‘คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์-ซีพีเอฟ’ ถ่ายทอดระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมัยใหม่ให้นิสิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562865

‘คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์-ซีพีเอฟ’ถ่ายทอดระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมัยใหม่ให้นิสิต

‘คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์-ซีพีเอฟ’ถ่ายทอดระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมัยใหม่ให้นิสิต

วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564, 18.43 น.

‘คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์-ซีพีเอฟ’ถ่ายทอดระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมัยใหม่ให้นิสิต

30 มีนาคม 2564 ผศ.ดร.เมธี แก้วเนิน รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะประมง ม.เกษตรฯ กล่าวว่า คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการประมงน้ำจืดให้ทันสมัยตอบโจทย์กระแสการบริโภคสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์น้ำจืดระบบน้ำหมุนเวียน” เป็นความร่วมมือกับซีพีเอฟ เปิดโอกาสนิสิตสาขานี้ได้เรียนรู้ระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ควบคู่กับการมีมุมมองเชิงธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟโดยตรง ได้ลงมือปฏิบัติจริง รวมถึง นิสิตยังได้แนวความคิดความเข้าใจในด้านการผลิตสินค้าคุณภาพตามความต้องการของตลาด ทั้งนี้ โครงการฯ นี้ยังเป็นโมเดลของความร่วมมือกับซีพีเอฟในการพัฒนาหลักสูตรเรียนรู้ของนิสิตภาควิชาอื่นๆ ในคณะประมง อีกด้วย

“การเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศไทยมีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ การนำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับความสะอาดและความปลอดภัย ให้สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม โครงการฯ ช่วยให้นิสิตมีความเข้าใจในการผลิตสินค้าประมงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยจากการใช้ยาและสารเคมี ไม่เพียงเราจะได้พัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่เข้าใจการผลิตสินค้าสัตว์น้ำสะอาด ปลอดภัย และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานธุรกิจการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดของไทยตามหลักสากลและส่งผลบวกต่อระบบเศรษฐกิจ” ผศ.ดร.เมธี กล่าว

นายวิโรจน์ ยุทธยงค์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า โครงการความร่วมมือฯ กับ คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เริ่มดำเนินมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2563 โดยซีพีเอฟนำองค์ความรู้ระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ทันสมัย เรียกว่า CARE Aquaculture Model ซึ่งเป็นระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดที่เน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางอาหารและการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นระบบที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ต้องมีความรู้ทางการผลิตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปต่อยอดในการดำเนินอาชีพของนิสิต ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและมีส่วนช่วยพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“ความสำเร็จของความร่วมมือในครั้งนี้ ซีพีเอฟจะนำโครงการฯ ไปขยายผลต่อกับนิสิตประมงใน ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยจะพัฒนาห้องเรียนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดให้นิสิตได้เรียนรู้ระบบ CARE Aquaculture Model อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงผลักดันให้นิสิตมีส่วนร่วมกับการพัฒนาระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดให้ทันสมัยและเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่มากขึ้น” นายวิโรจน์ กล่าว

นายรชต ทองสุวรรณ์ อายุ 21 ปี นิสิตภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์ ชั้นปีที่ 3 คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การที่มีโครงการฯ นี้ในหลักสูตรถือเป็นประโยชน์กับนิสิตอย่างมาก เพราะได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและลงมือปฏิบัติจริงควบคู่กัน รวมถึงฝึกทักษะหลายๆ ด้าน อาทิ ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่เพียงแค่เพื่อนร่วมภาควิชาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาควิชาอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งความรู้ที่ได้รับจากตรงนี้ อนาคตจะนำไปประยุกต์กับธุรกิจของที่บ้าน เพื่อส่งเสริมให้การเลี้ยงปลาน้ำจืดดีขึ้น มีระบบน้ำหมุนเวียนที่ไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี และจะส่งต่อข้อมูลไปยังเกษตรกรในพื้นที่ที่สนใจ เพราะเป็นระบบที่จะช่วยให้เกษตรกรรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ดี

สำหรับโครงการความร่วมมือ “ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์น้ำจืดระบบน้ำหมุนเวียน” ซีพีเอฟได้นำระบบการเลี้ยง ที่เรียกว่า CARE  Aquaculture Model หรือ CARE เป็นกระบวนการผลิตที่ใช้ระบบน้ำหมุนเวียนที่มีการบำบัดและนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ทำให้ประหยัดการใช้น้ำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และยังออกแบบฟาร์มให้ประหยัดพลังงาน โดยนำหลักการ Gravity Flow มาใช้ ลดการใช้ยาและสารเคมี ที่สำคัญยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ประกอบกับในอนาคตจะมีการใช้พลังงานโซล่าเซลส์มาร่วมในออกแบบฟาร์ม มีการบริการจัดการง่ายโดยการนำระบบอัตโนมัติต่างๆ มาใช้ อาทิ การเปิด-ปิดเครื่องให้อาหารและเครื่องให้อากาศได้จากทางโทรศัพท์ เหมาะกับเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งจะมาช่วยพัฒนาและยกระดับธุรกิจการเลี้ยงสัตว์น้ำภายในประเทศ

ข่าวดี!สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนใหม่ รับสิทธิพิเศษเพียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562820

ข่าวดี!สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนใหม่ รับสิทธิพิเศษเพียบ

ข่าวดี!สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนใหม่ รับสิทธิพิเศษเพียบ

วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564, 16.56 น.

ข่าวดี!สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนใหม่ รับสิทธิพิเศษเพียบ

ข่าวดีผู้ปกครองที่กำลังมองหาโรงเรียนนานาชาติ 2 ภาษาให้กับลูกๆหลานๆ เสาร์ที่ 3 เมษายนนี้ ตั้งแต่ 9:00-12:00 น. โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต (SBS) จัดงานเปิดบ้านต้อนรับนักเรียนใหม่ ภายในงานรับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งส่วนลดค่าลงทะเบียน 65,000 บาท ส่วนลด 50%สำหรับโปรแกรมซัมเมอร์ และฟรีค่าโปรแกรมฝึกงานสำหรับนักเรียนชั้นม.4-6

สนใจคลิกลงทะเบียน https://www.sbs.ac.th/join.html ได้ก่อนเลย แล้วเจอกันเสาร์นี้จ้า รับจำนวนจำกัด !

ผู้ตรวจการแผ่นดินเดินหน้าโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนยากจน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562815

ผู้ตรวจการแผ่นดินเดินหน้าโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนยากจน

ผู้ตรวจการแผ่นดินเดินหน้าโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนยากจน

วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564, 16.44 น.

ผู้ตรวจการแผ่นดิน จับมือสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง และ 8 หน่วยงานหลัก เดินหน้าโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนยากจนที่เรียนจบชั้น ม.3ไม่สามารถเรียนต่อได้ มุ่งสร้างอาชีพและรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจไทย 

วันที่ 30 มี.ค.64 ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 7 ระยอง ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายชวลิต ธูปตาก้อง ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน นายกมลธรรม วาสบุญมา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะลงพื้นที่จังหวัดระยอง ประชุมชี้แจงโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) ประจำปีงบประมาณ 2564 “เปิดบ้านอาชีพ สู่การมีงานทำ” มีผู้ปกครอง พร้อมด้วยเด็กนักเรียนที่จบ ม.3 เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงฯ โดยมีนายอินทรีย์ เกิดมณี ปลัดจังหวัดระยอง นายอิทธิพล อิศรางกูร ณ อยุธยา ให้การต้อนรับ  

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยองได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและอีก 8 หน่วยงานหลักคือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมการจัดหางาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุน รวมทั้งประสานความร่วมมือในการพัฒนานักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับที่มีฐานะยากจนและขาดโอกาสในการศึกษาต่อให้มีทักษะด้านอาชีพในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะแรงงานมีฝีมือ เพื่อหารายได้ช่วยครอบครัวให้ความมั่นคงทางอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าของโครงการฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำนักเรียนกลุ่มเป้าหมายไปศึกษาดูงานและรับสมัครเข้าอบรมที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งหากเข้ารับการฝึกอาชีพ ในระยะเวลา 4-6 เดือนแล้วจะสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะแรงงานมีฝีมือจะได้ค่าจ้างในอัตราสูงขึ้น เป็นการช่วยให้เด็กกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

ทั้งนี้ โครงกาดังกล่าวนี้จะช่วยตอบโจทย์สังคมเรื่องการแก้ไขปัญหาภาวะเด็กเรียนจบพร้อมตกงานในอนาคตโดยเฉพาะเด็กที่เรียนจบชั้น ม.3 ที่มีฐานะยากจนไม่สามารถเรียนต่อได้ ไม่มีทักษะฝีมือในการทำงาน แต่ต้องกลายเป็นผู้ใหญ่โดยฉับพลัน แบกภาระความรับผิดชอบต่อสู้ชีวิต หางานทำต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวให้ได้รับโอกาสการพัฒนาตนเองติดอาวุธให้พวกเขาได้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคมไทย นำไปสู่การสร้างอาชีพที่มั่นคงในอนาคต

ครม.เห็นชอบจัดสร้างเหรียญที่ระลึก พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส-เหรียญเฉลิมพระเกียรติราชินี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562813

ครม.เห็นชอบจัดสร้างเหรียญที่ระลึก พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส-เหรียญเฉลิมพระเกียรติราชินี

ครม.เห็นชอบจัดสร้างเหรียญที่ระลึก พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส-เหรียญเฉลิมพระเกียรติราชินี

วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564, 16.37 น.

ครม.จัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562 พร้อมเหรียญเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 4 พฤษภาคม 2562

วันที่ 30 มีนาคม 2564 ทีทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม. มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562 พ.ศ…. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อจัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนักในพระมหากรุณาธิกคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทั้งสองพระองค์ทรงตั้งมั่นในพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” แนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อทรงแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ด้วยน้ำพระราชหฤทันอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของทั้ง2 พระองค์ ให้แผ่ไพศาลไปทั้งในและนานาประเทศ

ในการนี้ กระทรวงการคลังได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว ตามแบบที่ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว

สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่กระทรวงการคลังจะดำเนินการจัดทำมีทั้งสิ้น  4 ชนิด ประกอบด้วยเหรียญกษาปณ์ทองคำ ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 20,000 บาท จำหน่ายราคา 40,000 บาท  ผลิตตามจองจำนวนไม่เกิน 10,000 เหรียญ เหรียญกษาปณ์เงิน ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 1,000 บาท จำหน่ายราคา 3,000 บาท ผลิตตามจองจำนวนไม่เกิน 50,000 เหรียญ

ทั้งนี้ เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว(ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 20 บาท จำหน่ายราคา 200 บาท ผลิตจำนวนไม่เกิน 100,000 เหรียญ และเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว(ทองแดงผสมนิเกิล) ประเภทธรรมดาชนิดราคา 20 บาท จำหน่ายราคา 20 บาท ผลิตจำนวนไม่เกิน 5,000,000 เหรียญ

พร้อมกันนี้ ครม. ได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 4 พฤษภาคม 2562 พ.ศ…. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ทั้งนี้ เพื่อจัดทำเหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านให้แผ่ไพศาลไปทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ ตลอดจนน้อมนำจิตใจของปวงชนชาวไทยให้แสดงความกตัญญูกตเวทีและความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า

ในการนี้ กระทรวงการคลังได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติจัดทำเหรียญเฉลิมพระเกียรติในโอกาสดังกล่าว ตามแบบที่ทูลเกล้าฯถวาย ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว

สำหรับการดำเนินการนั้น กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จะจัดทำเป็นเหรียญเงินชนิดบุรุษและสตรี จำนวนไม่เกิน 300,000 เหรียญ ราคาจำหน่ายเหรียญเฉลิมพระเกียรติทั้งชนิดบุรุษและชนิดสตรี ราคาเหรียญละ 1,600 บาท

‘Dek65 Family Team’ กลุ่มผู้ปกครองจิตอาสาเชียงใหม่ จัดเสวนารุ่นพี่แนะเคล็ดลับยื่น Portfolio คณะยอดฮิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562739

'Dek65 Family Team'กลุ่มผู้ปกครองจิตอาสาเชียงใหม่ จัดเสวนารุ่นพี่แนะเคล็ดลับยื่น Portfolio คณะยอดฮิต

‘Dek65 Family Team’กลุ่มผู้ปกครองจิตอาสาเชียงใหม่ จัดเสวนารุ่นพี่แนะเคล็ดลับยื่น Portfolio คณะยอดฮิต

วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564, 13.59 น.

“Dek65 Family Team” กลุ่มผู้ปกครองจิตอาสา จัดเสวนาประสาพี่น้อง EP.1 เชิญพี่ ม.6 ที่เพิ่งผ่าน TCAS รอบ 1 หรือ รอบ Portfolio คณะแพทย์ ทันตะ เล่าประสบการณ์จัดเตรียมพอร์ทให้รุ่นน้อง ฟังทาง  Zoom เผยครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องพอร์ทสายวิศวะฯ

กลุ่มผู้ปกครอง ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการ โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “เด็กหกห้า แฟมิลี่ ทีม” Dek65 Family Team ได้จัดเสวนาประสาพี่น้อง EP.1 เรื่อง “เคล็ด (ไม่) ลับ การเตรียม Portfolio ฉบับเด็กสายวิทย์” เป็นการเสวนาออนไลน์ ทางระบบ  Zoom มีผู้สนใจและเข้าร่วมรับฟังกว่า 80 คน โดยได้เชิญนักเรียนชั้น ม.6 ที่ผ่านการคัดเลือกใน TCAS รอบที่ 1 หรือรอบ พอร์ทโฟลิโอ ซึ่งจะเป็นการยื่นแฟ้มผลงาน และคะแนนต่าง ๆ ตามเกณฑ์ที่คณะ และมหาวิทยาลัยนั้น ๆ กำหนด

นายธนกร ศิริพิพัฒนมงคล (จีโน่) จากรั้วมงฟอร์ตฯ ยื่นพอร์ทฯ โครงการเรียนดีภาษาอังกฤษ คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า น้อง ม.ปลายที่จะยื่นรอบพอร์ท ควรเตรียมตัว และจัดแบ่งเวลาให้ดี โดยเริ่มตั้งแต่ ม.4-5 ในการเตรียมผลงาน เช่นลงสมัครแข่งขันรายการต่าง ๆ ให้มากที่สุด เพื่อจะได้มีผลงานหลากหลาย และต้องผ่านเกณฑ์ที่คณะประกาศ ตลอดจนการเตรียมตัวสอบทักษะภาษาอังกฤษ ที่ต้องใช้ เช่น IELTS และ SAT ซึ่งตนมีผลงานระดับประเทศในการแข่งขันตอบปัญหาด้านภาษาอังกฤษ 

นายบุรพล อ่อนไทย (คิม) รร.มงฟอร์ตวิทยาลัย ยื่นพอร์ทฯ ได้คณะทันตแพทย์ศาสตร์ ใน 2 มหาวิทยาลัยคือ  ม.มหิดล และ มช. โดยคิมเลือกเรียนที่ มช. เพราะมองว่าปลายทางสุดท้ายแล้วก็ยังคงอยากทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ ดังนั้นการเรียนที่เชียงใหม่ อยู่ที่เชียงใหม่ ในอนาคตจะมีคอนเนคชั่นในการทำงานสาขาทันตแพทย์ได้มากกว่า ทั้งนี้ผู้ปกครองได้สนับสนุนในทุก ๆ ด้าน รวมทั้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้เตรียมผลงาน และการสอบ โดยตนได้เตรียมผลงานเพื่อยื่นพอร์ทจากการไปแข่งขันโรบอต ที่ฮ่องกง ซึ่งถือเป็นเวทีระดับนานาชาติ และมีผลงานจากโอลิมปิกวิชาการ สาขาชีวะ ค่าย 1

น.ส.ปรีณาพรรณ เสาร์เขียว (แก้ม) รร.สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยื่นพอร์ท คณะแพทย์ศาสตร์ มช. โครงการผลิตแพทย์นักวิทยาการข้อมูล กล่าวว่า ในช่วง ม.ปลาย น้องๆ ควรจัดสรรเวลาให้ดี หากต้องการเล่นเกม หรือ โซเชียลมีเดีย ก็ทำได้ แต่ต้องกำหนดเวลา และเลิกเล่นเมื่อหมดเวลา ในส่วนของแก้มนั้นมีผลงานจากโอลิมปิกเคมี ให้คำแนะนำน้องที่เป็นเด็ก 65 ซึ่งเป็นเด็ก ม.6 ในปีนี้ว่า ต้องเลือกให้ชัดเจนเลยว่าหากมีผลงาน และจะเลือกยื่นพอร์ท ก็ทำให้เต็มที่ แต่ถ้าคิดว่าไม่น่าจะทัน ก็อาจจะต้องไปมุ่งเตรียมสอบวิชาสามัญไปเลย ส่วนน้อง ม.4 และ ม.5 ยังพอมีเวลา ในส่วนของการเตรียมพอร์ท ตนก็ปรึกษารุ่นพี่บ้าง อาจารย์แนะแนวบ้าง และยังต้องเรียนทุกวิชาของ ม.ปลายให้ดี

สำหรับ Dek65 Family Team เป็นการรวมตัวกลุ่มเล็ก ๆ ของผู้ปกครองที่มีจิตอาสา จาก รร.ต่าง ๆ เพื่อแบ่งปันข้อมูล ข่าวสาร ให้กับเพื่อนผู้ปกครอง และนักเรียน โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถาบัน หรือพื้นที่การศึกษา โดยเฉพาะ ชั้น ม.ปลาย เพื่อที่จะได้เตรียมความพร้อม ตั้งแต่การค้นหาตัวตน การเรียน และการเข้าสู่เส้นทาง TCAS ซึ่งหากผู้ปกครอง หรือ นร.ที่สนใจเข้าร่วมกลุ่มไลน์ในการแบ่งปัน สามารถสแกน QR Code ที่โปสเตอร์จัดงาน หรือ facebook “เด็กหกห้า แฟมิลี่ ทีม” โดยในครั้งหน้า จะจัดเสวนาทางออนไลน์ เกี่ยวกับการยื่นพอร์ทคณะวิศวกรรมศาสตร์ และการเตรียมตัวในด้านต่าง ๆ ต่อไป

‘ตรีนุช’ ไม่ถือนร.เลวจัดหนักรับน้อง ยันศธ.ไม่ปิดกั้นพร้อมเปิดเวทีพูดคุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562687

'ตรีนุช'ไม่ถือนร.เลวจัดหนักรับน้อง  ยันศธ.ไม่ปิดกั้นพร้อมเปิดเวทีพูดคุย

‘ตรีนุช’ไม่ถือนร.เลวจัดหนักรับน้อง ยันศธ.ไม่ปิดกั้นพร้อมเปิดเวทีพูดคุย

วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564, 09.35 น.

30 มีนาคม 2564 เมื่อเวลา 08.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีกลุ่มนักเรียนเลวรับจัดเซอร์ไพรส์ต้อนรับถึงสองครั้ง ก่อนเข้าทำหน้าที่รัฐมนตรี ว่าไม่ถือว่าเป็นการจัดหนักและไม่มีอะไรที่เป็นความรุนแรง ย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการเปิดกว้างพื้นที่ให้กับนักเรียนได้แสดงออกและพูดคุยอยู่แล้ว ทั้งนี้ ขอว่าอย่าไปมองว่าเป็นเรื่องหนัก นักเรียนทุกคนถือเป็นเยาวชน 

ส่วนหลังจากนี้จะเปิดพื้นที่โดยตรงให้กับกลุ่มนักเรียนเลวได้พูดคุยกับตนเองหรือไม่นั้น จะขอไปพิจารณาอีกครั้ง แต่นโยบายส่วนตัวก็วางเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว เพราะนักเรียนก็มีข้อเสนอแนะและแนวทางที่เป็นประโยชน์ในภาพรวมให้กับนักเรียนทั่วประเทศ ย้ำว่าสิ่งที่กลุ่มนักเรียนเลวแสดงออกถือว่าอยู่ในช่วงของวัยที่จะแสดงความคิดเห็น

ถ่ายทอดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาจากมะพร้าว ราชมงคลรัตนโกสินทร์เปิดอนุรักษ์พันธุกรรมพืช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562541

ถ่ายทอดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาจากมะพร้าว ราชมงคลรัตนโกสินทร์เปิดอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

ถ่ายทอดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาจากมะพร้าว ราชมงคลรัตนโกสินทร์เปิดอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ นำโดยผศ.ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์อธิการบดี มอบหมาย ผศ.ดร.อาคีรา ราชเวียง รองอธิการบดี เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการบริการวิชาการเพื่อการถ่ายทอดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและใช้ประโยชน์จากมะพร้าว ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 มีนาคม 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อถ่ายทอดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและใช้ประโยชน์จากมะพร้าว เพื่อให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาด้านการปลูกใช้ประโยชน์จากมะพร้าว และนำมากำหนดกิจกรรมการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมะพร้าวของหน่วยงานต่อไป ณ โรงแรม สันติ์สุริย์ ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ร.10 มีพระราชสาส์นแสดงความยินดี ประธานาธิบดีแทนซาเนีย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562650

ร.10มีพระราชสาส์นแสดงความยินดี ประธานาธิบดีแทนซาเนีย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

ร.10มีพระราชสาส์นแสดงความยินดี ประธานาธิบดีแทนซาเนีย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

วันจันทร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564, 20.23 น.

‘ในหลวง’มีพระราชสาส์นแสดงความยินดีนางซาเมีย ซูลูฮู ฮัสซัน ในโอกาสสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี แห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนียคนใหม่

29 มีนาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังนางซาเมีย ซูลูฮู ฮัสซัน (Mrs. Samia Suluhu Hassan) ในโอกาสสาบานตน เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนียคนใหม่ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ความว่า

ฯพณฯ นางซาเมีย ซูลูฮู ฮัสซัน ประธานาธิบดีแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย กรุงโดโดมา ในโอกาสที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ข้าพเจ้ามีความยินดีขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดี เพื่อความสำเร็จและความสุขสวัสดิ์ของท่านประธานาธิบดี ทั้งเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวแทนซาเนียข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ด้วยการสนับสนุนและการนำของท่าน ความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย จะใกล้ชิดและกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘ตรีนุช’ ชูนโยบาย 12 ข้อ-วาระเร่งด่วน 7 ข้อ พัฒนาการศึกษาไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562620

'ตรีนุช'ชูนโยบาย 12 ข้อ-วาระเร่งด่วน 7 ข้อ พัฒนาการศึกษาไทย

‘ตรีนุช’ชูนโยบาย 12 ข้อ-วาระเร่งด่วน 7 ข้อ พัฒนาการศึกษาไทย

วันจันทร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564, 18.49 น.

“ตรีนุช”ชูนโยบาย 12 ข้อ-วาระเร่งด่วน 7 ข้อ พัฒนาการศึกษา ทำผู้เรียนมีวิธีคิดทักษะที่เป็นสากล

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผนภายหลังมอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูง ศธ.ว่า ศธ.เป็นพื้นที่ของทุกคน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวระหว่างครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การมีผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา โดยการทำให้ผู้เรียนมีวิธีคิดและทักษะที่เป็นสากลสอดคล้องกับพลวัตในศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับสำนึกและความเข้าใจในความเป็นไทย ผ่านการมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี ทั้งในเชิงโครงสร้าง และในเชิงการเรียนรู้ (Learning)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตระหนักถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561 – 2580) ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ จึงนำเสนอนโยบายการจัดการศึกษาทั้ง 12 ข้อ ดังนี้

1.การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 2.การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล 3.การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ (NDLP) และการส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจำวัน 4.การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน

5.การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัดทดสอบวัดความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชาชีพ 6.การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการระดมทรัพยากรทางการศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน 7.การนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การปฏิบัติ 8.การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย

9.การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 10.การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษา 11.การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และ 12.การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

“ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดความนิยมในรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ มากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเตรียมผู้เรียนไทยให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมุ่งเน้นความเป็นผู้ประกอบการและความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของสถานศึกษาและปัญหาความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษาที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจึงเสนอให้มีวาระเร่งด่วน (Quick Win) ของ ศธ.ดังนี้ 1.เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียน 2.หลักสูตรฐานสมรรถนะ 3.Big Data 4.ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) 5.พัฒนาทักษะทางอาชีพ 6.การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพและมาตรฐาน และ 7.การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

‘ครูเหน่ง’ เข้าศธ.วันแรกประกาศสานต่อนโยบาย ‘ครูตั้น’ ‘นักเรียนเลว’ ดักรอมอบเค้ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/562469

'ครูเหน่ง'เข้าศธ.วันแรกประกาศสานต่อนโยบาย'ครูตั้น' 'นักเรียนเลว'ดักรอมอบเค้ก

‘ครูเหน่ง’เข้าศธ.วันแรกประกาศสานต่อนโยบาย’ครูตั้น’ ‘นักเรียนเลว’ดักรอมอบเค้ก

วันจันทร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564, 11.49 น.

‘ครูเหน่ง’เข้าศธ.วันแรกประกาศสานต่อนโยบาย’ครูตั้น’ เปิด 4 วาระเร่งด่วน ร.ร.คุณภาพ เร่งแก้ปัญหาความปลอดภัยใน ร.ร. เพิ่มทักษะดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนอาชีวะสร้างชาติ ด้าน น.ร.เลว หอบเค้กเซอร์ไพรซ์ ต้อนรับด้วย

วันที่ 29 มีนาคม เวลา 07.40 น. 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เดินทางเข้าศธ.วันแรก โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับระดับสูง และบุคลากร ศธ. ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ในส่วนของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ไม่มาร่วมต้อนรับเนื่องจากติดภารกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.05 น. กลุ่มนักเรียนเลว จำนวน 5 คน นำกล่องของขวัญสีขาว ภายในเป็นขนมเค้ก รูปอาคารราชวัลลภ มาเซอร์ไพรส์ รอต้อนรับน.ส.ตรีนุช ในโอกาสรับเข้าตำแหน่งด้วย

จากนั้น เวลา 08.09 น. น.ส. ตรีนุช เดินไปสักการะพระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ พระพุทธรูปประจำกระทรวง สักการะศาลพระภูมิ ประจำกระทรวง  สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ก่อนเดินทางกลับมาพบ กลุ่มนักเรียนเลว บริเวณหน้าอาคารราชวัลลภ โดยกลุ่มนักเรียนเลวได้ถามว่า ในฐานะที่ท่านได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว อันดับแรกที่ท่านจะทำเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยคืออะไร ซึ่ง นส.ตรีนุช ก็บอกว่าตนกำลังจะแถลงนโยบายกับสื่อมวลชน ก็จะได้ทราบไปพร้อม ๆกัน หนู ๆก็เป็นเหมือนลูกเหมือนหลานมีอะไรก็คุยกันได้ เราได้เจอกันอีกแน่นอน  พร้อมกับได้เขิญกลุ่มนักเรียนเลวมาร่วมรับฟังนโยบายที่จะแถลงด้วย 

ต่อมาเวลา 8.30 น.  ที่ห้องพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย  น.ส.ตรีนุช รมว.ศธ.ได้แถลงนโบายการทำงานแก่สื่อมวลชน ว่า  ถือเป็นวันเริ่มต้นการทำงานวันแรกทั้งนี้ ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ โครงการดี ๆ ที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศธ. ทำไว้ก็ยินดีสานต่อ โดยเฉพาะเรื่องโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนดีสี่มุมเมือง และเรื่องเร่งด่วนและสำคัญมาก คือเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งต้องมาดูว่าจะทำอย่างไร จะมีมาตรการป้องกันดูแลให้โรงเรียนเป็นที่ปลอดภัยได้อย่างไร  ขณะเดียวกันในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ที่ผ่านทำให้การศึกษาไทยต้องปรับตัวเป็นการเรียนดิจิทีลออนไลน์ ดังนั้น เราต้องทำให้ผู้เรียนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบการเรียนอย่างเหมาะสมให้มากที่สุด ที่สำคัญต้องเตรียมพร้อมทักษะการเข้าสู่ทศวรรษที่21 ซึ่งต้องพัฒนาให้ผู้เรียนมห้มีทักษะ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง กระบวนการคิด การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เราไม่รู้เลยว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด เราจึงต้องให้ลูกหลานเราเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง

น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า และอีกเรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ อาชีวศึกษา โดยเฉพาะอาชีวะสร้างชาติ เราจะต้องสร้างความเข้าใจผู้ปกครองและสังคม ว่าการเรียนอาชีวะเป็นการต่อยอดการศึกษาที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นทางเลือกหนึ่ง ในการสร้างคนสร้างอาชะ ซึ่งอาชีวะจะเข้มแข็ง จะต้องร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อสร้าวบุคลากรให้ตรงกับความต้องการเพื่อพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจของประเทศ

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ. เป็นกระทรวงที่มีหลายมิติ ดังนั้น จึงขอทำงานในรูปแบบ “TRUST” หรือการทำงานที่มี “ความเชื่อใจ ไว้วางใจ” โดยจะขอผลักดัน 4 วาระเร่งด่วน ได้แก่ 1.การผลักดันโรงเรียนคุณภาพของชุมชนและการพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นการสานต่อนโยบายเดิมของนายณัฏฐพล ที่ต้องการขับเคลื่อนให้แต่ละชุมชนได้มีโรงเรียนที่มีคุณภาพอย่างน้อย 1โรงเรียนขึ้นไป ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษา ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงโรงเรียนที่ดีใกล้บ้าน โดยมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ “สวัสดิการครู”  2. ความปลอดภัยของสถานศึกษา โรงเรียนทุกแห่งในประเทศไทยถือเป็น พื้นที่ปลอดภัย ทั้งจากการบูลลี่ และการทารุณกรรมเด็กในระยะแรกจึงต้องมีการดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดต่อนักเรียน ต่อมา คือ การสร้างความเข้าใจร่วมกันของทุกฝ่ายในการวางตัวและการปฏิบัติต่อกัน  3.. ความรู้เรื่องดิจิทัลและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความพร้อมของโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่จำเป็น ให้มีความทั่วถึง รองรับการใช้งานของผู้เรียนทุกระดับ  และ 4. การขับเคลื่อนภาพลักษณ์ที่ดีของการอาชีวศึกษาให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

“ดิฉันก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจ กระแสสังคมวิจารณ์ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษาที่จบไม่ตรงกับด้านการศึกษา เพราะเข้าใจบริบทของตัวเอง ถือเป็นความท้าทาย และสามารถทำงานได้ และมั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ทั้งสองท่านได้อย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมีบุคลากรที่มีความสามรถและเชี่ยวชาญด้านการศึกษาช่วยดูแล ส่วนตัวดิฉันเอง เข้ามามีหน้าที่ผลักดันวางระบบเพื่อให้เรื่องที่จำเป็นเดินไปอย่าวรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ การแก้ปัญหาต่าง ๆ อาจไม่สามารถทำได้รวดเร็ว เพราะศธ. เป็นกระทรวงใหญ่ และมีหลายมิติ ดังนั้น การรับฟังปัญหาและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จึงเป็นช่องทางหนึ่ง ซึ่งมีทั้งผ่านทางศธ. ที่ต้องทำให้รวดเร็วขึ้น และดิฉันเองจะเปิดเพจ ส่วนตัว “ตรีนุช เทียนทอง” เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ด้วย” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากงานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่  น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า นายกฯ ฝากให้เร่งดำเนินการสานต่อโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ รวมถึงให้กำลังใจในการทำงาน ขอให้ตั้งใจ รับผิดชอบ และซื่อสัตย์ในการทำงาน ส่วนการถูกประเมินผลงานทุก 3 เดือน ก็ไม่หนักใจ เพราะการทำงานไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ก็ต้องมีคำตอบ ขณะเดียวกัน ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายณัฏฐพล อดีตรัฐมนตรีว่าการ ศธ.แล้ว ได้ทำความเข้าใจและจะสานต่อโครงการดี ๆที่นายณัฏฐพลได้ทำไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กลุ่มนักเรียนเลว นำเค้กมามอบเป็นการต้อนรับ จะรับมือไหวหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า อยากให้มองมุมบวก ในช่วงวัยรุ่นการแสดงออกเป็นเรื่องธรรมดา ตนมีหน้าที่รับฟัง อะไรเป็นข้อแนะนำที่จะสามารถทำได้ ก็จะดำเนินการแต่ต้องอยู่ในกรอบที่สามารถทำได้ในวงกว้าง ดูประโยชน์ส่วนรวม เพราะศธ.ดูภาพรวมทั้งประเทศ

 ต่อจากนั้น ที่ห้องประชุมประชุมราชวัลลภ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ.  ได้พบผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการ ศธ. โดยมี นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. และผู้บริหาร ข้าราชการให้การต้อนรับ  นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวต้อนรับ  จากนั้น ปลัด ศธ.และเลขาธิการองค์กรหลัก ศธ. ร่วมมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี พร้อมนำเสนอบทบาทและภารกิจในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ  จากนั้น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ได้มอบนโยบายและยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงาน แก่ผู้บริหารระดับสูง ในเรื่องสำคัญๆและเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำโดยเร็ว