ศบก.ยันเตรียมมาตรการรอบด้าน รับผลกระทบเหตุตะวันออกกลาง

ศบก.ยันเตรียมมาตรการรอบด้าน รับผลกระทบเหตุตะวันออกกลาง

ศบก.ยันเตรียมมาตรการรอบด้าน รับผลกระทบเหตุตะวันออกกลาง

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.

“พิพัฒน์” ให้ความมั่นใจ ศบก. เตรียมมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างรอบด้าน ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ ราคาสินค้า และการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ศบก. ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ

โดยที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ ศบก. ในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ ทั้งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงแนวทางการดูแลราคาน้ำมันและการหาแหล่งพลังงานทางเลือกนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง การป้องกันการกักตุนน้ำมันและพลังงานเชื้อเพลิง และมาตรการประหยัดพลังงาน ประเด็นเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีและได้รับความเสียหายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ การช่วยเหลือลูกเรือไทย การอพยพคนไทยในตะวันออกกลางออกจากพื้นที่เสี่ยง และการป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน

ที้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การสู้รบ และสถานการณ์การช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งการโจมตีระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยอิหร่านได้ยกระดับการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ ระบบไซเบอร์ ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ในหลายประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดขยายไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับกรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ซึ่งคุกคามความปลอดภัยของพลเรือนทั้งในและนอกภูมิภาค รวมถึงคนไทย พร้อมเรียกร้องให้มีการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและขอให้ทุกฝ่ายกลับสู่การเจรจา 

ขณะเดียวกัน วานนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ และได้ประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทย พร้อมขอให้ทางอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรับจะไปรายงานการประท้วงของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป  และในวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน โดยขอบคุณโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยจำนวน 20 คน ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ประสานพูดคุยกับเจ้าของเรือ และพร้อมดำเนินการนำลูกเรือไทยออกจากพื้นที่ ขณะที่ลูกเรืออีก 3 คนที่สูญหาย กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

ส่วนกระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยสถานการณ์การใช้น้ำมันในประเทศไทยช่วง 2 วันที่ผ่านมา กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ซึ่งในวันนี้ กรมธุรกิจพลังงานและพลังงานจังหวัดทั่วประเทศตรวจสำรองน้ำมันในคลังทั้ง 122 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไทยมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

สำหรับการจัดหาปริมาณน้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง ขณะนี้มีปริมาณน้ำมันที่จัดหาไว้เพียงพอต่อการใช้งานรวม 98 วัน พร้อมหารือเพื่อสนับสนุนการจัดหาแหล่งพลังงานสำรองอื่น ๆ ให้กับประเทศไทย รวมถึงแนวทางลดผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และมาตรการลดใช้พลังงาน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้แจ้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะมีแคมเปญต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วงต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อรับมือสถานการณ์ด้านพลังงานต่อไป

ด้านกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและภาวะการค้า พร้อมประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อม และผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานมาตรการเพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ การตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าที่เชื่อมโยงกับพลังงาน ขณะที่การขอปรับราคาสินค้าจะพิจารณาอนุญาตตามต้นทุนที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น และหากพบการฉวยโอกาสหรือกักตุน จะมีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีมาตรการดูแลปัจจัยการผลิต (ปุ๋ยเคมี) โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา รวมถึงโครงการธงเขียวช่วยเหลือต้นทุนปุ๋ย และการช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์ ขณะที่การช่วยเหลือเรื่องค่าระวางเรือและค่าประกัน กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันวางแนวทางช่วยเหลือต่อไป

สำหรับกระทรวงคมนาคม รายงานสถานการณ์การช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และสถานการณ์การปิดสนามบินในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินที่บินมาประเทศไทยใน 5 สนามบินหลัก ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่ เฉลี่ยกว่า 60 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบกว่า 6,000 คน และตัวเลขสะสมที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินรวมกว่าแสนคน อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้เร่งประสานและให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ในส่วนของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ รายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคงภายในประเทศ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

พรรคส้มส่อเเววโดนยุบ เหตุรับสารภาพข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ส่อขัดรธน.มาตรา32-ผิดกม.PDPA

พรรคส้มส่อเเววโดนยุบ เหตุรับสารภาพข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ส่อขัดรธน.มาตรา32-ผิดกม.PDPA

พรรคส้มส่อเเววโดนยุบ เหตุรับสารภาพข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ส่อขัดรธน.มาตรา32-ผิดกม.PDPA

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

พรรคส้มส่อเเววโดนยุบ เหตุรับสารภาพข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ส่อขัดรธน. มาตรา32 และผิดกฎหมายPDPA เผยเข้าข่ายความปรากฏ ให้ กกต.ยก พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา92(4) ใช้เช็กบิลได้ทันที

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีเเถลงการณ์พรรคประชาชน วานนี้ (12 มี.ค.) แจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาตแนวทางการยกระดับความปลอดภัยของระบบที่พรรคดำเนินการไปแล้ว และมาตรการแก้ไขเยียวยาเพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะข้อมูลสมาชิกพรรคที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกจำนวนมากรั่วไหลเเละพรรคอ้างว่าถูกเจาะระบบข้อมูลจากเเฮกเกอร์ตั้งเเต่วันที่ 28ก.พ.-10มี.ค.เเละในตอนนี้พรรคมีสมาชิกพรรคกว่า100,000 คน โดยพรรคเเนะนำสมาชิกพรรคไปลงบันทึกประจวันกับสถานีตำรวจ ไปทำบัตรประชาชนใหม่ไปเเจ้งเปลี่ยนข้อมูล-เปลี่ยนรหัสผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่สมาชิกพรรคได้เชื่อมต่อไว้เเละใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตนนั้น

ทั้งนี้จากกรณีที่พรรคประชาชนยอมรับความประมาทเลินเล่อร้ายเเรงเเล้วว่าการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคในระบบคอมพิวเตอร์ของพรรคบกพร่องจริง เพราะการป้องกันการเจาะข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนนั้น รัฐธรรม นูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 3 รับรองสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล มาตรา 32 ระบุว่า ”บุคคลย่อมมี สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว  การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ“

ดังนั้น กรณีนี้พบว่าพรรคประชาชนยอมรับเเล้วว่ากระทำการ“ประมาทเลินเล่อร้ายเเรง”ที่อาจขัดพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมายPDPA)หลายมาตราเพราะพรรคประชาชนคือนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมือง

ผู้สิ่อข่าวรายงานว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายPDPA วางหลักไว้ว่า เจ้าของข้อมูล คือ ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค เป็นบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูล มีสิทธิขอเข้าถึง ลบ ทำลาย หรือถอนความยินยอมได้เเละข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น เชื้อชาติ, ศาสนา, ความคิดเห็นทางการเมือง, ข้อมูลสุขภาพ/ชีวภาพ, ประวัติอาชญากรรม ต้องได้รับความคุ้มครองเข้มงวด ส่วนพรรคประชาชนนั้น สถานะเบื้องต้น คือ องค์กร/นิติบุคคล/บุคคลที่ตัดสินใจเก็บ/ใช้ข้อมูล ที่ต้องรักษาความปลอดภัยและแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนเสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่พรรคประชาชนออกเเถลงการณ์พรรคครั้งนี้นั้น เเสดงว่าพรรคยอมรับเบื้องต้นเเล้ว ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคถูกเจาะระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำให้ความลับของสมาชิกพรรครั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอกจำนวนมากเเละอาจถูกนำไปใช้ในเเนวทางสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม กรณีนีักฎหมายPDPAหลายมาตรากำหนดโทษไว้ทั้งจำเเละปรับต่อพรรคประชาชนเเละพรรคประชาชนอาจต้องชดใช้เงินให้สมาชิกพรรคที่ถูกเจาะข้อมูลไปเเล้วด้วยหากมีการฟ้องร้องต่อศาลขึ้นมา

ดังนั้น ส่วนกฎหมายพรรคการเมืองนั้น สำนักงาน กกต.อาจพิจารณาความประมาทเลินเล่อร้ายเเรงนี้ของพรรคประชาชน โดยอาจใช้ พรป.พรรคการเมิองมาตรา92(4) ที่ระบุว่า “มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด” เพราะกรณีนี้นับว่าความปรากฏตามเเถลงการณ์ล่าสุดของพรรคประชาชนที่ยอมรับเเล้วว่าระบบข้อมูลสมาชิกพรรคถูกเเฮกเกอร์เจาะไปเเล้วจริงเเละปรากฏความผิดหลายมาตราตามที่กฎหมายPDPAระบุไว้

กองทัพเรือ โต้ มยุรีนารี ยันเตือนแล้ว 4 ครั้ง ชี้คนเดินเรือต้องรู้สถานการณ์

กองทัพเรือ โต้ มยุรีนารี ยันเตือนแล้ว 4 ครั้ง ชี้คนเดินเรือต้องรู้สถานการณ์

กองทัพเรือ โต้ มยุรีนารี ยันเตือนแล้ว 4 ครั้ง ชี้คนเดินเรือต้องรู้สถานการณ์

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.16 น.

“รองโฆษกกองทัพเรือ” โต้ มยุรี ปมโบ้ยทร.ไม่แจ้งเตือนเจาะจง ชี้ ธรรมเนียมคนเดินเรือย่อมรู้สถานการณ์-แนวทางปฏิบัติให้ลูกเรือปลอดภัย ยันทร.เตือนแล้ว 4 ครั้ง ระบุเรือลำอื่นยังคงเทียบท่าต้นทาง ตั้งข้อสังเกตอาจมีปมผลประโยชน์ประกันเรือ

เวลา 12.00 น. วันที่ 13 มี.ค. 69 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พลเรือตรีกรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่เจ้าของเรือ มยุรี นารี โยนความผิดให้กองทัพเรือว่าไม่แจ้งเตือนว่าเส้นทางเดินเรือมีความเสี่ยงห้ามผ่านและไม่มีการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะ ว่า ในเรื่องของการแจ้งเตือนการเดินเรือ ทางกองทัพเรือได้แจ้งเตือนมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดไม่ต่ำกว่า 3 – 4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ซึ่ง เป็นการประกาศเป็นลักษณะที่เรียกได้ว่าBroadcast คือหมายความว่าแจ้งเตือนให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่ว ไม่ใช่ว่าต้องแจ้งตรงไปที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งบริษัทเองก็ต้องรับผิดชอบในการที่จะดูแลความปลอดภัยของตัวเอง จะต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องความปลอดภัยที่ใดบ้างทั้งนี้ทางกองทัพเรือขอยืนยันว่าเรามีการแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลาตามห้วงเวลาที่เหมาะสม 

เมื่อถามว่าเจ้าของเรือโต้แย้งว่ากองทัพเรือไม่มีการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะนั้น พลเรือตรีกรจักร์ กล่าวว่า ขอไปตรวจสอบข้อมูลก่อน เพราะเพิ่งจะเคยได้ยินเรื่องนี้จากสื่อมวลชนว่าทางเจ้าของเรือได้พูดถึงเรื่องนี้

ส่วนเรื่องการห้ามเดินเรือนั้น ทางกองทัพเรือชี้แจงว่า  ห้ามไม่ได้ อันนี้ก็เป็นพาร์ทเป็นเพียงการแจ้งเตือนให้รับทราบว่ามันมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งสมควรจะต้องมีตัดสินใจตคให้ระมัดระวังการเดินเรือ จริง ๆ แล้วมันมีช่องทางในการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือเนี่ยอยู่ค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวคิดว่าบริษัทเองก็คงจะรู้ว่า พื้นที่ตรงนั้นเนี่ยมันมี เขาเรียกว่าประชาคมของชาวเรือพาณิชย์อยู่ด้วย แล้วมีการช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างเรือรบกับเรือพาณิชย์อยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะเคยได้ยิน UKMTO ซึ่งก็เป็นประชาคมที่รับทราบถึงสถานการณ์ที่ อ่าวเปอร์เซียและทะเลอาระเบีย ซึ่งก็มีการแจ้งเตือนอยู่ตลอด

เมื่อถามว่ากองทัพเรือมองอย่างไรที่ทางบริษัทเจ้าของเรือโทษทางทหารที่ไม่แจ้งเตือน  พลเรือตรีกรจักร์ ระบุว่า อาจจะยังไม่สามารถบอกได้ แต่ขออนุญาตไปตรวจสอบก่อนว่าเจ้าของเรือพูดว่าอย่างไรบ้าง ซึ่งข่าวออกอยู่เยอะแยะมากมาย ทั้งยังมีช่องทางเฉพาะด้วยซ้ำไป มันมีข่าวสารมากมายเรื่องนี้ ผมคิดว่าทางบริษัทมีวิจารณญาณเองว่าจะตัดสินใจก็ต้องดำเนินการอย่างไร อันนี้อาจจะเป็นเรื่องประกันเขาก็ได้เราไม่ทราบ หรืออาจจะมีประเด็นอื่น ๆ ที่ที่อาจจะเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของประกันก็ได้

ทั้งนี้ทางกองทัพเรือยืนยันเรื่งการออกประกาศแจ้งเตือน 4 ฉบับตั้งแต่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งการออกประกาศ  4 ครั้ง ก็ถือว่าถี่พอสมควร

ป.ป.ช.สอบต่อ เขากระโดง หลัง DSI ยุติสืบสวน หลุดคดีพิเศษ เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

ป.ป.ช.สอบต่อ เขากระโดง หลัง DSI ยุติสืบสวน หลุดคดีพิเศษ เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

ป.ป.ช.สอบต่อ เขากระโดง หลัง DSI ยุติสืบสวน หลุดคดีพิเศษ เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

ป.ป.ช.สอบต่อ“เขากระโดง” หลังDSI ยุติสืบสวน “หลุดคดีพิเศษ”เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

วันที่ 13 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง  ต.อิสาณ อ.เมือง จ. บุรีรัมย์ และ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  หลังจากตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศ ไทย(รฟท.)ยื่นร้องทุกข์ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้าไปบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟ จำนวน 4,414 ไร่ โดยขอให้มีคำสั่งเพิกถอนเรียกคาเสียหายในส่วนของดีเอสไอ มีมติไม่รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาล

แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เหตุผลที่ดีเอสไอมีมติไม่รับคดีเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ เกิดจากรูปคดี เพราะคดีดังกล่าวขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลแล้ว จึงไม่สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะซ้ำซ้อนกับศาลไม่สามารถฟ้องซ้ำได้  เนื่องจากก่อนหน้าที่การรถไฟจะมายื่นคำร้องต่อดีเอสไอขอให้รับคดีพิเศษ ทางผู้ว่าการรถไฟฯ ได้ฟ้องไปแล้ว ซึ่งตามระเบียบของคณะกรรมการคดีพิเศษวระบุชัดว่า หากมีการดำเนินคดีในชั้นศาลแล้ว หรือมีการดำเนินคดีอาญาก็ให้ดำเนินคดีต่อไป ส่วนดีเอสไอรับคดีพิเศษไม่ได้

มีรายงานเบื้องต้นว่า สำหรับที่ดินเขากระโดง มีผู้บุกรุกจำนวนมาก แต่มีรายชื่อนักการเมืองชื่อดังในจ.บุรีรัมย์ เข้าไปถือครอง  3 คน คือ นางกรุณา ชิดชอบ นาย เนวิน ชิดชอบ และนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ถูกเสนอรายชื่อเป็น รมว.ดีอี ใน’รัฐบาลอนุทิน 2′  และหากนายไชยชนก ยังมีรายชื่อถือครองที่ดินซึ่งยังมีปัญหาการบุกรุก อาจมีความเสี่ยงต่อความผิดจริยธรรมร้ายหรือไม่ 

ทุกเหล่าทัพ เห็นพ้องพัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพกองทัพ

ทุกเหล่าทัพ เห็นพ้องพัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพกองทัพ

ทุกเหล่าทัพ เห็นพ้องพัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพกองทัพ

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

โฆษกทุกเหล่าทัพ แถลงข่าวเห็นพ้องกัน พัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพ-ขีดความสามารถกองทัพป้องกันภัยจากศัตรู 

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) แถลงข่าวผลการประชุมของผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ทั้ง 5 เหล่า ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุม โดยการแถลงข่าว โฆษกทั้ง 5 เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ, พล.ร.ต.กรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ, พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย, พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการประชุม 

โดย พล.ต.วิทัย โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า  การประชุมผู้บัญชาการเหล้าทัพ มีการหารือถึงการรบในมิติใหม่ โดยเป็นรูปแบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ “เอ็มโซ่” ที่ไม่ใช่เห็นได้ทางกายภาพตาเปล่า ทางไซเบอร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และข้อมูลข่าวสาร

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึง “เอ็มโซ่” คือต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าก่อนปฏิบัติการจริง ทำให้เราคงความได้เปรียบ ปฏิบัติภารกิจของทุกเหล่าทัพ ที่ปัจจุบันใช้เครือข่ายเป็นส่วนกลางที่จะใช้คลื่นแม่เหล็กเป็น ศูนย์กลาง ฐานข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรามีอยู่ ตามปกติ ก็มีการกระทำอยู่แล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการปฏิบัติการ ว่าฝั่งตรงข้ามมีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไรและจะได้ดำรงขีดความสามารถของการใช้ของเราและลดทอนของฝ่ายตรงข้าม ที่เราจะใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ไม่ได้ ส่วนที่กองทัพไทยยกระดับขีดความสามารถเพื่อให้ได้เปรียบ และควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งการฝึกจะใช้ตามที่กสทช.จัดสรรให้แล้วแต่ถ้าเกิดการรบก็ใช้ได้เต็มขีดความสามารถที่กองทัพมีอยู่ของความถี่

พล.ต.วิธัย กล่าวว่า การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเราใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในบางมุมใช้ได้ไม่เต็มที่และคงต้องพัฒนาให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันการมองเห็นจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งความถี่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในส่วนของความมั่นคงกสทช.ได้มีการแบ่งไว้ให้เรียบร้อยแล้วซึ่งพลเรือนไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง

พล.ร.ต.กรจักร์ รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ในการรบทางทะเลไม่มีที่กำบังถ้าใครตรวจจับพื้นที่ตรงข้ามได้ก่อนก็จะได้เปรียบในการใช้อาวุธ ในการต่อตีซึ่งการต่อสู้เป็นการต่อสู้พ้นระยะสายตา ซึ่งขึ้นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นกระดูกสำคัญในการเอาชนะทางทะเลและกองทัพเรือก็มีขีดความสามารถอยู่แล้วของเครื่องบินและเรือในการติดตั้งอุปกรณ์ได้ใช้ประโยชน์ แต่เราสามารถนำไปสู่การร่วมกับพันธมิตร ประเทศอื่นได้ในการลดข้อขัดแย้งและเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน กองทัพเรืออยู่ในขั้นพัฒนา วิธีปฏิบัติได้โดยเชื่อมโยงการปฏิบัติ ของกองทัพเรือให้เกิดเป็นหนึ่งเดียวและเชื่อมโยงกับเหล่าทัพต่าง ๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ในส่วนของ สตช.จะเป็นภารกิจหลักของตชด. กรณีเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ใช้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยระบบการสื่อสารของฝ่ายเรา

พรรคประชาชน เคาะส่ง ‘เท้ง’ ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วนประธานสภาฯ ยังอุบชื่อ

พรรคประชาชน เคาะส่ง 'เท้ง' ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วนประธานสภาฯ ยังอุบชื่อ

พรรคประชาชน เคาะส่ง ‘เท้ง’ ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วนประธานสภาฯ ยังอุบชื่อ

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.59 น.

พรรคประชาชน มีมติเคาะส่ง ‘เท้ง’ ชิงเก้าอี้นายกฯ ประกาศศักดาพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 ส่วนเก้าอี้ ‘ประธานสภาฯ’ ยังอุบชื่อ ขออย่าเพิ่งวิจารณ์ไร้เอกภาพ ให้ดูผลงานก่อน

วันนี้ 13 มี.ค.69 พรรคประชาชน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวเบื้องต้นถึงผลการประชุมพรรคประชาชนว่า มีมติส่งรายชื่อ ‘เท้ง’ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรมีมติส่งรายชื่อ แต่ยังไม่ได้ชื่อ เพราะเป็นการยืนยันว่าพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านอันดับ 1 โดยก่อนการลงมติจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ เป็นการเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็นว่า สิ่งที่พี่น้องประชาชนควรจะได้ จากตำแหน่งที่สำคัญควรจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า ขณะนี้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายค้านไม่เป็นเอกภาพจะทำให้การ ตรวจสอบรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาชนจะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเป็นที่ และเข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา และที่ผ่านมาพรรคประชาชน ไม่เคยออมมือให้กับฝ่ายใด อย่างไรก็ตามการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เหมือนกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้ร่วมแบบที่ทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือ เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เป็นการร่วมกันแบบที่พรรคนั้นๆไม่ได้ร่วมรัฐบาล ดังนั้นเอกภาพก็จะเป็นเอกภาพแบบพรรคร่วมฝ่ายค้าน 

ทั้งนี้ จากมติของพรรคเบื้องต้นที่ได้แจ้งได้มีการประสานงานไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ หรือไม่ ในการขอความร่วมมือให้โหวตไปในทิศทางเดียวกัน น.ส.ภคมน กล่าวว่า เมื่อพรรคได้รายละเอียดที่ครบถ้วนแล้ว จะมีทีมที่เป็นวิปฝ่ายค้านดำเนินการต่อไป

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า สำหรับชื่อประธานวิปฝ่ายค้านขณะนี้ จะต้องรอให้มีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านเสียก่อน จึงอยากให้รอผลอย่างเป็นทางการก่อน ไม่อยากให้สันนิษฐานกันไปต่างๆนานา ขอให้รอเพราะพรรคประชาชนเปิดเผยทุกเรื่องต่อสาธารณชน

มาอีกแล้ว! ‘ศรีสุวรรณ’ บุก กกต.ชี้มูลยุบพรรคประชาชน ปมยอมรับว่าฐานข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮก

มาอีกแล้ว! 'ศรีสุวรรณ' บุก กกต.ชี้มูลยุบพรรคประชาชน ปมยอมรับว่าฐานข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮก

มาอีกแล้ว! ‘ศรีสุวรรณ’ บุก กกต.ชี้มูลยุบพรรคประชาชน ปมยอมรับว่าฐานข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮก

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

‘ศรีสุวรรณ’ บุก กกต.ร้องยุบพรรคประชาชน ซ้ำปมข้อมูลสมาชิกพรรครั่วไหล ชี้บังคับกรอก Laser ID เกินกฎหมาย-ละเลยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เสี่ยงสมาชิกกว่า 1.1 แสนรายถูกมิจฉาชีพใช้ก่ออาชญากรรม

วันนี้ (13 มี.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ กกต.ศูนย์ราชการฯ อาคาร B นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้สืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน กรณีพรรคประชาชนออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางส่วนได้ถือได้ว่าเป็นการเย่อหย่อนต่อการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก อันอาจทำให้มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปก่ออาชญากรรมอันเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 และ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากพรรคประชาชนได้ออกมายอมรับว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคมาเป็นเวลานาน จากระบบในการรับสมัครสมาชิกพรรคที่ไม่ถูกต้องตามหลักการและไม่ปลอดภัย เนื่องจากไปกำหนดว่าผู้สมัครสมาชิกพรรคต้องกรอกรหัสลับหรือ “หมายเลข Laser ID” (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) ลงไปด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 หรือ PDPA ซึ่งตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ไม่ได้บังคับให้พรรคการเมืองใดต้องขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิกพรรคแต่อย่างใด เพราะไม่มีความจำเป็นที่พรรคการเมืองต้องล่วงรู้ แต่พรรคประชาชนกลับทำเป็นเท่ห์ โดยทำแบบฟอร์มการสมัครสมาชิกพรรคต้องมีการกรอก Laser ID แต่ทว่ากลับไม่สามารถปกป้องดูแลให้เกิดความปลอดภัยได้ จนบัดนี้ออกมายอมรับแล้วว่าถูกมือดีแฮกข้อมูลไปแล้ว

เรื่อง Laser ID ของพรรคประชาชนนั้น องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เคยยื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองให้สอบสวนเอาผิด กรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อ 17 ก.พ.69 ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 หลายมาตรา และกฎหมายหลายฉบับ อันเป็นเหตุให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคได้ และเมื่อพรรคประชาชนออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางรายได้(เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รวมถึงไฟล์ภาพถ่ายเอกสารประกอบการสมัครสมาชิกพรรคและอาจรวมถึงข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนของสมาชิก (KYC) จึงเป็นการยืนยันในคำร้องขององค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ถึงการกระทำของพรรคประชาชนว่าอาจสร้างความเสี่ยงภัยให้กับสมาชิกพรรคที่สมัครสมาชิกกว่า 111,835 คน ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้สมัครสมาชิกพรรคดังกล่าวได้

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาแจ้งต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง(เพิ่มเติม) เพื่อสอบสวนไต่สวนและวินิจฉัยว่า การที่พรรคประชาชนเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคนอกเหนือไปจากที่ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนดโดยให้กรอกเลข ID แต่ไม่สามารถปกป้องดูแลให้ปลอดภัยได้ ถือเป็นการเย่อหย่อนต่อการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย PDPA จนมีบุคคลภายนอกเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคของตนเองได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรง ทำให้บุคคลภายนอกล้วงข้อมูลฐานสมาชิกได้ ถือเป็นภัยต่อข้อมูลของสมาชิกอันอาจเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ขัดต่อมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เข้าข่ายถูกยุบพรรคได้หรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ปฏิรูปกม.ช้างไทย ลั่นถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ปฏิรูปกม.ช้างไทย ลั่นถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ปฏิรูปกม.ช้างไทย ลั่นถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ. วิสามัญฯ ปฏิรูปกฎหมายช้างไทย ชี้กฎหมายเก่ากึก 100 ปี ถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการคุ้มครองช้างไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และการยกระดับสวัสดิภาพช้างไทยให้สอดคล้องกับยุคสมัย

นางรัดเกล้า ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาช้างป่ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2443 และ พ.ศ. 2464) ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 100-120 ปี ทำให้ไม่สามารถรับมือกับปัญหาในปัจจุบันได้ ทั้งในเรื่อง การลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การบุกรุกที่อยู่อาศัย จากการขยายตัวของเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ปมขัดแย้ง “คน-ช้าง” (Human-Wildlife Conflict) ที่ทวีความรุนแรงถอดบทเรียนความสูญเสีย “สีดอหูพับ“

“เหตุการณ์ความสูญเสียของสีดอหูพับ ในระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้ายของเจ้าหน้าที่รัฐ กลายเป็นตัวอย่างที่สะท้อนชัดว่า กลไกการบริหารจัดการและกฎหมายที่มีอยู่ “สอบตก” ในการคุ้มครองชีวิตสัตว์ป่าอย่างปลอดภัยและเป็นธรรม ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเศร้าสลดไปทั่วสังคม เรามีกฎหมายช้างป่าที่ไม่ได้ถูกเหลียวแลมานานนับร้อยปี ขณะที่จำนวนช้างน้อยลงทุกที แต่ปัญหาการทารุณกรรมและพื้นที่ทับซ้อนกลับเพิ่มขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปฏิรูปการคุ้มครองช้างให้เห็นผลจริง” นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า  กล่าวด้วยว่า การเสนอตั้ง กมธ. วิสามัญฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ 1.ศึกษาแนวทางปฏิรูปกฎหมาย เร่งรัดการร่าง พ.ร.บ. ปกป้องคุ้มครองช้างไทย ที่ยังค้างคาให้แล้วเสร็จ 2.สร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันหาจุดตรงกลางระหว่างการอนุรักษ์ช้างป่ากับการอยู่รอดของชุมชนในพื้นที่  และ 3.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดระบบดูแลช้างอย่างเป็นระบบ

นางรัดเกล้า ย้ำว่า ทรัพยากรสัตว์ป่าคือสมบัติชาติที่รัฐต้องอนุรักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 และการแก้ไขครั้งนี้ต้องดึงภาคประชาชนและชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง

นางรัดเกล้า  ยังเปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเสนอญัตติอื่นอีก 5 ฉบับ ได้แก่ เรื่อง 1.การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคล และ พิจารณาการใช้คำนำหน้านามของบุคคลข้ามเพศ 2.การพัฒนาฐานข้อมูลจำแนกตามเพศ (Gender Data) เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและการจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Responsive Policy and Budget) 3.การจัดระบบคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานอิสระและแรงงานบนแพลตฟอร์ม (Platform Workers) 4.การรับมือสังคมสูงวัยด้วยกองทุนดูแลระยะยาว และนักบริบาล / สังคมสงเคราะห์ระดับชุมชน 5.ความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำหญิง และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด

รัฐบาลเอาจริง! เดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน

รัฐบาลเอาจริง! เดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน

รัฐบาลเอาจริง! เดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

รัฐเดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน “พนันออนไลน์” สูงสุดกว่า 362,000 รายการ

วันที่ 13 มีนาคม 2569  นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยดำเนินการ ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมาย อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของรัฐบาล

รองโฆษกฯ กล่าวว่า จากข้อมูลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงดีอีได้ปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายแล้วรวม 437,473 รายการ โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพียงเดือนเดียว สามารถปิดกั้นได้มากถึง 132,842 รายการ

สำหรับประเภทเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นมากที่สุด คือ เว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 362,482 รายการ รองลงมา ได้แก่

บุหรี่ไฟฟ้า 41,850 รายการ

โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 13,734 รายการ

ซื้อ–ขายกัญชา 4,841 รายการ

อาวุธปืน 3,797 รายการ

ค้าประเวณี 2,148 รายการ

อื่น ๆ เช่น ข้อมูลบิดเบือน หลอกลวง หมิ่นสถาบัน Hate Speech และสื่อลามกอนาจาร 8,621 รายการ

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงดีอีได้ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การกระทำความผิดบนเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และคัดกรองข้อมูล ก่อนส่งเข้าสู่ระบบ WebD เพื่อเร่งรัดกระบวนการระงับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบ “Suspend” สำหรับส่งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมระบบ “URL Checker” เพื่อตรวจสอบการปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับ พนันออนไลน์ได้กว่า 362,000 รายการ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เป็นต้นตอของปัญหาสังคมและการหลอกลวงประชาชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและระบบตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว.

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ อำลาตำแหน่ง รองนายกฯ ลั่นจบสวย ขอบ้านเมืองปลอดภัย

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ อำลาตำแหน่ง รองนายกฯ ลั่นจบสวย ขอบ้านเมืองปลอดภัย

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ อำลาตำแหน่ง รองนายกฯ ลั่นจบสวย ขอบ้านเมืองปลอดภัย

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.40 น.

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯอำลาตำแหน่ง รองนายกฯ บอกไปลามาไหว้ ลั่นจบสวย ประกาศสานต่อแก้ปัญหายาเสพติด เผยอธิษฐานขอบ้านเมืองปลอดภัย ทุกคนมีความสุข

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ศาลพระภูมิ ศาลตา ศาลยาย องค์นรสิงห์ และพระพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมบอกกับสื่อมวลชนว่า อธิษฐานให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ บ้านเมืองปลอดภัย

จากนั้นนายโสภณ ได้ถ่ายภาพร่วมกับทีมงาน และสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนเปิดเผยว่า ไปสภาฯ ตนไปมาลาไหว้ วันนี้เป็นวันที่ตนอำลาตำแหน่งรองนายกฯ ถ้าเป็นภาษาบ้านเราเรียกว่าจบสวย ทำไมถึงบอกว่าจบสวย เพราะตนได้ทำเรื่องตามอุดมการณ์ คือ เรื่องยาเสพติด ประชุมงบบูรณาการยาเสพติด และฝากการบ้านเรื่องยาเสพติด 

“ถึงอย่างไรผมก็ต้องไปอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ดี จะเป็นประธานสภาฯ หรือสส.ก็แล้วแต่ ถ้าเราได้เป็นประธานก็จะขับเคลื่อนเรื่องยาเสพติดต่อ ซึ่งหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลก็มีความสุข เพราะงานแก้ปัญหายาเสพติดที่เราเดินมายังได้เดินต่อในโครงการรวมพลังรักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการให้มันสำเร็จ เลยถือว่าจบสวย ซึ่งผมมีความภาคภูมิใจทำสิ่งที่ตนเองรัก”