ผอ.JIC ยังกล่าวย้ำว่า “War crimes are determined by law and evidence, not by headlines. Thailand is ready for impartial scrutiny. We ask only that the same standard be applied to all sides—including the firing of BM-21 rockets into Thai civilian communities that caused civilian deaths and injuries.”
“อย่าตัดสินสงครามจากภาพเดียว อย่าตัดสินกฎหมายจากพาดหัวข่าว และอย่าตรวจสอบเพียงฝ่ายเดียว ขอให้ตรวจสอบ Full Timeline และหลักฐานของทุกฝ่ายด้วยมาตรฐานเดียวกัน” ผอ.JIC กล่าว
Data Center ผุดเกลื่อนกลางกรุง โดยไม่รู้ว่ามีการอนุมัติให้สร้างได้อย่างไร ใครอนุมัตให้สร้าง? ทั้งมีความเสี่ยงหลักต่อความปลอดภัยของประชาชน และสิ่งแวดล้อม
รัฐบาล (ทั้งรัฐบาลก่อนหน้าและรัฐบาลในปัจจุบัน) ได้เชิญชวนต่างชาติมาลงทุน Data Center แล้วเอามาป่าวประกาศเป็นผลงานว่าดึงดูดการลงทุนได้มากมาย
แต่กลับยังไม่มีกฎหมายควบคุม Data Center ปล่อยให้ความเสี่ยงต่อชีวิตตกเป็นของประชาชนเอง โดยรัฐไม่รับผิดชอบ ทั้งการเก็บน้ำมันมหาศาลถึง 200,000-500,000 ลิตร เหมือนมีระเบิดอยู่หน้าบ้าน หรือมลภาวะทางเสียง เป็นต้น
ดิฉันจึงมีคำถามถึงสองหน่วยงาน
1) รัฐบาลอนุญาตให้มีการสร้าง Data Center ในกรุงเทพฯ ถึง34 แห่ง และในต่างจังหวัดอีกเกือบร้อยแห่ง และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แต่กลับไม่มีหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองประชาชนคนไทยได้อย่างไร ?
ทั้งนี้ หลังจากผ่านมาตรฐานขั้นต่ำแล้ว โครงการใหม่จะต้องแข่งขันกันเสนอประโยชน์สูงสุดให้ประเทศไทย ไม่ใช่ดูเพียงขนาดเงินลงทุน แต่ต้องตอบได้ว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้คนไทย เชื่อมยุทธศาสตร์ AI ใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการไทย และเป้าหมาย Net Zero อย่างไร
นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมีเกณฑ์ไฟสะอาดที่ไม่เป็นตัวถ่วงเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ต้องมีระบบสำรองไฟที่ปลอดภัย ไม่กระทบชีวิตและทรัพย์สินประชาชน และต้องเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าโดยไม่ทำให้โครงข่ายเสียเสถียรภาพ หรือกระทบผู้ใช้ไฟในพื้นที่ใกล้เคียง
“อรรถวิชช์”สงสัย ทำไม”กทม.”ไม่ส่งตรวจสถานะความเป็นโรงงานของ Data Center แต่รอจนเปิดใช้อาคาร ชี้ทางออกให้กรมโรงงานออกกฎกระทรวงประกาศเป็น”โรงงานประเภท 108” ถึงจะคุมโซนนิ่งได้
4 กันยายน 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เผยว่าทุกรัฐบาลชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน Data Center มุ่งหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับไม่เตรียมกฎหมายไว้รองรับ และกทม.ที่เป็นด่านแรกที่ต้องตรวจคำขออนุญาตก่อสร้าง กลับปิดตาให้เค้าใช้ช่องโหว่กฎหมาย ตั้ง Data Center กลางเมืองได้ กทม. ไม่เอ๊ะเลยเหรอครับ ถ้าเพียงกรุงเทพมหานครส่งเรื่องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตีความตาม ม.5 พรบ.โรงงานว่าเข้าขอบเขตเป็นโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ ผลจะเป็นอีกเรื่องทันที
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ทางออกวันนี้คือ กรมโรงงานต้องเร่งตีความว่า Data Center เป็น “โรงงาน” ตาม ม.5 พรบ.โรงงานหรือไม่และเข้าข่ายใน 107 ประเภทโรงงานหรือไม่ ถ้ายังไม่ชัดเจนออกกฎกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศให้ Data Center เป็นโรงงานประเภทที่ 108 ทันที เพราะกระบวนการ ต้องใช้เวลาตามรัฐธรรมนูญถึง 60 วัน หากเป็นโรงงานแล้ว Data Center จะถูกควบคุมด้วยกฎหมายทันทีทั้งกฎหมายผังเมือง ที่ห้ามตั้งในโซนที่อยู่อาศัย ต้องมีการทำ EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) และกระทรวงอุตสาหกรรมจะสามารถเข้าไปตรวจสอบและควบคุมเรื่อง มลพิษ เสียง ความร้อน และความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่…กฎหมายมีต้องใช้ครับ
เมื่อถามว่า มีการลักลอบตั้งศูนย์ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานครในหลายพื้นที่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็คือคำว่าลักลอบ ลักลอบก็ต้องโดน ใครไปลักลอบเปิดก็ต้องผูกติดแค่นั้นเอง เพราะคำว่าลักลอบคือผิดกฎหมาย คนที่จะมาทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกกฎหมาย สำหรับ Data Center คนที่ทำผิดกฎหมายคือพวกขุด bitcoin ซึ่งเป็น Data Center อย่างหนึ่งที่ลักลอบใช้ไฟฟ้า ต่อสายตรง พยายามตั้งนอกพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม นอกกรุงเทพฯ นอกเมืองใหญ่ๆ และใช้เครื่องหมายเครื่องมือที่กินไฟ และยังมาขโมยไฟใช้อีก ซึ่งเราต้องพยายามปราบปรามอย่างเด็ดขาด
เมื่อถามว่า จะต้องกำชับทางกรุงเทพฯในการขออนุญาต ตั้งศูนย์ Data Center หรือไม่ เพราะจะนำไปสู่การทุจริต นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถาม ตอบคำถาม และพยายามเดินออกจากวงสัมภาษณ์ในทันที