‘เฉลิมชัย’เปิด‘พระแม่พาติว ซีซัน 2’ ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด

‘เฉลิมชัย’เปิด‘พระแม่พาติว ซีซัน 2’ ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด

‘เฉลิมชัย’เปิด‘พระแม่พาติว ซีซัน 2’ ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

“เฉลิมชัย”เปิด”พระแม่พาติว ซีซัน 2” ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด ย้ำโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษา มุ่งมั่นทำต่อเนื่องเพื่ออนาคตเยาวชนไทย

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้มีพิธีเปิดโครงการ “พระแม่พาติว ซีซัน 2 จุดไฟฝันการศึกษาไทย” อย่างเป็นทางการ โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.ดร.เจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรค นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เหรัญญิกพรรค นายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นายนริศ ขำนุรักษ์ นายสราวุธ อ่อนละมัย นายมนตรี ปาน้อยนนท์ นายยุพราช บัวอินทร์ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด ดร.รุจชรินทร์ ทองใหญ่ นายวัชระ เพชรทอง นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต สส. ของพรรค ดร.ฐิตารีย์ ไตรสรณปัญญา อดีตผู้สมัคร อดีตตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนมีผู้ปกครองและนักเรียนเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง

ผศ.ดร.เจนจิรา ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ “พระแม่พาติว” ได้กล่าววัตถุประสงค์ของโครงการว่า เกิดขึ้นจากความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา จึงได้จัดการติวเข้มสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในวิชา TGAT TPAT และการทำ Portfolio ซึ่งในซีซันแรกที่ได้จัดในปีที่ผ่านมา ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีนักเรียนทั่วประเทศลงทะเบียนเรียนหลายพันคน และมีนักเรียนจำนวนมากที่ผ่านการติวจากโครงการสามารถสอบเข้าคณะและมหาวิทยาลัยในฝันได้สำเร็จ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้สานต่อโครงการอีกครั้งในซีซัน 2

ด้าน ดร.เฉลิมชัย กล่าวในพิธีเปิดว่า โครงการนี้คือการขับเคลื่อนด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะช่วงที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตจากนักเรียนสู่การเป็นนักศึกษา ที่เป็นช่วงเวลาของการกำหนดอนาคตที่สำคัญที่สุด “โครงการพระแม่พาติว ซีซัน 2” ถือเป็นโอกาสสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์มอบให้กับเยาวชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีสถานะทางครอบครัวเป็นอย่างไร หรือเรียนอยู่ในโรงเรียนใดใน 77 จังหวัด ซึ่งเป็นการติวสดที่พรรคประชาธิปัตย์ และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ พร้อมกัน 15 จุด ครบทั้ง 4 ภาค จึงเชื่อมั่นว่าในอีกหลายจังหวัดจะได้เข้าร่วมโครงการของเราต่อไปในอนาคต ซึ่งจะทำให้การดำเนินโครงการสามารถบรรลุผลเป็นความเท่าเทียมทางด้านการศึกษาได้อย่างแท้จริง

“พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาจริง ไม่ใช่พูดอย่างเดียวแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย ไม่ใช่เขียนหนังสือ เขียนตำรา หรือเขียนเป็นนโยบายอย่างเดียวแล้วก็ไม่มีโอกาสขับเคลื่อน แต่วันนี้คือการลงมือทำ เพื่อให้ทุกคนเห็นเห็นว่า เรามีความตั้งใจจริง” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ ดร.เฉลิมชัย ยังได้กล่าวขอบคุณ รศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ ที่ปรึกษาโครงการ ได้นำทีมติวเตอร์ชื่อดังระดับประเทศ มาร่วมติวเป็นปีที่ 2 อย่างเต็มที่ ครอบคลุมทุกวิชา โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่โรงเรียนในจังหวัด ที่มี สส.ของพรรคอีกหลายแห่ง ทั้ง 4 ภาค ไปจนถึงการได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดปัตตานี (ปส.กส) อีกด้วย โดยได้ชื่นชมติวเตอร์ชั้นนำระดับประเทศที่มาให้ความรู้ พร้อมกับได้ฝากให้เยาวชน ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ที่อยู่ในวงการศึกษาช่วยกันประชาสัมพันธ์โครงการ “พระแม่พาติว” เพื่อให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งจะเป็นการร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กไทยได้อย่างแท้จริง

สำหรับโครงการพระแม่พาติว ซีซัน 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 22 สิงหาคม 2568 โดยมีการถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุดทั่วประเทศ ประกอบด้วย

ภาคใต้

– โรงเรียนดรุณศาสตร์วิทยา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยาลัย อ.เมือง จ.ปัตตานี โรงเรียนอุบลรัตน์ราชากัลยาวิทยาลัย อ.เมือง จ.พัทลุง

– ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตร อ.จะนะ จ.สงขลา

– โรงเรียนหัวไทรบำรุงราษฎร์ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

– โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช

– โรงเรียนร่อนพิบูลย์เกียรติวัดสุทธิ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ภาคเหนือ

– โรงเรียนเจดีย์วิทยา อ.ลี้ จ.ลำพูน

– โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัฒน์ศึกษา” อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

– โรงเรียนเมืองราดวิทยาคม อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

ภาคอีสาน

– โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

ภาคกลาง

– โรงเรียนบางสะพานวิทยา อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับทีมติวเตอร์ระดับประเทศถึง 9 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้น เพื่อมาติวฟรี ครอบคลุมทุกวิชา อาทิ อ.หนู – กฤติกา ปาลกะวงศ์ | TGAT 91 Part ภาษาอังกฤษ , อ.ซัน – วิธวินท์ สุทวีทรัพย์ | TPAT1 จริยธรรมทางการแพทย์ , อ.แมค Max A wit – ณัฐพล แซ่โง้ว | TPAT3 ความถนัดวิศวะ , ดร.นริศรา | TCAS เทคนิคการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ , อ.บอส – ดร.กัณวัฒน์ สุขาภิวัฒน์ | TGAT 92 93 การคิดอย่างมีเหตุผล , อ.เกี๊ยว – ณัฐชนก รูปประดิษฐ์ | TPAT5 ความถนัดทางครุศาสตร์ , อ.โดม – คมจักร คริมาธัญสร | TCAS เตรียม Portfolio TCAS , ครูพี่น็อต – พี่ต้น | TPAT1 เชาวน์ปัญญาและการเชื่อมโยง , อ.โช่ – ชนินทร์ พรมอยู่ | TPAT3 ความถนัดวิศวกรรมศาสตร์

– 006

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาวแก้ปัญหาน้ำ

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาวแก้ปัญหาน้ำ

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาวแก้ปัญหาน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.05 น.

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาว แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

13 สิงหาคม 2568 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ร่วมกันจัดงานประชุมเสวนาขับเคลื่อนนโยบาย “อว. For Water” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มอบนโยบายแก่หน่วยงานในสังกัด อว. และภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “อว. For Water” อย่างเต็มกำลัง โดยใช้พลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน โดยยึดหลัก “บูรณาการ ต่อยอด และนำไปใช้” และได้มอบหมายให้ สอวช. และ สสน. จัดทำสมุดปกขาว เสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติต่อไป และดึงกองทุนกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เข้าสนับสนุนการขับเคลื่อน

ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ย้ำถึงแนวคิด “Smart Water Governance” ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายนี้ โดยมี 3 เสาหลักที่ตอบสนองนโยบาย ได้แก่ ข้อมูลที่แม่นยำ จาก “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ที่พัฒนาโดย สสน. งานวิจัยที่ตอบโจทย์ โดยการสนับสนุนทุนจาก สกสว. และ นโยบายที่เฉียบคม โดยมี สอวช. เป็นสะพานเชื่อมจากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำต้องอาศัยองค์ประกอบหลักคือ ข้อมูล เทคโนโลยีและนโยบายเชื่อมโยงทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชน ส่วนท้องถิ่น ส่วนกลาง โดยใช้ระบบข้อมูลน้ำขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ และกฎหมายที่รองรับ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม

“จุดแข็งของ อว. คือการมีผู้เชี่ยวชาญ มีเครือข่ายนักวิจัยทั่วประเทศ สามารถสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง และมีเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยด้านน้ำ การจัดการน้ำในชุมชนจึงต้องอาศัยการถอดบทเรียนพื้นที่ ว่าแต่ละแห่งมีลักษณะอย่างไร เช่น บางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในจุดเดียวกัน ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หรือองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเสมอไป ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนต้องมีความสามารถรอบด้าน และ สสน. ได้แนะนำให้ใช้แนวคิดสมดุลน้ำในการแก้ปัญหา” ดร.สุรชัย กล่าว

ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า เป้าหมายการขับเคลื่อน คือการบริหารจัดการน้ำอย่างมีธรรมาภิบาล พร้อมผลักดันนวัตกรรมน้ำให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า ลดผลกระทบและเพิ่มประสิทธิภาพ อว. จึงกำลังดำเนินนโยบาย “อว. for Water” โดยใช้เครือข่ายพันธมิตร อว. ขับเคลื่อนงานเป็น 2 เฟส คือ เฟส 1 ดำเนินการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง ด้วยกลไกเฉพาะ และเฟส 2 ทำงานเชื่อมโยงข้ามกระทรวง โดยบูรณาการกับสภานโยบายฯ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) กรมเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผสานเทคโนโลยี บุคลากร และข้อมูล ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน

ด้าน ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. ได้นำเสนอศักยภาพของ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ซึ่งเป็นกลไกเทคโนโลยีสำคัญ โดยรวบรวมข้อมูลจาก 54 หน่วยงานใน 12 กระทรวง มาวิเคราะห์และพัฒนาเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ครอบคลุมตั้งแต่ “ฟ้าถึงทะเล” ประกอบด้วย 1. เทคโนโลยีคาดการณ์ สสน. มีระบบแบบจำลองที่ทันสมัย สามารถคาดการณ์ฝน น้ำท่า น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ และกำลังพัฒนา AI/ML เพื่อเพิ่มความแม่นยำ 2. การจัดการน้ำชุมชน โดยขยายผลสู่การบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริกว่า 1,847 หมู่บ้าน ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำ ผลผลิตทางการเกษตร และลดความเสียหายจากภัยพิบัติ 3. เครื่องมือที่ใช้ได้จริง โดยประชาชนและหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน ThaiWater Mobile Application และ Mobile War Room สนับสนุนการบัญชาการในพื้นที่ประสบภัย ในอนาคต สสน. ตั้งเป้ายกระดับความมั่นคงด้านน้ำด้วย AI/ML เพื่อเพิ่มความแม่นยำของระบบคาดการณ์ และพัฒนาคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติให้เป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงวิทยาศาสตร์ระบบ เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำและบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะที่นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการกิตติมศักดิ์หอการค้าไทย ได้ยกบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งสร้างความเสียหายราว 1.4 ล้านล้านบาท หรือ 12% ของ GDP กระทบพื้นที่การเกษตรกว่า 12.8 ล้านไร่ และประชาชนกว่า 13 ล้านคน และหลายภาคอุตสาหกรรมหยุดชะงัก เป็น “Wake-up Call” ที่ทำให้ภาคธุรกิจตระหนักว่าการจัดการน้ำไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามขอชื่นชมบทบาทของ สสน. ในฐานะ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ที่พัฒนาแพลตฟอร์ม ThaiWater คาดการณ์ฝน พายุ และปริมาณน้ำได้ล่วงหน้า ได้ตั้งแต่ 3 วัน 7 วัน จนถึงรายเดือน ช่วยภาคธุรกิจวางแผนลดความเสี่ยงทั้งภาคการผลิต ประกันภัย ธนาคาร และเกษตรกรรม

“ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับ สสน. จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ และมีระบบกักเก็บน้ำขนาด 4–6 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงใช้ IoT และเซ็นเซอร์ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในไร่อ้อยจาก 7-8 ตันต่อไร่ เป็นกว่า 15 ตันต่อไร่ และการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบติดตั้งบนบก ซึ่งหอการค้าไทยพร้อมใช้เครือข่ายครอบคลุม 76 จังหวัด และกลุ่มนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ (YEC) ร่วมมือกับ สสน. ใช้ข้อมูลวางแผนเชิงพื้นที่เสนอแผนโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปัญหาจริงของแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างยั่งยืน”นายวิชัย กล่าว

จากนั้นภายในงานได้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็น “การขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการน้ำบนฐานข้อมูลสารสนเทศ” ออกเป็น  4 กลุ่มหลัก ได้แก่  1. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ  2. กลุ่มสารสนเทศด้านบริหารจัดการน้ำ  3. กลุ่มวิจัย และ 4. กลุ่มการจัดทำสมุดปกขาวเชิงนโยบาย

ดร.สุรชัย ได้สรุปสาระสำคัญของการระดมความคิดเห็นว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างองค์ความรู้และวางระบบบริหารจัดการน้ำในทุกระดับ ทั้งชุมชน ภาคเอกชน และเชิงนโยบาย พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายและลดการซ้อนทับอำนาจของหลายหน่วยงาน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยกลุ่มสารสนเทศฯ เห็นความจำเป็นในการพัฒนาข้อมูลให้มีคุณภาพ เน้นการนำไปใช้ประโยชน์ด้านเกษตรเป็นลำดับแรก และต่อยอดสู่การป้องกันภัยพิบัติในระยะยาว

กลุ่มการวิจัย มองว่ามหาวิทยาลัยควรจัดระบบบริหารจัดการน้ำให้บูรณาการและใช้งานได้จริง โดยภาครัฐให้ความสำคัญกับการจัดการภัยพิบัติ ควรพัฒนาเทคโนโลยีระดับชุมชน ส่วนภาคเอกชนเน้นคุณภาพน้ำและการป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่รับน้ำ ชุมชน และผู้ใช้น้ำ พร้อมเรียกร้องการบูรณาการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและได้รับองค์ความรู้ด้านการเตือนภัยเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มการจัดทำสมุดปกขาวเชิงนโยบาย เสนอให้ภาครัฐและมหาวิทยาลัยพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำ ผู้ใช้น้ำต้องการให้พัฒนากำลังคนเพื่อเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยี ส่วนภาคเอกชนเรียกร้องการพัฒนาแบบจำลองเพื่อการบริหารเชิงรุก ตอบโจทย์การจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศ ครอบคลุมการบริหารกำลังคน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และเชื่อมต่อการจัดการน้ำในทุกระดับอย่างมีเอกภาพ

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผศ.อรวรรณ คูหเพ็ญแสง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำคณะนักเรียนนักดนตรีวงโยธวาทิตโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นวงโยธวาทิตตัวแทนประเทศไทย โดย สมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเทศกาลวงโยธวาทิตนานาชาติ ประเทศเกาหลีใต้ ประจำปี 2568 “Jeju International Wind Ensemble Festival 2025” ระหว่างวันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ เมืองเจจู ประเทศเกาหลีใต้ ตามคำเชิญของผู้จัดงาน โดยมี อาจารย์วิษณุ โห้ไทย เป็นอาจารย์ผู้ควบคุมวง ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางการแสดงดนตรี สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตและเครือข่ายพันธมิตรทางดนตรี

ทั้งนี้ วงโยธวาทิตโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดวงโยธวาทิตโลก ชิงถ้วยพระราชทานฯ แห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 Thailand World Music Championships 2024 ในประเภท Modern Concert Band – MCB Division 3 ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.ศรีสะเกษ จึงได้รับสิทธิ์ในการแต่งตั้งให้เป็น “ตัวแทนประเทศไทย” เข้าร่วมกิจกรรมวงโยธวาทิตในต่างประเทศอย่างถูกต้องและเป็นไปตามประกาศสมาคมฯ เลขที่ สวยท. ปศ. 65/3 – ข้อกำหนดการรับรองวงโยธวาทิตในนามตัวแทนประเทศไทย ดูรายละเอียดได้ที่ https://mbat.or.th/announcement  , ประกาศราชกิจจานุเบกษา (ข้อ 4.7) https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17179845.pdf

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต  นักบริหารพิเศษ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ปทุมมา ผกาสวรรค์ งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์ ผลงานการเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  โดยได้รับเกียรติจาก นางสุภาพร  โชคเฉลิมวงศ์  ผู้อำนวยการ กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  ผู้ก่อตั้งวัดร่องขุน และ ดร.อนันต์  พิริยะภัทรกิจ  นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) เข้าร่วมกิจกรรมและจัดแสดงผลงาน ณ วัดร่องขุ่น อ.เมือง จ.เชียงราย  

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว  วว. ร่วมกับ วช. ผ่านการดำเนินงานโดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ และภาคีเครือข่ายวัดร่องขุ่น กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-17 สิงหาคม 2568 ณ วัดร่องขุน เนื่องในเทศกาลวันแม่ ภายในงานจัดแสดงความสวยงามของ ดอกปทุมมา” และการนำไปใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ทั้งการประดับตกแต่ง การใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพร การแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ดอกไม้ประดับของไทยให้ยั่งยืน

ทั้งนี้ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ มีกรอบโครงการวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ การวิจัยเพื่อการผลิต การวิจัยเพื่อการส่งออก การวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว การวิจัยเทคโนโลยี การวิจัยในท้องถิ่น และการวางแผนการตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและพัฒนาตลาดไม้ดอกไม้ประดับมูลค่าสูงภายในประเทศและต่างประเทศอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งในการผลิตและการตลาดอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

ชวนเยาวชนถอดรหัส ‘Triple R’ กับนิทรรศการ ​‘Mission for Change’ ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต

ชวนเยาวชนถอดรหัส ‘Triple R’ กับนิทรรศการ ​‘Mission for Change’ ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต

ชวนเยาวชนถอดรหัส ‘Triple R’ กับนิทรรศการ ​‘Mission for Change’ ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดนิทรรศการ นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน EGCO Base : Mission for Change ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน EGCO Group พร้อมด้วย นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) รักษาการแทนผู้อำนวยการ และ ดร.พีรนุช กัณหดิลก ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติ อพวช. เป็นประธานเปิดนิทรรศการฯ 

นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน EGCO Group กล่าวว่า EGCO Group จะใช้นิทรรศการฯ นี้เป็นเสมือน ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต” ที่ช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจและส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนให้เติบโตไปเป็นพลเมืองโลก ที่สามารถพัฒนานวัตกรรมและใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ช่วยยับยั้งและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“EGCO Group ขอเชิญชวนเยาวชนและผู้สนใจมาบุกฐานลับในบูธนิทรรศการฯ ของ EGCO Group ภายในมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 แล้วสนุกไปกับกิจกรรมการเรียนรู้และจุดประกายแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ตามแนวคิด “Triple R” ได้แก่ Refuse ปฏิเสธหรือยุติการทำลายความสมบูรณ์ทางธรรมชาติตั้งแต่ต้นทาง Refill ฟื้นฟูและเติมความสมบูรณ์ทางธรรมชาติให้ฟื้นคืนโดยเร็ว และ Reverse สร้างผลกระทบในเชิงย้อนทางจากลบสู่บวก โดยหวังผลเชิงบวกให้โลกฟื้นคืนสมดุลสู่ความสมบูรณ์ เพื่อร่วมกันเป็น “Re-Gen Hero” ที่ช่วยพลิกฟื้น คืนสมดุลโลก (Regenerative) ให้ดีขึ้นกว่าเดิมนายสมเกียรติ กล่าว

ด้าน ..พินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมองค์กรและสังคม ฝ่ายสื่อสารองค์กร EGCO Group กล่าวว่า นิทรรศการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้ โซนที่ 1 EGCO Base Mission ฐานลับเปลี่ยนโลก : เข้าสู่ฐานบัญชาการลับและเดินทางข้ามมิติเวลาไปถอดรหัส “Triple R” ผ่านภาพยนตร์ 4 มิติ โซนที่ 2 EGCO Regenerative ภารกิจค้นหานวัตกรรม : ออกตามหานวัตกรรมที่ช่วยพลิกฟื้นโลกแบบ Regenerative จากประเทศไทยและทั่วโลก และ โซนที่ 3 EGCO Act Now or Never ! เปลี่ยนโลกด้วยตัวเรา : แปลงร่างเป็นนวัตกรน้อย “Re-GenHero” ด้วยเทคโนโลยี AI พร้อมร่วมแชร์ไอเดียและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก โดย EGCO Group จะรวบรวมความคิดและไอเดียสร้างสรรค์ของผู้เยี่ยมชมนิทรรศการฯ ส่งต่อไปที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้กำหนดนโยบายในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ หลังจบมหกรรมวิทย์ฯ’68 EGCO Group จะนำนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน EGCO Base : Mission for Change ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต” ไปจัดแสดงต่อที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2568 ต่อเนื่องถึงวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 (10 มกราคม 2569) เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจและเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกให้เยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Khanom Learning Center(www.facebook.com/khanomlearningcenter)

ม.นครพนม จัดกิจกรรม ‘รับขวัญน้องใหม่’ สานสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง

ม.นครพนม จัดกิจกรรม ‘รับขวัญน้องใหม่’ สานสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง

ม.นครพนม จัดกิจกรรม ‘รับขวัญน้องใหม่’ สานสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สาขาวิชาประมง คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม จัดกิจกรรมรับขวัญนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีนักศึกษารุ่นพี่ และคณาจารย์ร่วมกันต้อนรับน้องใหม่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักศึกษารุ่นพี่กับรุ่นน้อง รวมถึงเสริมสร้างความรัก ความผูกพันต่อสถาบันและความสามัคคีในหมู่คณะ โดยมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การทำกิจกรรมฐานสร้างความสัมพันธ์ การแนะนำมหาวิทยาลัย แนะนำคณาจารย์ บุคลากร และการให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตนในสถานศึกษา ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกรักและหวงแหนสถาบัน

และหนึ่งในไฮไลต์ คือ กิจกรรม รุ่นพี่พารุ่นน้องจับปลา” ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงหน้าฝน เพราะมีน้ำท่วมขังบริเวณใกล้แปลงเกษตร โดยอาศัยสภาพพื้นที่ดังกล่าวทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้นักศึกษาใหม่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง พร้อมสร้างความสนุกสนาน และประสบการณ์ร่วมกันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง

นอกจากนี้ยังมีพิธี ผูกแขนบายศรี รับขวัญน้องใหม่ในอ้อมกอดของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งที่รุ่นพี่ คณาจารย์ และรุ่นน้องได้ร่วมแสดงความยินดีและความอบอุ่นใจ พร้อมร่วมรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

อาจารย์จิราวรรณ คำธร อาจารย์ประจำสาขาวิชาประมง เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในวิธีสร้างความเข้มแข็งของชุมชนการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา ทั้งยังช่วยให้นักศึกษาเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสาขาวิชาประมง และของมหาวิทยาลัยนครพนมโดยรวม

นักศึกษาที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาประมง ส่วนใหญ่มีงานรองรับอย่างต่อเนื่อง ทั้งในหน่วยงานราชการ เช่น กรมประมง บริษัทเอกชนในเครือ CP ตลอดจนการประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงเป็นครูในสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อาจารย์จิราวรรณ กล่าว

กิจกรรมรับน้องในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้แก่นักศึกษาใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของคณะในการดูแล ส่งเสริม และพัฒนานักศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการและด้านจิตใจ พร้อมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่คงอยู่ยาวนานในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกด้วย

รัฐมนตรีสุชาติเอาจริง! ส่งมหานิยม ผู้ช่วยรัฐมนตรี หนุนวัดใหม่ยายแป้นนำร่องอบรมบัญชีวัด

รัฐมนตรีสุชาติเอาจริง! ส่งมหานิยม ผู้ช่วยรัฐมนตรี หนุนวัดใหม่ยายแป้นนำร่องอบรมบัญชีวัด

รัฐมนตรีสุชาติเอาจริง! ส่งมหานิยม ผู้ช่วยรัฐมนตรี หนุนวัดใหม่ยายแป้นนำร่องอบรมบัญชีวัด

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.14 น.

เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีในระบบการบริหารจัดการการเงินวัดที่กำลังเป็นประเด็นร้อน นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและเน้นย้ำให้ทำให้เร็ว ส่ง ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนุนเสริมการอบรมวัดทำบัญชีอย่างเป็นระบบนำร่องวัดในเขตบางกอกน้อย โดยวัดใหม่ยายแป้นเป็นแม่งานหลัก

ดร.นิยม เวชกามา “ดร.มหานิยม”ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรวุฒิบัตร การจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐาน กล่าวว่า “เป็นที่น่ายินดีที่ได้เห็นวัดใหม่ยายแป้น โดยการนำของท่านพระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น คิดริเริ่มและลงมือทำอย่างรวดเร็ว ตอบสนองนโยบายท่านรัฐมนตรีสุชาติ ตันเจริญ ที่ต้องการเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการบัญชีที่ถูกต้องให้กับวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ความรู้ไม่ใช่แค่พระ แต่ต้องรวมถึงญาติโยมที่มาช่วยงานวัดเช่นไวยาวัจกร เพราะพระหลายๆ วัด เจ้าอาวาสท่านอาวุโส อาจไม่ถนัดงานบริหารจัดการการเงิน ซึ่งต้องมีไวยาวัจกรหรือพระหนุ่มๆ มาช่วยกันดูแลงานด้านการเงินให้กับวัด โดยเรามุ่งเน้นการแก้ปัญหา ดูแลและพัฒนาให้ความรู้ควบคู่กันไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายงานพระพุทธศาสนา คือทำให้ไว ทำให้ครอบคลุม อย่าเพิ่งมองว่าพระเป็นปัญหา แต่ต้องมองว่าอะไรคือต้นเหตุแห่งปัญหา แล้วมาแสวงหาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง แต่ทุกอย่างท่านรัฐมนตรีเน้นย้ำเสมอว่าให้ทำให้ไว ให้เร็ว การที่ท่านพระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น จัดกิจกรรมการอบรมการทำบัญชีให้กับวัดในครั้งนี้จึงนับว่าท่านเร็ว ท่านตอบสนองานส่งเสริมพระพุทธศาสนา ต้องชื่นชมท่านและเป็นกำลังใจให้พระดีดี ซึ่งเรามีพระดีดีมากมายต้องมาช่วยกันส่งเสริมพระดีดีกันครับ”

พระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น กล่าวว่า “การฝึกอบรมหลักสูตรวุฒิบัตร การจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐานตามมติมหาเถรสมาคม ให้กับ พระสังฆาธิการ พระภิกษุ ไวยาวัจกร ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยคณะสงฆ์เขตบางกอกน้อย ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยพระพิมลภาวนาพิธาน เจ้าคณะเขตบางกอกน้อย จะเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และท่านมหานิยม ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุชาติ ตันเจริญ) ให้เกียรติมาเป็นประธานฝ่ายฆารวาสด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเองให้ความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน รวมถึงทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ให้ความสนับสนุนร่วมมือย่างดี มีท่านบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาร่วมบรรยาย พร้อมด้วยคุณจุไรลักษณ์ จันทสีหราช ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินและการบัญชีของวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาร่วมเป็นวิทยากร อาตมาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การอบรมการจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐานตามมติมหาเถรสมาคมในครั้งนี้ จะทำให้พระภิกษุสงฆ์ ไวยาวัจกร รู้จักทำบัญชีวัดให้ถูกต้อง รู้จักวิธีการจัดทะเบียนทรัพย์สินของวัด รวมทั้งรู้จักวิธีการควบคุมภายในการจัดการตู้บริจาค และทั้งหวังว่า หลักสูตรนี้จะนำมาซึ่งความโปร่งใส เลื่อมใส และใส่ใจพระพุทธศาสนาหลักสูตร อย่างยั่งยืนในหมู่ชาวพุทธในประเทศไทย โดยอาตมามีแผนในการจัดอบรมอย่างนี้ใน 4 ภูมิภาคให้ครอบคลุมวัดทั่วประเทศต่อไป”

หลักสูตรวุฒิบัตร การจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐานตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อให้รู้จักการทำบัญชีวัดอย่างถูกต้อง รู้จักวิธีการจัดทำทะเบียนทรัพย์สินของวัด รู้จักวิธีการควบคุมภายในการจัดการตู้บริจาค

โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมในครั้งนี้ยังมี คุณนิภาภรณ์ เวชกามา เลขานุการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , คุณรัชพล สุวรรณโชติ คณะทำงานผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และพระภิกษุจากวัดต่างๆ กว่า 125 รูป/คน เช่น วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดระฆังโฆษิตาราม วัดสุวรรณาราม วัดสุนทรธรรมทาน วัดภาณุรังสี กรุงเทพฯ วัดอริยวงศาราม ราชบุรี วัดปู่เจ้า สุพรรณบุรี วัดป่าลานโพธิ์ สุรินทร์ วัดปัญญานันทาราม ปทุมธานี วัดวิเวกภูนางำ ขอนแก่น  เป็นต้น

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.13 น.

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติอีกครั้ง ด้วยความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของ นทพ. ชัยกวี อำทะวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 6 คณะทันตแพทยศาสตร์ ที่สามารถคว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน Clinical Skill Competition: Wire Bending ในงานประชุมวิชาการ Asia Pacific Dental Students Association (APDSA) Annual Congress 2025 ครั้งที่ 51 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับเป็นเวทีที่ท้าทายและสะท้อนถึงศักยภาพทางวิชาการและทักษะปฏิบัติของนักศึกษาทันตแพทย์ในระดับสากล ซึ่ง นทพ.ชัยกวี ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่น และความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง จนสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ได้สำเร็จ

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ คือการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยท่านศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีผู้บริหารที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้เป็นผู้นำด้านการผลิตบัณฑิตคุณภาพสูง ด้วยแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จนสามารถผลักดันนักศึกษาให้ไปถึงเวทีระดับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

ท่าน ศ.ดร.บังอร กล่าว “ความสำเร็จของนักศึกษาทันตกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว และยังสะท้อนถึงความมาตรฐานในระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้อย่างแท้จริง”

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์, ผศ.ดร.ธิติยา มีชัย รองคณบดีและผู้บริหาร คณาจารย์ ชื่นชมลูกศิษย์และขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง และชื่นชมในความตั้งใจของ นทพ.ชัยกวี ที่ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนนักศึกษาในมหาลัยและทั่วประเทศ พร้อมย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ BTU ในการพัฒนาเยาวชนไทยให้ “ก้าวไกลสู่เวทีโลก” อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

อพวช. เปิดตัวหนังสือ ‘วิวิทย์ วิวัฒน์’ ในงานมหกรรมวิทย์ ปี’68

อพวช. เปิดตัวหนังสือ ‘วิวิทย์ วิวัฒน์’ ในงานมหกรรมวิทย์ ปี’68

อพวช. เปิดตัวหนังสือ ‘วิวิทย์ วิวัฒน์’ ในงานมหกรรมวิทย์ ปี’68

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.39 น.

อพวช. เปิดพื้นที่ให้สายวิทย์ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อน “วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องแข็งกร้าวและไกลตัว” พร้อมเปิดตัวหนังสือ “วิวิทย์ วิวัฒน์” ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2568 ณ เวทีกลาง ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ กรุงเทพฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดเสวนา “กล้าถาม กล้าสงสัย จุดเริ่มต้นวิทยาศาสตร์” โดยมี ผศ.ดร.ป๋วย อุ่นใจ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ และผศ.ดร.ภาคภูมิ ทรัพย์สมบูรณ์ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์การเดินทางในโลกแห่งวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นและน่าสนใจ พร้อมเปิดตัวหนังสือประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ “วิวิทย์ วิวัฒน์” ที่สร้างสรรค์เนื้อหาจากนักวิชาการ NSM เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ และสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาหาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น ถือเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สู่สาธารณชน สะท้อนเรื่องวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด! ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2568 ณ เวทีกลาง ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.ป๋วย อุ่นใจ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มาร่วมพูดคุยและเผยมุมมองว่า ความรู้ด้านประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ หากใครได้ศึกษาหรือหามาอ่าน จะรู้ว่าสนุกมาก เพราะเป็นชีวิตจริงของมนุษย์

เช่นเดียวกับ นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ที่เห็นว่า ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์เติมความเป็นมนุษย์ ซึ่งการมองประวัติศาสตร์ที่ระยะเวลาอันกว้างขึ้นนั้น ทำให้เราเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้น เช่น หากวันนี้เรามองเรื่องของพลาสติกไม่ดี น้ำมันไม่ดี ถ้าได้ศึกษาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์อย่างเข้าใจด้วยแล้ว มุมมองเหล่านี้จะเปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอะไรให้มนุษย์มาแล้วบ้าง

ด้าน ผศ.ดร.ภาคภูมิ ทรัพย์สมบูรณ์ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ยกตัวอย่างประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนมุมมองของคน ทั้งเรื่องของปลวกกินไม้ กับความเชื่อเรื่องจุลินทรีย์ไม่ดีหรือแม้แต่เรื่องของพลาสติกปัจจุบัน ที่สารตั้งต้นมาจากปิโตรเลียม กลุ่มน้ำมัน แม้ต่อมาจะสร้างปัญหาเรื่องโลกร้อนก็ตาม แต่จริง ๆ ประวัติศาสตร์น้ำมันที่ค้นขุดขึ้นมานั้น มีวัตถุประสงค์แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะก่อนหน้านั้นการจุดตะเกียงให้แสงสว่างต้องใช้น้ำมันจากไขปลาวาฬ แต่เมื่อมีการขุดน้ำมันขึ้นมาใช้ การล่าปลาวาฬลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นางสาวปวิตา ลิขิตเดชาโรจน์ นักวิชาการ NSM หนึ่งในผู้ร่วมเขียนหนังสือ วิวิทย์ วิวัฒน์ ได้เผยถึงเบื้องหลังการจัดทำหนังสือเล่มนี้ว่า เป็นการรวบรวมบทความจำนวน 20 เรื่องจากคอลัมน์ยอดนิยม “Science Timeline” ซึ่งตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องในนิตยสาร NSM Science Magazine ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้นำเสนอเรื่องราวพัฒนาการของวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัว เข้าใจง่าย และกระชับ เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกวัย โดยเนื้อหาถูกออกแบบให้สอดคล้องกับยุคสมัย ด้วยการใช้ “อินโฟกราฟิก” และ “เส้นเวลา” เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวได้อย่างสนุกสนาน โดยเนื้อหาถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์กับชีวิต อากาศและอวกาศ และวัสดุเปลี่ยนแปลงโลก นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวน่าสนใจที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับสังคม เช่น “วันส้วมโลก” ที่สะท้อนความสำคัญของสุขอนามัยในระดับโลก และการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อรับมือกับความท้าทายของมนุษยชาติอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อหนังสือ วิวิทย์ วิวัฒน์ ได้ที่งาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568” (NST Fair 2025) ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม เป็นต้นไป ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

เปิดภาพ! ‘กองทัพรัฐฉาน’ จุดเทียนถวายพระพร’พระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เปิดภาพ! 'กองทัพรัฐฉาน' จุดเทียนถวายพระพร'พระพันปีหลวง' เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เปิดภาพ! ‘กองทัพรัฐฉาน’ จุดเทียนถวายพระพร’พระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.06 น.

กองทัพรัฐฉาน ร่วมจุดเทียนถวายพระพร สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา 

เมื่อวานนี้ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 19.00 น. พล.ต. เครือเงิน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (SSA -S) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) และ พ.อ. คำกอนจื้น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพรัฐฉาน (SSA -S) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) และผู้บัญชาการ กองบัญชาการควบคุมส่วนหน้า ที่ 1 (ผบ.บก.คค.สน.ที่ 1) ดอยก่อวัน รัฐฉาน

ร่วมพิธีวางพานพุ่ม และจุดเทียนถวายพระพร  เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๙๓ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ. อาคารโรงเรียนดอยก่อวัน กิ่ง อ.เมืองตูม จ.เมืองสาด รัฐฉาน โดยมีกำลังพล, ประชาชนในพื้นที่, ผู้นำชุมชน, กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา  เข้าร่วมพิธี

ขอบคุณ : โบราณนานมา