ตั้ง ‘พระอธิการสุธรรม สุธัมโม’ เป็นเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543732

ตั้ง'พระอธิการสุธรรม สุธัมโม'เป็นเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ

ตั้ง’พระอธิการสุธรรม สุธัมโม’เป็นเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.59 น.

ประกาศเรื่องการแต่งตั้ง พระอธิการสุธรรม สุธัมโม อายุ ๗๑ ปี พรรษา ๕๑ วิทยฐานะนักธรรมเอก เป็นเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี อย่างเป็นทางการ

วันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔ แรม ๙ ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด พระราชสารโกศล(วงศ์ไทย สุภวํโส) เจ้าอาวาส วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี(ธรรมยุติ) ได้เดินทางมาที่ วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี  เพื่อถวายตราตั้งเจ้าอาวาส วัดเกษรศีลคุณ(วัดป่าบ้านตาด) แด่พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม พร้อมทั้งท่านสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้เดินทางมากราบคาราวะแสดงมุทิตา ท่านเจ้าอาวาส วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) เช้าวันนี้

สืบเนื่องจากว่าในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๓ ชาวบ้านตาด ผู้นำชุมชน คนเก่าแก่ของวัดป่าบ้านตาด ได้อาราธนานิมนต์พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด แทนตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๓ โดยพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม ได้รับนิมต์ ต่อมาคณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาดได้อาราธนานิมนต์ให้พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อไป 

ต่อมาได้มีการทำเรื่องเสนอไปตามลำดับชั้นปกครองของคณะสงฆ์เพื่อแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดโดยถูกต้อง 

จนกระทั่งได้แต่งตั้งให้พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม เป็นเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด)  ลำดับที่ ๓ ต่อจากองค์หลวงตาพระมหาบัวญาณสัมปันโน และพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน 

ประวัติพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม มีนามเดิมว่า สุธรรม แซ่จึง เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู ณ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง

โยมบิดาชื่อ นายจึงบุ้นเลี้ยง แซ่จึง โยมมารดาชื่อนางจิวป๋อเซี้ยม แซ่จึง

มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๑๔ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ (เป็นบุตรชายตนโต ของตระกูล) 

พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม  อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓ ณ พัทธสีมา  วัดตรีรัตนาราม ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง โดยมี พระครูประจักษ์ตันตยาคม วัดคีรีภาวนาราม ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ 

พรรษาที่ ๑ ถึง ๔ จำพรรษา ณ วัดตรีรัตนาราม เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม จนสอบได้นักธรรมชั้นเอกในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ 

พรรษาที่ ๕  ฝากตัวเป็นลูกศิษย์เพื่อศึกษาข้อธรรมะแนวทางปฏิบัติของพระฝ่ายกรรมฐาน กับหลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และ หลวงปู่สิม  พุทธาจาโร แห่งวัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้าง 

พรรษาที่ ๖ (พ.ศ.๒๕๑๘) ได้กราบลาหลวงปู่สิม เพื่อเดินทางไปจังหวัดสกลนครเพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์รับใช้ ศึกษาข้อธรรมะและจำพรรษากับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร ต.พรรณา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร 

พรรษาที่ ๗ ถึง ๙ (พ.ศ.๒๕๑๙-๒๕๒๑) จำพรรษาเพื่อศึกษาข้อธรรมะกับ พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร แห่งวัดป่าแก้วชุมพล ต.บ้านชุม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร     

พรรษาที่ ๑๐ ถึง ๑๑ (พ.ศ.๒๕๒๒ -๒๕๒๓) จำพรรษาอยู่กับ ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน หรือ “ท่านอาจารย์ใหญ่บ้านตาด” แห่งวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

พรรษที่ ๑๒ ถึง ๕๑ (นับตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๔-๒๕๖๓) จำพรรษาที่วัดป่าหนองไผ่ ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร  แทนพระอาจารย์ทองฮวด ฐานวโร เรื่อยมา  

ต่อมาวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๓ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี  แทนพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสองค์ที่สอง ซึ่งถึงแก่การมรณภาพไป และได้ดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดเรื่อยมา และจำพรรษาที่ ๕๑ ที่วัดป่าบ้านตาด
   

‘ครูกัลยา’ สั่งเร่งคลอดหลักสูตรโค้ดดิ้ง เพื่อคนตกงานรับมือวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543712

'ครูกัลยา'สั่งเร่งคลอดหลักสูตรโค้ดดิ้ง เพื่อคนตกงานรับมือวิกฤตโควิด-19

‘ครูกัลยา’สั่งเร่งคลอดหลักสูตรโค้ดดิ้ง เพื่อคนตกงานรับมือวิกฤตโควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.18 น.

“ครูกัลยา” สั่งเร่งคลอดหลักสูตรโค้ดดิ้ง เพื่อคนตกงานรับมือวิกฤตโควิด-19 ช่วยประชาชนสามารถ คิด-วิเคราะห์-วางแผน หารายได้ให้ตัวเอง พร้อมขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งให้กับคนไทยทุกช่วงวัย

7 ม.ค.64 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้กลับมาอีกครั้ง ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล หลายธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จนต้องลดพนักงาน เลิกจ้าง ไปจนถึงปิดตัวเองลง หลายคนตกงาน เดือดร้อน ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียน Coding แห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ตนจึงได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ไปหารือและจัดทำหลักสูตร “โค้ดดิ้ง (Coding) สำหรับคนตกงาน” เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ทักษะโค้ดดิ้งในการคิดวิเคราะห์ หาทางออกในชีวิตได้ด้วยตนเอง สามารถหารายได้ให้กับตนเองและครอบครัว รวมถึงการเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคโควิด หรือทำอาชีพเสริมให้กับตนเองต่อไป

“ดิฉันอยากรีบทำตรงนี้ ให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ กระทบต่อปากท้องของพี่น้องประชาชนอย่างมาก ซึ่งถ้าประชาชนมีทักษะโค้ดดิ้งแล้วเชื่อว่าจะสามารถคิดวิเคราะห์เป็นขั้นเป็นตอน มีเหตุมีผล และหาทางออกให้กับตนเองได้ ทำให้คิดอย่างเป็นระบบว่าเมื่อตนเองได้รับผลกระทบ หรือคาดว่าจะได้รับผลกระทบในอนาคต จะต้องวิเคราะห์หาสาเหตุได้ รวมถึงสามารถวางแผนได้ว่า ต้องประกอบอาชีพอะไรเพื่อให้ตัวเองมีรายได้ หรือลดผลกระทบ ลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งในปีงบประมาณ 2564 นั้น ได้วางแผนให้ขับเคลื่อนการเรียนการสอนโค้ดดิ้งให้ได้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมผู้เรียนให้มีทักษะคิดวิเคราะห์ต่อไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะมุ่งเน้นการเรียนการสอนโค้ดดิ้งไปที่ครูและนักเรียนเท่านั้น แต่จะกระจายการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ และทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “Coding for All” เพราะไม่ว่าใครก็ตาม จะต้องเรียนรู้และเข้าใจการคิดอย่างเป็นระบบ และนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุมีผล คิดเป็นขั้นเป็นตอน เเก้ปัญหาเป็น และถือเป็นการเตรียมคนในศตวรรษที่ 21 อย่างรู้เท่าทันดิจิทัลอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (โค้ดดิ้ง) แห่งชาติ ได้รายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการอำนวยการพัฒนาขีดความสามารถ ทักษะ และการเรียนโค้ดดิ้ง 2.คณะอนุกรรมการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล สร้างความเข้าใจและการรับรู้เพื่อพัฒนาความสามารถ ทักษะ และการเรียนโค้ดดิ้ง และ 3.คณะอนุกรรมการประสานงานร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้ดำเนินงานมีความก้าวหน้าพร้อมที่จะขับเคลื่อนและผลักดันการเรียนการสอนโค้ดดิ้งสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย

ทำเนียบฯงดจัดงานวันเด็ก ปรับรูปแบบชมห้องทำงานนายกฯผ่านทาง NBT #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543682

ทำเนียบฯงดจัดงานวันเด็ก ปรับรูปแบบชมห้องทำงานนายกฯผ่านทาง NBT

ทำเนียบฯงดจัดงานวันเด็ก ปรับรูปแบบชมห้องทำงานนายกฯผ่านทาง NBT

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.00 น.

7 ม.ค.64 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564ว่า ในปีนี้ทำเนียบรัฐบาล ไม่มีการจัดกิจกรรม เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ในวันเสาร์ที่ 9 มกราคมนี้ แต่นายกรัฐมนตรี ยังให้ความสำคัญ โดยบันทึกเทปร่วมกับตัวแทนเด็ก จัดทำเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์แห่ประเทศไทย หรือ เอ็นบีที ในช่วงเวลา 10.00-11.30 น. เพื่อให้เด็กๆได้รับชมคำปราศรัยและห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ การถ่ายทอดกิจกรรมวันเด็กผ่านช่องเอ็นบีที จะมีขึ้นในวันที่ 9 มกราคม ตั้งแต่เวลา 10.00 น.ไปจนถึงเวลา 11.30  น.โดยเนื้อหาจะเป็นการนำเทปบันทึกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวให้โอวาทเยาวชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ  และจะนำเทปบันทึกนายกรัฐมนตรีพูดคุยกับเยาวชนในสองช่วง คือช่วงที่ 1  “ลุงตู่พาหลานชมห้องทำงานนายกรัฐมนตรี” และ ช่วงที่ 2 “นายกรัฐมนตรีสนทนากับเยาวชน” ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า

จากนั้นจะเป็นการนำเสนอผลงานของกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ประกอบไปด้วยสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุด ดุจแสงสว่างกลางอัมพร / ภาพยนต์สั้นเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 / นิทานชุดคุณธรรม / การ์ตูนชุดสังวรธรรม ตอนนายพรานกลับใจ และตอนนกมูลไถ  นอกจากนี้ยังมีการนำข้อเสนอของเยาวชนในการพัฒนาประเทศ (รัฐฟังฉัน) มานำเสนอในครั้งนี้ด้วย

2 โรงพยาบาลไล่ออก ‘นายแพทย์หนุ่ม’ หลังโพสต์หมิ่น ในหลวง ร.9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543675

2 โรงพยาบาลไล่ออก'นายแพทย์หนุ่ม' หลังโพสต์หมิ่น ในหลวง ร.9

2 โรงพยาบาลไล่ออก’นายแพทย์หนุ่ม’ หลังโพสต์หมิ่น ในหลวง ร.9

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.50 น.

วันที่ 7 มกราคม 2564 จากกรณี นายแพทย์รายหนึ่ง โพสต์ข้อความพร้อมแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการใช้สรรพนามลบหลู่พระเกียรติ ในหลวง ร.9 กระทั่งมีผู้ไปทวงถามความรับผิดชอบจากโรงพยาบาลจอมเทียน และโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของนายแพทย์รายนี้

ล่าสุด โรงพยาบาลจอมเทียน ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า  “สืบเนื่องจากฝ่ายบริหารโรงพยาบาลจอมเทียน ได้รับทราบเหตุการณ์ประพฤติไม่เหมาะสม ผิดระเบียบบริษัทของ นายแพทย์ ศราวิน ทองรอง ที่ปฏิบัติงานเป็นแพทย์ประจำของโรงพยาบาล

ฝ่ายบริหารโรงพยาบาลจอมเทียน พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ นายแพทย์ศราวิน ทองรอง พ้นสภาพจากการเป็นแพทย์ประจำของโรงพยาบาล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป”

ขณะที่ โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง ได้ออกหนังสือประกาศ เรื่อง การให้นายแพทย์ part time พ้นสภาพทันที โดยประกาศดังกล่าว ระบุว่า “สืบเนื่องจากทางโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง ได้ทราบเรื่องว่า นายแพทย์ศราวิน ทองรอง ซึ่งเป็นแพทย์ part time ของโรงพยาบาล ได้กระทำการไม่เหมาะสม และกระทำผิดระเบียบของบริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง จำกัด

ดังนั้น ฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ นายแพทย์ศราวิน ทองรอง พ้นสภาพจากการเป็นแพทย์ part time ของโรงพยาบาล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2564 เป็นต้นไป”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ท่านใหม่’จี้’แพทยสภา’อย่าเงียบ เร่งจัดการนายแพทย์ใช้สรรพนามลบหลู่ ร.9

อว. โดย วช. ส่งมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ รับมือโควิด-19 ผ่าน กอ.รมน. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543643

อว. โดย วช. ส่งมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ รับมือโควิด-19 ผ่าน กอ.รมน.

อว. โดย วช. ส่งมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ รับมือโควิด-19 ผ่าน กอ.รมน.

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 14.56 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ณ สวนรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พร้อมทั้งสาธิตการใช้งานเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ 

ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบ นวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ณ สวนรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมทั้งกล่าวถึงการสนับสนุนผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยมี พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวต้อนรับและรับมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 

ในโอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึง การสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อดังกล่าว พร้อม ศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดี ด้านการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.พลกฤษ แสงวนิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีการสาธิตการใช้งานนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 ด้วย 

สำหรับนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เป็นผลงานวิจัยโดย ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ และคณะ และเป็นผลงานที่ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2563 จาก วช. อว. และยังเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2564 และได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 11 ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นตอบรับชีวิตวิถีใหม่และการปรับตัวอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติโควิด-19 จาก อว. 

นวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อจะพ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีศักยภาพในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสปอร์ของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตราย สามารถกำจัดได้ทั้งเชื้อในอากาศและเชื้อที่อยู่บนพื้นผิววัสดุ และนักวิจัยได้พัฒนานวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ 2 รุ่น คือเครื่อง VQ20 ที่พ่นละอองไอไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ความเข้มข้น 3-7% เพื่อฆ่าเชื้อ และเครื่อง VQ20+HP35 ที่พ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ขนาดเล็กกว่า 5 ไมโครเมตร และล่องลอยในอากาศได้นาน

ทบ.อดโชว์ ‘รถถัง-ฮ.’ เปลี่ยนจัดงานผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ นำเสนอกิจกรรมทางทหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543608

ทบ.อดโชว์'รถถัง-ฮ.' เปลี่ยนจัดงานผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ นำเสนอกิจกรรมทางทหาร

ทบ.อดโชว์’รถถัง-ฮ.’ เปลี่ยนจัดงานผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ นำเสนอกิจกรรมทางทหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 13.42 น.

กองทัพปิดพื้นที่เลื่อนจัดงาน “วันเด็ก”เลี่ยงโควิด-19  ทบ.อดโชว์”รถถัง-ฮ.”จัดงานผ่านเฟสบุ้คไลฟ์นำเสนอกิจกรรมทางทหาร / “กองทัพไทย”จัดตอบปัญหาทางออนไลน์ชิงรางวัลแทน ขณะที่ “ทอ.-ทร.” เลื่อนจัด  

วันที่ 7  มกราคม 2564 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.ชาญวิทย์ อรรถธีระพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก แถลงข่าวการปรับรูปแบบการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ในส่วนของทบ.เป็นแบบออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook Live ผ่านเพจกรมกิจการพลเรือนทหารบก Directorate of Civil Affairs (https://www.facebook.com/doca.thaiarmy) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กำลังแพร่ระบาดครั้งใหม่  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ให้แก่เด็กและเยาวชน รวมทั้งมอบของขวัญ เนื่องในโอกาสวันสำคัญนี้ ภายใต้แนวคิด “คิดดี Kid’s Day by ARMY”

พล.ต. ชาญวิทย์ กล่าวอีกว่า  ทบ.ได้จัดกิจกรรมทางทหาร เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ต่อเนื่องมาทุกๆ ปี ซึ่งปกติจะจัดที่ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์  (พล.ม.2 รอ.)สนามเป้า และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกอีกหลายแห่งทั่วประเทศ โดยมีเด็กและเยาวชนร่วมกิจกรรมกว่า 20,000 คน  สำหรับในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมงานวันเด็กออนไลน์ ในวันเสาร์ที่ 9 ม.ค. 2564 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องรับรอง 221 อาคารกองบัญชาการกองทัพบก  ทั้งนี้ นอกจากน้องๆ จะร่วมชมกิจกรรมและแชทตอบคำถามเพื่อรับมอบของขวัญ ซึ่งจะจัดส่งถึงบ้าน นอกตากนั้น   ยังสามารถรับชมกิจกรรมผ่านทาง YouTube : We are 5.0 และ Facebook สถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก ได้อีกด้วย

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น  การแสดงดนตรีประกอบบทเพลงเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย วง ARMY DANCE ,ร่วมเล่นเกมส์กับดาราศิลปินของช่อง 7 HD ,การแสดงของทีมเต้น KKIBB ( เคเคไอดับเบิ้ลบี ) Cover Liza Blackpink   ,รับชมดนตรีจากวงดนตรี C-19  ,การรับชมคลิปนำชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ,คลิปการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในภารกิจการป้องกันประเทศ การบรรเทาสาธารณภัยและการสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ ในการป้องกันโควิด-19,คลิปประวัติศาสตร์ชาติไทย, การแสดงของ ชุดขุนศึก และ อาจารย์สุธี พาเที่ยวชมวัดสำคัญ

ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.ท.ฐานัตถ์  จันทร์อำไพ โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ตามที่กองทัพอากาศ ได้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ หน่วยของกองทัพอากาศทั่วประเทศ โดยมีการจัดแสดงการบินของอากาศยานประเภทต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมเสริมความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหารและการบิน ให้เด็กๆ ร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ซึ่งในแต่ละปีได้รับความสนใจจากเด็กและผู้ปกครองเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากสำหรับในปีนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงขยายวงกว้างและกระจายอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่  ประกอบกับคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ของกระทรวงศึกษาธิการได้มีมติเลื่อนการจัดงานวันเด็กแห่งชาติออกไปก่อน กองทัพอากาศมีความห่วงใยและตระหนักถึงความปลอดภัยของเด็กและผู้ปกครอง จึงขอเลื่อนการจัดงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศ ประจำปี 2564 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 ม.ค. 2564 ณ หน่วยของกองทัพอากาศทั่วประเทศออกไปเช่นกัน โดยจะกำหนดวันจัดงานอีกครั้งเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป

ด้านกองทัพเรือ ทางกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ได้แจ้งหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ (นขต.ทร.)  ขอให้ทุกหน่วยเลื่อนการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ในวันเสาร์ที่ 9 ม.ค.นี้ ออกไปจนกว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ เช่นเดียวกัน

ส่วนกองทัพไทย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด  กองบัญชาการกองทัพไทย ได้คำนึงถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนไทยซึ่งเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมตอบปัญหาชิงรางวัลในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม เป็นต้นไป โดยมีเงื่อนไขการร่วมสนุก ดังนี้

1,เด็กและเยาวชน ไม่จำกัดเพศ มีอายุระหว่างแรกเกิด – 18 ปี โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1. อายุระหว่างแรกเกิด – 5 ปี บริบูรณ์ (ผู้ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2559 – 2564) กลุ่มที่ 2. อายุระหว่าง 6 – 12ปี บริบูรณ์ (ผู้ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2552– 2558) และกลุ่มที่ 3. อายุระหว่าง 13 – 18 ปี บริบูรณ์ (ผู้ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2546 – 2551)

2. ลงทะเบียนได้ที่ https://childrensday2021.rtarf.mi.th โดยให้ระบุชื่อ-นามสกุล/วันเดือนปีเกิด/เพศ และภูมิลำเนาที่พักอาศัย โดยผู้ร่วมกิจกรรมฯ สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เว้นแต่มีภูมิลำเนาที่พักอาศัยเดียวกัน แต่ต้องมิใช่บุคคลเดียวกันกับผู้ที่ได้ลงทะเบียนแล้ว

3. การตอบปัญหาสามารถตอบได้เพียง 1 ครั้ง โดยมีปัญหาจำนวน 20 ข้อ คำถามที่ใช้ในการทดสอบจะพิจารณาตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับตามเกณฑ์อายุของผู้ลงทะเบียน 

4. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล จำนวน 2,000 คน/2,000 ชิ้น ในวันพุธที่ 6 มกราคม2564 เวลา 16.00น.เป็นต้นไปที่เว็บไซต์ https://childrensday2021.rtarf.mi.th 5. การจัดส่งของรางวัล จะดำเนินการจัดส่งตามภูมิลำเนาที่พักอาศัยที่ลงทะเบียน ผ่านระบบขนส่ง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายในวันที่ 9 มกราคม 2564หรือวันอาทิตย์ที่ 10 มกรา

ม.อ.เปิดตัวนวัตกรรมการแพทย์สู้โควิด-19 งานวิจัยตอบโจทย์เพื่อภาคธุรกิจและสุขอนามัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543403

ม.อ.เปิดตัวนวัตกรรมการแพทย์สู้โควิด-19 งานวิจัยตอบโจทย์เพื่อภาคธุรกิจและสุขอนามัย

ม.อ.เปิดตัวนวัตกรรมการแพทย์สู้โควิด-19 งานวิจัยตอบโจทย์เพื่อภาคธุรกิจและสุขอนามัย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตทางด้านสุขอนามัยของคนไทยเป็นอย่างมากทาง ม.อ. และสมาชิกวุฒิสภา ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนในประเทศ จึงจับมือกับบริษัท เคสเทรลไบโอ ไซเอ็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อินโนโลจี แคร์ จำกัด และบริษัทมาสเตอร์ แล็บส์อินคอร์ปอเรชั่น ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผ่านแผนงานการให้บริการเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์แบบเบ็ดเสร็จ หรือ PSUIT ของอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ. ต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์สำเร็จ ได้แก่ ชุดทดสอบเพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และ เครื่องผลิตกรดไฮโปคลอรัสและไฮโปคลอไรด์สำหรับฆ่าเชื้อไวรัส

ผศ.ดร.นิวัติ กล่าวเพิ่มเติมว่าชุดทดสอบเพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตรวจโควิด-19ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นโดย ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล คณะเทคนิคการแพทย์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ บริษัท เคสเทรล ไบโอ ไซเอ็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อินโนโลจี แคร์ จำกัด ชุดทดสอบดังกล่าว มีประสิทธิภาพในการคัดกรอง ตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา-19ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว ใช้ระยะเวลา 10-15 นาที อาศัยหลักการทางอิมมูโนโครมาโตกราฟฟีตรวจหาแอนติบอดีชนิด IgM และ IgG ในพลาสมาและซีรั่มของเลือด ผลิตภายใต้มาตรฐาน ISO13485 ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เป็นที่เรียบร้อย และพร้อมนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจำหน่ายในเชิงพาณิชย์สำหรับเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อ KIKOWA โดยกรดไฮโปคลอรัสและไฮโปคลอไรด์ได้รับการวิจัยและพัฒนาวิจัยโดย รศ.ดร.วรากร ลิ่มบุตร สาขาเคมีวิเคราะห์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับทางบริษัท มาสเตอร์ แล็บส์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นเครื่องที่ใช้ผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถฆ่าเชื้อไวรัสสูงกว่าแอลกอฮอล์และทุกสภาพพื้นผิวมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้สูง โดยเป็นเทคโนโลยีการผลิตมาจากการวิจัยของ ม.อ. ซึ่งอาศัยน้ำและเกลือนำมาผ่านระบบเทคโนโลยีเฉพาะของทาง KIKOWA ภายใต้การผลิตจากบริษัทมาสเตอร์ แล็บส์อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่โรงงานได้มาตรฐาน ISO 9001 พร้อมมีทีมดูแลบริการหลังการขาย

รร.บ้านท่าข้าม เผยความสำเร็จการเรียน Coding บูรณาการความรู้จากห้องเรียนสู่ชุมชน ตั้งแต่ ป.1-6 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543397

รร.บ้านท่าข้าม เผยความสำเร็จการเรียน Coding  บูรณาการความรู้จากห้องเรียนสู่ชุมชน ตั้งแต่ ป.1-6

รร.บ้านท่าข้าม เผยความสำเร็จการเรียน Coding บูรณาการความรู้จากห้องเรียนสู่ชุมชน ตั้งแต่ ป.1-6

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางสาวกิตติมา มุ่งวัฒนาผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าข้าม เปิดเผยถึงโครงการการพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณ ผ่านการบูรณาการความรู้จากห้องเรียนสู่ชุมชนในรูปแบบ “ชุมชนนักคิด พิชิตขยะ” ตอน “คิด ย่อย แยก แรก ผลิบาน” ว่า วัตถุประสงค์โครงการ เพื่อพัฒนาทักษะแนวคิดเชิงคำนวณของนักเรียนผ่านบริบทของชุมชน โดยมีการศึกษา และนำเสนอผลการพัฒนาทักษะแนวคิดเชิงคำนวณของนักเรียน ประกอบด้วย 7 ฐานกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมนำเสนอผลการแก้ปัญหาชุมชน ป.1-3 และกิจกรรมนำเสนอผลการแก้ปัญหาชุมชน ป.4-6 กิจกรรมการพัฒนาทักษะความคิด ด้วย Plugged and Unplugged Coding กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยกิจกรรมการสาธิตการแยกขยะ กิจกรรมธนาคารขยะโรงเรียนและกิจกรรมขยะแปลงร่างเพิ่มมูลค่า

ผอ.โรงเรียนบ้านท่าข้าม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่มาของ “ชุมชนนักคิด” คือ การจัดการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะการคิดแบบมีเหตุผลและเป็นขั้นตอน หรือที่เรารู้จักกันคือ Coding ซึ่งจริงๆ แล้ว
การสอน Coding ในที่นี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะสอนให้นักเรียนทุกคนสามารถเขียนโปรแกรมได้และไปประกอบอาชีพเป็นนักพัฒนาระบบหรือ Programmer แต่ Coding แต่ต้องการให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ปัญหา แยกแยะปัญหา แก้ปัญหาและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและเป็นขั้นตอน โรงเรียนบ้านท่าข้ามจึงมุ่งมั่นพัฒนานักเรียน โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะแนวคิดเชิงคำนวณอย่างต่อเนื่องในทุกระดับชั้นในโครงการ English & Coding at School, เป็นการสอน Coding ให้กับนักเรียน ทั้งแบบUnplugged และแบบ Pluggedรวมถึงการอบรมนักเรียนแกนนำด้าน Coding คือนักเรียนชั้น ป.6 เพื่อเป็นแกนนำให้กับน้องๆ ในการทำโครงการอื่นๆ ต่อไป 

‘สหพัฒน์แอดมิชชั่น’ ติวฟรีออนไลน์ย้อนหลัง เปิดเทคนิคแบบหมดเปลือก เก็งสอบทุกสนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543390

‘สหพัฒน์แอดมิชชั่น’ ติวฟรีออนไลน์ย้อนหลัง เปิดเทคนิคแบบหมดเปลือก เก็งสอบทุกสนาม

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น”จัดโดย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)  จัดกิจกรรม ติวข้อสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ให้กับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยในภาคปีการศึกษา 2564 ซึ่งกำลังจะถึงนี้ทางบริษัทฯ จัดกิจกรรม ติวเข้มออนไลน์ “Live Streaming Class ติวฟรีแบบใหม่ อยู่ไหนก็ติวได้” ให้กับนักเรียนทุกคน ทั้งที่เคยสมัครมาแล้ว และยังไม่เคยสมัครมาก่อน สามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.sahapatadmission.com/vdo เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามสอบจริง

นอกจากนี้ นักเรียนที่ยังไม่เคยสมัครติวฟรีออนไลน์รูปแบบใหม่ในปี 2563 นี้ ยังสามารถลงทะเบียนเข้ามาติวฟรีย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ www.sahapatadmission.com ได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากจะได้ทริคดีๆในการทำข้อสอบ O-NET, GAT, PAT,วิชาสามัญ และวิชาแนะแนวอาชีพ รวมถึงเทคนิคการทำข้อสอบ TCAS64 อย่างเข้มข้นจากติวเตอร์ชื่อดังระดับประเทศแล้ว ยังได้รับฟังประสบการณ์ดีๆ จากไอดอลที่มาจากหลากสาขาอาชีพ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ชีวิตให้กับผู้ที่กำลังค้นหาตัวเองว่าต้องการเรียนสาขาวิชาใด และสำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : Sahapat Admission 

สวธ.ให้สภาวัฒนธรรมชูผ้าไทยสู่เวทีโลก ควบคู่ไปกับงานด้านอาหารหรือโภชนาการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543398

สวธ.ให้สภาวัฒนธรรมชูผ้าไทยสู่เวทีโลก  ควบคู่ไปกับงานด้านอาหารหรือโภชนาการ

สวธ.ให้สภาวัฒนธรรมชูผ้าไทยสู่เวทีโลก ควบคู่ไปกับงานด้านอาหารหรือโภชนาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมงานวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนทางสังคมของประเทศ โดยให้ความสำคัญในเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทางด้านวัฒนธรรมในทุกระดับ ด้วยการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมระดับต่างๆ ในการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ ผลักดันให้เกิดการพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติให้เกิดความยั่งยืนเพื่อการส่งเสริม สืบสานและต่อยอดให้แผนงานของสภาวัฒนธรรม สู่แผนยุทธศาสตร์ งานวัฒนธรรมของชาติ

อธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) มีเป้าหมายให้สภาวัฒนธรรมดำเนินการขับเคลื่อนภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ใน 2 ด้านใหญ่ คือ ด้านอาหารหรือโภชนาการ และด้านอาภรณ์หรือผ้าไทย โดยเฉพาะด้านผ้าไทย ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้ความสำคัญในการยกระดับผ้าไทยให้ได้รับความนิยมในเวทีระดับโลก ได้พระราชทานคำแนะนำในการจัดทำหนังสือแนวโน้ม และทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ปี ค.ศ. 2020-2023 เพื่อพัฒนาและชี้นำทิศทางแนวโน้มการออกแบบผ้าไทยสู่สากล เป็น Trend Book ทิศทางในการขับเคลื่อนและพัฒนาสร้างกระแสความนิยมต่อผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกในยุคสมัยใหม่ โดยให้สภาวัฒนธรรมดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและระดมความคิดเห็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำแผนการส่งเสริมและรักษา รวมไปถึงการต่อยอดและสร้างสรรค์ให้เกิดการนำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน นำมิติทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ สังคมชุมชนได้อยู่เย็นเป็นสุขเกิดความยั่งยืน สืบไป