‘จุฬาฯ’ ออกประกาศมาตรการเข้ม หลังพบบุคลากรติดโควิดเพิ่ม 2 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550941

‘จุฬาฯ’ออกประกาศมาตรการเข้ม หลังพบบุคลากรติดโควิดเพิ่ม 2 ราย

‘จุฬาฯ’ออกประกาศมาตรการเข้ม หลังพบบุคลากรติดโควิดเพิ่ม 2 ราย

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 09.08 น.

‘จุฬาฯ’ออกประกาศมาตรการเข้ม หลังพบบุคลากรติดโควิดเพิ่ม 2 ราย

7 กุมภาพันธ์ 2564 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกประกาศมาตรการของคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ฉบับที่ 2/2564 ระบุว่า ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19 ได้รับแจ้งว่ามีบุคลากรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังประกาศมาตรการของคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน โควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ฉบับที่ 1/2564 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 และขณะนี้บุคลากรคนดังกล่าวได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19 ได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับบุคลากรคนดังกล่าวให้เข้ามารับการตรวจคัดกรองที่ศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาฯ และพบว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) เพิ่มเติมอีก 2 คน ซึ่งพักอยู่ห้องติดกับผู้ป่วยรายแรกและมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกัน

คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19 จึงกำหนดมาตรการในดำเนินการดังต่อไปนี้

1. สอบสวนโรคผู้ป่วย 2 คนใหม่โดยเร็วที่สุด

2. ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย 2 คนดังกล่าวให้เข้ามารับการตรวจคัดกรองที่ศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาฯ โดยทันที

3. สอบสวนวงจรการแพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วยดังกล่าวเพื่อกำหนดให้ผู้ที่มีความเสี่ยงภายในระยะเวลา 14 วัน ก่อนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ลาหยุดเพื่อกักบริเวณดูอาการเป็นเวลา 14 วันโดยไม่ถือเป็นวันลา และสามารถขอรับการตรวจคัดกรองที่ศูนย์บริหารสุขภาพ จุฬาฯ โดยมหาวิทยาลัยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

4. ให้สำนักบริหารระบบกายภาพฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดตามมาตรฐานทางสาธารณสุขทั่วพื้นที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกรอบหนึ่ง

โดยมหาวิทยาลัยจะได้ดำเนินการมาตรการอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในฉบับที่ 1 ต่อไปด้วย

ทั้งนี้ตามแนวทางของกรมควบคุมโรค ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและต้องไปตรวจคัดกรองโรค คือ สมาชิกในครอบครัวเดียวกันกับผู้ป่วยที่มีการใกล้ชิดกัน ผู้ที่ได้พูดคุยกับผู้ป่วย 5 นาทีขึ้นไป ผู้ที่ผู้ป่วยมีอาการไอ จาม รด และผู้ที่อยู่ในสถานที่อับอากาศกับผู้ป่วยเกิน 15 นาทีโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย สำหรับพฤติการณ์อื่น ๆ เช่น การพักอยู่อาคารเดียวกันกับผู้ป่วย การใช้พื้นที่สาธารณะเดียวกันกับผู้ป่วยนั้นมิได้เป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงสูง จึงไม่ควรตระหนกแต่ควรระมัดระวัง รักษาความสะอาด ไม่ไปในที่สาธารณะ และหมั่นประเมินสุขภาพของตนเองอยู่เสมอ

หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19 จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไปผ่านทาง https://www.chula.ac.th/covid-19/ หัวข้อ “ข่าวสาร COVID-19”

ประกาศ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2564

คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19

พว.สู้ภัยโควิด-19จัดการเรียนการสอนแบบ New Normal เปิดตัวห้องเรียนออนไลน์ IAD Class Platform #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550834

พว.สู้ภัยโควิด-19จัดการเรียนการสอนแบบNew Normal เปิดตัวห้องเรียนออนไลน์ IAD Class Platform

พว.สู้ภัยโควิด-19จัดการเรียนการสอนแบบNew Normal เปิดตัวห้องเรียนออนไลน์ IAD Class Platform

วันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 15.43 น.

06 ก.พ.2564 นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ รองประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ พว. พร้อมด้วยดร.พิรุณ ศิริศักดิ์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ  (พว.)  ได้ร่วมกันแถลงข่าว เปิดตัวห้องเรียนออนไลน์ IAD Class Platform  เพื่อการเรียนการสอนแบบ “new normal-วิถีใหม่” ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนายไพศาล กล่าวว่า ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รูปแบบการเรียนการสอนก็ต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤตทึ่ต้องต่อสู้ผจญภัยกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019(โควิด-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและต่อเนื่องไปยังการศึกษาของไทยที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการสาธารณสุขเป็นอย่างมาก ทำให้ทุกคนต้องมีการปรับตัวเพื่อการดำรงชีวิตและเพื่อการเรียนรู้  พว.จึงได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มทางการศึกษา  “ห้องเรียนออนไลน์ IAD Class” เพื่อเป็นช่องทางให้ครูอาจารย์ที่สนใจได้ใช้เป็นพื้นที่จัดการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงที่โรงเรียนยังไม่สามารถเปิดดำเนินการเรียนการสอนได้ตามปกติ

“ห้องเรียนออนไลน์ IAD Class เป็นแพลตฟอร์มด้านการเรียนการสอนที่ครูอาจารย์และนักเรียนสามารถสร้างห้องเรียนออนไลน์ร่วมกันได้  สามารถที่ใช้สื่อการเรียนการสอนของ พว.ได้ทุกรูปแบบ   ซึ่งจะช่วยให้ครูสามารถวางแผนการสอนออนไลน์สำหรับนักเรียนได้เช่นเดียวกับห้องเรียนปกติ ช่วยให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางการเรียนแบบ active learning โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 STEPS และครูจะสามารถบริหารจัดการชั้นเรียน ประเมินผลการเรียนและสื่อสารให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอดเวลา”นายไพศาลกล่าวและว่า แพลตฟอร์ม ของ พว.จะเปิดให้ใช้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่โรงเรียนที่จะได้รับสิทธิ์ใช้ห้องเรียนออนไลน์บนแพลตฟอร์มของ พว.จะต้องใช้แบบเรียนของ พว.ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปในแนวทางเดียวกัน  

นายไพศาล กล่าวด้วยว่า ในระยะแรก พว.จะมีการนำร่องการใช้แพลตฟอร์มห้องเรียนออนไลน์ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 20 โรงเรียน ซึ่งขณะนี้ได้มีโรงเรียนสมัครเข้าใช้ครบทุกจังหวัดแล้ว แต่เพื่อให้บริการทางวิชาการอย่างทั่วถึง พว.จะเปิดให้โรงเรียนที่สนใจสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประสานงานของ พว.ได้ทุกจังหวัด หรือ ติดต่อโดยตรงที่ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ  อย่างไรก็ตามขณะนี้ พว.กำลังจะทำการพัฒนาให้ห้องเรียนออนไลน์ IAD Class เป็นห้องเรียนออนไลน์แบบ  Realtime ที่ทันสมัย เพื่อรองรับการศึกษาวิถีใหม่ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลต่อไป

ด้านดร.พิรุณ ศิริศักดิ์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราก้าวสู่วิถีใหม่ โลกการเรียนรู้ก็เป็นการเรียนรู้วิถีใหม่ แม้จะมีความพยายามให้การเรียนรู้กลับไปสู่วิถีเก่า แต่ชีวิตจริงโลกของอนาคตเป็นโลกยุคดิจิทัลเราจะต้องเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นไม่ว่าเด็กจะอยู่ที่ไหน  มีศักยภาพแบบไหนก็ตามถ้าเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้ สามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์และสามารถเรียนรู้ได้ เขาสามารถที่จะปรับเข้าสู่การเรียนการสอนออนไลน์ได้ ดังนั้นถึงเวลาที่จะต้องปรับตัวเข้าสู่การเรียนการสอนออนไลน์ได้แล้ว และตอนนี้มั่นใจว่าแพลตฟอร์มห้องเรียนออนไลน์ของ พว.เป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพ เพราะมี content ที่อยู่ในรูปแบบกระบวนการเรียนรู้ GPAS 5 STEPS ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้แบบ active learning

ราชสกุล-คณะหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เข้าลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550741

ราชสกุล-คณะหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เข้าลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ

ราชสกุล-คณะหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เข้าลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 18.12 น.

ราชสกุล คณะบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน-ประชาชนทั่วไป เข้าลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ เป็นวันสุดท้ายเพื่อให้ทรงหายจากพระอาการบาดเจ็บที่ข้อพระบาทโดยเร็ววัน 

5 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันมีพระภิกษุ ราชสกุล ข้าราชการ คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาต่างๆ มูลนิธิ สมาคม และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ร่วมกันนำสิ่งของ และแจกันดอกไม้  ไปทูลเกล้าฯถวาย ในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงหายจากพระอาการบาดเจ็บที่ข้อพระบาทโดยเร็ววัน อาทิ คณะครู และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ , นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา , ชมรมสายสัมพันธ์ธนารักษ์ , โรงเรียนชิโณรสวิทยาลัย ,ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ชุมชนสวัสดี และ คณะกรรมการชุมชนสวัสดี สภาเด็กและเยาวชน เขตดินแดง ,วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ,  สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ,  สมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,  สมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ,  นายกสมาคมกวีร่วมสมัยและคณะกรรมการ ,  บริษัทไทยแลนด์พริวีเลจ คาร์ด โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ,สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์จังหวัดเชียงราย ,  สำนักการลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน , สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ,  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด,โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ,  คณะอาจารย์สถาบันขงจื้อ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ,  มูลนิธินิสิตเก่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,  นักเรียน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ,  สภาคณาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,  สมาคมการศึกษาสำหรับเด็กนานาชาติ สาขาประเทศไทย,  ลูกเสือชาวบ้านสมุทรปราการ ,  คณะผู้บริหาร คุณครู บุคลากรและนักเรียน โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม ,  มณฑลทหารบกที่ 16 ,  คณะผู้บริหาร ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนหนองโสนพิทยาคม, มูลนิธิอาสารักษาดินแดง ในพระราชินูปถัมภ์ 

นอกจากนี้ มีคณะสมาคมแม่บ้าน สาขากรมแพทย์ทหารบก , เจ้าอาวาสวัดโคนอน เขตภาษีเจริญ และคณะครู บุคลากร โรงเรียนวัดโคนอน , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,มูลนิธิใบไม้เขียว , สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สถาบันพระปกเกล้า ,  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และเหล่ากาชาด จังหวัดเพชรบุรี , สมาคม ศิษย์เก่าและผู้ปกครองโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี จังหวัดราชบุรี , สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 , โรงเรียนศรีสังวาลย์ เชียงใหม่ ,  ราชสกุลอิศรางกูร , กลุ่มต่อบุญ , ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาหมู่ยุวกาชาด และสมาชิกยุวกาชาด โรงเรียนตั้งพิรุฬธรรม เขตทวีวัฒนา , ชมรมอาสาสมัครยุวกาชาด   กศน. เขตดุสิต , ราชสกุลกัลยาณวงศ์ ,  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,  มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ , ราชสกุล มนตรีกุล , โรงพยาบาลสงฆ์ , บริษัท ทีพีไอ โพลีนเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน),  มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิโรคไต แห่งประเทศไทย เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับให้คณะบุคคล ตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกาชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ ศาลาสหทัยสมาคม  ในพระบรมมหาราชวัง มาตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2564  เวลา 08.30 – 16.30 น.  จนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ในวันนี้เป็นวันสุดท้าย

‘รร.เทพา’ ประกาศหยุดเรียน หลังเหตุผอ.โชว์ปืนหน้าเสาธง ย้ำไม่กระทบกับการเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550589

'รร.เทพา'ประกาศหยุดเรียน หลังเหตุผอ.โชว์ปืนหน้าเสาธง ย้ำไม่กระทบกับการเรียน

‘รร.เทพา’ประกาศหยุดเรียน หลังเหตุผอ.โชว์ปืนหน้าเสาธง ย้ำไม่กระทบกับการเรียน

วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 10.10 น.

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ความคืบหน้ากรณี  ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา ใน อ.เทพา จ.สงขลา โชว์อาวุธปืนออกมาหน้าเสาธงจากปัญหาส่วนตัวที่มีความสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง ม.3 หลังจากที่ถูกแม่เด็กได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เทพา พร้อมกับได้สั่งย้ายให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 ชั่วคราวระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามบรรยากาศที่โรงเรียนเทพา ใน อ.เทพา จ.สงขลา พบว่าในวันนี้ทางโรงเรียนได้หยุดการเรียนอีก 1 วันและจะไปเปิดอีกครั้งในวันจันทร์ แต่ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษายังคงมาทำงานตามปกติ 

นายบรรจบ พิสุทธิพันธุ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา เปิดเผยว่า ที่ต้องหยุดเรียนอีก 1วัน เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองได้ผ่อนคลายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งกระทบกับสภาพจิตใจของเด็กนักเรียน ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่มีปัญหาทุกคนยังมีกำลังใจดี 

แต่ยืนยันว่าไม่ได้กระทบการระบบการเรียนการสอนและการสอบกลางภาพเพราะทางโรงเรียนได้เตรียมแผนการเรียนการสอนและการสอบไว้แล้วตั้งแต่ช่วงโควิด19 ที่ผ่านโดยให้นักเรียนสอบออนไลน์กลางภาคและเรียนออนไลน์แทน  

ส่วนเรื่องผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นทางสำนักงานเขตจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบ 

ส่วนเรื่องเมื่อวานนี้ซึ่งตนอยู่ในเหตุการณ์และเป็นคนที่เข้าไปประชิดตัว ผอ.ยืนยันว่าไม่ได้มีการชักปืนออกมาแต่อย่างใดเพียงแต่ปลดกระดุมเสื้อโชว์อาวุธปืนเท่านั้น  ส่วนตัว ผอ.ขณะนี้ทราบว่าได้อยู่กับครอบครัวเพื่อให้สภาพจิตใจดีขึ้น 

    ส่วนกรณีที่มีการแชร์ภาพวีดีโอคอลในโซเชียลระหว่างชายคนหนึ่งกับเด็กนั้นเรื่องนี้ยังไม่เห็นและไม่ทราบรายละเอียด 

ล็อตสอง! สช.สั่งเพิกถอนใบอนุญาต โรงเรียนเอกชนนอกระบบ 345 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550482

ล็อตสอง! สช.สั่งเพิกถอนใบอนุญาต โรงเรียนเอกชนนอกระบบ 345 แห่ง

ล็อตสอง! สช.สั่งเพิกถอนใบอนุญาต โรงเรียนเอกชนนอกระบบ 345 แห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 17.53 น.

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ.64 ตนได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่ 19/2564 เรื่อง เพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2564

ทั้งนี้ ด้วยพระราบัญญัติโรเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 126 วรรคสอง กำหนดไว้ว่า เมื่อผู้อนุญาตตรวจพบว่าโรงเรียนนอกระบบแห่งใดหยุดดำเนินกิจการเกินเก้าสิบวัน โดยไม่แจ้งเลิกกิจการตามวรรคหนึ่ง ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบดังกล่าวได้ ประกอบกับคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่ 258/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามมาตรการรองรับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สั่ง ณ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2563 และคำสั่งสำนักงานคณะกรมกรส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่ 267/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามมาตรการรองรับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สั่ง ณ วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2563 ให้ตรวจติดตามโรงเรียนนอกระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่ามีโรงเรียนนอกระบบจำนวนหนึ่งมิได้ดำเนินกิจการโรงเรียนและไม่มีสภาพการเป็นโรงเรียนแล้ว หยุดดำเนินกิจการเกินกว่าเก้าสิบวันโดยไม่แจ้งให้ผู้อนุญาตทราบ และไม่สามารถติดต่อผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนให้มาดำเนินการเลิกกิจการโรงเรียนตามที่กฎหมายกำหนดได้

ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 126 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 จึงสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2564 จำนวน 345 โรง อนึ่ง ผู้ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งหรือได้รับผลกระทบจากคำสั่งของผู้อนุญาต หากไม่พอใจในคำสั่งดังกล่าว ให้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งจากผู้อนุญาตหรือวันที่ทราบคำสั่ง แล้วแต่กรณี เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 สั่ง ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2564 ที่ผ่านมา นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) ได้ลงนามในคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2564 แล้วจำนวน 609 โรง (อ่านข่าวประกอบ : เพิกถอนใบอนุญาต 609 โรงเรียนเอกชนนอกระบบ หยุดกิจการเกิน90วันไม่แจ้งยกเลิก)

จุฬาฯ เปิดมิติใหม่ปลุกไทยต้านคอร์รัปชัน ประยุกต์กลยุทธ์ตลาดสู่โมเดลสร้างพลเมืองตื่นรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550152

จุฬาฯ เปิดมิติใหม่ปลุกไทยต้านคอร์รัปชัน  ประยุกต์กลยุทธ์ตลาดสู่โมเดลสร้างพลเมืองตื่นรู้

จุฬาฯ เปิดมิติใหม่ปลุกไทยต้านคอร์รัปชัน ประยุกต์กลยุทธ์ตลาดสู่โมเดลสร้างพลเมืองตื่นรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าคณะวิจัยเปิดเผยถึงโครงการวิจัย “การตลาดเชิงประยุกต์สำหรับกระตุ้นและจำแนกกลุ่มประชาชนที่มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชัน” ว่า “เป็นครั้งแรกที่มีการเปลี่ยนวิธีการศึกษาการคอร์รัปชันโดยใช้ปัจจัยเชิงสังคม วัฒนธรรม และจิตวิทยา ซึ่งเป็นการจำแนกกลุ่มคนจากวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน จากเดิมที่ใช้ปัจจัยเชิงประชากรศาสตร์ เช่น อาชีพ เพศ อายุ และระดับรายได้ ซึ่งผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 719 ราย พบว่า สามารถแบ่งกลุ่มคนออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ The Frontline (กลุ่มที่เชื่อว่าปัญหาสามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการกระทำของตน) 17.10%, The Exampler(แม้จะมีความต้องการต่อต้านคอร์รัปชันเหมือนกลุ่มแรก แต่ไม่ถึงขั้นร่วมปราบปราม คอร์รัปชัน) 27.68%, The Mass (กลุ่มที่ไม่ชอบคอร์รัปชัน แต่ไม่ออกมาต่อต้าน) 45.34% และ TheIndividualist (กลุ่มที่ไม่สนใจและไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชัน) 9.88%

นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาเครื่องวัดการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยพบว่า ระดับการต้านโกงแบ่งออกได้เป็น 4 มิติ ได้แก่ มิติการรับรู้ประเด็นปัญหา มิติการป้องกัน มิติยืนหยัด และมิติการระงับปราบปราม ซึ่งวิธีการวัดดังกล่าวจะกลายเป็นเครื่องมือที่นักวิจัยในอนาคตสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันได้อีกมาก”

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุลอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหนึ่งในทีมวิจัย เผยว่า “ผลจากการนำศาสตร์การตลาดมาประยุกต์ใช้ ทำให้เป็นงานวิจัยแรกที่สามารถจำแนกกลุ่มคนที่ต่อต้านคอร์รัปชัน และลักษณะซ่อนเร้นที่แตกต่างกัน โดยพบว่าลักษณะซ่อนเร้นที่น่าสนใจ ได้แก่ บรรทัดฐานส่วนตน ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางตรงกับการต่อต้านคอร์รัปชัน ผู้ที่มีบรรทัดฐานส่วนตนต่ำ จะต่อต้านคอร์รัปชันต่ำดังนั้น การให้ความรู้และปลุกจิตสำนึกเพื่อสร้างบรรทัดฐานทางสังคมให้สูงขึ้นจะส่งผลให้การต่อต้านคอร์รัปชันสูงขึ้นด้วย

ส่วนกลุ่มที่มีความเป็นชายสูงจะมีการต่อต้านคอร์รัปชันต่ำกลุ่มที่มีความเป็นชายต่ำ(ไม่ได้แบ่งโดยเพศ แต่โดยบทบาท หน้าที่ ค่านิยม ที่กำหนดให้ชายหญิงแตกต่างกัน) จะมีการต่อต้าน
คอร์รัปชันสูง ฉะนั้น การปลุกจิตสำนึกและทัศนคติด้านความเท่าเทียมระหว่างชายหญิงทั้งในแง่ความสามารถ การได้รับการยอมรับ อาชีพ หน้าที่ และอื่นๆ จะสามารถเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างให้เกิดการต่อต้านคอร์รัปชันได้มากขึ้น

จากการวิจัยนี้ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถลดต้นทุนการกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านคอร์รัปชันได้ โดยไม่จำเป็นต้องหว่านทรัพยากร ทั้งงบประมาณและบุคลากรไปกับทุกคน เนื่องจากการลงทุนกับกลุ่มคนบางกลุ่มอาจจะยังไม่คุ้มค่า อาจต้องเป็นระยะถัดๆ ไป เช่น กลุ่ม The Mass และกลุ่ม The Individualist ดังนั้น หน่วยงานรัฐสามารถจัดลำดับความสำคัญในการลงทุนเพื่อสร้างพฤติกรรมการต่อต้านคอร์รัปชัน ให้คนไทยกลายเป็นพลเมืองตื่นรู้สู้โกง ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างได้เร็วขึ้น”

ในขณะที่ ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ประธานบริหารแผนงานบูรณาการยุทธศาสาตร์เป้าหมาย คนไทย 4.0 แนะว่า “สื่อออนไลน์จะมีบทบาทอย่างมากในการสร้างการรับรู้แนวคิดและรูปแบบใหม่ที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย และขยายเครือข่ายคนที่ต้องการต่อต้านคอร์รัปชันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสื่อสารจากการเน้นภาพที่สื่อถึงความรุนแรง มาเป็นการสร้างกระแสการต่อต้านคอร์รัปชันในเชิงไลฟ์สไตล์ ซึ่งนอกจากออกแบบการสื่อสารที่เหมาะสมและดึงดูดกลุ่มคนที่ต้องการต่อต้านคอร์รัปชันให้มีส่วนร่วมมากขึ้นแล้ว เราต้องหาแนวร่วม และต้องสร้างเครือข่ายให้กว้างขึ้นบนแพลตฟอร์มที่มีพลัง เพราะคนไทย 4.0 จะเป็นมนุษย์ที่อยู่กับแพลตฟอร์มตลอดเวลา”

โรงเรียนกู่สวนแตงพิทยาคม ส่งเสริมโครงการเลี้ยงแพะเพื่อการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550153

โรงเรียนกู่สวนแตงพิทยาคม  ส่งเสริมโครงการเลี้ยงแพะเพื่อการศึกษา

โรงเรียนกู่สวนแตงพิทยาคม ส่งเสริมโครงการเลี้ยงแพะเพื่อการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายไทยรัฐ วงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนกู่สวนแตงพิทยาคม อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 32 (บุรีรัมย์) กล่าวว่า โรงเรียนกู่สวนแตงพิทยาคม ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ โครงการการเลี้ยงแพะ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนและชุมชน สามารถบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาอื่นๆ ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการทำงาน รู้จักการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ เช่น การให้น้ำ ให้อาหาร การเก็บกวาดมูล การทำความสะอาด การสุขาภิบาลดูแลสุขภาพสัตว์ การฉีดยารักษาเมื่อสัตว์เจ็บป่วย การทำคลอด และการจัดการผลผลิตทำให้นักเรียนเกิดรายได้ในระหว่างเรียน นักเรียนได้เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้ในอนาคต

นายไทยรัฐ วงษ์ทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากแพะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก เลี้ยงง่ายโตไว ขยายพันธุ์รวดเร็ว และใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยแพะสามารถเปลี่ยนอาหารตามธรรมชาติ เช่น กระถิน มะขามเทศ หญ้า และวัชพืชต่างๆ ยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ให้เนื้อและนมคุณภาพดี นอกจากนี้ มูลแพะ ยังใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ที่มีคุณสมบัติปรับปรุงโครงสร้างของดินให้มีความร่วนซุย และช่วยเพิ่มปริมาณแร่ธาตุให้กับดินได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบันอีกด้วย

มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา พร้อมร่วม U2T เน้นลดรายจ่าย สร้างรายได้ และแก้ปัญหาชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550155

มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา พร้อมร่วม U2T เน้นลดรายจ่าย สร้างรายได้ และแก้ปัญหาชุมชน

มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา พร้อมร่วม U2T เน้นลดรายจ่าย สร้างรายได้ และแก้ปัญหาชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยถึงโครงการมหาวิทยาลัย 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยสู่ตำบล หรือ U2T ว่า มหาวิทยาลัยยินดีที่ได้เป็น 1 ใน 76 สถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย/มหาวิทยาลัยสู่ตำบล)หรือ U2T ตามนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเรามีความพร้อมทั้งคณาจารย์ นักศึกษาศิษย์เก่าและปัจจุบันภายในมหาวิทยาลัย บัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี และสมาชิกชุมชนในท้องที่ รวมสมาชิกกว่า 800 คนจะสามารถบูรณาการงานร่วมกันของโครงการดังกล่าว ในพื้นที่เขตธนบุรีและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร อำเภอบ้านแพ้ว และอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีความมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น โดยเริ่มต้นโครงการด้วยการรับนโยบายจากผู้นำชุมชนโดยตรง ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ และมีโครงสร้างการบริหารจัดการโครงการผ่านคณะกรรมการทำงานในระดับงานต่างๆเพื่อกำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตามและให้คำแนะนำในแต่ละโครงการอย่างใกล้ชิด การเตรียมบุคลากรให้มีทักษะพร้อมก่อนลงพื้นที่ อาทิ ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ ความรู้ความเข้าใจต่อชุมชนในพื้นที่ วิธีการเก็บข้อมูล การประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการทำงานในชุมชน และทักษะจำเป็นตามงานที่ได้รับมอบหมาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังสร้างชุมชนออนไลน์ขึ้นในกลุ่มงาน เพื่อให้เป็นที่รวมข้อมูล Big Data และถ่ายทอดข่าวสาร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำในระหว่างที่โครงการดำเนินงาน ทั้งนี้ การทำงานในเขตพื้นที่ต่างๆมีการกำชับเรื่องวิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ด้วย

“คาดว่าภายในไตรมาสแรกนี้ จะเห็นโครงการที่ลงพื้นที่ตามที่ได้รับมอบหมาย สามารถยกระดับเศรษฐกิจและสังคมให้ครบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ลดรายจ่าย สร้างรายได้ และแก้ปัญหาชุมชนให้ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันสามารถยกระดับศักยภาพของนักศึกษาและบัณฑิตที่เข้าร่วมโครงการให้มีทักษะจำเป็นในการประกอบอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลินดากล่าว

โรงเรียนปิด 5 วันหลังพบเด็กแม่สอดติดโควิด สพฐ.เผยรับเชื้อจากที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550137

โรงเรียนปิด 5 วันหลังพบเด็กแม่สอดติดโควิด สพฐ.เผยรับเชื้อจากที่บ้าน

โรงเรียนปิด 5 วันหลังพบเด็กแม่สอดติดโควิด สพฐ.เผยรับเชื้อจากที่บ้าน

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 15.39 น.

โรงเรียนปิด 5 วันหลังพบเด็กแม่สอดติดโควิด สพฐ.เผยรับเชื้อจากที่บ้าน

3 กุมภาพันธ์ 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ สพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ.ครั้งที่ 3/2564 ว่า ตามที่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ได้เปิดเรียนที่โรงเรียนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และหลังจากที่เปิดเรียนไปแล้วใน จ.สมุทรสาคร ไม่พบปัญหาเนื่องจากเรียนออนไลน์ แต่จะมีปัญหาในเขตปริมณฑลใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี มีปัญหาเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆทั่วไป คือ ผู้ปกครองมีความเห็นในการเปิดเรียนที่โรงเรียนออกเป็น 2 ส่วน โดยผู้ปกครองส่วนหนึ่งขอบคุณที่มีการเปิดภารเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้ปกครองมีความสุขและนักเรียนมีความสุข ส่วนผู้ปกครองกลุ่มที่สองนั้น ยังมีความวิตกกังวลต่อความไม่ปลอดภัย และกลัวลูกติดชื้อโควิด-19 จึงอยากให้ลูกเรียนอยู่ที่บ้าน

ทั้งนี้ ตนขอชี้แจงว่าเรื่องเปิด-ปิดสถานศึกษานั้น สพฐ.ได้ประกาศในภาพรวมและภาพกว้างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ถ้าโรงเรียนมีความพร้อมก็ให้เปิดเรียนที่โรงเรียน แต่ถ้าโรงเรียนใดเปิดแล้วผู้ปกครองยังมีความสงสัย หรือมีความไม่สบายใจที่จะให้บุตรหลานมาเรียนที่โรงเรียน ประสงค์จะสอนอยู่ที่บ้าน หรือให้เรียนอยู่ที่บ้านผ่าน 5 แนวทาง ตามที่ สพฐ.ออกแบบไว้ เช่น Onsite , On-Air , Online , On-Demand , On-hand ให้ทางโรงเรียนพิจารณาและอนุโลมให้เป็นการเฉพาะราย และให้ถือว่านักเรียนที่เรียนอยู่ที่บ้านสามารถนับเวลาเรียนได้เหมือนกับมาเรียนที่โรงเรียนตามปกติ

“ส่วนการเปิดเรียนที่โรงเรียนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วเกิดเหตุกรณีฉุกเฉิน เช่น ที่โรงเรียนใน อ.แม่สอด จ.ตาก ความจริงมีนักเรียนติดโควิด-19 เพียง 2 ราย ไม่ใช่ 5 ราย และเด็ก 2 รายนี้ติดโควิดอยู่ที่บ้านก่อนมาโรงเรียน เมื่อติดอยู่ที่บ้านจึงไม่มีการแพร่ระบาดในโรงเรียน แต่เมื่อมีข่าวออกมาทำให้ผู้ปกครองแห่มารับนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนกลับบ้าน ดังนั้นเพื่อลดกระแส ทางโรงเรียนจึงประกาศหยุดเรียนเป็นเวลา 5 วัน ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อรอดูสถานการณ์ว่าจะเปิดเรียนได้อีกเมื่อไร และการเปิด-ปิดเรียนฉุกเฉิน สพฐ.ได้แจ้งให้โรงเรียนวินิจฉัยเองได้ โดยอาศัยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการเปิด-ปิด เรียนด้วยเหตุพิเศษ” นายอัมพร กล่าว

‘ณัฏฐพล’ จี้ กศน. ปรับการเรียนการสอน เน้นทักษะอาชีพรองรับการเปลี่ยนแปลง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/550091

'ณัฏฐพล'จี้ กศน. ปรับการเรียนการสอน  เน้นทักษะอาชีพรองรับการเปลี่ยนแปลง

‘ณัฏฐพล’จี้ กศน. ปรับการเรียนการสอน เน้นทักษะอาชีพรองรับการเปลี่ยนแปลง

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 14.00 น.

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุนและประสานความร่วมมือ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่มีตนเป็นประธานเมื่อเร็วๆนี้ ว่า  สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้รายงานผลการดำเนินงานปี 2563 และรายงานแผนงานที่จะดำเนินการในปี 2565 โดยจะเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งตรงกับแนวทางการขับเคลื่อนงานของ ศธ. นอกจากนี้ ที่ประชุมหารือเรื่องการปรับการเรียนการสอนของ กศน.ด้วย ซึ่งตนเห็นว่าที่ผ่านมาการจัดการศึกษาของ กศน. จะเน้นให้ผู้เรียนได้รับคุณวุฒิการศึกษา แต่ปัจจุบันการศึกษาเกิดการดิสรัปอย่างมาก ดังนั้น กศน.ควรปรับการเรียนการสอนโดยเน้นเสริมทักษะอาชีพที่จะตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานและศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในการทำงาน และในอนาคต  เรื่องดังกล่าว กศน.ควรให้ความสำคัญ และน่าจะมีความยืดหยุ่นในการบริการการศึกษามากขึ้น ขณะเดียวกัน กศน.ต้องเน้นให้ความรู้เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือเน้นการสอนเพื่อยกระดับรายได้ผ่านกระบวนการขายออนไลน์ ให้ความรู้ความเข้าใจด้านการตลาด  และให้ความรู้เรื่องการออกแบบสิ่งของต่างๆ เพราะที่ผ่านมา กศน.ยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้กับผู้เรียนและบุคลากรมากพอ  หาก กศน.สามารถพัฒนาและให้ความรู้เรื่องเหล่านี้ได้ จะสามารถยกระดับรายได้ให้กับชุมชนและผู้เรียนได้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า การปรับการเรียนการสอนโดยส่งเสริมทักษะด้านอาชีพให้กับผู้เรียนมากขึ้นเพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ศธ.เห็นแล้วว่า ปัจจุบันมีคนเปลี่ยนงานบ่อย กศน.จะต้องมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการชีวิต และเสริมทักษะอาชีพให้กับผู้เรียนด้วยเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์และวางแผนขับเคลื่อนการศึกษาของ กศน. ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น ปรับหลักสูตรให้มีความทันสมัย รองรับผู้สูงวัย วัยรุ่น และวัยทำงาน จะต้องเพิ่มทั้งเรื่องดิจิทัล ภาษาต่างประเทศ และต้องดูว่าจะทำให้หลักสูตรเหล่านี้สอดคล้อง และเชื่อมต่อกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้อย่างไร 

“ส่วนการจะแยก กศน. ออกเป็นกรมหรือแท่ง เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัวหรือไม่นั้น ผมมองว่าคงยังไม่มีความจำเป็นต้องแยกกศน.ออกเป็นแท่งหรือเป็นกรม  เพราะขณะนี้ ศธ.กำลังพยายามกระชับให้หน่วยงานต่างๆมารวมกัน เพื่อให้การทำงานเดินไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือ ถึงความเหมาะสมในการจัดสรรบุคลากร ที่จะต้องทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจน ซึ่งศธ.เห็นความสำคัญเรื่องนี้ ส่วนเรื่องคุณภาพของ กศน.ที่สังคมมองว่าอาจจะไม่มีคุณภาพพอนั้น ขณะนี้ข้อจำกัดของผู้ฝึกสอน ที่อาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนหรือแรงจูงใจที่จะมาช่วยฝึกสอน แต่ถ้า กศน.แต่ละพื้นที่ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน จะทำให้พัฒนาชุมชนยกระดับราคาของผลิตภัณฑ์ต่างๆให้ได้รับการยกระดับเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้ผู้เรียน กศน.มากขึ้น” นายณัฏฐพล กล่าว