กลุ่มมิตรผลพร้อมเปิดสถาบันเทคโนโลยีเกษตรชั้นสูง วิทยาลัยชั้นนำ ระดับการอาชีพหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564049

กลุ่มมิตรผลพร้อมเปิดสถาบันเทคโนโลยีเกษตรชั้นสูง  วิทยาลัยชั้นนำ ระดับการอาชีพหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

กลุ่มมิตรผลพร้อมเปิดสถาบันเทคโนโลยีเกษตรชั้นสูง วิทยาลัยชั้นนำ ระดับการอาชีพหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

วันอังคาร ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลุ่มมิตรผล นำโดยคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์ เป็นประธานในการประชุมเตรียมการเปิดสถาบันเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น (วิทยาลัยการอาชีพหนองเรือ) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ คุณมณฑล ภาคสุวรรณ์รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมด้วยหน่วยงานราชการ และภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีเป้าหมายการจัดตั้งสถาบันฯ เพื่อให้เป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาชั้นนำด้านเกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยมีการจัดหลักสูตรการเรียนที่เน้นในเทคโนโลยีเพื่อเกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ Roboticsand AI For Agriculture หรือ RAIFA เพื่อฝึกอบรมวิชาชีพด้านเกษตรและอุตสาหกรรมให้มีคุณภาพ และสามารถผลิตบุคลากรที่มีทักษะวิชาชีพระดับสูงที่มีความรู้ ความสามารถ สร้างความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดอาชีพในอนาคตต่อไป

‘คุณหญิงต้น’ ตรวจโควิดผลเป็นลบ ขอกักตัวต่อ 14 วัน หลังไปครัวเจ๊ไฝ ทานอาหารกับทูตญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564190

'คุณหญิงต้น'ตรวจโควิดผลเป็นลบ ขอกักตัวต่อ 14 วัน หลังไปครัวเจ๊ไฝ ทานอาหารกับทูตญี่ปุ่น

‘คุณหญิงต้น’ตรวจโควิดผลเป็นลบ ขอกักตัวต่อ 14 วัน หลังไปครัวเจ๊ไฝ ทานอาหารกับทูตญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2564, 21.29 น.

วันที่ 5 เมษายน 2564 เวลา 19.30 น. ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือคุณหญิงต้น ไฮโซคนดัง ที่ไปร่วมรับประทานอาหารที่ร้านเจ๊ไฝกับ นายคาซึะ นาชิดะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ที่ต่อมาทราบว่าได้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 และอยู่ระหว่างการรักษาพยาบาลเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา  ซึ่งต่อมาในวันที่ 4 เม.ย. ร้านเจ๊ไฝ ที่ได้รับดาวมิชลิน สตาร์ ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า 

ทางร้านต้องปิดร้านชั่วคราว เนื่องจากมีผู้ป่วยโควิด-19 มารับประทานอาหารที่ร้านเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา จึงต้องปิดร้านเพื่อทำความสะอาด โดยในวันนี้ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือคุณหญิงต้น ซึ่งเป็นมารดาของ น.ส.จิตภัสร์  ตั๊น กฤดากร  ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์อินสตาร์แกรม ระบุข้อความระบุว่า  “ตามที่เป็นข่าวว่าท่านทูตญี่ปุ่นเป็นโควิดนั้น ดิฉันและคณะคุณจุตินันท์ ได้ไปรับประทานอาหารกับท่านทูตเมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา จึงได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งผลออกมาเป็นลบ”  “ขอบคุณทุกความห่วงใย เริ่มกักตัวตามกำหนด 14 วัน โดยทันทีตั้งแต่เมื่อวาน ที่ทราบข่าว และจะเข้ารับการตรวจหาเชื้ออีกครั้งวันศุกร์นี้ค่ะ” พร้อมกับแสดงเอกสารการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของร.พ.บำรุงราษฎร์ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2564 ผลปรากฎว่าผลตรวจออกมาเป็นลบ หรือไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด

‘ในหลวง’ พระราชทานรถตรวจโควิดลงพื้นที่นราธิวาส หลังพบผู้ติดเชื้อ 126 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/564087

'ในหลวง'พระราชทานรถตรวจโควิดลงพื้นที่นราธิวาส หลังพบผู้ติดเชื้อ 126 ราย

‘ในหลวง’พระราชทานรถตรวจโควิดลงพื้นที่นราธิวาส หลังพบผู้ติดเชื้อ 126 ราย

วันจันทร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2564, 15.55 น.

รมว.ยุติธรรม ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณในหลวง พระราชทานรถตรวจโควิด ลงพื้นที่นราธิวาส หลังพบผู้ติดเชื้อ 126 ราย ยันต้นตอมาจากเรือนจำไม่ใช่สุราษฎร์ กำลังเร่งสืบหาต้นตอ เตรียมเปิดรพ.สนามรองรับได้ 200+600 คน ประสานกรมคุมประพฤติใช้กำไลEM กักตัวนักโทษหลังร่วมงานต้านยาเสพติด

วันที่ 5 เมษายน 2564 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้าสถาการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส ว่า ตน ประชาชนและข้าราชการ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาที่ทรงพระราชทานอุปกรณ์และรถตรวจโควิดพระราชทานไปยัง เรือนจำจังหวัดนราธิวาส โดยล่าสุดได้เดินทางไปถึงแล้ว สถานการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อยอดรวม 126 คน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่ใน จ.นราธิวาส เป็นข้าราชการ 25 คน เวลานี้อยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาส ผู้ต้องขัง 95 คน ขณะนี้กักตัวไว้ที่แดน 2 จำนวน 88 คน แดน 6 จำนวน 3 คน แดนหญิง 1 คน และอีก 3 คน อยู่ โรงพยาบาลนราธิวาส ขณะเดียวกันยังมีอีกส่วนที่ออกไปร่วมกิจกรรมต้านภัยยาเสพติด 6 คน ที่จ.สุราษฎร์ธานี โดยเป็นผู้ต้องขัง 5 คน เจ้าหน้าที่ 1 คน ตอนนี้รับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการตั้งโรงพยาบาลสนาม นายไตรฤทธิ์ เหมวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ได้หารือกับ นายสุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 12 ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยจะใช้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนราธิวาส และเจ้าหน้าที่เรือนจำของกรมราชทัณฑ์ ทำหน้าที่ร่วมกัน ทำตามนโยบาลของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะใช้พื้นที่แดน 2 เป็นที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับได้ 200 คน แต่หากไม่เพียงพอจะใช้แดน 6 เพิ่มซึ่งรองรับได้ 600 คน ยืนยันไม่แออัด แต่หากมีคนอาการรุนแรงมากๆ จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ทันที ซึ่งวันนี้จะเริ่มตรวจ 200 คนในกลุ่มเปราะบาง ผู้มีโรคประจำตัว

‘แพทยฯมข.’ เปิดตัวแอปฯ ‘MDKKU CARE’ อำนวยความสะดวกประชาชนไปโรงพยาบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/563927

‘แพทยฯมข.’เปิดตัวแอปฯ‘MDKKU CARE’  อำนวยความสะดวกประชาชนไปโรงพยาบาล

‘แพทยฯมข.’เปิดตัวแอปฯ‘MDKKU CARE’ อำนวยความสะดวกประชาชนไปโรงพยาบาล

วันจันทร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแอปพลิเคชัน “MDKKU CARE แอปเดียวจบ ครบทุกบริการ” ณ โถงชั้น 1 อาคารกัลยาณิวัฒนานุสรณ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่ง MDKKU CARE เป็นแอปพลิเคชันที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

โดยเป็นการดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชันร่วมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเข้ามาติดต่อและใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนอาจได้รับการบริการที่มีความล่าช้า ดังนั้น จึงได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อตอบสนองการบริการที่สามารถทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงและได้รับการรักษาที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในปัจจุบันการพัฒนา จ.ขอนแก่น ประกอบไปด้วยหลักการ 7 Smart ได้แก่ Smart Mobility, Smart Living, Smart People, Smart Economy, Smart Environment, Smart Government และSmart Energy แต่ทั้งนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาถึงบริการทางด้านการแพทย์เข้าสู่แผนพัฒนาของจังหวัดร่วมด้วย เนื่องจากภายในจังหวัดขอนแก่น มีโรงพยาบาลศรีนครินทร์ที่ถือเป็นศูนย์บริการทางการแพทย์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก

“การออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชัน MDKKU CARE เพื่อรองรับผู้ป่วยนั้นถือเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง เพราะทำให้ประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่เดินทางมาใช้บริการที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้รับการบริการที่มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยถือเป็นการขับเคลื่อนความสำเร็จที่ไม่ควรหยุดการพัฒนา เพื่อที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการเป็นโรงเรียนการแพทย์ชั้นนำระดับสากลต่อไป” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าว

รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒิพงศ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า แอปพลิเคชัน MDKKU CARE ออกแบบและพัฒนามาเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อมุ่งเน้นการตอบสนองบริการทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยที่เข้ารับบริการของทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยแอปพลิเคชันจะสามารถใช้แทนบัตรผู้ป่วย แสดงข้อมูลด้านสุขภาพ แสดงเวลานัดพบแพทย์และคิวรับยา พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติการรักษาย้อนหลัง 6 เดือน รวมถึงประวัติการใช้ยาได้

โดยขั้นตอนของการลงทะเบียนแอปพลิเคชัน MDKKU CARE นั้นต้องมีการยืนยันตัวตนโดยใช้เลขโรงพยาบาล (HN) เบอร์โทรศัพท์ และเลขบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อดำเนินการลงทะเบียนเสร็จสิ้น ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบสิทธิ์รักษาด้วยตนเอง ทั้งยังสามารถชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันบัตรเครดิตและตู้ชำระเงินอัตโนมัติ แต่ในส่วนของการชำระเงินผ่าน QR code และ Mobile Banking ยังอยู่ในขั้นตอนขอเปิดบริการกับทางธนาคาร

“ในขณะนี้กำลังดำเนินการพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ยังไม่เคยทำบัตรผู้ป่วย แต่ขอเข้ารับการบริการกับทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ให้สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ ถือเป็นการพัฒนาเพื่อเอื้ออำนวยการเข้ารับบริการของผู้ป่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มารับบริการ” รศ.นพ.อภิชาติ กล่าว

รศ.นพ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์มีการรองรับ
ผู้ป่วยนอกเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่จำนวน 1,000,000 ราย และผู้ป่วยในจำนวน 45,000 ราย ซึ่งถือว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากที่เข้ารับการรักษาในแต่ละวัน การพัฒนาแอปพลิเคชัน MDKKU CARE จะช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์และสามารถที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ ให้ผู้ป่วยใช้เวลาในโรงพยาบาลสั้นที่สุดแต่เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ รพ.ศรีนครินทร์ ยังมุ่งเน้นการบริการทางการแพทย์ที่ครบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น Smart Ems ที่กำลังดำเนินการพัฒนา เพื่อที่จะสามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและเห็นได้ชัดเจน โดยการติดตั้ง CCTV, GPS, Monitor ฯลฯ เพื่อให้แพทย์สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้ในทันที ณ จุดเกิดเหตุ สามารถสั่งการและรักษาโดยตรงและรวดเร็วมากที่สุด The Smart ICU เพื่อการติดตามผลการรักษาผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

รวมถึง และ Smart OPD เพื่อนัดหมายการพบแพทย์และตรวจพิเศษเพิ่มเติมโดยไม่ต้องรอคิวนาน ซึ่ง ณ ขณะนี้ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันนั้นสามารถใช้งานได้จริง 70-80% แต่ภายในปีนี้จะมีการดำเนินการให้ได้ทุกภาคส่วน 100% เพื่อตอบโจทย์การบริการที่มีความกระชับในระยะเวลาอันสั้นมากที่สุด” ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ กล่าว

การพัฒนาแอปพลิเคชัน MDKKU CARE เพื่อตอบโจทย์ทางด้านการแพทย์ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งผู้เข้ารับการรักษาและบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ถือเป็นโรงพยาบาลรัฐแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายการเป็นโรงเรียนการแพทย์ระดับสากล ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในอนาคต ผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MDKKU CARE ได้ทั้ง Playstore : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.kku.mdkkucare และทาง App Store : https://apps.apple.com/th/app/md-kku-care/id1558331307 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : MDKKU

‘ในหลวง-พระราชินี’ พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของแก่จนท.บาดเจ็บ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพผู้เสียชีวิตไฟไหม้อาคารถล่ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/563905

‘ในหลวง-พระราชินี’ พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของแก่จนท.บาดเจ็บ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพผู้เสียชีวิตไฟไหม้อาคารถล่ม

‘ในหลวง-พระราชินี’ พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของแก่จนท.บาดเจ็บ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพผู้เสียชีวิตไฟไหม้อาคารถล่ม

วันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564, 21.30 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาหลวง วางหน้าหีบศพเจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุเพลิงไหม้ อาคารถล่มในหมู่บ้านกฤษดานคร และพระราชทานดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่ได้รับบาดเจ็บ

4 เมษายน 2564 เวลา17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพวงมาลาของเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปวางหน้าหีบศพ นายสมัญญา นิลธง นายอรรถพล ท้วมทอง และนายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุเพลิงไหม้ อาคารถล่มในหมู่บ้านกฤษดานคร 31 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 ณ วัดศาลาแดง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่นายวีรพล ทองศิริ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ณ วัดศาลาแดง ด้วย

เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ ไปในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
และเชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพวงมาลาของเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปวางหน้าหีบศพ นายธนภพ ประไพ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ วัดนครอินทร์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

ในวันเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลตำรวจตรี ชัยทัต บุญขำ รองอธิบดีกรมบังคับการสำนักพระราชวัง เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่ได้รับบาดเจ็บที่เข้าพักรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้แก่ นายอิทธิพล ประสงค์ทรัพย์ นายกฤษฎี สังข์นาง นางสาวจิรภัทร นนทฤทธิ์ นางสาวฐิติรักษ์ ทิมแตง และนายสุรศักดิ์ เปลี่ยนกลัด ณ โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลธนบุรี 2 และโรงพยาบาลวิชัยเวช หนองแขม

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการศพแก่ผู้เสียชีวิตด้วย ยังความปลื้มปีติ
และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

‘ในหลวง’ มีพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐเซเนกัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/563873

'ในหลวง'มีพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐเซเนกัล

‘ในหลวง’มีพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐเซเนกัล

วันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564, 19.45 น.

4 เมษายน 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซเนกัล ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐเซเนกัล ซึ่งตรงกับวันที่ 4 เมษายน 2564 ความว่า

ฯพณฯ นายแม็กคีย์ ซัลล์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซเนกัล กรุงดาการ์ ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐเซเนกัล ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดี ด้วยใจจริง เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขและความเจริญรุ่งเรืองสืบไปของประเทศและประชาชนชาวเซเนกัล ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตรอันใกล้ชิดระหว่างประเทศและประชาชนของเราทั้งสอง จะก่อให้เกิดการพัฒนาเพิ่มพูนความร่วมมือที่เจริญงอกงามมาด้วยดี เพื่อประโยชน์สุขร่วมกันต่อไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย)  มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

บพค.หนุนพัฒนาระบบการเรียนรู้และควบคุมระยะไกล ยกระดับคุณภาพการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/563862

บพค.หนุนพัฒนาระบบการเรียนรู้และควบคุมระยะไกล ยกระดับคุณภาพการศึกษา

บพค.หนุนพัฒนาระบบการเรียนรู้และควบคุมระยะไกล ยกระดับคุณภาพการศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564, 15.54 น.

“บพค.” สนับสนุนพัฒนา “ระบบการเรียนรู้และควบคุมระยะไกล” ยกระดับคุณภาพการศึกษาและอุตสาหกรรม ลดเหลื่อมล้ำสังคมเมืองกับชนบท

4 เมษายน 2564 ในการจัดนิทรรศการ “เปิดบ้านฟีโบ้ระบบภาพเสมือน FIBO Virtual Open House 2021” ของสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการนำเสนอเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ทันสมัย พร้อมทั้งสาธิตผลการวิจัยและพัฒนาที่ก้าวหน้า ตลอดจนได้มีการนำผลงานต้นแบบที่อุตสาหกรรมต้องการมาจัดแสดง

หนึ่งในนั้นเป็นโครงการที่หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ภายใต้สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ให้การสนับสนุนผ่านโครงการ AI for All ซึ่งเป็นการพัฒนากำลังคนด้าน AI ที่มีเป้าหมายส่งเสริมกำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการหุ่นยนต์ ตั้งแต่สร้างความตระหนักรู้ แก่บุคคลทั่วไป จนถึงพัฒนาความสามารถสำหรับ เยาวชน ผู้ประกอบการ    ภาคการผลิต และนักวิจัยขั้นสูง

ผลงานที่มานำเสนอในครั้งนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาต้นแบบ ได้แก่ การออกแบบการควบคุมระบบเครื่องพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ (Tele 3D Printing System) และระบบโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) จากระยะไกลซึ่งทั้งสองระบบนี้จะเป็นตัวอย่างในการบริหารจัดการทรัพยากร ให้เกิดความคุ้มค่า และการใช้ทรัพยากรร่วมกันผ่านแนวทางการใช้งานระบบควบคุมระยะไกล 

ทั้งนี้ เมื่อโครงการนี้เสร็จสิ้นผลผลิตที่จะได้รับในสองระบบคือ 1.ระบบควบคุมระยะไกลของการพิมพ์สามมิติสำหรับโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรมซึ่งสามารถสร้างและพัฒนาชุดระบบควบคุมระยะไกลสำหรับพิมพ์ภาพสามมิติของโรงประลองต้นแบบ เนื่องจากการลงทุนในโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรมที่มีความพร้อมรองรับการใช้งานนั้นไม่ได้มีอยู่ในทุกโรงเรียนแต่สามารถที่จะสร้างให้เกิดระบบเพื่อแบ่งปันการใช้งานได้ โดยระบบควบคุมระยะไกลจะทดสอบกับโรงเรียนต้นแบบกระจายทุกภูมิภาครวมจำนวน 20 โรงเรียน โดยมีคุณครูที่ได้รับการพัฒนาทักษะการใช้งานระบบควบคุมระยะไกลให้สามารถใช้โรงประลองต้นแบบในการผลิตสื่อการสอนได้เองหรือนำมาเป็นเครื่องมือในการสอนได้ นับเป็นต้นแบบของการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการแบ่งปันทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยลดงบประมาณการลงทุนและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 

2. ระบบควบคุมระยะไกลของ Smart Factory สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถให้ผู้สนใจสามารถเข้าเรียนเนื้อหาและใช้งานระบบควบคุมระยะไกล ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานในระบบดังกล่าว มีความรู้และเข้าใจถึงประโยชน์ของวิทยาการหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม และในอนาคตจะสามารถรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว

‘ครูตรีนุช’ เฮี๊ยบ! สั่งลงดาบครูอัตราจ้างตีเด็กอนุบาล เล็งฟื้น ‘สารวัตรนักเรียน’ สกัดรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/563851

‘ครูตรีนุช’เฮี๊ยบ!สั่งลงดาบครูอัตราจ้างตีเด็กอนุบาล เล็งฟื้น‘สารวัตรนักเรียน’สกัดรุนแรง

‘ครูตรีนุช’เฮี๊ยบ!สั่งลงดาบครูอัตราจ้างตีเด็กอนุบาล เล็งฟื้น‘สารวัตรนักเรียน’สกัดรุนแรง

วันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.48 น.

‘ครูตรีนุช’เฮี๊ยบ!สั่งลงดาบครูอัตราจ้างตีเด็กอนุบาล เล็งฟื้น‘สารวัตรนักเรียน’สกัดรุนแรง

4 เมษายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ใช้ไม้บรรทัดตีศีรษะ ใบหน้า และด้านหลังของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า ตนไม่นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว และได้รับทราบรายละเอียดเบื้องต้นจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุรินทร์ เขต 1 แล้ว เบื้องต้นทราบว่าครูผู้ก่อเหตุเป็นครูอัตราจ้าง ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งได้สั่งการให้ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ติดตามการให้ความช่วยเหลือนักเรียน และพิจารณาสั่งให้ครูคนดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทั้งติดตามผลการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีความผิดจริง ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ในลักษณะนี้อีก จึงได้สั่งการให้ เลขาธิการ กพฐ. ซักซ้อมแนวปฏิบัติในการจ้างครูผู้สอน ว่า จะต้องเป็นผู้ที่ต้องมีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนเท่านั้น และกำหนดไว้ในสัญญาจ้างด้วยว่าครูจะต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพครู พร้อมทั้งเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าจะต้องปฏิบัติต่อศิษย์ด้วยความเมตตา ไม่กระทำการรุนแรงต่อศิษย์ ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็ตาม

น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ถูกยิงที่ศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา ตนได้ประชุมด่วนร่วมกับเลขาธิการ กพฐ. เพื่อหารือถึงมาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดความรุนแรงทั้งในและนอกสถานศึกษา โดยเห็นว่าการเเก้ปัญหาด้วยความรุนเเรง เป็นสิ่งไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งเรื่องนี้นอกจากต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเเละเป็นธรรมเเล้ว จะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องจิตวิทยา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการรู้จักตนเอง รู้จักวิธีการเเสดงออกที่ถูกต้องเหมาะสมต่อผู้อื่นเเละสังคม 

นอกจากนี้ ตนได้หยิบยกนโยบาย Youth Counselor ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีการดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งเเล้วมาทบทวนการทำงานใหม่ โดยเพิ่มบทบาทของนักจิตวิทยาประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ให้มีการทำงานเชิงรุกในสถานศึกษามากขึ้น ขณะเดียวกันต้องให้สถานศึกษาจัดระบบการเฝ้าระวังดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนเเรง รวมถึงการเข้าป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาการก่อเหตุรุนเเรง

ขณะเดียวกัน ตนจะมอบหมายให้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่เกี่ยวข้องศึกษาทบทวนระบบการดูเเลความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา ในปัจจุบันว่า มีประสิทธิภาพเพียงใด ควรจะมีการรื้อฟื้นระบบสารวัตรนักเรียนที่ยุบเลิกไป หรือจะมีระบบอื่นๆที่สร้างความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยของนักเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ

“จะมีความเด็ดขาด ในการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบของข้าราชการครู เเละบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ให้กับกรณีอื่นๆ เเละสร้างความมั่นใจร่วมกันระหว่าง ครู นักเรียน เเละผู้ปกครอง ต่อจุดเน้น เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียนว่า การมีผู้เรียนเป็นเป้าหมายของการพัฒนา หรือ Student Centricity ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของรูปเเบบการทำงาน ‘TRUST’ จะต้องเริ่มจากการที่สถานศึกษาทุกเเห่งมีความพร้อมที่จะเป็น ‘บ้านหลังที่สอง’ให้เเก่เด็กๆทุกคน เพราะถ้า ‘บ้าน’ยังไม่ปลอดภัยเเล้ว เราก็ไม่อาจที่จะพูดถึงการพัฒนาผู้เรียนในเรื่องอื่นๆได้อีกเลย” รมว.ศธ. กล่าว

กลศ.จัดงานปัจฉิมนิเทศ พร้อมโชว์ผลงานความคิด นศ.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/563818

กลศ.จัดงานปัจฉิมนิเทศ พร้อมโชว์ผลงานความคิด นศ.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง

กลศ.จัดงานปัจฉิมนิเทศ พร้อมโชว์ผลงานความคิด นศ.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง

วันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564, 09.17 น.

กสศ.จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศพร้อมโชว์ผลงานความคิด นศ.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลังจบการศึกษาระดับ ปวส. รุ่นแรก ป้อนเข้าสู่ตลาดสายอาชีพกว่า 1,106 คน การันตีคุณภาพการศึกษากว่า 67 % เกรดเฉลี่ย 3.00 นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกในการช่วยเหลือเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้เรียน ย้ำเรื่องโอกาสเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำที่สำคัญ ตัวช่วยเดินหน้าไปสู่การมีอาชีพมีอนาคตและพาครอบครัวหลุดพ้นความยากจนได้

4 เมษายน 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศ “สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ได้รับเกียรติโดยนางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวให้นโยบายการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา โดยครั้งนี้เป็นการจัดประชุมผ่านรูปแบบ Online และ onsite จำนวน 5 พื้นที่คือเวทีจังหวัดกรุงเทพมหานคร (เวทีกลาง) เวทีจังหวัดเชียงใหม่ เวทีจังหวัดสงขลา เวทีจังหวัดนครราชสีมา และเวทีจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงที่จะสำเร็จการศึกษากว่า 1,106 คน ครู อาจารย์ และผู้บริหารจากสถานศึกษาสายอาชีพ จำนวน 32 สถาบัน ว่าที่นายจ้าง สถานประกอบการ และผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ กสศ.

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้บริหาร ครู และอาจารย์สถานศึกษาสายอาชีพจาก 32 แห่งทั่วประเทศที่ทุ่มเทในการบ่มเพาะดูแล พัฒนาทักษะผ่านการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งให้นักศึกษาเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในสาขากว่า 41 สาขาซึ่งเป็นสาขาที่จะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตาม 10 อุตสาหกรรม S Curve และ New S Curve สาขา STEM (วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี) รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัล เป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลและความต้องการตลาดแรงงานในท้องถิ่น ทำให้มีนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่สำเร็จการศึกษาจำนวนทั้งหมด 1,106 คน แบ่งเป็นชาย 571 คน หญิง 531 คน แบ่งเป็นนักศึกษาทุนในภาคเหนือ 255 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 226 คน ภาคกลาง 281 คน ภาคตะวันออก 165 คน ภาคใต้ 179 คน

“ภาพรวมทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. ได้สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนชั้น ม. 3 ม. 6 ปวช. หรือเทียบเท่า จำนวนทุนสะสม 3 รุ่นจำนวนประมาณ 7,265 คน เข้าศึกษาในสถานศึกษาสาย อาชีพทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวน 98 แห่ง กระจายใน 44 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคในลักษณะโครงการที่เป็น พันธมิตรกับหน่วยงานต้นสังกัดทุกสังกัดสำนักงานคณะรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) สถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐ เอกชน วิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ร.ร. จิตรลดาวิชาชีพ” นายสุภกร กล่าว

นายสุภกร กล่าวว่า จากการทำงานของ กสศ. ได้ตั้งเป้าความสำเร็จไว้ 3 ก้าว วันนี้เป็นความสำเร็จก้าวที่หนึ่ง คือ “โอกาส” จากสองปีก่อนที่เด็กบางคนไม่เหลือความหวังและแทบไม่ได้เรียนต่อ ตอนนี้มีบัณฑิตจำนวน 1,106 คน นั่นคือก้าวแรกที่ได้รับโอกาสจาก กสศ.ให้เรียนสูงขึ้น แม้มีจำนวน 1,106 คนอาจถือว่าเยอะ แต่ยังมีเด็กที่เกิดในปีเดียวกันและมีฐานะยากลำบากประมาณ 1 แสนคน แต่กสศ.ให้โอกาสได้ 1,106 คน หรือ 1 % เท่านั้น ก้าวที่สองคือการมีงานทำโดยตั้งใจว่า ปี พ.ศ. 2570 นักศึกษาทุนทุกคนจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งอย่าหายไป ​ซึ่งกสศ.​ได้เตรียมเว็บไซต์ หนังสือรุ่นสมัยใหม่ที่อัปเดทได้ทุกวัน ใครไปทำอะไร มีกิจกรรมอะไรอยากเล่าสามารถเข้ามาเขียนในเว็บไซต์ได้ ทุกคนก็จะเห็นเพื่อนทั้งพันกว่าคนได้มาอัปเดทชีวิต ​

“ก้าวที่สาม คืออยากเห็นผลผลิตของเราเปลี่ยนชีวิตจากรุ่นเราที่เติบโตมาอย่างยากลำบาก เมื่อต่อไปมีครอบครัวก็อยากให้ครอบครัวสลัดหลุดพ้นจากความยากลำบาก ซึ่งแม้จะเริ่มจาก 1,106 คน ก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าโอกาสทางการศึกษาทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาลดลง และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น ซึ่งน้องๆ ที่จบการศึกษาในวันนี้เป็นก้าวแรกของความสำเร็จ และไม่ใช่เฉพาะความสำเร็จเฉพาะตัว ซึ่งจะนำไปสู่ก้าวที่สอง ก้าวที่สามต่อไป” นายสุภกร กล่าว

นายสุภกร กล่าวว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงมีประมาณปีละ 2,500 ทุน แบ่งเป็นสองส่วนคือส่วนที่ จบ ม.3 และเรียนต่อ ปวช. และ ปวช. เรียนต่อ ปวส. ​อีก 2 ปี ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่จบการศึกษาในส่วนที่เรียนต่อ 2 ปี จึงมีผู้ที่จบการศึกษาประมาณ1,106 คน โดยคนที่จบการศึกษามีผลการเรียนดีเกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไปมากถึง 67% ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์สิ่งที่กสศ.กำลังทำว่าประสบความสำเร็จ โดยถ้าครบ 5 ปีก็จะมีนักศึกษาที่ทะยอยจบการศึกษาปีละประมาณ 2,500 ปีต่อทุน โดยทุนนี้อาจจะเรียกว่าเป็นทุนที่ทำงาน 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือให้ทุนการศึกษากับนักเรียนที่ครอบคลุมค่าเรียน ค่าใช้จ่ายในการเรียน ค่าใช้จ่ายรายเดือน และส่วนที่ 2 คือ วิเคราะห์ตลาดแรงงานอาชีพว่าสาขาไหนที่มีโอกาสตกงานก็จะไม่ให้ทุนในสาขานั้น หรือสาขาอาชีพที่ตลาดต้องการแต่คุณภาพการเรียนการสอนยังไม่ถึง ก็ต้องชวนทางสถาบันการศึกษามาร่วมคิดว่าจะช่วยกันพัฒนาอย่างไร โดยแต่ละปีจะมีสถาบันการศึกษาเสนอแนวคิดมาเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัดทำให้แต่ละปีจะทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาได้ประมาณ 30 กว่าสถาบันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในพื้นที่ 5 จังหวัด 5 เวทีครั้งนี้ ยังได้มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ร่วมแล้วกว่า 135 ผลงาน อาทิ ผลงานหุ่นยนต์เคลื่อนย้ายวัตถุ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน จากการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับภาคกลาง ปี 2563 รถบรรทุกดั้มขนาดเล็กเอนกประสงค์ วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี ทำภายใต้แนวคิดการลดต้นทุนทางการเกษตรและช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงรถบรรทุกในการใช้งานต่างๆได้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ สงขลา ผู้ประกอบภาคเอกชน อาทิ บริษัทเงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอ๊ปโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น นำตำแหน่งงานว่าง และแนะแนวอาชีพที่เหมาะสมสมให้กับนักศึกษาทุนและให้กรอกใบสมัครงานตามที่สนใจ

พสกนิกรเดินทางเฝ้าฯรับเสด็จ ‘ในหลวง-พระราชินี’ โดยมีโรงครัวพระราชทาน-แจกพิมเสนน้ำผ้าเย็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/563785

พสกนิกรเดินทางเฝ้าฯรับเสด็จ'ในหลวง-พระราชินี' โดยมีโรงครัวพระราชทาน-แจกพิมเสนน้ำผ้าเย็น

พสกนิกรเดินทางเฝ้าฯรับเสด็จ’ในหลวง-พระราชินี’ โดยมีโรงครัวพระราชทาน-แจกพิมเสนน้ำผ้าเย็น

วันเสาร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2564, 19.47 น.

วันที่ 3 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรานงานว่า ประชาชนชาวประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ประดิษฐานบนเขาหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์