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ’สมเด็จราชินี’ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.64

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.05 น.

วธ. – ศน. พร้อมหน่วยงานรัฐ เอกชน เครือข่ายวัฒนธรรม จัดพิธีเจริญนวัคคหายุสมธัมม์ – พิธีเจริญพระพุทธมนต์ – ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จราชินี”เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.64 ทั้งส่วนกลาง-ส่วนภูมิภาค ตลอดเดือน มิ.ย.นี้
 
วันที่ 28 พ.ค.2564 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) มีนโยบายเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างค่านิยม อัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทย รวมทั้งสืบสาน รักษาและต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทย วธ.จึงร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2564 ตลอดเดือนมิถุนายน 2564 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า  กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (สป.วธ.) จัดจุดลงนามถวายพระพร โต๊ะหมู่บูชา ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล และส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมฯ ณ ศาลากลางจังหวัดและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศเช่นเดียวกัน ขณะที่กรมการศาสนา (ศน.) จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุ สามเณร ณ วัดโมลีโลกยาราม กรุงเทพฯ และจัดพิธีเจริญนวัคคหายุสมธัมม์ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ โดยทั้งสองพิธีจัดขึ้นวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และส่วนภูมิภาคจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระเจดีย์ พระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัด และปฏิบัติธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กรมศิลปากร (ศก.) จัดมีกิจกรรมจิตอาสาพัฒนารักษาโบราณสถาน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดกิจกรรมพลังการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ Facebook และ YouTube ตลอดเดือนมิถุนายน 2564 รับชมได้ทางสื่อออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมถวายพระพรออนไลน์ โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และนิทรรศการออนไลน์เผยแพร่หนังสือพระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาทางเว็บไซต์ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กิจกรรมเผยแพร่พระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี บนสื่อออนไลน์ทางเว็บไซต์ของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) รวมทั้งการนำเสนอภาพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ออนไลน์ และกิจกรรมบริจาคสิ่งของแก่เด็กยากไร้ ณ บ้านเด็กกำพร้า

โดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทั้งนี้ วธ.ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพร และร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

คุรุสภาจัดประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576255

คุรุสภาจัดประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

คุรุสภาจัดประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.38 น.

“ดิศกุล” เชิญประชาพิจารณ์บทบาท หน้าที่และอำนาจของคุรุสภาในอนาคต เพื่อนำความคิดเห็นมาประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ ร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ….สนใจร่วมแสดงความเห็นได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 6 มิ.ย.

28 พ.ค.64 ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาจัดทำ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เปิดเผยว่า คุรุสภา กำลังจัดทำร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ…. และเพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบ ตามรูปแบบ วิธีการ ขั้นตอนที่ถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 บัญญัติว่า ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน ดังนั้น สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ได้นำสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) พิจารณาแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาเป็นแบบรับฟังความคิดเห็นประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ ร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. …เพื่อสอบถามความคิดเห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่และอำนาจของคุรุสภาในอนาคต เช่น คิดว่า “คุรุสภา” ควรมีบทบาทเป็น “องค์กรของครู”  ตามมาตรา 42 ของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. หรือ ควรเป็น”สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา” ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 , คุรุสภาควรมีหน้าที่และอำนาจใดบ้าง เช่น ออกใบรับรองการประกอบวิชาชีพครู  ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพ การพักใช้ และการเพิกถอนใบรับรองการประกอบวิชาชีพครู  การพัฒนา การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ การควบคุมความประพฤติและ  การดำเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่างๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ และการเป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศไทย เป็นต้น

เลขาธิการคุรุสภา  กล่าวอีกว่า ในแบบสอบถามยังถามด้วยว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่คุรุสภาควรมีหน้าที่และอำนาจในการ ดูแล ส่งเสริม ช่วยเหลือด้านสวัสดิการ และประโยชน์อื่นใด และในกรณีที่ไม่เห็นด้วย เห็นว่าหน่วยงานใดควรทำหน้าที่ดูแล ส่งเสริม ช่วยเหลือด้านสวัสดิการและประโยชน์อื่นใด ทั้งนี้ ตนขอเชิญชวนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สถาบัน หน่วยงาน สมาคม ชมรม นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นฯ ผ่านทาง Google Form ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeSfEsmnzeEt5-8gEAVZ7Qsa0SEVoUkE9cN-8iIX9656KnIlQ/formResponse  ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2564

ช็อก! ‘หมอธีระวัฒน์’ เผยอังกฤษพบโควิดสายพันธุ์ไทย ติดเชื้อนับร้อยแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576157

ช็อก! 'หมอธีระวัฒน์'เผยอังกฤษพบโควิดสายพันธุ์ไทย ติดเชื้อนับร้อยแล้ว

ช็อก! ‘หมอธีระวัฒน์’เผยอังกฤษพบโควิดสายพันธุ์ไทย ติดเชื้อนับร้อยแล้ว

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 08.51 น.

วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha แจ้งข่าวประเทศอังกฤษ ตรวจพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ไทยเริ่มแพร่ระบาดในประเทศ

โดยข้อความระบุว่า “สายไทย ผ่านอียิปต์ เลื่อนฐานะเป็น สายน่าสนใจ varinat under interestยังไม่ถึง เป็นสายที่กังวลวิตก variant of concern อย่าง สายอังกฤษ อินเดีย แอฟริกา

จากข้อแถลงของ Public Health England ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของการเปลี่ยนแปลงของไวรัสโควิด C.36.3 variant พบในประเทศไทยตั้งแต่แรกจากนักท่องเที่ยวชาวอียิปต์ และในประเทศอังกฤษ เองพบว่าสายพันธุ์ใหม่ของไทยนี้ ตรวจพบใน 109 ราย ปะปนกับ สายอังกฤษ และอินเดียที่เพิ่มมากขึ้น”

ทร.ทูลเกล้าฯถวายเครื่องหมาย นักทำลายใต้น้ำจู่โจม แด่ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/575990

ทร.ทูลเกล้าฯถวายเครื่องหมาย นักทำลายใต้น้ำจู่โจม แด่'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ'

ทร.ทูลเกล้าฯถวายเครื่องหมาย นักทำลายใต้น้ำจู่โจม แด่’เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 15.25 น.

กองทัพเรือ ทูลเกล้าฯ ถวาย เครื่องหมายนักทำลายใต้น้ำจู่โจม แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา /ผู้บัญชาการทหารเรือ ย้ำให้ทุกหน่วยต้องปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ   โดยเฉพาะภารกิจที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน ควบ คู่ไป กับการระวังป้องกันอย่างเข้มงวด ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19

วันที่ 27พฤษภาคม 2564 เวลา 13.00 น. พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานการประชุม  ณ  กองบังคับการชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธิน ที่ 3  หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน  เขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด  ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Tele Conference : VTC) 

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญคือ กองทัพเรือ ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องหมายความสามารถพิเศษ นักทำลายใต้น้ำจู่โจม แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ในโอกาสที่กองทัพเรือ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ทรงเป็นอาจารย์พิเศษ ทรงบรรยายหลักสูตร “การดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย” แก่นักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 4  อีกทั้ง ทรงนำนักเรียนนายเรือ ชั้นปีที่ 4 ฝึกการดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในภาคปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนนายเรือซึ่งจะเติบโตเป็นนายทหารสัญญาบัตรของกองทัพเรือในอนาคต มีความตระหนักรู้ในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และเป็นกำลังหลักในการปลูกฝังให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำริให้จัดโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา   โดยทรงมีความห่วงใยปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรม ของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล การทำร้ายสัตว์ทะเลด้วยน้ำมือมนุษย์โดยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น การอนุรักษ์และการสร้างจิตสำนึกในการ หวงแหนและรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนระบบนิเวศ ที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไทย โดยกองทัพเรือ ได้ดำเนินการสนองพระดำริ และบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ กรมประมง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ เพื่อจัดทำและดำเนินโครงการ แผนงาน และกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถตอบสนองพระดำริของพระองค์ท่านได้อย่างเป็นรูปธรรม ในการรักษาสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเลไทยให้มีความยั่งยืนสืบไป

สำหรับเรื่องสั่งการในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงและหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือในวันนี้  โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้ปรับรูปแบบในการปฏิบัติงานของหน่วยต่างๆในกองทัพเรือ ภายใต้การแพร่ระบาดของ   COVID – 19  ที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภารกิจที่ต้องมีการปฏิบัติใกล้ชิดกับประชาชน   และการช่วยเหลือในการบรรเทาสาธารณภัย  โดย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยต้องปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและมี ป ร ะ สิ ท ธิภ าพ ค วบ คู่ไป กั บ ก ารระวังป้องกันอย่างเข้มงวด  

นอกจากนั้น ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จะมีการรับทหารกองประจำการผลัดใหม่เข้าทำการฝึกภาคสาธารณะ ซึ่งจะเป็นการรวมกำลังพลจำนวนมาก ที่เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แสดงความห่วงใย พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ด้วยมาตรการที่เข้มแข็ง  พร้อมทั้งได้เตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางปฏิบัติตั้งแต่เริ่มขึ้นรถ  เพื่อเดินทางมายังหน่วยฝึก    ซึ่งเป็นไปตามกรอบและมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยมี กรมแพทย์ทหารเรือเป็นหน่วยกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง    ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้ดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ โดยมุ่งหวัง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น มั่นใจในมาตรการ และเป็นการแสดงออกซึ่งความตั้งใจจริงในการดูแลบุตรหลานของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

จากกรณีเชื้อ   COVID – 19 สายพันธุ์อินเดีย และแอฟริกาใต้  ได้เริ่มแพร่ระบาดในประเทศไทยแล้วนั้น โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้กำลังพลทุกหน่วยให้ความสำคัญกับการระวังป้องกันตนเองมากยิ่งขึ้น  พร้อมทั้งให้ให้ดำรงความเข้มข้นในการลาดตระเวนตรวจการณ์ รวมทั้งการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตามพื้นต่าง ๆ ตลอดจนให้มีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่ และส่วนกลาง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ
ปฏิบัติงานสูงสุด  พร้อมทั้งกำชับไปยังกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องระวังตนเองตลอดเวลา โดยขอให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 

นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ยังได้แสดงความเป็นห่วงกำลังพลที่ต้องสูญเสียรายได้จากอาชีพเสริม  ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด  เซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูครอบครัว  โดยได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงและหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ ของกองทัพเรือทุกนาย เอาใจใส่ดูแลกำลังพลโดยใกล้ชิด รวมทั้งช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อน  และขอให้กำลังพลและครอบครัว ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ บนพื้นฐานการดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท และมีความพอเพียง

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่อไปว่า     ในขณะนี้ กองทัพเรือ ได้เร่งสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์แก่กำลังพล ให้มีความเข้าใจในการรับการฉีดวัคซีน ตลอดจนเตรียมความพร้อมตั้งแต่ในเรื่องของการเตรียมข้อมูลส่วนตัว บัตรประชาชน และสุขภาพร่างกาย พร้อมทั้งศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ได้ในรายการ “กองทัพเรือร่วมใจต้านภัย โควิด-19”ทางช่อง FACEBOOK และ YOUTUBE CHANNEL   เพื่อให้การฉีดวัคซีนในภาพรวมของ กองทัพเรือ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามแผนงาน เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ส่งผลทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว  ทั้งนี้ ปัจจุบัน ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน COVID-19 กองทัพเรือ ได้ร่วมกับ สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ คณะกรรมการจัดทำสารคดีและสื่อโทรทัศน์ กองทัพเรือ ได้ผลิตรายการ “กองทัพเรือร่วมใจต้านภัยโควิด-19” เพื่อเป็นสื่อกลางในการสร้างการรับรู้ในสถานการณ์เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ของกองทัพเรือซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอมาแล้ว จำนวน 3 ตอน โดยมี แพทย์แผนจีนหญิง ปรียาดา  บัวสมบุญ  หรือ หมอพลอย  ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เป็นพิธีกรหลัก โดยมีพิธีกรรับเชิญ อาทิ  แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์   จ๊อบ นิธิ  สมุทรโคจร รวมถึงแขกรับเชิญ ที่จะมานำเสนอข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับสถานการณ์ COVID -19 และเรื่องราวที่น่าสนใจของกองทัพเรือ ให้แก่กำลังพลตลอดจนผู้สนใจได้รับทราบ  โดยสามารถรับชมและติดตามได้ทาง FACEBOOK :  กองทัพเรือร่วมใจต้านภัยโควิด-19 https://m.facebook.com/royalthainavyfightagainstcovid19/
 

‘ศิริราช’ เปิดผลวิจัยประสิทธิภาพ วัคซีน ‘แอสตร้าเซนเนก้า-ซิโนแวค’ ป้องกันโควิดได้ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/575948

'ศิริราช'เปิดผลวิจัยประสิทธิภาพ วัคซีน'แอสตร้าเซนเนก้า-ซิโนแวค'ป้องกันโควิดได้ดี

‘ศิริราช’เปิดผลวิจัยประสิทธิภาพ วัคซีน’แอสตร้าเซนเนก้า-ซิโนแวค’ป้องกันโควิดได้ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 14.04 น.

ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (Siriraj Institute of Clinical Research) รายงานผลโครงการวิจัยการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและความปลอดภัย หลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ในบุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร

โดยผลการวิจัยเบื้องต้นระบุว่า หลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกา เข็มที่ 1 เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ พบว่าอาสาสมัครทุกคนมีภูมิคุ้มกันสูงเทียบเท่ากับผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 หลังฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 1 พบว่าร้อยละ 75 ของกลุ่มมีภูมิคุ้มกันที่สูงเทียบเท่ากับผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 และหลังฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 พบว่าทุกคน (100%) มีภูมิคุ้มกันในระดับสูงเทียบเท่ากับผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เข็มที่ 1 และฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 2  ภูมิคุ้มกันสูงเทียบเท่าผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 แปลผลได้ว่า วัคซีนทั้งสองตัวนี้น่าจะป้องกันโรคโควิด-19 ได้ดี

นอกจากนี้ ผลการวิจัย ยังระบุอีกว่า ร้อยละ 75 ของอาสาสมัครที่ได้รับการฉีดวัคซีน จะมีอาการไม่พึงประสงค์ โดยมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย มีไข้ ปวดศีรษะ อาการดังกล่าวสามารถหายเองได้  

โดย “กลุ่มที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกา” พบว่ามีอาการไม่พึงประสงค์ค่อนข้างมากกว่า “กลุ่มที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค” โดยเฉพาะในคนอายุน้อย (<30ปี) ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจผลของภูมิต่อสายพันธุ์ต่างๆ เช่น สายพันธุ์อังกฤษ แอฟริกา และอินเดีย ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งหากทราบผลจะแจ้งเป็นลำดับถัดไป

ม.อ.ปรับการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ รับมือ COVID-19 ผุดหลักสูตรเสริมสร้างทักษะ ใช้ทดแทนการฝึกงานจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/575764

ม.อ.ปรับการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ รับมือ COVID-19  ผุดหลักสูตรเสริมสร้างทักษะ ใช้ทดแทนการฝึกงานจริง

ม.อ.ปรับการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ รับมือ COVID-19 ผุดหลักสูตรเสริมสร้างทักษะ ใช้ทดแทนการฝึกงานจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ ไรวัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างกว้างขวางและรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย หรือในจังหวัดใกล้เคียงวิทยาเขต ซึ่งถูกจัดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษาฯด้านมาตรการป้องกัน ม.อ. จึงงดการเรียนการสอนในชั้นเรียนทั้งหมด และพัฒนาการเรียนการสอนให้เป็นแบบผสมผสาน (Hybrid learning) ใช้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (E-Learning) พร้อมกับการจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่นๆ มาผสมผสาน เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์การเรียนแต่ละวิชา โดยการสอบจะวัดประเมินผลที่เป็น formativeมากขึ้น เช่น การสอบออนไลน์ การนำข้อสอบไปทำนอกห้องสอบ (take-home exam) การสะท้อนคิด(reflection) และการประเมินผลจากกิจกรรมหรือผลงาน เป็นต้น  

ส่วนกรณีที่มีต้องมีการฝึกงานปฏิบัติการสหกิจศึกษา วิทยานิพนธ์ อธิการบดี ม.อ. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยก็จะจัดกิจกรรมลักษณะอื่นที่เทียบเท่าทดแทน แต่หากจำเป็นมหาวิทยาลัยก็จะกำหนดมาตรการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ม.อ. ยังจะดำเนินการชะลอการเข้าพักในหอพักมหาวิทยาลัย ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็น ก็จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

อธิการบดี ม.อ. กล่าวด้วยว่าการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะเชื้อเกิดการกลายพันธุ์ที่หลากหลาย มหาวิทยาลัยก็ตระหนักถึงวิกฤตินี้จึงจะติดตามและประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติให้เหมาะสมตามสถานการณ์ เพื่อเป็นการลดการแพร่กระจายการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของนักศึกษาและบุคลากร และเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการที่จะผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีทักษะที่พึงประสงค์ในทุกหลักสูตรตามระยะเวลาที่กำหนด