ทักษิณ พ้นเรือนจำ! สวมกอดครอบครัว-ทักทายมวลชน

ทักษิณ พ้นเรือนจำ! สวมกอดครอบครัว-ทักทายมวลชน

ทักษิณ พ้นเรือนจำ! สวมกอดครอบครัว-ทักทายมวลชน

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.51 น.

“ทักษิณ”ออกจากเรือนจำ เข้ากอด”แพทองธาร-ครอบครัว” ยืนตรงเคารพธงชาติ ก่อนขึ้นรถกลับจันทร์ส่องหล้า ด้าน”ครอบครัว-แกนนำ-สส.เพื่อไทย”ต้อนรับอบอุ่น 

11 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 05.00 น.ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดพักโทษและจะได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาปักหลักอยู่บริเวณทางเท้าตลอดแนวรั้วหน้าเรือนจำ เพื่อให้กำลังใจนายทักษิณ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดยในเวลา 06.00 น.แกนนำ สส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาลทักษิณ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล น.ส.ชนก จันทาทอง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายขวัญชัย ไพรพนา อดีตแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เดินทางมาถึงเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากมีสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษ กรณีทั่วไป

ขณะที่เวลา 07.20 น.บรรดาแกนนำ สส.พรรคเพื่อไทย ได้เริ่มทยอยเดินทางมาที่บริเวณประตูหน้าเรือนจำ จากนั้นเวลา 07.30 น.ครอบครัวชินวัตร ประกอบด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นางเยาวเรศ ชินวัตร นายพายัพ ชินวัตร นายศุภเสกข์ อมรฉัตร เดินทางมาถึง

ต่อมาเวลา 07.40 น.นายทักษิณ ได้เดินออกจากเรือนจำ โดยสวมเสื้อเชิตสีขาว กางเกงขายาว และได้มาสวมกอดลูกสาว หลาน และน้องสาว ที่มารอต้อนรับโดยได้สวมกอด น.สแพทองธาร เป็นคนแรก จากนั้นได้เดินทักทาย บรรดาแกนนำ และ สส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนจะเดินไปเคารพธงชาติที่เสาธงบริเวณสนามหญ้าหน้าเรือนจำ และทักทายมวลชนคนเสื้อแดง ก่อนขึ้นรถออกจากเรือนจำ เดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 บางกอกน้อย เพื่อรายงานตัวตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน

– 006

ครอบครัวชินวัตร-แกนนำเพื่อไทย ทยอยรอต้อนรับ ทักษิณ หน้าเรือนจำฯ

ครอบครัวชินวัตร-แกนนำเพื่อไทย ทยอยรอต้อนรับ ทักษิณ หน้าเรือนจำฯ

ครอบครัวชินวัตร-แกนนำเพื่อไทย ทยอยรอต้อนรับ ทักษิณ หน้าเรือนจำฯ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.43 น.

11 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม ว่า เมื่อเวลา 07.30 น.ครอบครัวชินวัตร และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางมาถึงแล้ว เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

จากนั้นเวลา 07.40 น.นายทักษิณเดินออกจากเรือนจำฯ ต่อมาเวลา 08.00 น.นายทักษิณออกมายืนเคารพธงชาติหน้าประตูเรือนจำฯ และทักทายมวลชนแกนนำ พร้อมขอบคุณมวลชนที่คอยให้กำลังใจ ก่อนที่เวลา 08.05 น.นายทักษิณจะขึ้นรถออกจากเรือนจำฯ

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการพักโทษครั้งนี้ ใช้เกณฑ์มาตรฐานการพักโทษเดียวกับผู้พักโทษทั่วไป ไม่มีกำหนดเงื่อนไขพิเศษทางการเมือง และไม่มีข้อห้ามเรื่องการแสดงความคิดเห็น หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขคุมประพฤติ อาจถูกเพิกถอนการพักโทษ และกลับไปรับโทษในเรือนจำต่อไป

– 006

ประมวลภาพ มวลชนคนเสื้อแดง รอต้อนรับทักษิณ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม

ประมวลภาพ มวลชนคนเสื้อแดง รอต้อนรับทักษิณ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม

ประมวลภาพ มวลชนคนเสื้อแดง รอต้อนรับทักษิณ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.29 น.

11 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 05.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม มีมวลชนคนเสื้อแดง มานอนรอที่บริเวณริมฟุตบาท เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนหลายคนเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ และบางคนเดินทางมาจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เสื้อแดงคึกคักแต่เช้ามืด! รอต้อนรับ ทักษิณ หลังได้พักโทษ)

– 006

ทนายวิญญัติ ถึงเรือนจำฯ สีหน้ายิ้มแย้ม รอรับ ทักษิณ พักโทษคุมประพฤติ

ทนายวิญญัติ ถึงเรือนจำฯ สีหน้ายิ้มแย้ม รอรับ ทักษิณ พักโทษคุมประพฤติ

ทนายวิญญัติ ถึงเรือนจำฯ สีหน้ายิ้มแย้ม รอรับ ทักษิณ พักโทษคุมประพฤติ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.10 น.

11 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 05.55 น.ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงประตูเรือนจำฯ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และได้ทักทายสื่อมวลชนเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านในเรือนจำฯ โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ขณะเดียวกันจากการสังเกตก็พบว่ามีทีมงานของพรรคเพื่อไทย (พท.) , สส. , อดีต สส.ทยอยเดินทางมาถึงแล้วเช่นเดียวกัน

ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยในวันนี้ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่เทศกิจ มาคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณวันนี้ รวมแล้วกว่าหลายร้อยนาย

อย่างไรก็ดี ส่วนของสื่อมวลชนหลากหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ทยอยเดินทางมาปักหลักติดตามทำข่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา จนเต็มพื้นที่กั้นทำข่าว ซึ่งในจุดของการทำข่าว กรมราชทัณฑ์ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ชายและหญิงยืนตรึงกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยตลอดแนว ส่วนบริเวณเสาธงวงเวียนเรือนจำกลางคลองเปรม ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะร่วมแสดงความเคารพเพลงชาติไทยในเวลา 08.00 น.ได้มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 2 นาย ยืนสแตนด์บายเตรียมพร้อม

เสื้อแดงคึกคักแต่เช้ามืด! รอต้อนรับ ทักษิณ หลังได้พักโทษ

เสื้อแดงคึกคักแต่เช้ามืด! รอต้อนรับ ทักษิณ หลังได้พักโทษ

เสื้อแดงคึกคักแต่เช้ามืด! รอต้อนรับ ทักษิณ หลังได้พักโทษ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.03 น.

11 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 05.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม มีมวลชนคนเสื้อแดง มานอนรอที่บริเวณริมฟุตบาท เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนหลายคนเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ และบางคนเดินทางมาจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ

โดยกำหนดการนายทักษิณจะเดินออกจากเรือนจำคลองเปรม พร้อมติดกับกำไร EM ในเวลา 07.50 น.โดยมีครอบครัว พร้อมด้วยแกนนำ และ สส.พรรคเพื่อไทย กว่า 30 คน รอต้อนรับบริเวณหน้าประตูเรือนจำ และเคารพธงชาติร่วมกันในเวลา 08.00 น.จากนั้นนายทักษิณได้เดินทางขึ้นรถและเดินทางออกจากเรือนจำมุ่งหน้าไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 ซึ่งยื่นเป็นสถานที่คุมประพฤติจนกว่าจะครบกำหนดโทษ

ในส่วนของคดีที่นายทักษิณต้องรับโทษ มีทั้งหมด 3 คดี ตามคดีพิพากษาต้องรับโทษจำคุกทั้งหมด 8 ปี โดยนายทักษิณเดินทางกลับเข้าประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 ซึ่งทันทีที่ถึงก็เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ในช่วงกลางดึกของวันเดียวกันนายทักษิณถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากโรคประจำตัวกำเริบ และพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเรื่อยมา

ต่อมาในวันที่ 31 ส.ค.2566 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน ตามที่นายทักษิณ ได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ

ก่อนที่ในวันที่ 18 ก.พ.2567 นายทักษิณเดินทางออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เนื่องจากเข้าเกณฑ์พักโทษ เนื่องจากนักโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวร้ายแรง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเรื่องการรับโทษของนายทักษิณเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จนที่สุดนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษ ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้รับเรื่อง และดำเนินการไต่สวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ

ที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาฯ สั่งให้นำตัวนายทักษิณกลับไปจำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่นับรวมช่วงเวลาที่พักรักษาตัวบนชั้น 14 จึงทำให้นายทักษิณต้องกลับเข้าสู่เรือนจำคลองเปรมอีกครั้งจนถึงวันนี้นายทักษิณได้รับโทษมาแล้ว 8 เดือน หรือ 2 ใน 3 ของจำนวนโทษที่ได้รับ จึงเข้าหลักเกณฑ์การพักโทษ

ซึ่งคณะกรรมการพักโทษ (กระทรวงยุติธรรม) มีมติอนุมัติพักโทษนายทักษิณ รอบที่ 2 โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องสวมกำไลอีเอ็ม (EM) ตลอดระยะเวลาพักโทษ จนกว่าจะพ้นโทษ และเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ และจะต้องมีการรายงานตัว และห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึงวันที่ 9 กันยายน 2569

– 006

ชัชชาติลอยลำ โพลชี้คนกรุงยังหนุน ได้ลุ้นนั่งผู้ว่าฯอีกสมัย

ชัชชาติลอยลำ  โพลชี้คนกรุงยังหนุน  ได้ลุ้นนั่งผู้ว่าฯอีกสมัย

ชัชชาติลอยลำ โพลชี้คนกรุงยังหนุน ได้ลุ้นนั่งผู้ว่าฯอีกสมัย

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“นิด้าโพล”เผยคนกรุงไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ชี้ชัดพอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะชนะ เผยการเมืองระดับประเทศไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ขณะที่“ดุสิตโพล”กางผลสำรวจเสียงส่วนใหญ่ยังหนุน“ชัชชาติ” ทำงานต่ออีกสมัย ด้าน“ดร.โจ”ประกาศสู้ศึกแบบไร้ป้ายหาเสียงแม้แต่แผ่นเดียว ระบุ ลดขยะ-ไม่อยากรบกวนประชาชน

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.2569 น่าตื่นเต้นไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.97 ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา ร้อยละ 22.98 ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 21.91 ระบุว่า ส่งผลมาก ร้อยละ 20.99 ระบุว่า ไม่ค่อยส่งผล และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านรายชื่อและประวัติของผู้ที่จะเป็นรองผู้ว่าฯกทม.ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 30.61 ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา ร้อยละ 24.20 ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ส่งผลมาก และร้อยละ 21.60 ระบุว่า ไม่ค่อยส่งผล

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความน่าตื่นเต้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.59 ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้นเพราะพอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับการเลือกตั้งรองลงมา ร้อยละ 29.24 ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้น เพราะใครได้รับการเลือกตั้งก็เหมือนกัน ร้อยละ 22.06 ระบุว่า น่าตื่นเต้น เฉพาะผู้สมัครประมาณ 2-4 คนเท่านั้น ที่มีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง และร้อยละ 16.11 ระบุว่า น่าตื่นเต้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง

ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 1)” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,074 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็น “กรุงเทพมหานคร” มากที่สุดคือ เมืองที่รถไม่ติด ขนส่งมวลชนดี ค่าโดยสารไม่แพง ร้อยละ 28.82 รองลงมาคือเมืองสะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย ร้อยละ 23.86

สำหรับผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่อยากให้เป็น คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 56.70 เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สก. กลุ่มตัวอย่างตอบว่าจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 40.13 รองลงมาคือผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 21.23

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่าคะแนนนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังนำค่อนข้างชัด จากภาพจำด้านการบริหารเมืองที่ยังครองใจคนกรุง ขณะที่โจทย์สำคัญของผู้สมัครคือ การตอบความคาดหวังและเปลี่ยนเสียงสะท้อนของประชาชนให้เป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ได้จริง เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่ “อยู่ได้จริง” และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า คนกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ได้ต้องการเมืองที่แค่ “ดูดี” แต่ต้องการเมืองที่ “อยู่แล้วสบาย ใช้ชีวิตได้จริง” สิ่งที่คนอยากเห็นมากที่สุดคือเมืองที่รถไม่ติด เดินทางสะดวก มีขนส่งมวลชนที่ดี และค่าโดยสารไม่แพง ตามมาด้วยเมืองที่สะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย ไม่ต้องลุ้นทุกวันว่าจะสะดุด หลบหลุม หรือเบียดกับรถ

“ ชื่อของนายชัชชาติที่คะแนนนำโดด แสดงว่าคนกรุงเทพฯ ยังมองว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ปัญหาเมืองได้ต่อเนื่อง คนกรุงเทพฯให้ความสำคัญกับผลงานที่เห็นได้จริงมากกว่าคำพูดหรือกระแสการเมืองระยะสั้น”

ส่วนการเลือก สก. ที่ไปทาง พรรคประชาชนและผู้สมัครอิสระจำนวนไม่น้อย สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ อยากได้ตัวแทนที่ทำงานให้พื้นที่ของตัวเองจริง ๆ ไม่ได้อยากผูกติดกับพรรคการเมืองเดิมๆ มากนัก โดยรวมโพลนี้จึงสะท้อนเสียงของคนกรุงเทพฯ ว่าต่อจากนี้ ผู้ว่าฯ และ สก. คนไหนก็ตาม หากไม่ลงมือแก้ปัญหาพื้นฐานอย่างเรื่องการเดินทาง ทางเท้า ความสะอาด และความเป็นระเบียบของเมืองอย่างจริงจัง ก็อาจต้องเผชิญกับความไม่พอใจจากประชาชนได้ในอนาคตอันใกล้

ด้านนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน กล่าวว่าจะไม่มีป้ายหาเสียงของตนบนถนนแม้แต่แผ่นเดียว เพื่อชีวิตที่เรียบง่ายตลอด2เดือนนี้ของประชาชน แคมเปญของเราจะไม่รบกวนชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีของคนกรุงเทพ โดยผมจะใช้ช่องทางและวิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดมาทดแทน

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในฤดูเลือกตั้งทุกๆ ครั้ง ป้ายหาเสียงเลือกตั้งที่นำไปติดตามถนนหนทาง ถูกผลิตขึ้นมาในระยะเวลาสั้นๆ และกลายเป็นขยะริมทางทันทีเมื่อการเลือกตั้งจบลง ในหลายๆ ครั้ง ป้ายหาเสียงเหล่านี้ สร้างความยุ่งยากและอันตรายในชีวิตประจำวันของชาวกรุงเทพ ทั้งบังสายตาผู้ขับขี่รถ ขวางทางเดินเท้า และอาจเกิดอันตรายกับผู้ที่สัญจรผ่านป้าย หากติดตั้งอย่างไม่ได้มาตรฐานหรือหละหลวม โดยเฉพาะในฤดูพายุฝนอย่างตอนนี้

“พรรคเรามีความตั้งใจจะลดจำนวนป้ายหาเสียงบนท้องถนนลงในทุกการเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดทรัพยากร โดยจะใช้การหาเสียงผ่านแคมเปญ Social media และผ่านการเดินหาเสียง เราจะเพิ่มความถี่ในการเดินหาเสียงตามชุมชน การติดผ้าใบไวนิลตามแผงหรือกันสาดในตลาดหรือย่านชุมชน และที่สำคัญที่สุดคือเราจะรณรงค์กับหัวคะแนนธรรมชาติ ขอให้ช่วยส่งต่อนโยบาย วิสัยทัศน์ และเรื่องราวของเราให้ออกไปได้กว้างขวางและแม่นยำยิ่งกว่าป้ายหาเสียงแผ่นไหนๆ”นายชัยวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนจะยังคงมีป้ายหาเสียงบนถนนของผู้สมัคร ส.ก. อยู่ เพื่อให้ประชาชนใน 50 เขตไม่เกิดความสับสนในการจดจำชื่อและเบอร์ของผู้สมัคร ส.ก. และด้วยปัจจัยเชิงพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน ป้ายหาเสียงยังคงจำเป็นในบางโซน บางเขต แต่เราจะลดปริมาณป้าย ส.ก. ลงให้เหลือจำนวนเพียง 1-2 เท่าของหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น

นายกฯนำทีมลงภูเก็ต สั่งปราบกุ๊ย ล้างแก๊งมาเฟียรุกหาด

นายกฯนำทีมลงภูเก็ต  สั่งปราบกุ๊ย  ล้างแก๊งมาเฟียรุกหาด

นายกฯนำทีมลงภูเก็ต สั่งปราบกุ๊ย ล้างแก๊งมาเฟียรุกหาด

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯนำทีมลงภูเก็ต สั่งปราบกุ๊ย ล้างแก๊งมาเฟียรุกหาด เอาจริงให้วิ่งหางจุกตูด คาดโทษผู้ว่าฯจี้จัดการ หวังปั้น‘บางเทาโมเดล’ ดันให้เป็นแซนด์บ็อกซ์

นายกฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจหาดบางเทา อ.ถลาง หาดฟรีดอม อ.เมือง จ.ภูเก็ต จัดการปัญหามาเฟียบุกรุกชายหาดสาธารณะ ที่ดินรัฐ คุกคามประชาชน ยันยึดหลัก ก.ม.แก้ปัญหาหวังใช้เป็น “แซนด์บ็อกซ์” ทำให้สำเร็จเป็นตัวอย่าง มอบ รมช.มหาดไทย ดูแล พร้อมสนับสนุนท้องถิ่น ดำเนินการเต็มที่

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล   นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต  เพื่อปฏิบัติราชการกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะ และบุกรุกที่ดินของรัฐ หาดบางเทา อ.ถลาง และหาดฟรีดอม ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต   โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์  ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ร่วมลงพื้นที่ โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมรายงานข้อมูล

จุดแรก นายกฯเดินทางไปยังหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง รับฟังรายงานสรุปกรณีการบุกรุกพื้นที่ชายหาดที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งเดิมพื้นที่แห่งนี้มีการลักลอบสร้างอาคารไม้เป็นบาร์เบียร์และร้านอาหาร ซึ่ง อบต.เชิงทะเล เคยเข้ารื้อถอนไปแล้ว ปัจจุบันตั้งแต่ปลายปี 2564 พบว่ามีการกลับมาก่อสร้างใหม่ด้วยโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงกว่าเดิมจนเต็มพื้นที่ มีการอ้างสิทธิในโฉนดที่ดินบางส่วนและการยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ในส่วนการดำเนินการ อบต.เชิงทะเล ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ติดคำสั่งทางกฎหมายเพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาด

จากนั้นช่วงบ่ายนายกฯ เดินทางต่อไปยังหาดฟรีดอม พื้นที่คาบเกี่ยว ต.ป่าตอง อ.กะทู้ และ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามผลปฏิบัติการตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ซึ่งผลการปฏิบัติงานภายใต้การอำนวยการของ ผวจ.ภูเก็ต และหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนฯ พบการบุกรุกอย่างชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดและร้องทุกข์กล่าวโทษรวมทั้งสิ้น 23คดี ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และพบว่าบุกรุกเนื้อที่รวมกว่า 57 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 24,750 ไร่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของ จ.ภูเก็ต

นายกฯ กล่าวว่า ลงพื้นที่มาด้วยความเป็นห่วง เพราะได้รับรายงานว่าประชาชนถูกคุกคามจากพวกนักเลง จากพวกคนไม่ดี ไม่ขอเรียกพวกนี้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล เพราะไม่ได้มีอิทธิพลอะไรเลย คนเหล่านี้คือกุ๊ยธรรมดา ภายใต้รัฐบาลของตนจะไม่ให้มีกุ๊ยมาคอยคุกคามประชาชน ภาษาไทยอาจเรียกว่าอันธพาล แต่ตนคิดว่าคำนี้สูงเกินไปสำหรับคนพวกนี้ เพราะมันแย่กว่าอันธพาล ถ้าแน่จริงต้องมาอยู่ตรงนี้แล้ว แต่พอของจริงมาก็วิ่งหางจุกตูด ดังนั้นเราต้องไม่เกรงกลัวคนเหล่านี้ ถ้ามีคนเหล่านี้เข้ามาในพื้นที่ให้แจ้งนายอำเภอ ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เชื่อว่าเมื่อตนมาถึงตรงนี้แล้ว จากนี้ไปถ้าใครปล่อยปละละเลย ยังมีคนโดนข่มเหงรังแกถูกข่มขู่คุกคาม เอาเป็นว่าก่อนที่ตนจะไปจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ ในการคุ้มครองประชาชน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาต้องค่อยๆ ถอดทีละวงเล็บ วันนี้ต้องดูว่าปัญหาแรกคืออะไร ทุกคนทราบดี และต้องยอมรับว่าไม่มีเอกสารสิทธิ อย่าบอกว่าไม่รู้ถ้าจะแก้ปัญหาร่วมกันต้องจริงใจต่อกัน ที่ผ่านมาทุกคนเชื่อว่าไอ้กุ๊ยที่มาบอกให้พวกคุณไปเช่าจะปกป้องคุ้มครองพวกคุณได้ คุณเชื่อตรงนั้นมากกว่า มันอาจจะบอกว่าไม่ต้องห่วงเคลียร์แล้ว แต่จริงๆ นี่คือกระดุมเม็ดแรกที่ผิด

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า หาดบางเทา ตนเคยมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ดินตรงนี้เป็นของราชการ สิ่งปลูกสร้างทุกชนิดที่อยู่ตรงนี้โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ขออนุญาตใดๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ถ้าผู้ประกอบการทั้งหลายยอมรับ พวกตนจะหาทางช่วยเหลือเพราะยังมีช่องทางในการขอใช้พื้นที่เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ซึ่งต้องไปดูขอบข่ายตรงนั้น ไม่ใช่ขอใช้พื้นที่เพื่อให้ผู้ประกอบการตั้งอยู่แล้วคนอื่นเข้ามาไม่ได้ ถ้าแบบนี้หน่วยงานรัฐคงไม่ให้แน่นอน

นายกฯ กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปทำงานต่อ ตอนนี้สบายใจขึ้น ตอนนั้นเป็นมท.1 อย่างเดียว ทาง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่คนละพรรค แต่วันนี้เป็นนายกฯ ต่อให้รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ อยู่คนละพรรคก็ต้องทำตามคำสั่งนายกฯ แต่ยิ่งดีไปกว่านั้น เพราะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ อยู่พรรคเดียวกัน ต้องรับฟังนโยบายของหัวหน้ารัฐบาล อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ให้ความสำคัญสูงสุด คือต้องไม่มีผู้มีอิทธิพลในเมืองไทยมีมาเฟียไม่ได้ มาฟรียิ่งต้องไม่มีใหญ่เลย ถ้ามีคนข่มเหงผู้ที่มีกำลังน้อยกว่าอ่อนแอกว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่รัฐยอมไม่ได้ ถ้าจะมีมาเฟียเราต้องเป็นมาเฟียของมาเฟียส่วนมาเฟียกุ๊ยต้องเจอมาเฟียเจ้าหน้าที่รัฐ ขอให้ไว้ใจว่าตราบใดที่ตนยังรับผิดชอบสิ่งเหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้น

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้ลงมาปิดโอกาสการทำมาหากินของทุกท่าน แต่ท่านต้องให้ความร่วมมือในการทำทุกอย่าง อาจจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพื่อท่านจะได้ดำเนินกิจการสร้างรายได้สร้างโอกาสต่อไป ดังนั้นขอมอบเรื่องการประสานงานกับท้องถิ่น และป่าไม้ พร้อมมอบให้นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ดำเนินการ และให้ ผอ.ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ตั้งเรื่องโดยยึดถือกฎหมาย ความถูกต้อง และโอกาสการทำมาหากินทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้เป็นหลักไว้ก่อนสุดท้ายถ้าไม่มีช่องทางก็ต้องยอมรับ เพราะไม่มีใครทำผิดกฎหมายได้แม้แต่นายกฯ เอง แต่สัญญาว่าจะหาทุกช่องทางภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ นำมาแก้ไขปัญหาให้กับพวกท่าน

“ตอนนี้ใครมาแกล้งไม่ได้ ถ้าแกล้งเดี๋ยวรู้กัน ผมจะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่รัฐบาลมีอยู่จัดการกับพวกนั้น ไม่ต้องไปกลัวหรือสนับสนุนให้พวกเขาได้ใจ ตอนนี้พูดตรงๆว่าจบแล้ว คนที่มาปล่อยเช่าให้พวกคุณ กระดาษนั้นเป็นกระดาษเช็ดก้นไปแล้ว ไม่ใช่สัญญาเช่าไม่ต้องไปจ่ายอะไรอีก และให้เอาหลักฐานทั้งหมดมาให้นายอำเภอ และผู้ว่าฯ ให้แจ้งความดำเนินคดี หลักฐานทั้งหมดที่ไม่ถูกต้องเป็นการฉ้อโกงหลอกลวงเอาเปรียบประชาชน ถึงเวลาไม่ใช่ว่ากลัวไม่กล้าแล้วไม่เอามาให้ เพราะถ้าไม่เอามาให้ก็ไม่มีหลักฐานไปดำเนินคดีเขา ผมทำงานแบบนี้ผิดถูกไม่รู้ ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ไม่รู้ ที่ผมมีวันนี้เพราะผมทำแบบนี้มาตลอดชีวิต ผมมักจะแก้ปัญหาทั้งหลายด้วยวิธีการทำงานของผม ขอให้ทุกท่านมั่นใจ และขอให้เอาที่หาดบางเทาเป็นแซนด์บ็อกซ์ ทำตรงนี้ให้ได้ทำให้สำเร็จ ผมสนับสนุนเต็มที่” นายกฯ กล่าว

ส่วนกรณีปัญหาการครอบครองพื้นที่ของชาวต่างชาติบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย ชาวต่างชาติครอบครองสิทธิ์อย่างไร ครอบครองในฐานะผู้เช่าหรือเจ้าของที่ ถ้ากรณีเจ้าของที่ต้องดูว่ากฎหมายให้หรือไม่ ถ้าทำถูกต้องตามกฎหมายเราก็ทำอะไรเขาไม่ได้

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปมองว่าเขาเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่ถ้าเขาเป็นเจ้าของที่แล้วมีพฤติกรรมประพฤติตนแสดงท่าทีวางมาด ปิดกั้นการทำมาหากินของคนไทย รังแกคนไทย พยายามตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลนักเลงมาเฟีย แบบนี้โดนแน่นอน ของโปรดตนอยู่แล้ว ไม่ต้องกำชับอะไรผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพิเศษ ทุกวันนี้ทุกคนรู้ดีว่าถ้านิ่งนอนใจกับเรื่องพวกนี้ ก็จะไปอยู่ใกล้ๆ ตนเท่านั้นเอง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าที่บอกว่าไม่มีผู้อิทธิพล มีแค่กุ๊ย ไม่ให้ค่าใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คนที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า ถ้ามีอิทธิพลจริง ตนยืนอยู่ตรงนี้ต้องมาตีหัวตนแล้ว วันนี้มากับผู้ว่าฯ ปืนไม่มีสักกระบอก หายไปไหนกันหมด นั่งรออยู่เป็นชั่วโมงไม่เห็นมาเลย

เสื้อแดงปักหลักหน้าเรือนจำรอต้อนรับ ทักษิณ พักโทษ 11 พ.ค. ก่อแก้ว คาดคนให้กำลังใจล้น

เสื้อแดงปักหลักหน้าเรือนจำรอต้อนรับ ทักษิณ พักโทษ 11 พ.ค. ก่อแก้ว คาดคนให้กำลังใจล้น

เสื้อแดงปักหลักหน้าเรือนจำรอต้อนรับ ทักษิณ พักโทษ 11 พ.ค. ก่อแก้ว คาดคนให้กำลังใจล้น

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.01 น.

เสื้อแดงปักหลักหน้าเรือนจำคลองเปรมคึกคักรอต้อนรับ ทักษิณ พักโทษออกเรือนจำ 11 พ.ค. ก่อแก้ว คาดคนแห่ให้กำลังใจล้น เชื่ออดีตนายกฯ ไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง ฝากถึงฝ่ายแค้นเลิกยุ่งกับท่าน

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดพักโทษและจะได้รับการปล่อยตัวในเช้าวันที่ 11 พ.ค. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาปักหลักอยู่บริเวณทางเท้าตลอดแนวรั้วหน้าเรือนจำ เพื่อให้กำลังใจนายทักษิณตั้งแต่ช่วงเช้า โดยบรรยากาศในช่วงบ่ายเริ่มคึกคักมากยิ่งขึ้น มีการตั้งเวทีปราศรัยย่อยสร้างความบันเทิง มีการติดตั้งป้ายยินดีต้อนรับการกลับมาอดีตนายกฯ ในดวงใจ มีการวางขายของที่ระลึก พร้อมทั้งอาหารเครื่องดื่มให้กับผู้มาร่วมกิจกรรม

จากนั้นเวลา 15.40 น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ทีมงาน รมว.แรงงาน ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง เดินทางมาพบปะรวมทั้งให้กำลังใจพี่น้องเสื้อแดงที่มาร่วมกิจกรรมให้กำลังใจอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่สำคัญได้นำลอตเตอรี่รวม 700 ใบมาแจกให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อเป็นการขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงที่เดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณในวันนี้

นายก่อแก้วให้สัมภาษณ์การจัดกิจกรรมคนเสื้อแดง เพื่อรอรับนายทักษิณพ้นเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค.ว่า ตามกำหนดการทางราชทัณฑ์จะปล่อยตัวนายทักษิณ เนื่องจากการพักโทษในวันที่ 11 พ.ค.ตั้งแต่ 07.00-08.00 น. คนที่อยู่กรุงเทพฯ เรานัดมารอตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นไป สำหรับประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด เนื่องจากต่างคนต่างมา และไม่แจ้งจำนวนที่ชัดเจน แต่มากันเยอะ จึงเตรียมการให้มารวมตัวที่เรือนจำคลองเปรมในช่วงเย็น จัดเวทีเพื่อพบปะ มีการจัดอาหารและน้ำให้ นอกจากนี้มีประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด ไม่มีที่พักก็จะนอนที่นี่ บางคนวางแผนจะมีการทำกิจกรรมจนถึงเช้า และไปรับนายทักษิณออกจากเรือนจำ แล้วก็แยกย้าย คาดว่าวันนี้มีประชาชนจำนวน 1000 คน มารวมตัวที่นี่ในช่วงเย็น มารำลึกฟื้นความทรงจำ คนที่มีใจเหมือนกัน คนที่เป็นผู้รักประชาธิปไตย รักความถูกต้อง และรักห่วงใยนายทักษิณที่เป็นนายกฯ ในดวงใจ 

นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า ส่วนพรุ่งนี้เราไม่ทราบว่าจะมีคนมาจำนวนเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างมา มาไม่ต้องแจ้งไม่ต้องนัดหมาย ให้มาช้าสุดไม่เกิน 07.00 น. เพื่อรับท่านออกจากเรือนจำ มั่นใจว่าหลาย 1000 คน เราเตรียมต้อนรับเท่าที่จะทำได้ ใครสะดวกใครว่างก็มาเจอกันที่เวทีหน้าเรือนจำ เราจะอยู่กันถึงเช้า และช่วงเช้าใครสะดวกก็ขอให้มารับนายทักษิณกลับบ้าน เรามีอาหารเช้าง่ายๆ หลังจากที่ท่านออกมาแล้ว ไม่แน่ใจว่าทางราชทัณฑ์จะให้ท่านพบปะกับประชาชนหรือไม่ ตนไม่อยากก้าวล่วง

เมื่อถามว่าแกนนำและสส.พรรคจะมีการเตรียมตัวมารับที่บริเวณด้านหน้าหรือไม่ นายก่อแก้ว กล่าวว่า คงจะมีมาเยอะ เพราะสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค สส. หรือคนที่ช่วยงานพรรคทุกรูปแบบ ก็จะมารับเยอะ เพราะถือว่าท่านเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย และท่านเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้สร้างผลงานกับประเทศมากมาย ในฐานะลูกน้องก็มากันเยอะ ตนก็จะมาแน่นอน แต่ไม่ได้สอบถามชัดเจน เป็นความสมัครใจ ใครไม่ติดภารกิจก็จะมา

เมื่อถามว่าแม้ว่านายทักษิณจะออกจากเรือนจำ ไม่มีการห้ามพูดถึงเรื่องการเมือง แต่มีบางกลุ่มที่จับตาดูว่าออกมาแล้วมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง จะต้องสื่อสารอย่างไร นายก่อแก้ว กล่าวว่า ตนเชื่อว่านายทักษิณคงไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ท่านอายุเยอะ อยากอยู่กับหลานอยากพักผ่อน ที่ผ่านมาที่เป็นปัญหาเราต้องยอมรับว่านายทักษิณเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ ที่มีความเฉลียวฉลาด มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มักจะมีสื่อมวลชน นักวิชาการ หรือนักการเมือง อยากให้ออกมาแสดงความคิดเห็นในมิติต่างๆ ทั้งแก้ไขปัญหาประเทศ คนถามท่านเยอะอาจจะตอบไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ให้ความเห็นในฐานะผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาประเทศชาติอย่างไร ก็รู้แต่ต้นว่าท่านมาที่นี่เพื่อที่จะอยู่กับครอบครัวเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นไม่คาดหวังอะไรอยู่แล้ว แล้วคนเสื้อแดงก็ห่วงท่าน ไม่อยากให้ท่านต้องมาเผชิญชะตากรรมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคต  อยากให้มีความสุขกับครอบครัวในบั้นปลายชีวิต อยากให้ท่านให้คำแนะนำบ้านเมืองในยามจำเป็น ไม่อยากให้ใครรู้สึกว่าท่านกำลังขับเคลื่อนเพื่อเดินเกมทางการเมือง แล้วฝากสื่อมวลชนถ้าไม่จำเป็นอย่าดึงท่านออกมาให้ท่านอยู่กับหลานบ้าง ถ้าท่านให้ความเห็น ให้คำแนะนำ จะถูกติงว่าเคลื่อนไหวทางการเมือง

“ฝากไปยังฝ่ายแค้น ความขัดแย้งทางการเมืองเราผ่านมา 20 ปี หลายท่านที่โกรธแค้นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยไม่รู้ว่าโกรธอะไรนักหนา โกรธจะเป็นจะตาย ขณะท่านอยู่ในเรือนจำก็จะไปอุทธรณ์ไม่ให้พักโทษ อยากให้ติดคุกต่อ ติดคุกซ้ำอีก ไม่รู้หัวจิตหัวใจทำด้วยอะไร ปากบอกนับถือศาสนาพุทธ แต่จิตใจโหดเหี้ยม ไร้ความเมตตากรุณา ไม่น่าเชื่อว่าสังคมไทยเป็นถึงขนาดนี้ อยากฝากถึงฝ่ายแค้นทุกท่าน อย่าไปยุ่งกับท่าน ให้นายทักษิณได้อยู่กับครอบครัว ให้มีความสุขกับลูกกับหลาน อย่าดึงท่านมาอย่าไปแหย่ อย่าไประราน ต่างคนต่างอยู่ ที่ผ่านมาก็ให้แล้วกันไป อนาคตขอให้อยู่กันสงบสุข เพื่อสังคมได้เดินหน้าไปด้วยดี” นายก่อแก้ว กล่าว

เมื่อถามว่ากลุ่มมวลชนบางคนก็มองว่าอยากให้กลับมาเป็นนายกฯ มองอย่างไร นายก่อแก้ว กล่าวว่า ตนเข้าใจ เพราะพี่น้องจำนวนมากมีความเชื่อมั่นว่า ท่านเป็นคนที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาประเทศ มีความสามารถสูงยิ่ง เป็นบุคคลที่มีความสามารถหานักการเมืองท่านใดเทียบได้ในปัจจุบัน ทุกคนบอกว่าถ้าท่านมาเป็นผู้นำประเทศ ท่านน่าจะแก้ปัญหาประเทศได้ดีกว่าท่านอื่นๆ ตามข้อกฎหมายท่านถูกตัดสินทางการเมืองเนื่องจากถูกจองจำ ติดคุกตามคำพิพากษาของศาล ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวการเมืองได้ ไม่สามารถมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ได้ แต่ท่านสามารถดำรงอยู่ในหัวใจคนไทยได้ตลอดไป

เมื่แถามว่าการที่นายทักษิณได้รับการพักโทษ แต่ต้องใส่กำไล EM (Electronic Monitoring) มองเรื่องนี้อย่างไร นายก่อแก้ว กล่าวว่า เรื่องการใส่กำไล EM เป็นเงื่อนไขของการพักโทษตามระเบียบราชทัณฑ์ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับมติของอนุกรรมการ กำไล EM มีไว้ให้กับการพักโทษผู้ต้องขังและเพื่อติดตามตัว กรณีพวกเขาหนีไประหว่างพักโทษ หรือกระทำผิดระหว่างพักโทษ แต่นายทักษิณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศ ที่มีคนรักมากมาย เป็นอดีตผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นพรรคเพื่อไทย ตอนนี้ร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย และมีที่อยู่ที่เป็นหลักแหล่ง ท่านเข้ามาประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดี ไม่คิดที่จะหนีไปไหนอีกแล้ว ต้องการมาอยู่กับครอบครัว การติด กำไล EM ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่เรื่องนี้เข้าใจได้เพราะในการพิจารณาก็มีมิติทางการเมืองเกี่ยวข้องอยู่ ไม่ได้ว่าอะไรใคร แต่ตนจำไว้ว่าใครทำอะไรกับลูกพี่ตนเท่านั้นเอง

ขอบคุณภาพจาก :  เฟซบุ๊ก สีดาอัญ

เปิดไทม์ไลน์ ทักษิณ ออกจากเรือนจำพักโทษ-ติดกำไล EM พรุ่งนี้

เปิดไทม์ไลน์ ทักษิณ ออกจากเรือนจำพักโทษ-ติดกำไล EM พรุ่งนี้

เปิดไทม์ไลน์ ทักษิณ ออกจากเรือนจำพักโทษ-ติดกำไล EM พรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.43 น.

เปิดไทม์ไลน์ ทักษิณ ออกจากเรือนจำพักโทษ-ติดกำไล EM พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรุ่งนี้ (จันทร์ที่ 11 พ.ค.2569) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะถึงกำหนดออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อเข้าสู่กระบวนการพักโทษ และคุมประพฤติอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้การติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EM ตามมติคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ โดยการพักโทษจะมีผลจนกว่าจะครบกำหนดโทษในวันที่ 9 ก.ย.2569 

สำหรับไทม์ไลน์ในวันที่ 11 พ.ค.2569 เริ่มจากขบวนรถครอบครัว นายทักษิณ จะเคลื่อนขบวนถึงเรือนจำกลางคลองเปรมในเวลา 07.30 น. 

จากนั้นเวลา 07.50 น. นายทักษิณ เดินออกจากเรือนจำฯ ต่อมาเวลา 08.00 น. นายทักษิณ ออกมายืนเคารพธงชาติหน้าประตูเรือนจำฯ และทักทายมวลชนแกนนำ พร้อมขอบคุณมวลชนที่คอยให้กำลังใจ

ก่อนที่เวลา 08.05 น. นายทักษิณ จะขึ้นรถออกจากเรือนจำฯ 

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการพักโทษครั้งนี้ ใช้เกณฑ์มาตรฐานการพักโทษเดียวกับผู้พักโทษทั่วไป ไม่มีกำหนดเงื่อนไขพิเศษทางการเมือง และไม่มีข้อห้ามเรื่องการแสดงความคิดเห็น หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขคุมประพฤติ อาจถูกเพิกถอนการพักโทษ และกลับไปรับโทษในเรือนจำต่อไป 

พินทองทา โพสต์ซึ้งถึง ทักษิณ รับ 8 เดือนที่ผ่านมาขมและกลืนยากที่สุด ลั่น การรอคอยกำลังสิ้นสุดลง

พินทองทา โพสต์ซึ้งถึง ทักษิณ รับ 8 เดือนที่ผ่านมาขมและกลืนยากที่สุด ลั่น การรอคอยกำลังสิ้นสุดลง

พินทองทา โพสต์ซึ้งถึง ทักษิณ รับ 8 เดือนที่ผ่านมาขมและกลืนยากที่สุด ลั่น การรอคอยกำลังสิ้นสุดลง

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.45 น.

พินทองทา โพสต์ซึ้งถึง ทักษิณ รับ 8 เดือนที่ผ่านมาขมและกลืนยากที่สุด ลั่น การรอคอยกำลังสิ้นสุดลง ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์คลิปบรรยากาศครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาพร้อมข้อความผ่านแอพพลิเคชันอินสตาแกรม และแท็กถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายพานทองแท้ ชินวัตร ระบุว่า “เรื่องราวมากมายและยาวนานของเราผ่านมาเกือบ 20 ปี เหมือนชีวิตมีหลาย episodes ยอมรับว่า ep.นี้ ขมและกลืนยากที่สุด (8 เดือนมานี้) เพราะเราเห็นคนที่เรารักต้องผ่านเรื่องราวนี้ เวลาแต่ละวันในคลองเปรมนี้ แม้ท่านไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลยก็ตาม

คุณพ่อไม่เพียงแต่อดทนและปล่อยวาง คุณพ่อยังมักให้แง่คิดในการใช้ชีวิต ส่งรอยยิ้มให้ลูกๆหลานๆสบายใจกลับไปทุกครั้งที่มาเยี่ยม มันไม่ง่ายเลยแต่คุณพ่อพยายามมากๆลูกๆทราบดี คุณพ่อยังบอกหลายครั้งให้พวกเราไม่ต้องห่วง  และฝากความห่วงใยไปด้านนอกให้พวกเราไปบอกทุกๆคนที่มาคอยรอเราให้ไม่กังวล และทุกข์ใจไปในการรอคอยนี้

สุดท้ายนี้การรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลงเอมและครอบครัวขอขอบคุณทุกๆกำลังใจ  ทุกกำลังใจจริงๆที่คอยส่งมาให้พวกเราตลอดการเดินทางอันยากนี้ ทุกๆน้ำตาที่แม้เราไม่รู้จักกันแต่มาอดทนยืนรอในความร้อน และร้องไห้จับมือ บีบมือพวกเราเพื่อส่งกำลังใจให้เราทุกครั้งที่มาเยี่ยมมันมีความหมายมากมาย

และที่ขาดไม่ได้ขอบพระคุณคุณพ่อ คุณแม่ ที่เลี้ยงดูพวกเราทั้งสามคนด้วยความรักความอบอุ่นทำให้เรามีกันและกันแบบนี้ไม่ปล่อยมือ”