นายกฯ ยันใน มหาดไทย ไม่มีปัญหา-ทำงานกลมเกลียว เป็นสิงห์สีธงชาติไทย

นายกฯ ยันใน มหาดไทย ไม่มีปัญหา-ทำงานกลมเกลียว เป็นสิงห์สีธงชาติไทย

นายกฯ ยันใน มหาดไทย ไม่มีปัญหา-ทำงานกลมเกลียว เป็นสิงห์สีธงชาติไทย

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

นายกฯ ยันใน ก.มหาดไทย ไม่มีปัญหา-ทำงานกลมเกลียว เป็นสิงห์สีธงชาติไทย บอกจบแล้ว หลัง สส.ออกมาขออภัย กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน พัวพันค้ายา

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยช่วงหนึ่งระบุ ใครที่อยู่ภายใต้ปกครองของนายกฯ จะต้องได้รับการคุ้มครองดูแล ซึ่งขณะนี้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยถูกร้องเรียนกรณีโยกย้ายไม่เป็นธรรมว่า เป็นคนละเรื่อง ตรงนี้เป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน อย่าพยายามไปโยง มันคนละเรื่องกัน เราเข้าใจกันอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวก็เข้าใจ

เมื่อถามว่า บรรยากาศในกระทรวงมหาดไทยขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะเริ่มมีการร้องเรียน นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เห็นว่ามีอะไรเลย เมื่อถามว่า ตอนนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีปัญหา นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ในหน้าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรม ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทำงานกลมเกลียวไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า แสดงว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นสิงห์สีเดียวกันใช่หรือไม่ ไม่มีสิงห์สีอื่น นายอนุทิน กล่าวว่า สิงห์สีแดง ขาว น้ำเงิน ขาว แดง เมื่อถามว่า สีธงชาติไทย นายอนุทิน พยักหน้ารับพร้อมกล่าว อืม 

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราพบปะหารือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สิ่งที่สำคัญคือ เรื่องการขอความร่วมมือพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลแรกที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ขอให้เร่งสแกนทุกชุมชนให้ปลอดยาเสพติด การขาย การเสพให้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยเจ้าพนักงานปราบปรามป้องกัน ส่วนเรื่องการขนส่งขนย้าย การผลิตเป็นเรื่องของรัฐบาล เราก็แบ่งหน้าที่กันด้วยความร่วมมือและเข้าใจกัน

เมื่อถามว่า กรณี สส. อภิปรายพาดพิงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านพัวพันกับการค้ายาเสพติด เป็นการบั่นทอนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่ทำดี คนที่ทำหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแลกฎหมาย ดูแลความถูกต้องมีมากกว่าเยอะ ซึ่ง สส. ก็ออกมาขออภัยแล้ว ถ้าเขาพูดถูกคงไม่ออกมาขออภัย มันจบไปในตัวเองแล้ว

เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป. ปฐมนิเทศผู้สมัคร สก.

เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป. ปฐมนิเทศผู้สมัคร สก.

เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป. ปฐมนิเทศผู้สมัคร สก.

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

วันนี้ 11 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โพสต์ภาพและข้อความระบุถึงภารกิจลุยศึกเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองหลวง โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นแกนนำหลักในครั้งนี้ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “”อภิสิทธิ์” มั่นใจประชาธิปัตย์ พร้อมเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้คนกรุง ขยับนำทีมปฐมนิเทศผู้สมัคร สก. ชูความพร้อมทั้งนโยบายและทีมงานเพื่อความอุ่นใจของประชาชน ย้ำเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ 16 พ.ค.นี้

(11 พ.ค. 69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการปฐมนิเทศผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการซักซ้อมความเข้าใจในการทำงานภายใต้กรอบของพรรคและข้อกฎหมายเลือกตั้ง หลังจากที่พรรคได้อนุมัติผู้สมัครครบทุกเขตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างความเป็นเอกภาพเพื่อรับใช้ประชาชน ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าจะมีการเปิดผู้สมัครผู้ว่า กทม. ในนามพรรค อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ พร้อมกับแย้มว่าผู้สมัครเป็นผู้ชาย มีคุณสมบัติโดดเด่น อายุยังไม่ถึง 60 ปี มีบุคลิกดี และมีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ และยังย้ำอีกว่าพรรคไม่มีความกังวลเรื่องการแข่งขัน แต่โฟกัสที่การทำหน้าที่ในการเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับคนกรุงเทพฯ ผ่านทีมงาน สก. และนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

“เราถือว่าเรามีหน้าที่ในการเสนอทางเลือกให้กับคนกรุงเทพฯ ทุกคน พรรคได้เตรียมความพร้อมทั้งตัวผู้สมัคร นโยบาย และทีมงาน เพื่อเข้าไปเติมเต็มในส่วนที่ยังขาดหาย และทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจยิ่งขึ้น” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

สำหรับการปฐมนิเทศผู้สมัคร สก. ที่พรรคฯ จัดขึ้นในวันนี้ นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงความเป็นประชาธิปัตย์กับแนวทางการทำงานท้องถิ่นนั้นมีความสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญและเรียบง่าย โดยระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจที่ผู้ก่อตั้งพรรคเมื่อ 80 ปีที่แล้ว ได้เขียนอุดมการณ์พรรคไว้ 10 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเน้นย้ำว่า “รัฐควรจะกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นให้มากที่สุด” “ลองนึกภาพ 80 ปีที่แล้วไม่มี อบจ. ไม่มี อบต. ไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ อะไรเลย แต่นั่นคืออุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่วันก่อตั้ง เราจึงเป็นพรรคที่สนับสนุนและผลักดันกฎหมายว่าด้วยการบริหาร กทม. ที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน คือระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 #ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ”

ไม่นานหลังจากที่โพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นาน ก็มีชาวเน็ตหลายคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ดีที่สุด วาทกรรม คน กรุง ไม่มีจน wow”

“ขอเป็นกําลังใจให้ทุกท่านด้วยเสมอ “

“องอาจ คล้ามไพบูลย์ ลงเลยคนชอบ”

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พรรคประชาธิปัตย์ – Democrat Party, Thailand 

โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง

โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง

โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง แนะสมาชิกจ้ออภิปรายมุ่ง ประเด็นเห็นต่าง-ข้อสงสัย ไม่ควรลงลึกรายละเอียด

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือร่วม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี(ครม.) วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวุฒิสภา(สว.) เพื่อเตรียมการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับกฎหมายที่ครม. ได้ยืนยันส่งกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จำนวน31ฉบับ ขณะนี้ได้ข้อสรุปเรื่องกรอบเวลาการประชุมไว้ที่ 9 ชั่วโมง และหากยังไม่แล้วเสร็จสามารถขยายเวลาเพิ่มได้อีก30นาที โดยแบ่งเวลาตามสัดส่วนของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า การอภิปรายควรมุ่งเฉพาะประเด็นที่เห็นต่างหรือมีข้อสงสัย โดยเฉพาะกรณีกฎหมายฉบับอื่นที่ไม่ได้ถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งฝ่ายค้านสามารถตั้งคำถามเพื่อให้คณะรัฐมนตรีชี้แจงได้ว่าเหตุใดจึงไม่นำเข้าสภา ส่วนกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาและมีการยืนยันกลับมาแล้วนั้น ไม่ควรอภิปรายลงลึกในรายละเอียดมากนัก เพราะถือว่าผ่านกระบวนการของสภาไปแล้ว โดยสามารถอภิปรายในเชิงสนับสนุนหรือให้ข้อสังเกตได้เพียงพอสมควร ทั้งนี้ การประชุมวันที่15พ.ค. จะหารือเพียงเรื่องข้อสรุปตามกรอบการประชุมเป็นหลัก แม้จะมีข้อเสนอให้นำวาระอื่นขึ้นมาหารือเพิ่มเติม แต่เกรงว่าจะใช้เวลาไม่ทัน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าในช่วงสัปดาห์ถัดไปหรือเดือนหน้า จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อหารือวาระสำคัญของรัฐบาล เช่น ข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าหากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกฎหมายเพิ่มเติมจะสามารถนำเข้าสู่การประชุมได้ทันหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติและส่งร่างกฎหมายมายังรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถเพิ่มเติมร่างกฎหมายอื่นเข้ามาได้ทัน และจะดำเนินการตามวาระที่ยืนยันส่งมาแล้วเท่านั้น

เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านพูดหรืออภิปรายเกี่ยวกับกฎหมายที่ไม่ได้มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม จะมีการควบคุมการประชุมอย่างไร ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการประชุมรัฐสภาที่ทุกฝ่ายต้องเคารพข้อตกลงของวิป ซึ่งเป็นหน้าที่ของวิปแต่ละพรรคที่จะไปทำความเข้าใจกับสมาชิกของตนเอง หากเป็นกฎหมายที่มีการยืนยันกลับมาแล้ว ไม่ควรอภิปรายลงลึกในรายละเอียดมากเกินไป แต่ควรเน้นเฉพาะข้อสังเกตหรือสาระสำคัญ 

“ส่วนตัวอยากเห็นการอภิปรายในสภาฯที่มีคุณภาพและน่าติดตามมากขึ้น เพราะในอดีตแม้จะมีเพียงการถ่ายทอดเสียงผ่านวิทยุ แต่ประชาชนก็ยังติดตาม เนื่องจากสมาชิกอภิปรายจากความเข้าใจและมุมมองของตนเอง ต่างจากปัจจุบันที่หลายคนเตรียมเอกสารมาอ่านจนขาดเสน่ห์ของการอภิปราย” นายโสภณ กล่าว 

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ประสิทธิภาพของสภาฯ ไม่ได้อยู่ที่การประชุมยาวหรือสั้น แต่อยู่ที่เนื้อหาและคุณภาพของการอภิปราย หากเห็นด้วยก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก แต่หากไม่เห็นด้วยก็ควรใช้เวลาซักถามอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน มากกว่าการอภิปรายเพื่อกรอบเวลาตามกรอบที่กำหนดไว้เท่านั้น

สว.นรเศรษฐ์ บี้ถามเร่งรัดแลนด์บริดจ์ เมินประชามติพื้นที่ แต่ให้สิทธิ์ต่างชาติครองที่ดิน 99 ปี

สว.นรเศรษฐ์ บี้ถามเร่งรัดแลนด์บริดจ์ เมินประชามติพื้นที่ แต่ให้สิทธิ์ต่างชาติครองที่ดิน 99 ปี

สว.นรเศรษฐ์ บี้ถามเร่งรัดแลนด์บริดจ์ เมินประชามติพื้นที่ แต่ให้สิทธิ์ต่างชาติครองที่ดิน 99 ปี

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.42 น.

สว.นรเศรษฐ์ บี้ถามเร่งรัดแลนด์บริดจ์ เมินประชามติพื้นที่ แต่ให้สิทธิ์ต่างชาติครองที่ดิน 99 ปี ด้าน รมช.คมนาคม ยันรัฐบาลทำทุกอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย-ภายใต้สถานการณ์โลกเปลี่ยน เปล่ารีบร้อน 

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ผลการศึกษาเรื่องความคุ้มค่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความขัดแย้งกัน เหตุใดรัฐบาลจึงเร่งรัดนำภาษีประชาชนไปใช้โครงการในฝัน เร่งผลักดันร่างกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)ที่ให้สิทธินักลงทุนต่างชาติถือครองที่ดิน 99ปี ทั้งที่ดินสปก. ที่ดินราชพัสดุ รวมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ ขณะที่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น บางแห่งเป็นเวทีเพื่อรับทราบเท่านั้น หากรัฐบาลคิดว่า โครงการดีจริง เหตุใดไม่ทำประชามติเชิงพื้นที่ 

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นการเช่าที่ดินนั้น รัฐบาลถูกกล่าวหาให้เช่า 99ปี แต่ความจริงเช่าได้ไม่เกิน 99ปี  การเช่ามีระยะเวลาเริ่มต้น เช่น  50ปี เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุน เพราะรัฐบาลไม่ใช่ผู้ลงทุน ใช้วิธี พีพีพีให้เอกชนลงทุน จึงต้องมีเวลาให้ดำเนินการ หากผ่านไป 50ปี พบว่าเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลไม่ต่อสัญญาได้ หากโครงการเป็นไปด้วยดี ประชาชนชีวิตดีขึ้น สิทธิการเช่าจะได้ต่อก่อน ไม่ใช่ว่าจะเช่าต่อ เรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นไปไม่ได้จะไม่มีผลกระทบ แต่รัฐบาลทำทุกอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบ เยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด ยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้รีบร้อน ทำภายใต้สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป 

เอกนิติ ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านบาท ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5%

เอกนิติ ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านบาท ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5%

เอกนิติ ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านบาท ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5%

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.23 น.

เอกนิติ ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านบาท ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนสินค้า-อาหารขึ้น จากราคาน้ำมัน และเชื้อเพลิง ย้ำภาวะวิกฤต ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ย้ำชูหลัก 5T โปร่งใสตรวจสอบได้ แจง กรณ์ ปชป. หลังอ้างมูดี้ส์ บอกศก.ไม่วิกฤติ ระบุเป็นคนละประเด็น เพราะต้องการเยียวยาปชช.

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามกรณีพรรคประชาชนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นว่าเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งอยู่ในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วน หรือวิกฤตว่า  สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนและยังไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ โดยต้นเหตุจากวิกฤตมาจากต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวเร่งสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง โดยในการประชุมอาเซียนก็มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มที่นำเข้าพลังงาน และพึ่งพิงพลังงานจากภายนอกสูง 

นายเอกนิติ กล่าวว่า การพึ่งพาพลังงานสูงของประเทศไทยส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อในเดือนล่าสุดอยู่ที่ 2.9 และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยสูงสุดจะขยับขึ้นไปถึง 4-5% เนื่องจากเงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% แล้วในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมการรับวิกฤตที่จะมาเป็นระลอกๆในขณะนี้ 

เมื่อถามว่าในเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นได้ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการใช้มาตรการทางการเงินดูแลเงินเฟ้อหรือไม่ เพราะตัวเลข 4-5% จะเกินกว่ากรอบเป้าหมายนโยบายการเงินทั้งปีที่ 1-3% นายเอกนิติ กล่าวว่า
คำถามว่าตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังใกล้เคียงกับกรอบที่วางไว้ไม่เกิน 3% แต่เรื่องนี้ได้มีการหารือกับ ธปท.ในการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจอยู่แล้ว 

“ต้นทางของวิกฤตมันมาจากเรื่องพลังงานก่อนใช่ไหม วิกฤตเริ่มจากวิกฤตสงคราม และ 2 วิกฤตพลังงาน วันนี้วิกฤตต้นทุน เห็นตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด 2.9% ประเทศไทยเราพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเยอะมาก แล้วต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไทยเราพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันซึ่งเราผลิตไม่ได้จึงต้องแก้วิกฤตเรื่องนี้”

นายเอกนิติ  กล่าวต่อว่าการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในครั้งนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตที่อาจลุกลาม โดยวิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากปี 2540 ที่เป็นวิกฤตสถาบันการเงิน หรือช่วงแผนไทยเข้มแข็งที่เป็นวิกฤตจากภายนอก แต่ครั้งนี้คือวิกฤตปากท้องและค่าครองชีพของประชาชนอย่างแท้จริงซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดี้ส์ (Moody’s) ชื่นชมไทยว่าเศรษฐกิจดี แต่รัฐบาลจะกู้เงิน นายเอกนิติ กล่าวว่าการที่มูดี้ส์ชื่นชมไทย เป็นเพราะตนได้อธิบายว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพในเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคนละประเด็นกับปัญหาความเดือดร้อนภายในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข และเยียวยาประชาชน จึงต้องมีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ในครั้งนี้ 

สำหรับการใช้จ่ายเงินกู้นั้น รัฐบาลได้วางกรอบการทำงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ “5T” เพื่อคัดกรองโครงการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย Targeted มุ่งเป้า เยียวยากลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง Transition การเปลี่ยนผ่าน ลดภาระประชาชนควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าในระยะยาวTransform การปฏิรูป ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมหลังจบวิกฤต Transparency ความโปร่งใส เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดเผยเกณฑ์การคัดกรองและรายละเอียดทุกโครงการต่อสาธารณะ

นอกจากนั้นยังมีเรื่อง Together การมีส่วนร่วม โดยดึงภาคเอกชนเข้าร่วม โดยเชิญประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการด้วย 

ปลัดมท. ปฏิเสธตอบ ปมคำสั่งย้าย นฤชา-ไชยวัฒน์

ปลัดมท. ปฏิเสธตอบ ปมคำสั่งย้าย นฤชา-ไชยวัฒน์

ปลัดมท. ปฏิเสธตอบ ปมคำสั่งย้าย นฤชา-ไชยวัฒน์

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

ปลัดมท. ปฏิเสธตอบ ปมคำสั่งย้าย นฤชา-ไชยวัฒน์

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทําเนียบรัฐบาล ภายหลังนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ 

ผู้สื่อข่าวพยายามสัมภาษณ์ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  กรณีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติว่านายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งโยกย้าย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมปกครอง ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดย นายอรรษิษฐ์ ได้โบกมือปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์

เมื่อผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ นายอรรษิษฐ์ อีกครั้งว่า จะยื่นอุทธรณ์มติ ก.พ.ค. หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ยกมือปฏิเสธที่จะตอบคำถามอีกครั้ง ก่อนเดินตาม นายกฯ เข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ‘พระราชาคณะ’ 3 รูป

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ‘พระราชาคณะ’ 3 รูป

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ‘พระราชาคณะ’ 3 รูป

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.13 น.

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 3 รูป ดังนี้

1.พระครูโสภณคุณาธาร วัดสาลี จ.สุพรรณบุรี เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระโสภณวชิรธาดา

2.พระครูโกวิทสุตการ วัดโคกเขมา จ.นครปฐม เป็น พระราชาคณะขั้นสามัญ มีนามว่า พระวัชรธรรมโกวิท

3.พระครูสรภัญญ์พิสุทธิ์ วัดใหม่เทพนิมิตร กรุงเทพมหานคร เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระวัชรปัญญาสุธี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2569 ประกาศ ณ วันที่ 11 พ.ค.2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

อนุทิน ยินดี-ดีใจ ทักษิณ ได้กลับบ้าน ขอท่านมีเวลาเป็นส่วนตัว ชี้ยังมีกระบวนการ กม.ต้องจัดการ

อนุทิน ยินดี-ดีใจ ทักษิณ ได้กลับบ้าน ขอท่านมีเวลาเป็นส่วนตัว ชี้ยังมีกระบวนการ กม.ต้องจัดการ

อนุทิน ยินดี-ดีใจ ทักษิณ ได้กลับบ้าน ขอท่านมีเวลาเป็นส่วนตัว ชี้ยังมีกระบวนการ กม.ต้องจัดการ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.58 น.

อนุทิน ยินดี-ดีใจ ทักษิณ ได้กลับบ้าน ขอท่านมีเวลาเป็นส่วนตัว ชี้ยังมีกระบวนการกม.ต้องจัดการ บอกไม่แปลก กรุงเทพฯ แคบหากจะได้เจอกัน 

เมื่อเวลา 12.35 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ จะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร ว่า ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ขอยินดีกับนายทักษิณ และครอบครัวด้วย วันนี้เราได้เห็นภาพนายทักษิณเดินทางกลับบ้าน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เราต้องปล่อยให้นายทักษิณ ได้มีความเป็นส่วนตัว หลังจากนี้ยังมีเรื่องทางกระบวนการกฎหมายที่นายทักษิณยังต้องไปดําเนินการ ท่านต้องมีการปรับตัว และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของท่าน ให้ท่านมีช่องว่างความเป็นส่วนตัว ตนดีใจที่ท่านได้ออกมา และบรรยากาศการเมืองหลังจากนี้ ก็มองทุกอย่างเป็นบวก ถ้าเราตั้งใจทํางานด้วยความสุจริตใจว่าสิ่งที่ทําทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ไม่มีอะไรต้องกังวล ถ้าทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน ต่อให้ผิดก็ยอมรับผิด เพราะอย่างไรก็ถือเป็นความภาคภูมิใจ ถ้าคนหลายสิบล้านได้ประโยชน์แล้วเรามีความผิดก็ยอม

เมื่อถามว่า ในฐานะที่นายทักษิณเป็นผู้บังคับบัญชาเก่า หลังจากนี้จะมีโอกาสไปพบเป็นการส่วนตัวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ” มีอยู่แล้ว พอทุกอย่างผ่านไป กรุงเทพฯ มีอยู่แค่นี้ การพบปะใคร โดยเฉพาะคนที่รู้จักกันมา เคารพนับถือกันมา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร 

‘เงาส้ม’ ไล่บี้ ‘รัฐบาล‘ เร่งสาง 3 เรื่องเร่งด่วน ‘ยืนยันร่างรธน.-ทบทวนกม.สำคัญ-รับรองบำนาญสูตรแคร์’

‘เงาส้ม’ ไล่บี้ ‘รัฐบาล‘ เร่งสาง 3 เรื่องเร่งด่วน ‘ยืนยันร่างรธน.-ทบทวนกม.สำคัญ-รับรองบำนาญสูตรแคร์’

‘เงาส้ม’ ไล่บี้ ‘รัฐบาล‘ เร่งสาง 3 เรื่องเร่งด่วน ‘ยืนยันร่างรธน.-ทบทวนกม.สำคัญ-รับรองบำนาญสูตรแคร์’

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.55 น.

‘เงาส้ม’ ไล่บี้ ‘รัฐบาล‘ เร่งสาง 3 เรื่องเร่งด่วน ‘ยืนยันร่างรธน.-ทบทวนกฎหมายสำคัญก่อนเส้นตาย-รับรองบำนาญสูตรแคร์’ ดักคออย่าปฏิเสธเสียงประชามติจากประชาชน ด้าน ’เท้ง‘ ขออย่ายึดติดตัวบุคคลมากนัก หลัง ’ทักษิณ‘ ถูกปล่อยตัว ต้องโฟกัสจะทำอย่างไรให้คนไร้ปากเสียงรับความเป็นธรรมเหมือนนักการเมืองบ้าง

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา จากพรรคประชาชน ครั้งที่2/2569 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธานการประชุม พร้อมแถลงส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ 1.อยากให้รัฐบาลยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กลับเข้ามาสู่กระบวนการพิจารณารัฐสภาโดยเร็วเพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชน 21,000,000 คนได้ลงฉันทามติร่วมกันว่าอยากให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังนั้นข้ออ้างที่กังวลว่าหากยื่นร่างเดิมกลับมาก็ไม่ผ่านสภาอยู่ดีเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น อยากให้รัฐบาลยืนยันตามเจตนารมย์ตามที่ประชาชนได้ออกเสียงประชามติไว้แล้ว
2.เรียกร้องให้ครม. ผ่านกฎกระทรวง รับรองบำนาญสูตร CARE ของสำนักงานประกันสังคมโดยเร็ว เพราะนายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับปากกลับกลุ่มประกันสังคม ก้าวหน้า ว่าพร้อมจะผลักดัน ดังนั้นการประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้จึงอยากจะเห็นความชัดเจน และ3.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนกฎหมายอีกหลายฉบับที่ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรีซึ่งการประชุมในวันพรุ่งนี้จะเป็นเส้นตายวันสุดท้ายที่จะพิจารณาให้นำกฎหมายกลับมาพิจารณาต่อ เช่นกฎหมาย PRTR  และกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อปรับชั่วโมงทำงานให้เป็นธรรม เป็นต้น จึงอยากให้คณะรัฐมนตรีมีมติในวันพรุ่งนี้เพื่อนำกฎหมายค้างท่อมาพิจารณาต่อในสภา

เมื่อถามว่าจะติดตามการประชุม ครม. เรื่องการยืนยันส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมกลับมายังสภาอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่นิยามตัวเองว่าเป็นรัฐบาลมาจากประชาชนไม่สามารถปฏิเสธเสียงประชามติที่ประชาชนคนส่วนใหญ่ในประเทศได้ลงความเห็นแล้วว่าอยากให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างน้อยถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ ปล่อยให้กลไกในรัฐสภาตัดสินเอง ว่าร่างเดิมจะผ่านหรือไม่ผ่านรัฐสภาชุดนี้ ไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่อาจจะมีวาระแฝงอะไรในใจบางอย่างและเป็นข้ออ้างในการปัดตกในชั้น ครม. ถ้ารัฐบาลจริงใจและเคารพเสียงประชาชนก็คงต้องนำร่างเดิมมาพิจารณาต่อในรัฐสภาชุดนี้

เมื่อถามว่าประเมินฉากทัศน์ภายหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการปล่อยตัวไว้อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่เป็นนักการเมืองเข้ามาทำงานการเมืองรับใช้ประชาชนมากยิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งดีเป็นมุมมองที่ดีในสิ่งที่ประชาชนอาจจะได้ประโยชน์ ตนไม่อยากให้ยึดติดกับตัวบุคคลมากนักในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองในปัจจุบัน หลายคนยังต้องอยู่ในคุก เรามีส่วนร่วมในการผลักดันกระบวนการยุติธรรมในไทยอย่างไร ที่ทำให้หลายคนต้องติดคุกแม้ศาลยังไม่ได้ตัดสิน ทำอย่างไรให้กระบวนการยุติธรรมรองรับคนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่มีปากมีเสียงหรือไม่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน ให้ได้รับความเป็นธรรมแบบเดียวกันกับที่นักการเมืองได้รับ

ฝ่ายค้าน ยื่น ปธ.สภาฯ ส่งศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้าน โสภณ กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่

ฝ่ายค้าน ยื่น ปธ.สภาฯ ส่งศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้าน โสภณ กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่

ฝ่ายค้าน ยื่น ปธ.สภาฯ ส่งศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้าน โสภณ กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

ฝ่ายค้าน ยื่น ปธ.สภาฯ ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน โสภณ กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่ามีความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเราอยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่กลับเอามาอยู่ในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยนำเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน โดยเนื้อหาคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญมีทางออกให้ศาลพิจารณาในทุกส่วน เป็นข้อมูลที่เชื่อว่าหากศาลได้วินิจฉัยจะเห็นว่าการปรับโครงสร้างพลังงานสามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือบางส่วนของมาตรการเยียวยาไม่จำเป็นต้องนำมาอยู่ในส่วนของพ.ร.ก.กู้เงิน เพราะสามารถอยู่ในส่วนสรรพสามิตได้ 

ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญได้เปิดช่องยืดหยุ่นให้รัฐบาลสามารถกู้เงินได้หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ความเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายค้านจึงต้องช่วยกันตรวจสอบว่านอกจากการทำงบประมาณขาดดุล 8 แสนล้านบาทในปีนี้แล้ว รัฐบาลยังมีเจตนาออกพ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางกฎหมายหรือไม่ เท่าที่ดูข้อเสนอของรัฐบาลเทียบกับการออกพ.ร.ก.กู้เงินในอดีต มีข้อสรุปว่าการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ขณะที่มาตรา 53 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของประเทศระบุว่าการออกพ.ร.ก.จะกระทำได้ในกรณีที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ต้องลองไปเปรียบเทียบว่าในอดีตที่มีการออก พ.ร.ก. ทั้งช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด สถานการณ์ที่หากไม่มีการกู้ยืมเงินโดยเร็วสามารถนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยต่อไป

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง พ.ร.ก.ดังกล่าวจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ นายณัฐพงษ์​ กล่าวว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ศาลวินิจฉัยว่าหากรัฐบาลมีการใช้จ่ายเงินไปก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย และถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยพ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะต้องเรียกคืนหรือไม่ ในคำร้องของฝ่ายค้านพยายามเขียนให้มีความรัดกุม และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเฉพาะหน้าให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยให้วินิจฉัยเป็นรายกรณีไป ฝ่ายค้านยืนยันว่าเราเขียนคำร้องอย่างรอบคอบ ที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหาว่าคำสั่งที่ผูกพันทุกองค์กรบางครั้งไปก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายบริหาร 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามพ.ร.ก.กู้เงิน คาดว่าไม่อยากให้รัฐบาลโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดนี้ เพราะการออกพ.ร.ก.ดังกล่าวมีเพียงคณะกรรมการกลั่นกรองไม่กี่ชุดมาพิจารณาต่างจากการพิจารณางบประมาณปกติที่มีการพิจารณาคำร้องขอหลายครั้ง หากรัฐบาลไม่ได้มีเจตณาสอดไส้ ปกปิด หรือตีเช็กเปล่าก็ไม่มีความจำเป็นต้องโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าว 

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คำร้องของฝ่ายค้านที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ระงับการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนของการปรับโครงสร้างพลังงาน ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ คำร้องของฝ่ายค้านเป็นการแยกเฉพาะส่วน เราเพ่งโทษเฉพาะการปรับโครงสร้างพลังงาน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวทั้งก้อนหรือเฉพาะส่วน 

ด้านนายโสภณ กล่าวว่า ตามกระบวนการกฎหมายหลังจากรับเรื่องจากฝ่ายค้านแล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้องของญัตติดังกล่าว และต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน ดังนั้น ตนจะปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะตนมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะยื่นศาลก่อนวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ที่จะมีการพิจารณากู้เงินหรือไม่นั้น ตนจะยื่นให้เร็วที่สุด 

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมรัฐสภาในวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อพิจารณายืนยันร่างกฎหมายที่ครม.ยืนยันรับรองมา 31 ฉบับนั้น ในการประชุมวิปฝ่ายค้านได้พิจารณาจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้าน รัฐบาล และสว. อภิปรายโดยให้เวลา 9 ชั่วโมง โดยกรอบการอภิปรายจะให้พูดได้ทั้งในส่วนที่เห็นด้วยกับกฎหมายที่รัฐบาลรับรองมา รวมถึงกฎหมายที่ฝ่ายค้านสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ให้การยืนยันรับรอง ซึ่งสมควรที่จะอภิปรายได้บ้าง และในเดือนมิถุนายนจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งเพื่อพิจารณาวาระข้อตกลงระหว่างประเทศ