‘สมเด็จพระสังฆราช’ เสด็จไปทรงเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สร้างขวัญกำลังใจ-สิริมงคล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572320

'สมเด็จพระสังฆราช'เสด็จไปทรงเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สร้างขวัญกำลังใจ-สิริมงคล

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จไปทรงเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สร้างขวัญกำลังใจ-สิริมงคล

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 20.04 น.

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชน และเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนร่วมพิธีพร้อมกันทั่วประเทศผ่านช่อง NBT2HD

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์ จำนวน 10,000 เล่ม สำหรับพระราชทานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อนำไปมอบให้กับวัดต่างๆ ที่ใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งในกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคราราม เขตพระนคร ส่วนภูมิภาค กำหนดให้วัดในนามเขตปกครองหนต่างๆ ดังนี้ เขตปกครองหนกลาง ณ วัดพนัญเชิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตปกครองหนเหนือ ณ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ เขตปกครองหนตะวันออก ณ วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร และ เขตปกครองหนใต้ ณ วัดกระพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง ในส่วนของวัดอื่นทั่วไปและวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาจัดพิธีตามความเหมาะสม

การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ครั้งนี้ เป็นไปตามมติของมหาเถรสมาคม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤติสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พบการแพร่ระบาดในวงกว้าง และพบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชน ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงสภาพจิตใจของประชาชนท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์นั้น เป็นไปตามวิถีของชาวพุทธ ที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมจิตใจในยามทุกข์ยาก ส่วนตัวมองว่าการเห็นต่างเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์นั้น เป็นสิ่งที่จะช่วยเยียวยาสภาพจิตใจ ก่อให้เกิดปัญญาในการดำรงชีวิตอย่างมีสติและรอบคอบ เพื่อให้ประชาชนกลับมามีพลังในการดำเนินชีวิตในสภาวการณ์เช่นนี้ให้ได้

ฝ่าวิกฤตโควิด! ‘ตรีนุช’ เตรียม 2 ระยะรับ ‘เปิดเทอม’ พร้อมเปิดเว็บไซต์ ‘ครูพร้อม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572157

ฝ่าวิกฤตโควิด! 'ตรีนุช'เตรียม 2 ระยะรับ'เปิดเทอม' พร้อมเปิดเว็บไซต์'ครูพร้อม'

ฝ่าวิกฤตโควิด! ‘ตรีนุช’เตรียม 2 ระยะรับ’เปิดเทอม’ พร้อมเปิดเว็บไซต์’ครูพร้อม’

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 14.12 น.

“ตรีนุช”เตรียม 2 ระยะรับ”เปิดเทอม” พร้อมเปิดเว็บไซต์”ครูพร้อม” รวมข้อมูลกิจกรรมทางเลือกให้”นร.-ครู-ผู้ปกครอง”เรียนรู้ด้วยตนเองภายใต้วิกฤตโควิด

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ (ศธ.) พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช (รมช.ศธ.) , นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ (รมช.ศธ.) และผู้บริหารองค์กรหลัก ของ ศธ.ร่วมแถลง‪การเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของกระทรวงศึกษาธิการ‬

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ศธ.ได้เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสามยังมีความรุนแรงนั้น เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้ ศธ.จึงได้เตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษา โดยได้วางแผนการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 พ.ค.ก่อนเปิดภาคเรียน 11 วันทำการ เป็นการเตรียมความพร้อมของทั้งครู นักเรียน และผู้ปกครอง โดยแบ่งจัดกิจกรรมออกเป็น 2 ระยะ

โดยระยะแรก เตรียมความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้เตรียมจัดทำเว็บไซต์ “ครูพร้อม” เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน และครู รวมถึงประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมทางเลือกผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ที่หน่วยงานในสังกัด ศธ.ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รวบรวมข้อมูลแบ่งเป็นหัวข้อ – หมวดหมู่ตามความสนใจ เป็นการบูรณาการเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนทุกกลุ่ม ครู ผู้บริหารผู้ปกครองสนใจ และนักเรียนที่สมัครใจเรียนโดย ไม่บังคับ ไม่นับชั่วโมงเรียน ไม่มีการให้คะแนนผ่าน/ไม่ผ่าน ไม่มีผลต่อการประเมินครู ส่วนรูปแบบ Off-line การจัดกิจกรรมต่างๆ ตนได้ขอให้สถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้องปฏิบัติตามมาตรการของศบค.จังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้นักเรียนทุกไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับระยะที่ 2 คือ ตั้งแต่ช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป ให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ 5 รูปแบบ คือ On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของ ศบค., On-air เรียนผ่าน DLTV, On-demand เรียนผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ, On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต, On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่นๆ ตามบริบทของตนได้

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนการอบรมพัฒนาสมรรถนะครูนั้น ให้แต่ละหน่วยงานได้เตรียมจัดหลักสูตรอบรมให้เหมาะสม เช่น สพฐ.จัดโครงการ OBEC 2021 WEBINAR การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ยุคปกติใหม่ : มุมมองของผู้บริหาร นักวิชาการ และครู ระหว่างวันที่ 17 – 21 พฤษภาคม ทาง OBEC CHANNEL ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สพฐ. ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกลุ่มชุมชนคุณครู ของ สพฐ.ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ส่วนของ สอศ.นั้น จะดำเนินการอบรมพัฒนาครู โดยเน้นเรื่องการพัฒนาสมรรถนะครู ด้วยเนื้อหาที่ทันสมัย โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ มาช่วยสนับสนุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เรียนได้นำไปประกอบอาชีพ นอกจาหนี้ ศธ.ยังรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ จากคุณครูที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดเป็นชุมชนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง ผ่านช่องทางที่เชื่อมต่อสู่เว็บไซต์ “ครูพร้อม” เพื่อให้ครูที่พร้อมแล้วได้มาช่วยเหลือแบ่งปันเพื่อนครูด้วยกัน

“ศธ.ได้ถอดบทเรียนการจัดการศึกษาในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกที่ผ่านมา มีการทบทวนและต่อยอดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทั้ง 5 รูปแบบ เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้ และได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) วางระบบติดตามประเมินผล และรายงานผลการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจะต้องไม่เป็นภาระกับสถานศึกษา และการที่โรงเรียนจะใช้รูปแบบใดในการจัดการเรียนการสอน ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ศบค.จังหวัดก่อน ทั้งนี้ ไม่อยากให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้ามาและผ่านไป แต่อยากให้มองว่าภายใต้สถานการณ์นี้ให้อะไรกับสังคม ผู้เรียน และครูบ้าง และร่วมกันคิดว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ดังนั้น ควรจะนำสิ่งรอบตัวมาเรียนรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ” รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ได้เตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษา โดยวางแผนการจัดการเรียนการสอนไว้ 5 รูปแบบ คือ On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของ ศบค., On-air เรียนผ่าน DLTV, On-demand เรียนผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ, On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต, On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร ให้สถานศึกษาไปปรับใช้ตามบริบทของพื้นที่ ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถผสมผสานรูปแบบต่างๆ เข้าด้วยกันได้ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและครูเป็นหลัก คำนึกถึงความพร้อมของผู้เรียน อุปกรณ์การเรียน และบนความสมัครใจของนักเรียนว่าต้องการเรียนรูปแบบไหน ในส่วนของมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดภายในโรงเรียน สพฐ.เน้นย้ำให้ สพท.และสถานศึกษา ปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค.อย่างเคร่งครัด ซึ่งจากการสำรวจพบว่าโรงเรียนทุกแห่งต้องทำการประเมินความพร้อม โดยจัดสภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ ห้องเรียน และพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน ให้มีมาตรการเว้นระยะห่าง มีเจลล้างมือ ดังนั้น ไม่ว่านักเรียนจะเรียนที่ใดความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ

ส่วน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า สอศ.เตรียมความพร้อมจัดการเรียนการสอน โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 – 16 พ.ค.ได้จัดการรายงานตัวนักเรียน นักศึกษา การประชุมผู้ปกครอง และการปฐมนิเทศนักเรียน นักศึกษาใหม่ โดยได้มอบหมายให้ครูที่ปรึกษาประจำห้องเรียนดำเนินการในรูปแบบออนไลน์ ตามบริบทของสถานศึกษา ส่วนระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 – 31 พ.ค.นี้ หรือช่วง 11 วัน “Think outside the box” 11 วัน 11 อาชีพ โดย สอศ.ได้เตรียมการพัฒนาผู้เรียนและครู ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ โดยการพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษา และครูให้มีความพร้อม และมีทักษะที่สอดคล้องสำหรับการเรียนในรูปแบบต่างๆของสถานการณ์โควิด-19 และสมรรถนะอาชีพที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ

เลขาธิการ กอศ.กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ สอศ.ได้พัฒนาสนับสนุนการเรียนรู้ออนไลน์ รูปแบบใหม่สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านเว็บไซต์ของ สอศ.เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลา อย่างไรก็ตาม การเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา การฝึกอบรมอาชีพ และการให้บริการประชาชน สถานศึกษาทุกแห่ง ต้องยึดมาตรการตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกาศไว้ และจะต้องได้รับอนุญาตจาก ศบค.จังหวัดก่อน

ศบค.ชุดเล็กไฟเขียวฉีดวัคซีน ‘ครู’ 6 แสนคน ก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572153

ศบค.ชุดเล็กไฟเขียวฉีดวัคซีน‘ครู’ 6 แสนคน ก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.

ศบค.ชุดเล็กไฟเขียวฉีดวัคซีน‘ครู’ 6 แสนคน ก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 13.53 น.

ศบค.ชุดเล็กไฟเขียวฉีดวัคซีน‘ครู’ 6 แสนคน ก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.

11 พฤษภาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ศธ. ได้เสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดเล็ก พิจารณาฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ซึ่งเท่าที่ดูตัวเลข ศธ.มีครูในสังกัดทั้งรัฐและเอกชนรวมกว่า 6 แสนราย ยังไม่รวมบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยหรือไวท์โซน สำหรับคนที่จะมาใช้สถานที่ได้ก่อนเปิดเทอม

“ทาง ศบค.ชุดเล็ก เห็นด้วยในหลักการ โดยจะฉีดให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่สีแดงและสีแดงเข้มเป็นลำดับแรกก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจรายชื่อโรงเรียนในตำบลต่างๆ ก่อนลงรายละเอียดรายชื่อและจำนวนครูและบุคลากรในโรงเรียน เพื่อเสนอให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พิจารณาจัดสรรวัคซีนลงไปในพื้นที่จังหวัดต่างๆได้อย่างเพียงพอ คาดว่าจะรวบรวมรายชื่อเสร็จทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้ เท่าที่ทราบปลายเดือนพฤษภาคมนี้ รัฐบาลจะได้รับวัคซีนซิโนแวค เพิ่มอีก 1.5 ล้านโดส และแอสตราเซเนกา เพิ่มอีก 3.2 ล้านโดส” นายสุภัทร กล่าว

นายสุภัทร กล่าวอีกว่า จากสถิติเดือนมกราคม-มีนาคม 2564 พบว่า เด็กจะติดเชื้อโควิด-19 จากผู้ปกครองและครูกว่า 100% ดังนั้นครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเร่งฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในโรงเรียน ที่มีนักเรียนทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศรวมกว่า 8 ล้านคน โดย ศธ.จะผลักดันให้ครูได้ฉีดวัคซีนก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เท่ากับเหลือเวลาอีกประมาณ 3 สัปดาห์ที่ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ทราบว่าทาง กทม.เร่งสำรวจรายชื่อโรงเรียนครู และบุคลากรใกล้เสร็จแล้ว หากได้รับอนุมัติก็จะกระจายฉีดในจุดฉีดที่เพิ่มเติมเข้ามากว่า 150 จุด ซึ่งมีทั้งห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลในพื้นที่

นายสุภัทร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ศธ.ได้ขยับการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้มีนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่เป็นโรงเรียนในระบบกว่า 8 ล้านคน ต้องเดินทางมาเรียนและเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งเรื่องฉีดวัคซีนครู และบุคลากรทางการศึกษานั้น ศธ.จะเร่งจัดทำรายชื่อส่งให้กรมควบคุมโรค ในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อนำเข้าระบบจัดลำดับการฉีดวัคซีนให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป โดยกรมควบคุมโรคได้ขอให้ ศธ.จัดทำรายชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นรายจังหวัด เพราะครูจะต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนที่จังหวัดนั้นๆ โดยขณะนี้เราได้ทำข้อมูลรายชื่อแยกเป็นโรงเรียนรายอำเภอแล้ว

‘หมอยง’ เทียบให้เห็น! ‘อังกฤษ-ฝรั่งเศส’ ปูพรมฉีด AstraZeneca เข็มแรก ได้ผล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572050

'หมอยง'เทียบให้เห็น! 'อังกฤษ-ฝรั่งเศส'ปูพรมฉีด AstraZeneca เข็มแรก ได้ผล

‘หมอยง’เทียบให้เห็น! ‘อังกฤษ-ฝรั่งเศส’ปูพรมฉีด AstraZeneca เข็มแรก ได้ผล

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 07.17 น.

วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ  โควิด 19 วัคซีน เปรียบเทียบระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส

ประเทศฝรั่งเศส มีประชากร 65 ล้านคนประเทศอังกฤษมีประชากร  67 ล้านคน เท่าเท่ากับประเทศไทย

ทั้งสองประเทศ มีปัญหา covid อย่างมาก และมีมาตรการต่างๆรวมทั้ง lock down 

อังกฤษมีปัญหาระบาดหนักในช่วงที่เกิดสายพันธุ์อังกฤษ จนระบบสาธารณสุขของอังกฤษจะไปไม่รอด

อังกฤษระดมฉีดวัคซีนอย่างเต็มที่ เดินหน้าปูพรมได้วัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม และสามารถฉีดวัคซีนได้ถึง 75 โดสต่อประชากร 100 คน ในขณะที่ฝรั่งเศสฉีดวัคซีนได้เพียง 34  dose ต่อประชากร 100 คน ( 4 พฤษภาคม) จะเห็นผลต่างกันชัดเจน

อังกฤษใช้วัคซีน Pfizer  และ AstraZeneca โดยภายหลังใช้ AstraZeneca เป็นหลัก ฝรั่งเศสก็เช่นเดียวกัน แต่เมื่อมีปัญหาอาการแทรกซ้อน ที่เกี่ยวกับลิ่มเลือด ของวัคซีน virus vector (AstraZeneca)  การฉีดวัคซีนของฝรั่งเศสช้าลงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอังกฤษ น้อยกว่ากันกว่าครึ่ง

ผลลัพธ์ขณะนี้ผู้ป่วย covid 19 ของอังกฤษอยู่ในหลัก 1000 ถึง 2,000  คนต่อวัน และมีการเสียชีวิตหลักหน่วย ถึง หลักสิบต้นๆ ส่วน ฝรั่งเศส ยังมีผู้ป่วยประมาณวันละ 20,000 คน  เสียชีวิต 200 ถึง 300 คนต่อวัน หรือมากกว่ากัน 10 เท่า 

แสดงให้เห็นการให้วัคซีนในประชากรหมู่มาก มีประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดเจนต่อระบบสาธารณสุขและชีวิตโดยรวมของประชาชน

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เพชรบุรี’ เมืองแห่งประวัตศาสตร์เก่าแก่ ที่ผ่านเรื่องเล่าไม่รู้จบ ตอนที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571920

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เพชรบุรี’เมืองแห่งประวัตศาสตร์เก่าแก่  ที่ผ่านเรื่องเล่าไม่รู้จบ ตอนที่ 2

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เพชรบุรี’เมืองแห่งประวัตศาสตร์เก่าแก่ ที่ผ่านเรื่องเล่าไม่รู้จบ ตอนที่ 2

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลับตาดิ่งลึกลงไปยังห้วงจินตนาการอดีตของเมืองเพชรผ่านการศึกษาข้อมูล และรูปขาว-ดำที่เริ่มมีการบันทึกไว้ เนื่องจากวิชาการถ่ายรูปได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ เมื่อต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 4คราวที่อารยธรรมจากตะวันตกหลั่งไหลเข้ามายังดินแดนสยามประเทศ โดยนักสอนศาสนาชาวฝรั่งเศส ปาลเลอกัว (P.Pallegois) ทำให้ประวัติศาสตร์ในความทรงจำของผู้เขียนฉายชัดให้รำลึกได้ ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดนับล้านคำ  ประโยคนี้ไม่ได้เกินจริงเลย

อ่านข่าวเพิ่มเติมตอนที่1 : วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เพชรบุรี’ เมืองแห่งประวัติศาสตร์เก่าแก่ อารยธรรมที่ผ่านเรื่องเล่าไม่รู้จบแห่งสยาม (ตอนที่ 1)

“เพชรบุรี” เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สร้างขึ้นในหัวเมืองมาตั้งแต่ครั้ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ คนดั้งเดิมส่วนใหญ่จึงเป็นชาวนา ปลูกข้าว และชาวสวน ปลูกต้นตาลโตนด โดย รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีแรกนาบริเวณที่นาส่วนพระองค์ บริเวณด้านหน้าพระนครคีรี และเสด็จฯไปทรงเป็นประธานในพระราชพิธีดังกล่าว นับเป็นการบำรุงขวัญและเป็นสิริมงคลแก่ราษฎรที่ประกอบอาชีพทำนา

สินค้าหลักของเมืองท่าเพชรบุรีคือ ข้าว ผ้าและฝ้าย ในสมัยต่อมาจึงเริ่มมีสินค้าประเทศอื่น คือหม้อตาล สินค้าพื้นเมืองที่ส่งไปขายยังกรุงเทพฯ อยุธยา และเมืองอื่นๆ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดปรานเมือง “เพชรบุรี” ตั้งแต่ครั้งยังผนวช และเมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว โปรดให้สร้างพระราชวัง วัด และพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นบนยอดเขาทั้งสามยอดติดต่อกัน คือ ยอดเขาทางทิศตะวันตก ทรงสร้างพระที่นั่งที่ประทับ ยอดเขาตะวันออกทรงสร้างวัดพระแก้วน้อย และยอดกลาง ทรงสร้างพระธาตุจอมเพชรพระราชทานนามว่า “พระนครคีรี” ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง เพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ในหนังสือ ความทรงจำว่า 

“…พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระดำริเห็นว่า ถึงคราวโลกยวิสัยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ด้วยฝรั่งมามีอำนาจขึ้นทางตะวันออกนี้ และประเทศไทยอาจจะมีการเกี่ยวข้องกับฝรั่งขึ้นในวันข้างหน้า จึงทรงเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษ…วิชาความรู้ต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาจากตำราภาษาอังกฤษจะมีอย่างไรบ้าง ข้อนี้มีหลักฐานปรากฏ แต่ว่าได้ทรงศึกษาวิชาคณนาวิธีอย่างหนึ่ง…ถึงตอนพระชันษาระหว่าง40 กับ 47 ทรงเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษกับทั้งวิชาความรู้ต่างๆ ของฝรั่ง…”

จากการที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาวิชาความรู้ต่างๆของฝรั่งนี้จึงทรงนำแบบอย่างของสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมาก่อสร้างพระราชวัง และพระที่นั่งต่างๆ ในรัชสมัยของพระองค์เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม ในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ ในพระบรมมหาราชวัง และ พระนครคีรี เป็นต้น

เมื่อกรมศิลปากรบูรณะพระนครคีรีแล้ว มีประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2522 เป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทอนุสรณ์สถาน โบราณศิลปวัตถุที่ตั้งแต่งอยู่ในห้องต่างๆ แต่เดิมนั้นได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น ยกเว้นเครื่องราชูปโภคบางองค์ที่ยังคงตั้งอยู่ในสภาพชำรุด กรมศิลปากรจึงดำเนินการบูรณะอาคารและนำเครื่องราชูปโภคทั้งหมดที่ได้รับมอบกลับคืนมา

หากท่านใดอยากไปสัมผัสกับประวัติศาสตร์และโบราณสถานอันทรงคุณค่าทั้งทางด้านวัตถุ และจิตวิญญาณของปวงชนชาวไทยแห่งนี้ สามารถเดินทางไปชมด้วยตัวเองได้ที่ “อุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี” จ.เพชรบุรี แล้วคุณจะรู้ว่าเครื่องไทม์แมชชีนย้อนเวลานั้นมีอยู่จริง

หอมขจรฟาร์ม สวนดุสิต สุพรรณ เปิดตัวชุดปลูก ‘ว่านแสงอาทิตย์’ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571919

หอมขจรฟาร์ม สวนดุสิต สุพรรณ  เปิดตัวชุดปลูก ‘ว่านแสงอาทิตย์’  ส่งเสริมการใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช

หอมขจรฟาร์ม สวนดุสิต สุพรรณ เปิดตัวชุดปลูก ‘ว่านแสงอาทิตย์’ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวถึง แบรนด์“HOMKHAJORN_SEED & SEEDLING ” ว่า เป็นแบรนด์ย่อยที่อยู่ภายใต้แบรนด์ HOMKHAJORNของแปลงสาธิตเกษตรปลอดภัยอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี โดยมี วัตถุประสงค์ คือ ส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืชโดยการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าคุณภาพดีเพื่อส่งผ่านไปยังเกษตรกรและประชาชนผู้ที่ชื่นชอบและรักในการปลูกต้นไม้ โดยเปิดชุดปลูกว่านแสงอาทิตย์เป็นกิจกรรมนำร่องของแบรนด์ HOMKHAJORN_SEED & SEEDLING ที่ได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการจัดหาสายพันธุ์ว่านแสงอาทิตย์คุณภาพดีจากเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับในจังหวัดเชียงใหม่ในลักษณะของเครือข่ายความร่วมมือในการดำเนินงานส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อยกระดับรายได้และสร้างผลตอบแทนที่เป็นธรรมให้แก่เกษตรกรในชุมชน

ผศ.ดร.ยุธยา อยู่เย็น ผู้อำนวยการ

ผศ.ดร.ยุธยา กล่าวต่อ “ว่านแสงอาทิตย์” มีชื่อวิทยาศาสตร์ Haemanthus multiforus (Tratt.) Martyn.มีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปแอฟริกา เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินลักษณะคล้ายหัวหอมใหญ่ ออกดอกปีละครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ออกดอกเป็นช่อกลมสีแดง ชอบแสงแดดปานกลางหรือรำไร ชอบน้ำปานกลาง ปลูกได้ในทุกสภาพดินและสภาพพื้นที่จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งต่อสำหรับผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19ที่ต้องการหางานอดิเรกเพื่อช่วยจรรโลงใจในช่วงการหยุดอยู่บ้านเป็นระยะเวลานานตามนโยบาย Work from Home หรือกลุ่มคนเมืองที่มีใจรักธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้ แต่มีพื้นที่ในการเพาะปลูกจำกัด ก็สามารถนำชุดปลูกว่านแสงอาทิตย์ไปปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นในห้อง ตามระเบียง หรือพื้นที่ว่างในอาคารได้ นอกเหนือจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นประชาชนทั่วไปแล้ว มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ยังมีความตั้งใจในการจัดทำปลูกว่านแสงอาทิตย์ดังกล่าว เพื่อช่วยเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้และปลูกฝังการรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กด้วย โดยได้ออกแบบให้ชุดปลูกมีความง่ายและสะดวกในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองภายใต้คำแนะนำของครูหรือผู้ปกครอง ซึ่งประกอบไปด้วยวัสดุและอุปกรณ์สำหรับการเพาะปลูกที่จัดหาไว้ให้อย่างครบครัน ตลอดจนมีคู่มือแนะนำการเพาะปลูกที่เข้าใจง่ายเพื่อให้น้องๆ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ การเรียนรู้ในการปลูกและดูแลพืชได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจร

วธ. ‘ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน’ กว่า 2 หมื่นแห่ง ศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชนสู้โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571917

วธ.‘ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน’กว่า 2 หมื่นแห่ง ศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชนสู้โควิด

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยถึงโครงการ รวมพลังเครือข่ายวัฒนธรรม-ชุมชนคุณธรรมฯ กว่า 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 และส่งต่อกำลังใจไปยังบุคลากรทางการแพทย์ ภายใต้โครงการ “ปันน้ำใจคนไทย ไม่ทิ้งกัน” โดยใช้พลังบวร มอบสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดประสานเครือข่ายศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐเอกชนหรือภาคประชาสังคม อาทิ ผู้นำศาสนา สภาวัฒนธรรมจังหวัด/อำเภอ/ตำบล องค์กรคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม อำเภอคุณธรรมและจังหวัดคุณธรรมที่มีกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเครือข่ายอื่นๆ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของจังหวัด โดยความช่วยเหลือประกอบด้วย ผู้ที่อยู่ระหว่างกักตัวรอดูอาการ ผู้ที่ออกจากโรงพยาบาลและจำเป็นต้องกักตัวรอดูอาการสักระยะซึ่งไม่สามารถออกไปหาซื้ออาหารเองได้ ตลอดจนผู้ติดเชื้อที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งในเบื้องต้นขอความร่วมมือสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดถึงแนวทางดำเนินการให้ความช่วยเหลือ หลังจากนั้นประสานกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม หน่วยงานหรือบุคคลที่มีความพร้อมเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามศักยภาพ ความพร้อมและบริบทของพื้นที่ โดยนำมิติทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทยและความเกื้อกูลแบ่งปันมาใช้อย่างเหมาะสม เช่น การมอบถุงยังชีพ/ถุงปันน้ำใจ จัดทำหน้ากากผ้า มอบอาหารพร้อมรับประทาน การให้ความช่วยเหลือด้านการให้คำปรึกษาและบริการข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคโควิด-19

สพฐ.ชี้แจงเลิกจ้างครู ‘วิทย์-คณิต’ 1,964 คน แจ้งก่อนหมดสัญญา 7 เดือนเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571845

สพฐ.ชี้แจงเลิกจ้างครู'วิทย์-คณิต' 1,964 คน แจ้งก่อนหมดสัญญา 7 เดือนเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า

สพฐ.ชี้แจงเลิกจ้างครู’วิทย์-คณิต’ 1,964 คน แจ้งก่อนหมดสัญญา 7 เดือนเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า

วันจันทร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 10.37 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่มีกลุ่มเพื่อนครูในตำแหน่งบุคลากรวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากิจกรรมครูคลังสมอง ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 1,964 คน ได้ร้องเรียนกรณีที่เมื่อเร็วๆ นี้ สพฐ.มีหนังสือแจ้งด่วนที่สุดที่ ศธ.04010/ว.34 ลงวันที่ 7 มกราคม 2564 ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดการจัดสรรงบประมาณในวันที่ 30 กันยายน 2564 โดย สพฐ.จะเลิกจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จำนวน 1,964 คน โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2561  ซึ่งทำให้ครูกลุ่มนี้ได้รับความเดือดร้อน เพราะจะต้องตกงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้นั้น

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งขอชี้แจงว่าโครงการนี้กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาของการดำเนินโครงการฯ สพฐ.จึงดำเนินการแจ้งให้กลุ่มครูอัตราจ้างได้รับทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 7 เดือนก่อนจะถึงเดือนที่สิ้นสุดโครงการในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้กลุ่มครูอัตราจ้างได้มีระยะเวลาในการเตรียมตัว เพราะ สพฐ.ไม่ได้มีการเตรียมงบประมาณให้ดำเนินโครงการต่อในปี 2565 ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ต้องจัดสรรเงินจ่ายให้เฉพาะกลุ่มอัตราจ้างปีละ 2,000 กว่าล้านบาท โดยการจ้างครูในโครงการนี้ใช้งบประมาณ จำนวน 200 ล้านบาท และจะส่งผลให้เราไม่มีงบพัฒนาในด้านอื่นๆ  แต่อย่างไรก็ตาม นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วและมีความห่วงใยกลุ่มครูอัตราจ้างโครงการฯ ดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้อยู่นะหว่างการจัดหาแนวทาง ว่า จะมีวิธีการใดบ้างที่จะช่วยเหลือหรือเยียวยาให้ครูกลุ่มดังกล่าว ตามความเหมาะสม  

“ส่วนข้อกังวลที่หลายฝ่ายมอง ว่า การเลิกจ้างกลุ่มครูอัตราจ้างในโครงการดังกล่าว จะส่งผลให้ สพฐ.ต้องขาดครูวิทยาสตร์และคณิตศาสตร์นั้น ผมขอยืนยันว่าเราไม่ขาดครู เพราะโครงการนี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานที่ต้องการเสริมทักษะให้ผู้เรียนเก่งวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ไม่ได้เกิดโครงการขึ้นเพราะการขาดครูแต่อย่างใด อีกทั้งขณะนี้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้เดินหน้าโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2564 – 2567) เพื่อผลิตครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ระบบโรงเรียน ซึ่งเรายืนยันว่า ครูวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของ สพฐ.มีเพียงพออย่างแน่นอน”เลขาฯ กพฐ. กล่าว

‘ในหลวง’ โปรดอาราธนาให้ ‘สมเด็จพระสังฆราช’ ประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571794

'ในหลวง'โปรดอาราธนาให้'สมเด็จพระสังฆราช' ประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

‘ในหลวง’โปรดอาราธนาให้’สมเด็จพระสังฆราช’ ประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 20.07 น.

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดอาราธนาให้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเป็นประธานในการประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีดังกล่าวด้วย

เมื่อ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเข้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการแก้วบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบราบ จากนั้น เจ้าพนักงานศุภรัต อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ จากวัดระฆังโฆสิตาราม ให้ศีล จบแล้ว พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส ไปยังโต๊ะบวงสรวง จุดเทียนทอง เทียนเงิน และธูปที่โต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จากนั้น พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาและอ่านโองการบวงสรวงปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ซึ่งจะใช้เป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูก ในปี 2565 ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จบแล้ว ประธานฝ่ายฆราวาส โปรยข้าวตอก ดอกไม้ที่โต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย เจ้าพนักงานศุภรัต อาราธนาพระปริตร ประธานสงฆ์จากวัดระฆังโฆสิตาราม และพระสงฆ์เปรียญธรรม 9 ประโยค จากวัดต่างๆ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ (คาถาพืชมงคล) จบแล้ว

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และเทพมนตร์ โปรยข้าวตอก ดอกไม้ที่เมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์พืช พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เสร็จแล้ว ประธานฝ่ายฆราวาส ถวายพวงมาลัยและจุดเทียนบูชาพระพุทธคันธารราษฎร์ 2 องค์ อธิษฐานขอความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลแห่งราชอาณาจักรไทย ประธานฝ่ายฆราวาส ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์

จากนั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก แล้วเสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ เสด็จกลับวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

เนื่องในวันพืชมงคล ปี 3564 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เชิญเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานที่ทรงปลูก ทั้งหมด 5 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 พันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 พันธุ์ข้าว กข 79 พันธุ์ข้าว กข 43 และพันธุ์ข้าว กข 6 จำนวน 1,396 กิโลกรัม เข้าพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าว ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทำขวัญเมล็ดพันธุ์ข้าวและพันธุ์พืชต่างๆ ให้ปลอดจากโรค และเจริญงอกงาม สมบูรณ์ เพื่อนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับเพาะปลูกในปี 2565 และพระราชทานให้แก่พสกนิกรและชาวนาทั่วประเทศไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือสวดมนต์แก่ ปชช.ร่วมพิธีฯ 11 พ.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571729

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือสวดมนต์แก่ ปชช.ร่วมพิธีฯ 11 พ.ค.นี้

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือสวดมนต์แก่ ปชช.ร่วมพิธีฯ 11 พ.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.08 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือสวดมนต์บทเจริญพระพุทธมนต์ มหาราชปริตร แก่ ปชช.ร่วมพิธีฯ 11 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตามที่มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบกำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์พร้อมกันทั่วประเทศขึ้น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชน และเพื่อความเป็นสิริมงคลของประเทศชาติ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 นั้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์บทเจริญพระพุทธมนต์ “มหาราชปริตร” สำหรับพระราชทานแก่ประชาชนที่ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าว

สำหรับหนังสือสวดมนต์พระราชทาน จำนวน 10,000 เล่ม ใช้บทสวด “มหาราชปริตร” หรือ ปริตรหลวงชุดใหญ่ ประกอบด้วยบทสวด 12 บท เป็นบทสวดที่เกิดขึ้นกว่า 2,000 ปี ใช้สําหรับสวดคุ้มครองพระเจ้าแผ่นดิน รวมไปถึงพระราชอาณาจักร ต่อมาประชาชนต่างก็นิยมให้มีการสวดพระปริตรในพิธีของตนบ้าง จึงเกิดเป็นประเพณีนิยมสืบต่อกันมาถึงทุกวันนี้ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะดำเนินการส่งมอบหนังสือสวดมนต์พระราชทาน ไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนดาว์นโหลดเพื่อนำไปปรินท์มาใช้ในการสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ http://www.onab.go.th หรือสอบถาม โทร. 0 2441 7992