‘เสมา 1’ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียนน้ำท่วม จ.พะเยา

'เสมา 1'ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียนน้ำท่วม จ.พะเยา

‘เสมา 1’ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียนน้ำท่วม จ.พะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

“เสมา 1″ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียนน้ำท่วม จ.พะเยา เตรียมจับมือ”กรมชลฯ-ก.เกษตร”แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายบุญสิงห์ วริทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ., ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนวิภา และติดตามการดำเนินงานตามนโยบายค้านการศึกษา จังหวัดพะเยา

โดย ศ.ดร.นฤมล พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 46 (ดอกคำใต้) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) พะเยา เขต 1 และโรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) พะเยา อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เพื่อตรวจเยี่ยมการฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียน พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและถุงยังชีพให้กับครูและนักเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วมพร้อมทั้งรับฟังเสียงสะท้อนของนักเรียนและครู

จากนั้น รมว.ศธ.พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านทุ่งหลวง ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้มาตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (FIX IT CENTER) พร้อมระดมอาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคพะเยา, วิทยาลัยเทคนิคดอกคำใต้, วิทยาลัยเทคนิคเชียงคำ มาช่วยซ่อมรถมอร์เตอร์ไซต์ เครื่องตัดหญ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่เสียหายจากการถูกน้ำท่วม พร้อมแจกต้นกล้าพันธุ์ไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้ชาวบ้านนำไปปลูกด้วย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวถึงการเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียน ว่า จ.พะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ทางน้ำผ่าน และเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ เวลาฝนตกจึงเป็นพื้นที่รับน้ำมาโดยตลอดทำให้โรงเรียนหลายแห่งถูกน้ำท่วม แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปีนี้น้ำจะท่วมน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่ตนก็ไม่อยากให้น้ำท่วมโรงเรียนนอีกในปีถัดๆ ไป จึงจะร่วมกันวางแผนในระยะยาว อาจจะต้องสร้างครรภ์กันน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ในช่วงที่มีพายุเข้าหรือช่วงที่มีน้ำขึ้นสูง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมโรงเรียนได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ช่วยสร้างนวัตกรรมป้องกันน้ำท่วมว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง และตนจะประสานกับกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากมีเครื่องมือต่างๆ โดยจะมาวางแผนร่วมกันในการป้องกันน้ำท่วม

ศ.ดร.นฤมล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้านโยบายการขับเคลื่อนด้านการศึกษา 4 ข้อ ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า การแยกวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือน ตอนนี้ สพฐ.กำลังปรับปรุงเนื้อหาการเรียนการสอนในหนังสือเรียน ควบคู่ไปกับการวัดและประเมินผล ซึ่งองมนตรีก็ได้ติดตามในเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ครูและนักเรียนให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์ ว่าไม่ได้อยู่แค่ในหลักสูตรในตำราเรียนเท่านั้น แต่อยู่ในจิตสำนึกของทุกคน ส่วนเรื่องการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ สำนักงานคณะกรรมการข้าราขการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ซึ่งตนอยากให้ทุกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ไม่อยากให้เป็นนโยบายจากรัฐมนตรีลงไปเพียงฝ่ายเดียว ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ตนพึ่งได้หารือกับอธิบดีและว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้ว ว่าจะมาแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันกับ ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการ สกสค. ที่จะนำหนี้สหกรณ์มารวมกัน และตั้งเป็นสหกรณ์กลาง สกสค.ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้วภายใน 3 เดือนนี้ครูก็จะลงทะเบียนแก้หนี้ได้ และเรื่องการลดภาระครู ก็มีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน

รมว.ศธ.กล่าวถึงโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime จะสามารถดำเนินการได้ทันภายในเดือนกันยายนนี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ สพฐ.กำลังดำเนินการให้เขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 118 เขต ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอยู่

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า ถ้าโครงการ Anywhere Anytime ถ้าทำไม่ทันจริงๆ สพฐ.ก็จะกันงบแบบไม่มีหนี้ ไว้เบิกเหลื่อมปี ในระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS)

ขณะที่ ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุม ก.ค.ศ.เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบในหลักการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 621 ตำแหน่งมากำหนดเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค(2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 18 แห่ง เพื่อแก้ปัญหา ขาดแคลนอัตรากำลังบุคลากรสายสนับสนุนของโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยนั้น ถือเป็นความสำเร็จแรกในการดำเนินการแก้ปัญหาขาดแคลนอัตรากำลังบุคลากรสายสนับสนุน และในปลายเดือนสิงหาคมนี้ จะได้อีกประมาณเกือบ 2,000 ตำแหน่งที่จะนำมากำหนดเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค(2) ในโรงเรียนที่ขาดแคลนต่อไป โดยจะนำเข้าที่ประชุม ก.ค.ศ.ในรอบการประชุมถัดไป ส่วนปีงบประมาณหน้า เมื่อได้อัตราเกษียณคืนมาและเป็นอัตราที่เกินเกณฑ์ก็จะดำเนินการในรูปแบบเดียวกันไปเรื่อยๆ

– 006

‘ปลัดศธ.’เผยหลังสภาฯ โหวตผ่านร่างงบฯ 69 ‘ก.ศึกษาธิการ’ถูกปรับลด 94.3301 ล้าน

'ปลัดศธ.'เผยหลังสภาฯ โหวตผ่านร่างงบฯ 69 'ก.ศึกษาธิการ'ถูกปรับลด 94.3301 ล้าน

‘ปลัดศธ.’เผยหลังสภาฯ โหวตผ่านร่างงบฯ 69 ‘ก.ศึกษาธิการ’ถูกปรับลด 94.3301 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.12 น.

‘ปลัดศธ.’เผยงบ’ศธ.’ขอไป 355,108.4775 ล้านบาท ถูกปรับลด 94.3301 ล้านบาท ได้รับ 355,014.1474 ล้านบาท หลังสภาฯ ลงมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบ 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2568 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ขอไป 355,108.4775 ล้านบาท ถูกปรับลด 94.3301 ล้านบาท ได้รับ 355,014.1474 ล้านบาท แยกเป็น     

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอไป 41,247.0931 ล้านบาท ถูกปรับลด 6 ล้านบาท ได้รับ 41,241.0931 ล้านบาท, กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) ขอไป 12,009.9307 ล้านบาท ถูกปรับลด 5 ล้านบาท ได้รับ 12,004.9307 ล้านบาท, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอไป 27,261.7238 ล้านบาท ถูกปรับลด 50 ล้านบาท ได้รับ 27,211.7238 ล้านบาท 

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขอไป 28,004.2189 ล้านบาท ถูกปรับลด 31 ล้านบาท ได้รับ 27,973.2189ล้านบาท, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ขอไป 200.6140 ล้านบาท ไม่มีการปรับลด, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) ขอไป 2,168.4286 ล้านบาท ไม่มีการปรับลด, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ขอไป 158.2113 ล้านบาท ไม่มีการปรับลด, สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ขอไป 174.0032 ล้านบาท ถูกปรับลด 2.3301 ล้านบาท ได้รับ 171.6731 ล้านบาท, โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ขอไป 352.5986 ล้านบาท ไม่มีการปรับลด, สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ขอไป 430.4627 ล้านบาท ไม่มีการปรับลด, สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ขอไป 101.1926 ล้านบาท ไม่มีการปรับลด

‘รมว.นฤมล’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา

‘รมว.นฤมล’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา

‘รมว.นฤมล’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.18 น.

“รมว.นฤมล”ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา เผย เร่งสร้างบ้านใหม่มอบ ‘ยายสะทน’ ฟื้นกำลังใจและความหวังให้ผู้ประสบภัย

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเพลิงศพ นายบัณฑิต อุ่นจิตร และเด็กชายฐิติวัฒน์ บุญแต่ง ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดประทุมเมฆ จ.สุรินทร์ 

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และญาติผู้วายชนม์ เข้าร่วมพิธี 

โดย ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย โดยระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมยืนเคียงข้างครอบครัว เราจะช่วยกันประคับประคอง และเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวก้าวข้ามความสูญเสียครั้งนี้ไปให้ได้ โดยได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง และเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยา ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ภายหลังพิธี ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า เด็กชายฐิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือ น้องน้ำโขง เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิด BM-21 ตกที่บ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง เป็นหลานชายของนายสุธีร์ และนางสะทน กันภัย โดยครอบครัวได้รับความสูญเสียอย่างหนัก ทั้งการจากไปของหลานชาย และการบาดเจ็บสาหัสของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงบ้านพักและอุปกรณ์ประกอบอาชีพที่ถูกทำลายทั้งหมด

“ดิฉันและมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล ได้ร่วมกันก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณยายสะทน กันภัย และครอบครัวที่ยังบอบช้ำจากเหตุการณ์ โดยมูลนิธิฯ กำลังติดตามงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด พร้อมจัดหาสิ่งของจำเป็นและอุปกรณ์ทำกินให้ครบถ้วน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างบ้าน แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เพื่อให้ครอบครัวที่สูญเสียกลับมามีความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตอีกครั้ง
 

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมฟังเสวนา’เรื่องจริงจากชายแดน’ ฟังจากปาก’แม่ทัพภาคที่ 2′

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมฟังเสวนา'เรื่องจริงจากชายแดน' ฟังจากปาก'แม่ทัพภาคที่ 2'

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมฟังเสวนา’เรื่องจริงจากชายแดน’ ฟังจากปาก’แม่ทัพภาคที่ 2′

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.58 น.

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญบุคลากรและนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมส่งกำลังใจและรับฟังการสนทนาพิเศษ “เรื่องจริงจากชายแดน” โดยได้รับเกียรติจาก พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นวิทยากร ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล ชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วันที่  25 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 – 14.30 น.

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

วุฒิสภาเปิดงาน พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ ขับเคลื่อน Soft Power และสร้างความเท่าเทียมในสังคม

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ‘พลังแห่งศิลป์ (The Power of Art)’ โดยมีนางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานเปิดงาน

นางเอมอร กล่าวว่า ศิลปะเป็นรากฐานสำคัญของงานสร้างสรรค์และเป็นกลไกในการสร้าง Soft power ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั้งกลุ่มผู้พิการและไม่พิการได้ทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียมผ่านกิจกรรมศิลปะ เพื่อส่งเสริมการยอมรับความแตกต่างและความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการใช้พลังของศิลปะเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายตลอดวัน โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและชื่นชมผลงานของเยาวชนที่สะท้อนให้เห็นถึงทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา นอกจากนี้ ยังมีเวทีสัมมนาระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ ครู-อาจารย์ และผู้ปกครองจากต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น ‘ศิลปะและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม’ และ ‘พลวัตแห่งศิลป์’

นับเป็นการจัดงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยในตอนท้ายได้มีการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นเกียรติแก่ความมุ่งมั่นและความพยายามของทุกคน ///-026

รัฐบาลมอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้น ‘ความเป็นไทย’ จุดประกายเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ชาติ

รัฐบาลมอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้น 'ความเป็นไทย' จุดประกายเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ชาติ

รัฐบาลมอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้น ‘ความเป็นไทย’ จุดประกายเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ชาติ

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.45 น.

15 สิงหาคม 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชนที่ชนะการประกวดภาพยนตร์สั้น Short Film Contest “ความเป็นไทย : Thainess สืบสาน อนุรักษ์ สร้างสรรค์เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย” ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568

โครงการนี้จัดโดยคณะอนุกรรมการดำเนินโครงการอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของเอกลักษณ์ไทย เกิดความรัก ความศรัทธา และความภูมิใจในความเป็นไทย โดยปีนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวน 108 ทีม และมีทีมที่ได้รับรางวัลรวม 13 ทีม ผลงานทั้งหมดมีความยาว 10 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ

ทั้งนี้ ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้เผยแพร่ผลงานที่ได้รับรางวัลผ่านช่องทางต่าง ๆ ของโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจในความสามารถของเยาวชนไทย สามารถติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/thainess.opm และ http://www.youtube.com/@Thainess_opm

รัฐบาลยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและปกป้องเอกลักษณ์ของชาติไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า เพื่อให้ความเป็นไทยคงอยู่และงดงามสืบไปในทุกยุคสมัย.

012

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.14 น.

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย คิดค้น ‘ตาปลอม 3 มิติ’ ฝีมือจากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก-เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานอันทรงเกียรติเพื่อมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติถึง 11 เวที ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการรัฐมนตรีฯ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงฯ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมมอบรางวัล

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม คือผลงานนวัตกรรม ‘การสร้างดวงตาปลอมจากเครื่องพิมพ์สามมิติให้ผู้ป่วยได้ภายในหนึ่งวัน’ ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของทีมจากศูนย์ดวงตาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่นำโดย รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ และ ผศ.ทพญ.จิตพิมล ศิริพันธ์ุ

นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับโลกด้วยการคว้ารางวัลสำคัญมากมาย อาทิ JDIE Best Invention Award จากงาน Japan Design, Idea and Invention Expo ที่ประเทศญี่ปุ่น, รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จาก World Invention Intellectual Property Associations และถ้วยรางวัล NRCT Special Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ทีมวิจัยระบุว่า นวัตกรรมนี้ได้เริ่มนำมาใช้จริงเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องสูญเสียดวงตาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการพัฒนาต่อยอดไปสู่การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตาอื่นๆได้ในอนาคต ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งผลดีต่อสังคมอย่างแท้จริง ///-026

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย’Thailand Insight’และ’ศรีเทพฯ’ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย'Thailand Insight'และ'ศรีเทพฯ'ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย’Thailand Insight’และ’ศรีเทพฯ’ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ไทยพีบีเอส จับมือกองทุนพัฒนาสื่อฯ สมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เปิดตัว 2 สารคดี ส่งเสริม Soft Power ของไทย “Thailand Insight” และ “ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ” เริ่มสตรีมครั้งแรกที่ VIPA 23 ส.ค. และออกอากาศทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3 เริ่ม 30 ส.ค.นี้ พร้อมเตรียมส่งออกสู่ตลาดสารคดีระดับโลก        

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2568 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เปิดตัวสารคดี “Thailand Insight” และ “ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ” สารคดีที่ลงลึกในระดับจิตวิญญาณของคนไทย เพื่อส่งเสริม Soft Power นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี อาหาร สมุนไพร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เด็กและเยาวชน ความงดงามที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของผู้คนจะถูกถ่ายทอดผ่านสารคดีไปสู่เวทีระดับโลก

นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านสร้างสรรค์เนื้อหา ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับสารคดีคุณภาพทั้งด้านเนื้อหา การถ่ายทอดที่ละเมียดละไม ซึ่งจากผลการสำรวจระดับการจดจำสื่อสาธารณะของคนไทย (Public Perception Survey) ปี 2567 ของศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส พบว่า ไทยพีบีเอส เป็นสื่อที่โดดเด่นในด้านสารคดี ที่ประชาชนนึกถึงเป็นอันดับ 1 ทั้งในด้านการส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมความเป็นไทย ส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ และสะท้อนความหลากหลายทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สารคดีทั้งสองเรื่องนี้จึงไม่ได้เพียงเล่าเรื่องราว แต่จะพาผู้ชมสัมผัสถึงความคิด ความตั้งใจ และคุณค่าลึกซึ้งของคนไทย ไทยพีบีเอส ภูมิใจนำเสนอ Thailand Insight และศรีเทพฯ บนแพลตฟอร์ม VIPA เป็นแห่งแรก เพื่อส่งเสริม Soft Power ของไทย ถ่ายทอดความงดงามไปสู่สายตาผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติ

สำหรับสารคดีชุด “Thailand Insight” มีจำนวน 8 ตอน ถ่ายทอดเรื่องราวอันงดงามและลึกซึ้งของประเทศไทย ในมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก หรืออาจมองข้าม โดยจะเผยแพร่ตอนแรกทาง VIPA วันที่ 23 ส.ค. 2568 และออกอากาศต่อทาง Thai PBS ทุกวันเสาร์ เริ่มตอนแรกวันที่ 30 ส.ค.นี้ ส่วนสารคดี ศรีเทพฯ ความยาว 55 นาที จะเผยแพร่ครั้งแรก ทาง VIPA วันที่ 25 ต.ค. 2568 และออกอากาศทาง Thai PBS ในวันที่ 30 ต.ค. 2568

ดร.ธนกร ศรีสุขใส  ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ทำงานร่วมกันสร้างสรรค์สื่อมาอย่างยาวนาน  ขณะที่สมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เป็นแหล่งของนักผลิตสารคดีฝีมือดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อฯ อยากสนับสนุนให้เป็นโรงเรียนของนักผลิตสารคดี ซึ่งเรามีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดัน Soft Power ไทย ซึ่งความร่วมมือผลิตสารคดี Thailand Insights และศรีเทพฯ เป็นสารคดีเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เป็นคอนเทนต์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมได้ และมั่นใจในศักยภาพของสมาคมผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย ในการผลิตคอนเทนต์ที่สามารถนำเรื่องราววัฒนธรรมไทยไปสู่เวทีโลก

นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าวว่า VIPA โดดเด่นในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงที่เน้นทั้งละคร และสารคดีคุณภาพ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ปัจจุบันมีหลากหลายกลุ่มเนื้อหา ซึ่งแบ่งเป็น 7 หมวด มากกว่า 500 รายการ 7,000 วิดีโอ โดยสารคดีไทยและต่างประเทศเป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีสัดส่วนสูงสุดถึง 46.3% ของทั้งหมด แบ่งเป็นสารคดีไทย 62.3% และสารคดีต่างประเทศ 37.8% รองรับผู้ใช้ในระบบมากกว่า 200,000 บัญชี และมียอดเข้าชมรวมทุกรายการ 37.8 ล้านเพจวิว ในปี 2568 ได้วางกลยุทธ์เนื้อหาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์องค์การ เน้นสื่อสารประเด็นทางสังคม ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม (Climate Change), สุขภาพจิต (Mental Health), การส่งเสริม Soft Power ไทย VIPA ทำหน้าที่คัดสรรสารคดีที่มีคุณภาพ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นการรับรู้และขยายฐานผู้ชมแพลตฟอร์ม ซึ่งสารคดีทั้ง 2 เรื่อง สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายของ VIPA และไทยพีบีเอส ในการสร้างคุณค่าส่งเสริม Soft Power ไทยเป็นอย่างดี ทีกทั้ง ยังสามารถรับชมสารคดีแบบ 4K มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษครบครัน นอกจากนั้น ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่พัฒนาผู้ผลิตหน้าใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวโครงการ Pitching Project 2025 ตามหาผู้สร้างสรรค์หน้าใหม่ สามารถติดตามรายละเอียดได้เร็ว ๆ นี้

ด้าน นายชนินทร์ ชมะโชติ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย และหัวหน้าทีมผู้ผลิตสารคดี Thailand Insight และศรีเทพฯ กล่าวถึงแนวคิด และรูปแบบการผลิตสารคดีชุดนี้ว่า การเล่าเรื่องลงลึกในภูมิปัญญา จิตวิญญาณของคนไทย โดยทีมสารคดีแต่ละเรื่องใช้เวลาค้นคว้าและลงพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแบบที่ผู้ชมจะได้ทั้งความรู้และความเข้าใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดย Thailand Insight จะพาไปค้นพบความงดงามและภูมิปัญญาไทยที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดนตรี อาหาร ไปจนถึงพลังของชุมชน โดยมุ่งเน้นให้เห็นว่า “Soft power” ของไทยคือเรื่องราวและความรู้สึกที่สร้างความรักและความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก ส่วนศรีเทพฯ จะพาย้อนเวลาไปสัมผัสเมืองโบราณศรีเทพ มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนเมื่อ 19 ก.ย. 2566 ถ่ายทอดความสำคัญของศรีเทพในฐานะศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมเชื่อมภาคกลางกับภาคอีสานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงวัฒนธรรมเขมรโบราณ

สำหรับสารคดีจำนวน 9 ตอนนี้ มีกำหนดเผยแพร่ทาง VIPA เริ่มตอนแรก วันที่ 23 ส.ค. 2568 และออกอากาศทาง Thai PBS ทุกวันเสาร์ 9 สัปดาห์ต่อเนื่อง ตอนที่ 1. Lovely Garbage band สารคดีการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชนเผ่า วันที่ 30 ส.ค. 2. Saving Hornbill Island สารคดีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และนกเงือก วันที่ 6 ก.ย. 3. Massaman the curry สารคดีเกี่ยวกับแกงมัสมั่นไทย วันที่ 13 ก.ย. 4. Little butterflies สารคดีเกี่ยวกับการส่งเสริมนักเขียนรุ่นเยาว์ วันที่ 20 ก.ย. 5. Farm for life สารคดีเกี่ยวกับสมุนไพรไทย วันที่ 27 ก.ย. 6. On a Thai Note สารคดีความคิด ตัวตนและผลงานของสมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ วันที่ 4 ต.ค. 7. Esan power สารคดีเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางภูมิปัญญา วันที่ 11 ต.ค. 8. Mekong Paddlers สารคดีเกี่ยวกับประเพณีการแข่งเรือในแม่น้ำโขง วันที่ 18 ต.ค. และ 9. ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ ออกอากาศวันที่ 25 ต.ค. เวลา 10.00-11.00 น.

งานเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนพลังของการเล่าเรื่องในแบบสารคดี แต่ยังเป็นการประกาศให้โลกเห็นถึงความหลากหลายและคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ที่รอให้ค้นพบผ่านสายตาและหัวใจของผู้ชมทุกคน ทั้งนี้สามารถติดตาม  “VIPA” ทุกความสุข ดูฟรี ไม่มีโฆษณา ทางแอปพลิเคชัน VIPA ดาวน์โหลดได้ ทั้งในระบบ Android, iOS และและ Android TV หรือรับชมผ่าน http://www.VIPA.me

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : http://www.thaipbs.or.th  

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

เกียรติแห่งความกตัญญู! ‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

เกียรติแห่งความกตัญญู! 'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

เกียรติแห่งความกตัญญู! ‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความกตัญญูต่อแม่ผู้เป็นผู้ให้กำเนิดและหล่อหลอมลูกให้เติบโตเป็นคนดีของสังคม

ในปีนี้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” อันเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติที่สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และการดูแลเอาใจใส่ผู้เป็นแม่ด้วยหัวใจอันซื่อสัตย์และมุ่งมั่นตลอดมา

การได้รับโล่เกียรติคุณจากพระหัตถ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต หากยังเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าของความกตัญญู ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นคนดีในทุกยุคทุกสมัย นายราเชนกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า จะตั้งมั่นดำรงตนด้วยความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณตลอดไป และมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติให้สมกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

– 006

บพข. สร้างปรากฏการณ์ Soft Power เปิดตัวโครงการยกระดับ ‘หมอลำ’ สู่สากล ในงาน อว.แฟร์ 2568

บพข. สร้างปรากฏการณ์ Soft Power เปิดตัวโครงการยกระดับ 'หมอลำ' สู่สากล ในงาน อว.แฟร์ 2568

บพข. สร้างปรากฏการณ์ Soft Power เปิดตัวโครงการยกระดับ ‘หมอลำ’ สู่สากล ในงาน อว.แฟร์ 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.57 น.

กรุงเทพมหานคร – หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ “Morlum: Esarn Soft Power to Global” อย่างเป็นทางการ ภายในบูธนิทรรศการของ บพข. ในงาน อว.แฟร์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐและภาควิชาการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจตลอดช่วงกิจกรรม

นายศวัส สังขนันทร์ รักษาการแทนผู้อำนวยการ บพข. กล่าวว่า หมอลำไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงพื้นบ้าน แต่คือขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ และพร้อมที่จะก้าวสู่เวทีระดับโลก โครงการนี้จึงเป็นภารกิจสำคัญในการนำงานวิจัยเข้ามาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสและตระหนักว่า นวัตกรรมจากวิถีไทยนั้นมีพลังมหาศาล

โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การแสดงศิลปวัฒนธรรม หากแต่เป็นการวางรากฐานเชิงระบบ เพื่อผลักดันหมอลำให้กลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย บพข. มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนทุนวิจัยและความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของเราถูกต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมและพร้อมจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงโปงลางบรรเลงบทเพลงเทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน ก่อนเข้าสู่ช่วงการเปิดตัวโครงการ “Morlum: Esarn Soft Power to Global” อย่างเป็นทางการ พร้อมฉายวิดีทัศน์แนะนำบทบาทของ บพข. ในการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับศิลปะหมอลำในฐานะทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของชาติผ่านกระบวนการวิจัยและบ่มเพาะศิลปิน พร้อมการแสดงหมอลำประกอบแสง สี เสียง และยังมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การแสดง Orchestra อีสาน ที่ผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นบ้านกับดนตรีสากลอย่างกลมกลืน, เวทีเสวนาในหัวข้อ “หมอลำก้าวสู่ Soft Power ทั้งในระดับประเทศและสากล” โดยตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภาคเอกชน และนักวิจัย พร้อม VTR สะท้อนมุมมองของชาวต่างชาติที่มีต่อหมอลำ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงหมอลำขนานแท้จากคณะเสียงอีสาน และกิจกรรมแจกของที่ระลึกภายใต้แนวคิด “หมอลำรักษ์โลก” ซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล

ผู้เข้าชมบูธ บพข. สามารถร่วมสัมผัสนวัตกรรมจากวิถีไทยใน 5 โซนสำคัญ สะท้อนแนวคิด “ภูมิปัญญา 5.0” เริ่มตั้งแต่โซน PMUC Space & Information ที่จัดแสดงภารกิจสำคัญขององค์กร, โซนกีฬาไทยและความเชื่อ (Thai Martial Art & Belief ) ที่นำเสนอ “มวยไทยเวิร์ส” และเกม “Mythophobia” ที่ใช้เทคโนโลยี Metaverse, โซนดนตรีและศิลปะไทย (Music & Art Entertainment ) ที่ผสานดนตรีบำบัดกับภูมิปัญญาอีสาน, โซนอาหารและสมุนไพรไทย (Meta Super Market ) ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น โปรตีนจิ้งหรีด, สุราพื้นบ้าน ไปจนถึงปากกาทดสอบกลิ่น และปิดท้ายด้วยโซนคมนาคมไทย (City Transportation ) ที่จำลองตู้โดยสารรถไฟเพื่อแสดงนวัตกรรมยานยนต์ไทยทำแห่งอนาคต

นอกจากนี้  บพข.ยังได้มีการจัดงาน “IDE Day 2025: Innovation Exchange”  เพื่อแสดงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และผู้ประกอบการ ในการเปลี่ยน “ทุนวิจัย” ให้เป็น “กลไกระดับประเทศ” ที่สร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยมี ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง “กลไกเชื่อมโยง” ระหว่างทุน กลไก และตลาด เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมียุทธศาสตร์ และตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมได้จริง

บพข. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนแผนงาน Innovation Driven Enterprises (IDEs) ใช้บทบาท Sandbox ระดับประเทศในการทดลองกลไกเชิงระบบเพื่อช่วยให้บริษัทไทยปรับโครงสร้างองค์กร สร้างขีดความสามารถใหม่ และต่อยอดสู่การแข่งขันระดับสากล โดยในช่วง 2 ปีแรก แผนงาน IDEs ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือ 3 ฝ่าย คือ บริษัท ME/LE หน่วยงานตัวกลาง (IM) และที่ปรึกษาเชิงลึก (IBDS) ส่งผลให้มีบริษัท 230 แห่งเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจฐานนวัตกรรม, 5 บริษัทก้าวสู่รายได้พันล้านบาท, 37 หน่วยงานตัวกลางทั่วประเทศนำกลยุทธ์นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ และมีทีมที่ปรึกษา IBDS กว่า 100 ทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภายในงาน อว.แฟร์ ยังมีการจัดกิจกรรมจาก บพข. อีกมากมาย อาทิ ภูมิปัญญาผสานเทคโนโลยี สู่วิถีสุขภาวะแห่งอนาคต กิจกรรม Revitalize & Resonate: The Tech & Tradition of Future Wellness การผสานวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ระหว่างดนตรีอีสานกับศาสตร์ ด้านดนตรีบำบัดสมุนไพรอายุรเวท และประสาทวิทยา ไม่เพียงยกระดับสุขภาพแบบองค์รวม แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ในวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เพื่อสื่อสารแนวคิดสุขภาพแบบองค์รวมจากสมุนไพรไทย

บพข. ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์และค้นพบพลังแห่งงานวิจัยที่พร้อมจะเปลี่ยนอนาคตของประเทศไทยได้ที่บูธ บพข. ในงาน “อว.แฟร์ 2568” ระหว่างวันนี้ – 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์