นักวิชาการไทย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ เปิดโมเดลใหม่ขับเคลื่อน ‘ปฏิรูปการพัฒนาครู’ อาเซียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572651

นักวิชาการไทย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ เปิดโมเดลใหม่ขับเคลื่อน 'ปฏิรูปการพัฒนาครู'อาเซียน

นักวิชาการไทย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ เปิดโมเดลใหม่ขับเคลื่อน ‘ปฏิรูปการพัฒนาครู’อาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 11.30 น.

ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO STEM-ED) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Chevron–SEAMEO Policy Advocacy for Strengthening Regional STEM Education Project ซึ่งเป็นงานต่อเนื่องจากเวทีประชุม SEAMEO Congress 2021 เพื่อสังเคราะห์แนวทางขับเคลื่อนนโยบายสะเต็มศึกษา สร้างโมเดล Teacher Development ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน 

ประเด็นสำคัญในการประชุม คือ การเสวนาหัวข้อ “Implications for Policy on Teacher Development” ของผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของประเทศไทย มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ที่นำเสนอภาพรวมการทำ Teacher Development ที่เกิดจากการใช้หลักฐานงานวิจัยมาออกแบบเป็นโมเดลใหม่ที่จะดันให้การพัฒนาครูรุดหน้าไปได้จริง สร้างโอกาสการเลื่อนวิทยฐานะที่สามารถบูรณาการกับการสร้างหลักสูตร รวมทั้งการเรียนการสอนในห้อง และการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ 

ในส่วนประเทศไทย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม และกรรมการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และ รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า หลักเกณฑ์ใหม่ในการเลื่อนวิทยฐานะใหม่ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญข้อหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาของไทยที่เริ่มวางโครงการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 เรียกว่าโครงการ Innovation School โดยเริ่มทดลองในเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคมศกนี้ ส่วนการประเมินผลจะมุ่งให้เกิดการพัฒนาพร้อมกันในทุกระดับ ทั้งครู – ผู้บริหารสถานศึกษา – ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ อันเป็น 4 องค์ประกอบสำคัญที่ต้องสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ และครูคือกุญแจแห่งความสำเร็จ 

ขณะที่ ดร.อีซาน อิสมาอิล ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโสศูนย์สะเต็มแห่งชาติ แผนกวางแผนการศึกษาและวิจัย กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย และนายลิโต้ พาโลมาร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการศึกษา กรรมการการศึกษาแห่งฟิลิปปินส์ ระบุว่า ทั้งในมาเลเซียและฟิลิปปินส์ มีการส่ง  “โค้ช” จากส่วนกลางไปติวให้กับครูในจังหวัดต่างๆ เพื่อเสริมทักษะด้านดิจิทัลและการบันทึกวิดิทัศน์เพื่อใช้เป็นหลักฐานการวิจัย อันจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ที่มีการถอดบทเรียนจากโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคตของประเทศไทย ที่ทำให้เกิดการสร้างเครือข่าย Master Teacher และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ มาปรับใช้ดำเนินงานเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาครู
บทสรุปในการประชุมเวทีดังกล่าว จะถูกนำเสนอต่อผู้กำหนดนโบยายด้านการศึกษาในประเทศสมาชิกซีมีโอ เพื่อส่งเสริมนโยบายการพัฒนาสะเต็มศึกษาให้รุดหน้าในภูมิภาคอาเซียนนี้อย่างจริงจัง

สจล.จับมือ ม.สแตรธไคลด์สกอตแลนด์ เปิดเคมีวิศวกรรมและอุตสาหกรรมครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572457

สจล.จับมือ ม.สแตรธไคลด์สกอตแลนด์  เปิดเคมีวิศวกรรมและอุตสาหกรรมครั้งแรก

สจล.จับมือ ม.สแตรธไคลด์สกอตแลนด์ เปิดเคมีวิศวกรรมและอุตสาหกรรมครั้งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสแตรธไคลด์ (University of Strathclyde) ประเทศสกอตแลนด์ เปิดหลักสูตรนานาชาติ “เคมีวิศวกรรมและอุตสาหกรรม” (Industrialand Engineering Chemistry :IEC) ซึ่งเป็นครั้งแรกของหลักสูตรที่ขมวด 2 ศาสตร์ความรู้ด้านเคมีและเคมีวิศวกรรม สู่การผลิตนักเคมีควบวิศวกรเคมีรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญกระบวนการผลิตสารเคมีตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ร่วมแก้ปัญหาอุตสาหกรรมภาคการผลิตไทยแบบตรงจุด โดยผู้เรียนสามารถออกแบบการเรียนได้ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ หลักสูตร 4 ปีที่ สจล. พร้อมรับ 1 ใบปริญญาจาก สจล., หลักสูตร 3+1 เรียน 3 ปี ที่ สจล. และ 1 ปี ที่สกอตแลนด์ และหลักสูตร 2+2 เรียน 2 ปีที่ สจล. และ 2 ปี ที่สกอตแลนด์ พร้อมรับประสบการณ์พิเศษ! แลกเปลี่ยนความรู้เคมีอุตสาหกรรม ฝึกงานกับมหาลัยชั้นนำทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย อาทิ สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน ประเทศจีน สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น ตรวจสอบคุณสมบัติและสมัครออนไลน์ TCAS รอบแอดมิชชัน ได้ที่ https://new.reg.kmitl.ac.th/admission ตั้งแต่วันนี้-15 พฤษภาคม 2564 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะวิทยาศาสตร์ สจล. โทร.02-3298000 ต่อ 8411 เว็บไซต์ http://www.inter.science.kmitl.ac.th เฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/SciKmitl หรือติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมของ สจล. ได้ที่ http://www.facebook.com/kmitlofficial

‘Thailand Learning’ เดินหน้ารุกกิจกรรมการศึกษา ชูจุดเด่น เพิ่มลูกเล่นการเรียนการสอนออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572455

‘Thailand Learning’ เดินหน้ารุกกิจกรรมการศึกษา  ชูจุดเด่น เพิ่มลูกเล่นการเรียนการสอนออนไลน์

‘Thailand Learning’ เดินหน้ารุกกิจกรรมการศึกษา ชูจุดเด่น เพิ่มลูกเล่นการเรียนการสอนออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เว็บพอร์ทัลการเรียนรู้บนโลกออนไลน์ ภายใต้ชื่อ “www.thailandlearning.org” โดย “มูลนิธิเอเชียประจำประเทศไทย” ร่วมกับ “สถานทูตออสเตรเลีย” ลงพื้นที่จัดกิจกรรมร่วมกับ“โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล)”เพื่อส่งเสริมความต่อเนื่องทางการศึกษาให้กับเด็กไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะการระบาดของโควิด-19 โดยให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้นเข้าร่วมกิจกรรม ในช่วงเช้าด้วยการเน้นให้นักเรียนได้ทำความรู้จักและเรียนรู้การเข้าใช้งาน http://www.thailandlearning.org ซึ่งนักเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้เข้าถึงกิจกรรม เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นคุณครูและทีมงานให้นักเรียนได้ทำการค้นคว้าหาไอเดียในการออกแบบงานศิลปะผ่านทาง ThailandLearning นักเรียนแต่ละกลุ่มต่างก็ทำผลงานออกมาได้ดีเป็นที่น่าประทับใจ

นางสาวศุภร คุ้มวงศ์ ผู้อำนวยการเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ว่าในฐานะที่ต้องดูแลกำกับงานด้านการศึกษาให้กับ 11 โรงเรียนในพื้นที่เขตจอมทอง ดิฉันจำเป็นต้องให้การศึกษาแก่นักเรียนอย่างต่อเนื่องให้ได้แม้ว่าจะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม การศึกษาที่เราให้กับนักเรียนจะหยุดไม่ได้ค่ะ ซึ่งโรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่สามารถรับมือกับสถานการณ์โควิดนับตั้งแต่การระบาดในรอบแรกจนถึงปัจจุบัน แม้โรงเรียนจะตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงในช่วงการระบาดระลอกสอง แต่เรายังสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการศึกษาเพื่อดำเนินการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ 3 ปัจจัยหลัก ตั้งรับ, ประเมิน และ วางแผน

นอกจากนี้ “Thailand Learningยังเป็นตัวช่วยที่ดีในการเรียนการสอนออนไลน์ หลังจากจบกิจกรรมที่เราแนะนำให้เด็กๆ ได้รู้จักกับ Thailand Learning ก็ได้พบว่าคุณครูบางท่านเพิ่มลูกเล่นการสอนออนไลน์ให้มีความน่าสนใจด้วยการใช้เทคนิคในการแคสต์เกมส์เข้ามาเป็นตัวช่วย ในขณะที่คุณครูหลายท่านได้ใช้ Thailand Learning ในการค้นหาสื่อการสอนต่างๆ ที่ถูกรวบรวมมาจากเว็บไซต์การศึกษาจากทั่วโลกเพื่อเร้าความสนใจให้นักเรียนรู้สึกสนุกและเพลิดเพลินไปกับการเรียน คุณครูบางท่านก็ได้เพิ่มพูนทักษะทางการศึกษาและเทคโนโลยีไปในตัวอีกด้วย

จัดประกวดโปสเตอร์เทศกาลภาพยนตร์เพื่อผู้ลี้ภัย UNHCR ร่วมกับเรือด่วนสร้างความหวังให้ผู้ลี้ภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572454

จัดประกวดโปสเตอร์เทศกาลภาพยนตร์เพื่อผู้ลี้ภัย UNHCR ร่วมกับเรือด่วนสร้างความหวังให้ผู้ลี้ภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดรับผลงานประกวดออกแบบโปสเตอร์งานเทศกาลภาพยนตร์เพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 10 หลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจาก
คนไทยทุกเพศ ทุกวัย จากหลากหลายสาขาอาชีพในการประกวดครั้งแรกในปีที่ผ่านมาโดยทาง UNHCR ร่วมกับ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด และท่ามหาราช เชิญชวนคนไทยทั่วประเทศ ร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ เพื่อระลึกถึงผู้ลี้ภัยในวันผู้ลี้ภัยโลกที่กำลังจะมาถึง วันที่ 20 มิถุนายนนี้ ภายใต้หัวข้อ “ร่วมแรงร่วมใจทำอะไรก็สำเร็จ” เพื่อร่วมยืนหยัดเคียงข้างผู้คนอีกมากกว่า 80 ล้านคนทั่วโลกที่ถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านเกิดเนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงและการประหัตประหารตลอดช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ความเอื้ออาทรจากทุกภาคส่วนเพื่อให้ผู้ลี้ภัยได้มีโอกาสเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการกีฬา คือพลังสําคัญต่ออนาคต ทั้งทางร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจและพลังบวกให้พวกเขาได้มีความหวังในการเริ่มชีวิตใหม่เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับคัดเลือกจากการประกวดในปีนี้จะนำมาใช้เป็นโปสเตอร์หลักในการประชาสัมพันธ์งานเทศกาลภาพยนตร์เพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 10 ในวันผู้ลี้ภัยโลกพร้อมกับ UNHCR ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากนั้น ผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับใบประกาศนียบัตรจาก UNHCR ด้วยเช่นกัน สามารถติดตามกติกาและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.unhcr.org/th และร่วมส่งผลงานสร้างสรรค์เข้าประกวดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 พฤษภาคม 2564 ที่อีเมล support.th@unhcr.org

‘โควิด’ กระทบการศึกษาไทย สกศ. เผยวัยแรงงานปี’63 ได้เรียนแค่ ‘ม.ต้น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572533

'โควิด'กระทบการศึกษาไทย สกศ.เผยวัยแรงงานปี'63 ได้เรียนแค่'ม.ต้น'

‘โควิด’กระทบการศึกษาไทย สกศ.เผยวัยแรงงานปี’63 ได้เรียนแค่’ม.ต้น’

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.59 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา(เลขาธิการ กกศ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้สร้างผลกระทบต่อระบบการศึกษา ทำให้ผู้เรียนขาดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) พบข้อมูลน่าสนใจว่าในปี 2563 จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทยวัยแรงงาน (กลุ่มอายุ 15 – 59 ปี) ซึ่งเป็นกำลังแรงงานสำคัญปัจจุบัน เท่ากับ 9.86 ปี หรือมีการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ต้น) ซึ่งยังห่างจากค่าเป้าหมายถึง 2.64 ปี จากเป้าหมายในปี 2579 ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ อยู่ที่ 12.5 ปี หรือมีการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างต่ำ ซึ่งแนวโน้มจะถึงค่าเป้าหมายได้ยาก เนื่องจากต้องเพิ่มโดยเฉลี่ยปีละ 0.15 ปี จึงเป็นเรื่องน่าวิตกต่อภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ในกลุ่มเด็กนักเรียน เนื่องจากการปิดภาคเรียนที่นานขึ้น และยังมีข้อจำกัดของการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลต่างๆ ช่วงรอยต่อของการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 มีผลทำให้ผู้จบการศึกษาหางานทำยากขึ้น และยังขาดโอกาสสั่งสมประสบการณ์ทำงานและรายได้ ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ดร.อำนาจ กล่าวขยายความถึงภาพกว้างทั้งประเทศด้วยว่า วัยแรงงานจำแนกตามภูมิภาคในปี 2563 โดยเฉลี่ยแต่ละภาคมีการศึกษาระดับ ม.ต้น หรือมีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกภูมิภาค สำหรับกรุงเทพฯ มีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยสูงที่สุด 11.76 ปี รองลงมาเป็นภาคกลาง 10.08 ปี ภาคใต้  9.63 ปี ภาคเหนือ 9.18 ปี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9.02 ปี ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามจังหวัดมีข้อค้นพบ 53 จังหวัด หรือคิดเป็นร้อยละ 68.83 ที่มีการศึกษาในระดับ ม.ต้น และมี 24 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 31.17 ที่มีการศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพิจารณาปีการศึกษาเฉลี่ยรายจังหวัด พบว่าวัยแรงงานที่อาศัยในจังหวัดนนทบุรี มีปีการศึกษาเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 11.80 ปี รองลงมา กรุงเทพฯ เท่ากับ 11.76 ปี และอันดับ 3 จ.สมุทรปราการ เท่ากับ 10.96 ปี ขณะที่สามลำดับสุดท้าย ประกอบด้วย จ.ศรีสะเกษ เท่ากับ 8.32 ปี จ.ตาก เท่ากับ 7.99 ปี และน้อยที่สุด จ.แม่ฮ่องสอน 7.20 ปี

ดร.อำนาจ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดันกลุ่มวัยแรงงานอายุ 15-39 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายต่อยอดการพัฒนาประเทศอนาคต โดย สกศ. สังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการจัดสรรงบประมาณทางการศึกษาให้มีความสอดคล้องความต้องการและความจำเป็นของสถานศึกษาแต่ละขนาดที่มีความแตกต่างกัน เสนอปรับหลักสูตรการเรียนการสอนแบบข้ามสาขาวิชา เพื่อพัฒนาให้เด็กมีทักษะรองรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษ  ที่ 21 รวมถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปรับการจัดการเรียนการสอนแบบ Non-Degree ริเริ่มการใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และระบบธนาคารหน่วยกิต (เครดิตแบงก์) ที่มีการกำหนดผลลัพธ์ของการเรียนรู้ เน้นสมรรถนะที่จำเป็นในตลาดงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสในยุคหลังโควิด-19 เช่น อุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร ดิจิทัล หุ่นยนต์ และการแพทย์ครบวงจร

“แม้ว่าผลการศึกษาจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยวัยแรงงานไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพียงปีละ 0.1 ปี แต่ สกศ.มองว่าโควิด-19 คือตัวเร่งความท้าทายที่มีอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น หากจะให้บรรลุตามแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี ในปี 2579 อยู่ที่ 12.5 ปี จำเป็นต้องเร่งปรับเปลี่ยนรูปแบบและหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สนับสนุนการพัฒนาทักษะ ปรับทักษะ และสร้างทักษะใหม่ให้กับวัยแรงงาน ให้มีความรู้และสามารถเรียนต่อได้สูงขึ้นอีก” เลขาธิการ กกศ.กล่าว

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระราชทาน ‘เครื่องออกซิเจน ไฮ โฟลว์’ รพ.สมุทรปราการใช้รักษาผู้ป่วยโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572452

'กรมสมเด็จพระเทพฯ'พระราชทาน‘เครื่องออกซิเจน ไฮ โฟลว์’  รพ.สมุทรปราการใช้รักษาผู้ป่วยโควิด

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทาน‘เครื่องออกซิเจน ไฮ โฟลว์’ รพ.สมุทรปราการใช้รักษาผู้ป่วยโควิด

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 15.09 น.

วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ยังคงมีการแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องและพบมีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นทุกวัน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้า ฯ ให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา จัดส่งเครื่องมือแพทย์พระราชทาน จากกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 และโรคระบาดต่าง ๆ ได้แก่ เครื่อง Oxygen high flow จำนวน 10 เครื่องให้กับโรงพยาบาลสมุทรปราการ

ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักในการรับและรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ของจังหวัดสมุทรปราการ ให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้เพื่อปฏิบัติงานในการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยมี นายแพทย์นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ นายแพทย์นิสิต ศรีสมบูรณ์ และ นายแพทย์ปฏิวัติ วงศ์งาม รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นายประดิษฐ์ เพ็ชรชาลี รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนในการรับมอบเครื่องมือแพทย์พระราชทานในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสำหรับบุคลากรทางการแพทย์อย่างหาที่สุดมิได้

ศธ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับฟัง ‘ครู-นักเรียน-ผู้ปกครอง’ หวังช่วยแก้ปัญหาท่ามกลางโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572412

ศธ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับฟัง 'ครู-นักเรียน-ผู้ปกครอง' หวังช่วยแก้ปัญหาท่ามกลางโควิด-19

ศธ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับฟัง ‘ครู-นักเรียน-ผู้ปกครอง’ หวังช่วยแก้ปัญหาท่ามกลางโควิด-19

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 13.28 น.

วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือวาระเร่งด่วน 7 ข้อ (Quick Win) เพื่อขับเคลื่อนงานตามนโยบาย ของกระทรวงศึกษาธิการ  ว่า จากที่ตนมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ไปทำการบ้านว่าจะขับเคลื่อน นโยบายวาระเร่งด่วน 7 ข้อ  (Quick Win) คือ 1.เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียน 2. หลักสูตรฐานสมรรถนะ 3.Big Data 4. ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) 5. พัฒนาทักษะทางอาชีพ 6. การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพและมาตรฐาน และ7.การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ  ให้เห็นผลภายใน 3-5 เดือนได้อย่างไรแล้วนั้น  ซึ่งเท่าที่ดูในรายละเอียดที่หน่วยงานต่าง ๆเสนอมา พบว่ามีหลายเรื่องที่จะต้องปรับให้เหมาะสมสอดรับกับนโยบายที่วางไว้  และในวันนี้ ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามการทำงานในแต่ละวาระเร่งด่วน โดยได้วางแผนการทำงานทั้งระยะสั้น ระยะยาว ซึ่งแผนระยะสั้น จะให้คณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 เช่น ความปลอดภัยของผู้เรียน โรงเรียนคุณภาพชุมชน เป็นต้น เพื่อให้การทำงานเกิดควาคล่องตัว ส่วนแผนระยะยาว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปวางแผนและขับเคลื่อนงานควบคู่กับแผนระยะสั้นด้วย

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนวางแผนจะตั้งศูนย์เฉพาะกิจขึ้นมา โดยศูนย์นี้จะเป็นศูนย์กลางรับข้อมูล และข้อเรียกร้องต่าง ๆที่มาจากทุกหน่วยงาน โดยมีปลัด ศธ. เป็นผู้ดูแลหลัก เพราะมองว่าเมื่อเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ในวันที่ 1 มิถุนายน นี้ แต่ละพื้นที่อาจจะพบปัญหาในเรื่องของการเรียนการสอน  ครู นักเรียน และผู้ปกครองอาจจะเกิดความกังวล จึงให้ศูนย์เฉพาะกิจนี้ เข้ามาช่วยเหลือดูแลและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เนื่องจาก ศธ.เตรียมจัดการเรียนการสอนไว้ 5 รูปแบบ คือ On-site เรียนที่โรงเรียน, On-air เรียนผ่าน DLTV, On-demand เรียนผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ,  On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต, On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร แบบฝึกหัด  ซึ่งในสถานการณ์จริงของการเรียนการสอนในแต่ละพื้นที่อาจจะมีปัญหาอุปสรรค เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ยังมีความผันผวน ทั้งนี้ ศูนย์เฉพาะกิจ จะติดตามการฉีดวัคซีนของครูด้วยว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง พร้อมให้ประสานงานกับกระทรวงและหน่วยงานอื่น ๆเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

“ศธ.มีความห่วงใยจึงการตั้งศูนย์เฉพาะกิจนี้ขึ้นมาเพื่อความคร่องตัวในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค เพื่อให้ครู ผู้ปกครอง นักเรียน มั่นใจว่า ศธ.มีศูนย์คอยเป็นพี่เลี้ยงและคอยแนะนำปัญหาที่เกิดขึ้น ดิฉันจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปวางแผนโครงสร้างการทำงาน ว่าจะรับปัญหาไปสู่การแก้ไขอย่างไร  ซึ่งศูนย์เฉพาะกิจนี้อาจจะทำหน้าที่คล้ายกับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โดยให้ทางศูนย์ฯ รายงานถึงปัญหาอุปสรรคที่เข้ามาและการแก้ไขปัญหาต่างๆทุกวันด้วย” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

‘พระมหาสมปอง’ เคลียร์ทุกดราม่า! น้อมรับคำติ วอนอย่าฟ้องเลย จากนี้เลิกแซะนายกฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572344

'พระมหาสมปอง'เคลียร์ทุกดราม่า! น้อมรับคำติ วอนอย่าฟ้องเลย จากนี้เลิกแซะนายกฯ

‘พระมหาสมปอง’เคลียร์ทุกดราม่า! น้อมรับคำติ วอนอย่าฟ้องเลย จากนี้เลิกแซะนายกฯ

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 07.29 น.

กรณี มหาเถรสมาคมตั้งกรรมการตรวจสอบ “พระมหาสมปอง” เหตุแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ อีกทั้งมีการทำการประชาสัมพันธ์โฆษณาขายสินค้า (ปุ๋ยน้ำ) ออกสื่อสังคมออนไลน์ รีวิวสินค้าอาหารเสริม รวมทั้งไปเป็นที่ปรึกษาทีมฟุตบอลแห่งหนึ่ง ซึ่งถือว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์

รายการโหนกระแสวันที่ 11 พ.ค. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ “พระมหาสมปอง ตาลปุตุโต” ทุกประเด็นร้อน มาพร้อม “จตุรงค์ จงอาษา” นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา

ตอนนี้ดังนะ ข่าวเยอะ?

พระมหาสมปอง : (หัวเราะ)

ขอถามอาจารย์จตุรงค์ก่อน มหาเถรสมาคม กับสำนักพุทธ คนละส่วนกัน?

จตุรงค์ : คนละส่วนกัน แต่เขาใช้อำนาจร่วมกัน ผอ.สำนักพุทธ ตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดเขามีอีกหนึ่งตำแหน่งที่เป็นหัวโขนสวมอยู่ด้วย คือเลขาธิการมหาเถรสมาคม และเขาเป็นคนชงเรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่องปวดหัวต่างๆ มาให้เถรสมาคมในการตัดสิน แม้กระทั่งการจัดคิว ว่าเรื่องไหนด่วน เรื่องไหนหลัง เรื่องอาลัว บรรดาโสสิ ซึ่งผมไม่รู้เขาใช้อะไรในการจัดคิว แต่พระมหาสมปอง ดันมาอยู่ต้นๆ ถูกส่งเข้าไปโดยคนชง สำนักพุทธชงเรื่องเข้าสู่สมาคมมหาเถระสามเรื่อง เรื่องแรกการเทศน์แซวรัฐบาล เขามองว่าการเทศน์นั้นไม่ได้ให้ปัญญา สองไปวิเคราะห์ข่าวกับคุณหนุ่ม กรรชัย สาม ไปโฆษณาขายปุ๋ย รีวิวสินค้าพวกปุ๋ยน้ำ เขาส่งไป 3 เรื่อง เสร็จแล้วมหาเถรสมาคมเขามีมติกลับมาว่า 2 เรื่องวิเคราะห์ข่าวกับหนุ่ม กรรชัย กับปุ๋ยน้ำเขาไม่พิจารณาแต่เขาพิจารณาเรื่องเทศน์แซวรัฐบาลไม่เหมาะสม ขอให้จัดการกันต่อไป

พระมหาสมปอง : แค่นี้ก็จะหมดตัวแล้วครับ เลือดซิบๆ

ก่อนไปถึงประเด็นการเมือง เรื่องรีวิวสินค้า ไปรีวิวจริงหรือเปล่า ใช่กิจของสงฆ์เหรอ?

พระมหาสมปอง : อาตมาใช้คำว่าเชียร์ เห็นละมุด เห็นปลาส้ม หมูทอด ก๋วยเตี๋ยว ส่วนใหญ่เราก็จะเชียร์ แต่จะใช้คำว่ารีวิวก็ได้ แต่ที่พลาด เจ้าของเขามาขอขมาอยู่

กระปรี้กระเปร่า ต้านอนุมูลอิสระ ผิวพรรณดี พระอาจารย์อ่านจากกล่องเขาได้เหรอ?

พระมหาสมปอง : สารภาพ คำว่าต้านอนุมูลอิสระอาจารย์ยังไม่รู้เลย แอบๆ ถามว่ามันไม่ดีเหรอเลยต้าน เขาก็ไปกราบนั่นล่ะ มาถวายเพล แล้วเขาเข้ามามีของ เราก็รับมา แล้วเราก็ถามว่าขายดีไหม เขาบอกขายไม่ค่อยดี เดี๋ยวอาตมาเชียร์แล้วกัน กินได้มี อย.ไหม

ไปรับเงินเขาหรือเปล่า?

พระมหาสมปอง : ไม่ได้รับ ถามว่ามีปัจจัยให้ไหม ถ้าจะนับก็อาหารเพลวันนั้น ไม่ได้มีปัจจัย ล่าสุดเขาก็มาขอขมา ยังถามเขาอีกว่าขายดีไหม (หัวเราะ) กระทบไหมที่เราไปเชียร์ กลายเป็นว่าทำลายชื่อเสียงผลิตภัณฑ์เขาหรือเปล่า เขาบอกไม่เป็นไร เราเชียร์ทุกอย่างนะ ละมุดแถวๆ บ้านเราก็เชียร์เขา แต่คำพูดที่อ่านตามข้างกล่องเขา ก็ไม่เหมาะสม อันนี้ต้องยอมรับ

ไม่ใช้คำว่ารีวิว ใช้คำว่าเชียร์?

พระมหาสมปอง : เราเห็นอะไรเราก็เชียร์ จะใช้คำว่ารีวิวก็ได้ ถ้าใช้คำว่ารีวิวก็รีวิว แต่เราอยากช่วย ช่วงโควิดมันก็ลำบาก บางคนก็ประชดประชัน แหมเมตตาสูง ก็ขำหัวเราะเยาะอยู่ แต่เราอยากช่วยจริงๆ จะรีวิวก็ได้ แต่ว่าไม่ได้ปัจจัยหรอก อยากช่วยเขานั่นล่ะ

เรื่องรีวิวสินค้า อยากช่วยลูกศิษย์ พระทำแบบนี้ได้ไหม?

จตุรงค์ : ต่อให้รับเงินก็ยังทำได้ ตราบใดก็ตามหากท่านได้เซ็นใบหัก 3 เปอร์เซ็นต์ตามกฎหมาย ให้รัฐไปแล้ว ถ้าท่านเอา 3 เปอร์เซ็นต์ไว้กับตัว ท่านจะอาบัติหนัก ปราชิก อมภาษีรัฐ แต่ถ้าพระคุณท่านได้งานรีวิว  มีการเซ็นใบหัก 3 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ชักเงินออกไปแล้ว ผมก็มองไม่เห็นว่าจะอาบัติตรงไหน แถมท่านสมปองยังเป็นตัวอย่างให้คนด้วยซ้ำว่าเมื่อพระมีรายได้ขึ้นมา พระก็เสียภาษี จากการเซ็นใบหัก 3 เปอร์เซ็นต์นี่ล่ะ เซ็นกันมือหงิกแล้วมั้ง ขออภัยนะท่าน ไม่ได้เข้าข้าง แต่เล่าจากบริบทจริงๆ สมัยผมเป็นพระ ผมไปสอนหนังสือสามเสนวิทยาลัย เขาก็มีถวายรายเดือนให้เหมือนกัน เราก็ต้องเซ็นและให้รัฐไปเหมือนกัน ดังนั้นเหมือนกัน ตราบใดที่ท่านสมปองเซ็นใบหัก 3 เปอร์เซ็นต์ให้ทีมงานอยู่ ไม่อาบัติ

ถ้ารีวิวน้ำหอมล่ะ?

จตุรงค์ : ไม่ได้ อาบัติเพราะเป็นเครื่องหอม ไม่ได้

พระมหาสมปอง : ความวัวยังไม่ทันหาย ยังมาแทรกอีกเหรอ

จตุรงค์ : อย่างมาดามฟินหรือไลโอคงไม่เหมาะ บางสินค้าไม่ได้

แต่บางคนบอกว่าโฆษณาปุ๋ยก็ไม่เหมาะ?

จตุรงค์ : แล้วพระบางรูปไปโฆษณาร้านอาหารในอดีตล่ะ เห็นแขวนป้ายเต็มไปหมด ไม่ได้ว่าท่านเจ้าคุณ ว. นะ แต่ทุกคนมีลูกศิษย์

พระมหาสมปอง : เอ่ยไปแล้ว (หัวเราะ)

จตุรงค์ : ทุกคนมีลูกศิษย์ ก็อยากช่วยลูกศิษย์ตัวเอง มันผิดตรงไหนล่ะคุณหนุ่ม ไม่ได้เข้าข้าง ถามว่าทำไมว่าเฉพาะพระที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาลล่ะ พระที่อยู่ฝั่งเดียวกับรัฐบาล หรือคนฝั่งรัฐบาลชื่นชอบ เขาก็ทำแบบนี้เหมือนกัน เซ็นใบหัก 3 เปอร์เซ็นต์จากการทำกิจกรรมบางอย่าง เพื่อเอกชนเหมือนกัน อย่าบอกนะว่าพระที่เป็นเซเลบเคยออกทีวี จะไม่เคยเซ็นใบหัก 3 เปอร์เซ็นต์กันเหรอ ถ้าพระที่เซ็นใบหัก 3 เปอร์เซ็นต์ ถ้าผิดก็ผิดทั้งหมด ที่อยู่มา 200-300 ปี เขาอยู่กันมาได้ยังไง ไม่ได้เข้าข้าง แค่เล่าให้ฟังว่ากระบวนการข้อเท็จจริงคุณเซ็นจ่ายกันหรือเปล่า

เรื่องที่ไปเป็นที่ปรึกษาทีมฟุตบอลคืออะไร?

พระมหาสมปอง : ต้องเล่าเริ่มต้นจากทีมไส้เดือนทมิฬก่อน เพื่อนอาตมาเคยบวชและลาสิกขาไป เราก็เอ๊ะ จะชวนเพื่อนมาวัด แต่เขาก็อยู่วัดตลอด เลยตั้งทีมฟุตบอลไส้เดือนทมิฬ ทีมศรัทธา ดารานักร้องจะเยอะ แต่ไม่ได้นำเสนอภาพ ทีมเอสที อคาเดมี่ เป็นโรงเรียนประถม จนมาที่เป็นเรื่องคือจัมปาศรี ยูไนเด็ต ที่มหาสารคาม ไปงานศพแม่เพื่อน เพื่อนบอกเดี๋ยวจะมีประธานสโมสรมาขอเมตตาให้อวยพรหน่อย และเป็นที่ปรึกษาให้หน่อย ในความรู้สึกอาตมาก็ไม่ได้ปรึกษาอะไรเราหรอก คงให้ไปเป็นสิริมงคล ไปเหยียบสนามให้ อำนวยอวยพร ถ้าจะมีนัยยะแฝง อาตมามีทีมประถม เอสทีอคาเดมี่ ที่พูดไป อนาคตถ้าเขามีทีมไปได้อีก ระดับสโมสร เผื่ออนาคตไปไทยลีกได้ ก็เป็นโอกาสของเด็กๆ เหล่านี้ เรามีโนนโพธิ์แดง อยู่ จ.เลย จัมปาศรียูไนเด็ต อาจเป็นทีมที่เด็กๆ อาตมาสามารถไปต่อได้ ถ้านึกถึงเรื่องประโยชน์หน่อย ก็คืออยากเห็นเด็กๆ ไปทีมสโมสร หรือจะให้เว่อร์ๆ หน่อยให้ไประดับทีมชาติ เราเลยรับเป็นที่ปรึกษา เราชอบตรงนี้ สนุกสนาน อาตมารู้สึกว่าดารา นักร้อง นักมวย นักฟุตบอล เวลาขึ้นเวที เขาจะมีชื่อเสียงก็จะห่างๆ จากคนดู แต่พอไปสนามฟุตบอลจะใกล้ชิด อย่าง โจ้ ห้าหลา ก็เรียกอาตมาว่าพ่อ ทั้งที่เป็นน้องอาตมา 3 ปี เราก็รู้สึกสนิทสนมกัน ก็ชอบบรรยากาศแบบนี้ ถ้ามองไม่เหมาะสมก็มองได้ แต่ส่วนใหญ่เราไปการกุศล ไม่มีรายได้ คนไปส่วนใหญ่เสียสละ จ่ายด้วยซ้ำ ไม่มีได้ ก็เลยชอบ

เห็นว่าเป็นแฟนคลับทีมลิเวอร์พูล?

พระมหาสมปอง : ปีนี้หงอยหน่อย ไม่ได้แชมป์อะไร บางทีก็มีหลุดๆ บ้าง อาตมาก็ยอมรับ ถ้ามองไม่เหมาะสมก็มองได้ แต่จริงๆ พระแบบอาตมามีเยอะ ทั้งเป็นโค้ชเอง ฝึกเด็กเอง คุมเอง ให้เด็กห่างไกลยาเสพติด มีมากมาย ถ้าไม่เหมาะสมบ้างก็ต้องขออภัย แต่ดูแล้วเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ เรา และการกุศลด้วย ก็ขออนุญาตตรงนี้

ผิดไหม?

จตุรงค์ : ถ้าจะว่าผิดก็ผิด จะว่าถูกก็ถูก เรื่องผิดคือออกหน้าออกตา เชียร์บอล หาเรื่องได้

ไม่กลัวโดนฟ้องเหรอ?

จตุรงค์ : ฟ้องมาสิ ผมโดนหมายศาลจนชินแล้ว มารายการคุณโดนไป 2 หมายแล้วเนี่ย ไม่ซีเรียส ผมก็ต้องโดนต่อไป ถ้าไม่มีค่าทนาย ผมก็มาเบิกกับคุณนี่ล่ะ แต่พูดให้ฟังว่าคุณผู้ชมไปหากูเกิลดูว่า กรรมการมส. คนที่ออกคำสั่งมาจัดการเขาเนี่ย ก็ทำกันเป็นเรื่องเป็นราว แล้วมาเอาแค่นี้ ทีมฟุตบอลกระจ๊อกกระแจ๊กอย่างนี้

มหาเถรสมาคมไม่เล่นเรื่องนี้?

จตุรงค์ : ก็เข้าใจ ที่เขาไม่เล่นเรื่องนี้เพราะเข้าตัวเขาไง ส่งไป 3 เรื่อง เขาก็ต้องคิดแล้ว แตะเรื่องนี้เข้าตัวนี่หว่า ก็มีเรื่องนี้เรื่องเดียว ที่ขยี้ท่านสมปองได้โดยที่พวกเขาไม่เจ็บตัว คือเรื่องข้องเกี่ยวการเมือง เพราะเราเทศน์เอาใจการเมือง เราไม่เคยเทศน์โจมตีการเมือง นี่เข้าทางเขา

เรื่องไปแซะนายกฯ จริงๆ เรียกว่าอะไร?

พระมหาสมปอง : ก็เรียกแซวเรียกแซะล่ะ แต่จริงๆ คืออาตมาไปเจอท่านมาแล้ว ไปงานแล้วเจอท่านนายกฯ ตู่ เดินไปหาท่านเลย ไปขอท่านแล้วว่าขออนุญาตแซวท่านได้ไหม ท่านบอกว่าได้ครับ แต่ตามสมควรนะครับ ที่อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน มีภาพด้วย จับข้อมืออะไรต่างๆ และอาตมาใช้บรรยายและถ่ายทอดตลอด

ยืนยันว่าขอแล้ว?

พระมหาสมปอง : ใช่ ขออนุญาตแล้ว แต่ตอนนี้อาจจะเริ่มเกินสมควร

ล่าสุดพูดเรื่องเรือดำน้ำ บอกว่าเป็นการซื้อกตัญญู สองเหมือนอาจารย์ยังค้างคาใจ ไปแซะอีกอันว่าซื้อทำไมเรือดำน้ำ ตอนนี้เอาเงินมาซื้อเตียงก่อน?

พระมหาสมปอง : อันนี้ล่ะที่เป็นประเด็น มาสัมภาษณ์กับแฟน เราอารมณ์อยู่กุฏิ ไม่ต้องเกรงใจช่อง พิธีกรมาก ก็หลุดไปเยอะหน่อย คำว่าซื้อเรือกตัญญูภาษาอีสาน เป็นคำแซวก็ได้ คำด่าก็ได้ ถ้าคนเข้าใจก็จะขำ จะฮา แต่ถ้าคนไม่เข้าใจก็จะเป็นคำแรงเหมือนกัน จริงๆ อยู่ในติ๊กต๊อกนะอันแรก แต่ลบไปแล้ว

คุณศรีสุวรรณไปร้องว่าไม่เหมาะสม?

พระมหาสมปอง : จริงๆ อาตมาสายบรรยาย ก็แซวนายกฯ ทุกสมัยล่ะ ตอนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็แท้งกิ้ว ทรีไทม์ เป็นคำแซว คำหยอกในสมัยนั้น เป็นเรื่องที่คนพูดกันอยู่แล้ว ไม่ได้คิดขึ้นมาเอง ไม่ได้เก่งขนาดนั้น อ่านจากเฟซจากไลน์ก็สะสมไว้ พอถึงจุดแซวจุดแซะบ้างเราก็จะแซว แต่เราจะมีคำขอโทษต่อท้าย ถ้าเขาถามว่ากิจของสงฆ์ไหม ถ้าเราพูดแล้วช่วยใครได้หรือกระตุ้นเตือนสักหน่อย สะกิดใครได้ อาจเป็นเพราะอาตมาจบโทธรรมศาสตร์ ตรีมหาจุฬา ก่อนเข้าประตูธรรมศาสตร์เขาก็จะมีฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนฉันรักประชาชน คนเรียนธรรมศาสตร์ส่วนใหญ่ก็จะมีดีเอ็นเอความเป็นธรรมศาสตร์ รักประชาชน อะไรที่มีเตียงให้ประชาชน มีประโยชน์กับประชาชน ถ้าเราพูดให้ได้ เราก็อยากพูดบ้าง ในฐานะประชาชนคนหนึ่งนี่ล่ะ ไม่ใช่ตัวเองเก่งกว่าแล้วไปจัดการได้ ทำได้ดีกว่า ก็ไม่ใช่

ประเด็นคือมุมนึงบอกว่าความไม่เหมาะสมเกิดก่อนหน้านี้อีก ที่พระอาจารย์ไปบรรยายแล้วเหมือนเล่านิทานบางเรื่องแล้วไปแซะนายกฯ เรื่องชักปลั๊ก หลายคนมองว่าพระอาจารย์อาจตั้งท่าหรือเปล่า?

พระมหาสมปอง : มุกนี้เป็นมุกลูกนอนอยู่เตียงรพ. แล้วพ่อไปเยี่ยม ถังออกซิเจนเต็มเลย พ่อถามลูกโตไปอยากเป็นอะไร ลูกตอบอยากเก่งเหมือนนายกฯ ตู่ อยากเป็นนายกฯ ตู่ จะไปเลือกนายกฯ ตู่เป็นนายกฯ ครับ

ทำไมเสียงเบาจัง ตอนบรรยายเสียงดัง ออกอรรถรส?

พระมหาสมปอง : เคยทัวร์ลงไหมล่ะ (หัวเราะ) คดีคุณหมดหรือยัง (หัวเราะ) เล่าอย่างนั้นก็ได้ ลูกป่วยพ่อไปเยี่ยม พ่อถามโตขึ้นอยากเป็นอะไร ลูกบอกอยากเก่งเหมือนนายกฯ ตู่ อยากฉลาดเหมือนนายกฯ ตู่ พ่อเลยถอดถังออกซิเจนแล้วบอกว่าพ่อขอโทษ พ่อยอมให้ลูกเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ตอนนั้นไปบรรยายเป็นคำแซวที่อยู่ในสังคมอยู่แล้ว

นายกฯ รู้ไหม?

พระมหาสมปอง : คงรู้บ้างไม่รู้บ้าง เอางี้เจอกันอีกทีที่งานวันเด็กที่อุทยานเสือป่า ท่านก็แซวอาตมาคืนเหมือนกัน มีแซว มีหยอก กล้องจับอาตมาขึ้นจอใหญ่ เราก็ขออนุญาต แต่บางทีอาจเริ่มเกินสมควรอย่างที่ท่านบอกไว้ อย่าฟ้องเลย คุณโยมศรีสุวรรณ บอกอาตมาดีๆ ก็ได้ อาตมาเป็นพระไม่ดื้อหรอก อาตมากลัวง่ายด้วย มีอะไรหน่อยก็ตกใจแล้ว พร้อมปรับปรุงแก้ไข พูดในรายการนี้ ถ้าผิดพลาดอะไรเราขอโทษด้วยความจริงใจ ถ้าเราผิดพลาดไป พลั้งไป ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม สองปรับปรุงแก้ไข ถ้าอาตมาพูดแล้วเกินขอบเขต หรือไปแซะมากเกินไป ตอนแรกไม่ถือ ตอนนี้เริ่มถือแล้ว

สึกไหม?

จตุรงค์ : ผมว่าไม่ถึงหรอกครับ พอถึงเวลาผมเชื่อว่ากลไกจากมส. ส่งมาให้เจ้าคณะปกครอง ส่วนใหญ่ไปตกอยู่รักษาการณ์เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ก็คือวัดหัวลำโพง ต้องถามพระคุณท่านจะเอายังไง แต่เท่าที่ผมทราบ กรณีแบบท่านสมปอง มีมา 4 เคสแล้ว  ต้นปีม.ค.เจ้าคุณพิพิธ แซวรัฐบาลโดนไปหนึ่งคน คนที่สองท่านไพรวัลย์ ก.พ.  คนที่สาม มี.ค. เจ้าคุณประสาน แกนนำม็อบ ก็มาพูดเรื่องวัคซีนแบบนี้ก็โดนไปเหมือนกัน คนที่สี่ก็คือท่านสมปอง ก็แบบเหมือนกัน วิจารณ์รัฐบาล เรือดำน้ำ สำนักพุทธชงเรื่องไปมหาเถรสมาคม แล้วมหาเถรสมาคมมีมติออกมา พูดง่ายๆ ปีนี้ทั้งปี ภาพลักษณ์มหาเถรสมาคมกับสำนักพุทธ มองแล้วชัดว่าไม่ได้ทำงานเพื่อปกป้องพระสงฆ์ หรือดูแลพระสงฆ์ แต่คุณทำงานเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล หรือเอาใจแกนนำรัฐบาลหรือเปล่า ตอนนี้ต้องตั้งคำถามเลยนะ ถ้าคิดว่าเรื่องเล็กทำไมไม่ให้เจ้าคณะปกครองคุยกันเป็นการภายใน สมปองเบาหน่อย ไพรวัลย์เบาแล้วนะ ทุกคนยอมเบาหมด แต่เคยมีไหมที่มีการคุยกันแบบปากเปล่า ถึงเวลาปุ๊บมาใช้คำสั่งอำนาจรัฐจัดการ พอจัดการได้ไม่ถูกใจก็ให้นักร้องมาจัดการ ผมมองว่าไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่น่าคิด

พระมหาสมปอง : มุมนึงขอบคุณท่านอาจารย์ แต่อีกมุมมหาเถรสมาคมเป็นพระผู้ใหญ่ เราถูกปลูกฝังให้เคารพผู้หลักผู้ใหญ่อยู่แล้ว โดยพรรษาอะไรต่างๆ บางทีมีเรื่องมีราวขึ้นไป ท่านก็เหมือนเป็นพ่อเรา ครูบาอาจารย์เรา สมปองอาจเริ่มมากไปก็มีเตือนมา แต่อาตมาก็รอไปชี้แจง แต่ไม่เห็นมาก็ถามเลขาวัดอยู่ว่าจะมีเรียกไปไหม

อันนี้ถือว่าเป็นพระสงฆ์ที่ยุ่งกับการเมืองไหม?

จตุรงค์ : เขากล่าวหามา 4 คนทั้งปีแบบนี้ ตลอดปีนี้ใช้วิธีนี้กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการเมือง จะหยุดไหม ถ้าไม่หยุดจะจัดการขั้นต่อไป

ในมุมกลับกัน เรื่องผู้วิเศษต่างๆ นานาที่ปรากฎขึ้น โสสิเอย องค์ดำเอย ได้คุยกับทางสำนักพุทธเขาบอกว่าไม่เกี่ยวกับเขา?

จตุรงค์ : มันเป็นความประหลาดของบ้านนี้เมืองนี้ไงคุณ กลายเป็นว่าจุดเก่งของสำนักพุทธและกรมศาสนาคืออะไร ปัญหามีอยู่ชัดๆ เลยนะ ถามว่าเขาจัดการความรวดเร็วในการจัดการงานยังไง ถามว่าพระติดโควิด หน้ากากล้านชิ้น ไม่เห็นอะไรสักอย่างที่เป็นรูปธรรม นโยบายที่เขาพูดมา แต่ขนมอาลัว จัดการพระที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องเรื่องการเมือง นี่เป็นเรื่องสำคัญว่าทำไมเขาเลือกจัดการเรื่องพวกนี้ก่อน คุณไปยุ่งอะไรกับร้านขนมอาลัว ขนมเค้ก มันอำนาจหน้าที่คุณเหรอ แต่คนแอบอ้างศาสนา โสสิ ดันบอกไม่ใช่อำนาจหน้าที่

อาจารย์มีปัญหากับสำนักพุทธอยู่ไหม?

จตุรงค์ : มีประจำครับ มีปัญหากับสำนักพุทธเพื่อหากินอยู่แล้ว หน้าที่งานผมก็เป็นแบบนี้ ไม่มีปัญหาได้ไง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาทำงานเพื่อพระสงฆ์แค่ไหน หรือทำงานเพื่อรัฐ หน่วยงานคือสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ คุณก็ต้องช่วยพระไหม ถามว่าถ้าท่านสมปองมีปัญหาหน้าที่สำนักพุทธคืออะไร ไม่ใช่มาไล่จับท่านสมปอง ต้องหานิติกรหรืออัยการมาช่วยเหลือท่านสมปองในเชิงกฎหมายหรือเปล่า ผมเลยมองว่าสรุปหน่วยงานคุณทำหน้าที่อะไร สนองงานพระ หรือไล่ล่าพระ พูดมาเลย ถ้าคุณบอกเป็นหน่วยงานไล่ล่าพระก็บอกเลย สำนักงานไล่ล่าพระแห่งชาติ จบ สำนักงานดัดจริตทางศีลธรรม เอาสักอย่างก็ได้ พอถึงเวลาคุณเลือกข้างนี่ ถึงเวลาพระอร่อยจนลืมกลับวัด สาธุ พระบอกปุ๋ยดีเฮ้ย ผิด ก็ลูกศิษย์เหมือนกัน ทำไมเราเลือกล่ะ ก็เป็นซะอย่างนี้

หายใจไม่ทันแล้วใช่ไหม?

พระมหาสมปอง : กำลังคิดอยู่ว่าอาจารย์ช่วยหรือทำลาย (หัวเราะ)

จตุรงค์ : ถามว่าถ้าพระผู้ใหญ่ทำแล้วมันไม่ผิด พระสมปองก็ต้องไม่ผิดด้วยสิ แต่ถ้าพระสมปองผิด พระผู้ใหญ่ก็ต้องผิดด้วยสิ ผมไม่ได้มีปัญหากับใคร ถ้าผิดก็ให้ผิดไปด้วยกัน

เห็นใจไม่ได้ทำลาย?

จตุรงค์ : เห็นใจ

พระมหาสมปอง : เห็นใจแรงมากเลย เริ่มหายใจแรง (หัวเราะ)

สุดท้ายมีเพจๆ นึงที่เอามาโชว์กัน พระอาจารย์พูดหรือเปล่าถ้าหากการเมืองไม่ใช่กิจของสงฆ์ การบริหารประเทศก็ไม่ใช่กิจของทหาร?

พระมหาสมปอง : ไม่ได้พูด เห็นว่านักกีฬารุ่นใหญ่ท่านนึงคิดคำพูดนี้มา แล้วคุณวัน อยู่บำรุงตอนที่เขาเซฟพระมหาสมปอง ก็เอาขึ้นมา ตอนแรกเป็นคำพูดคนอื่นอยู่ แต่ตอนหลังกร่อนไปกลายเป็นคำพูดอาตมาไปแล้ว ก็กลายเป็นว่าไปต่อล้อต่อเถียงต่อคำอะไรอีก จริงๆ คิดคำสละสลวยแบบนี้ไม่ได้ ก็ขอบคุณที่ท่านหวังดีปรารถนาดี หลายคนเซฟมามาย แต่ว่าในความเป็นพระเราถูกสอนให้ทุกอย่างปล่อยวาง ให้จบด้วยดี มส.ก็เป็นมหาเถระ ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน มีคนชงเรื่องไป ท่านก็อาจต้องอะไรก็ว่ากันไป ท่านก็เมตตาพอสมควรนั่นล่ะ สองสำนักงานพุทธก็อยากให้ส่งเสริมพระเณร อยากให้ช่วยเรื่องการศึกษา ไม่อยากเป็นศัตรูกันอยู่แล้ว อยากให้ส่งเสริมกันตามที่พระเณรต้องการ

หลายคนเซฟพระสมปอง?

พระมหาสมปอง : ขอบคุณที่เซฟ และหวังดี แต่ก็ไม่ต้องไปว่าท่านอาจารย์ว. หรือหลายๆ ท่านที่เป็นพระพี่ พระน้องกัน เรารู้จักกัน สนิทสนมกัน จริงๆ ไม่อยากให้เปรียบเทียบกัน ทุกท่านทำหน้าที่ของท่าน

หยุดการแซะไหม?

พระมหาสมปอง : ก็ต้องหยุดนะ ถ้าเราไม่หยุดมันก็จะอันตราย (หัวเราะ) ปรับปรุงได้ คำพูดมีเยอะอยู่ มุกมีเยอะอยู่เรื่องให้แซว

จตุรงค์ : อยากให้ภาครัฐ ในเมื่อลุงตู่เคยเจอท่านบ่อยๆ นิมนต์ไปคุย จะทำให้ภาพลักษณ์ลุงตู่ดีขึ้นเยอะมาก ลุงตู่เป็นคนใจกว้างเว้ย ท่านไม่เข้าใจอะไร นิมนต์และถ่ายคลิปไปเลย ว่ารัฐบาลไม่ได้มีปัญหากับพระนะ แต่ภาพลักษณ์ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เป็นภาพลักษณ์ที่ชัดว่าอำนาจรัฐไม่แฮปปี้กับพระที่พูดถึงรัฐบาล เป็นผมเอากรณีนี้เป็นกรณีศึกษา นิมนต์ไปเลย ปรับทัศนคติให้เห็นต่อหน้านะ คุยกันฉันท์มิตร

ไปปรับทัศนคติซะ?

พระมหาสมปอง : อาจารย์ชงดี แต่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องนิมนต์มาก็ได้ (หัวเราะ) ที่อื่นนิมนต์มาก็พอ เจริญพร

‘ภาษีความหวาน’ เปลี่ยนค่านิยมบริโภค ช่วยประชาชนลดป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572204

‘ภาษีความหวาน’เปลี่ยนค่านิยมบริโภค  ช่วยประชาชนลดป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

‘ภาษีความหวาน’เปลี่ยนค่านิยมบริโภค ช่วยประชาชนลดป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ในฐานะประธานเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวถึง การเก็บภาษีความหวานในเครื่องดื่มผสมน้ำตาล ว่านับตั้งแต่กรมสรรพสามิตดำเนินการจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลให้โรงงานผลิตเครื่องดื่มปรับกระบวนการผลิตที่เน้นลดการใช้น้ำตาลทรายลง เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีความหวานที่เพิ่มขึ้นจึงเกิดผลดีทางสุขภาพแก่ประชาชน มีทางเลือกการบริโภคเครื่องดื่ม รสชาติหวานน้อยแก่ประชาชนมากขึ้น

ซึ่งแม้ว่าองค์การอนามัยโลกได้ออกคำแนะนำว่าไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 25 กรัมต่อวัน หรือ 4-6 ช้อนชาต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แต่มีข้อมูลน่าตกใจว่าคนไทยบริโภคปริมาณน้ำตาลโดยเฉลี่ย 100 กรัมต่อคนต่อวันหรือมากกว่าที่ควรถึง 4 เท่าส่งผลให้ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากเป็นโรคกลุ่ม NCDs เช่น โรคอ้วนเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังก่อให้เกิดฟันผุด้วย

“การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานจะทำให้สมองหลั่งสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ทำให้รู้สึกมีความสุขคุ้นชิน รวมถึงสั่งการให้ร่างกายมีความต้องการน้ำตาลมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นติดอยู่ในวงจรความหวาน ต้องกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานบ่อยครั้ง เหมือนร่างกายขาดน้ำตาลไม่ได้ จนกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ในที่สุด” ทพญ.ปิยะดา กล่าว

ศธ.พบบุคลากรติดเชื้อโควิดเพิ่ม 3 ราย ยอดสะสม 30 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572332

ศธ.พบบุคลากรติดเชื้อโควิดเพิ่ม 3 ราย ยอดสะสม 30 ราย

ศธ.พบบุคลากรติดเชื้อโควิดเพิ่ม 3 ราย ยอดสะสม 30 ราย

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 20.57 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อโควิด19 ที่ปฏิบัติงานในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพิ่ม 3 ราย คือ ลูกจ้างชั่วคราว สำนักบริหารทรัพย์สิน สกสค. (เพศชาย) , ลูกจ้างชั่วคราว สำนัก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. (เพศชาย) , แม่บ้าน ชั้น 9 อาคารรัชมังคลาภิเษก 2 สถาบันวิทยาลัยชุมชน (เพศหญิง)

สรุปสถานการณ์ขณะนี้ ศธ.มีผู้ติดเชื้อโควิด19 ที่ทำงานใน ศธ.รวมทั้งสิ้น 30 ราย แยกเป็นเพศหญิง 21 ราย เพศชาย 9 ราย (เสียชีวิต 1 ราย) ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 15 ราย) ดังนี้

1. ข้าราชการ ศูนย์บริการประชาชน สป. 10/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว 2. ผอ.กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 18/4/64 (เพศหญิง) เสียชีวิต 3. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สพฐ. 19/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว 4. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 5. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 6. ข้าราชการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 22/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 7. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 8. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว 9. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักอำนวยการ สพฐ. 22/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 10. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มโทรทัศน์ฯ OBEC Channel ห้องควบคุมห้องประชุมศูนย์ปฎิบัติการ สพฐ.5 ชั้น 9 ห้อง DOC สพฐ. 22/4/64 (เพศหญิง)

11. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 12. ข้าราชการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว 13. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว 14. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 15. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 16. อัตราจ้างเหมาบริการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 24/4/64 (เพศหญิง) 17. นิสิตฝึกงาน ที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. 24/4/64 (เพศหญิง) 18. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศหญิง) 19. เจ้าหน้าที่เงินทุนเลี้ยงชีพ กลุ่มงานเงินทุนเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศหญิง) ออกจาก รพ.แล้ว 20. เจ้าหน้าที่สวัสดิการ กลุ่มงานสวัสดิการ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศชาย) ออกจาก รพ.แล้ว

21. เจ้าหน้าที่งานบุคคล กลุ่มงานบริหารสำนักงาน กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 25/4/64 (เพศหญิง) 22. พนักงานขับรถยนต์ จ้างเหมาบริการ สำนักงาน กศน. 26/4/64 (เพศชาย) 23. ข้าราชการ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษา กลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. 28/4/64 (เพศหญิง) 24. พนักงานราชการ งานตรวจสอบ กลุ่มบริหารงานคลังและสินทรัพย์ สำนักอำนวยการ สป. 2/5/64 (เพศหญิง) 25. พนักงาน สำนักบริหารทรัพย์สิน สกสค. 5/5/64 (เพศหญิง) 26. นักวิชาการ กลุ่มส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 6/5/64 (เพศชาย) 27. ข้าราชการ กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ สป. 9/5/64 (เพศหญิง) 28. ลูกจ้างชั่วคราว สำนักบริหารทรัพย์สิน สกสค. (เพศชาย) 29. ลูกจ้างชั่วคราว สำนัก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. (เพศชาย) 30. แม่บ้าน ชั้น 9 อาคารรัชมังคลาภิเษก 2 สถาบันวิทยาลัยชุมขน (เพศหญิง)

แยกเป็นสังกัด (ตามพื้นที่ที่ทำงาน) สช. 8 ราย, สป. 4 ราย, สพฐ. 3 ราย, กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 9 ราย, สำนักงาน กศน. 1 ราย, สกสค. 3 ราย, คุรุสภา 1 ราย, สถาบันวิทยาลัยชุมชน 1 ราย