สทศ.เข้มมาตรการป้องกันโควิด สนามสอบ ‘GAT/PAT’ 20 – 23 มี.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560479

สทศ.เข้มมาตรการป้องกันโควิด สนามสอบ'GAT/PAT' 20 - 23 มี.ค.

สทศ.เข้มมาตรการป้องกันโควิด สนามสอบ’GAT/PAT’ 20 – 23 มี.ค.

วันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564, 22.02 น.

สทศ.วางมาตรการเข้มป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สนามสอบ GAT/PAT ระหว่าง 20 – 23 มี.ค.นี้

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ผศ.ดร.ศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.) กล่าวว่า ในการทดสอบ GAT/PAT ประจำปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 20 – 23 มีนาคม 2564 มีสนามสอบ 209 แห่งทั่วประเทศ ผู้มีสิทธิ์สอบทั้งหมด 257,274 คน จำแนกตามวิชา ดังนี้ GAT ความถนัดทั่วไป 254,214 คน PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ 196,519 คน PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ 147,633 คน PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 43,285 คน PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ 10,236 คน PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู 85,000 คน PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ 13,677 คน PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส 6,883 คน PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน 2,005 คน PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น 7,074 คน PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน 16,661 คน PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ 856 คน PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี 8,601 คน PAT 7.7 ความถนัดทางภาษาเกาหลี 5,741 คน และมีกำหนดการประกาศผลสอบในวันที่ 23 เมษายน 2564

ผศ.ดร.ศิริดา กล่าวต่อว่า สทศ.ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้เข้าสอบเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในบางพื้นที่ สทศ.จึงมีการเตรียมความพร้อมก่อนการสอบ โดย สทศ.ได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในการทดสอบทางการศึกษา ประจำปี พ.ศ.2564 และได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังกระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อแจ้งกำหนดการสอบประเภทต่าง ๆและมาตรการป้องกันฯ ดังกล่าว รวมทั้งขอความร่วมมือให้ประสานงานแจ้งไปยังหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและกำกับให้แต่ละสนามสอบมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด สำหรับโรงเรียนที่สนามสอบและอยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด เช่น โรงเรียนปัญญาวรคุณ (เขตบางแค), โรงเรียนวัดนวลนรดิศ (เขตภาษีเจริญ), โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน (เขตบางขุนเทียน) โดยโรงเรียน ศูนย์สอบ และ สทศ. ได้มีมาตรการป้องกันที่เข้มข้น มีการพ่นยาฆ่าเชื้อห้องสอบ บริเวณสนามสอบ และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสนามสอบร่วมคัดกรองและดูแลผู้เข้าสอบให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

“โดย สทศ.ได้จัดห้องสอบแยกระหว่างห้องสอบปกติ กับห้องสอบผู้ที่มีภาวะเสี่ยงตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น ขอให้ผู้เข้าสอบและผู้เกี่ยวข้องไม่ต้องกังวลและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด” ผอ.สทศ.กล่าว

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ‘โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560482

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก'โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา'

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก’โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา’

วันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564, 21.39 น.

“คุรุสภา”ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประจำปี 63 จำนวน 113 คน

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่คุรุสภาได้รับสมัครผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประจำปี พ.ศ.2563 จำนวน 50 คน นั้น เนื่องจากมีผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา องค์กรความร่วมมือทั้ง 4 หน่วยงาน ได้พิจารณาให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติทั้งหมด จำนวน 113 คน เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประจำปี พ.ศ.2563 โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือก ดังนี้ 1.ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้บริหารสถานศึกษา และครู จำนวน 92 คน และ 2.ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ จำนวน 21 คน

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะดำเนินการจัดส่งประกาศผลการคัดเลือก หนังสือเชิญ และหนังสือขออนุญาตหน่วยงานต้นสังกัด ไปยังผู้ผ่านการคัดเลือกทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ที่ได้แจ้งไว้ในแบบฟอร์มการรับสมัคร

ชมรมเพื่อนโดมสรรหาผู้สมควรได้รับรางวัล ‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’ ประจำปี ๒๕๖๔ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560475

ชมรมเพื่อนโดมสรรหาผู้สมควรได้รับรางวัล 'จิตวิญญาณธรรมศาสตร์' ประจำปี ๒๕๖๔

ชมรมเพื่อนโดมสรรหาผู้สมควรได้รับรางวัล ‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’ ประจำปี ๒๕๖๔

วันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564, 19.51 น.

ชมรมเพื่อนโดมระดมผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายแวดวงสาขาอาชีพ เพื่อค้นหาศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ผู้มีความเสียสละและมีคุณสมบัติเพียบพร้อมเป็นบุคคลต้นแบบ (Role model) โดยจะประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” เป็นครั้งแรกในงานรำลึกวันธรรมศาสตร์สามัคคี ๕ พ.ย. ๒๕๖๔

ดร. สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม เปิดเผยว่า ในปี ๒๕๖๔ นี้เป็นวาระครบรอบ ๗๐ ปีของเหตุการณ์วันธรรมศาสตร์สามัคคี ๕ พ.ย. คณะกรรมการชมรมฯ จึงมีมติเห็นพ้องร่วมกันว่า สมควรริเริ่มจัดให้มีรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่มีคุณสมบัติเป็นที่ประจักษ์ คือ ๑. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๒. ต่อต้านเผด็จการ ๓. ยึดมั่นเรื่องความเป็นธรรมในสังคม ๔. ทำประโยชน์ต่อสังคม จำนวนปีละ ๑ คน โดยรางวัลจะเป็นเงินมูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมถ้วยรางวัล อันจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลผู้ได้รับรางวัล ตลอดจนเพื่อเป็นบุคคลต้นแบบ (Role model)  ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ทั้งที่เป็นศิษย์เก่าและนักศึกษาธรรมศาสตร์ในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาสรรหาบุคคลสมควรรับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” เป็นไปอย่างกว้างขวางและโปร่งใส ชมรมเพื่อนโดมได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาการและภาคประชาสังคม ตลอดจนสื่อมวลชนร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหา จำนวน ๙ คน ได้แก่ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ (อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ  ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา (อดีตคณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ.)  ดร.อภิชาติ ดำดี (นักวรรณศิลป์และวิทยากรด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์)  นายสุรพงษ์ กองจันทึก (ประธานมูลนิธิช่วยเหลือทางสังคมเพื่อเด็กและสตรี)  ผศ.ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร (คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ.)  ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช (คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มธ.)  นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี (ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ)  นางนริศรา รวมศิริวัฒนกุล (ประธานชมรมนักศึกษากฎหมาย รางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์)  และนายบุญสม อัครธรรมกุล (อดีตผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ.) ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการสรรหาฯ

สำหรับหน่วยงาน คณะกลุ่มบุคคล สถาบันหรือองค์กรที่ประสงค์ส่งรายชื่อผู้สมควรรับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” สามารถติดต่อได้ที่นายฑีฆายุ บุญคง ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสรรหาผู้รับรางวัลฯ สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๒ ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ โทรศัพท์ ๐๘๒-๙๙๑-๙๙๕๒ และ อีเมล domeconnect2019@gmail.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.relations.tu.ac.th/ สื่อสังคมออนไลน์ Facebook Thammasat Relations  หรือ Facebook ชมรมเพื่อนโดม

อนึ่ง ชมรมเพื่อนโดมประกอบด้วยการรวมตัวศิษย์เก่าธรรมศาสตร์หลากรุ่นหลายคณะสาขาวิชา มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ทำคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยฯ และสาธารณะ  ที่ผ่านมาชมรมฯ ได้มีส่วนสนับสนุนมหาวิทยาลัยฯ เช่น ระดมทุนจัดสร้างอนุสาวรีย์อาจารย์ปรีดี ณ ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระดมทุนจัดสร้างประติมากรรมวันธรรมศาสตร์สามัคคี ๕ พ.ย. ณ หลังตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  นอกจากนี้ ชมรมฯ ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมจัดงานรำลึกวันธรรมศาสตร์สามัคคี ๕ พ.ย. เป็นประจำทุกปี ซึ่งสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ประกาศรับรองให้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมหาวิทยาลัยฯ ในการรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รวมพลังกันกว่า ๓,๐๐๐ คนทวงคืนพื้นที่มหาวิทยาลัยจากกองกำลังทหารที่ยึดไปนานกว่า ๕ เดือน หลังจากเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันในปี พ.ศ. ๒๔๙๔

“จิตวิญญาณ ธรรมศาสตร์ ไม่ขาดสาย

สืบความหมาย เหลืองแดง แหล่งศึกษา

จิตวิญญาณ ธรรมศาสตร์ จักยาตรา

สืบศรัทธา สัญลักษณ์ พิทักษ์ธรรม”

คำประพันธ์ – อภิชาติ ดำดี

‘บอร์ด ก.ค.ศ.’ ไฟเขียวเกณฑ์ศึกษานิเทศก์-ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560365

'บอร์ด ก.ค.ศ.'ไฟเขียวเกณฑ์ศึกษานิเทศก์-ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครู

‘บอร์ด ก.ค.ศ.’ไฟเขียวเกณฑ์ศึกษานิเทศก์-ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครู

วันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564, 15.47 น.

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2564 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. …. โดย (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสาระสำคัญดังนี้ มาตรฐานทางจริยธรรม 9 ข้อ 1.ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2.ซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้อง ในฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม 4.มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง 5.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยคำนึงถึงคุณภาพการศึกษาเป็นสำคัญ 6.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ 7.ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 8.เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คำนึงถึงสิทธิเด็ก และยอมรับความแตกต่างของบุคคล และ 9.ยึดถือและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยหลังจากนี้จะได้นำเสนอ คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

“ที่ประชุม เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ โดย (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ 1.กำหนดให้ศึกษานิเทศก์ทุกคนทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้บังคับบัญชาชั้นต้น เป็นประจำทุกปี ซึ่งข้อตกลงในการพัฒนางาน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู หรือการพัฒนาสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง ในแต่ละรอบการประเมิน ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ใช้เป็นผลการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ (มาตรา 55) และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมิน เพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ​สำหรับการยื่นคำขอ ให้ยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้” คุณหญิงกัลยา กล่าว

คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า ส่วนการประเมิน กำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน สำหรับชำนาญการและชำนาญการพิเศษ ด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี และ​ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู หรือการพัฒนาสถานศึกษา หรือหน่วยงานการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ฯลฯสำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษจะมีการประเมิน ด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ

ส่วนการยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมินผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล และเกณฑ์การตัดสิน ในแต่ละด้านต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 สำหรับวิทยฐานะชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 75 และร้อยละ 80 สำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ จะมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 และยื่นคำขอผ่านระบบ DPA ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) โดย (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้​ การย้ายผู้บริหารการศึกษา มี 3 กรณี 1.การย้ายกรณีปกติ ได้แก่ การย้ายกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี โดยให้ดำเนินการย้ายให้แล้วเสร็จก่อนที่จะบรรจุและแต่งตั้งบุคคลจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ​2.การย้ายกรณีพิเศษ ได้แก่ การย้ายเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือการย้ายเนื่องจากถูกคุกคามต่อชีวิต หรือการย้ายเพื่อดูแลบิดามารดา คู่สมรส บุตร ซึ่งเจ็บป่วยร้ายแรง โดยต้องมีเอกสารหลักฐานทางราชการ หรือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ประกอบการพิจารณาด้วย และ​ 3.การย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ ได้แก่ การย้ายเพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการศึกษา หรือการย้ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการย้ายผู้บริหารการศึกษา ทุกกรณี ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เสนอรายชื่อให้ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาอนุมัติย้าย เมื่อ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาอนุมัติการย้ายแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งบรรจุและแต่งตั้งต่อไป

คสม.ส่งมอบเงินสนับสนุนทุนนักศึกษา ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560328

คสม.ส่งมอบเงินสนับสนุนทุนนักศึกษา ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

คสม.ส่งมอบเงินสนับสนุนทุนนักศึกษา ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

วันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564, 15.03 น.

วันที่ 19 มี.ค.64 นายเสฏนันฐนันท์ อังกูรภาสวิชญ์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง (คสม.) กล่าวว่า ทาง คสม.ได้นัดคณะกรรมการที่ปรึกษา และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมประชุม ครั้งที่ 3/2564 ที่ห้องประชุมทรัพย์คิรี ชั้น 3 อาคารอำนวยการ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เพื่อพิจารณาในวาระต่าง ๆ โดยมี ผศ.ณฐพรภัทร์ อินทร์ศิริพงษ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ช่วยศาสตราจารย์รพีพรรณ กองตูม รองอธิการบดี ตำแหน่งเลขานุการ คณะกรรมการ คสม.พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่านเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

วาระการประชุมที่น่าสนใจหลายเรื่อง อาทิ เรื่องการชี้แจงบัญชี เงินฝากกรรมการบริหารเงินกองทุนส่งเสริมกิจกรรม ชี้แจงบัญชีกองทุนส่งเสริมกิจกรรมมหาวิทยาลัย เรื่องการมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจำนวน 595,000 บาท ที่คณะกรรมการ คสม.ชุดนี้ ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  เรื่องการจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่อหาทุนในการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยฯ เรื่องการเดินทางไปศึกษาดูงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ จ.นครปฐม และศึกษาดูงานเรื่องการผลิตกล้วยหอมทองที่ จ.ตาก ตามที่ประชุมเมื่อวาระที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยติดปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ระลอกใหม่ ในที่ประชุมจึงได้เลื่อนการศึกษาดูงานทั้งสองแห่งออกไปก่อน เรื่องการติวสอบครูผู้ช่วย ให้กับนักศึกษาวิชาชีพครู เรื่องหน่วยงานที่จะทำความร่วมมือกับศูนย์สหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ปีการศึกษา ปี 2563-2564  เรื่องกองทุนกู้ยืม โครงการ start-up  

สำหรับนักศึกษาและบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เรื่องสรุปการเงินของ คสม.ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และเรื่องเสนอรายชื่อแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พ.ศ.2563-2566 ( เพิ่มเติม ) อีก 3 ท่าน เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กำหมดเข้ามาร่วมบริหารขับเคลื่อน ซึ่งการพิจารณาในวาระดังกล่าว ทางคณะกรรมการเห็นชอบและให้การสนับสนุน เพื่อร่วมกันบริหารขับเคลื่อน คสม.ไปในทิศทางที่ดี 

ทั้งนี้ ทางประธาน และคณะกรรมการ คสม.ได้มอบเงินจำนวน  595,000 บาทที่คณะกรรมการ คสม.ชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนให้กับทางมหาวิทยาลัยฯ ผ่าน ผศ.ณฐพรภัทร์ อินทร์ศิริพงษ์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เป็นผู้รับมอบเพื่อนำไปบริหารจัดการมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาเรียนดี และขาดแคลนทุนทรัพย์

ผศ.ณฐพรภัทร์ อินทร์ศิริพงษ์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เปิดเผยว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้การช่วยเหลือมหาวิทยาลัยฯ ช่วย เหลือเยาวชนให้มีการศึกษาที่ดี ซึ่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจะนำเงินตรงนี้ไปให้กับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ถือว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ได้ให้โอกาสคนในชีวิตวันข้างหน้า อนาคตลูกหลานก็จะได้รับโอกาสอีกเช่นเดิม ท่านผู้ใดทำความดีแล้ว ความดีนั้นก็จะตอบสนองกลับคืนแน่นอน 
 

‘มหิดล’ ประกาศนโยบายงดรับทุนทุกรูปแบบจากบริษัท-เครือข่ายบริษัทบุหรี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560319

‘มหิดล’ประกาศนโยบายงดรับทุนทุกรูปแบบจากบริษัท-เครือข่ายบริษัทบุหรี่

‘มหิดล’ประกาศนโยบายงดรับทุนทุกรูปแบบจากบริษัท-เครือข่ายบริษัทบุหรี่

วันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.43 น.

‘มหิดล’ประกาศนโยบายงดรับทุนทุกรูปแบบจากบริษัท-เครือข่ายบริษัทบุหรี่

19 มีนาคม 2564 ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลเล็งเห็นถึงปัญหาการแทรกแซงของบริษัทบุหรี่และองค์กรที่เกี่ยวข้องในการเข้ามาสร้างความสัมพันธ์โดยผ่านการให้ทุนการทำวิจัย การศึกษาดูงาน และการอุปถัมภ์อื่น ที่จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อนในการดำเนินกิจการหลักของมหาวิทยาลัย ในการผลิตข้อมูลความรู้และชี้นำสังคมอย่างเป็นกลาง มีอิสระทางวิชาการ มหาวิทยาลัยจึงจัดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อประกาศว่า “มหาวิทยาลัยมหิดลไม่ร่วมมือกับบริษัทบุหรี่และเครือข่ายของบริษัทบุหรี่ในการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น” และจะถือโอกาสเชิญชวนมหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศไทย มาร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ที่จะไม่ร่วมมือกับบริษัทบุหรี่เช่นกัน  

รศ.ดร นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดี ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และ สื่อสารองค์กร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงนโยบายของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่เน้นย้ำบทบาทของการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีพันธกิจสำคัญในการให้ความรู้ทางด้านสุขภาพและยังยึดมั่นในการช่วยสื่อสารกับสังคมเพื่อรณรงค์การไม่รับทุนจากบริษัทยาสูบในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลจะขับเคลื่อนการเผยแพร่ความรู้และข้อมูลทั้งภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกมหาวิทยาลัยเพื่อต่อยอดการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งสุขภาพ (Healthy University)

ในการจัดงานครั้งนี้ รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และบุคลากรในสถาบันฯ ซึ่งเป็นแม่งาน ในฐานะที่เป็นสำนักงานเลขาธิการของ ASEAN University Network – Health Promotion Network (AUN-HPN ) กล่าวว่า ในปีนี้ทางสถาบันฯ เน้นกิจกรรมการขับเคลื่อนในรูปแบบการสร้างจุดยืนที่ถูกต้องให้กับสังคม เพื่อสร้างองค์ความรู้และการรู้เท่าทันบริษัทยาบุหรี่/ยาสูบ ที่มีกลยุทธ์ในการบิดเบือนการรับรู้ และข้อมูลที่ถูกต้องแก่ นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยในองค์กร ส่วนงานต่างๆ รวมถึงมหาวิทยาลัยในเรื่องพิษภัยของบุหรี่ ซึ่งปัจจุบันเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ ด้วยการให้ทุนที่มีวัตถุประสงค์แอบแฝง เพื่อสนับสนุนทั้งกิจกรรมนักศึกษา การศึกษาดูงาน รวมถึงงานวิจัย

รูปแบบงานปีนี้ จัดเน้นให้การรับรู้ในวงกว้างเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในมหาวิทยาลัยต่างๆ ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ และสังคมออนไลน์เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในปีนี้

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ในประเทศไทยมีพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มาตรา 35 ที่ห้ามผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้การอุปถัมภ์ บุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยการของรัฐ ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยด้วย การประกาศงดรับทุนทุกรูปแบบจากบริษัทบุหรี่จึงสอดคล้องกับกฎหมายไทยและช่วยให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศสามารถทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ไม่ละเมิดกฎหมาย และผลิตผลงานวิชาการที่ก่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

คุณบังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมาภิบาลในการควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า  ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกกว่า 20 แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ได้ประกาศนโยบายไม่รับทุนและไม่ร่วมกิจกรรมใดๆ กับบริษัทบุหรี่และเครือข่ายของบริษัทบุหรี่ อาทิ มูลนิธิและองค์กรต่างๆ ที่บริษัทบุหรี่จัดตั้งขึ้น “ที่สำคัญการที่มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก ประกาศไม่ร่วมมือทุกรูปแบบกับบริษัทบุหรี่นี้ ยังเป็นไปตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (Framework Convention on Tobacco Control; WHO FCTC) ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศฉบับแรกที่องค์การอนามัยโลกจัดทำขึ้นเพื่อช่วยในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบอันเป็นสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งคร่าชีวิตคนทั่วโลกถึงปีละ 8 ล้านคน”

โดยในวันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564  เวลา 13.00 น. มหาวิทยาลัยมหิดลได้จัดให้มีการแถลงข่าว “เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมใจสร้างจุดยืนไม่รับทุนวิจัยและการสนับสนุนจากบริษัทบุหรี่” โดยมีการให้ข้อมูลและร่วมประกาศเจตนารมณ์เพื่อสร้างระบบธรรมภิบาลภายในองค์กรที่จะงดรับทุนจากบริษัทบุหรี่ทุกรูปแบบ ณ ห้องประชุม บุญศิริ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

‘พรรคกล้า’ ยื่นสตง.สอบสทศ. จัดสอบ O-Net ป.6 -ม.3 ไม่คุ้มค่าผลักภาระให้เด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560313

‘พรรคกล้า’ยื่นสตง.สอบสทศ. จัดสอบ O-Net ป.6 -ม.3 ไม่คุ้มค่าผลักภาระให้เด็ก

‘พรรคกล้า’ยื่นสตง.สอบสทศ. จัดสอบ O-Net ป.6 -ม.3 ไม่คุ้มค่าผลักภาระให้เด็ก

วันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.32 น.

“พรรคกล้า” ยื่น สตง. สอบ สทศ. จัดสอบ O-Net ป.6 -ม.3 ไม่คุ้มค่าผลักภาระให้เด็กแบกรับความเครียด ถามงบปีละ 700 กว่าล้าน พัฒนาการศึกษาอะไรได้บ้าง

19 มีนาคม 2564 ที่สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมด้วย นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคกล้า ยื่นหนังสือถึง นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอให้ตรวจสอบสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ใช้งบประมาณจัดสอบ O-Net ระดับชั้น ป.6 และ ม.3 ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการประเมินผลการจัดการศึกษาของ สทศ. รวมถึงไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพ ตามมาตรา 4 วรรคสิบ แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเคยทำหนังสือถึง สทศ.ให้ยกเลิกสอบ O-Net ไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอกสอง ทำให้การเรียนการสอนแต่ละโรงเรียนมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน แต่ สทศ. ยังยืนยันที่จะจัดสอบ จนในที่สุดมีข้อสรุปให้เป็นสิทธิส่วนตัวของนักเรียนที่จะเข้าทดสอบตามความสมัครใจ ขณะที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ก็แก้ไขหลักเกณฑ์แล้วว่า ไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนโอเน็ตประกอบการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ม.1 และ ม.4

เลขาธิการพรรคกล้า ย้ำว่า จากเหตุผลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าการสอบ O-Net ไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะผลสอบเด็กเอาไปใช้ประกอบสอบเข้าโรงเรียนรัฐชั้น ม.1 และม.4 ปีนี้ไม่ได้ อีกทั้งผลสอบไม่สามารถประเมินผลการศึกษาไทยได้ เพราะเด็กเลือกสอบโดยสมัครใจ บางคนสอบ บางคนไม่สอบ จึงไม่มีค่าเฉลี่ยที่แท้จริง แต่ สทศ. ยังคงจัดสอบ O-Net ระดับ ป.6 และ ม.3 เมื่อวันที่ 13 – 14 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา จึงเห็นว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และยังเป็นการผลักภาระให้เด็กนักเรียนต้องแบกรับความเครียด สอบมากเกินไปโดยไม่จำเป็น

“งบประมาณ 700 กว่าล้านบาท ที่ใช้อยู่ทุกๆ ปี นอกจากวัดผลว่าเด็กได้คะแนนมากน้อยแล้ว มีอะไรจะเป็นรูปธรรมในการพัฒนาการศึกษาไทยบ้าง” นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า แทนที่จะยกเลิกการสอบ O-Net ไปก่อน แต่กลับจัดสอบต่อไปโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่นักเรียนต้องแบกรับ ซึ่งอาจเป็นเพราะ สทศ. เคยชินกับการทำงานระบบราชการล้าหลังแบบนี้อยู่แล้ว จึงไม่ยกเลิกสอบ และผลักภาระให้นักเรียนแทน หรือหากเลวร้ายที่สุด อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นในการจัดสอบ เช่น การใช้งบประมาณจัดการบุคลากร สถานที่ โรงพิมพ์ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินวิทยฐานะครูหรือไม่ จนเป็นเหตุทำให้ไม่สามารถยกเลิกสอบ O-Net ได้ จึงเป็นเหตุที่พรรคกล้าต้องยื่นหนังสือขอให้ สตง.ดำเนินการตรวจสอบ

‘คุณหญิงกัลยา’ มอบโล่รางวัลผู้บริหารการศึกษาดีเด่น ประจำปี 64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560176

'คุณหญิงกัลยา'มอบโล่รางวัลผู้บริหารการศึกษาดีเด่น ประจำปี 64

‘คุณหญิงกัลยา’มอบโล่รางวัลผู้บริหารการศึกษาดีเด่น ประจำปี 64

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 20.13 น.

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีมอบโลรางวัลผู้บริหารการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2564 โดยมีผู้เข้ารับโล่รางวัล 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น จำนวน 90 รางวัล ประกอบด้วย 1.ประเภทผู้บริหารการศึกษาดีเด่น จำนวน 18 รางวัล 2.ประเภทผู้บริหารสถานศึกษาดีเด่น จำนวน 26 รางวัล 3.ประเภทผู้มีเกียรติประวัติและมีผลงานทางการศึกษาดีเด่น จำนวน 10 รางวัล 4.ประเภทอาจารย์ผู้สอนทางการบริหารการศึกษาดีเด่น จำนวน 33 รางวัล ทั้งนี้ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ รุญเจริญ นายกสมาคมพัฒนาวิชาชีพบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาคมฯ เข้าร่วมในพิธี

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า การมอบโล่รางวัลดีเด่น 4 ประเภทวันนี้ จัดขึ้นโดยสมาคมพัฒนาวิชาชีพบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย โดยมีผู้รับรางวัลกระจายทั่วประเทศ การมอบโล่ให้เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาการศึกษา และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนที่ทำงานดีให้กับวงการศึกษา เพื่อให้มีกำลังใจทำงานต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งตนได้ฝากผู้ได้รับรางวัลทุกคนว่า อยากให้มีโคชดิ้ง มีสติ และเทคโนโลยีนวัตกรรม และอยากให้ครูทุกคนเชื่อมโยงทุกๆ วิชาเข้ากับวัฒนธรรมดีงามของไทย เพื่อทำให้ต้นทุนทางสังคมของเราที่สั่งสมมานับร้อยปีพัฒนาจนเป็นจุดเด่น สามารถทำให้เด็กในทุกระดับชั้นได้มีความมั่นใจที่จะก้าวไปสู่โลกศตวรรษที่ 21 ที่ผันผวนมาก จึงต้องให้เด็กทุกคนมีพื้นฐานการศึกษา และวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยทำให้เราะชนะเครื่องจักรและชนะคนอื่นได้ เครื่องจักรเก่งแค่ไหนแต่ไม่มีความรักความเมตรตา ไม่มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ไม่มีศิลปะ วัฒนธรรมเหมือนคนไทย

“ดิฉันวิเคราะห์เองว่า  เนื่องจากความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ความเป็นคนไทย ที่มีจิตรอาสาสูง มีจิตรสาธารณะควบคู่กับการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงทำให้เราชนะประเทศต่างๆทั่วโลก เป็นลำดับ 4 ในการบริหารจัดการกับโควิด-19 ประเทศอื่นๆ เข้าก้าวไกลกว่าเยอะ เงินเยอะ มีความรู้ทุกด้าน แต่เขาก็บริหารจัดการได้ไม่เท่าไทย เชื่อว่า เพราะวัฒนธรรมความเป็นคนไทย ช่วยกันจึงทำให้เราชนะโควิด-19 เป็นลำดับที่ 4 ของโลกได้” คุณหญิงกัลยา กล่าว

‘คุณหญิงกัลยา’ เซ็นตั้ง ‘วีระ แข็งกสิการ – ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย’ นั่งโฆษกศธ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560121

'คุณหญิงกัลยา'เซ็นตั้ง'วีระ แข็งกสิการ-ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย'นั่งโฆษกศธ.

‘คุณหญิงกัลยา’เซ็นตั้ง’วีระ แข็งกสิการ-ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย’นั่งโฆษกศธ.

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 17.10 น.

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 205/2564 สั่ง ณ วันที่ 17 มีนาคม 2564 โดยแต่งตั้ง นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายข้าราชการประจำ) และคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สร 162/2564 สั่ง ณ วันที่ 2 มีนาคม 2564 แต่งตั้ง นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย เป็นโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายการเมือง) โดย นายวรวรงค์ รักเรืองเดช และ นายชยพงศ์ สายฟ้า เป็นรองโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายการเมือง)

‘คุณหญิงกัลยา’ เสียใจนักเรียนจมน้ำเสียชีวิต หลังทำกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/560023

'คุณหญิงกัลยา'เสียใจนักเรียนจมน้ำเสียชีวิต หลังทำกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ

‘คุณหญิงกัลยา’เสียใจนักเรียนจมน้ำเสียชีวิต หลังทำกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 13.54 น.

วันที่ 18 มีนาคม 2564 จากกรณีที่ “น้องปอนด์” อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 จมน้ำเสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ ฐาน “หนีสงครามหลบระเบิด” ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กมุดน้ำ ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นจนจมน้ำเสียชีวิต เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รก.รมว.ศธ.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากมีเด็กจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม และเด็กบางคนสุขภาพอาจจะไม่ดี ดังนั้น ผู้จัดกิจกรรมก็ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลอย่างละเอียดมากขึ้น 

“เรื่องเกี่ยวกับน้ำ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และยากมาก น้ำไม่ลึกบางทีเด็กก็จมน้ำได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องย้ำไปให้ประธานค่าย หรือกรรมการที่จัดค่ายกิจกรรมลูกเสือ ว่า หากมีเด็กเล็กที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ก็อยากจะขอฝากย้ำไปว่าต้องดูแลเด็กเป็นพิเศษ ซึ่งกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเล่นน้ำ หรือกิจกรรมการเดินป่า การยังชีพในป่าทั่วไป ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อมีเหตุการแบบเกิดขึ้นก็รู้สึกเสียดาย เสียใจ ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องนักเรียนที่ต้องเสียชีวิตแบบนี้” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว