รมว.วธ.เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2563 ครั้งที่ 6 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514560

รมว.วธ.เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2563 ครั้งที่ 6

รมว.วธ.เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2563 ครั้งที่ 6

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 17.51 น.

“รมว.วัฒนธรรม” เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2563 ครั้งที่ 6 คัดสุดยอดหนังอาเซียน จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น 21 เรื่อง 13 ประเทศ จัดฉายให้ชมฟรี วันที่ 3 – 6 ก.ย.นี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2563 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2563 (Bangkok ASEAN Film Festival 2020) ครั้งที่ 6 โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ผู้บริหารสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ผู้สร้าง ผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ หน่วยงานรัฐและเอกชน จัดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2563 (Bangkok ASEAN Film festival 2020) ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 3-6 ก.ย. 2563 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรมการจัดฉายภาพยนตร์คุณภาพ 21 เรื่อง จาก 13 ประเทศ เข้าชมฟรีทุกเรื่องทุกรอบ การประกวดโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ขนาดยาวอาเซียน (SEA PITCH) : SOUTHEAST ASIAN PROJECT PITCH) การสัมมนาด้านภาพยนตร์ในหัวข้อ ทิศทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยภายหลังสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พิธีมอบรางวัลบุคคลเกียรติยศ (Life Time Achievement Award) ให้กับ เพชรา เชาวราษฎร์ และพิธีเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์ฯ ในวันที่ 3 ก.ย.2563 พิธีประกาศรางวัลและปิดเทศกาลในวันที่ 6 ก.ย. 2563 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

‘ครูตั้น’ พร้อมชี้แจงกลุ่มภาคีนักเรียน พร้อมเร่งสืบหาข้อเท็จปม นร.ถูกคุกคาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514559

'ครูตั้น'พร้อมชี้แจงกลุ่มภาคีนักเรียน พร้อมเร่งสืบหาข้อเท็จปม นร.ถูกคุกคาม

‘ครูตั้น’พร้อมชี้แจงกลุ่มภาคีนักเรียน พร้อมเร่งสืบหาข้อเท็จปม นร.ถูกคุกคาม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 17.45 น.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากที่ ศธ.ได้ให้โรงเรียนเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนผ่านสภานักเรียนไปแล้วนั้น ในเบื้องต้นได้รับการรายงานมาว่ามีนักเรียนเข้ามาแสดงความคิดเห็นบ้าง ทั้งนี้ ตนมองว่าการรับฟังความคิดเห็นผ่านออนไลน์น่าจะทำให้นักเรียนสบายใจที่จะให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นมากกว่า ซึ่ง ศธ.จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนทั้ง 2 ทาง คือ ผ่านทางโรงเรียน และผ่านทางออนไลน์ แต่ในส่วนของออนไลน์นั้น ขอเวลาในการจัดทำระบบอีกนิดก่อน เพื่อปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนในการที่จะเสนอความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ เข้ามา

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนที่กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย ได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาตรการป้องกันนักเรียนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยขอความชัดเจนภายในวันที่ 27 สิงหาคม และจะมาสอบถามความคืบหน้าในวันที่ 28 สิงหาคม นี้นั้น ตนก็พร้อมที่จะอธิบายถึงแนวทางที่ ศธ.ได้สืบหาข้อเท็จจริงในโรงเรียน 109 แห่ง ที่นักเรียนได้เสนอข้อมูลมา ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งก็ได้มีการทำความเข้าใจระหว่างครูกับนักเรียนแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่โรงเรียนและครูทั้งประเทศไม่คุ้นเคยกับการแสดงออกทางสัญลักษณ์ในโรงเรียน ฉะนั้น ครูจึงมีวิธีคิดหรือวิธีพูดคุย ตักเตือนที่แตกต่างกันไป แต่วันนี้ตนคิดว่าครูทั่วทั้งประเทศมีความเข้าใจเพียงพอที่จะบริหารจัดการความละเอียดอ่อนของปัญหานี้ได้

รมว.อว.เปิดบ้านต้อนรับผู้นำนักศึกษา ย้ำ ‘เรื่องที่ทำไม่ใช่การเมือง เราทำเพื่อบ้านเมือง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514545

รมว.อว.เปิดบ้านต้อนรับผู้นำนักศึกษา ย้ำ'เรื่องที่ทำไม่ใช่การเมือง เราทำเพื่อบ้านเมือง'

รมว.อว.เปิดบ้านต้อนรับผู้นำนักศึกษา ย้ำ’เรื่องที่ทำไม่ใช่การเมือง เราทำเพื่อบ้านเมือง’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 17.07 น.

รมว.อว. เปิดบ้านต้อนรับผู้นำนักศึกษา มรภ.- มทร. 47 แห่ง ย้ำ “เรื่องที่ทำไม่ใช่การเมือง เราทำเพื่อบ้านเมือง”

27 สิงหาคม 2563 ที่อุทยานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เปิดกิจกรรม Young TH Leader&Innovator Club นวัตกรรมเพื่อสังคม บทบาทสำคัญของผู้นำเยาวชนยุคใหม่ โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. และผู้บริหาร อว. เปิดบ้านต้อนรับผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎและมหาวิทยาลัยราชมงคล 47 แห่ง เข้าร่วมระดมความคิด จัดกิจกรรมช่วยชุมชน รวมพลังสร้างงาน 

โดย ศ.ดร.เอนก ได้ทักทายผู้นำนักศึกษาและผู้นำเยาวชนอย่างเป็นกันเองและกล่าวสนับสนุนงานพัฒนาชุมชนด้วยบทบาทนักศึกษา ว่า ขอต้อนรับน้องๆ เยาวชนผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎและราชมงคล ทั่วประเทศ สู่บ้านของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เมื่อปี พ.ศ. 2519 ผมได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขกับสิ่งท้าทายรอบตัว มีโอกาสคิด นำเสนอ และลงมือทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อเพื่อน พี่ น้อง ของเราให้ได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโต ผมเชื่อว่า เป้าหมายในการทำงานของผู้นำอย่างเรา คงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักในรุ่นของผมกับรุ่นของน้องๆ ที่อยู่ในห้องนี้  

รมว.อว.กล่าวต่อว่า โลกยุคปัจจุบัน คือ โลกยุคศตวรรษที่ 21 มีความยากและท้าทาย ต่างจากในอดีตมาก เนื่องจากลักษณะของการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันมีลักษณะทั้งความผันผวน ความไม่แน่นอน ความสลับซับซ้อน ความคลุมเครือ ดังนั้น การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก  

“ในวันนี้ เราจะมาพูดคุยกันถึง กลไกต่างๆ ที่รัฐบาลโดยกระทรวงฯ ของเราจัดเตรียมไว้ให้น้องๆ ได้เข้าถึงและมาใช้ประโยชน์ในการคิดค้นพัฒนาโครงการต่างๆ ที่จะสร้างคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับชุมชน จังหวัดและประเทศของเรา ในฐานะผู้นำนักศึกษา เราสามารถนำไปขยายผลแนะนำเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยให้ทราบถึงการสนับสนุนนี้ ให้เครือข่ายในมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกันหรือสามารถริเริ่มดำเนินการจัดตั้งเป็น Innovator’s Club ให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนรังสรรค์นวัตกรรมกันภายในกลุ่มนักศึกษา  โดยเราเตรียมกลไกต่าง ๆ ไว้ 3 ด้าน คือ 1.นโยบายการสนับสนุนนักศึกษา ผ่านโครงการยุวชนสร้างชาติ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 โครงการสำคัญ คือ 1)โครงการยุวชนอาสา 2)โครงการบัณฑิตอาสา และ 3)กองทุนยุวสตาร์ทอัพ (Youth Startup Fund) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการมองปัญหาของชุมชนและหาแนวทางการแก้ไขที่สร้างสรรค์ พร้อมมีเงินทุนสนับสนุนในการดำเนินการ  2.นโยบายการสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาทักษะในรั้วสถาบันการอุดมศึกษา โดยได้จัดให้มีการออกแบบหลักสูตรการพัฒนาทักษะในอนาคตที่สำคัญอย่างหลากหลาย จัดทำเป็นหลักสูตร Non degree ที่น้องๆ สามารถเลือกเรียนรู้ได้ตรงกับความต้องการในการนำไปใช้ในการพัฒนาความสามารถและอาชีพ มีโครงการ Future Skill New Career ที่จัดกลุ่มทักษะต่างๆ ที่เป็นที่ต้องการในภาคอุตสาหกรรม 8 สาขาที่เป็น s-curve ของประเทศและจัดอบรมให้กับน้องๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังได้รวบรวมเครือข่ายภาคธุรกิจการจ้างงานเพื่อนำเสนอโอกาสในการทำงานด้วยทักษะแห่งอนาคต และ 3.นโยบายความร่วมมือของหน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้กระทรวงฯ โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด ไม่ว่าจะเป็นสถาบันวิจัย หรือองค์กรด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกันสนับสนุนองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัย เทคโนโลยีชุมชน และเงินทุน เพื่อให้เยาวชนสามารถทำโครงการพัฒนาต่างๆ ได้ประสบความสำเร็จ อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA องค์กรนำด้านนวัตกรรมที่มีกลไกการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งน้องๆ สามารถประยุกต์และสร้างสรรค์ผลงานบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีมิติของการประกอบธุรกิจนวัตกรรม ซึ่งน้องๆ จะได้เรียนรู้กันในกิจกรรมวันนี้และพรุ่งนี้ด้วย เพื่อสามารถนำเครื่องมือ STEAM4INNOVATOR ไปใช้วิเคราะห์ประเด็นปัญหาและคิดโครงการนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ทำได้จริงและมีคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคม” ศ.ดร.เอนก กล่าว และว่า  

แน่นอนเมื่อน้องๆ คิดโครงการขึ้นมาได้แล้ว การสนับสนุนเงินทุนในกลไกลต่างๆ ที่พูดถึงข้างต้น โดยเฉพาะ Youth Startup Fund ที่ NIA ดูแลอยู่ เรามีเงินทุนตั้งต้นให้กับนักศึกษาในการทำโครงการธุรกิจนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริง เราต้องการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ นักพัฒนา สามารถต่อยอดแนวความคิดเพื่อสร้างธุรกิจจริงได้ เพื่อจะสร้างมูลค่าเพิ่มและคุณค่าใหม่ให้กับประเทศไทยในอนาคต  ในการนี้ ผมได้กำชับให้ ผศ.ดร.ดวงฤทธ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว.ร่วมกับผู้บริหาร อว. ได้แก่ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัด อว. ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมหาแนวทางในการสนับสนุนนิสิต นักศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และภายใน 2 สัปดาห์นี้ อว. จะมีการจัดประชุมนักศึกษาทั่วประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านต่อไป

สำหรับกิจกรรม ครั้งนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้น้องๆ เยาวชนได้มาทำความรู้จักกับพวกเรา ได้มาสร้างเครือข่ายเยาวชนระหว่างมหาวิทยาลัย และได้เรียนรู้กระบวนการสร้างแนวคิดในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มีความสามารถในการมองประเด็นปัญหาอย่างเข้าใจลึกซึ้ง และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและสร้างสรรค์ โดยขอเน้นย้ำว่า กิจกรรมวันนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เราทำเพื่อบ้านเมือง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านี่จะเป็นอีกก้าวสำคัญของน้อง ๆ ในการเติบโตก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำยุคใหม่ Young TH Leader ของประเทศไทยในอนาคต

‘สพฐ.’ ย้ำทุกโรงเรียนเปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นนักเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514536

'สพฐ.'ย้ำทุกโรงเรียนเปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นนักเรียน

‘สพฐ.’ย้ำทุกโรงเรียนเปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 16.55 น.

‘สพฐ.’ ย้ำทุกร.ร.เปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็น น.ร.

27 สิงหาคม 2563 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยกรณี กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย ได้เสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาตรการป้องกันนักเรียนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยจะขอความชัดเจนภายในวันที่ 27 สิงหาคม รวมถึงการเปิดเผยรายชื่อโรงเรียนที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาคุกคามเด็กกว่า 109 โรงเรียนนั้น ว่า จากการที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน พบว่ามีนักเรียนแสดงความคิดเห็นเข้ามา ซึ่งมีความเห็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเรื่องที่นักเรียนเสนอนั้นเป็นเรื่องการศึกษา และเรื่องที่เป็นประโยชน์กับการเรียนในอนาคตของนักเรียนเอง ตนคิดว่าการรับฟังความคิดเห็นนั้นต้องเปิดใจรับฟัง ซึ่งนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนผ่านเว็บไซต์ด้วย  ส่วน สพฐ.ได้สื่อสารไปยังโรงเรียนทุกแห่งแล้วว่า ต้องเปิดใจกว้างรับฟัง เพราะวันนี้การศึกษาไทยไม่ได้อยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมอีกต่อไป ต้องเป็นการศึกษาที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

ผู้สื่อข่าวถามว่ารายชื่อ 109 โรงเรียนที่นักเรียนให้ข้อมูลมานั้น สพฐ.จะไปตรวจสอบว่าโรงเรียนได้มีการคุกคามนักเรียนจริงหรือไม่ นายอำนาจ กล่าวว่า สพฐ.สื่อสารให้โรงเรียนทุกแห่งไปแล้วว่าให้พูดคุยกัน ก็เข้าใจคุณครูที่หวังดีแต่ก็คงจะไม่ใช้วิธีการกดดันและบังคับ ผมจึงบอกผู้บริหารโรงเรียน และครูว่าต้องเปิดใจกว้างพูดคุยกับนักเรียน  เพราะนักเรียนเปิดกว้างในการเรียนรู้มากขึ้น เวลานี้ความคิดความอ่านของนักเรียนนั้นไปไกล ซึ่งสพฐ.ก็อยากให้นักเรียนเป็นบุคลากรที่เป็นกำลังของประเทศชาติในอนาคต

ศธ.จับมือภาคเอกชน ขับเคลื่อนโรงเรียนโครงการสานอนาคตการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514492

ศธ.จับมือภาคเอกชน ขับเคลื่อนโรงเรียนโครงการสานอนาคตการศึกษา

ศธ.จับมือภาคเอกชน ขับเคลื่อนโรงเรียนโครงการสานอนาคตการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.37 น.

ศธ.จับมือภาคเอกชน ขับเคลื่อนโรงเรียนโครงการสานอนาคตการศึกษา ขณะที่หลายภาคส่วนสะท้อนหลักสูตร-กิจกรรมนักเรียน- ศักยภาพผู้บริหารโรงเรียน-ครู -สภาพแวดล้อมโรงเรียน-กรรมการสถานศึกษาให้ศธ.เร่งแก้ไข

วันที่ 27 สิงหาคม 2563  ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงาน โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) ที่มี นายนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)เป็นประธานการประชุม ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อหลอมรวมการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เป็นการมาแชร์ข้อมูลกัน ซึ่งก่อนนี้แต่ละคณะต่างก็ทำงานของตัวเองไป ไม่มีโอกาสได้มาพบเจอกัน ทำให้การทำงานไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  รมว.ศธ. จึงมีนโยบาย และแนวคิดให้ตั้งคณะทำงานที่มีภาครัฐ ประกอบด้วย ตัวแทนจาก สพฐ. สำนักงบประมาณ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจากภาคเอกชนในทุกส่วนทั้งหมดมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ เพื่อหารือถึงการทำงานร่วมกันต่อไป

“ซึ่ง รมว.ศธ. ก็ให้นโยบายว่าอยากให้การทำงานขับเครื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว และให้ปลดล็อค ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยให้การทำงานนขับเคลื่อนการศึกษาของภาครัฐอย่างมีมิติมากขึ้น” นายอำนาจ กล่าว 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมได้หารือกัน 3-4 ประเด็น เช่น เรื่องการทำงานปรากฏว่าเจ้าภาพที่แท้จริงระดับบนนั้นสัมผัสได้ เช่น สพฐ.ก็มีเจ้าภาพ แต่พอลงไปข้างล่างเจ้าภาพที่จะมาช่วยเราไม่มี ดังนั้น จึงต้องมีทีมงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อมาดูแลโครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่งอาจจะเป็นรองผอ.เขตพื้นที่ฯ  ศึกษานิเทศก์ และเจ้าหน้าที่ไอซีทีซึ่งมีอยู่แล้วในเขตพื้นที่การศึกษา ก็ให้ดำเนินการไป นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการพูดถึงงบประมาณที่โรงเรียนในโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) บางโรงเรียนรุ่น 2,3 ที่ยังไม่ได้รับงบบประมาณ ซึ่งทาง CONNEXT ED ได้เปิดเป็น มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา  เพื่อขับเคลื่อนการทำงานทั้งระบบ ก็จะมีตัวช่วยด้านงบประมาณที่มีเองและที่ภาครัฐมีอยู่รวมทั้งในส่วนที่จะขอความร่วมมือจากภาคเอกชน 

“วันนี้หลายภาคส่วนได้สะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาของเราว่ายังมีข้อจำกัดอยู่ เช่น เรื่องหลักสูตร กิจกรรมนักเรียน ศักยภาพของผู้บริหารโรงเรียน ศักยภาพครู  และสภาพแวดล้อมของโรงเรียน รวมถึงกรรมการสถานศึกษา ซึ่งข้อมูลนี้ก็ตรงกับที่สพฐ.มี และทางหลายภาคส่วนก็เสนอวิธีการแก้ไขให้ด้วยว่าจะแก้อย่างไร  ซึ่งก็เสนอแนวทางกว้างๆให้กับทุกโรงเรียนเพื่อให้มีแนาทางการทำงานร่วมกันพัฒนาการศึกษาต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยากที่เราเห็นโครงการและแนวทางแล้ว สามารถขับเคลื่อนไปได้” นายอำนาจ กล่าว 

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า วันนี้ก็ได้เห็นความมุ่งมั่นการทำงานของภาครัฐและเอกชนก็ดีใจมาก เพราะเราทำงานภาคราชการมีข้อกฏหมายเยอะ และมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ก็ได้เห็นแนวทางการทำงานของภาคเอกชน ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการศธ. ก็รับปากว่าจะปลดล็อกการทำงานบางจุดให้ ดังนั้น หากมีการปลดล็อกในบางเรื่อง เช่น เรื่องการบริหารงานบุคคล เพื่อให้ได้ครูดี ผู้บริหารดีในโรงเรียนนี้ ก็จะช่วยการขับเคลื่อนงานของภาครัฐได้มากขึ้น

นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นต่อไปนี้จะมีการประชุมคณะทำงาน โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) ร่วมกันอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเดินไปได้อย่างรวดเร็ว

‘ณัฏฐพล’ กำชับทุกหน่วยงาน คุมเข้า! ครูทำผิดจรรยาบรรณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514468

'ณัฏฐพล'กำชับทุกหน่วยงาน คุมเข้า! ครูทำผิดจรรยาบรรณ

‘ณัฏฐพล’กำชับทุกหน่วยงาน คุมเข้า! ครูทำผิดจรรยาบรรณ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 14.57 น.

‘ณัฏฐพล’ กำชับทุกหน่วยงานหากพบครูทำผิดจรรยาบรรณ ให้เร่งจัดการด้วยความรอบคอบ

27 สิงหาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มีตนเป็นประธานเมื่อเร็วๆนี้ ว่า  ที่ประชุมพิจารณาและมีมติรับรองปริญญาทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้ ยังพบว่ามีบางสถาบันอุดมศึกษาต้องปรับหลักสูตรให้ทันสมัย นอกจากนี้คุรุสภา รายงานความคืบหน้าในการนำดิจิทัลมาปรับใช้ในหน่วยงาน และรายงานเรื่องงบประมาณของหน่วยงานต่างๆในคุรุสภา ที้งนี้ ตนได้กำชับเรื่องจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพครูด้วยว่า หากพบว่ามีผู้ที่กระทำผิดทางวินัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะต้องเร่งรัดในการจัดการครูที่กระทำผิด ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะไม่เข้มงวดในเรื่องนี้ แต่ก่อนที่จะพิจารณาว่าบุคคลนั้นทำผิดหรือไม่ต้องให้บุคคลนั้นมาชี้แจงด้วย ซึ่กระบวนการของ ศธ.ในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวินัย ก็จะพยายามเร่งรัดด้วย แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ 

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คุรุสภา เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ขยายเวลาการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ของผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน  ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา และจะครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี หลังวันที่ 3 ตุลาคม 2563 นี้ ซึ่งทางคุรุสภาได้เสนอรายชื่อขอขยายเวลาเพียง 3 คนเท่า แต่จากข้อมูลที่คุรุสภามีอยู่นั้น พบว่าผู้ที่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 3 ตุลาคม นี้ มีจำนวน 4,705 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งได้ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาแล้ว หรือยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติการสอน และยังไม่ได้ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้ทางคุรุสภา กลับไปสำรวจจำนวนผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนที่อยู่ระหว่างการสอนนั้น ว่ามีจำนวนเท่าใด และให้นำมาเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาขยายเวลาการรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต่อไป

“ส่วนเรื่องสรรหาเลขาธิการคุรุสภาคนใหม่นั้น ผมทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอน สรรหา โดยคณะกรรมการสรรหาจะสัมภาษณ์และดูข้อมูลผู้ที่สมัครให้ครบถ้วน  แล้วจะเสนอมาในที่ประชุมคุรุสภา ทั้งนี้ ผมไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการสรรหา แต่ถ้าคณะกรรมการสรรหา ดำเนินการครบถ้วนก็สามารถนำเรื่องเสนอมาให้คณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาได้” นายณัฏฐพล กล่าว 

อาชีวอุบลฯ ภูมิใจสืบสานวัฒนธรรมถิ่นอีสานในงาน ‘ศิลปะร่วมสมัยลุ่มน้ำโขง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514458

อาชีวอุบลฯ ภูมิใจสืบสานวัฒนธรรมถิ่นอีสานในงาน 'ศิลปะร่วมสมัยลุ่มน้ำโขง'

อาชีวอุบลฯ ภูมิใจสืบสานวัฒนธรรมถิ่นอีสานในงาน ‘ศิลปะร่วมสมัยลุ่มน้ำโขง’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 14.30 น.

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานี โดยสำนักวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีและเครือข่ายศิลปิน จัดพิธีเปิดโครงการ “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง” เมื่อวันที่ 26 ส.ค.63 ที่ผ่านมา โดยมีนางสาวนาถนิศา สุขจิตต์ ที่ปรึกษาด้านส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายอุทัย พลพวก วัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี และคณะศิลปินเครือข่ายอีสาน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด 

โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงบนเวทีจากศิลปินเครือข่ายลูกหลานเมืองอุบล การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานลุ่มแม่น้ำโขงชื่อชุด “ล่องโขง” จากนักเรียน นักศึกษา คณะวิชาคหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ชุดการแสดง “ผสานวัฒนธรรมกลองตุ้มลุ่มน้ำมูล” จากสาขาวิชานาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และการแสดงเดินแบบแฟชั่นโชว์ “ผ้าทอเมืองอุบล” ผลงานการออกแบบและตัดเย็บจากคณะครู นักเรียน นักศึกษา สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย นางพัชรียา ผิวเงิน หัวหน้าคณะวิชาคหกรรม นางอรสา แถบเกิด หัวหน้าแผนกวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำเสนอลวดลายผ้าพื้นถิ่นเมืองดอกบัว จาก 15 อำเภอ ที่สร้างชื่อในจังหวัดอุบลราชธานี และมีความเป็นเอกลักษณ์ประจำอำเภอ 

อาทิ ผ้ากาบบัวประกายรุ้ง อำเภอม่วงสามสิบ  ผ้าลายแสงแรก อำเภอโขงเจียม ผ้ากาบบัวลายเต่างับ อำเภอกุดข้าวปุ้น ผ้าลายดอกผักแว่น อำเภอโพธิ์ไทร  และผ้าลายนกหัสดีลิงค์  อำเภอตระการพืชผล เป็นต้น นับเป็นการสืบสานวัฒนธรรมผ้าพื้นถิ่นเมืองอุบลให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไปอีกด้วย ทั้งนี้ต่างได้ความชื่นชมและสร้างความประทับให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก จากนั้นเป็นการมอบรางวัลและเกียรติบัตรและเงินรางวัลให้กับผู้ได้รับรางวัลในการประกวดวาดภาพในโครงการ คณะกรรมการตัดสิน คณะกรรมการดำเนินงาน และนักเรียน นักศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการ ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับนิทรรศการ “สายน้ำ ฮักแพงแบ่งปัน สานสัมพันธ์ลุ่มแม่น้ำโขง” ภายใต้โครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง” จะจัดแสดงผลงานณ หอศิลป์ราชธานีศรีวนาไล วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045-254654
 

กสศ.ดึง 11 เครือข่ายเดินหน้าโรงเรียนพัฒนาตนเอง หวังยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514452

กสศ.ดึง11เครือข่ายเดินหน้าโรงเรียนพัฒนาตนเอง หวังยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

กสศ.ดึง11เครือข่ายเดินหน้าโรงเรียนพัฒนาตนเอง หวังยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 14.20 น.

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช  ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดประชุมปฏิบัติการการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 23-24 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจกรอบการดำเนินงานโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนฯ รุ่นที่1และรุ่นที่ 2 จำนวน 11 เครือข่าย ได้แก่ ม.ลัยศรีปทุม ม.ขอนแก่น ม.สงขลานครินทร์ มูลนิธิลำปลายมาศ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ม.ลัยนเรศวร มรภ.กาญจนบุรี มรภ.ภูเก็ต มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม มูลนิธิสยามกัมมาจล และสพป.1สุรินทร์ โดยมีโรงเรียนขนาดกลางเข้าร่วมพัฒนาตนเองทั้งสิ้น733 แห่ง

ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนฯ เรียกชื่อย่อว่า “โรงเรียนพัฒนาตนเอง”  หัวใจของโครงการนี้ คือการยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ภายใต้เป้าหมายความตั้งใจของ กสศ.ที่ให้โอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ดังนั้น การทำงานของโครงการฯ ที่ได้เครือข่ายมาร่วมกันทำให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาตนเองของโรงเรียนด้วยตัวของโรงเรียนเอง จึงมีข้อสังเกตุ 3 ประเด็น1.คุณค่าของโครงการ 2.ฐานและเป้าของปฏิบัติการคือโรงเรียน และ3.การสนับสนุน เพื่อเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวถึงคุณค่าของโครงการฯ ว่า คุณค่าที่โครงการนี้ต้องสร้างให้เกิดขึ้น คือ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กที่มาจากครอบครัวด้อยโอกาส และสร้างศักดิ์ศรีครู ให้กับครูที่มีวิญญาณทำเพื่อศิษย์ เพราะครูที่มีวิญญาณนักเรียนรับรู้ได้ ซึ่งโรงเรียนจะพัฒนาครูและผู้บริหารด้วยกระบวนการ Q-PLC โดยการจะปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ ต้องพัฒนาจากฐาน ทั้งนี้ ฐานในการพัฒนาสิ่งสำคัญต้องปฏิรูปการเรียนรู้ ถ่ายทอดและสร้างให้นักเรียนมีจริตเรื่องการแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในชั้นเรียน ซึ่งโรงเรียนใช้เทคโนโลยีช่วยลดภาระตรงนี้ได้

ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นข้อสังเกตุที่สองฐานและเป้าของปฏิบัติการคือโรงเรียนพัฒนาตนเอง ที่มาร่วมกันพัฒนาโรงเรียนด้วยความสมัครใจ มีแรงบันดาลใจที่อยากจะให้โรงเรียนพัฒนาตนเอง ด้วยความตั้งใจ ซึ่งทีมโค้ช หรือพี่เลี้ยงที่มาจากเครือข่ายทั้ง 11 แห่ง ทำหน้าที่เข้าไปช่วย อย่าเข้าไปเพื่อสอนไปชี้แนะให้ทำตามรูปแบบความคิดของตนเอง แต่โครงการต้องทำให้โรงเรียนเป็น “ชุมชนเรียนรู้” (Learning Community) ให้ครูเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเรียนรู้ ทำงานร่วมกับผู้อำนวยการ และครูคนอื่นๆ และต้องเป็น “ศูนย์เรียนรู้” ให้แก่ ผู้อำนวยการ ครู นักเรียน พ่อแม่ ผู้นำชุมชน เขตพื้นที่การศึกษา กระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น นอกจากนั้น โรงเรียนต้องเป็นเครือข่าย ในความหมายโรงเรียนในฐานะเป็นชุมชนเรียนรู้ จึงต้องเป็นโรงเรียนที่เรียนรู้ (Learning Organization) และที่สำคัญที่สุดของการเป็น Whole School Approach โรงเรียนต้องมีระบบนิเวศ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วย

ประธานอนุกรรมการกำกับทิศฯ กล่าวว่า การสนับสนุนจากโครงการต่อการพัฒนาโรงเรียน พี่เลี้ยงหรือโค้ช (Q-Coach) ต้องไม่ใช่เจ้าสำนัก เป็นการทำงานในลักษณะสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน (Q-Network) โดยนำระบบ IT (Q-Info) มาเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน  เพื่อให้โรงเรียนทำงานง่ายขึ้น หนุนเสริมเด็กได้มากขึ้น ซึ่งโครงการในรุ่นที่ 2 นี้ จะมีระบบประเมินเพื่อพัฒนานักเรียน (Q-Classroom) ในลักษณะ Formative Assessment) โดยจะมีทีม TDRI เข้ามาช่วย พร้อมทั้งจะนำรูปแบบการประเมินเพื่อหนุนการพัฒนาโรงเรียน (DE – Developmental Evaluation) เพื่อหนุนการเรียนรู้ของภาคี ในครั้งนี้ด้วย  

“การประชุมใน 2 วันนี้ เพื่อการเตรียมการดำเนินงานโครงการในรุ่นที่ 2 โดยการนำทีมโค้ชทั้ง 2 รุ่น มาทำงานร่วมกัน จากการทำงานมา 1 ปี เกิดการเรียนรู้สูงมากมีกำลังใจที่เชื่อได้ว่าการศึกษาไทย จะไม่สิ้นหวัง สามารถที่จะเดินหน้าพัฒนาต่อไปได้ โดยตัวขับเคลื่อนคือโรงเรียน ซึ่งมีครูเป็นตัวตั้ง ดังนั้น เมื่อเกิดการทำงานร่วมกันทั้งโครงการรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 จะเกิดการเรียนรู้ข้ามเครือข่ายทั้งวิธีบริหารจัดการ เทคนิคที่ดีที่ทำให้โรงเรียนใช้แล้วสนุก ฉะนั้น จุดแข็งที่เป็นความงดงามเรื่องหนึ่งคือโค้ชมีความแตกต่างหลากหลายทั้งวิธีการคิดและเป้าหมาย จึงหวังว่า โรงเรียน 733 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลาง 10% ที่ดูแลเด็กค่อนข้างด้อยโอกาสจะเปลี่ยนโฉมการศึกษาของเด็ก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทั้ง 100% โดยร่วมกันหารูปแบบการเรียนที่ทำให้เด็กครบเครื่อง เป็นพลเมืองที่มีพลัง มีความสามารถของประเทศไทย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วหัวใจของการพัฒนาอยู่ที่โรงเรียน ครู และผู้บริหาร” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว 

ทบ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 34 ปีเปิด บก.ทบ. กำชับขรก.ดีเด่นเป็นเสาหลักของชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514394

ทบ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 34 ปีเปิด บก.ทบ.   กำชับขรก.ดีเด่นเป็นเสาหลักของชาติ

ทบ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 34 ปีเปิด บก.ทบ. กำชับขรก.ดีเด่นเป็นเสาหลักของชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 10.19 น.

ทบ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 34 ปีเปิดบก.ทบ. ด้านตัวแทนชุมชนให้กำลังใจ  “บิ๊กแดง” สู้อย่าถอย ด้านผบ.ทบ.มอบรางวัลข้าราชการดีเด่นให้กำลังพล 71 นาย กำชับเป็นเสาหลักของชาติด้านความมั่นคง ยึดมั่นอุดมการณ์ปกป้องสถาบันหลัก-เป็นกลไกของรัฐบาล

วันที่ 27 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเปิดบก.ทบ. ครบรอบปีที่ 34 ประกอบด้วย พิธีถวายสักการะพระชัยมงคลภูมิ ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ด้วยบทสวดเต็ม จากนั้นเป็นพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 40 รูป จากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานในบก.ทบ. 14 หน่วยเข้าร่วม รวมถึงยังได้พบปะตัวแทนผู้นำชุมชนเขตพระนคร 20 ชุมชนรอบบก.ทบ. ซึ่งตัวแทนชุมชนกล่าวให้กำลังใจพล.อ.อภิรัชต์โดยระบุว่าขอให้สู้อย่าถอย ในขณะที่พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวตอบว่า “ผมสู้อยู่แล้ว” ก่อนมอบของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกัน

จากนั้นพล.อ.อภิรัชต์ เป็นประธานมอบรางวัลข้าราชการดีเด่น ประจำปี 2563 ให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ จำนวน 71 นาย จากกำลังพลทั้งหมดในบก.ทบ. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งได้ให้โอวาทแก่กำลังพลที่ปฏิบัติงาน ตอนหนึ่งว่า

ในโอกาสวันเปิดบก.ทบ.ครบรอบปีที่ 34 ตนมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนทหารและกำลังพลที่ได้ร่วมมือร่วมใจการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของกองทัพบกด้วยความทุ่มเทเสียสละมาโดยตลอด และขอชื่นชมกำลังพลที่ได้รับรางวัลข้าราชการดีเด่นทุกคนที่มุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จนปรากฏผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่ส่วนรวมของกองทัพบก สมควรได้รับการยกย่องและยึดถือเป็นแบบอย่างต่อไป 

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวอีกว่า กองบัญชาการกองทัพบกเป็นสถานที่อันมีเกียรติ ซึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตนายทหารหลักที่ได้สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้กับกองทัพ สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติในปัจจุบันหน่วยในบก.ทบ.มีทั้งหมด 14 หน่วยได้สนับสนุนภารกิจของกองทัพบกในด้านต่างๆในการขับเคลื่อนไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ ส่งผลให้ภารกิจทุกด้านนำเกียรติยศชื่อเสียงมาสู่กองทัพบกอีกครั้ง สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชนและการเป็นเสาหลักของชาติด้านความมั่นคงอย่างแท้จริง ในนามของผู้บังคับบัญชาจึงขอขอบคุณทุกคน ขอให้ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ในการรับใช้ชาติและสร้างคุณประโยชน์ให้กับส่วนรวม พร้อมทั้งตระหนักเสมอว่าจะต้องดำรงตนอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมในการมีจิตสาธารณะ มีความเสียสละกตัญญูรู้คุณแผ่นดิน และยึดมั่นในอุดมการณ์ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติและเป็นกลไกของรัฐบาลในการช่วยสร้างสังคมที่มีแต่ความรักสามัคคีนำไปสู่การร่วมมือร่วมใจกันนำพาประเทศชาติเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

วธ.เดินหน้าแผนพัฒนา ฟื้นฟู กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 เปิดแหล่งเรียนรู้ – เส้นทางท่องเที่ยวทางประวัตศาสตร์วัฒนธรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/514257

วธ.เดินหน้าแผนพัฒนา ฟื้นฟู กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 เปิดแหล่งเรียนรู้-เส้นทางท่องเที่ยวทางประวัตศาสตร์วัฒนธรรม

วธ.เดินหน้าแผนพัฒนา ฟื้นฟู กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 เปิดแหล่งเรียนรู้-เส้นทางท่องเที่ยวทางประวัตศาสตร์วัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

วธ.เดินหน้าแผนพัฒนา ฟื้นฟู กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 เปิดแหล่งเรียนรู้-เส้นทางท่องเที่ยวทางประวัตศาสตร์วัฒนธรรม ชูพัทยาเป็นศูนย์กลางการผลิตและถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)ได้เยี่ยมชมและติดตามความคืบหน้าโครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม (4DNA) การพัฒนาศักยภาพชุมชนคุณธรรมฯ บ้านเก่าริมน้ำประแส การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ณ วัดลุ่มมหาชัยชุมพล และอุทยานการเรียนรู้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมทั้งชมต้นตะเคียนคู่และต้นสะตือ รุกขมรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ประจำปี 2560 โดยมี ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมทั้งส่วนกลางและภาคตะวันออก 1 เข้าร่วม เนื่องในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีสัญจรไปประชุมอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2563 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง)

นายอิทธิพล กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม อาทิ ป้อมกำแพงเมืองฉะเชิงเทรา พระตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดโสธรวรารามวรวิหาร แหล่งเรียนรู้บ้านเก่าริมน้ำประแสและอื่นๆ ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์,แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม และยกระดับการท่องเที่ยวไปสู่ระดับโลกได้โดยไม่ยากนัก

ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรม จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในพื้นที่ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 โดยลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานกิจกรรมและโครงการที่สำคัญ ได้แก่

1.โครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม (4DNA) ณ โรงแรม แพลทินั่ม โฮเทล ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) ของจ.ระยอง ที่นำผลการถอดรหัสอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของ อ.ปลวกแดง ไปออกแบบและประกอบธุรกิจโรงแรมจนประสบความสำเร็จ ตามโครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม

2.ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาศักยภาพชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลัง “บวร” บ้านเก่าริมน้ำประแส ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งชุมชนคุณธรรมดังกล่าวเป็นต้นแบบความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนโดยเน้นการปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสืบสานวิถีวัฒนธรรมที่ดีงามมีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยว (บวร On Tour) ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนฐานรากสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนท้องถิ่น

3.ติดตามการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมณ วัดลุ่ม พระอารามหลวง และอุทยานการเรียนรู้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ซึ่งมีโบราณสถานและพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญ ได้แก่ โบสถ์เก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2541 ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ต้นสะตืออายุกว่า 300 ปี ที่ยึดถือเป็นรุกขมรดกของแผ่นดิน ประจำปี 2560 และได้มีการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ตามรอยเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อย่างเป็นทางการอีกด้วย นอกจากนี้วธ. มีแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในมิติวัฒนธรรม

โดยเตรียมฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สนับสนุนการนำเสนอ “เมืองพัทยา” ให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ ของ UNESCO และกำหนดจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองพัทยา ในปี 2564 เพื่อส่งเสริมให้พัทยาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตและถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก โดยจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งดึงดูดผู้ประกอบการให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มยิ่งขึ้น