มรสุมลูกใหญ่พรรคส้ม จากความผิดพลาดที่ก่อเอง สู่แฮตทริกยุบพรรค?

มรสุมลูกใหญ่พรรคส้ม จากความผิดพลาดที่ก่อเอง สู่แฮตทริกยุบพรรค?

มรสุมลูกใหญ่พรรคส้ม จากความผิดพลาดที่ก่อเอง สู่แฮตทริกยุบพรรค?

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.11 น.

สถานการณ์ของพรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ในขณะนี้ต้องถือว่าเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างหนัก หากไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าปัญหาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากการบริหารจัดการของพรรคเองตั้งแต่ต้น

ต้นตอสำคัญอยู่ที่ระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคซึ่งเปิดช่องโหว่สำคัญ จนข้อมูลของประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง และกลายเป็นปัญหาที่พรรคต้องเผชิญจากความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเอง

ชนวนเริ่มจากการตรวจพบว่ามีบุคคลภายนอกพยายามเข้าถึงระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรค แม้พรรคจะยังไม่ยืนยันว่าข้อมูลของสมาชิกทั้งหมดกว่า 111,835 ราย รั่วไหลหรือไม่ แต่การที่บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญอย่าง Laser ID ได้ ก็สะท้อนถึงความบกพร่องของระบบที่พรรคเลือกใช้เอง

ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไม่ได้มีเพียงชื่อหรือหมายเลขโทรศัพท์ แต่ยังรวมถึงข้อมูลยืนยันตัวตนของสมาชิก หรือ KYC (Know Your Customer) ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลระดับลึกที่ใช้ยืนยันตัวบุคคลโดยตรง

รูปแบบการเก็บข้อมูลลักษณะนี้แตกต่างจากพรรคการเมืองส่วนใหญ่ในประเทศ เพราะพรรคการเมืองอื่นมักเก็บข้อมูลสมาชิกเพียงเท่าที่กฎหมายกำหนด ขณะที่พรรคประชาชนเลือกใช้ระบบสมัครสมาชิกออนไลน์ที่ต้องกรอกข้อมูลยืนยันตัวตนระดับลึกอย่าง Laser ID

เมื่อระบบที่เก็บข้อมูลจำนวนมากเกิดช่องโหว่ ความเสียหายจึงขยายวงกว้าง และกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่พรรคส้มต้องเผชิญจากความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเอง

การจัดเก็บข้อมูลสมาชิกพรรคในลักษณะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับโดยตรง โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) ซึ่งกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม

กฎหมายยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลภายใน 72 ชั่วโมง

แต่ในกรณีของพรรคประชาชน มีข้อมูลว่าพรรคได้รับรู้ถึงความผิดปกติของระบบและการเข้าถึงข้อมูลก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งเหตุภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เวลาผ่านไปหลายวันก่อนจะมีการชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในเวลาเดียวกัน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของพรรคประชาชน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลของประชาชน

กรณีข้อมูลสมาชิกพรรคจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคของระบบข้อมูล แต่กลายเป็นประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนโดยตรง

สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อมีการยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบการดำเนินการของพรรคประชาชน

คำร้องของ ศรีสุวรรณ จรรยา ระบุว่า ระบบสมัครสมาชิกของพรรคกำหนดให้ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลสำคัญอย่าง Laser ID ซึ่งเป็นรหัสหลังบัตรประชาชน ทั้งที่กฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ข้อมูลประเภทนี้

การเก็บข้อมูลยืนยันตัวตนระดับลึกเช่นนี้ แต่ไม่สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ จึงถูกระบุว่าเป็นความบกพร่องในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง

คำร้องดังกล่าวอ้างถึง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 (3) ซึ่งเปิดช่องให้พิจารณาการกระทำของพรรคการเมืองที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

หากคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าคำร้องมีมูล ก็สามารถเสนอเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยยุบพรรคตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

สถานการณ์ของพรรคส้มจึงถูกจับตามองมากขึ้น เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองของคนกลุ่มนี้ถูกยุบมาแล้วสองครั้ง

ครั้งแรกคือ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคในปี 2563 จากกรณีเงินกู้ที่หัวหน้าพรรคปล่อยกู้ให้พรรคการเมืองของตนเอง

หลังจากนั้น สมาชิกจำนวนมากย้ายไปทำงานทางการเมืองต่อภายใต้ พรรคก้าวไกล ซึ่งสามารถคว้าคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งปี 2566

อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคในปี 2567 จากกรณีการผลักดันนโยบายแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าเข้าข่าย ล้มล้างการปกครอง

หลังการยุบพรรคก้าวไกล อดีต ส.ส.จำนวนมากจึงย้ายเข้าสังกัดพรรคที่มีอยู่เดิม ก่อนปรับชื่อพรรคเป็น พรรคประชาชน

เมื่อเกิดกรณี ข้อมูลสมาชิกรั่ว และมีการยื่นคำร้องยุบพรรคต่อ กกต. สถานการณ์จึงกลับมาอยู่บนเส้นทางกฎหมายอีกครั้ง และทำให้คำว่า “แฮตทริกยุบพรรค” ถูกพูดถึงในสนามการเมืองทันที

เหตุการณ์ตั้งแต่อนาคตใหม่มาจนถึงปัจจุบัน มีต้นเหตุจากการตัดสินใจของพรรคเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเงินกู้ นโยบายแก้ไขมาตรา 112 หรือระบบจัดเก็บข้อมูลสมาชิกของพรรคประชาชน

คำว่า “นิติสงคราม” มีแนวโน้มจะถูกหยิบขึ้นมาใช้อธิบายสถานการณ์ หากผลของกระบวนการทางกฎหมายไม่เป็นไปตามที่พรรคต้องการ

แต่เมื่อไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าปัญหาแต่ละครั้งไม่ได้เริ่มจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง หากเริ่มจากการดำเนินการของพรรคเอง

และหากกระบวนการทางกฎหมายเดินไปถึงขั้นสุดท้าย การเมืองไทยก็อาจได้เห็น แฮตทริกยุบพรรคของตระกูลพรรคส้ม จากความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเอง.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

ทักษิณ เคาท์ดาวน์รอวันออก โอ๊ค-เอม เยี่ยมพ่อ หลังคุมขังแล้ว 6 เดือน 7 วัน

ทักษิณ เคาท์ดาวน์รอวันออก โอ๊ค-เอม เยี่ยมพ่อ หลังคุมขังแล้ว 6 เดือน 7 วัน

ทักษิณ เคาท์ดาวน์รอวันออก โอ๊ค-เอม เยี่ยมพ่อ หลังคุมขังแล้ว 6 เดือน 7 วัน

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.49 น.

“โอ๊ค-เอม”ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม”ทักษิณ”ครั้งที่ 48 หลังคุมขังมาแล้ว 6 เดือน 7 วัน ด้าน”เอม”เผย”ทักษิณ”เคาท์ดาวน์รอวันออก คอยส่งกำลังใจให้กันและกัน เชื่อคนข้างในกำลังใจดี-ไม่เศร้า คนรอก็กำลังใจดีตามไปด้วย ระบุส่วนใหญ่คุยเรื่องหลานและสุขภาพ ไม่คุยการเมือง

16 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.00 น.ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายคนโตของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ ติ๊ก (ภรรยาของนายพานทองแท้) พร้อมด้วย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ได้เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ พร้อมกับ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 6 เดือน กับอีก 7 วัน โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรเช่นทุกครั้งที่ทางครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมนายทักษิณ

ภายหลังจากที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา พร้อมคู่สมรส ได้ใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประมาณ 40 นาที นั้น น.ส.พินทองทา ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้การพูดคุยกับคุณพ่อยังคงเป็นไปด้วยดี ตอนนี้ก็เคาท์ดาวน์เวลาไปเรื่อยๆ ส่วนระหว่างสองเดือนหลังจากนี้ ทางคุณพ่อก็ยังมีกิจกรรมปกติ ไม่มีได้มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนอาการปวดเมื่อยร่างกายต่างๆ ก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่ท่านอายุเยอะแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีลุกเข้าห้องน้ำหรือนอนไม่ดีบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าตื่นเต้น เพราะเตรียมตัวใกล้ออกแล้ว แต่เราก็รู้สึกยิ่งใกล้ยิ่งช้า ทั้งนี้ ตนต้องขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจเสมอ เพราะคนที่รอข้างนอกก็รู้สึกว่าช้าเหมือนกัน ก็ให้กำลังใจกันไป

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าสภาผู้แทนราษฎรใกล้การโหวตชื่อนายกรัฐมนตรี ทางนายทักษิณ ได้ฝากอะไรมายังพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ น.ส.พินทองทา ตอบว่า ไม่มีเลยค่ะ ส่วนใหญ่ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองเลย ส่วนใหญ่คุยเรื่องหลาน เรื่องสุขภาพมากกว่า ก็เป็นการคุยข้ามเวลา เพราะมันก็ได้ดึงเวลาให้คุณพ่อได้มีอะไรทำบ้าง ก็คิดแค่นั้นเลย สุขภาพจิตจะได้ไม่เศร้า จะได้มีกำลังใจ เพราะถ้าคนข้างในเครียด คนข้างนอกก็จะรู้สึกแย่และเครียดไปด้วย เราจึงต้องรักษาและส่งกำลังใจ ต้องสู้กันไป พร้อมกับขอบคุณคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจกัน

– 006

ตะวันออกกลางยังเดือด! ศบก.เตือนคนไทยออกนอกพื้นที่ เตรียมอพยพอีก 2 รอบ

ตะวันออกกลางยังเดือด! ศบก.เตือนคนไทยออกนอกพื้นที่ เตรียมอพยพอีก 2 รอบ

ตะวันออกกลางยังเดือด! ศบก.เตือนคนไทยออกนอกพื้นที่ เตรียมอพยพอีก 2 รอบ

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.02 น.

ศบก.ระบุตะวันออกกลางยังเดือด เตือนคนไทยออกนอกพื้นที่ เตรียมอพยพ 17 มี.ค.และ 25 มี.ค. เผยยังเดินหน้าประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี ขอให้อดทนอีกสักนิด

16 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางสถานการณ์โดยรวมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศระหว่างกันในหลายประเทศ ทั้งอิหร่าน อิสราเอล อิรัก โดยอิหร่านได้โจมตีทางอากาศไปยังกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ สนามบิน

นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร รวมถึงจุดส่งออกน้ำมันดิบทางเกาะคาร์ก และมีรายงานด้วยว่า อิสราเอลโจมตีใกล้พื้นที่ชุมนุมในกรุงเตหะราน เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งช่องทางที่อยู่ให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลที่รับผิดชอบรับทราบ

นายปาณิดล กล่าวถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า เมื่อเช้าวันนี้ (16 มี.ค.) ลูกเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี 20 คน เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว โดยมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ มีการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือในส่วนของการเร่งค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือสินค้าอีก 3 คน โดยเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา รมว.การต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือนมยุรีนารี และยังใช้โอกาสนี้หารือเกี่ยวกับการอนุญาตให้เรือไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำท่าทีของไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต เพื่อให้สถานการณ์จบลงด้วยสันติโดยเร็วที่สุด ส่วนสถานการณ์ของ 3 ลูกเรือสินค้าไทยนั้น ตอนนี้เรายังรอฟังข่าวอยู่ ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศเราประสานงานกับสถานทูตโอมาน และสถานทูตอิหร่านในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อเกาะติด ย้ำว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน ขอให้อดทนรอสักนิด

นายปาณิดล ยังกล่าวถึงการติดตามความคืบหน้าในการเร่งการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง ว่า แม้ว่าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปตั้งชั่วคราวที่ตุรกี แต่การช่วยเหลือและประสานในพื้นที่ยังคงทำอย่างเต็มที่ และได้แจ้งเตือนสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ประกาศแนวทางและความพร้อมในการอพยพคนไทยที่มีความประสงค์ โดยในชั้นนี้ได้กำหนดการอพยพจำนวน 2 รอบ คือ วันที่ 17 และ 25 มี.ค.69 โดยขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับแจ้งลงทะเบียนกับสถานทูตโดยเร็วที่สุด ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจะจัดรอบการอพยพเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ทั้งนี้ ขณะนี้มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและเดินทางถึงไทยแล้ว รวมทั้งสิ้น 952 คน

ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน! ป.ป.ช.มีมติชี้มูล จำเริญ อดีตผู้ว่า 4 จังหวัด

ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน! ป.ป.ช.มีมติชี้มูล จำเริญ อดีตผู้ว่า 4 จังหวัด

ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน! ป.ป.ช.มีมติชี้มูล จำเริญ อดีตผู้ว่า 4 จังหวัด

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

16 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต , นครศรีธรรมราช , พังงา และ สตูล ขณะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ร่ำรวยผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ โดยเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมเป็นเงินจำนวน 321,670,858.30 บาท ดังนี้ 1.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชี นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา 1 บัญชี เป็นเงิน 1,488,514.80 บาท 2.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีคู่สมรส 13 บัญชี รวมเป็นเงิน 260,846,734.80 บาท 3.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในชื่อของคู่สมรส 22 รายการ รวมมูลค่า 47,445,608.70 บาท 4.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในชื่อของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 1 รายการ มูลค่า 5,690,000 บาท (รวมค่าตกแต่งและอุปกรณ์) 5.รถยนต์ในชื่อของคู่สมรส 6 คัน รวมมูลค่า 6,200,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติดังนี้ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่    หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติสืบเนื่องจากการเปรียบเทียบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน รวมเป็นเงิน 321,670,858.30 บาท

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดิน และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อสั่งลงโทษ ไล่ออก โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็น ของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 125 ด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ได้ลาออกจากราชการในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566

หมออ๋อง กระทุ้งแรง! ถามสส.พิษณุโลก ไม่คิดทำอะไรให้คนพิดโลกมีน้ำมันใช้เลยหรือ!?

หมออ๋อง กระทุ้งแรง! ถามสส.พิษณุโลก ไม่คิดทำอะไรให้คนพิดโลกมีน้ำมันใช้เลยหรือ!?

หมออ๋อง กระทุ้งแรง! ถามสส.พิษณุโลก ไม่คิดทำอะไรให้คนพิดโลกมีน้ำมันใช้เลยหรือ!?

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.33 น.

หมออ๋อง กระทุ้งแรง! ถามสส.รัฐบาล จ.พิษณุโลก ไม่คิดทำอะไรให้คนพิดโลกมีน้ำมันใช้เลยหรือ!? 

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตสส.พิษณุโลก หรือหมออ๋อง ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “สส.รัฐบาลในพิษณุโลก จะไม่ทำอะไรเรื่องคนพิดโลกไม่มีน้ำมันใช้เลยหรอครับ”

ทั้งนี้ จ.พิษณุโลก มีทั้งหมด 5 เขตเลือกตั้ง โดยพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยได้ สส.พรรคละ 1 เขต ขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ สส.ทั้งหมด 3 เขต

ไอซ์ รักชนก งงหนักมาก! บอกปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหารมานานแล้ว แต่โดนเอฟซีหมอวรงค์ด่าเฉย

ไอซ์ รักชนก งงหนักมาก! บอกปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหารมานานแล้ว แต่โดนเอฟซีหมอวรงค์ด่าเฉย

ไอซ์ รักชนก งงหนักมาก! บอกปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหารมานานแล้ว แต่โดนเอฟซีหมอวรงค์ด่าเฉย

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.52 น.

ไอซ์ รักชนก เกาหัว! บอกงงหนักมาก ปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหาร-ดูงานต่างประเทศนานแล้ว แต่โดนกองเชียร์หมอวรงค์ด่าเฉย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์ลิงก์ข่าวบนเฟซบุ๊ก เมื่อปี 2564 เป็นข่าวนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) ที่เคยเสนอปรับลดงบฯ อาหาร สส.-สว. ลงครึ่งหนึ่ง พร้อมขอตัดงบฯ สภาเดินทางต่างประเทศ 100% พร้อมระบุข้อความว่า “เรื่องที่งงมากๆในเวลานี้คือ หมอวรงค์เสนอตัดค่าอาหาร สส. แต่คนที่เชียร์หมอวรงค์จำนวนมาก ด่าพรรคประชาชนว่าไร้ค่าไร้ประโยชน์ต่างๆ

ทั้งๆที่เราเสนอมาตลอดตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน แล้วก็ตัดสำเร็จไปหลายปี ไม่ได้เสนอตัดแค่ค่าข้าว และเสนอตัดงบดูงานและอื่นๆอีกด้วย

เราทำอะไรผิดกันนะ ทั้งๆที่เสนอตัดทุกปีแล้วบางทีตัดสำเร็จด้วย โดนด่าเฉย”

นายกฯแสดงความยินดี โสภณ นั่งปธ.สภาฯ มัลลิกา-เลิศศักดิ์ นั่งรอง

นายกฯแสดงความยินดี โสภณ นั่งปธ.สภาฯ มัลลิกา-เลิศศักดิ์ นั่งรอง

นายกฯแสดงความยินดี โสภณ นั่งปธ.สภาฯ มัลลิกา-เลิศศักดิ์ นั่งรอง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

16 มีนาคม 2569 นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความยินดีกับ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 35 , น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 โดยมีข้อความระบุว่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านรองประธานทั้งสองด้วยครับ”

นายกฯเรียกถก​ทีม ศก. รับมือ​วิกฤตน้ำมัน​-​ราคาสินค้าพุ่ง​

นายกฯเรียกถก​ทีม ศก. รับมือ​วิกฤตน้ำมัน​-​ราคาสินค้าพุ่ง​

นายกฯเรียกถก​ทีม ศก. รับมือ​วิกฤตน้ำมัน​-​ราคาสินค้าพุ่ง​

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.56 น.

16 มีนาคม 2569 ​เมื่อเวลา 09.09 น.​ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่ช่วงเย็นนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มี.ค.69 โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯ ได้ไหว้องค์นรสิงห์จำลอง​ ซึ่งถือเป็นกิจวัตรประจำวัน

ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันนี้​ มีรายงานว่า นายกฯ ได้​เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ และฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพื่อประชุมรับมือสถานการณ์พลังงาน​จากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ประกอบด้วย ​นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , นายเอกนิติ​ นิติทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , นางศุภจี​ สุธรรมพันธุ์ ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ , นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ เลขาธิการ​คณะกรรมการ​กฤษฎีกา​ , นายนันทพงษ์​ จิระเลิศพงษ์​ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า​ , นายอนันต์แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ , นายลวรณ​แสง​สนิท​ ปลัด​กระทรวง​การคลัง​

โดย นายเอกนิติ เปิดเผยว่า นายกฯ เรียกประชุมหารือต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวาน (15 มี.ค.) ในเรื่องของน้ำมัน เพราะฉะนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน เพื่อมาใช้ในการรับมือวิกฤตพลังงานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้าหารือในประเด็นทางกฎหมายด้วย ส่วนจะต้องมีการขอกู้เงินหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า “ณ วันนี้ยังคงมาติดตามสถานการณ์ก่อน ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ยังไม่สามารถออกกฎหมายอะไรได้”

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาเนื่องจากเมื่อช่วงค่ำวานนี้ นายสีหศักดิ์ ได้ต่อสายโทรศัพท์ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน นายเซย์เยด​ อับบาส​ อารักชี​ โดยขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย ที่ยังตกค้างอยู่บนเรือมยุรีนารี พร้อมหารือขออนุญาตให้เรือพาณิชย์ของไทย เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันปัจจุบันราคาสินค้าทั้งอุปโภคบริโภคเริ่มทยอยปรับราคาสูงขึ้น ทั้งไข่ไก่ เนื้อหมู ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากราคาน้ำมัน

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.31 น.

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ควรหยุดขายน้ำมันของเราเพราะตอนนี้เราไม่พอใช้น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยได้ใช้”

จับตา 18 มี.ค.! ศาล รธน.นัดถก รับ-ไม่รับคำร้อง คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

จับตา 18 มี.ค.! ศาล รธน.นัดถก รับ-ไม่รับคำร้อง คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

จับตา 18 มี.ค.! ศาล รธน.นัดถก รับ-ไม่รับคำร้อง คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.21 น.

16 มีนาคม 2569 มีรายงานข่าวว่าการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 จะมีการพิจารณาว่าจะรับคำร้องคดี “บาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ไว้พิจารณาหรือไม่ ภายหลังจากที่มีข้อกังวลอาจกระทบหลักการลงคะแนนลับ หากศาลรับคำร้อง คดีอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญต่อการเลือกตั้งปี 2569

ทั้งนี้ การประชุมของศาลรัฐธรรมนูญใ นวันพุธที่ 18 มีนาคม นี้ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่าย เนื่องจากมีวาระสำคัญพิจารณาว่าจะรับคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาว่าศาลจะรับคำร้องเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยหรือไม่ หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยคำร้องดังกล่าวมีต้นทางจากประชาชนที่ยื่นเรื่องผ่านสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจเปิดช่องให้สามารถตรวจสอบหรือเชื่อมโยงย้อนกลับถึงผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นการออกเสียงโดยลับตามรัฐธรรมนูญ