โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.10 น.

16 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ด้วยในคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ประชุมได้ลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

1. นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

2. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

3. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองกลาง – สูงสุด สั่ง กกต. ระงับมติชุด 36 ตัดสินคดีฮั้ว สว.

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองกลาง - สูงสุด สั่ง กกต. ระงับมติชุด 36 ตัดสินคดีฮั้ว สว.

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองกลาง – สูงสุด สั่ง กกต. ระงับมติชุด 36 ตัดสินคดีฮั้ว สว.

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

วันที่ 16 มีนาคม 2569 คณะสว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามมิให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำผลการสอบสวนคดีฮั้ว ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้งคณะชุดที่ 36 ที่มีมติ 5 ต่อ 2 ว่าเห็นควรยกคำร้องเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นสว. 138 คน คณะกรรมการบริหารพรรคการ เมือง พร้อมเครือข่าย 91 คน รวมทั้งสิ้น 229 คน กระทำผิดในคดีฮั้วสว. 

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ที่ต้องไปยื่นต่อศาลปกครองเพราะเห็นว่า การตั้งอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ของนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธานกกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตั้งเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดที่ต้องให้กกต.พิจารณาเรื่องร้องทุจริตการเลือกสว. ภายใน 1 ปี ซึ่งตนเห็นว่ากกต.มีคณะอนุวินิจฉัยอยู่แล้วถึง 35 คณะ เป็นคณะที่ประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านกฎหมาย แต่กกต. กลับไม่ให้ทำสำนวนคดีฮั้วสว. แต่มาตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้น จึงเห็นว่ามีเจตนาพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะปัดเป่าคดี และการพิจารณาสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีการไปลงพื้นที่หาพยานหลักฐานในคดีฮั้วสว.จนได้หลักฐานแน่นหนาเห็นควรที่จะให้มีการดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 229 คน แต่ คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ไม่รู้ไปเอาข้อมูลหลักฐานอะไรมาหักล้างถึงได้มีมติ 5 ต่อ 2 ว่าสิ่งที่กรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 สอบมาไม่มีมูล ดังนั้นจึงเห็นว่ากกต.ไม่ควรที่จะนำสำนวนที่อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 พิจารณาไปวินิจฉัย

สว.สำรอง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

“แต่ถ้ากกต.ชุดใหญ่นำสำนวนมาพิจารณาและเห็นชอบตามมติของอนุวินิจฉัย ชุดที่ 36 หมายความว่าท่านก็เข้าสู่กระบวนการเดียวกัน มีเจตนาพิเศษแบ่งงานกันทำหรือไม่อย่างไร ดังนั้นผมจึงต้องยื่นต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอคุ้มครองฉุกเฉินชั่วคราวโดยด่วน จึงต้องนำเรื่องนี้มาให้นายณรงค์ กลั่นวาริน ทร์ ประธานกกต. และร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล หนึ่งในคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เนื่องจากเราไม่ยอมรับคณะอนุชุดนี้ เนื่องจากนายอิทธิพร ได้มีการแต่งตั้งชุดดังกล่าวเลยที่กฎหมายกำหนด 1 ปี เรื่องนี้ต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณา สิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองนั้นท่านกำลังพยายามปิดดึง ยื้อเวลา แต่พอจะสปีดให้เข้ากับเกมของใครก็ไม่รู้ที่วางแผนไว้ อยากเป็นผู้นำ ทำไมถึงเร็วปรี๊ดขนาดนี้ ซึ่งมีข่าวว่ากกต.จะลงความเห็นในเรื่องนี้ในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ เพื่อให้ทันกับวันที่มีเลิกงามยามดีในวันที่ 19 มี.ค.นี้หรือไม่” 

เมื่อถามว่าจะต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีการแก้ไขไม่ให้มีการนำเอกสารแนะนำตัวเข้าไปยังสถานที่เลือกสว. หรือไม่ เนื่องจากมีการอาศัยช่องในการทำทุจริตได้ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนมองว่ากกต.เปิดโอกาสให้ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสว.ในรอบเช้าได้มีการเตรียมตัว เพื่อนำเอกสารเข้าไปสู่รอบการเลือกไขว้ตอนบ่ายได้ เพราะในรอบเช้ามีการจับผิดได้บ้างเช่นมีการใส่เสื้อสีเหลือง หรือใส่สูท มีผู้ควบคุมใส่สมาร์ทวอช์ แต่ไม่ถูกตัดสิทธิ ขณะที่กกต.ระบุว่าไม่ให้นำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครสว. หรือใบสว. 3 เข้าไปในสถานที่เลือก ซึ่งบอกว่าการใช้เวลาร่วมกันเวลา 3-4 ชั่วโมง เท่ากับเป็น การบอกว่าให้ไปเตรียมตัว เพราะไม่สามารถนำเอกสารที่เตรียมมาติดตัวเข้าไปได้ หากกกต.ให้เวลาในการเตรียมตัวแค่ 30 นาที และมีการจับหมายเลขใหม่ ไม่ให้นำเอกสารไปสว. 3 เข้าไปได้จะสามารถป้องกันการฮั้วได้ และเชื่อว่าหากมีการเลือกสว.ในครั้งหน้าและห้ามนำเอกสารทุกชนิดเข้าไปในสถานที่เลือก ก็จะสามารถป้องกันการฮั้ว อีกทั้งกกต.ซึ่งเป็นผู้จัดการเลือกเป็นสารตั้งต้นเป็นตะแกรงในการคัดกรองคนดีเข้าไป รวมถึงกกต.ต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นได้

ศุภจี จ่อชง ครม. พรุ่งนี้ มาตรการช่วยประชาชนสู้ของแพง พลังงานพุ่ง

ศุภจี จ่อชง ครม. พรุ่งนี้ มาตรการช่วยประชาชนสู้ของแพง พลังงานพุ่ง

ศุภจี จ่อชง ครม. พรุ่งนี้ มาตรการช่วยประชาชนสู้ของแพง พลังงานพุ่ง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.53 น.

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีเรื่องรับมือวิกฤตพลังงาน ถึงกรณีราคาสินค้าที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามราคานํ้ามันว่า ยังไม่มีอะไร โดยจะมีมาตรการออกมา แต่ขอให้รอฟังศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) พร้อมยอมรับว่า พรุ่งนี้ตนจะมีการเสนอมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนเกิดความกังวลจะเริ่มกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค จะให้ความมั่นใจประชาชนได้อย่างไร นางศุภจี ไม่ได้ตอบคำถาม แต่พยักหน้ารับ และขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิเสธตอบคำถามว่ารัฐบาลจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน หรือไม่ โดยระบุเพียงว่า ขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ต๊ะ นารากร สรุปให้! ฟัง หัวหน้าอภิสิทธิ์ เคลียร์ปมงดออกเสียง ปธ.สภาฯ

ต๊ะ นารากร สรุปให้! ฟัง หัวหน้าอภิสิทธิ์ เคลียร์ปมงดออกเสียง ปธ.สภาฯ

ต๊ะ นารากร สรุปให้! ฟัง หัวหน้าอภิสิทธิ์ เคลียร์ปมงดออกเสียง ปธ.สภาฯ

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

16 มีนาคม 2569 นารากร ติยายน อดีตผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฟังหัวหน้าอภิสิทธิ์ให้เหตุผลที่งดออกเสียงเลือกประธานสภา

1) ครั้งนี้ยังไม่มีการประชุมปรึกษาหารือกัน ได้รับแจ้งมาว่าพรรคประชาชนจะส่งคนลงแข่ง แต่ไม่ได้หวังชนะ ต้องการแสดงวิสัยทัศน์ และไม่ได้ถามเราว่าจะส่งรองประธานฯหรือไม่? เป็นการแจ้งมาเฉยๆ

2)ไม่มีเหตุผลที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ แต่ถ้าคิดเชิงระบบ ตั้งแต่มีรธน.ปี 2560 ซึ่งคุณอภิสิทธิ์ยืนยันว่าไม่ได้เห็นด้วยกับบทบัญญัติ เพราะมองว่าทำให้เกิดความผิดเพี้ยนนิดหน่อย คือในรธน.นิยามพรรคฝ่ายค้านว่า ต้องเป็นพรรคที่ไม่มีตำแหน่งประธานฯ หรือรองประธานฯ ด้วย ซึ่งไม่เหมือนกับรธน.ฉบับก่อนๆ ที่ฝ่ายค้านสามารถเป็นประธานสภาได้

3)ถ้าสมมติว่าเกิดพลิกชนะขึ้นมาจริงๆ ทำไง? พรรคประชาชนก็ไม่ได้เป็นฝ่ายค้านแล้ว และก็เป็นรัฐบาลไม่ได้เพราะบอกว่าไม่ร่วมกับกล้าธรรม ฉะนั้นเมื่อพรรคประชาชนประสงค์จะแสดงวิสัยทัศน์ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้สนับสนุนรัฐบาล จึงงดออกเสียง

4)เมื่อถูกถามว่าจะเป็นพรรครอร่วมรัฐบาลหรือ? คุณอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ใช่หรอก แต่ข้อกฎหมายเป็นอย่างนี้จริงๆ คือถ้าเป็นประธานสภาฯ จะเป็นฝ่ายค้านไม่ได้ เป็นฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ได้ และเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็ไม่ได้!!

มันก็คือความผิดปกตินิดหน่อยของตัวบทบัญญัติรธน.นั่นแหละ และเมื่อมีการตั้งวิปฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ก็จะอยู่ในส่วนของฝ่ายค้าน และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาในการทำงานกับพรรคประชาชน

แสวง แจงเร่ง กกต.สุพรรณฯ สอบการทำหน้าที่ กปน. มุดกระดาษขีดคะแนน ชี้ยังมีเวลา 60 วัน

แสวง แจงเร่ง กกต.สุพรรณฯ สอบการทำหน้าที่ กปน. มุดกระดาษขีดคะแนน ชี้ยังมีเวลา 60 วัน

แสวง แจงเร่ง กกต.สุพรรณฯ สอบการทำหน้าที่ กปน. มุดกระดาษขีดคะแนน ชี้ยังมีเวลา 60 วัน

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

แสวง แจงเร่ง กกต.สุพรรณฯ สอบการทำหน้าที่ กปน. มุดกระดาษขีดคะแนน ชี้ยังมีเวลา 60 วัน ประกาศรับรองผู้สมัครเขต 2 สุพรรณบุรี 

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง  บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณียังไม่มีการประกาศรับรองการเลือกตั้งเขต 2 จ.สุพรรณบุรี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของวำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้เร่งรัดให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งจะต้องรอผลการสอบก่อน ยังมีเวลาตามกรอบของกฎหมายในการรับรอง 60 วัน จะเร่งรัดการสอบกรณีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ 

ส่วนที่อาจจะถูกสังคมตั้งข้อสังเกตว่ามีการทุจริตเพียงคนเดียวหรือไม่ จึงไม่สามารถประกาศรับรองได้ นายแสวง ระบุว่า ยังไม่ทราบจะต้องรอผลการสอบสวนก่อน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเขต 2 สุพรรณบุรี เป็นเพียงเขตเดียว ที่ กกต.ไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากมีการนับคะแนนใหม่แล้ว ผลการนับคะแนนใหม่พบความแตกต่างจากการรนับคะแนนในครั้งแรกมาก อีกพบพฤติการณ์ของ กปน.อาจไม่สุจริตเที่ยงธรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของ กกต.จังหวัด

โฆษกปชป. เคลียร์ปมงดออกเสียง ปธ.สภาฯ ยันทำหน้าที่ตรงไปตรงมา-ให้เกียรติ

โฆษกปชป. เคลียร์ปมงดออกเสียง ปธ.สภาฯ ยันทำหน้าที่ตรงไปตรงมา-ให้เกียรติ

โฆษกปชป. เคลียร์ปมงดออกเสียง ปธ.สภาฯ ยันทำหน้าที่ตรงไปตรงมา-ให้เกียรติ

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

16 มี.ค. 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คระบุถึงสาเหตุที่ พรรคประชาธิปัตย์ “งดออกเสียง” ในการเลือกประธานสภาฯ โดยมีใจความว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึง “งดออกเสียง” ในการเลือกประธานสภาฯ

1. การทำงานในฐานะ “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ต้องมีเอกภาพ การเสนอชื่อตำแหน่งสำคัญระดับประธานสภาฯ ควรมีการหารือร่วมกันในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหาจุดยืนที่เป็นหนึ่งเดียว แต่ในครั้งนี้ พรรคประชาชนได้ตัดสินใจเสนอชื่อโดยไม่ได้มีการพูดคุยหรือขอมติร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นล่วงหน้า

พงศกร ขวัญเมือง

2. ความถูกต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ (มาตรา 106)รัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า “ผู้นำฝ่ายค้าน” ต้องมาจากพรรคที่ไม่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาฯ การที่พรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่งเสนอคนของตนเองชิงตำแหน่งประธานสภาฯ จึงดูย้อนแย้งกับบทบาทผู้นำฝ่ายค้านที่พรรคต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย (ทั้งนี้ เห็นว่าควรมีการแก้ไขบทบัญญัตินี้เพื่อเปิดกว้าง ให้พรรคแกนนำฝ่ายค้านมีโอกาสดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ได้)

3. เน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ มากกว่า การสร้างความสนใจพรรคประชาธิปัตย์เคารพในวิสัยทัศน์ของผู้ถูกเสนอชื่อ แต่ในสถานการณ์ที่ตัวเลขคะแนนเสียงในสภาเห็นผลลัพธ์ในทางปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้ว พรรคประเมินว่าการเสนอชื่อครั้งนี้เป็นไปเพื่อการใช้พื้นที่สภา สร้างความสนใจ มากกว่าการมุ่งหวังชัยชนะจริง ประชาธิปัตย์จึงเลือกที่จะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดังกล่าว

4. รักษาความเป็นอิสระและอุดมการณ์ของพรรค ประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจน เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มกำลังเพื่อตรวจสอบรัฐบาล (จึงไม่โหวตสนับสนุนฝั่งรัฐบาล) แต่ในขณะเดียวกัน เราไม่ใช่ “พรรคบริวาร” ของใคร เรามีแนวทางและกระบวนการตัดสินใจที่เป็นอิสระตามมติพรรค เพื่อรักษาตัวตนและอุดมการณ์ที่เรายึดถือ

ขอยืนยันว่า การงดออกเสียงครั้งนี้คือการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เราพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง การให้เกียรติ และการพูดคุยหารือร่วมกันครับ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง – Earth Pongsakorn Kwanmuang

กกต.ตื่นแล้ว! จัดติวเข้มปรับปรุงงานด้านประชาสัมพันธ์ หลังโดนถล่มจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา

กกต.ตื่นแล้ว! จัดติวเข้มปรับปรุงงานด้านประชาสัมพันธ์ หลังโดนถล่มจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา

กกต.ตื่นแล้ว! จัดติวเข้มปรับปรุงงานด้านประชาสัมพันธ์ หลังโดนถล่มจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.55 น.

กกต.ติวเข้ม ผอ.กกต.จังหวัด ปรับปรุงงานด้านการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ หลังโดนถล่มจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา กระทบความน่าเชื่อถือการทำหน้าที่ หวังปรับการทำงานรับมือวิกฤต ดึง กกต.จังหวัดร่วมแจงทันที หากเกิดเหตุในพื้นที่     

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นนักสื่อสารประชาสัมพันธ์บนสังคมดิจิทัล รุ่นที่ 2 โดยมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ รวมถึงผู้บริหารจากสำนักงาน กกต. เข้าร่วมอบรม ระหว่างวันที่ 16 – 18 มี.ค.2569 จำนวน 45 คน  ซึ่งการอบรมครั้งนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นายเกษมสันต์ วีระกุล ที่ปรึกษาของกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ มาถ่ายทอดความรู้ในการจัดการและการสื่อสาร รวมทั้งยังมีการ workshop ฝึกการพูดในที่สาธารณะ วิเคราะห์สถานการณ์ และการสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

นายแสวง เปิดเผยว่า โครงการอบรมการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเป็นความร่วมมือระหว่าง กกต. กับกรมประชาสัมพันธ์ จัดเป็นรุ่นที่ 2 สำหรับผู้บริหารส่วนกลางและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพิ่มทักษะการสื่อสารให้ชัดเจน กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อให้ข้อมูลถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 50 ล้านคน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และเครือข่ายต่างๆ โดยตรง ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะช่วยยกระดับการสื่อสารของ กกต. ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก
 
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.เป็นเหมือนตำบลกระสุนตก การอบรมครั้งนี้จะเพิ่มทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร นายแสวง กล่าวว่า จากการที่ตนได้มาร่วมฟังการอบรมในรุ่นที่ 1  ยอมรับว่าหากมีการอบรมก่อนหน้านี้ก็จะเกิดประโยชน์กับสำนักงาน กกต.มากกว่านี้ ในการสื่อสารให้ประชาชนเห็นถึงระบบที่ กกต.วางไว้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ่งที่ กกต.ดำเนินการในระหว่างการเลือกตั้ง แต่ก็ถือว่าไม่สาย เป็นประโยชน์แน่นอน 

“หากอบรมก่อนหน้านี้จะช่วยได้มาก เพราะผู้อำนวยการกกต.จังหวัดจะสามารถชี้แจงเหตุการณ์ต่างๆในพื้นที่ได้ทันที ส่วนกลางก็จะขยายผลต่อ เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่จังหวัดใดก็สามารถชี้แจงได้อย่างถูกต้องตรงประเด็นและทันท่วงที และส่วนกลางก็จะรับนำมาชี้แจงในภาพกว้างอีกครั้ง  ในการเลือกตั้งครั้งหน้า กกต. จังหวัดจะเป็นด่านแรกที่รับผิดชอบชี้แจงร่วมกับส่วนกลาง ทำให้ประชาชนเห็นความโปร่งใสเท่ากัน และลดความล่าช้า” นายแสวง กล่าวเน้นย้ำ

เขากระโดง ยังไม่จบ DSI ยืนยันคดีอยู่ในอำนาจ ปปช.-ศาล

เขากระโดง ยังไม่จบ DSI ยืนยันคดีอยู่ในอำนาจ ปปช.-ศาล

เขากระโดง ยังไม่จบ DSI ยืนยันคดีอยู่ในอำนาจ ปปช.-ศาล

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

DSI ยืนยันคดีที่ดินเขากระโดง ยังไม่จบ อยู่ในอำนาจ ปปช.-ศาล พร้อมสนับสนุนภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

16 มีนาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารข่าวชี้แจง ว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษยุติการสืบสวนกรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้น และไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ได้มีประชาชนจำนวน 2 ราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อกรมสอบสวนพิเศษ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวเขตสร้างทางรถไฟหลวงต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2464 ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ อันเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมคำพิพากษา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง และมีการประสานข้อมูลไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) พบว่าเรื่องนี้มีการฟ้องคดีในศาลทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันกว่า 18 คดี โดยในส่วนคดีแพ่งได้มีคำพิพากษาฎีกาและคดีถึงที่สุดหลายคดี ซึ่งนำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง และได้มีคำพิพากษาศาลปกครอง ให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ โดยกรมที่ดินได้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวและมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งมีปรากฏอยู่ในบริเวณดังกล่าว 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องคดีที่ศาลปกครองเป็นอีกคดีหนึ่ง

สำหรับประเด็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ได้มีการกล่าวหาคณะกรรมการตามมาตรา 61 ทั้งต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ปปป.ตร.โดยสำนวนในส่วน ปปป.ตร.นั้น ได้มีการส่งไปยังคณะกรรมการ ปปช.เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 แล้ว สอดคล้องกับข้อมูลที่สำนักงาน ปปช. ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อสาธารณะก่อนหน้านี้ ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ปปช.เพื่อรวมเรื่องดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอำนาจวินิจฉัย รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ปปช.ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการ ปปช.มีมติเป็นประการใด หรือประสงค์ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษช่วยดำเนินการในเรื่องใด ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ อีกทั้ง เรื่องนี้ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลหลายคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีและรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน

ดังนั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีการยุติการดำเนินการในเรื่องเขากระโดงทั้งหมด ตามที่สาธารณชนเข้าใจ แต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอเน้นย้ำและชี้แจงทำความเข้าใจต่อสาธารณชน ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษมุ่งมั่นในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษฯ และหลักนิติธรรมทุกประการ

ชัชชาติ รับมหาดไทย สั่งคุมเข้มน้ำมัน ใช้รถเท่าที่จำเป็น

ชัชชาติ รับมหาดไทย สั่งคุมเข้มน้ำมัน ใช้รถเท่าที่จำเป็น

ชัชชาติ รับมหาดไทย สั่งคุมเข้มน้ำมัน ใช้รถเท่าที่จำเป็น

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

”ชัชชาติ“ รับมหาดไทย สั่งคุมเข้มน้ำมัน ใช้รถเท่าที่จำเป็น ชี้ห้องหลบร้อนไม่ขัดนโยบายประหยัดพลังงานรัฐบาล เพิ่มคุณค่าเป็นพื้นที่ให้บริการประชาชนอยู่แล้ว 

วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการทุกจังหวัดกำกับดูแลและรับรับผิดชอบติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน ว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ดูเรื่องดังกล่าวแล้ว กรุงเทพมหานครพร้อมทำตามนโยบายทุกอย่าง โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ การใช้รถต่าง ๆ เท่าที่จำเป็น และเริ่มติดตั้งโซล่าเซลล์ หากประหยัดไฟฟ้าได้ก็จะประหยัดพลังงานที่นำเข้าด้วย ต้องทำทุกอย่างคู่ขนานกันไปอยู่แล้ว

ส่วนการเปิดห้องหลบร้อนจะขัดกับนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาลหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า ห้องหลบร้อนเป็นพื้นที่ที่เราเปิดให้บริการประชาชนอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการรัฐบาล ยืนยันว่าไม่ได้ทำซ้ำซ้อน เพียงแค่ประกาศให้ประชาชนรู้ว่า สามารถเข้ามาใช้บริการได้ ยิ่งทำให้คุณค่ามากขึ้นด้วยซ้ำและทำให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายมากด้วย

“เราไม่ได้เปิดแอร์หรือติดตั้งแอร์เพิ่ม เป็นเพียงห้องที่เปิดเพื่อให้บริการประชาชนอยู่แล้ว และจะมีการปรับอุณหภูมิตามนโยบายของรัฐบาล” นายชัชชาติ กล่าว

ชัชชาติ ขอ 2 เดือนให้คำตอบลงผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยหรือไม่ มอง 4 ปีจากนี้ท้าทาย

ชัชชาติ ขอ 2 เดือนให้คำตอบลงผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยหรือไม่ มอง 4 ปีจากนี้ท้าทาย

ชัชชาติ ขอ 2 เดือนให้คำตอบลงผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยหรือไม่ มอง 4 ปีจากนี้ท้าทาย

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.40 น.

ชัชชาติ ขอ 2 เดือนให้คำตอบลงผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยหรือไม่ มอง 4 ปีจากนี้ท้าทาย ไม่ใช่แค่ปัญหาเส้นเลือดฝอย เผยมีทีมงานช่วยคิดนโยบาย ต้องมีคำตอบที่ดีให้คนกรุงเทพ

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวโน้มการลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกสมัยหนึ่งว่า เรื่องลงสมัครคนถามกันเยอะ เราไม่ได้รีบ ขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไปก่อน อีก 2 เดือนถึงเวลาก็จะแจ้งอีกทีหนึ่ง ตอนนี้คิดถึงนโยบายอยู่ว่าถ้าเป็นแล้วจะทำอะไรต่อได้ ให้ทีมงานช่วยคิดและลิตส์นโยบายอยู่ เพราะการประกาศลงสมัครตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์กับใคร หากประกาศว่าไม่ลงก็จะทำงานลำบากขึ้น หากประกาศว่าลง ต่อไปเปลี่ยนใจก็ไม่ดี สุดท้ายแล้วถึงเวลาเลือกประชาชนก็จะเลือกคนที่ดีที่สุด เราก็ทำตรงนี้ให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีเครือข่ายหรือไม่ เพราะครั้งที่แล้วมีกลุ่มเพื่อนชัชชาติ นายชัชชาติ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว เพราะการคิดนโยบายก็ต้องมีเครือข่ายมาช่วยคิด ซึ่งจะต้องมีการตกผลึกนโยบายก่อนว่า อนาคตปัญหาคืออะไรมันจะยากและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ปัญหาเส้นเลือดฝอยที่เราคิดอยู่แล้วฉะนั้นอีก 4 ปีถือเป็นนโยบายที่ท้าทายมาก คงต้องคิดว่าเรามีคำตอบที่ดีพอให้กับประชาชนหรือไม่ ทีมงานกำลังดูกันอยู่ อย่างไรก็ตามหากใครต้องการเสนอไอเดียก็สามารถแจ้งกันได้ เดี๋ยวคงจะมีเว็บไซต์เชิญชวนคนที่อยากจะเสนอไอเดีย นโยบาย หรือแนวคิด เพื่อจะได้รวบรวมและสรุปอีกทีหนึ่ง 

“เรื่องจะลงหรือไม่ลง ยังมีเวลาอีก 2 เดือน เพราะพูดไปแล้วคำพูดเป็นนายเรา ไม่อยากจะไปเปลี่ยน ดังนั้นไม่ต้องรีบบอกก็ได้ ไม่ได้มีประโยชน์กับประชาชนในตอนนี้ เพราะตอนนี้ควรจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด คิดคู่ขนานกันไป สุดท้ายหากมีสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชนก็ประกาศใกล้ ๆ ได้ว่าจะลงหรือไม่ลง” นายชัชชาติ ทิ้งท้าย