โรงเรียนบ้านวังโพรง ขึ้นแท่นคีตะมวยไทย คว้า 3 รางวัลรวด ในงานมะขามหวานเพชรบูรณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559783

โรงเรียนบ้านวังโพรง ขึ้นแท่นคีตะมวยไทย  คว้า 3 รางวัลรวด ในงานมะขามหวานเพชรบูรณ์

โรงเรียนบ้านวังโพรง ขึ้นแท่นคีตะมวยไทย คว้า 3 รางวัลรวด ในงานมะขามหวานเพชรบูรณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสรพงษ์ แสงสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังโพรง พร้อมด้วย นางสาวปวริศา จันทร์ขำ, นางสาวนิตยา ภู่ขาว, นางสาวปัญ์กร ชลีรมณ์ และนายสุรจิต อินแนน นำนักเรียนนักกีฬาคีตะมวยไทย จำนวน 3 ทีม รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี เข้าร่วมการแข่งขันคีตะมวยไทย เนื่องในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเพชรบูรณ์ ผลการแข่งขันนักเรียนจากโรงเรียนบ้านวังโพรง ได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 4,000 บาท, รองชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 3,000 บาท และรางวัลชมเชยอันดับที่ 1 อีกหนึ่งรางวัล

ประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงาน ในหน้าที่รองผอ.เขตบุรีรัมย์เรื่องการพัฒนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559781

ประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงาน  ในหน้าที่รองผอ.เขตบุรีรัมย์เรื่องการพัฒนา

ประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงาน ในหน้าที่รองผอ.เขตบุรีรัมย์เรื่องการพัฒนา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ได้ดำเนินการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อการพัฒนาการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1-4 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 11 ราย ซึ่งมีคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายคำปุ่นบุญเชิญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ประธานคณะกรรมการ นายสุชิตชมภูวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 นายสำเริง บุญโต ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารบริหารงานบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เลขานุการคณะกรรมการ โดย นายศุภชัย ภาสกานนท์รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ได้รวบรวมประมวลผลและนำเสนอผลงาน 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นการดำเนินงาน 3 องค์ประกอบตามที่ สพฐ.กำหนด และส่วนที่ 2 เป็นผลงานการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ร้านหนังสือดิจิทัล ตัวอย่างของวัฒนธรรมไทยที่รัฐควรคำนึง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559780

ร้านหนังสือดิจิทัล  ตัวอย่างของวัฒนธรรมไทยที่รัฐควรคำนึง

ร้านหนังสือดิจิทัล ตัวอย่างของวัฒนธรรมไทยที่รัฐควรคำนึง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในยุคดิจิทัล ที่อินเตอร์เนตมีอิทธิพลสูงมาก ครอบครองสังคมมาได้สักพักใหญ่ ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านของกลุ่มผู้อ่านกลุ่มใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและคนหนุ่มสาวที่หันไปอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเรื่องราวที่ตนเองสนใจผ่านอินเตอร์เนต โดยการอ่านบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ (smart phone) หรือคอมพิวเตอร์ แทนการอ่านหนังสือที่พิมพ์เป็นเล่ม (printed book, p-book) ทำให้โลกของการอ่านหนังสือเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด สำนักพิมพ์ หรือธุรกิจร้านหนังสือต่างดิ้นรนหารูปแบบอื่นๆออกมารองรับนักอ่านเพื่อให้เกิดการอยู่รอดของตัวเอง

Bundanjai by SE-ED ได้เกิดขึ้นก็เนื่องจากปรากฏการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยการเปิดตัวขึ้นเมื่อประมาณปลายปี 2563 จัดทำเป็นร้านหนังสือที่ให้บริการ e-Book ที่ให้บริการครอบคลุมทุกหมวดหมู่ และคำนึงถึงความต้องการ และพฤติกรรมการอ่านหนังสือของนักอ่านทุกรูปแบบ รวมทั้งเป็นเวทีสำหรับนักเขียนอิสระสามารถมาแสดงผลงานเขียนและหารายได้จากช่องทางนี้

“บันดาลใจ” (Bundanjai)เป็นร้านหนังสือ e-Book ของ SE-EDโดยจะจัดรูปแบบแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่เป็นเว็บไซต์ คือ http://www.bundanjai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์หลักที่เป็นฐานข้อมูลหนังสือในระบบทั้งหมด แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือหมวดหมู่หนังสือ และส่วนของนักเขียนและจัดการธุรกรรม การเป็นสมาชิก การจัดซื้อหนังสือ และกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่นการจัดโปรโมชั่นในช่วงต่างๆ ซึ่งทำงานบนคอมพิวเตอร์ และมีอีกส่วนแยกออกเป็นในส่วนของแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือชื่อ Bundanjai by SE-ED ไว้สำหรับเปิดอ่านหนังสือที่เราโหลดมาอ่าน

ในส่วนของนักอ่าน นอกจากจะมี e-Book ให้เลือกหลากหลายถึง 15 หมวดหมู่แล้ว นักอ่านยังสามารถเลือกบริโภคได้ตามความต้องการคือ จะซื้อหนังสือทั้งเล่มก็สามารถโหลดไปอ่านทั้งเล่มได้โดยอ่านได้ตลอดไปหรือจะซื้ออ่านรายตอนซึ่งก็เป็นที่นิยมของนักอ่านอย่างเช่นหนังสือจีนกำลังภายใน หรือเรื่องที่เป็นซีรี่ส์ โดยจะมีราคาต่อตอนต่างกันตามราคาของหนังสือ เช่าอ่านรายเล่มก็ได้ มีการกำหนดเวลาให้อ่านภายใน 5 วันคิดค่าใช้จ่าย 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาหนังสือซึ่งก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

วิธีการซื้อหรือเช่าหนังสือมาอ่านก็ทำได้ไม่ยาก ด้วยการ เข้าไปดูตามหมวดที่เราสนใจ แล้วไปเลื่อนๆดูเพื่อให้ถูกจริตกับความต้องการของเรา หรือหากเรามีหนังสือในใจอยู่แล้วก็คีย์ชื่อเรื่องหรือชื่อผู้แต่งเข้าไปใน http://www.bundanjai.com เมื่อได้หนังสือที่ต้องการแล้ว ขั้นแรกก็สมัครสมาชิกก่อน การสมัครสมาชิกก็จะทำได้หลายแบบ ทั้งสมัครโดยบัญชี Facebook Line google หรือแม้แต่ด้วย apple ID ซึ่งเมื่อเป็นสมาชิกแล้วก็สามารถซื้อขายหรือสมัครเป็นนักเขียนได้

สำหรับรูปแบบการซื้อและการเช่า e-Book สามารถซื้อได้ผ่านบัตรเดบิต อินเตอร์เนตแบงก์กิ้ง rabbit Line pay และ True Money Wallet โดยชำระเป็นเงิน หรือซื้อ coin ก็ได้ โดยมีแพ็กเกจตั้งแต่ 50 บาท จนถึง 2,000 บาท ซึ่งจากประสบการณ์ในการซื้อแนะนำให้ซื้อ coin เพราะจะมีสิทธิพิเศษและไม่ต้องมีส่วนต่างๆ อะไรอีก เมื่อเลือกหนังสือจากหน้าสืบค้นแล้วจะตัดสินใจซื้อก็เข้าไปทำธุรกรรมที่หน้าหนังสือนั้นๆ โดยจะมีหน้าปก ราคา ตัวอย่างให้อ่านฟรี Comment ต่างๆ จากนั้นก็คลิกเลือกซื้อ จะซื้อด้วยเงินสด หรือ Coin ก็จะมีช่องให้เลือก หลังจากซื้อ ระบบก็จะดาวน์โหลดหนังสือมาลงไว้ในแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือชื่อ Bundanjai by SE-ED ซึ่งทำงานทั้งบน android และ IOS ที่สมัครสมาชิกโดยใช้แอคเคานท์เดียวกับที่เราสมัครบนเว็บไซต์หลัก

ซึ่งการสมัครเป็นสมาชิก และการโหลด e-Book มาอ่านนั้นสำหรับเด็กวัยรุ่นและวัยทำงานก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ที่สนใจจะอ่านหนังสือแบบ e-Book แบบนี้บ้างก็ทำได้โดยให้ลูกหลานสมัครสมาชิก และลงแอปสำหรับอ่านให้ อยากได้เล่มไหนก็สั่งซื้อและเราก็มีหน้าที่อ่านอย่างเดียวก็พอ ซึ่งพักหลังๆ นี้ผู้ใหญ่ผู้สูงวัยเล่นไลน์กันเยอะก็พอจะคุ้นเคยกับการใช้สมาร์ทโฟนกันพอสมควร หากเปลี่ยนบรรยากาศมาอ่าน e-Book บ้างก็ดีเหมือนกัน เพราะสะดวกในการเปิดอ่าน อาทิ มีน้ำหนักเบาดี แล้วจะกลับมาอ่านตอนไหนก็ได้ ย่อขยายดูได้ ถึงแม้ไม่ได้อรรถรสเท่าอ่านหนังสือ แต่ก็สะดวกสบาย และดูเป็นคนรุ่นใหม่ดี

การเดินตามเทคโนโลยีใหม่ๆให้ทันของผู้สูงอายุ จัดได้ว่าเป็นการปิดช่องว่างระหว่างวัยของเด็กและผู้สูงอายุได้ส่วนหนึ่งเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้สังคมเริ่มมองเห็นแล้วว่าช่องว่างระหว่างเด็กและผู้สูงอายุ มีเพิ่มมากขึ้น และห่างจากกันมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง การเดินตามหลังเด็กรุ่นใหม่ของผู้สูงอายุอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วงเหมือนกัน…ภาครัฐจะละเลยเรื่องแบบนี้ไม่ได้แล้วนะครับ

โดย … ชนิตร ภู่กาญจน์

วธ.เดินหน้าออกแบบผ้าไทยชายแดนใต้ เปิดให้นักออกแบบรุ่นใหม่สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559782

วธ.เดินหน้าออกแบบผ้าไทยชายแดนใต้ เปิดให้นักออกแบบรุ่นใหม่สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงการประกวดออกแบบผ้าไทยชายแดนใต้ ว่า จากความสำเร็จของโครงการผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้ที่จัดมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้จึงได้มีการสานต่อกิจกรรมมาเป็นการประกวดออกแบบผ้าไทยชายแดนใต้ จากการเล็งเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) และ 4 อำเภอของสงขลา (จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย) ที่มีองค์ความรู้และฝีมือศิลปวัฒนธรรมชุมชนในการสร้างสรรค์ ผ้าบาติกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ด้วยการนำดีไซเนอร์แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนในการพัฒนาลวดลายผ้า และการนำนักออกแบบผลิตภัณฑ์ไปร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้า โดยสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบและจัด workshop ให้คนในพื้นที่ได้ลงมือผลิตชิ้นงานเองมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีชิ้นงานที่สืบเนื่องจากโครงการดังกล่าวมากกว่า 200 ผลงาน

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้จึงได้เปิดโอกาสให้นักออกแบบเครื่องแต่งกายรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพในการออกแบบ โดยนำผ้าไทยชายแดนใต้มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 15 คน จะได้รับงบประมาณเพื่อนำไปผลิตเป็นชุดต้นแบบเพื่อเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศต่อไป ทั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา 7 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการนำผ้าไทยมาใช้ในการออกแบบเครื่องแต่งกายภายใต้กิจกรรมนี้

ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวถึง ภารกิจของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรในสาขาการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ได้ดำเนินการร่วมกับชุมชนว่าที่ผ่านมา สศร. มุ่งเน้นการพัฒนาลวดลายผ้าการพัฒนารูปแบบการออกแบบให้ผ้าไทยสามารถเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและเข้าถึงได้กับคนทุกเพศทุกวัย รวมถึงการปรับรูปแบบการใช้ผ้าให้มีการใช้งานที่มากกว่าการเป็นเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งถือเป็นการนำศิลปะหลากหลายสาขามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ส่งผลให้ชุมชนผู้ผลิตผ้ามีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 นอกจากการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายร่วมสมัยชายแดนใต้ที่นำผ้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มาเป็นโจทย์ในการแข่งขันแล้ว สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ยังมีโครงการพัฒนาเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์จากผ้าไทยของชุมชนในพื้นที่ 8 จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง และโครงการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย ที่ปีนี้จะนำดีไซเนอร์จับคู่กับชุมชนผู้ผลิตผ้าใน 4 จังหวัด4 ภูมิภาค ให้มีการสร้างสรรค์งานร่วมกันระหว่างดีไซเนอร์และชุมชน โดยมุ่งหวังให้ชุมชนได้เรียนรู้และสร้างทักษะในการสร้างสรรค์งาน เพื่อเพิ่มรายได้ต่อไปในอนาคต

องคมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559852

องคมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง

องคมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง

วันพุธ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564, 17.58 น.

องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามและเยี่ยมชมผลฤทธิ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง 

17 มีนาคม 2564 เมื่อเวลา 09.00 น. พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วยนายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการ กปร.และคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปติดตามและเยี่ยมชมผลสัมฤทธิ์โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง โดยได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและแนวทางการดำเนินงานในปี 2564 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2523 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรอ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองภายในศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริดังกล่าว และได้พระราชทานพระราชดำริแนวทางการพัฒนาไว้ 4 ประการคือ 

1)ให้พิจารณาพัฒนาด้านการเกษตร 2)ให้พิจารณาศูนย์ฝึกปฏิบัติการด้านประกอบอาชีพ 3)ให้พิจารณาจัดเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ 4)ให้พิจารณาศูนย์พัฒนาการเกษตร เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป และในปี 2554 ทรงรับโครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ให้เป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี สำนักงาน กปร.ให้การสนับสนุนและประสานการดำเนินงานให้เป็นไปตามแนวพระราชดำริ 

จากนั้น องคมนตรีได้ร่วมปลูกต้นไม้ และเยี่ยมชมกิจกรรมและการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ประชาชนในพื้นที่ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง จาก 7 หน่วยงานร่วม ประกอบด้วย งานชลประทาน พร้อมกันนี้ได้ปล่อยพันธุ์ปลา บริเวณสันเขื่อน จากนั้นเยี่ยมชมการดำเนินงานปศุสัตว์ งานประมง งานวิชาการเกษตร งานพัฒนาที่ดิน งานกรมการข้าว และงานวิชาการเกษตร ซึ่งนับเป็นความสำเร็จจากการศึกษาวิจัยของหน่วยงานทุกภาคได้ก่อเกิดองค์ความรู้และนวัตกรรมการเกษตร ที่ประชาชนผู้สนใจจะได้เข้ามาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ตามลักษณะภูมิสังคมของตนเองเพื่อก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและครอบครัวอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป 

สำหรับ โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ ได้ดำเนินตามแนวพระราชดำรินำองค์ความรู้มาพัฒนาสู่ฐานการเรียนรู้ เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่สนใจ จำนวน 7 ฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย ฐานการเรียนรู้ด้านพืชสวน ฐานการเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน ฐานการเรียนรู้ด้านข้าว ฐานการเรียนรู้ด้านประมง ฐานการเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ ฐานการเรียนรู้ด้านวิชาการเกษตร ฐานการเรียนรู้ด้านฟาร์มแกะ พร้อมกับขยายผลสำเร็จไปยังหมู่บ้านขยายผลบริเวณรอบโครงการศูนย์บริการฯ จำนวน 7 หมู่บ้าน เกษตรกร 790 ครัวเรือน หมู่บ้านขยายผลในตำบลรอบในโครงการศูนย์บริการฯ จำนวน 4 ตำบล 28 หมู่บ้าน เกษตรกร 1,792 ครัวเรือน และหมู่บ้านขยายผลในตำบลรอบนอกโครงการศูนย์บริการฯ เต็มพื้นที่ 3 อำเภอในจังหวัดระยอง เกษตรกร 10,275 ครัวเรือน ให้ได้รับการพัฒนาในด้านเกษตรกรรม ส่งผลสัมฤทธิ์ให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางด้านอาหาร อาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงแล้วยังส่งผลประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้นอีกด้วย. 

‘ในหลวง’ ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ‘ประธานาธิบดีแห่งไอร์แลนด์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559839

'ในหลวง'ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร 'ประธานาธิบดีแห่งไอร์แลนด์'

‘ในหลวง’ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ‘ประธานาธิบดีแห่งไอร์แลนด์’

วันพุธ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564, 17.12 น.

17 มีนาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งไอร์แลนด์ ในโอกาสวันที่ระลึกนักบุญแพทริกของไอร์แลนด์ ซึ่งตรงกับวันที่ 17 มีนาคม 2564 ความว่า

ฯพณฯ นายไมเคิล ดี. ฮิกกินส์ ประธานาธิบดีแห่งไอร์แลนด์ กรุงดับลิน ในโอกาสวันที่ระลึกนักบุญแพทริกของไอร์แลนด์ ข้าพเจ้ามีความยินดีขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดี เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวไอร์แลนด์ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า สัมพันธ์ไมตรีที่ใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างประเทศของเราทั้งสอง จะยังคงดำเนินก้าวหน้าต่อไป อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมและเพิ่มพูนความร่วมมือในกิจการด้านต่างๆ อันก่อเกิดประโยชน์ร่วมกันในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนง.ศาลยุติธรรม จับมือนวัตกรรมแห่งชาติ ทำ MOU แลกเปลี่ยนความรู้นวัตกรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559815

สนง.ศาลยุติธรรม จับมือนวัตกรรมแห่งชาติ ทำMOUแลกเปลี่ยนความรู้นวัตกรรม

สนง.ศาลยุติธรรม จับมือนวัตกรรมแห่งชาติ ทำMOUแลกเปลี่ยนความรู้นวัตกรรม

วันพุธ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564, 15.43 น.

สนง.ศาลยุติธรรม จับมือสนง.นวัตกรรมแห่งชาติทำMOUแลกเปลี่ยนความรู้นวัตกรรม มุ่งอำนวยความสะดวกระงับข้อพิพาททางแพ่งคดีกลุ่ม E-commerce ที่มากขึ้น

วันที่ 17 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมชั้น12สำนักงานศาลยุติธรรมอาคารศาลอาญาถ.รัชดาภิเษก นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูลเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมและดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมกระบวนการระงับข้อพิพาทของศาล และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน)เพื่อพัฒนาการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่จะนำมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศทั้งด้านการบริหารจัดการคดี การให้บริการ และการอำนวยความสะดวกในช่องทางของกระบวนการระงับข้อพิพาทต่าง ๆ แก่ผู้มีอรรถคดีและประชาชนทั่วไป

นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูลเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่าปัจจุบันประชาชนมีข้อพิพาททางแพ่งที่มีสาเหตุจากการทำธุรกรรมทางพาณิชย์(E-Commerce)มากขึ้น ประกอบกับมีมาตรการเพิ่มระยะห่างทางสังคม (SocialDistancing) อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ซึ่งเป็นอุปสรรคในการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาท สำนักงาน
ศาลยุติธรรมจึงได้พัฒนากระบวนการระงับข้อพิพาทในรูปแบบต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ซึ่งเป็นช่องทางในการยุติข้อพิพาทก่อนฟ้องคดีการไกล่เกลี่ยออนไลน์และการอนุญาโตตุลาการ ให้ทันสมัยและสอดคล้องต่อสถานการณ์ ทำให้ข้อพิพาทยุติลงในเวลาอันรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่มีข้อพิพาททางแพ่ง 

ดังนั้นสำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อส่งเสริมกระบวนการระงับข้อพิพาทในรูปแบบต่าง ๆ ของศาล พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การร่วมกันศึกษาวิจัยทิศทางของกฎหมายที่สำคัญในอนาคตอันเกี่ยวกับการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมแห่งชาติ รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาวิจัยการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการภาครัฐ และการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีอรรถคดีและประชาชนทั่วไปตลอดจนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทของศาลและอนุญาโตตุลาการ ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup)และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ.

สพฐ.ถอดบทเรียนเตรียมอุดมฯ จัดสอบ ‘รร.แข่งขันสูง-ทั่วไป’ ยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559776

สพฐ.ถอดบทเรียนเตรียมอุดมฯ จัดสอบ'รร.แข่งขันสูง-ทั่วไป'ยุคโควิด

สพฐ.ถอดบทเรียนเตรียมอุดมฯ จัดสอบ’รร.แข่งขันสูง-ทั่วไป’ยุคโควิด

วันพุธ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.59 น.

“สพฐ.”ถอดบทเรียนจัดสอบของเตรียมอุดมฯให้ ร.ร.แข่งขันสูง-ทั่วไปใช้จัดสอบ เพื่อเฝ้าระวังโควิด-19 ย้ำ สพฐ.พร้อมเยียวยานักเรียน หากเจ็บป่วยเข้าสอบเลื่อนชั้นไม่ได้

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ.ครั้งที่ 5/2564  เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจการขับเคลื่อนภาระกิจของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ในรอบเดือนเพื่อให้ที่ประชุมรับทราบและนำไปปฏิบัติ โดยในวันนี้ได้หารือถึงการขับเคลื่อนระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) เพื่อให้การขับเคลื่อนหน่วยงานมีความสุจริตโปร่งใส โดย สพฐ.ประกาศเจตจำนงที่จะต่อต้านการทุจริตในการบริหารงานของ สพฐ.และจะขับเคลื่อนตัวชี้วัดที่ยังไม่บรรลุผล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สพฐ.อยู่อันดับ 8 ของหน่วยงานในระดับ สำนักงาน หรือระดับกรม โดย สพฐ.ได้คะแนน 93 คะแนน แต่ สพฐ.ต้องการขยับขึ้นไปที่เป้าหมาย คือ 95 คะแนน เพื่อจะให้ได้ A

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ตามที่ สพฐ.ได้ออกประกาศแนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2564 ไปแล้วนั้น และมีบางโรงเรียนการดำเนินการตามประกาศการรับนักเรียนไปแล้ว เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้จัดสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) และการรับนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล และในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) ของโรงเรียนต่างๆ ซึ่ง สพฐ.ได้สรุปผลการดำเนินการ โดยผลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการจัดสอบ โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นายอัมพร กล่าวถึงการจัดสอบเข้าเรียนชั้น ม.4 ของโรงเรียนเตรียมอุดมฯ ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนเข้าสอบ จำนวน 1.2 หมื่นคน แต่โรงเรียนรับได้แค่ 1.5 พันคน และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงต้องเพิ่มปริมาณห้องสอบ และมีการเฝ้าระวังมากขึ้น มีการเว้นระยะห่างกัน 2 เมตร และแยกกลุ่มจังหวัดเสี่ยง ตามมาตการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ใหญ่ ส่วนโรงเรียนในกลุ่มที่ยังไม่ดำเนินการจัดสอบ คือ โรงเรียนแข่งขันสูงและโรงเรียนทั่วไป ซึ่งตนก็ได้กำชับให้สำนักนโยบายและแผน ออกแบบการดำเนินการจัดสอบ และหาข้อตกลงร่วมกันกับสาธารณสุขจังหวัด ทั้งในการดำเนินการจัดสอบและการรายงานตัว โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน และให้การดำเนินงานเป็นไปตามที่ ศบค.ใหญ่ กำหนด

“สพฐ.ได้ถอดบทเรียนการจัดสอบของโรงเรียนเตรียมอุดมฯ ที่จะนำไปให้โรงเรียนแข่งขันสูงใช้ ทั้งการจัดห้องเรียน หรือห้องสอบตามกลุ่มจังหวัดที่มีความรุนแรงของโรค และกรณีที่ใช้ห้องเรียนจัดเป็นห้องสอบ จะต้องจัดให้นักเรียนสอบไม่เกิน 20 คนต่อห้อง เพราะต้องใช้พื้นที่ในการเว้ยระยะห่าง หากใช้ห้องประชุมใหญ่เป็นห้องสอบรวม ก็ให้เว้นระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร ส่วนจะมีมาตรการอื่น เช่น สวมแมส หรือมาตรการอื่นใดก็ต้องให้อยู่ในข้อกำหนดของ ศบค.ใหญ่ เพราะตอนนี้โรคระบาดยังไม่ได้หายไปจาากประเทศไทย ยังคงเกิดขึ้นในตลาดบางแค กรุงเทพฯ ซึ่งยังเป็นสิ่งที่น่ากลัว สพฐ.จึงต้องกำหนดมาตรการและกำชับไปยังโรงเรียน แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สพฐ.ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีนักเรียนติดโควิด-19 แต่หากมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เจ็บป่วย หรือต้องถูกกักตัวในช่วงสอบเลื่อนชั้น สพฐ.ก็จะรีบหามาตรการดูแล โดยให้ทางโรงเรียนอนุโลมให้นักเรียนสามารถสอบในภายหลังได้ หรือในกรณีที่นักเรียนต้องกักตัวในช่วงสอบเลื่อนชั้น ทางโรงเรียนก็จะต้องนำข้อสอบไปให้ทำในสถานที่กักตัวได้ แต่ถ้าเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ต้องให้ทางมหาวิทยาลัยกำหนดมาตรการช่วยเหลือเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมเชื่อว่าจะต้องมีวิธีเยียวยาดูแลนักเรียนอยู่แล้ว” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนาองค์การเพื่อการยกระดับหน่วยงานภาครัฐในการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ปีงบประมาณ 2564 ซึ่ง สพฐ.จะปรับปรุงพัฒนาแผนงานและโครงการ กิจกรรม ภารกิจของ สพฐ.ให้เป็นไปตามมาตรการที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำหนด ซึ่งในปีนี้ค่าคะแนนของ สพฐ.ลดลงกว่าเดิม ดังนั้น ที่ประชุมจึงหารือถึงสาเหตุที่ทำให้ สพฐ.ยังไม่เข้าระบบ 4.0 ซึ่งมีตัวชี้วัดบางตัวที่เราจะต้องปรับปรุง หรือกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการ เพื่อยกระดับให้เป็นระบบราชการ 4.0 อย่างแท้จริง สพฐ.มีหน่วยงานที่แยกข้อมูลอยู่ 8 หน่วย โดย สพฐ.จะทำให้ข้อมูลทั้ง 8 หน่วย มาอยู่หน่วยงานเดียวกัน  แบบทะลายการทำงานแบบไซโล เพื่อให้ระบบข้อมูลที่ทันสมัย ทุกคนสามารถเข้าไปตรวจสอบฐานข้อมูลในที่เดียวกันได้ เป็นการดำเนินการด้านการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศในส่วนของ สพฐ.หรือ Big Data โดยกำหนดให้เสร็จภายใน 1 ปี หาก สพฐ.ทำสำเร็จ ก็จะทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูล และสามารถนำข้อมูลไปตัดสินหรือพัฒนางานในระบบของ สพฐ.ได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เป็นหน่วยงานอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต

‘คุณหญิงกัลยา’ ฉีดวัคซีนโควิด บอกไม่รู้สึกเจ็บหรือมีอาการข้างเคียง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559660

'คุณหญิงกัลยา'ฉีดวัคซีนโควิด บอกไม่รู้สึกเจ็บหรือมีอาการข้างเคียง

‘คุณหญิงกัลยา’ฉีดวัคซีนโควิด บอกไม่รู้สึกเจ็บหรือมีอาการข้างเคียง

วันอังคาร ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564, 21.03 น.

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรงศึกษาธิการ กล่าวว่า เนื่องจากช่วงเช้า เวลา 09.00 น.ตนเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และคิดว่าจะต้องลาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงไม่ได้ลงชื่อเพื่อฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี

หลังจากเข้าเฝ้าฯ เสร็จ ตนจึงรีบเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้าประชุม ครม.แต่ช่วงพักประชุมเห็นคุณหมอและพยาบาลยังอยู่ ตนจึงเข้าฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อป้องไวรัสโควิด-19 และไม่รู้สึกเจ็บหรือมีอาการข้างเคียงใดๆ

“คุณหมอและพยาบาลเขามาบริการให้ถึงทำเนียบฯ แล้ว เป็นการบริการของโรงพยาบาลบำราศนราดูร เราอยู่ตรงนั้นก็เลยไปฉีดเพื่อให้ความมั่นใจกับคนทั่วไป และก็ไม่มีอาการแพ้อะไร ก่อนฉีดมีคนถามว่า คุณหญิงอายุเท่าไหร พอทราบตัวเลขก็บอกว่าเราโกงอายุ คุณหมอยังคิดว่าคุณหญิงอายุ 60 เพราะเห็นว่ายังแข็งแรง”

นอกจากนี้ คุณหญิงกัลยา ยังได้ทำภารกิจโดยเสนอ ครม.ให้พิจารณาจัดสรรวัคซีนฉีดให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย

‘ในหลวง’ รับ ‘ปลาวาฬ’ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อาการดีขึ้นยิ้มรับ-พยักหน้าได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559613

‘ในหลวง’ รับ ‘ปลาวาฬ’ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อาการดีขึ้นยิ้มรับ-พยักหน้าได้

‘ในหลวง’ รับ ‘ปลาวาฬ’ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อาการดีขึ้นยิ้มรับ-พยักหน้าได้

วันอังคาร ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564, 18.42 น.

16 มี.ค.64 รายงานข่าวแจ้งว่า นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้นำของพระราชทานเยี่ยม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาให้ครอบครัวนายวรสิทธิ อิสสระ หรือ ปลาวาฬ เจ้าของโรงแรมศรีพันวา ที่ประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักขับรถชนเสาไฟฟ้า บาดเจ็บสาหัส เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 14 มี.ค.64 ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งข่าวว่าทรงรับปลาวาฬเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปลาวาฬ’อาการพ้นโคม่าแล้ว แต่ยังใช้ท่อหายใจ-ให้อาหารทางสายยาง

ขณะที่ผู้เฟชบุ๊กชื่อ “Aoy Pensri” แท็กข้อความถึง “Wan Vorasit Issara” ระบุว่า “อัพเดทอาการล่าสุด ปลาวาฬ วรสิทธิ อิสสระ จากทางครอบครัวอิสสระ (16/3, 11:45am) อาการดีขึ้นมาก รู้เรื่องดี หายใจเอง เหลือแต่ให้ออกซิเจนช่วย เริ่มให้อาหารทางสายยาง กระเพาะรับได้ดี วันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำของพระราชทานของพระเจ้าอยู่หัวมาประทาน พร้อมแจ้งข่าวรับปลาวาฬเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ปลาวาฬตื่นขึ้นมารับทราบ ยิ้ม และพยักหน้าหลายครั้ง ถ้าอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ หมอบอกว่าวันพฤหัสนี้ คงได้ออกจากห้อง ICU ขอบคุณญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ทุกท่าน ที่เป็นห่วง”

ด้าน นพ.บุญเลิศ ศรีไพโรจน์กุล นายแพทย์เชี่ยวชาญศัลยกรรมประสาท ประจำโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แพทย์เจ้าของไข้ผู้ทำการรักษานายวรสิทธิ อิสสระ หรือปลาวาฬ นักธุรกิจหนุ่มไฮโซ และผู้บริหารโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ขับเก๋งเสียหลักแหกโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง บริเวณใกล้กับโรงเรียนบ้านอ่าวน้ำบ่อ ถนนศักดิ์เดชน์ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดย นพ.บุญเลิศ กล่าวว่า อาการของคนไข้โดยรวมดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับวันแรกที่เข้ารับการรักษาโดยเริ่มรู้สึกตัว มีการลืมตา และได้มีการปรับเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากสามารถหายใจได้เองมากขึ้น มีการทำกายภาพบำบัดและให้อาหารทางสายยาง คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะเอาเครื่องช่วยหายใจออกได้หากสามารถหายใจเองได้ หากไม่มีโรคแทรกซ้อน แต่ทั้งนี้ต้องประเมินอาการเป็นรายวันว่าจะออกจากห้องไอซียูได้หรือไม่ เพราะคนไข้ที่จะอยู่ในห้องไอซียูนั้นหมายถึงผู้ที่จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ สรุปภาพรวมการรักษายังไม่มีอาการอื่นเพิ่มเติม เพียงแต่ต้องระวังโรคแทรกซ้อนสำหรับคนไข้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เช่น โรคติดเชื้อ เป็นต้น