สะพัด! เบนจา อะปัญ หนีคดี 112 ได้สถานะผู้ลี้ภัยแคนาดาแล้ว

สะพัด! เบนจา อะปัญ หนีคดี 112 ได้สถานะผู้ลี้ภัยแคนาดาแล้ว

สะพัด! เบนจา อะปัญ หนีคดี 112 ได้สถานะผู้ลี้ภัยแคนาดาแล้ว

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.13 น.

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569  นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ต้องหา ม.112 ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  เมื่อเช้าผมฟังยูทูป จึงทราบว่า คุณเบญจา อะปัน ได้ลี้ภัยทางการแล้ว โดยไปที่แคนาดา  ก็ถอนใจ ด้านหนึ่งก็ดีใจด้วย อีกด้านก็รู้สึกอดเศร้าเสียใจไม่ได้ คนหนุ่มสาวที่สมควรอยู่ช่วยพัฒนาบ้านเมือง ไม่สมควรต้องลี้ภัยเลย เราสูญเสียทรัพยากรอันมีค่าไปอีกคน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก  จักรวาลด้อมส้ม โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า #ทุกคนคะ เบนจาหนีไปแคนาดาแล้วค่ะ

ต.ค. 66 โดนคดี ม.112 รอลงอาญา

มี.ค. 68 โดนอีกคดี รอลงอาญา 5 ปี

บอสเอก เคยพยายามประกันตัวเบนจาตอนมีแสงแต่ทำไม่สำเร็จ เลยมาโหนต่อวาดภาพเหมือนที่คล้ายของเมืองนอก ประมูลหาเงินให้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน วันนี้เบนจาหนีคดีไปอยู่แคนาดาแล้วค่ะ

ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ว่า  อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ม.112 ‘เบนจา อะปัญ’ เหตุปราศรัย #ม็อบ3กันยา64 ระบุเป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาล ไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทกษัตริย์

พนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีของ เบนจา อะปัญ ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา #มาตรา112 และข้อหา “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา #มาตรา116 จากเหตุปราศรัยที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2564 ใน #ม็อบราษฎรไม่ไว้วางใจมึง

สำหรับคำวินิจฉัยสั่งไม่ฟ้องในข้อหามาตรา 112 ระบุโดยสรุปว่า ‘คำปราศรัยเป็นการแสดงความรู้สึกผิดหวังเกี่ยวกับสถานการณ์ประเทศและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งเป็นการตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นที่ไม่พอใจเกี่ยวกับที่มาและการบริหารประเทศของรัฐบาล ไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์’ ส่วนในข้อหามาตรา 116 ระบุว่า เป็นการชุมนุมภายในกรอบความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ แสดงความเห็นและติชมโดยสุจริต ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดินหรือทำให้กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน

ทั้งนี้ เบนจาถูกดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 112 ทั้งหมด 8 คดี กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ เป็นผลให้คดีสิ้นสุดลง และยังเหลืออีก 6 คดี ที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนอีกคดีหนึ่งสิ้นสุดแล้วเนื่องจากไม่มีการอุทธรณ์คดีต่อ

ดร.สุวินัย กะเทาะเปลือกแลนด์บริดจ์ 3 มิติ จะเป็นโครงสร้างอำนาจศก.ไทย หรือแค่หายนะราคาแพง?

ดร.สุวินัย กะเทาะเปลือกแลนด์บริดจ์ 3 มิติ จะเป็นโครงสร้างอำนาจศก.ไทย หรือแค่หายนะราคาแพง?

ดร.สุวินัย กะเทาะเปลือกแลนด์บริดจ์ 3 มิติ จะเป็นโครงสร้างอำนาจศก.ไทย หรือแค่หายนะราคาแพง?

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.58 น.

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักเขียนและอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ความเห็นของผมเรื่องแลนด์บริดจ์

สนามถกเถียงเรื่องแลนด์บริดจ์กำลังปนกัน 3 เรื่อง จนมั่วจริง ๆ คือ

1. แลนด์บริดจ์แบบขนตู้ข้ามทะเล
อันนี้เสี่ยงเจ๊ง เพราะ double handling สูง และแข่งมะละกาโดยตรงยากมาก

2. SEC / ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้
อันนี้เป็นคนละโจทย์ คือพัฒนาอุตสาหกรรม เมือง ท่าเรือ ระบบราง เขตเศรษฐกิจพิเศษ สิทธิประโยชน์นักลงทุน

3. Logistics Hub / Hinterland Connection
อันนี้คือกรอบที่พูดถูกต้องที่สุด: เชื่อมจีนตอนใต้ ลาว ไทย อินโดจีน ออกสองมหาสมุทร ไม่ใช่แข่งมะละกาแบบทื่อ ๆ

ประเด็นที่ผมเห็นด้วยมากที่สุดคือ:

ถ้าแลนด์บริดจ์เป็นแค่ “ทางผ่านตู้สินค้า” มีโอกาสสูงที่จะไม่คุ้ม

แต่ถ้าออกแบบเป็น “SEC + logistics hub + value creation center” ถึงเริ่มมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์

สั้นๆ หัวใจของโครงการนี้ควรเป็นว่า

“ไทยไม่ควรสร้างแลนด์บริดจ์เพื่อแย่งเรือจากมะละกาแต่ควรสร้างระบบเชื่อม hinterland ของเอเชียภาคพื้นทวีปออกสู่มหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก”นี่คือกรอบใหม่ที่เหนือกว่าทั้งฝ่ายเชียร์แบบขายฝัน และฝ่ายค้านแบบปฏิเสธทั้งหมด

แต่ยังมี “คำถามตายตัว” ที่ต้องตอบก่อนเดินหน้า:

(1) มีสินค้า O/D จริงจากจีนตอนใต้–ลาว–ไทย–อินโดจีนมากพอไหม?

(2) ระบบรางเชื่อมถึงระนองมี capacity จริงหรือยัง?

(3) ระนองรับเรือใหญ่ได้แค่ไหนโดยไม่ทำลายทะเล?

(4) ใครเป็น off-taker ตัวจริง ไม่ใช่แค่ MOU สวย ๆ?

(5) SEC จะสร้าง value creation จริง หรือกลายเป็นแค่ที่ดินเก็งกำไร?

(6) ไทยจะคุม governance ได้ไหม ไม่ให้เป็นทุจริต + speculation + foreign control?

ข้อสรุปของผม:
● Landbridge เฉย ๆ = เสี่ยงเจ๊ง
● SEC + Logistics Hub + Value Creation + Hinterland Connection = มีอนาคต แต่ต้องพิสูจน์หนักมาก
แต่ถ้าบุ่มบ่ามเดินหน้าทำโดยไม่มีข้อมูลนิเวศ, ฐานสินค้า off-taker และ governance ที่แข็งแกร่ง = มันจะเป็นหายนะราคาแพงระดับล้านล้านบาท ปัญหาจึงไม่ใช่ว่าไทยควรมีแลนด์บริดจ์หรือไม่ แต่คือไทยกำลังจะสร้าง ‘ทางผ่านของคนอื่น’ หรือสร้าง ‘โครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจของตนเอง’ กันแน่

เสถียรภาพรัฐบาลมั่นคงไร้ปัญหา กรวีร์ ชี้ปล่อยตัว ทักษิณ ไม่สะเทือน การเมืองไทย

เสถียรภาพรัฐบาลมั่นคงไร้ปัญหา กรวีร์ ชี้ปล่อยตัว ทักษิณ ไม่สะเทือน การเมืองไทย

เสถียรภาพรัฐบาลมั่นคงไร้ปัญหา กรวีร์ ชี้ปล่อยตัว ทักษิณ ไม่สะเทือน การเมืองไทย

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.39 น.

เสถียรภาพรัฐบาลมั่นคงไร้ปัญหา! ‘กรวีร์’ ชี้ปล่อยตัว ’ทักษิณ‘ ไม่สะเทือน ’การเมืองไทย‘ เชื่อเป็นคนมีความรู้ แนะนำฝ่ายการเมืองได้

11 พ.ค.2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงอนาคตการเมืองไทย ภายหลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการปล่อยตัวว่า ต้องรอดูท่าทีของนายทักษิณ ตนคิดว่าอดีตนายกฯเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะสามารถทำประโยชน์ หรือให้คำแนะนำต่างๆกับฝ่ายการเมืองได้ คิดว่าไม่น่าจะมีประเด็นอะไร คงต้องติดตามดูท่าทีของนายทักษิณ ว่าจะมีการเข้ามามีส่วนร่วมกับทางพรรคเพื่อไทยอย่างไร

กรวีร์ ปริศนานันทกุล

เมื่อถามว่าฉากทัศน์การเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่ เพราะขณะนี้รัฐบาลค่อนข้างที่จะมีเสถียรภาพมั่นคง กับการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เป็นไปได้ด้วยดี คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

กรวีร์ ปริศนานันทกุล

ปธ.วิปรัฐบาล ยันประชุมสภาฯ 14 พ.ค.นี้ พร้อมเคาะตั้งกมธ.สามัญ 35 คณะ

ปธ.วิปรัฐบาล ยันประชุมสภาฯ 14 พ.ค.นี้ พร้อมเคาะตั้งกมธ.สามัญ 35 คณะ

ปธ.วิปรัฐบาล ยันประชุมสภาฯ 14 พ.ค.นี้ พร้อมเคาะตั้งกมธ.สามัญ 35 คณะ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

ปธ.วิปรัฐบาล ยันประชุมสภาฯ 14 พ.ค.นี้ พร้อมเคาะตั้งกมธ.สามัญ 35 คณะ เชื่อ ฝ่ายค้าน ไม่ยื่นญัตติตั้งกมธ.วิสามัญ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหตุ ประธานฯ ชะลอบรรจุร่างออกไป หลังชงยื่น ศาลรธน. วินิจฉัย ไร้กังวลรัฐบาลใช้เงินกู้ได้ เพราะประกาศเป็นกม.แล้ว

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วม4ฝ่าย ประกอบด้วย ครม. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา เพื่อหารือถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 15 พ.ค.นี้ว่า เป็นการพิจารณากฎหมายที่ทางคณะรัฐมนตรีได้ยืนยันกลับมาที่สภาฯ โดยในที่ประชุมได้มีการพูดคุย ถึงการกำหนดกรอบระยะเวลา และประเด็นเนื้อหาที่จะอภิปรายในเนื้อหาของกฎหมายแต่ละฉบับ

เมื่อถามถึงพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่ฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่  ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในเรื่องของการใช้เงินจากพ.ร.ก.นี้ หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯแล้ว รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้ แม้ฝ่ายค้านจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม จึงทำให้ประธานสภาฯไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ร่างพ.ร.ก.กู้เงิน เข้าที่ประชุมสภาฯในวันที่ 14พ.ค. ดังนั้นในวันดังกล่าวจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามปกติที่มีการตั้งกระทู้ถามสด และกระทู้ถาม ทั่วไป ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ 35 คณะ ถ้ามีการบรรจุระเบียบวาระเราก็พร้อมที่จะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นในวันที่ 15พ.ค. ก็จะมีการประชุมนัดแรกของทุกคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตั้งประธานและตำแหน่งอื่นๆ เพื่อสัปดาห์ถัดไปกรรมาธิการแต่ละคณะจะได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามว่า ถ้าฝ่ายค้านเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.ก.กู้เงิน จะต้องเตรียมคนเพื่ออภิปรายตอบโต้หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า เขายื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ก็คิดว่าไม่น่าจะยื่นเสนอญัตติดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน คาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วัน

เมื่อถามว่ากังวลเรื่องความล่าช้าในการประกาศใช้พ.ร.ก. กู้เงินหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะตอนนี้พ.ร.ก.ที่คณะรัฐมนตรีเซ็นนั้น มีผลบังคับใช้ประกาศเป็นกฎหมายแล้ว จึงขอยืนยันกับประชาชนให้รับทราบ การที่เสนอ พ.ร.ก.เข้าสภาฯ เป็นเพียงการยืนยัน และทำให้เป็นกฎหมาย แต่เมื่อมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทางสภาฯเองก็ต้องชะลอการพิจารณาออกไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และตนเชื่อว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไร ประธานรัฐสภาจะรีบบรรจุให้เป็นวาระในการพิจารณาต่อไป

จับตา ครม.พรุ่งนี้ หารือวาระเร่งด่วน ดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ตั้งเป้าชมสดฟรี

จับตา ครม.พรุ่งนี้ หารือวาระเร่งด่วน ดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ตั้งเป้าชมสดฟรี

จับตา ครม.พรุ่งนี้ หารือวาระเร่งด่วน ดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ตั้งเป้าชมสดฟรี

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.27 น.

จับตา ครม.พรุ่งนี้ หารือวาระเร่งด่วน ดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ตั้งเป้าให้คนไทยชมสดฟรี

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรุ่งนี้ (12 พ.ค.) รัฐบาลจะมีการหารือวาระสำคัญคือเรื่อง การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026)  

โดยการหารือเรื่องนี้ใน ครม.ต้องหารือกันเรื่องการจัดซื้อลิขสิทธิ์จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาที่กระชั้นชิด และถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้มีกำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.2569 นี้

โดยการแข่งขันจัดขึ้น ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ทั้งนี้การหารือเรื่องนี้ใน ครม.เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายหลักที่จะส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการมอบความสุขและกระตุ้นให้เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาวะทางร่างกายและจิตใจของคนในประเทศ 

โดยก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่าในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรัฐบาลพยายามจะดำเนินการในเรื่องนี้ให้ดีที่สุด แม้ว่ารัฐบาลจะซื้อลิขสิทธิ์เองโดยตรงไม่ได้ แต่จะประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน  

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน นายกรัฐมนตรีได้มีการหารือกับประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้ว โดยได้เปิดเผยว่า มีการหารือในเรื่องการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังการประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้  

ประภัตร นำสหกรณ์สุพรรณฯ ร้อง รมว.เกษตรฯ หลังถูกฟ้องยึดทรัพย์ค้ำประกันโครงการปุ๋ยปี 2545

ประภัตร นำสหกรณ์สุพรรณฯ ร้อง รมว.เกษตรฯ หลังถูกฟ้องยึดทรัพย์ค้ำประกันโครงการปุ๋ยปี 2545

ประภัตร นำสหกรณ์สุพรรณฯ ร้อง รมว.เกษตรฯ หลังถูกฟ้องยึดทรัพย์ค้ำประกันโครงการปุ๋ยปี 2545

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

“ประภัตร“นำกลุ่มตัวแทนสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งช่วยเหลือหลังถูกฟ้องยึดทรัพย์จากการค้ำประกันโครงการปุ๋ยเคมีปี 2545 ด้านเลขานุการรัฐมนตรีฯ รับลูกเตรียมสรุปข้อมูลเสนอรัฐบาลหาทางออกด่วน

เมื่อเวลา 13.00 น. นายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะ สส.จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะ  ได้นำตัวแทน 12 กรรมการสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้รับผลกระทบในการค้ำประกัน ให้กับเกษตรกรในโครงการปุ๋ยเคมีเพื่อธุรกิจ เมื่อปี พ.ศ.2545 เข้าพบนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาหนี้สินจากการค้ำประกันในโครงการดังกล่าวที่ผู้ค้ำประกันงจะถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด โดยนายสุริยะได้มอบหมายให้ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนในการรับฟังปัญหาและรับหนังสือร้องเรียน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประภัตร โพธสุธน

โดยนายสรวุฒิ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ทางกรรมการสหกรณ์ไปค้ำประกันให้กับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกเพื่อที่จะนำปุ๋ยตามนโยบายรัฐบาลในช่วงที่ปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพงและไม่ได้คุณภาพ โดย อ.ต.ก. ได้จัดหาปุ๋ยเพื่อจำหน่ายเป็นเงินเชื่อให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร และจากการรับฟังปัญหาเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2545 ในสมัยที่นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ ดำรวตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกรรมการทั้งหมดเป็นผู้ค้ำประกันให้กับเกษตรกรที่นำปุ๋ยไปใช้ แต่เมื่อเกษตรกรประสบปัญหาภัยธรรมชาติผลผลิตตามที่วางแผนไว้จึงทำให้สมาชิกสหกรณ์ ไม่สามารถชำระเงินได้กรรมการสหกรณ์ จึงต้องรับภาระหนี้ดังกล่าวแทนเนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกัน จนจะถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเบื้องต้น ได้สั่งการให้ทาง อตก. สรุปข้อมูลปัญหาที่เกิดกับปัญหาที่เกิดและรายงานและรายงานมายังกระทรวงเกษตรเพื่อนำมาสู่การแก้ปัญหาในวันพรุ่งนี้ และจะมีการนำเสนอต่อรัฐบาล ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับสหกรณ์ต่อไป

“ ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าสงสารกรรมการเป็นเรื่องที่น่าสงสารเพราะเขาไม่ได้ใช้ปุ๋ยแต่ต้องรับภาระหนี้สินแทนเนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกันให้กับสมาชิกใช้ปุ๋ยแต่ต้องประสบปัญหาภัยธรรมชาติเรื่องนี้ทรวงเกษตรจะสรุปและเสนอเข้าสู่การแก้ปัญหาต่อรัฐบาลต่อไป” นายสรวุฒิกล่าว

ประภัตร โพธสุธน

ด้านนายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะ สส.จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าว ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสุพรรณบุรีที่เดือดร้อนมานานจะกว่า 20 ปีและไม่มีทางออกส่งผล ให้มีความทุกข์ใจอย่างหนัก บางรายถึงกับตัดสินใจจบชีวิตเนื่องจากมีหนี้สินสะสมที่ไม่ได้ก่อด้วยตนเอง และมองว่าเรื่องดังกล่าวรัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือ ซึ่งข้อเสนอเบื้องต้นได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณา ระงับหรือขยายเวลาการขายทอดตลาดออกไปอย่างน้อยหนึ่งปีเพื่อหาช่องทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

ประภัตร โพธสุธน
ประภัตร โพธสุธน
ประภัตร โพธสุธน

อภิสิทธิ์ แย้มสเปกชิงผู้ว่าฯ กทม. ประชาธิปัตย์ ผู้ชาย-ดีกรีดี-อายุต่ำกว่า 60 พร้อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้คนกรุง

อภิสิทธิ์ แย้มสเปกชิงผู้ว่าฯ กทม. ประชาธิปัตย์ ผู้ชาย-ดีกรีดี-อายุต่ำกว่า 60 พร้อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้คนกรุง

อภิสิทธิ์ แย้มสเปกชิงผู้ว่าฯ กทม. ประชาธิปัตย์ ผู้ชาย-ดีกรีดี-อายุต่ำกว่า 60 พร้อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้คนกรุง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

“อภิสิทธิ์” มั่นใจประชาธิปัตย์ พร้อมเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้คนกรุง ขยับนำทีมปฐมนิเทศผู้สมัคร สก. ชูความพร้อมทั้งนโยบายและทีมงานเพื่อความอุ่นใจของประชาชน ย้ำเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ 16 พ.ค.นี้ 

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการปฐมนิเทศผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการซักซ้อมความเข้าใจในการทำงานภายใต้กรอบของพรรคและข้อกฎหมายเลือกตั้ง หลังจากที่พรรคได้อนุมัติผู้สมัครครบทุกเขตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างความเป็นเอกภาพเพื่อรับใช้ประชาชน

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าจะมีการเปิดผู้สมัครผู้ว่า กทม. ในนามพรรค อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ พร้อมกับแย้มว่าผู้สมัครเป็นผู้ชาย มีคุณสมบัติโดดเด่น อายุยังไม่ถึง 60 ปี มีบุคลิกดี และมีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ และยังย้ำอีกว่าพรรคไม่มีความกังวลเรื่องการแข่งขัน แต่โฟกัสที่การทำหน้าที่ในการเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับคนกรุงเทพฯ ผ่านทีมงาน สก. และนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่

“เราถือว่าเรามีหน้าที่ในการเสนอทางเลือกให้กับคนกรุงเทพฯ ทุกคน พรรคได้เตรียมความพร้อมทั้งตัวผู้สมัคร นโยบาย และทีมงาน เพื่อเข้าไปเติมเต็มในส่วนที่ยังขาดหาย และทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจยิ่งขึ้น” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

สำหรับการปฐมนิเทศผู้สมัคร สก. ที่พรรคฯ จัดขึ้นในวันนี้ นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงความเป็นประชาธิปัตย์กับแนวทางการทำงานท้องถิ่นนั้นมีความสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญและเรียบง่าย โดยระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจที่ผู้ก่อตั้งพรรคเมื่อ 80 ปีที่แล้ว ได้เขียนอุดมการณ์พรรคไว้ 10 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเน้นย้ำว่า “รัฐควรจะกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นให้มากที่สุด” “ลองนึกภาพ 80 ปีที่แล้วไม่มี อบจ. ไม่มี อบต. ไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ อะไรเลย แต่นั่นคืออุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่วันก่อตั้ง เราจึงเป็นพรรคที่สนับสนุนและผลักดันกฎหมายว่าด้วยการบริหาร กทม. ที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน คือระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 

เลขาฯ สมช. รอ ผบ.ตร. แจงปมชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม

เลขาฯ สมช. รอ ผบ.ตร. แจงปมชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม

เลขาฯ สมช. รอ ผบ.ตร. แจงปมชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

เลขาฯ สมช. รอ ผบ.ตร. แจงปมชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม พล.ต.อ.สำราญ ระบุ อยู่ระหว่างสอบสวน

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ปฏิเสธตอบคำถามความคืบหน้ากรณีจับ นายเฉิงจ้าว หวูชาย ชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมากว่า เดี๋ยวรอ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ดีกว่า เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความหละหลวมด้านการข่าวของความมั่นคง นายฉัตรชัยไม่ได้ตอบคำถาม

ขณะที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายผลคดีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน เมื่อถามย้ำว่า เป็นการสะสมอาวุธเพื่อใช้ในการก่อเหตุวินาศกรรมหรือไม่ แต่ พล.ต.อ.สำราญไม่ได้ตอบคำถาม

อนุทิน ชี้เคส หมิงเฉิน ซัน ชายจีนซุกอาวุธสงคราม ต้องขยายผลไปถึงเครือข่าย จนกว่าประเทศจะไม่อันตราย

อนุทิน  ชี้เคส หมิงเฉิน ซัน ชายจีนซุกอาวุธสงคราม ต้องขยายผลไปถึงเครือข่าย จนกว่าประเทศจะไม่อันตราย

อนุทิน ชี้เคส หมิงเฉิน ซัน ชายจีนซุกอาวุธสงคราม ต้องขยายผลไปถึงเครือข่าย จนกว่าประเทศจะไม่อันตราย

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

มท.1 ยัน ระเบียบออกทะเบีบนราษฎรไม่มีปัญหา ใครทําผิดแก้ตรงนั้นอย่าเหมารวม รับ ทบทวนฟรีวีซ่า เร่งหาจุดลงตัว ชี้ เคส หมิงเฉิน ซัน ขยายผลไปถึงเครือข่าย จนกว่าประเทศจะไม่อันตราย 

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสังคมตั้งคําถามถึงความหละหลวม ในการออกทะเบียนราษฎ หลังพบว่าชาวจีนที่ถูกจับพร้อมอาวุธสงคราม ถือบัตรประจําตัวไม่มีสัญชาติไทย( บัตรสีชมพู ) ว่า ขณะนี้การออกทะเบียนราษฎร์ การโอนสัญชาติทุกอย่างเข้มข้นมาก กรณีที่เป็นประเด็นขึ้นมา ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ เพราะเคารพในสิทธิส่วนบุคคล เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีการให้สัญชาติอะไร  อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไป ไปติเรือทั้งโกลน เรื่องนี้ไม่จําเป็นต้องสังคยานาใหม่ เพราะกฎระเบียบดีอยู่แล้ว เพียงแต่อย่าให้คนที่มีปัญหาทำผิดกฎหมาย มีประวัติไม่ดี เข้ามาในสารระบบ และอย่าแกล้งเซ่อ เพราะว่ามันไม่มีทางหลุดรอดพ้นกระบวนการตรวจสอบของระบบราชการไปได้ ถ้าหลุดไปก็แกล้งทั้งนั้น ต้องดําเนินการลงโทษไม่รู้กี่คนแล้ว อย่างเช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการเอาบัตรประชาชนไปขาย นายอําเภอที่เกี่ยวข้องก็ถูกดําเนินคดีให้ออกจากการราชการแล้ว  ใครทำผิดก็ใช้กระบวนการทางกฎหมายดําเนินการ 

เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รายงานความคืบหน้า กรณีการจับกุม นายหมิงเฉินซัน ชาวจีนที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงคราม ที่จังหวัดชลบุรี แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีการรายงานมาแล้วตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีการขยายผล ตนได้คุยกับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ว่าคนที่สะสมอาวุธร้ายแรงเป็นงานอดิเรกนั้น ตามกฎกฎหมายขณะนี้ทําไม่ได้ เพราะตนออกระเบียบห้ามการพกพาอาวุธ ห้ามซื้อห้ามออกใบอนุญาต ตั้งแต่เป็น รมว.มหาดไทย 2-3 ปีที่แล้ว จะทําเป็นงานอดิเรกก็มีข้อยกเว้น และตนบอก ผบ.ตร ไปว่าหากเป็นเรา ไปทําเช่นนี้ในต่างประเทศ จะได้กลับประเทศหรือไม่ คงเป็นเรื่องราวใหญ่โต ฉันใดก็ฉันนั้น เรื่องนี้ต้องขยายผลไปให้ถึงเครือข่าย จนกว่าเราจะมั่นใจว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง ต่อประเทศไทยและคนไทย 

เมื่อถามว่า จําเป็นต้องทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กําลังทบทวนอยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ต้องชั่งน้ําหนัก ไม่ใช่ว่าฟรีเข้ามาแล้วไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย ตอนที่ยังไม่มีนโยบายก็มีคําถามว่าทําไมไม่ปล่อยวีซ่า เราต้องหาจุดที่ลงตัว อย่าเอากรณีที่เกิดขึ้น 2-3 เคส ไปเปรียบเทียบทั้งหมด เราสามารถสร้างรายได้จากคนเป็นแสนเป็นล้านคน อย่ามีปัญหาแค่ร้อยคน ก็ไปแก้ปัญหาที่ร้อยคนนั้น 

รับมือสังคมสูงวัย ดึงแรงงานเข้าระบบ จุลพันธ์ เร่งแก้ วิกฤตศรัทธา หารือ 3 ฝ่ายประกันสังคม

รับมือสังคมสูงวัย ดึงแรงงานเข้าระบบ จุลพันธ์ เร่งแก้ วิกฤตศรัทธา หารือ 3 ฝ่ายประกันสังคม

รับมือสังคมสูงวัย ดึงแรงงานเข้าระบบ จุลพันธ์ เร่งแก้ วิกฤตศรัทธา หารือ 3 ฝ่ายประกันสังคม

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

”จุลพันธ์“ หารือ 3 ฝ่ายประกันสังคม เร่งแก้ ‘วิกฤตศรัทธา’ ตั้งเป้ากองทุน “โปร่งใส-อิสระ-ยั่งยืน” ตอบโจทย์แรงงานครอบคลุมทุกกลุ่ม รับมือสังคมสูงวัย  ดึงแรงงานเข้าระบบ ชูโมเดล “ป้องกันก่อนรักษา” ลดภาระรายจ่ายแสนล้าน

วันที่ 11 พ.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงหลังจากร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนนโยบายกับ คณะกรรมการกองทุนทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม เพื่อวางรากฐานการทำงานเชิงรุก มุ่งยกระดับกองทุนประกันสังคมให้เป็นสถาบันหลักที่มอบความมั่นคงแก่ผู้ใช้แรงงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จากการหารือ ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมกำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตศรัทธา’ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ในเชิงลบ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของกระทรวงการคลังพบว่า สถานะและการดำเนินงานของตัวกองทุนยังคงไม่มีปัญหาใดๆ แต่ในส่วนอื่นๆ พี่น้องประชาชนเห็นว่าเป็นปัญหาเรื่องต่างๆ เหล่านี้จะไม่มีการซุกปัญหาไว้ใต้พรม แต่จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง โดยการดำเนินการของสำนักงานประกันสังคมจะต้องคำนึงถึงความโปร่งใสเพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบและติดตามได้อย่างครบถ้วน  ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อถึงประเด็นความท้าทายของกองทุนประกันสังคมซึ่งเวลานี้กำลังเผชิญหน้ากับภาวะสังคมสูงวัยเต็มขั้น แต่ที่ผ่านมาพบว่ากองทุนยังมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดความเสี่ยงกับกองทุน โดยเรื่องนี้จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีในเรื่องของการลงทุนว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีแนวโน้มที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ทางกองทุนก็ได้เริ่มต้นดำเนินการไปแล้ว 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ยังได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญคือการดึงคนเข้ามาสู่ระบบกองทุนประกันสังคมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากวันนี้ยังมีพี่น้องแรงงานที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบอีกจำนวนมาก ซึ่งจะต้องสร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มที่เป็นแรงงานแพลตฟอร์ม และกลุ่ม Gig worker โดยสองกลุ่มนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทุกวันนี้โลกการทำงานได้เปลี่ยนแล้ว 

“ในปัจจุบันนี้ เรามีคนที่เป็นไรเดอร์อยู่ประมาณ 300,000 คน และรับประกันได้ว่าในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า ตัวเลขนี้จะขยับเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวอย่างแน่นอน โจทย์ของเราคือจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนที่เป็นแรงงานในกลุ่มนี้สามารถที่จะได้รับสิทธิและได้รับความคุ้มครองผ่านการดึงเข้ามาสู่ระบบประกันสังคม โดยเราจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนี้” นายจุลพันธ์ กล่าว 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ชี้ว่า มีประเด็นที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือปัจจุบันกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยยังเข้าสู่ระบบประกันสังคมในสัดส่วนที่น้อยเกินไป โดยกระทรวงแรงงานมีเป้าหมายที่จะดึงแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกฎหมายและเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากหากแรงงานเหล่านี้ไม่เข้าสู่ระบบประกันสังคม สุดท้ายอาจนำไปสู่ปัญหาการเป็นแรงงานที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนหรือกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีเน้นย้ำ คือการบริหารจัดการงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลซึ่งสูงถึงปีละกว่า 100,000 ล้านบาท โดยเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ สปส. ให้ความสำคัญกับงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมากขึ้น โดยเน้นการป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพแรงงานให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการทำงานได้โดยเร็ว ซึ่งหากสามารถลดอัตราการเจ็บป่วยลงได้ จะเป็นการช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับกองทุนอย่างมหาศาล

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ส่วนเรื่องเงินบำนาญชราภาพสูตร CARE นายจุลพันธ์ ระบุว่า ใกล้ที่จะได้ข้อสรุปแล้ว แต่ต้องขอเวลาในการพูดคุยให้รอบด้าน โดยขณะนี้ได้มีการเริ่มต้นนัดหมายกับกลุ่มต่างๆ เพื่อที่จะคุยกันในรายละเอียดว่าเขายังติดขัดในประเด็นใดบ้าง และเราควรจะเดินหน้าในรูปแบบไหน เพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ให้กับคนทุกกลุ่ม  

สำหรับปัญหาด้านการบริการ นายจุลพันธ์ ยอมรับว่าที่ผ่านมายังคงมีปัญหาในเรื่องระบบไอที โดยได้สั่งเร่งแก้ไขระบบ IT หลัก (SSO core) ที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน พร้อมพิจารณาข้อเรียกร้องด้านสวัสดิการต่างๆ โดยให้คำนึงถึงความมีเสถียรภาพของกองทุน หากสิ่งใดที่เป็นการเพิ่มสวัสดิการแล้วไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพของกองทุนก็เป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ทันที

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ภารกิจสำคัญหลังจากนี้คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้มีความโปร่งใส ทันสมัย มีความเป็นอิสระ และเป็นหลังพิงที่มั่นคงให้กับพี่น้องแรงงานทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะเจ็บป่วย ว่างงาน หรือเกษียณอายุ 

“วันนี้ทางสำนักงานประกันสังคมเราจะต้องสร้างมิติใหม่ เราต้องเดินหน้าสู่การทำงานแบบการมีส่วนร่วม การรับฟังกัน เพื่อขับเคลื่อนให้สำนักงานประกันสังคมเดินหน้าและตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชน” นายจุลพันธ์ กล่าว