ทบ.แจ้งด่วน! เลื่อนสอบเข้ารร. เตรียมทหารปี 64 ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565873

ทบ.แจ้งด่วน! เลื่อนสอบเข้ารร.เตรียมทหารปี 64 ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด

ทบ.แจ้งด่วน! เลื่อนสอบเข้ารร.เตรียมทหารปี 64 ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด

วันอังคาร ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564, 19.14 น.

13 เม.ย. พ.ต.หญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบก โดยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบกประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศหลักสูตร 2 ปี (แบบทั่วไป) ทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ-30 มี.ค.64  ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้มีการสอบรอบแรก (ภาควิชาการ) ในวันที่ 18 เม.ย.64 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสอบรอบที่ 2 (ตรวจร่างกาย, พลศึกษา, สัมภาษณ์) ระหว่างวันที่ 3-7 พ.ค.64 ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นั้น

ด้วยในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคและสอดรับกับมาตรการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กองทัพบกจึงขอประกาศเลื่อนการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของกองทัพบก (ภาควิชาการ) ในวันที่ 18 เม.ย.64 และสอบรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 3-7 พ.ค. 64 ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แล้วจะดำเนินการแจ้งวัน เวลา และสถานที่สอบให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้สมัครและผู้ปกครองสามารถติดตามข้อมูลความคืบหน้าได้จากเว็บไซต์ของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า www.crma.ac.th หรือ โทร. 0-3739-3132, 0-3739-3010-4

ศธ.ประกาศด่วน! งดจัดกิจกรรมทุกชนิดถึง 30 เม.ย.นี้ สั่ง WFH ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565855

ศธ.ประกาศด่วน! งดจัดกิจกรรมทุกชนิดถึง 30 เม.ย.นี้ สั่ง WFH ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

ศธ.ประกาศด่วน! งดจัดกิจกรรมทุกชนิดถึง 30 เม.ย.นี้ สั่ง WFH ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

วันอังคาร ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564, 17.53 น.

สกัดโควิดลุกลาม ศธ.ออกประกาศด่วน งดจัดกิจกรรมทุกชนิดถึง 30 เม.ย.นี้ พร้อมสั่ง WFH ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของบุคลากร

วันที่ 13 เม.ย. 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ในปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) และมีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแพร่ระบาดกระจายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใย และขอความร่วมมืองดการจัดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น นั้น ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ตนได้สั่งการให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปรับปรุงประกาศ ศธ.เรื่อง การป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยการปรับลดเวลาและวันทำงานของบุคลากรในสังกัด ศธ. ใหม่ โดยให้บุคลากรและหน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work from Home) ต่อเนื่องจากประกาศฉบับเดิม ตั้งแต่วันที่ 9 ถึงวันที่ 23 เมษายน ขยายเป็นถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 และจัดบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานไม่เกินร้อยละ 10 หรือ ให้ Work from Home จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของบุคลากรทั้งหมด พร้อมทั้งให้ออกแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้การทำงานพัฒนาการศึกษาของชาติสะดุด

“มาตรการที่ได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เช่น งดการจัดประชุม อบรม สัมมนา ของข้าราชการ นักเรียน และนักศึกษาในสังกัด ศธ. ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 ถ้าจำเป็นให้ใช้รูปแบบออนไลน์ งดจัดกิจกรรมใดๆ ที่มีการรวมกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา ในช่วงปิดภาคเรียนนี้ ส่วนการดำเนินการรับสมัครนักเรียน นักศึกษา เข้าศึกษาต่อในสถานศึกษา ทั้งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รวมถึงการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ อื่นๆ ทราบว่าแต่ละสังกัด ก็มีการเปิดรับสมัครแบบออนไลน์แล้ว แต่ถ้ามีการรับสมัครในพื้นที่ด้วย หรือ จำเป็นต้องมีการสอบ การสัมภาษณ์ จะต้องดำเนินการตามมาตรการและขั้นตอนที่เข้มข้นสูงสุด ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นจริงๆที่ต้องจัดกิจกรรมในระหว่างนี้ ต้องขอความเห็นชอบจากสาธารณสุขในพื้นที่ก่อน และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด -19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และขอให้บุคลากรในสังกัด ศธ.ทุกคน ดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด หากพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง หรือ มีอาการที่อาจจะเข้าข่ายเป็นผู้ติดเชื้อจะต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องทันที รวมทั้งสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครองให้ตระหนักถึงการดูแลตัวเองด้วย ” รมว.ศธ.กล่าว

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือให้ กศน.928 แห่งทั่วประเทศ มูลค่ารวม 5,198,484 บาท ร่วมกับมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565662

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือให้ กศน.928 แห่งทั่วประเทศ  มูลค่ารวม 5,198,484 บาท ร่วมกับมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือให้ กศน.928 แห่งทั่วประเทศ มูลค่ารวม 5,198,484 บาท ร่วมกับมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น

วันอังคาร ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ซีเอ็ด” ผู้ให้บริการร้านหนังสือสื่อความรู้ที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทยร่วมกับ มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น จัดทำ โครงการหนังสือเพื่อน้อง เพื่อเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดแก่นักเรียน นักศึกษา ผ่านกิจกรรมการมอบหนังสือและสื่อเพื่อการศึกษาในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 โดยเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงหนังสือสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลน ในการนำความรู้ที่ได้ไปส่งเสริมการเรียนรู้เสริมสร้างทักษะเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต และเมื่อวันอังคารที่30 มีนาคมที่ผ่านมา นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหารบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้นร่วมส่งมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ ให้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบฯ (สำนักงาน กศน.) จำนวน 928 แห่งทั่วประเทศ มูลค่ารวม 5,198,484 บาทโดยมี นางวัชรีภรณ์ โกสินเจริญชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเครือข่าย ผู้แทน เลขาธิการ กศน. และ นายประยุทธ หลักคำ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ กระทรวงศึกษาธิการ โดยซีเอ็ดยึดมั่นเสมอถึงความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมส่งเสริมสังคมรักการอ่าน สร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนนักอ่านทุกท่านตามสโลแกนของซีเอ็ดที่ว่า “แรงบันดาลใจเริ่มต้นที่นี่” 

มรภ.สงขลา มอบรางวัลบทความดีเด่น ‘ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น’ ระดับชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565659

มรภ.สงขลา มอบรางวัลบทความดีเด่น  ‘ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น’ ระดับชาติ

มรภ.สงขลา มอบรางวัลบทความดีเด่น ‘ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น’ ระดับชาติ

วันอังคาร ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงการ มอบโล่และรางวัลการนำเสนอบทความดีเด่นกลุ่มนาฏ-ดุริยศิลป์และงานสร้างสรรค์ให้แก่ นายโสภณัฐ  เจริญรูป ผศ.ดร.จรรย์สมร ผลบุญ มรภ.สงขลา จากบทความเรื่อง ศึกษากระบวนท่ารำและสร้างสรรค์ชุดการแสดงของพญานกสดายุในโขน ตอน พระรามเดินดงองก์ทศกัณฐ์ลักนางสีดา ของ รองศาสตราจารย์สมชาย พูลพิพัฒน์ ในการประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ “ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา   

นอกเหนือจากรางวัลที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ในโอกาสเดียวกันนี้สำนักศิลปะและวัฒนธรรมยังได้ พิจารณาบทความดีเด่นในประเภทต่างๆ ดังนี้ รางวัลระดับดีเด่น กลุ่มวรรณกรรมและภาษา จากบทความ กลวิธีทางภาษาในการนำเสนออุดมการณ์ “ความเป็นแม่บ้าน”ผ่านคอลัมน์และงานโฆษณาในนิตยสารแม่บ้าน ช่วงปีทศวรรษ 2540-2549  โดย  นางสาวเจรจาบุญวรรณโณ ผศ.วิมลมาศ ปฤชากุลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี

กลุ่มวัฒนธรรมในลักษณะอื่นๆชื่อบทความ สื่อแอนิเมชั่นโดยใช้เทคนิคสตอปโมชัน เรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า โดย อาจารย์วัยวัฒน์สายทุ้ม นางสาวธมกร พุ่มพันธ์ นางสาวปณิธาน จันทิมาโพธิ์พงษ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กลุ่มศิลปะ งานช่าง และงานออกแบบ ชื่อบทความ การวิจัยและพัฒนารูปแบบกระเป๋าหนังสาน ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยสำหรับธุรกิจเครื่องหนังในประเทศไทยโดย นางสาวสุทธิดา เอกวนิชชามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

‘ศิริราช’ ประกาศด่วน! รับเฉพาะผู้ป่วยหนัก-ฉุกเฉินช่วง 12-23 เม.ย.หลังบุคลากรติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565673

'ศิริราช'ประกาศด่วน! รับเฉพาะผู้ป่วยหนัก-ฉุกเฉินช่วง 12-23 เม.ย.หลังบุคลากรติดโควิด

‘ศิริราช’ประกาศด่วน! รับเฉพาะผู้ป่วยหนัก-ฉุกเฉินช่วง 12-23 เม.ย.หลังบุคลากรติดโควิด

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564, 15.36 น.

วันที่ 12 เมษายน 2564 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ออกประกาศ เรื่อง ขอเปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการหนักเร่งด่วน หรือฉุกเฉินเท่านั้น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปี พ.ศ.2564 โดยมีรายละเอียดระบุว่า

ด้วยปรากฎว่า มีการตรวจพบบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในช่วงที่มีการระบาดเป็นวงกว้าง โดยพบว่าเป็นการติดเชื้อจากนอกพื้นที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนอกเวลาปฏิบัติงาน จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนในขณะนี้ นั้น

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลศิริราช มีความจำเป็นต้องลดการให้บริการแก่ผู้ป่วยลงเนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์บางส่วนต้องกักตัว และเพื่อสงวนบุคลากรทางการแพทย์สำหรับดูแลผู้ป่วยที่มีความจำเป็น กอปรกับจำนวนเตียงที่รับผู้ป่วยได้มีจำนวนจำกัด จึงขอความร่วมมือผู้รับบริการที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์เร่งด่วน เลื่อนการเข้ามารับบริการ หรือใช้บริการผ่านระบบพบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) แทน โดยโรงพยาบาลศิริราชจะเปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการหนักเร่งด่วน หรือฉุกเฉินเท่านั้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 ถึงวันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2564

บอร์ด กพฐ.นำนโยบาย ‘ตรีนุช’ ดันโรงเรียนมีคณะทำงานดูแล-เสนอปลด 4 Big Block #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565539

บอร์ด กพฐ.นำนโยบาย'ตรีนุช' ดันโรงเรียนมีคณะทำงานดูแล-เสนอปลด 4 Big Block

บอร์ด กพฐ.นำนโยบาย’ตรีนุช’ ดันโรงเรียนมีคณะทำงานดูแล-เสนอปลด 4 Big Block

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“บอร์ด กพฐ.” นำนโยบาย “ตรีนุช” ลงสู่การปฏิบัติ ดันโรงเรียนมีคณะทำงานดูแลความปลอดภัย เสนอปลด 4 “Big Block”อุปสรรค์พัฒนาหลักสูตรเดินช้า

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กพฐ.เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมนำนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งที่ประชุมเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผลักดันให้โรงเรียนทุกแห่งมีคณะทำงานดูความเสี่ยงของสถานศึกษา โดยอาจจะมีประมาณ 2-3 คน เพราะตนมองว่าสถานศึกษาในปัจจุบัน ละเลยเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างมาก โดยคณะทำงานชุดนี้ จะเข้ามาดูความเสี่ยงทุกประเภท ที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนและโรงเรียน เช่น เรื่องความปลอดภัย การถูกคุกคาม การละเมิดทางเพศ การทะเลาะและบูลลี่ระหว่างนักเรียนกับนักเรียน ถ้าสถานศึกษามีคณะทำงานดี จะสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนมากขึ้น เช่น ถ้าสถานศึกษาจะพานักเรียนไปเข้าค่ายลูกเสือ คณะทำงานชุดนี้ จะทำหน้าที่ตรวจสอบและซักถามการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาว่าปลอดภัยกับนักเรียนจริงหรือไม่ และถ้าเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น สถานศึกษามีวิธีปฏิบัติอย่างไร มองว่าถ้าทุกโรงเรียนมีคณะทำงานชุดนี้ จะทำให้นักเรียนมีความปลอดภัยและมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมหารือเรื่องการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ตนเสนอว่าการพัฒนาหลักสูตรนี้มีอุปสรรค หรือ “Big Block” ที่คอยบล็อกทำให้การพัฒนาหลักสูตรเดินหน้าไปได้ช้า มีอยู่ 4 Block คือ 1.ตัวชี้วัด ถ้าไม่ปรับตัวชี้วัดให้เห็นเป็นรูปธรรม ให้เห็นสมรรถนะชัดเจน ทำให้ตัวชี้วัดอาจจะมีมากเกินจำเป็น และครูบางคนกังวลกับตัวซี้วัด ศึกษานิเทศก์ก็สนใจเรื่องตัวชี้วัด ทำให้ครูไม่กล้าจัดการเรียนการสอนนอกเหนือจากที่แผนการเรียนรู้กำหนด 2.ระบบการทดสอบ ถ้าระบบการทดสอบยังเน้นเนื้อหาไม่เน้นสมรรถนะ ทำให้ครูลำบากในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นพัฒนาสมรรถนะให้นักเรียน

3.ระบบการศึกษาต่อ ถ้าขาดการเชื่อมโยงการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สู่มัธยมศึกษาตอนปลาย และไประดับอุดมศึกษา จะพบว่าระบบการคัดเลือกนักเรียนที่เข้าเรียน ม.1 และ ม.4 เป็นการคัดเลือกคนที่มีความรู้ทางวิชาการ แต่ไม่ได้วัดสมรรถนะการคิด การสื่อสาร การวิเคราะห์ ในขณะที่ระดับมหาวิทยาลัย วัดการคิด การวิเคราะห์ของผู้เรียน และ 4.การเข้าสู่วิทยฐานะของครู ที่ยังเน้นการทำเอกสารทางวิชาการ ซึ่งทำให้ครูบางคนประสบปัญหา เพราะไม่ใช่ครูทุกคนเก่งเรื่องการทำงานเอกสาร ครูบางคนอาจจะเก่งเรื่องการลงมือปฏิบัติมีผลงานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ดังนั้น ควรจะมีช่องทางสนับสนุนครูเหล่านี้ด้วย Big Block เหล่านี้ ที่จะไปบล็อกการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ แม้จะได้หลักสูตรฐานสมรรถนะมาแล้ว แต่ถ้าไม่แก้ปัญหา Big Block ทั้ง 4 ข้อการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ อาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพมากเท่าที่ควร

ครบ 1 ปี ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ คุมโควิด-19 ‘นักวิชาการ-ทนาย’ ห่วงปิดกั้นสิทธิ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565547

ครบ1ปี‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’คุมโควิด-19  ‘นักวิชาการ-ทนาย’ห่วงปิดกั้นสิทธิ

ครบ1ปี‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’คุมโควิด-19 ‘นักวิชาการ-ทนาย’ห่วงปิดกั้นสิทธิ

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี 2563/64 ซึ่งจัดโดยองค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) เมื่อเร็วๆ นี้ มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อรับมือสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 เป็นต้นมา

นายพัชร์ นิยมศิลป อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อพิจารณาในการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือต้องมีเหตุฉุกเฉินและเป็นภัยที่เห็นได้ชัดต่อชาติ ซึ่งกลไกปกติไม่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะมากพอ โดยมีหลายประเทศที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรองรับการระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น การล็อกดาวน์ ขณะที่ประเทศไทยนั้นมี พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งตนคิดว่ามีอำนาจเพียงพอจะใช้ได้ การใช้กฎหมายปกติก็เพียงพอแต่รัฐบาลประกาศเหตุฉุกเฉินรอไว้ก่อนแล้ว

นอกจากนี้ การใช้สถานการณ์โรคระบาดเป็นเหตุในการใช้มาตรการฉุกเฉิน ข้อกังวลคือรัฐอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อละเมิดและจำกัดสิทธิผู้คน อีกทั้งยังมีการใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองบางอย่าง เช่น การเก็บข้อมูลมือถือจนล่วงละเมิดไปยังพรมแดนสิทธิส่วนบุคคล หรือใช้เพื่อปิดกั้นการแสดงออกทางการเมือง ในประเทศไทย ปัญหาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มี 3 เรื่องหลักๆ คือ 1.เรื่องระยะเวลาซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต่อเวลาไปเรื่อยๆ

2.เรื่องการรับผิดของเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมทำเกินกว่าเหตุจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ โดยมีศาลยุติธรรมเป็นผู้ตรวจสอบ คำถามคือมีประสิทธิภาพแค่ไหน และ 3.หากมีการเลือกปฏิบัติ ใครเป็นคนตรวจสอบ ตัวละครที่หายไปจากบริบทของไทยเช่นการตรวจสอบโดยรัฐสภาทำได้แค่ไหน เห็นได้ชัดว่าฝ่ายค้านไม่มีบทบาทอะไรมากนักนอกจากขยายประเด็น องค์กรอิสระต่างๆ หายไปไหน เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่เงียบหายไป หรือศาล มีเจตจำนงจะเข้ามาตรวจสอบเจตจำนงของอำนาจรัฐมากแค่ไหน

“กฎหมายฉุกเฉินถือเป็นยาแรง ในต่างประเทศอาจมีกรณีที่รัฐบาลประกาศกฎหมายออกมาก่อนแล้วค่อยไปผ่านกระบวนการรัฐสภา หรือออกกฎหมายใหม่เป็น พ.ร.บ.โควิด อย่างที่พบในสหราชอาณาจักร ซึ่งใช้เวลาพิจารณาเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ขณะที่บ้านเราผ่านมาปีหนึ่งแล้วก็ยังไม่มี ทั้งนี้ ยังพบว่าการบังคับใช้ พ.ร.บ. และ พ.ร.ก.นั้นก็มีความแตกต่างกันในเชิงบังคับใช้ด้วย พ.ร.บ.โรคติดต่อมีเจตนารมณ์โดยเฉพาะ หากเราใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อ คนนำคือกระทรวงสาธารณสุขหรือบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกแบบมาเพื่อความมั่นคง คนนำจึงเป็นสายทหารหรือสายปกครอง” นายพัชร์ กล่าว

ด้าน น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวเสริมว่า การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังตัดอำนาจการพิจารณาคดีของศาลปกครองออกไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากศาลปกครองถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยเฉพาะ โดยการพิจารณาของศาลยุติธรรม ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าโจทก์หรือเจ้าหน้าที่กระทำความผิด แต่ศาลปกครอง ศาลจะเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบและค้นหาพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหาย

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรอบกระทรวง-3 อาคาร หลังพบข้าราชการติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565458

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรอบกระทรวง-3 อาคาร หลังพบข้าราชการติดโควิด

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรอบกระทรวง-3 อาคาร หลังพบข้าราชการติดโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564, 15.17 น.

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรอบกระทรวง-3 อาคาร หลังพบข้าราชการติดโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันนี้ (11 เมษายน 2564) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบหมายให้สำนักอำนวยการ สป.ศธ. เข้าทำความสะอาด ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่อาคารเสมารักษ์ อาคารโรงอาหาร อาคารราชวัลลภ และบริเวณโดยรอบกระทรวง หลังมีข้าราชการติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย

‘ข้าราชการ ศธ.’ ติดโควิด 1 ราย ‘ตรีนุช’ สั่งยกระดับป้องกัน-เน้นเวิร์คฟอร์มโฮม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565431

‘ข้าราชการ ศธ.’ติดโควิด 1 ราย ‘ตรีนุช’สั่งยกระดับป้องกัน-เน้นเวิร์คฟอร์มโฮม

‘ข้าราชการ ศธ.’ติดโควิด 1 ราย ‘ตรีนุช’สั่งยกระดับป้องกัน-เน้นเวิร์คฟอร์มโฮม

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564, 13.07 น.

‘ข้าราชการ ศธ.’ติดโควิด 1 ราย ‘ตรีนุช’สั่งยกระดับป้องกัน-เน้นเวิร์คฟอร์มโฮม

11 เมษายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวถึงมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น ว่า ตนได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติทางด้านสาธารณสุขที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การปรับลดเวลาและวันทำงานของบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงเหลือ 25% ของบุคลากรทั้งหมด ส่วนที่เหลือให้ทำงานที่บ้าน (Work From Home)

สำหรับผู้ที่เข้ามาภายในกระทรวงศึกษาธิการ ต้องทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ผ่านการตรวจคัดกรอง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และมีการเว้นระยะห่าง รวมถึงการทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ อาคาร เป็นต้น ส่วนการประชุมก็ให้ดำเนินการประชุมผ่านทางออนไลน์แทน

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีบุคลากรซึ่งปฏิบัติงานในกระทรวงศึกษาธิการติดเชื้อโควิด-19 นั้น ตนได้สั่งการให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) สั่งการให้บุคลากรคนดังกล่าวพักรักษาตัวจนกว่าจะหายขาด พร้อมตรวจสอบไทม์ไลน์และสั่งให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าใกล้ชิดไปตรวจหาเชื้อทันที รวมทั้งทำการกักตัว 14 วัน และเฝ้าระวังอาการด้วย ตลอดจนให้ปลัด ศธ. และหัวหน้าส่วนราชการ สามารถใช้ดุลยพินิจสั่งการให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานใกล้ชิด และมีความเสี่ยงกักตัวและเฝ้าระวังอาการ ตนมั่นใจว่าหากเราร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี และปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มข้น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือและทำความสะอาดตนเองทุกครั้งที่มีการสัมผัส ก็จะทำให้เราปลอดเชื้อและห่างไกลจากโรคโควิด-19 ได้

โพลชี้ปชช. 43.8% อาจไม่ร่วมงาน ‘สงกรานต์’ เหตุมี ‘โควิด’ คาดใช้จ่ายเฉลี่ย 4 พันบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565386

โพลชี้ปชช.43.8%อาจไม่ร่วมงาน‘สงกรานต์’เหตุมี‘โควิด’ คาดใช้จ่ายเฉลี่ย 4 พันบาท

โพลชี้ปชช.43.8%อาจไม่ร่วมงาน‘สงกรานต์’เหตุมี‘โควิด’ คาดใช้จ่ายเฉลี่ย 4 พันบาท

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564, 07.00 น.

“สวนดุสิตโพล” ชี้คนไทยยังให้ความสำคัญ “สงกรานต์” แต่มี “โควิด” ทำให้ 43.88% อาจไม่ร่วมงานตามสถานที่ต่างๆ คาดใช้จ่ายเฉลี่ย 4 พันบาท

11 เมษายน 2564 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,324 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 3-9 เมษายน 2564 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนกรณีสงกรานต์ปี 2564 รัฐบาลเน้นการจัดงานแบบ “ริน รด พรม ใส่หน้ากาก ไม่สาดน้ำ” ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งแรกในสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ฉลองเทศกาลสงกรานต์ไปพร้อมๆกับมาตรการควบคุมโรคระบาด สรุปผลได้ ดังนี้

1. ในปี 2564 ที่มีโควิด-19 ระบาด ประชาชนจะเข้าร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ที่จัดตามสถานที่ต่าง ๆ หรือไม่

ไม่เข้าร่วม 43.88%         

ไม่แน่ใจ 33.31%        

เข้าร่วม 22.81%

2. กิจกรรมที่ประชาชนนิยมทำในเทศกาลสงกรานต์ในช่วงปกติก่อนมีโควิด-19 คือ

อันดับ 1 กลับภูมิลำเนา 76.52%

อันดับ 2 ไปวัดทำบุญร่วมกัน  68.99%

อันดับ 3 ทำความสะอาดบ้าน/หิ้งพระ 67.08%

อันดับ 4 ร่วมงานเทศกาลสงกรานต์/สาดน้ำ ประแป้ง 63.47%

อันดับ 5 ไปเที่ยวกับครอบครัว 45.05%

3. แม้จะมีการระบาดของโควิด-19 แต่สิ่งที่ประชาชนยึดถือและยังปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ

อันดับ 1 รดน้ำดำหัวเฉพาะผู้ใหญ่ในครอบครัว 64.82%

อันดับ 2 อยู่บ้าน ใช้เวลากับครอบครัว 63.28%

อันดับ 3 ตักบาตรทำบุญ 53.66%

อันดับ 4 สรงน้ำพระที่บ้าน 52.50%

อันดับ 5 อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย 37.64%

4. ค่าใช้จ่ายของประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ที่มีโควิด-19 ประมาณกี่บาท

อันดับ 1 ไม่เกิน 3,000 บาท 55.86%

อันดับ 2 3,001-5,000 บาท 25.49%

อันดับ 3 มากกว่า 5,000 บาท 18.65%

ค่าเฉลี่ย ประมาณ 4,183.57 บาท    

5. ในช่วงที่มีโควิด-19 ระบาด ประชาชนให้ความสำคัญกับเทศกาลสงกรานต์มากน้อยเพียงใด

อันดับ 1 ให้ความสำคัญเท่าเดิม 57.63%        

อันดับ 2 ให้ความสำคัญน้อยลง 30.51%      

อันดับ 3 ให้ความสำคัญมากขึ้น 11.86%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจ พบว่า ถึงแม้จะมีโควิด-19 แต่วันสงกรานต์ยังเป็นเทศกาลที่ประชาชนให้ความสำคัญและใช้เวลากับครอบครัว สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เนื่องจากเป็นวัฒนธรรมประเพณีไทยที่ยึดถือปฏิบัติกันมายาวนาน โดยในปีนี้ถึงแม้มีวันหยุดหลายวัน แต่ประชาชนก็คาดการณ์ว่าจะใช้จ่ายไม่มากนัก เพราะยังอยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ และยังมีความไม่แน่นอนจากสภาวการณ์โควิด-19 ดังนั้นภาครัฐจึงควรเร่งบริหารงานด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ด้าน ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ในปี 2564 คนไทยยังต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ เพราะตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยภาพรวมของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ประชาชนยังคงเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากปีที่แล้วถูกงด และรัฐบาลไม่ได้ประกาศ Lock Down ซึ่งอาจช่วยให้เศรษฐกิจในช่วงเทศกาลนี้หมุนเวียนขึ้นมาบ้าง

ในส่วนของการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ยังคงมีการทำบุญที่วัด สรงน้ำพระ แต่ละวัดต้องมีมาตรการโควิด-19 อย่างเข้มงวด เว้นระยะห่าง ล้างมือ และอีกหลายๆ มาตรการ การสืบทอดและฉายภาพของวัฒนธรรมไทยมีการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ทำบุญที่วัดใกล้บ้าน การจัดนิทรรศการประเพณีสงกรานต์ และหน่วยงานภาคเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้าได้มีการจัดกิจกรรมที่จะฉายภาพประเพณีของแต่ละท้องถิ่นให้คนเข้าชม และที่สำคัญประชาชนนิยมใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น ในการรดน้ำอวยพรทั้งทางไลน์ เฟซบุ๊ก วันหยุดยาวนี้ จึงเชื่อได้ว่าจะนำพาความสุขและกลิ่นอายของความสดชื่นจากเทศกาลสงกรานต์อย่างแน่นอน