ม.ราชพฤกษ์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เด็กรุ่นใหม่ เปิด ป.ตรี ‘สาขาวิชาคอนเทนต์การโฆษณาฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549613

ม.ราชพฤกษ์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เด็กรุ่นใหม่ เปิด ป.ตรี ‘สาขาวิชาคอนเทนต์การโฆษณาฯ’

ม.ราชพฤกษ์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เด็กรุ่นใหม่ เปิด ป.ตรี ‘สาขาวิชาคอนเทนต์การโฆษณาฯ’

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ เปิดหลักสูตรใหม่ ในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนิเทศศาสตร์บัณฑิต “สาขาวิชาคอนเทนต์การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์”Bachelor of Communication Arts Program in Contents : Advertising and Public Relations มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตให้เป็นผู้มีทักษะครบถ้วน ทั้งด้านวิชาการ และด้านวิชาชีพทางนิเทศศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารตั้งแต่ระดับบุคคล องค์กร ไปถึงสาธารณชน โดยใช้ศาสตร์การสื่อสาร การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลไปยังผู้รับสารเป้าหมาย ตอบโจทย์ของตลาดงานดิจิทัล สร้างคอนเทนต์ถ่ายทอดสิ่งที่น่าสนใจออกมาจากตัวเอง

รองศาสตราจารย์อวยพร พานิช คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันการเรียนรู้ทางด้านนิเทศศาสตร์ได้ย้ายจุดโฟกัสมาที่การคิดสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้ตอบโจทย์กับตลาดบนแพลตฟอร์มการสื่อสารออนไลน์ เปลี่ยนมุมมองใหม่จาก “เนื้อหาสาร” ให้กลายเป็น “คอนเทนต์” และให้ความสำคัญกับการออกแบบคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (content in context) และขยายรูปแบบของคอนเทนต์ให้มากกว่ารูปแบบที่เป็นข้อความแบบเดิม มาสู่ลักษณะที่หลากหลายโดยให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่อง หรือการสร้างเรื่องราวอย่างผสมผสานซึ่งนำมาสู่การเปิดหลักสูตรใหม่ของมหาวิทยาลัยภายใต้ชื่อ “คอนเทนต์การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัศนีย์ ดำเกิงศักดิ์ หัวหน้าสาขาวิชาฯ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางหลักสูตรฯมุ่งเน้นให้นิสิตมีโอกาสได้ฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างวิธีคิดสร้างสรรค์ (Thinking Method Design) โดยให้นิสิตได้มีทักษะการผลิตสื่ออย่างรอบด้าน (Multi-skill) และการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking)เพื่อตอบโจทย์สินค้าและธุรกิจอย่างเต็มศักยภาพ (Optimize Production) โดยนิสิตสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มต่างๆในการเผยแพร่ผลงานได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัศนีย์ กล่าวอีกว่า หลักสูตรนี้ จึงเป็นหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนา เพื่อให้ทันสมัยเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพสังคมเทคโนโลยีในปัจจุบัน และเพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ เกิดทักษะ ความชำนาญ สาขาวิชาจึงมีการจัดการเรียนการสอน โดยเน้นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติตลอดจนการให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจรรยาบรรณในวิชาชีพให้บุคลากรที่มีคุณภาพ มีจริยธรรมให้กับองค์กรต่างๆ สอดคล้องกับปรัชญา “นักคอนเทนต์ เด่นการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ สร้างสรรค์งานสื่อสารดิจิทัล” และสอดคล้องกับคำกล่าวของ Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ที่กล่าวว่า “Content is a King” หมายความว่า ในอนาคตงานคอนเทนต์จะเป็นงานที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจการสื่อสารมวลชนการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ โดยจะเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ภาคปกติและภาคเสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป

อว.เปิดโครงการ ‘มหาวิทยาลัยสู่ตำบล’ ส่ง นศ-ปชช. ลงพื้นที่เก็บข้อมูลทำบิ๊กดาต้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549614

อว.เปิดโครงการ 'มหาวิทยาลัยสู่ตำบล' ส่ง นศ-ปชช. ลงพื้นที่เก็บข้อมูลทำบิ๊กดาต้า

อว.เปิดโครงการ ‘มหาวิทยาลัยสู่ตำบล’ ส่ง นศ-ปชช. ลงพื้นที่เก็บข้อมูลทำบิ๊กดาต้า

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 16.48 น.

อว.ส่ง 60,000 นักศึกษา-ประชาชนลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนอเก็บข้อมูลทำบิ๊กดาต้าให้ประเทศ เตรียมขอ ครม. อีก 4,900 ตำบลให้ครบ 7,900 ตำบลทั่วประเทศ  

1 กุมภาพันธ์ 2564 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัวโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ มี ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานและมีผู้บริหาร อว. เข้าร่วม พร้อมได้มีการวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง 76 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ เป็นโครงการที่สร้างอนาคตให้กับ  3,000 ตำบลทั่วประเทศ รวมทั้งสร้างอนาคต สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับนักศึกษาและประชาชน 60,000 คนที่ อว.จ้างงาน โดยแบ่งเป็นบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี 30,000 คน นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 จำนวน 15,000 คน และประชาชนอีก 15,000 คน ทั้งนี้ ตนรอวันนี้มานาน เดือน ก.พ. อาจจะมีวันสำคัญมากมาย แต่วันที่ 1 ก.พ. คือวันที่สำคัญที่สุดสำหรับตน นั่นคือการส่งคน 60,000 คนสู่ 3,000 ตำบล  ที่ตนรอมาตั้งแต่ปลายปี 2563 หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 10,000 ล้านบาทให้ อว. ไปจ้างงานเพื่อทำให้การว่างงานทุเลาลง พร้อมกับสร้างทักษะใหม่ให้กับผู้ได้รับการจ้างงานทั้ง 60,000 คน  และที่สำคัญให้คนรู้ว่าบัดนี้มหาวิทยาลัยออกจากหอคอยงาช้างแล้ว
รมว.อว. กล่าวต่อว่า โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลฯ มีเป้าหมาย 3 ประการ ประการแรก พัฒนาคน โครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษาและประชาชนลงไปทำงานชุมชนพร้อมกัน เพราะฉะนั้นเดือนแรกต้องรีบทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทันที  เมื่อจะรบแล้วต้องชนะ เพราะสิ่งที่ อว.จะดำเนินการต่อก็คือการนำเสนอ ครม. เพื่อให้เกิดการจ้างงานในอีก 4,900 ตำบล ซึ่งจะทำให้มีนักศึกษา ประชาชน และอาจารย์มหาวิทยาลัยลงไปทำงานทุกตำบลทั่วประเทศ คือ 7,900 ตำบล ประการที่ 2 การลงพื้นที่ครั้งนี้ จะเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อทำบิ๊กดาต้าของประเทศ ซึ่งแต่ละกระทรวงก็ฝากให้ อว.ช่วยไปดำเนินการ และประการที่ 3 เราไม่สนใจแค่ว่านักศึกษาได้ทำงานแต่สนใจว่านักศึกษาจะได้รับการฝึกทักษะเพิ่มขึ้น มีมุมมองและวิธีคิดที่ทันสมัย เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะทักษะในเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล การเงิน การลงทุน ภาษาและสังคม

‘เลขาธิการ กพฐ.’ชี้เปิดเรียนวันแรก นร.มีความสุขกับการมาเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549610

'เลขาธิการ กพฐ.'ชี้เปิดเรียนวันแรก นร.มีความสุขกับการมาเรียน

‘เลขาธิการ กพฐ.’ชี้เปิดเรียนวันแรก นร.มีความสุขกับการมาเรียน

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 16.42 น.

‘เลขาธิการ กพฐ.’ ชี้เปิดเรียนวันแรก น.ร. มีความสุขกับการมาเรียน พอใจโรงเรียนมีแผนรองรับดี  ‘สอศ.’ สั่งอาชีวะเข้มตามมาตรการ สธ.

1 ก.พ.64 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ สพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้เดินทาง มาเตรียมเยี่ยมการเปิดเรียนของโรงเรียนในจังหวัดนครปฐม ได้แก่ โรงเรียนวัดเลาเต่า โรงเรียนวัดหนองศาลา และโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย  เนื่องจากอยู่ในพื้นที่รอยต่อหลายจังหวัด รวมถึงยังอยู่ใกล้กับจังหวัดสมุทรสาคร และเท่าที่ดูแต่ละโรงเรียนมีความพร้อมในการรองรับการเปิดเรียน โดยมีการจัดมาตรการตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งการเว้นระยะห่าง และการวางมาตรการดูแลนักเรียนเป็นอย่างดี ขณะเดียวกับที่ตนได้สอบถามนักเรียน ภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจ อยากกลับมาเรียนที่โรงเรียน ตนจึงได้กำชับให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู เข้มงวดในเรื่องมาตรการความปลอดภัยตามที่ สธ.กำหนด ซึ่งหากเราสามารถเปิดเรียนได้ โดยไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ก็จะทำให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีนักเรียนติดโควิด ที่จังหวัดตาก นั้น ต้องรอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดอาจประกาศให้ปิดเป็นพื้นที่ ตำบล หรืออำเภอ สถานศึกษา ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะประกาศของศธ. ระบุว่า แม้จะประกาศให้เปิดเรียนได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการของจังหวัดนั้น ๆเป็นสำคัญด้วย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ  ให้โรงเรียนหารือกับผู้ปกครองหาและครู จัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งเรียนในสถานที่ตั้ง เรียนออนไลน์ หากโรงเรียนใดยังไม่พร้อมก็สามารถเรียนออนไลน์ต่อไปได้ เพราะการปิดโรงเรียนแต่ก็ไม่ได้หยุดการเรียน

“ส่วนที่ จ.ตาก ขณะนี้ผมยังไม่ทราบว่าจะต้องเปิดโรงเรียนกี่แห่ง วันนี้ สพฐ.ยังไม่สรุปว่ามีที่ไหนเปิดเรียนแล้ว และที่ไหนยังเปิดเรียนไม่ได้เเพราะอะไร”

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ในวันนี้ตนยังมาติดตามนโยบายการสร้างโรงเรียน คุณภาพของชุมชน กับโรงเรียนดีสี่มุมเมือง ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม (สพป.) เขต1 ซึ่งการดำเนินการตามนโยบายมี 3 ระยะ โดนแรก สพฐ.และเขตพื้นที่ฯ ตัดเตรียมข้อมูลออกแบบวางแผน และกำหนดจุด ระยะที่ 2 รัฐมนตรีว่าการศธ. ได้แต่งตั้งผู้ตรวจศธ. หรือผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่เพื่อยืนยัน ว่าสิ่งเขตพื้นที่ฯให้ข้อมูลเป็นไปได้และเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่หรือไม่  ระยะที่ 3 เสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาให้เห็นของมูลในจังหวัดของตนเองมีโรงเรียนดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนคุณภาพของชุมชน กี่แห่ง และจะใช้งบประมาณในปีงบประมาณ 2565 ในการดำเนินการจำนวนเท่าไร ก่อนที่รมว.ศธ.จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งขณะนี้การดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายว่าในปี 2565 จะมีโรงเรียนคุณภาพของชุมชน สพป.ละ 1 โรงเรียน หรือ 183 โรงเรียนทั่วประเทศ ส่วนโรงเรียนดีสี่มุมเมือง กำหนดไว้ จังหวัดละ 1 แห่ง หรือ 77 โรงเรียน ส่วน จ.นครปฐม มีการเสนอมา 18 โรง เป็นโรงเรียนของชุมชน ซึ่งกำลังมีการพิจารณาว่าจะเป็นโรงเรียนใด ส่วนโรงเรียนดีสี่มุมเมืองก็ยังไม่ไ้ด้ข้อสรุปว่าจะเป็นโรงเรียนใด

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเที๊ยะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ สถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดเรียนทั่วประเทศแล้ว ยกเว้นจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือ จังหวัดสมุทรสาคร ให้เรียนออนไลน์จนกว่าจะมีประกาศจาก ศบค. อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ตนได้กำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตามาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด รวมถึงให้รอฟังประกาศสถานการณ์จากผู้ว่าราชการจังหวัด หากทางจังหวัดให้ดำเนินการอย่างไร ก็ขอให้ปฏิบัติตามนั้น ส่วนที่อ.แม่สอด จังหวัดตาก ที่มีกระแสข่าวว่า มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาติดโควิด-19 นั้น ก็ได้ย้ำให้สถานศึกษารอฟังประกาศจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหลัก หากให้ปิดและกลับมาเรียนออนไลน์ก็ต้องดำเนินการตาม โดยการจัดการเรียนการสอนจะยึดความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ

เลขาฯกพฐ.ชี้ นร.มีความสุขเรียนวันแรก รอฟัง ‘ผู้ว่าฯตาก’ เคาะปิดรร.หลังพบเด็กติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549608

เลขาฯกพฐ.ชี้นร.มีความสุขเรียนวันแรก รอฟัง‘ผู้ว่าฯตาก’เคาะปิดรร.หลังพบเด็กติดโควิด

เลขาฯกพฐ.ชี้นร.มีความสุขเรียนวันแรก รอฟัง‘ผู้ว่าฯตาก’เคาะปิดรร.หลังพบเด็กติดโควิด

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 16.40 น.

เลขาฯกพฐ.ชี้นร.มีความสุขเรียนวันแรก รอฟัง‘ผู้ว่าฯตาก’เคาะปิดรร.หลังพบเด็กติดโควิด

1 กุมภาพันธ์ 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ สพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้เดินทาง มาเตรียมเยี่ยมการเปิดเรียนของโรงเรียนใน จ.นครปฐม ได้แก่ โรงเรียนวัดเลาเต่า โรงเรียนวัดหนองศาลา และโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่รอยต่อหลายจังหวัด รวมถึงยังอยู่ใกล้กับ จ.สมุทรสาคร และเท่าที่ดูแต่ละโรงเรียนมีความพร้อมในการรองรับการเปิดเรียน โดยมีการจัดมาตรการตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทั้งการเว้นระยะห่าง และการวางมาตรการดูแลนักเรียนเป็นอย่างดี และจากที่สอบถามนักเรียน ภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจ อยากกลับมาเรียนที่โรงเรียน ตนจึงได้กำชับให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู เข้มงวดในเรื่องมาตรการความปลอดภัยตามที่ สธ.กำหนด หากเราสามารถเปิดเรียนได้ โดยไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด จะทำให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น

นายอัมพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีนักเรียนติดโควิดที่ จ.ตาก ต้องรอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ ซึ่งทางผู้ว่าฯอาจประกาศให้ปิดเป็นพื้นที่ตำบล หรืออำเภอ สถานศึกษาก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่า แม้จะประกาศให้เปิดเรียนได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการของจังหวัดนั้นๆเป็นสำคัญด้วย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ ให้โรงเรียนหารือกับผู้ปกครองหาและครู จัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งเรียนในสถานที่ตั้ง เรียนออนไลน์ หากโรงเรียนใดยังไม่พร้อมก็สามารถเรียนออนไลน์ต่อไปได้ เพราะการปิดโรงเรียนแต่ก็ไม่ได้หยุดการเรียน

“ส่วนที่ จ.ตาก ขณะนี้ผมยังไม่ทราบว่าจะต้องปิดโรงเรียนกี่แห่ง วันนี้ สพฐ.ยังไม่สรุปว่ามีที่ไหนเปิดเรียนแล้ว และที่ไหนยังเปิดเรียนไม่ได้เพราะอะไร” นายอัมพร กล่าว

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเที๊ยะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 สถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดเรียนทั่วประเทศแล้ว ยกเว้นจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือ จ.สมุทรสาคร ให้เรียนออนไลน์จนกว่าจะมีประกาศจาก ศบค. อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ได้กำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตามาตรการป้องกันของ สธ. อย่างเคร่งครัด รวมถึงให้รอฟังประกาศสถานการณ์จากผู้ว่าราชการจังหวัด หากทางจังหวัดให้ดำเนินการอย่างไร ขอให้ปฏิบัติตามนั้น ส่วนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มีกระแสข่าวว่า มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาติดโควิด-19 นั้น ได้ย้ำให้สถานศึกษารอฟังประกาศจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหลัก หากให้ปิดและกลับมาเรียนออนไลน์ก็ต้องดำเนินการตาม โดยการจัดการเรียนการสอนจะยึดความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ

‘ณัฏฐพล’ เร่งวางแผนการศึกษาใน กทม. เร่งปรับหลักสูตรตอบสนองความสามารถของนักเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549537

'ณัฏฐพล'เร่งวางแผนการศึกษาใน กทม. เร่งปรับหลักสูตรตอบสนองความสามารถของนักเรียน

‘ณัฏฐพล’เร่งวางแผนการศึกษาใน กทม. เร่งปรับหลักสูตรตอบสนองความสามารถของนักเรียน

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 13.48 น.

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจิญ กทม.เพื่อตรวจความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  ว่า 

ตนมองว่าในกรุงเทพฯ มีการกระจุกตัวของนักเรียนจำนวนมาก เป็นเพราะค่านิยมที่ทำให้ผู้ปกครองเทความสนใจมาที่โรงเรียนดัง ซึ่งตนมองว่า ศธ.มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างโอกาสให้โรงเรียนมัธยมในกรุงเทพฯที่หลายแห่งมีความพร้อมเรื่องสถานที่ แต่ที่ผ่านมาการจัดการเรียนการสอนอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้หมดโอกาสที่จะสร้างความสนใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียน 

ซึ่งต่อไปนี้ศธ.จะพัฒนาโรงเรียนเหล่านี้ในเขตกรุงเทพฯให้ได้มีโอกาสได้รับการสนับสนุนในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การมีครูสอนภาษาต่างประเทศ รวมถึงมีกระบวนการที่จะยกระดับความรู้ของนักเรียนในวิชาสาขาต่าง ๆ รวมทั้งต้องสร้างบรรยายกาศทางการศึกษาในกรุงเทพฯให้มีความน่าสนใจ และหลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถดึงผู้สนับสนุนเข้ามาช่วยสนับสนุนการศึกษาต่อไป

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังเป็นปัญหาอยู่จะต้องปรับและพัฒนาโดยคำนึงถึงอนาคต ทักษะ ความสนใจ ความสามารถเฉพาะตัวของเด็กด้วย เพราะปัจจุบันเราเอามาตรฐานการศึกษามาครอบความสามารถของเด็กทุกคน โดยพยายามจะวัดความสามารถเด็กให้เท่าเทียมกัน ซึ่งตนมองว่าเมื่อเด็กเข้าเรียนในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย ก็มีความต้องการ มีความสามารถ มีทักษะที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ถ้า ศธ.สร้างความยืดหยุ่นทางการศึกษา จะได้คุณภาพของการศึกษามากขึ้น เพราะเด็กจะได้รับการสนับสนุนตามทักษะ ตามความสนใจ และความสามารถของเด็กแต่ละคน  เรื่องเหล่านี้ ศธ.ต้องผลักดันในการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานภายในปีการศึกษา 2565 นี้

“หากผลักดันให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลได้ จะทำให้โรงเรียนมีโอกาสที่จะพัฒนาความสามารถของตน โดยโรงเรียนจะต้องจัดทำแนวทางนำเสนอเพื่อขอให้ศธ.สนับสนุน วันนี้โรงเรียนยังมีข้อกังวลอยู่ว่าทุกอย่างจะต้องอยู่ในกรอบ อยู่ในกติกาของ ศธ. เลยทำให้โอกาสที่โรงเรียนจะคิดและฝันไปในแนวทางที่อยากจะเป็นมีข้อจำกัดอยู่ ส่วนเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ก็มีเสียงสะท้อนจากเด็กที่แตกต่างกัน มีทั้งคนชอบเรียนออนไลน์ และมีคนอยากไปเรียนที่โรงเรียน ซึ่งในอนาคตการเรียนการสอนต่อไปจะเป็นในรูปแบบผสมผสานกัน เช่น เรียนในห้องเรียนและเรียนออนไลน์  เป็นต้น เพราะเราไม่รู้ว่าปัญหาและวิกฤติต่าๆจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นเราต้องทำความคุ้นเคยและปรับตัวให้ได้” นายณัฏฐพล กล่าว 

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนภาพรวมของแผนการศึกษาในกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไรนั้น ตนมองว่าทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ กรุงเทพมหานคร ต้องหารือถึงแผนการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน เพราะเราต้องพยายามสร้างโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้รับคุณภาพอย่างเต็มที่ เช่น ในเขตต่างๆ จะต้องไปดูว่าต้องการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างไร ซึ่งจะทำให้เราวางแผนการศึกษาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะเราต้องการใช้งบประมาณของรัฐอย่างมีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ

‘ณัฏฐพล’ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเปิดเรียนวันแรก หลังสั่งหยุดหนีโควิด-19 ตั้งแต่ 4-31 ม.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549499

'ณัฏฐพล'ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเปิดเรียนวันแรก หลังสั่งหยุดหนีโควิด-19 ตั้งแต่ 4-31 ม.ค.

‘ณัฏฐพล’ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเปิดเรียนวันแรก หลังสั่งหยุดหนีโควิด-19 ตั้งแต่ 4-31 ม.ค.

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 11.55 น.

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.25 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เดินทางไป‪ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการจัดการศึกษา‬ณ โรงเรียนวัดรางบัว โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ในการเปิดเรียนวันแรก หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) อนุมัติให้ ศธ.เปิดเรียนใน 28 จังหวัดควบคุมสูงสุดตั้งแต่วันที่ 4-31 มกราคม เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ ว่า รับการรายงานมาว่าโรงเรียนทุกแห่งมีความพร้อมและมีความมั่นใจในการบริหารจัดการเพื่อการเปิดเรียนวันที่ 1 ก.พ.นี้ เพราะโรงเรียนทุแห่งมีประสบการณ์รับมือจากการระบาดของโควิด-19 รอบแรกอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ศธ. ได้ออกประกาศ เรื่อง การเปิดการเรียนการสอนของสถานศึกษา ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่ 28 จังหวัด ที่กำหนดให้ โรงเรียนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบด้วย จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ จ.นครปฐม และจ.ปทุมธานี ให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนได้ แต่ต้องปฎิบัติตามแนวป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด โดยให้แต่ละห้องมีนักเรียนได้ไม่เกิน 25 คน หากห้องไม่พอ ให้จัดการเรียนการสอนสลับวันมาเรียน ซึ่งจากการที่ ศธ. กำหนดให้การจัดการเรียนการสอนไว้ไม่เกิน 25 คนต่อห้อง จะทำให้ผู้บริหารและโรงเรียนสามารถปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.และสธ.กำหนดอย่างได้เคร่งครัดได้ และให้เด็กสวมหน้ากากอนามัย โรงเรียนมีเครื่องวัดอุณหภูมิ มีเจลแอลกอฮอล์ มีจุดล้างมือ และมีมาตรการวัดระยะห่าง เป็นต้น 

“มาตรการต่างๆ เป็นเรื่องที่ผู้บริหารโรงเรียน ครู  นักเรียน และผู้ปกครอง ต้องมีความเข้าใจด้วย เพราะเรายังอยู่ในช่วงที่อันตรายถึงแม้จะมีการเปิดเรียนแล้ว เรามั่นใจว่ามาตราการทั่วประเทศที่แบ่งแยกสีโซนพื้นที่ควบคุมในจังหวัดต่างๆจึงทำให้ ศธ. มีการจัดการเรียนการสอนตามปกติได้ หากผู้ปกครองและนักเรียนยังไม่มีความมั่นใจและยังไม่อยากมาเรียนที่โรงเรียนทางโรงเรียนก็สามารถบริหารจัดการได้ เช่น ส่งใบงานหรือแบบฝึกหัดให้นักเรียน หรือเรียนออนไลน์ เป็นต้น เรื่องนี้อาจจะสร้างภาระหนักให้ครูและโรงเรียน แต่เราจะต้องพยายามขับเคลื่อนการศึกษาไปให้ได้ ไม่เช่นนั้น นักเรียนจะไม่ได้รับคุณภาพการศึกษาเท่าที่ควร ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่มีวิกฤตในปัจจุบัน ซึ่งผมมั่นใจว่าถ้าเราร่วมมือกัน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้” นายณัฏฐพล กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับเสียงสะท้อนเรื่องการเรียนออนไลน์ของนักเรียนในระดับขั้นพื้นฐานหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีผู้เรียนระดับอุดมศึกษา เรียนออนไลน์ จนเกิดความเครียดจนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย นายณัฏฐพล กล่าวว่า ส่วนการเรียนการสอนออนไลน์ก็มีคนสะท้อนความคิดเห็นมา 2 รูปแบบ คือ นักเรียนบางคนสะท้อนว่าเมื่อเรียนออนไบน์แล้วได้ความรู้มากขึ้น และนักเรียนบางคนสะท้อนมาว่าอยากมาเรียนที่โรงเรียนเพราะได้ความรู้มากกว่า ดังนั้น ศธ.ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาประมวลเพื่อจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานและมีคุณภาพ และในอนาคตแม้จะไม่มีวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เข้ามา การเรียนแบบผสมผสานจะเกิดขึ้นแน่นอน และการเรียนออนไลน์ต้องขยายไปทั่วทั้งประเทศ เพราะเรามองว่าปัจจุบันวิชาอะไรต่างๆ ทักษะต่างๆ สามารถเรียนเพิ่มเติมจากออนไลน์ได้ อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนที่โรงเรียนยังคงเป็นหลักในการให้ความรู้ และให้นักเรียนได้มาใช้ชีวิตร่วมกันอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีนักเรียนคนหนึ่งพำนักอาศัยอยู่ใกล้จังหวัดสมุทรสาคร แต่โรงเรียนยังไม่อนุญาตให้เด็กมาโรงเรียนนอกพื้นที่ใกล้เคียง นายณัฏฐพล กล่าวว่า ประเด็นนี้อยู่ที่โรงเรียนสามารถบริหารจัดการได้ เพราะมาตรการจะกำหนดพื้นที่ และแบ่งสีโซนควบคุมไว้อยู่แล้วว่ามีพื้นที่ไหนบ้าง ซึ่งคนคิดว่าโรงเรียนจะยึดความปลอดภัยด้านสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญ ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ หรือทุกการตัดสินใจ แน่นอนเราไม่อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับทุกคนได้ แต่ ศธ.มั่นใจว่า ได้ตัดสินใจบนพิ้นฐานของความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างมีคุณภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมและดูการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 
 

คณะบุคคล ประชาชน หน่วยงานต่างๆ ลงนามถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549423

คณะบุคคล ประชาชน หน่วยงานต่างๆ ลงนามถวายพระพร'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

คณะบุคคล ประชาชน หน่วยงานต่างๆ ลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564, 20.15 น.

คณะบุคคล ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เข้าลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ อย่างต่อเนื่อง

31 ม.ค.64 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังตลอดทั้งวัน มีราชสกุล ข้าราชการ คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ มูลนิธิ สมาคม ชมรม และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว นำพวงมาลัย  สิ่งของ และแจกันดอกไม้ ไปทูลเกล้าฯถวายหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมลงนามถวายพระพร ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยเร็ววัน. อาทิ สโมสรโรตารี่ธนบุรี, คณะครูโรงเรียนรัตนบัณทิตวิทยา, คณะมวลชนไทยอาสาป้องกันชาติ รุ่นจัดตั้งปี 2562, สโมสรโรตารี่พระสมุทรเจดีย์, คณะไทยอาสาป้องกันชาติ วังทองหลาง, สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิธรรมอิสระ นครปฐม, คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยนาฏศิลป, ราชสกุลปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา พร้อมด้วย ราชสกุลเสนีวงศ์ ณ อยุธยา และบริษัทร่มรัฐเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด, สมาคมเอทีโอดี เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน, ครอบครัวธรรมศักดิ์, ครอบครัวนาทะพันธุ์ จังหวัดสมุทรปราการ, สโมสรลูกเสือราชวิถี, ครอบครัวขอชัย จังหวัดชลบุรี, ครอบครัวไชยปรุ, ครอบครัวนาเพาะผล, ครอบครัวโต๊ะชาลี, สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์, ครอบครัวถนอมทรัพย์ และนิสิตเก่าภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ รุ่นที่ 17 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 โดยเคร่งครัด

‘บอร์ด กกศ.’ ถก ‘5 Big Rocks’ ขับเคลื่อนประเทศลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549428

'บอร์ด กกศ.'ถก'5 Big Rocks' ขับเคลื่อนประเทศลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา

‘บอร์ด กกศ.’ถก’5 Big Rocks’ ขับเคลื่อนประเทศลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564, 19.55 น.

‘บอร์ด กกศ.’ ถก ‘5 Big Rocks’ ขับเคลื่อนประเทศลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา

31 ม.ค.64 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมสภาการศึกษา (กกศ.) เมื่อเร็ว ๆนี้ ว่า ที่ประชุมได้หารือแผนการขับเคลื่อนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนใสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศ ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พ.ศ.2562-2565 โดยสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศมี 7+1 สาขาอาชีพ ประกอบด้วย สาขาอาชีพโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน สาขาอาชีพหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สาขาอาชีพเทคโนโลยีสารสนเทคและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ สาขาอาชีพอาหารและการเกษตร สาขาอาชีพปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงาน และพลังงานทดแทน สาขาอาชีพแม่พิมพ์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานและการบิน โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จะวางแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานใน ศธ. ว่าจะผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดในภาวะเร่งด่วนได้อย่างไร 

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมชนได้หารือเรื่องการขับเคลื่อน 5 Big Rocks ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดย 5 Big Rocks จะมี 5 กิจกรรม ที่มุ่งเน้นกิจกรรมที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนและประชาชน ดังนี้ 1.การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย 2.การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 3.การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน 4.การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆที่เน้นการฝึงปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบเพื่อนำไปสู่การจ้างงานและสร้างงาน  และ 5.การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน 

“ที่ประชุมได้หารือร่วมกันว่า จะต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อตอบโจทย์ในส่วนต่าง ๆอย่างไร และหน่วยงานไหนที่ต้องรับผิดชอบจัดกิจกรรมด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบร่วมกับ ศธ. ที่ขณะนี้ศธ.มีแผนบูรณาการพัฒนาการศึกษา คือ โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง (Stand Alone) และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ซึ่งจะช่วยในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอีกทางหนึ่ง หรือจะเป็นกิจกรรมการพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่นๆที่เน้นการฝึกปฏิบัติ นำไปสู่การปฏิบัติงาน ซึ่งต่อไปสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะจัดทำแผนเสนอแนวทางการทำงานเพื่อเตรียมพัฒนาคนให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ซึ่งผมมองว่าแผนต่างๆที่หารือครั้งนี้ จะขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาได้ ส่วนการใช้งบประมาณในการพัฒนาการขับเคลื่อนอาจจะต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง เบื้องต้นบางส่วนอาจจะไม่ใช้งบประจำมาดำเนินการ” นายณัฏฐพล กล่าว

ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจ ‘เรียนแบบไหน ห่างไกลโควิด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549292

ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจ‘เรียนแบบไหน ห่างไกลโควิด’

ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจ‘เรียนแบบไหน ห่างไกลโควิด’

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564, 10.55 น.

ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจ‘เรียนแบบไหน ห่างไกลโควิด’

31 มกราคม 2564 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “เรียนแบบไหน ห่างไกล โควิด” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)จำนวน 1,079 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 28 – 30 มกราคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา

ประเด็นสำคัญที่ค้นพบ คือ จำนวนมากหรือร้อยละ 47.8 ระบุ เรียนที่ สถาบันการศึกษา แบบเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 ระดับมากถึงมากที่สุด รองลงมาคือ ร้อยละ 25.6 ระบุ การเรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด และร้อยละ 11.7 ระบุ การเรียน ออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียว นักเรียน นักศึกษา เสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อจำแนกกลุ่มตัวอย่างออกตามพื้นที่ ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ สมุทรสาคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.8 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 36.5 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนที่ สถาบันการศึกษา เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด

ในขณะที่ ร้อยละ 28.8 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 22.3 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด นอกจากนี้ ร้อยละ 14.8 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 8.1 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียน ออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียว นักเรียน นักศึกษา เสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด

เมื่อถามถึง รูปแบบการเรียน ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 48.1 ระบุ เรียนออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียวห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 24.6 ระบุ เรียนแบบผสมผสานระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน ห่างไกลโควิด-19 และร้อยละ 27.3 ระบุ เรียนที่สถาบันการศึกษาแบบดั้งเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห่างไกลโควิด-19

เมื่อจำแนกรายพื้นที่ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ สมุทรสาคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.3 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 39.3 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนออนไลน์ที่บ้านอย่างเดียว ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด  ในขณะที่ ร้อยละ 18.5 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 30.9 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด และร้อยละ 25.2 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 29.8 ของ คนสมุทรสาคร ระบุ เรียนที่สถาบันการศึกษา แบบเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัยห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.4 พอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ต่อ การทำหน้าที่ของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในขณะที่ร้อยละ 16.9 พอใจปานกลาง และร้อยละ 3.7 พอใจค่อนข้างน้อย ถึง ไม่พอใจเลย ตามลำดับ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มก้อนของคนกรุงเทพมหานครมีสัดส่วนของคนที่ไวต่อความรู้สึกความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่ากลุ่มก้อนของคนสมุทรสาคร ในรูปแบบการเรียนที่ห่างไกลโควิด ดังนั้นจากข้อมูลที่ค้นพบครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะทางเลือก 3 แนวทาง ได้แก่

1) จำแนกแยกแยะมาตรการรูปแบบการเรียนสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก กับเด็กโต ใช้มาตรการแตกต่างกันโดยยกระดับป้องกันการแพร่ระบาดกับเด็กเล็กสูงกว่า เด็กโต

2) สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ควรจะเคร่งครัดต่อการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระดับสูงสุดไว้ก่อนโดยเน้นไปที่การเรียนออนไลน์ที่บ้านหรือสถานที่เหมาะสมอื่น แล้วแต่ผู้ปกครองจะพิจารณา เช่น บ้าน ที่ทำงาน และอื่น ๆ ที่เล็งเห็นว่าปลอดภัยมากกว่าให้ไปเรียนที่สถานบันการศึกษาอาจจะป้องกันได้ยากกว่า

3) รูปแบบการเรียนแบบผสมผสาน การเรียน ออนไลน์ ที่บ้าน และการสลับไปสถานศึกษา น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงและผ่อนปรนผลกระทบต่อครอบครัวและสถานศึกษา ได้สำหรับพื้นที่สมุทรสาคร แต่ สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครน่าจะยังคงไว้ระดับป้องกันความเสี่ยงสูงกว่าสมุทรสาคร

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะที่น่าพิจารณาอีกประการหนึ่งคือ แต่ละสถาบันการศึกษาหรือเขตการศึกษา ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจและแสดงความเห็นต่อผลกระทบจากรูปแบบการเรียนห่างไกลโควิด-19 ได้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีความปลอดภัยรอดพ้นโควิด-19 ต่อไป

พสกนิกรพร้อมใจลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ ด้วยความจงรักภักดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/549257

พสกนิกรพร้อมใจลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ ด้วยความจงรักภักดี

พสกนิกรพร้อมใจลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ ด้วยความจงรักภักดี

วันเสาร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2564, 21.28 น.

30 มกราคม 2564 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง  ตลอดทั้งวันมี ราชนิกุล  ข้าราชการ  คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์  นักเรียน นักศึกษาจากสถานศึกษาต่าง ๆ  มูลนิธิ สมาคม  และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ร่วมกันนำ พวงมาลัย  สิ่งของ และแจกันดอกไม้  ไปทูลเกล้าฯถวาย  ด้วยความจงรักภักดี พร้อมทั้งลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน  อาทิ          

ราชินิกุลสุจริตกุล , ทายาทสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรชายา ในรัชกาลที่ 6 , จ่าสิบตำรวจหญิง ส่องแสง บาทอง เจ้าหน้าที่งานการศึกษา ร้อย ตชด.132 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13  และนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี , สโมสรลูกเสือไทยเฮา,  สโมสรลูกเสือนิติธรรม ,  นางสาวภาณุมาศ คุ้มกระโทก , นายประกายเพชร แหวนเกตุ ข้าราชการอัยการบำนาญ  สำนักงานอัยการสูงสุด , นายสมเกียรติ รักษ์มณี นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยที่ปรึกษา และสมาชิก , ห้างหุ้นส่วนจำกัด พนาพงศ์ เอ็นจอเนียริ่ง , นางสาววารุณี โพธิปิติมงคล , ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน นครนายก , สมาคมศิษย์เก่ามหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.อยุธยา , สโมสรลูกเสือตามรอยเสือป่าสยาม , โรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์   เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ ศาลาสหทัยสมาคม  ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ขอความร่วมมือโปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดขอ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 โดยเคร่งครัด