‘ปลัดศธ.’ ลงนามประกาศ ศธ.ปรับลดเวลา-วันทำงานบุคลากรในสังกัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564958

'ปลัดศธ.'ลงนามประกาศ ศธ.ปรับลดเวลา-วันทำงานบุคลากรในสังกัด

‘ปลัดศธ.’ลงนามประกาศ ศธ.ปรับลดเวลา-วันทำงานบุคลากรในสังกัด

วันศุกร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2564, 09.39 น.

“ปลัดศธ.” ลงนามประกาศ ศธ.ปรับลดเวลาและวันทำงานบุคลากรในสังกัดและในกำกับศธ. เหลือ 25%ใน 5 จังหวัด ตั้งแต่ 9-23 เม.ย. นี้

9 เม.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระบาดรอบ 3 อยู่ในขณะนี้  เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ  เรื่อง การป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยการปรับลดเวลาและวันทำงานของบุคลากรในสังกัด และในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเนื้อหาในประกาศระบุว่า 

ด้วยปรากฎว่ามีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) ระลอกใหม่ขึ้นและแพร่ระบาตในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมจำกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กระทรวงศึกษาธิการ จึงกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยการปรับลดเวลาและวันทำงานของบุคลากรในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ตามบัญชีรายชื่อจังหวัดแนบท้ายประกาศนี้ และให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัยตามความเหมาะสมและส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการปฏิบัติงานทุกชนิต โดยให้เปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้สามารถติดต่อได้ตลอดเวลาและให้ทุกหน่วยงานจัดบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานไม่เกินร้อยละ 25 ของบุคลากรทั้งหมด โดยให้คำนึงถึงบุคลากรที่จำเป็นสำหรับงานให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ

ข้อ 2 ให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดวิธีการที่ชัดเจน และเหมาะสมในการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย รวมถึงการรายงานผลที่ปฏิบัติไปในช่วงที่ไม่ได้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน โดยคำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานของงานที่ได้รับมอบหมาย
เป็นสำคัญ

ข้อ 3 ในกรณีที่หน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้มีการจัดประชุม การฝึกอบรม หรือการสัมมนา ไว้แล้ว ให้เลื่อนการจัดประชุม การฝึกอบรม หรือการสัมมนาดังกล่าวออกไปก่อน เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนต้องจัดประชุมให้ใช้การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 ถึงวันที่ 23 เมษายน 2564 

ทั้งนี้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาสิการ ได้ระบุรายชื่อจังหวัดแนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยการปรับลดเวลาและวันทำงานของบุคลากรในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.จังหวัดนนทบุรี 3.จังหวัดนครปฐม 4.จังหวัดปทุมธานี  5.จังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564

‘ครูโอ๊ะ’ เผยกักตัว 14 วัน หลังผลตรวจโควิด-19 ไม่พบเชื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564755

'ครูโอ๊ะ'เผยกักตัว 14 วัน หลังผลตรวจโควิด-19 ไม่พบเชื้อ

‘ครูโอ๊ะ’เผยกักตัว 14 วัน หลังผลตรวจโควิด-19 ไม่พบเชื้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564, 13.51 น.

“ครูโอ๊ะ”กักตัว 14 วัน เผยผลตรวจโควิด-19 ไม่พบเชื้อ พร้อมขอขอบคุณทุกความห่วงใย-กำลังใจทุกช่องทาง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการที่เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 ครูโอ๊ะได้เข้าร่วมงานและภายหลังพบว่ามีผู้ติดโรคโควิด-19 ด้วยนั้น ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเร่งเดินทางไปตรวจหาเชื้อที่สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ซึ่งขณะนี้ผลตรวจออกมาแล้ว ปรากฎว่า “เป็นลบ” หมายความว่าไม่ติดโรคโควิด-19 แต่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันและควบคุมโรค ตามระเบียบของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ครูโอ๊ะจึงจะทำการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ตามคำแนะนำของ นพ.กิตติ์พงศ์ สัญชาตวิรุฬห์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ สถาบันบำราศนราดูร เนื่องจากถือเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยจะทำการกักตัวตั้งแต่วันที่ 7 – 20 เมษายน 2564 และยังคงทำงานในรูปแบบ Work from home อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ครูโอ๊ะรู้สึกสบายดี ไม่ได้กังวลอะไร และที่ผ่านมาก็ระมัดระวังตัวเองอย่างดี และขอแสดงความขอบคุณทุกคนที่แสดงความห่วงใย และให้กำลังใจที่ส่งมาให้กันในทุกช่องทาง

ทั้งนี้ ขอย้ำว่า ครูโอ๊ะยังคงทำงานตลอดเวลาเหมือนเดิม เพียงแต่ปรับรูปแบบการทำงานโดยใช้ระบบออนไลน์เพิ่มขึ้น ดังนั้น หากใครมีข้อเสนอแนะอะไร ก็สามารถแนะนำ และติดตามการทำงานได้ที่เฟซบุ๊ก “พี่โอ๊ะ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์-เพจ” ซึ่งเป็นช่องทางเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นได้ตลอด

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ-ติดเครื่องวัดอุณหภูมิทุกตึก ยกเลิกทำบุญสงกรานต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564741

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ-ติดเครื่องวัดอุณหภูมิทุกตึก ยกเลิกทำบุญสงกรานต์

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ-ติดเครื่องวัดอุณหภูมิทุกตึก ยกเลิกทำบุญสงกรานต์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564, 13.16 น.

ศธ.ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ-ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิทุกตึก ขอร้องข้าราชการปฏิบัติตามมาตรการศบค. ยกเลิกพิธีทำบุญเทศกาลสงกรานต์

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เริ่มฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่อาคารราชวัลลภ แล้วตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา และจะทยอยฉีดให้ครบทุกตึกภายในกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมจะติดเครื่องวัดอุณหภูมิเพิ่มที่ประตูด้านหลังอาคารราชวัลลภอีก 2 จุด เพื่อคัดกรองผู้ที่เข้ามาภายในอาคาร และทางเข้าทุกตึกจะมีเครื่องวัดอุณภูมิและมีเจลแอลกอฮอลบริการด้วย

“ช่วงนี้ผมก็หลีกเลี่ยงการพบคนจำนวนมากๆ และเว้นกิจกรรมประชุมต่างๆ ที่วางไว้ทั้งหมด และข้อร้องให้ข้าราชการ บุคลากรของ ศธ.ปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.อย่างเคร่งคัด เช่น ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ การเว้นระยะห่าง และอย่าลืม กินร้อน ช้อนกลาง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และถ้าใครมีอาการก็ขอให้ไปตรวจหาเชื้อก่อนเพื่อป้องกัน” ปลัด ศธ.กล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวด้วยว่า เดิม ศธ.กำหนดจะจัดพิธีทำบุญตักบาตรช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 9 เม.ย.เนื่องในเทศกาลสงกรานต์และรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ แต่เนื่องจากสถานการโควิดในช่วงนี้ ศธ.จึงงดจัดงานดังกล่าวแล้ว

‘คุณหญิงกัลยา’ ผลตรวจโควิดเป็นลบ แต่เน้น ‘ทำงานที่บ้าน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564724

'คุณหญิงกัลยา'ผลตรวจโควิดเป็นลบ แต่เน้น'ทำงานที่บ้าน'

‘คุณหญิงกัลยา’ผลตรวจโควิดเป็นลบ แต่เน้น’ทำงานที่บ้าน’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564, 11.28 น.

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า วานนี้ (7 เม.ย.) คุณหญิงกัลยา ได้เข้าไปรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาล หลังจากได้ทราบข้อมูลจาก น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่ามีผู้มาร่วมแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 และคุณหญิงกัลยา ได้มีโอกาสร่วมประชุมกับท่าน รมว.ในวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา

คุณหญิงกัลยาจึงได้เข้าไปรับการตรวจเชื้อที่โรงพยาบาล ในวันที่ 7 เมษายน 2564 ในช่วงสาย พร้อมกับตรวจเลือดเพื่อหาภูมิต้านทานไปในคราวเดียวกันด้วย เนื่องจากคุณหญิงกัลยาได้รับวัคซีนต้านโควิด-19เข็มที่ 1 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ คุณหญิงกัลยาได้รับแจ้งผลการตรวจเชื้อจากโรงพยาบาลในช่วงเย็นวันเดียวกัน ซึ่งเบื้องต้นผลตรวจออกมาเป็นลบ (negative) อย่างไรก็ตาม คุณหญิงกัลยาจะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการเน้นการทำงานส่วนใหญ่ที่บ้านหรือ Work from Home ยกเว้นหากมีกิจกรรมสำคัญที่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมก็จะพิจารณาเป็นรายกิจกรรมอีกครั้ง

“จากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กรณีของคุณหญิงกัลยา ถือเป็นการสัมผัสการติดเชื้อในระดับเทียร์ 3 ถึงแม้ผลการตรวจหาเชื้อที่ออกมาจะเป็นลบ และไม่จำเป็นต้องกักตัว 14 วัน แต่คุณหญิงต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ยกเว้นหากมีกิจกรรมสำคัญที่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมก็จะพิจารณาเป็นรายกิจกรรมอีกครั้ง และฝากขอบคุณมายังทุกท่านที่กรุณาแสดงความห่วงใยในเหตุการณ์ดังกล่าว” นางดรุณวรรณ กล่าว

‘ตรีนุช’ ปลุกชาวศธ.การ์ดไม่ตก สั่งตรวจเข้มเข้าศธ.-โรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564431

'ตรีนุช'ปลุกชาวศธ.การ์ดไม่ตก สั่งตรวจเข้มเข้าศธ.-โรงเรียน

‘ตรีนุช’ปลุกชาวศธ.การ์ดไม่ตก สั่งตรวจเข้มเข้าศธ.-โรงเรียน

วันพุธ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564, 11.22 น.

“ตรีนุช”ปลุกชาวศธ.การ์ดไม่ตก สั่งตรวจเข้มเข้าศธ.-โรงเรียน ขอหน่วยงานในสังกัดศธ.งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เพื่อป้องกันโควิด-19 

7 เม.ย.2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019( โควิด 19) ในประเทศไทยมีการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนในวงกว้างมากขึ้น และกระจายในหลายพื้นที่  ถึงแม้ว่าขณะนี้จะเป็นช่วงปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563 แต่ขณะเดียวกันก็อยู่ในช่วงของการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในปีการศึกษา 2564 และสถานศึกษาบางแห่งก็มีกิจกรรมการเรียนจัดให้แก่นักเรียนในช่วงปิดภาคเรียน ดังนั้น จึงขอเน้นย้ำให้ ทุกสถานศึกษาที่ยังมีกิจกรรมต่างๆอยู่ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อย่างเข้มงวดสูงสุด หากพบว่ามีปัญหาต้องประสานกับฝ่ายสาธารณสุขทันที และขอให้สถานศึกษา และหน่วยงานในสังกัด ศธ. งดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก

“กรณีสถานศึกษาของรัฐ และเอกชนใดที่ยังไม่ปิดภาคเรียน หรือ ยังมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอยู่ หากพบว่ามีนักเรียนหรือผู้ปกครองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัส โควิด 19  ต้องหารือกับสาธารณสุขในพื้นที่ทันที เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องปิดสถานศึกษา หรือยุติการจัดกิจกรรมต่างๆในสถานศึกษาหรือไม่ และเร่งดำเนินการตามมติที่ได้จากการหารือทันที ทั้งนี้การพิจารณาปิดสถานศึกษาเป็นอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ให้สถานศึกษาพิจารณาจัดสอนชดเชยให้แก่ผู้เรียน ได้เรียนครบตามที่หลักสูตรกำหนดด้วย” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยังเปิดทำงานเป็นปกตินั้น ตนได้สั่งการให้เพิ่มประสิทธิภาพและความเข้มข้น ในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ ศธ.กำหนดไว้ ทั้งในเรื่องของการสวมใส่หน้ากาก การให้ทุกหน่วยงานจัดตั้งจุดคัดกรอง แอลกอฮอล์เจล และมีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิทางร่างกายในทุกทางเข้า-ออกของอาคาร รวมถึงมาตรการในการจัดประชุมต่างๆที่จะต้องจัดเฉพาะงานที่มีความจำเป็นจริงๆ และการจัดงานต้องดำเนินการตามที่ ศบค.กำหนด และขอเน้นย้ำไปยังผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และครู ให้ดูแลป้องกันสุขภาพตัวเองและครอบครัวตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดด้วย พวกเราชาว ศธ.การ์ดต้องไม่ตก

ทวงคืนสำเร็จ! ‘2 ทับหลัง’ ของชาติ เตรียมกลับสู่มาตุภูมิ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564384

ทวงคืนสำเร็จ!‘2 ทับหลัง’ของชาติ เตรียมกลับสู่มาตุภูมิ

ทวงคืนสำเร็จ!‘2 ทับหลัง’ของชาติ เตรียมกลับสู่มาตุภูมิ

วันพุธ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564, 07.54 น.

ทวงคืนสำเร็จ!‘2 ทับหลัง’ของชาติ เตรียมกลับสู่มาตุภูมิ

7 เมษายน 2564 เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความระบุว่า…

เตรียมกลับสู่มาตุภูมิ…2 ทับหลังของชาติ 

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินสำหรับประเทศไทย เร็ว ๆ นี้ โบราณวัตถุ 2 รายการ คือ ทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว กำลังจะคืนสู่แผ่นดินไทย หลังจากถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่ Asian Art Museum นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 (55 ปี)

ขณะนี้ ทับหลังทั้ง 2 รายการกำลังอยู่ในกระบวนการส่งคืนให้ไทย โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ คาดว่าจะมีพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ รวมทั้งโบราณวัตถุเพิ่มเติมอีก 13 รายการ ซึ่งมีทั้งพระพุทธรูป และรูปเคารพต่าง ๆ ที่จะถูกส่งคืนมาพร้อมกัน

หลังจากนั้นกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จะนำโบราณวัตถุนี้ไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าชมและศึกษาหาความรู้ครับ

สำหรับภาพรวมตั้งแต่ปี 2508 – 2563 ประเทศไทยได้รับมอบโบราณวัตถุและศิลปวัตถุจากต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ออสเตรเลีย ทั้งหมด 25 ครั้ง รวม 1,090 รายการ 

‘รมว.ศึกษาฯ’ ประกาศกักตัว 14 วัน หลังผู้ร่วมยินดีรับตำแหน่งติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564281

‘รมว.ศึกษาฯ’ประกาศกักตัว 14 วัน หลังผู้ร่วมยินดีรับตำแหน่งติดโควิด

‘รมว.ศึกษาฯ’ประกาศกักตัว 14 วัน หลังผู้ร่วมยินดีรับตำแหน่งติดโควิด

วันอังคาร ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564, 16.20 น.

‘รมว.ศึกษาฯ’ประกาศกักตัว 14 วัน หลังผู้ร่วมยินดีรับตำแหน่งติดโควิด

6 เมษายน 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน เป็นต้นไป ตนจะหยุดปฏิบัติภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เนื่องจากตนได้รับแจ้งจากผู้ที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับตนที่ได้รับตำแหน่ง รมว.ศธ. ติดเชื้อโควิด-19 เพราะเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ตนเปิดบ้านที่ จ.สระแก้ว ต้อนรับบุคคลที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดี ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ตนจึงขอหยุดการทำงานที่ ศธ.และทำการกักตัว พร้อมกับไปตรวจคัดกรองแบบ Swab หรือ PCR ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตนจะปฏิบัติงานและสั่งงานด้วยระบบ Zoom แทน โดยเป็นการ Work Form Home อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการรอผลตรวจ Swab จากทางโรงพยาบาล

นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “วันนี้ ดิฉันได้ทราบข่าวว่ามีหนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีกับดิฉันที่บ้านสวนน้ำเขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ติดเชื้อ COVID-19 และหลังจากที่ดิฉันทราบข่าวแล้ว ดิฉันจึงรีบเข้ารับการตรวจเชื้อกับคุณหมอทันที ซึ่งเบื้องต้นยังพบผลตรวจเป็นลบ (negative) อยู่”

“ด้วยความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัยของทุกท่าน ดิฉันขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ รีบแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบข่าวกันก่อน โดยดิฉันจะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการกักตัวอยู่บ้านตามมาตรการของ ศบค. เป็นเวลา 14 วัน และจะเข้ารับการตรวจเชื้ออีกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำงานค่ะ”

“ขณะนี้ ดิฉันได้สั่งการไปยังผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานรูปแบบออนไลน์ (Online) เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของพวกเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงจะใช้โอกาสนี้ในการเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) ให้มากยิ่งขึ้น หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้เห็นภาพของการทำงานภาคปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การสรุปบทเรียนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนออนไลน์ของน้อง ๆ นักเรียน และคุณครูทุกท่านต่อไปค่ะ”

ประชาชนพร้อมใจกราบสักการะ สมเด็จพระบูรพมหากษัติยาธิราช เนื่องในวันจักรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564265

ประชาชนพร้อมใจกราบสักการะ สมเด็จพระบูรพมหากษัติยาธิราช เนื่องในวันจักรี

ประชาชนพร้อมใจกราบสักการะ สมเด็จพระบูรพมหากษัติยาธิราช เนื่องในวันจักรี

วันอังคาร ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.54 น.

ประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้ากราบถวายบังคมพระบูรพมหากษัติยาธิราช เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันจักรี

6 เม.ย.64 เมื่อเวลา 08.30-12.00 น. สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เนื่องในโอกาสวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2564 ณ ปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าใช้โอกาสวันหยุดราชการพาครอบครัวเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพัฒนาประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อมาและประชาชนมีความผาสุขตลอดมา พร้อมเข้ากราบสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 

หลายคนจับจองที่นั่งภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่จะเสด็จวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2564

‘ตรีนุช’ พร้อมนำข้อเสนอแนะ ‘วิษณุ’ ขับเคลื่อนนโยบาย 12 ข้อ 7 วาระเร่งด่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564259

'ตรีนุช'พร้อมนำข้อเสนอแนะ'วิษณุ' ขับเคลื่อนนโยบาย 12 ข้อ 7 วาระเร่งด่วน

‘ตรีนุช’พร้อมนำข้อเสนอแนะ’วิษณุ’ ขับเคลื่อนนโยบาย 12 ข้อ 7 วาระเร่งด่วน

วันอังคาร ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.39 น.

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายและยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำให้กระทรวงศึกษาธิการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมกับให้กระทรวงศึกษาธิการกำกับดูแลมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม ของครูที่ปฏิบัติต่อนักเรียน ทั้งเรื่องการล่วงละเมินทางเพศ การใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา ให้ปรับปรุงหลักสูตรให้เด็กเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวิชาหน้าที่พลเมือง และให้ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นกระทรวงใหญ่ มีการแบ่งเป็นแท่ง จึงทำให้การทำงานประสานกันลำบาก ซึ่งสิ่งที่รองนายกรัฐมนตรีแนะนำ ตนก็จะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับนโยบาย 12 ข้อ 7 วาระเร่งด่วนของตน และจะหารือกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำข้อข้อเสนอแนะของนายวิษณุ มาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำงานต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เวลาการทำงานของรัฐบาลเหลือ 2 ปี จะขับเคลื่อนงานได้ตามที่วางนโยบายไว้ได้ทันหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ไม่กังวล ไม่เครียด และเข้าใจว่าระยะเวลาการทำงานเหลือเพียง 2 ปี ดังนั้น จะต้องทำงานตามแนวทางตามนโยบายที่วางไว้ โดยจะเร่งขับเคลื่อนงานให้ได้มากที่สุด และไม่ว่าจะสามารถขับเคลื่อนสำเร็จได้มากหรือน้อยแค่ไหน ก็ยอมรับผลการทำงานที่ออกมา

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สิ่งที่นายวิษณุ เน้นย้ำการทำงานให้ผลักดันตามนโยบาย 12 ข้อ 7 วาระเร่งด่วน ที่ น.ส.ตรีนุช ได้วางไว้ และการทำงานทุกอย่างต้องมีตัวชี้วัดความสำเร็จของนโยบายแต่ละข้อ แต่ละประเด็นด้วย ถ้ามีตัวชี้วัด จะทำให้การทำงานมีความชัดเจนมากขึ้น โดยรองนายกฯ ได้ยกตัวอย่างการทำงาน เช่น การเรียนการวิชาสอนประวัติศาสตร์ วิชาหน้าที่พลเมือง จะทำอย่างไรที่จะขับเคลื่อนให้เห็นเป็นรูปธรรม และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า สพฐ.ได้จัดการเรียนการสอนที่เข้มข้น ทำให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทำให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นต้น

“ท่านรองนายกฯ วิษณุ ก็ได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาเด็ก ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กทุกคนได้ลงมือทำในสิ่งที่ชอบ มีสมรรถนะครบทุกมิติ จับต้องได้ หรือการเรียนรูปแบบ Active Learning ที่เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ สพฐ.จะทำอย่างไรให้นักเรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ หรือนำไปประกอบอาชีพ และต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ ซึ่งสิ่งที่รองนายกฯได้เสนอแนะนั้น ได้เติมเต็มความชัดเจนในส่วนของการสร้างตัวชี้วัดให้ชัดเจนมากขึ้น ผมจะรับจุดเน้นที่ท่านรองนายกฯ เสนอแนะ และนโยบายของ ท่าน รมว.ศธ.มาขับเคลื่อนลงสู่การปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ส่วนกลางว่าจะทำอะไร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะทำอะไร  และระดับโรงเรียนจะขับเคลื่อนงานอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม และจะสร้างตัวชี้วัดที่สามารถวัดความสำเร็จได้ด้วย” นายอัมพร กล่าว

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก.เป็นครั้งที่สองของโลก ผ่าตัดนิ่วขนาด 1.7 กก. อุดตันทางเดินปัสสาวะ ‘ช้าง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564051

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก.เป็นครั้งที่สองของโลก  ผ่าตัดนิ่วขนาด 1.7 กก. อุดตันทางเดินปัสสาวะ‘ช้าง’

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก.เป็นครั้งที่สองของโลก ผ่าตัดนิ่วขนาด 1.7 กก. อุดตันทางเดินปัสสาวะ‘ช้าง’

วันอังคาร ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.น.สพ.ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงความสำเร็จในการประสบความสำเร็จผ่าตัดนิ่ว อุดตันทางเดินปัสสาวะในช้างสำเร็จเป็นครั้งที่สองของโลก ณ อาคารคลินิกสุขภาพช้างและสัตว์ป่าโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พังสายทอง ช้างเพศเมีย อายุประมาณ 50 ปี ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่หน่วยสัตว์ป่า โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ด้วยอาการปวดเกร็งช่องท้อง ซึม และไม่กินอาหาร จากการซักประวัติ พบว่าช้างมีประวัติปัสสาวะกระปิดกระปอย ปวดเกร็งช่องท้องเป็นระยะ และมีประวัติกินน้ำจากแหล่งน้ำมีที่ปริมาณหินปูนสูงนอกเหนือจากนี้จากการตรวจร่างกายเพิ่มเติม ด้วยการอัลตราซาวนด์ผ่านทวารหนักพบก้อนนิ่วภายในกระเพาะปัสสาวะ และการส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะพบก้อนนิ่วอุดตันอยู่ภายในท่อทางเดินปัสสาวะ ร่วมกับช้างไม่สามารถปัสสาวะได้ และมีค่าเลือดที่บ่งบอกการเสียหายของไตสูงกว่าปกติถึง 3-4 เท่า

จากอาการของพังสายทอง ทางทีมสัตวแพทย์ ซึ่งประกอบด้วย รศ.ดร.น.สพ.นิกร ทองทิพย์อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พร้อมด้วย อ.สพญ. ดร.สุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ และผศ.น.สพ.ดร.วีรพงศ์ ตั้งจิตเจริญ ภาควิชาคลินิกสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงตัดสินใจทำการผ่าตัดนิ่วที่อุดตันทางเดินปัสสาวะ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 โดยใช้เวลาในการผ่าตัดยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง จึงจะสามารถนำนิ่วออกมาจากท่อทางเดินปัสสาวะได้ เนื่องจากก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ มีความกว้าง 12 เซนติเมตร ยาว 16 เซนติเมตร และมีน้ำหนักมากถึง 1.7 กิโลกรัม โดยนับเป็นความสำเร็จในการผ่าตัดนิ่วในช้างเป็นครั้งที่สองของโลก แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะสามารถนำก้อนนิ่วออกมาได้สำเร็จแล้ว ช้างยังถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤติและต้องทำการดูแลหลังการผ่าตัด เพื่อฟื้นฟูสุขภาพอย่างใกล้ชิดต่อไป