ซีเอ็ด จัด 4 มาตรการ ป้องกันการระบาดโควิด-19 คัดกรอง-ป้องกัน-มั่นใจ-ปลอดภัย สำหรับผู้ใช้บริการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543389

ซีเอ็ด จัด 4 มาตรการ ป้องกันการระบาดโควิด-19 คัดกรอง-ป้องกัน-มั่นใจ-ปลอดภัย สำหรับผู้ใช้บริการ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ร้านหนังสือซีเอ็ด ร่วมมือป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19ที่เกิดขึ้นในขณะนี้อย่างเป็นระบบเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโดยทางร้านมีขั้นตอนและระเบียบต่างๆ ในการสร้างความมั่นใจด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ตลอดจนถึงมาตรการป้องกันสร้างความปลอดภัยที่ร้านหนังสือ พนักงาน และลูกค้าทุกท่าน ด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1.“คัดกรอง” ศูนย์การค้าตรวจไข้ คัดกรองพนักงานก่อนเข้าปฏิบัติงาน 2.“ป้องกัน” พนักงานสวมหน้ากากอนามัยระหว่างปฏิบัติงาน 3.“มั่นใจ” ด้วยมาตรการทำความสะอาดร้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อมากถึง 3 ครั้ง/วัน4.“ปลอดภัย” บริการเจลล้างมือสำหรับลูกค้าเพิ่มความมั่นใจเมื่อมาช็อปที่ซีเอ็ด ทั้งนี้ ทางบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนความสำคัญของสุขอนามัย และความปลอดภัยของเพื่อนสมาชิกนักอ่านทุกท่าน รวมถึงพนักงานในร้านค้าทุกคน

ครูพี่โอ๊ะ ส่งกำลังใจถึง ‘กศน.ยะหา’ ถูกน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543499

ครูพี่โอ๊ะ ส่งกำลังใจถึง'กศน.ยะหา'ถูกน้ำท่วม

ครูพี่โอ๊ะ ส่งกำลังใจถึง’กศน.ยะหา’ถูกน้ำท่วม

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 19.51 น.

ครูพี่โอ๊ะ ส่งกำลังใจถึง กศน.ยะหาถูกน้ำท่วม กำชับดูแลนักศึกษา-ประชาชน แนะการ์ดอย่าตกเข้มมาตรการควบคุมโควิด-19

6 ม.ค.64 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ในช่วง 2-3 วันนี้ ในเบื้องต้น ได้รับข้อมูลสถานศึกษาและหน่วยงานในกำกับได้รับผลกระทบแล้ว 1 แห่ง คือ กศน.อำเภอยะหา สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา โดยได้รับความเสียหายจากการที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำได้ไหลบ่าอย่างแรงเข้าท่วมบริเวณด้านหน้าสำนักงานจนถึงด้านหลังปริมาณน้ำสูงกว่า 1 เมตร และได้ไหลเข้าภายในอาคารสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินราชการบางส่วนที่ไม่สามารถยกหนีน้ำได้ทัน  ด้วยความห่วงใยจึงกำชับให้นางขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา ดูแลพี่น้อง กศน.ทุกคน โดยยึดถือความปลอดภัยเป็นหลัก

“เมื่อได้รับรายงาน ก็ส่งกำลังใจและความห่วงใยไปให้กับพี่น้อง กศน.ทุกคน และกำชับให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากส่วนราชการ เพื่อประเมินสถานการณ์สำหรับการเฝ้าระวังเหตุอุทกภัยหรือผลกระทบอื่นๆ ที่อาจจะตามมา พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ยึดถือความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรเป็นหลัก พร้อมขอชื่นชมนักศึกษาที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือในสถานการณ์เร่งด่วน อาทิ พายเรือ ขนย้ายของ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าอย่าละเลยการปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การ์ดอย่าตก เพื่อดูแลป้องกันคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่องด้วย สำหรับในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นคงจะมีประเมินให้เกิดความชัดเจนภายหลังน้ำลด เพื่อดำเนินการแก้ไขปรับปรุงซ่อมแซมต่อไป”รมช.ศธ. กล่าว และว่า

ในส่วนของความเสียหายในภาพรวมของอำเภอยะหา (ข้อมูลจากสถานีตำรวจภูธร แม่หวาด) ทราบว่า ได้รับความเสียหายจากต้นไม้ล้ม ดินสไลด์ และน้ำท่วมผิวถนนหลายสาย จนทำให้ถนนบางสายรถไม่สามารถสัญจรได้ จึงขอฝากความห่วงใยถึงประชาชนชาว อ.ยะหา ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารของทางราชการ และระมัดระวังอุบัติเหตุจากการพลัดตกน้ำ หรือภยันตรายต่าง ๆด้วย

อาชีวะนำหลักศาสนาเรียนควบคู่วิชาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543494

อาชีวะนำหลักศาสนาเรียนควบคู่วิชาชีพ

อาชีวะนำหลักศาสนาเรียนควบคู่วิชาชีพ

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 19.41 น.

6 ม.ค.64 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีแนวนโยบายให้สถานศึกษา นำหลัก และคำสอนของศาสนาต่างๆ เสริมสร้างหลักวิชาการ ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน นักศึกษา เพื่อให้สามารถใช้หลักคำสอนแต่ละศาสนา นำชีวิตได้อย่างถูกต้อง อันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและประเทศชาติ โดยวิทยาลัยเทคนิคพิมาย ได้จัดโครงการ “สอนธรรมศึกษาเพื่อสอบธรรมสนามหลวง” เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนนักเรียน นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ศีลธรรม ข้อควรปฏิบัติสำหรับชาวพุทธ และได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น ซึ่งได้อบรมในช่วงเดือนพ.ย. 2563 และมีกำหนดการสอบไปเมื่อปลายเดือน ธ.ค.2563 แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงทำให้การสอบต้องเลื่อนออกไปก่อน

ด้านนายนนท์ธพันธุ์ พิมพา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพิมาย กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคพิมาย ร่วมมือกับวัดป่าคุณสัมปันนาราม เปิดโครงการ “สอนธรรมศึกษาเพื่อสอบธรรมสนามหลวง” ขึ้นทุกปี เพื่อให้นักเรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 3 จำนวน 430 คน เข้ารับการอบรม ก่อนจะร่วมเข้าสอบธรรมศึกษาระดับชั้นตรี-ชั้นเอกต่อไป ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมควบคู่กับหลักสูตรการเรียนการสอนของนักเรียนชั้น ปวช. 3 สำหรับกิจกรรมในการอบรมประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ 4 หัวข้อ ได้แก่ พุทธประวัติ ธรรมมะ เบญจศีล และเบญจธรรม โดยมีพระครูคุณสารสัมปัน เจ้าสำนักวัดป่าคุณสัมปันนาราม เป็นผู้สอน พร้อมด้วยการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม การตอบคำถาม และการนั่งสมาธิ นักเรียนจากวิทยาลัยเทคนิคพิมายจะเป็นคนที่มีความรู้คู่คุณธรรม มีจริยธรรม ใช้พุทธธรรมนำชีวิต และมีทักษะตามอัตลักษณ์วิชาชีพและทักษะการอยู่ร่วมกันในสังคม

กาฬสินธุ์ปิดโรงเรียน 38 แห่ง ลดความเสี่ยงป้องกันเชื้อโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543322

กาฬสินธุ์ปิดโรงเรียน 38 แห่ง ลดความเสี่ยงป้องกันเชื้อโควิด-19

กาฬสินธุ์ปิดโรงเรียน 38 แห่ง ลดความเสี่ยงป้องกันเชื้อโควิด-19

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 11.10 น.

ผู้อำนวยการโรงเรียนในจังหวัดกาฬสินธุ์รวม 38 แห่ง ประกาศปิดการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ เพื่อเฝ้าระวังลดความเสี่ยงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ด้านผู้ว่าฯกาฬสินธุ์จัดกำลัง 4 ทหารเสือตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงที่กลับมาเยี่ยมบ้านในเทศกาลปีใหม่ จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามรองรับสถานการณ์ ย้ำขอความร่วมมือประชาชน เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก หมั่นมาล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและใช้ Application ไทยชนะอย่างเคร่งครัด ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่ระลอกสอง ลุ้นผลตรวจผู้เสี่ยงสูง 6 ราย ในเขตอำเภอหนองกุงศรีหลังสัมผัสและใกล้ชิดชายวัย 25 ปีมาจากจังหวัดระยองเยี่ยมญาติแล้วกลับไปตรวจพบติดเชื้อโควิด-19

วันที่ 6 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2564 ที่ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ชั้น 2 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา โดยนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีนายเลิศบุศย์ กองทอง รองผวจ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผวจ.กาฬสินธุ์ นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ นายธนทร ศรีนาค หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ และคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม

โดยนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการพิจารณาเรื่องประกาศ จ.กาฬสินธุ์ ตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพุทธศักราช 2548 โดยได้มีการหารือถึงมาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อป้องกันระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ แม้ จ.กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง ยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่ยังคงต้องใช้มาตรการ อย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งการเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อย ๆ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และใช้ Application ไทยชนะ ในการเข้า-ออกสถานที่หรือ Application หมอชนะ

นายทรงพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จ.กาฬสินธุ์ ยังได้ใช้กลไกของ 4 ทหารเสือ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทุกอำเภอ ออกเคาะประตูบ้าน ตรวจคัดกรองคนที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการเดินทางกลับที่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เพื่อให้คำแนะนำในการกักตัวสังเกตอาการ ที่สำคัญ ขอให้แจ้งข้อมูลที่เป็นจริงกับเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ นายเพิ่มพูน พงษ์พวงเพชร ศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1,2 และ 3 ยังได้รายงานเรื่องการปิดสถานศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 38 แห่ง โดยเป็นการปิดสถานศึกษาเนื่องจากเหตุพิเศษ   เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย โดยเบื้องต้นกำหนดปิดทำการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ทางโรงเรียนจะทำการสอนชดเชยให้กับนักเรียนหลังสถานการณ์เป็นปกติ ตามประกาศของกระทรงมหาดไทย (ศบค.)

ด้านนายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ได้เตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด- 19 โดยเตรียมแผนรองรับหากมีผู้ป่วยจำนวนมาก ไว้ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ อาคารศาลากลางหลังเก่า และอาคารโรงอาหาร ศาลากลางหลังใหม่ พร้อมจัดเตรียมบุคคลากรและอุปกรณ์ต่างๆด้วย

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าสถานการณ์ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ล่าสุดยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในการระบาดรอบที่ 2 นี้ แต่เพื่อการป้องกันเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ส่งตัวกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 6 ราย ในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์เข้าตรวจหาเชื้อ หลังพบว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดและสัมผัสกับชายวัย 25 ปี ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ระยอง มาเยี่ยมญาติที่ อ.หนองกุงศรีในช่วงปีใหม่ แล้วเดินทางกลับไปทำงานตามเดิมและตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะทั้งหมดยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นผู้ป่วย เนื่องจากยังคงรอผลตรวจ พร้อมแนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเองให้ดีที่สุด

‘เกษียร’ เล่าประสบการณ์ ‘เรียนออนไลน์’ ช่วงโควิด แนะ6ข้อ ‘ผู้สอน’ พึงตระหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543307

‘เกษียร’เล่าประสบการณ์‘เรียนออนไลน์’ช่วงโควิด แนะ6ข้อ‘ผู้สอน’พึงตระหนัก

‘เกษียร’เล่าประสบการณ์‘เรียนออนไลน์’ช่วงโควิด แนะ6ข้อ‘ผู้สอน’พึงตระหนัก

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 10.05 น.

6 มกราคม 2564 ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนบทความ “ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเรียนการสอนออนไลน์จากประสบการณ์ช่วงโควิด-๑๙ ระบาดระลอกแรก” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kasian Tejapira” เนื้อหาดังนี้.. ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเรียนการสอนออนไลน์จากประสบการณ์ช่วงโควิด-๑๙ ระบาดระลอกแรก

๑) การเรียนการสอนออนไลน์ต่างจากการสอนต่อหน้าในชั้นเรียนตรงที่เพิ่มความสำคัญกว่าของผู้เรียนเมื่อเทียบกับผู้สอน ผู้สอนอาจวางเป้าหมาย เนื้อหา การวัดผล ระบบระเบียบต่างๆ ของวิชาให้ แต่กระบวนการและผลลัพธ์ในการเรียนวิชานั้นถึงที่สุดแล้วขึ้นกับผู้เรียนเป็นหลัก เพราะไม่มีผู้สอนคอยกำกับผลักดันจัดระเบียบต่อหน้า ไม่มีชั้นเรียนเป็นภาวะแวดล้อมและบรรยากาศเอกเทศแยกต่างหากช่วยเอื้ออำนวย ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นให้พูดคุยไต่ถามปรึกษา ผู้เรียนต้องจัดการดูแลภาวะแวดล้อมในการเรียนออนไลน์และการเรียนของตัวเอง ผู้เรียนจะโดดร่มไม่เข้าร่วมชั้นหรือปิดจอลุกหนีหรือปิดไมค์แล้วพูดคุยหรืองีบหลับหรือไม่ใส่ใจติดตามบทเรียน ผู้สอน/เพื่อนร่วมชั้นก็ไม่อาจแนะนำตักเตือนห้ามปรามได้ แทบทั้งหมดอยู่ที่ตัวผู้เรียนเองคนเดียว ผู้เรียนจึงรับผิดชอบผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการเรียนเองกว่าเดิมมาก

๒) รูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะกับออนไลน์ไม่ใช่การบรรยายยาวเป็นชั่วโมง เพราะสมาธิผู้เรียนไม่ยาวขนาดนั้นและเบื่อหน่ายมึนงงง่าย แต่คือการสนทนาถามตอบและอธิบายเพิ่มเติมกว้างขวางออกไปจากคำถาม โดยอ้างอิงบทอ่านล่วงหน้าร่วมกัน ดังนั้น การแจกบทอ่านที่ใช้คุยล่วงหน้า (หนังสือตำรา, บทความ, รายงานข่าว, สไลด์ ฯลฯ ในรูปไฟล์ที่ส่งให้หรือดาวน์โหลดได้เป็นหลัก ส่วนบทอ่านที่เป็นรูปเล่มต้องแจ้งเตือนผู้เรียนให้จัดหามาแต่เนิ่น ๆ อาจโดยผ่านการสั่งซื้อหรือหยิบยืมกัน โดยเฉพาะในสภาพที่ห่างไกลศูนย์หนังสือหรือห้องสมุด) การมอบหมายตัวบุคคล/กลุ่มผู้เรียนบางส่วนล่วงหน้าให้เป็นผู้ถามนำ การเตรียมคำถามเกี่ยวกับบทอ่านไว้ล่วงหน้าของผู้เรียน จึงสำคัญในการทำให้การเรียนการสอนแบบสนทนาถามตอบและอธิบายเพิ่มเติมออนไลน์ดำเนินไปได้ โดยมีช่วงเวลาให้ผู้เรียนคนอื่นที่เหลือในชั้นได้มีจังหวะโอกาสร่วมซักถามออกความเห็นถกเถียงเพิ่มเติมด้วย

๓) เวลา ๓ ชั่วโมงต่อคาบยาวเกินไปสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ในรูปแบบที่กล่าวมาข้างต้น จากประสบการณ์ ความยาวของคาบการเรียนออนไลน์ที่พอเหมาะคือ ๒ ชั่วโมง โดยมีช่วงพักครึ่งผ่อนคลายอิริยาบถและทำกิจธุระส่วนตัวที่จำเป็น แล้วเสริมเติมโดย Online Office Hours สัปดาห์ละ ๑ – ๒ ชั่วโมงแล้วแต่จะตกลงกำหนดวันเวลากันในชั้นหนึ่ง ๆ เพื่อเป็นช่วงเปิดให้ซักถามพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนอย่าง free flow มากขึ้นกว่าคาบเรียนออนไลน์ปกติ

๔) การวัดผลที่เหมาะสมและสะดวกคือสั่งงาน/แจ้งโจทย์หรือข้อสอบหรือคำถามล่วงหน้า ให้นักศึกษาไปค้นคว้าทำ แล้วกำหนดวันส่งพร้อมกันอีกที (take-home exam) เหล่านี้ทำให้คำถามแบบปรนัยและคำถามที่เน้นแต่ข้อเท็จจริงไม่เหมาะนัก หากคำถามที่เป็นอัตนัยและอาศัยการค้นคว้าขบคิดวิเคราะห์ตีความจะเหมาะกว่า

๕) ไม่ควรคิดว่าจะเรียนจะสอนออนไลน์ให้ได้คุณภาพและประสิทธิผลเหมือนการสอนต่อหน้าในชั้นเรียนได้อย่างไร? เพราะมันมีวิถีทางและลักษณะแตกต่างกัน ควรปรับคำถามใหม่ว่าบนพื้นฐานเงื่อนไขและลักษณะพิเศษที่เป็นจริงของการเรียนการสอนออนไลน์ จะทำอย่างไรให้เกิดการแสวงหาความรู้จากทรัพยากรและบุคลากรที่มีในส่วนตัวผู้เรียนให้ได้มากที่สุด? ผลลัพธ์อาจไม่เหมือนการสอนต่อหน้าในชั้นเรียน แต่ไม่แน่ว่าจะต้องแย่กว่าเสมอไป

๖) อย่าดูเบาปัญหาเทคนิค และอย่าประเมินปัญหาภาวะแวดล้อมและส่วนตัวของผู้เรียนต่ำเกินไป การตระเตรียม ซักซ้อมให้พรักพร้อมทางเทคนิค และการแจ้งปัญหาตรงไปตรงมาของผู้เรียนและหาทางแก้ร่วมกันเท่าที่ทำได้กับผู้สอนจึงสำคัญมาก คณะผู้บริหารและฝ่ายเทคนิคของคณะและมหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษในการให้คำแนะนำปรึกษาและอำนวยความสะดวกเพื่อแก้ปัญหาแก่ผู้เรียนและผู้สอนในเรื่องเหล่านี้

 https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkasian.tejapira%2Fposts%2F10224670078682273&width=500&show_text=true&height=667&appId

‘วัดอรุณ’ ประกาศปิดถึง 31 ม.ค. 64 เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543299

'วัดอรุณ'ประกาศปิดถึง 31 ม.ค. 64  พื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด

‘วัดอรุณ’ประกาศปิดถึง 31 ม.ค. 64 พื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 09.29 น.

วันที่ 6 มกราคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก Wat Arun Ratchawararam Bangkok วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศ รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) เราต้องขออภัยที่ต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ทางวัดอรุณราชวราราม จะปิดทำการ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ตั้งแต่วันที่ 6 – 31 มกราคม 2564

รองนายกฯเยี่ยมชม ‘มข.’ อธิการบดีนำเสนอ10 ผลงานเด่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543100

รองนายกฯเยี่ยมชม‘มข.’  อธิการบดีนำเสนอ10ผลงานเด่น

รองนายกฯเยี่ยมชม‘มข.’ อธิการบดีนำเสนอ10ผลงานเด่น

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ต้อนรับ นายดอน ปรมัตถ์วินัยรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศณ สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งทาง มข. ได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย รายงานผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย และบทบาทในการพัฒนาเมืองสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มข. ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาผลงานด้านวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงสังคมและเชิงพาณิชย์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ตลอดจนการส่งเสริมวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งยังตระหนักถึงการพัฒนาและการมีส่วนร่วมกับพื้นที่ในด้านการนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยถ่ายทอดสู่ชุมชน สังคม

โดยมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการร่วมกับทางจังหวัดขอนแก่น และเครือข่าย อย่างต่อเนื่องในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างแท้จริง นอกจากนี้มข. ยังได้นำเสนอนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 10 ผลงาน ประกอบด้วย 1.นิทรรศการโครงการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี 2.นิทรรศการโครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรัง 3.นิทรรศการโครงการแก้จน

4.โครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยนวัตกรรม KKU SMART LEARNING ACADEMY 5.นิทรรศการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm), นิทรรศการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) 6.นิทรรศการอุทยานวิทยาศาสตร์ 7.นิทรรศการนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร 8.นิทรรศการนวัตกรรมชุดตรวจทางการแพทย์ 9.นิทรรศการผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ 10.นิทรรศการด้าน BCG (แบตเตอรี่ ไฮเทน และพลาสติกชีวภาพ-Bioplastic)

ด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า มข. เป็นศูนย์กลางวิทยาการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การได้มารับรู้ข้อมูลผลงานวิจัยต่างๆ ของมหาวิทยาลัยทั้งด้านการแพทย์วิทยาศาสตร์ รู้สึกถึงความกระตือรือร้นของคณาจารย์และนักศึกษาในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะโครงการสตาร์ทอัพ (Startup) ใหม่ๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจและรัฐบาลต้องการสนับสนุน ที่สำคัญคือแหล่งเงินทุนเพราะทราบว่า Startup ล้วนต้องใช้งบประมาณ การได้มาเห็นผลงานและในฐานะที่ดูแลอุดมศึกษาก็จะได้นำเรื่องไปหาช่องทางในการสนับสนุน ซึ่งงานวิจัยที่ได้เห็นล้วนมีทิศทางที่น่าสนใจและควรที่จะได้ดำเนินการไปต่อให้ถึงที่สุด

จาก ‘สามก๊ก’ ถึง ‘สหรัฐฯ-จีน’ ดุลอำนาจ-ภูมิรัฐศาสตร์ ‘ไทย’ อยู่จุดไหน? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543101

จาก‘สามก๊ก’ถึง‘สหรัฐฯ-จีน’  ดุลอำนาจ-ภูมิรัฐศาสตร์‘ไทย’อยู่จุดไหน?

จาก‘สามก๊ก’ถึง‘สหรัฐฯ-จีน’ ดุลอำนาจ-ภูมิรัฐศาสตร์‘ไทย’อยู่จุดไหน?

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“สามก๊ก” เป็นวรรณกรรมจีนที่อิงประวัติศาสตร์ช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นเมื่อเกือบ 2 พันปีก่อน เริ่มตั้งแต่เกิดกบฏโจรโพกผ้าเหลืองในปี 727 ตามด้วยรัฐบาลกลางที่อ่อนแอลง ส่งผลให้บรรดาแม่ทัพนายกองหรือใครก็ตามที่มีสมัครพรรคพวกมักนิยมตั้งตนเป็นกองกำลังติดอาวุธรบพุ่งแย่งชิงดินแดนสร้างเขตปกครองของตน กระทั่งในปี 763 เหลือเพียงกองกำลัง 3 กลุ่มที่อยู่รอดจนตั้งอาณาจักรได้อย่างมั่นคงคือ “วุยก๊ก (โจโฉ)”, “จ๊กก๊ก(เล่าปี่)”, “ง่อก๊ก (ซุนกวน)” จนสุดท้ายในปี 823 สภาวะสามก๊กนี้จึงได้จบลงและแผ่นดินจีนกลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

แม้จะเป็นเพียงนวนิยาย แต่สามก๊กได้ถูกนำไปศึกษาในเชิงกลยุทธ์หรือกลอุบายอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทั้งในแง่การเมือง การทหารและการทำธุรกิจ ดังที่ อาร์มตั้งนิรันดร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกเล่าในการบรรยายพิเศษในหัวข้อ“คนไทย 4.0 : ก้าวไกลไปกับมังกร” ทางงานประชุมเสวนาวิชาการภายใต้แผนงานคนไทย 4.0 ช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา

อาจารย์อาร์ม กล่าวถึงประเด็น“ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics Disruption)” หรือการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลก ซึ่งในสังคมจีนมองการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่าลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี โดยมีลักษณะคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสามก๊ก กล่าวคือในเหตุการณ์ที่ เล่าปี่ พยายามถึง3 ครั้ง ในการไปพบกับขงเบ้งผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นอัจฉริยะของแผ่นดินในยุคนั้น เพื่อเชิญขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษาทางการทหารของตน

และในที่สุดเมื่อเล่าปี่ได้พบกับขงเบ้ง คำแนะนำเรื่องแรกที่ขงเบ้งบอกกับเล่าปี่คือ “การนำแต่เพียงผู้เดียวของราชวงศ์ฮั่นมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว” และจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ 3 ขั้วอำนาจที่ถ่วงดุลกัน (เล่าปี่โจโฉ ซุนกวน) ขณะที่ในปัจจุบัน “การนำแต่เพียงผู้เดียวของสหรัฐอเมริกาถึงจุดจบแล้ว” เพราะหากดูขนาดเศรษฐกิจจะเห็คล้ายๆ ว่ามี 3 ขั้วคานอำนาจกัน (สหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป)

(ขอบคุณภาพจาก Koei) : แผนที่ประเทศจีนยุคสามก๊ก แบ่งเป็นวุยก๊ก-โจโฉ (บน),จ๊กก๊ก-เล่าปี่ (ซ้ายล่าง), ง่อก๊ก-ซุนกวน (ขวาล่าง)

ขณะเดียวกันก็มีมุมมองเปรียบเทียบระหว่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน กับสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อราวร้อยปีก่อน หลังสงครามโลกครั้งที่ 1แม้มหาอำนาจเดิมอย่างอังกฤษจะตกต่ำลง แต่มหาอำนาจใหม่อย่างสหรัฐฯ ก็ยังไม่สามารถขึ้นมาแทนที่อังกฤษ เช่นเดียวกับปัจจุบันที่แม้สหรัฐฯจะอ่อนกำลังในการเป็นมหาอำนาจลงแต่จีนก็ยังไม่สามารถขึ้นมาแทนที่สหรัฐฯ ในการจัดระเบียบโลกได้

เรื่องที่สองที่ขงเบ้งบอกกับเล่าปี่คือ “จงมองพื้นที่หรือโอกาสที่คนอื่นไม่เคยมอง” แผ่นดินจีนยุคก่อนแบ่งเป็นสามก๊กอย่างชัดเจน บรรดาขุนศึกที่ตั้งตัวเป็นเจ้าก๊กต่างๆ เช่น ลิโป้ อ้วนเสี้ยว ฯลฯ มักทำสงครามแย่งชิงดินแดนกันอยู่แถบบริเวณภาคเหนือและภาคกลางของจีน แต่ขงเบ้งได้แนะนำเล่าปี่ให้เข้าครอบครองเสฉวน ดินแดนทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเล่าปี่
ก็ทำตามจนมีฐานที่มั่นเป็นของตนเองและกลายเป็น 1 ใน 3 ขั้วอำนาจ (ขณะที่โจโฉได้ครอบครองดินแดนภาคเหนือและภาคกลาง ส่วนซุนกวนได้ครอบครองดินแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้)

เช่นเดียวกับยุคปัจจุบัน “ยุทธศาสตร์ 1 แถบ 1 เส้นทาง(Belt & Road) คือ การที่จีนมองดินแดนที่ตะวันตกไม่มอง” ประกอบด้วย ภูมิภาคเอเชียกลาง และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งในขณะที่ชาวอเมริกันไม่คุ้นเคยกับ 2 ภูมิภาคนี้ ชาวจีนกลับมองว่า 2 ภูมิภาคดังกล่าวยังมีโอกาสเติบโตสูง และเรื่องที่สามที่ขงเบ้งบอกกับเล่าปี่คือ “มีพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจสูญเสีย” ในยุคสามก๊กหมายถึงดินแดนเกงจิ๋ว จนมีบทวิเคราะห์ในเวลาต่อมา ว่าการที่เล่าปี่ไม่สามารถรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จเพราะเสียดินแดนเกงจิ๋วให้กับซุนกวน

ส่วนในปัจจุบัน “ชาวจีนมองว่าทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจสูญเสีย”เพราะในขณะที่แผ่นดินสหรัฐฯมีทางออกทะเล 2 ฝั่ง แผ่นดินจีนมีทางออกทะเลเพียงฝั่งเดียว แถมยังเป็นทะเลที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ไต้หวันฮ่องกง ในเขตทะเลจีนตะวันออก หรือแม้แต่ลงมายังทะเลจีนใต้ ก็ยังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขตแดนกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คำถามต่อไปที่น่าสนใจ “สหรัฐฯได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ โจไบเดน แล้วโลกจะเปลี่ยนไปจากสมัยของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนก่อนหน้าหรือไม่?” เรื่องนี้ต้องมองกันเป็นระยะๆ เพราะสิ่งแรกที่ ไบเดน ประกาศว่าจะทำคือต้องฟื้นฟูสหรัฐฯเสียก่อน จาก 4 วิกฤติ คือไวรัสโควิด-19 เศรษฐกิจ โลกร้อน และสังคมในประเด็นคนผิวสี ซึ่งล้วนเป็นเรื่องภายในของสหรัฐฯ ทั้งสิ้น แต่ระยะยาว เชื่อได้ว่าไบเดนต้องให้ความสำคัญกับภูมิรัฐศาสตร์

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่นๆด้วย เช่น พรรคเดโมแครต ต้นสังกัดของไบเดน จะสามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาได้หรือไม่ เพราะหากทำได้ก็จะเดินหน้ารุกทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวไบเดนจะดำเนินนโยบายต่างจากทรัมป์ เช่น “จากโดดเดี่ยวจีนสู่ปิดล้อมจีน” โดยสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ปธน.ไบเดน จะชวนประเทศต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ให้เข้าร่วม ซึ่งต่อเนื่องจากยุทธศาสตร์สมัย ปธน.บารัค โอบามา

“จากสงครามการค้า (TradeWar) สู่สงครามเทคโนโลยี (TechWar)” แม้ไบเดนจะไม่ยกเลิกมาตรการตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนที่ทรัมป์เคยดำเนินการ แต่ก็จะไม่เพิ่มมาตรการดังกล่าวอีก อย่างไรก็ตาม ไบเดนเคยกล่าวว่าปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่มีอำนาจใดๆ ไปกดดันหรือต่อรองกับจีนและอำนาจที่ไบเดนพูดถึงมี 2 ส่วน หนึ่งคือพันธมิตรของสหรัฐฯ อีกหนึ่งคือความแข็งแกร่งภายใน ดังนั้นไบเดนจึงประกาศจะลงทุนอย่างมหาศาลกับงานด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ในสหรัฐฯ และเทคโนโลยีที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ให้ความสำคัญคือ

1. เทคโนโลยี 4.0-5.0 เช่น อินเตอร์เนตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) กับ 2.อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้สี จิ้น ผิง ผู้นำสูงสุดของจีน เคยกล่าวในที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ (UN) ว่าในปี 2603 จีนจะเป็นประเทศปลอดคาร์บอน นอกจากนี้ สี จิ้น ผิง ยังติดตามแผนพัฒนาจีนระยะ 5 ปี ฉบับใหม่ด้วยตนเอง และหนึ่งในเรื่องที่บรรจุไว้ในแผนดังกล่าวคือพลังงานสะอาด โดยยกระดับขึ้นมาเป็นเป้าหมายแข็ง คือต้องทำให้สำเร็จให้ได้ จากในอดีตที่เป็นเพียงเป้าหมายอ่อน ที่จะทำได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

“อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจะมีนัยมหาศาลกับการต่อสู้ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์โลก ถ้าสนใจ Geopolitics ก็จะทราบว่า สมัยก่อนการเมืองเรื่องน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดการแข่งขันในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นพลังของดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ผูกกับปิโตรดอลลาร์ (Petrodollar-น้ำมันมีความเชื่อมโยงกับสกุลเงินของสหรัฐฯ) ไม่ว่าจะเป็นใครขายน้ำมันให้ใครราคาเป็นอย่างไร ตอนนี้เริ่มมีนักคิดในด้านรัฐศาสตร์ ในด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เริ่มมองว่าโลกที่ไม่ใช้น้ำมันหรือน้ำมันไม่มีความสำคัญแล้ว มันจะกระทบ Geopolitics อย่างไร

หลายคนบอกว่าสหรัฐฯ ตกใจเหมือนที่เจอหัวเว่ย (Huawei-บริษัทด้านโทรคมนาคมชั้นนำของจีน) ตื่นมาก็ตกใจว่าหัวเว่ยครองตลาดโลกแล้ว วันนี้เขาบอกว่าในวงการพลังงานสหรัฐฯก็คล้ายๆ กัน คือตื่นขึ้นมาก็ตกใจว่าจีนในเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จีนไปยึดวัตถุดิบแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดทั่วโลกแล้ว ในเรื่องของโซลาร์เซลล์ ในเรื่องของแบตเตอรี่ยุคใหม่ ตัววัตถุดิบที่ต้องใช้ในการผลิตสิ่งเหล่านั้นจีนไปยึดมาในหลายพื้นที่” อาจารย์อาร์ม กล่าว

อาจารย์อาร์ม ทิ้งท้ายด้วยความคิดเห็น 3 ข้อที่ขงเบ้งแนะนำเล่าปี่ในยุคสามก๊ก ซึ่งสำหรับ ประเทศไทย ยุคนี้ก็มีคำแนะนำ 3 ข้อเช่นกัน คือ 1.จุดคานดุลอำนาจ (Middle Power) ไทย รวมถึงประเทศใกล้เคียงอย่างเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ตลอดจนภูมิภาคอาเซียน เป็นพื้นที่ที่ 2 มหาอำนาจให้ความสำคัญ จึงสามารถใช้เป็นข้อเจรจาต่อรองได้ 2.กระจายความเสี่ยง (Mitigation) ไม่ควรฝากเศรษฐกิจไว้กับทางใดทางหนึ่ง เช่น เน้นพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมาจนถึงช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด หรือผลไม้ไทยมีตลาดเดียวหรือไม่ เป็นต้น

ประเด็นนี้เป็นโจทย์ที่ต้องคิดให้มากว่า “มีพื้นที่ใดบนโลกที่กว้างใหญ่นี้ที่ไทยยังไม่เคยมอง” โดยหากนำข้อคิดจากสามก๊กมาวิเคราะห์ ขั้วหนึ่งคือสหรัฐฯ อีกขั้วหนึ่งคือจีน แต่ยังมีอีกหลายขั้วหรือหลายประเทศจำนวนมาก ทั้งภูมิภาคลาตินอเมริกา ทวีปแอฟริกา ภูมิภาคเอเชียใต้ และ 3.แผ่นดินหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Mainland Southeast Asia) แม้ประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งที่ดี เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่การเจริญเติบโตค่อนข้างหยุดแล้วจากปัจจัยด้านประชากรที่เป็นสังคมสูงวัย ประกอบกับภาระหนี้สินทำให้ผู้คนไม่ค่อยอยากใช้จ่าย

ในขณะที่ “ประเทศใกล้เคียงอย่างเมียนมา ลาว กัมพูชาและเวียดนามยังเติบโต ไทยจะหาจุดเชื่อมโยงกับการเติบโตของทั้ง 4ประเทศอย่างไร” ซึ่งต้องคิดทั้ง 2 ทางคือเชื่อมออกไปและเชื่อมเข้ามา ทั้งนี้จีนคิดถึงเศรษฐกิจภายนอกในแง่ที่ว่าต้องช่วยหนุนเสริมเศรษฐกิจภายในของจีนด้วย อีกทั้งต้องคิดถึง “การรักษาสมดุลเชิงรุก” โดยเริ่มจากไทยต้องเข้าใจว่าตนเองต้องการอะไร และเข้าใจว่าความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ คืออะไร หากไม่เข้าใจ 2 เรื่องนี้ ไทยก็ไม่สามารถไปเจรจาต่อรองกับใครได้

อนึ่ง มีคำถามที่ชาวไทยชอบถามกันคือ “จะเอาสิ่งนี้หรือไม่?” เช่น นักท่องเที่ยวจีน นักศึกษาจีน ทุนจีน ในขณะที่ชาวจีนจะหลีกเลี่ยงคำถาม-คำตอบประเภทนี้ แต่จะเอาหมดแล้วปรับปรุง เช่น จีนเป็นประเทศสังคมนิยมที่เป็นแบบจีน เป็นระบบที่มีทั้งการกระจายอำนาจและรวบอำนาจ เศรษฐกิจมีทั้งหมุนเวียนภายในและหมุนเวียนภายนอก เช่นเดียวกับในทวีปยุโรปที่แม้จะกังวลเรื่องหัวเว่ยกับความปลอดภัยของข้อมูล แต่เลือกที่จะหาวิธีควบคุม (Regulate) ความเสี่ยง ด้วยการใส่ไว้ในสัญญาเจรจา ว่าหากเกิดความไม่ปลอดภัยหัวเว่ยจะชดใช้อย่างไร เป็นต้น

“การเปลี่ยนแปลงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ผมคิดว่าพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือมันทำให้เราต้องเปลี่ยนโจทย์ เปลี่ยนคำถาม เปลี่ยน Mindset (วิธีคิด) เพื่อที่จะเป็นคนไทย 4.0 ที่พร้อมและทันเกมภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่” อาจารย์อาร์ม กล่าวในท้ายที่สุด

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ มอบของขวัญวันเด็ก แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปี 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543206

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบของขวัญวันเด็ก แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปี 2564

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบของขวัญวันเด็ก แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปี 2564

วันอังคาร ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.33 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ ส่งความสุข กระตุ้นเยาวชนวิถีใหม่ (ยุค New Normal) รักษ์สุขอนามัย สู้ภัยโควิด 19 มอบของขวัญวันเด็ก แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564

5 มกราคม 2564 นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย   ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ  นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ  คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ  ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก ประกอบด้วย สมุด ดินสอ และไม้บรรทัด ให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมมอบเครื่องเหลาดินสอมอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ เพื่อให้เยาวชนให้ใช้ในห้องเรียน  จำนวน 270 โรงเรียน  “โดยรูปแบบชุดของขวัญในปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทำเป็นสื่อรณรงค์ กระตุ้นให้เยาวชนวิถีใหม่ (ยุค New Normal) รักษ์สุขอนามัย สู้ภัยโควิด 19”  โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ รวมทั้งจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ  ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด

ทั้งนี้ รวมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบชุดของขวัญวันเด็กแก่เยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2564 รวมจำนวน  5,400,000 ชิ้น พร้อมมอบเครื่องเหลาดินสอแก่โรงเรียนต่างๆ รวมจำนวน 3,720 เครื่อง คิดมูลค่าเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 32.8 ล้านบาท โดยมี อาสาสมัคร และอาสาฯ ศิลปิน นำโดย  นายกวินรัฎฐ์ ยศอมรสุนทร (หยวน)  และนายอชิต ธีรวิทยตระกูล (อู๊ด-เป็นต่อ) ร่วมแจกจ่ายชุดเครื่องเขียนในวันนี้  รวมทั้งมูลนิธิฯ ได้จัดให้มีมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิทั้งสองฝั่ง และขอความร่วมมือผู้ร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมา 62 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ด้วยตระหนักดีว่า เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติไทยในอนาคต  และขอส่งความรัก ความปรารถนาดีให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม กตัญญู ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง มีจิตอาสา และสมัครสมานสามัคคีร่วมกันสร้างชาติ ดังคำขวัญวันเด็กของท่านนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2564 ที่มอบให้ คือ “เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติ ด้วยภักดีมีคุณธรรม”

โดยในวันพรุ่งนี้ (วันพุธที่ 6 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง กรรมการตรวจสอบ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์  กรรมการและรองเลขาธิการ และนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเหรัญญิก  กำหนดเข้าพบ นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก จำนวน 180,000 ชิ้น นำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564  ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

‘ชวน’ มอบคำขวัญวันเด็กปี64 ‘สุจริตและซื่อสัตย์ ยืนหยัดในหน้าที่ ตามวิถีประชาธิปไตย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/543200

'ชวน'มอบคำขวัญวันเด็กปี64 'สุจริตและซื่อสัตย์ ยืนหยัดในหน้าที่ ตามวิถีประชาธิปไตย'

‘ชวน’มอบคำขวัญวันเด็กปี64 ‘สุจริตและซื่อสัตย์ ยืนหยัดในหน้าที่ ตามวิถีประชาธิปไตย’

วันอังคาร ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.09 น.

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีนี้ 2564 ว่า
“สุจริตและซื่อสัตย์ ยืนหยัดในหน้าที่ ตามวิถีประชาธิปไตย”