ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ถล่มเรือสินค้าไทย! ชื่อ‘มยุรีนารี’ไฟลุกท่วม ช่วยได้20คน-เร่งหาอีก3

ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ถล่มเรือสินค้าไทย! ชื่อ‘มยุรีนารี’ไฟลุกท่วม ช่วยได้20คน-เร่งหาอีก3

ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ถล่มเรือสินค้าไทย! ชื่อ‘มยุรีนารี’ไฟลุกท่วม ช่วยได้20คน-เร่งหาอีก3

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ถูกลอบโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ถล่มเรือสินค้าไทย! ชื่อ‘มยุรีนารี’ไฟลุกท่วม ช่วยได้20คน-เร่งหาอีก3 ยังไม่รู้เป็นฝีมือฝ่ายไหน สหรัฐ-อิหร่านยังรบเดือด

ทร.เผยเรือติดธงไทย MAYUREE NAREE Bangkok ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ประสานบาห์เรน-โอมาน ช่วย 23 ลูกเรือ ยังไม่รู้ฝ่ายใดยิง เร่งสอบหาสาเหตุ ด้านเพจเรือสินค้าระหว่างประเทศ-พาณิชย์นาวีเผยแพร่ข้อมูล เหตุยิงเรือสินค้า 3 ลำซ้อนที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “เรือไทย”โดนหนักสุด ไฟลุกท่วม ส่วน เรือญี่ปุ่น-หมู่เกาะมาร์แชลล์ เสียหายบางส่วน ไร้คนเจ็บ-เสียชีวิต หน่วยงาน UKMTO ของสหราชอาณาจักรยกระดับเตือนภัยเรือทุกลำขั้นสูงสุด ด้าน “พิพัฒน์” เผยนายกฯรับทราบแล้ว ระบุทหารเรือโอมานเข้าช่วยลูกเรือไทยปลอดภัยแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คนอยู่ในเรือ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯหรือเซนต์คอม เผยแพร่คลิปภาพวิดีโอที่เป็นภาพเหตุการณ์การโจมตีเรือและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน พร้อมระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐได้กำจัดเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน16 ลำ บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังหน่วยข่าวกรองสหรัฐพบความพยายาม วางทุ่นระเบิดในเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบพลังงานสำคัญของโลก พร้อมประกาศย้ำจะไม่ยอมให้ใครคุกคามการเดินเรือในจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้

สหรัฐถล่มเรืออิหร่านจม16ลำ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้น เพื่อตอบโต้รายงานข่าวที่ระบุว่า อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมัน โดยนายทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่า แม้จะยังไม่มีรายงานยืนยันขณะนี้ แต่หากอิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซจริง สหรัฐฯต้องเก็บกู้ออกไปโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เส้นทางเดินเรือแห่งนี้ปลอดภัย พร้อมย้ำว่าหากรัฐบาลอิหร่านไม่ปฏิบัติตามต้องเผชิญกับผลลัพธ์ทางทหารตามมา นอกจากนี้ ยังระบุว่าสหรัฐฯกำลังนำเทคโนโลยีแบบเดียวกับที่ใช้ปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด มาใช้กำจัดเรือทุกลำที่พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านพลเอกแดน เคน นายทหารระดับสูงของสหรัฐฯเปิดเผยว่า กองทัพกำลังพิจารณาทางเลือก รวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งเรือรบคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากได้รับคำสั่ง แต่แหล่งข่าววงในเผยว่าจนถึงขณะนี้กองทัพเรือสหรัฐฯยังปฏิเสธคำร้องขอจากภาคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือ ที่ต้องการให้ส่งเรือคุ้มกันระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขวางจับช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน

ด้านพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯแถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีเรือและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านดำเนินการตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดยกองทัพสหรัฐได้กำจัดเรือที่เกี่ยวข้องกับการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอย่างแม่นยำและเด็ดขาด เขายังย้ำว่าสหรัฐจะไม่ยอมให้กลุ่มที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามจับช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก

ส่งโทมาฮอว์กถล่มกลางเตหะราน

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐกล่าวต่อว่า สหรัฐฯและอิสราเอลยกระดับโจมตีภายใต้รหัส Operation Epic Fury โดยส่งเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวนมาก พร้อมโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กจากเรือพิฆาต เช่น แฟรงก์ อี ปีเตอร์สัน จูเนียร์ มุ่งทำลายฐานปล่อยขีปนาวุธ โรงงานผลิตโดรนและกองทัพเรืออิหร่าน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดจากการโจมตีดังต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน โดยเฉพาะย่านตะวันออกและใจกลางเมือง รวมถึงบริเวณมหาวิทยาลัยอิหม่าม ฮุสเซน ที่ตั้งศูนย์วิจัยอาวุธใต้ดิน การโจมตีเป้าหมายตรงจุดเช่นนี้ เพราะหน่วยข่าวกรองได้ข้อมูลชัดเจนกว่าทุกวันที่ผ่านมา ทำให้โจมตีเป้าหมายส่วนลึกในกรุงเตหะรานและศูนย์กลางอุตสาหกรรมได้แม่นยำขึ้น

ไฟดับทั้งเมือง-เน็ตถูกตัดขาด-ฝนกรด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในกรุงเตหะราน ระบบการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดเกือบทั้งหมด ขณะที่องค์การอนามัยโลกเตือนประชาชนให้หลบอยู่แต่ในอาคาร เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ฝนสีดำจากเขม่าควันของคลังน้ำมันที่ถูกโจมตีปนเปื้อนในอากาศ ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง

ทัพมะกันพุ่งเป้ายิงรง.ผลิตขีปนาวุธ

ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาวแถลงว่า กองทัพสหรัฐฯกำลังรื้อทำลายโครงสร้างการผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน บี-2 ทิ้งระเบิดเจาะเกราะน้ำหนัก 2,000 ปอนด์หลายสิบลูก ใส่ฐานยิงขีปนาวุธที่ฝังลึกใต้ดินในอิหร่าน ศักยภาพการรบของสหรัฐฯรุนแรงและเหนือกว่าเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้ลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าเป้าหมายของปฏิบัติการ Operation Epic Fury คือ ทำลายคลังขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน ทำลายความสามารถผลิตขีปนาวุธใหม่ ลดทอนกำลังของเครือข่ายกองกำลังตัวแทนในภูมิภาค และทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

สงครามจบเมื่ออิหร่านจำนนไร้เงื่อนไข

สำหรับแผนการทางทหาร เดิมประเมินว่าจะใช้เวลา 4–6 สัปดาห์ แต่ขณะนี้ปฏิบัติการกำลังดำเนินไปเร็วกว่ากำหนด และจะสิ้นสุดลงเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นว่าบรรลุเป้าหมายทางทหารแล้ว และอิหร่านอยู่ในสถานะยอมจำนนอย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข จากนั้นประชาชนอเมริกันจะเห็นราคาน้ำมันและก๊าซลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อปฏิบัติการทางอากาศร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอล ต่ออิหร่าน บรรลุเป้าหมาย ขอให้ชาวอเมริกันมั่นใจว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซช่วงนี้เป็นเพียงชั่วคราว และนี้นำไปสู่ราคาน้ำมันที่ถูกลงระยะยาว

อิหร่านยิงขีปนาวุธโต้กลับ

อีกด้านหนึ่ง อิหร่านไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค เช่น ฐานทัพอากาศในอิรัก เป้าหมายในอิสราเอล ทำให้โรงแรมเสียหาย สนามบินหลายแห่งต้องปิด และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันเสียหาย แต่สหรัฐฯอ้างว่าการยิงตอบโต้ของอิหร่านลดลงต่ำสุดในรอบ 24 ชั่วโมง สะท้อนว่าแสนยานุภาพเริ่มถูกทำลายไปมาก

เรือไทยถูกยิงใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือสัญชาติไทย ชื่อ MAYUREE NAREE Bangkok ถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณท้ายเรือ เรือลำดังกล่าวมีลูกเรือ 23 คน เบื้องต้นมีรายงานว่า มีลูกเรือสูญหาย 3 คน ทั้งนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ marinetraffic เรือลำดังกล่าว ออกจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าไปยังอินเดีย

รายงานอ้างเดอะ ไฟแนนเชียลไทมส์ว่า เรือสินค้าไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ลูกเรือสละเรือทันที ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น มีเรืออย่างน้อย 14 ลำ ที่ถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การสัญจรทางทะเลหยุดชะงัก

พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสธ.ทร.เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้รับรายงานแล้วว่าเรือพาณิชย์ของไทยถูกยิงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำ ประเทศโอมาน ฝ่ายทหารกองทัพเรือประจำบาห์เรนใช้ความสัมพันธ์ติดต่อประเทศโอมานให้เข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมด เบื้องต้น ทราบว่าได้รับการช่วยเหลือ 20 คน ส่วนอีก 3 คนยังอยู่ในเรือ ยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยิง

ประสานโอมานเร่งช่วย23ลูกเรือ

พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือแถลงเรื่องนี้ว่า วันที่ 11 มีนาคม ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับรายงานเบื้องต้น เวลา 11.00 น. เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรี นารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน ของบริษัทพรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยออกเดินทางจากท่าเรือ ในเมืองคาลิฟา (Khalifa) สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เวลา 03.00 น. วันนี้

หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือเร่งประสานขอความช่วยเหลือผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ ให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือที่ประจำอยู่ที่กองกำลังทางทะเลร่วม (Combined
Maritime Forces หรือ CMF) ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมัสกัต ประเทศโอมานเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ปัจจุบันกองทัพเรือโอมานเข้าช่วยลูกเรือได้แล้ว20 คน และเร่งช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่ยังอยู่ในเรือ สำหรับลูกเรือไทย 20 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ถูกนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ(Khasab) ประเทศโอมาน ส่วนสาเหตุการถูกโจมตีอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ จะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และเร่งช่วยลูกเรือชาวไทยทั้ง 23 คนให้เร็วที่สุด

เรือสินค้า3ลำซ้อนถูกถล่มเรือไทยหนักสุด

ต่อมา เพจเรือสินค้าระหว่างประเทศ-พาณิชย์นาวี เผยแพร่ข้อมูล หน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลของ สหราชอาณาจักร(UKMTO) ออกประกาศเตือนภัยด่วน หลังได้รับรายงานว่าเรือสินค้า 3 ลำถูกโจมตีด้วยอาวุธไม่ทราบชนิดในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สถานการณ์ความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ตึงเครียดขึ้นทันที ซึ่งในจำนวนนี้เรือสินค้าไทยโดนหนัก ไฟลุกกลางทะเล เหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.35 น. ตามเวลามาตรฐานสากล (UTC) เมื่อเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งตอนเหนือของประเทศโอมานราว 11 ไมล์ทะเล ตรวจสอบภายหลังทราบชื่อเรือดังกล่าวคือ “มยุรี นารี” (MAYUREE NAREE) เป็นเรือของไทย แรงโจมตีทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือ กัปตันต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมสั่งอพยพลูกเรือออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที เบื้องต้นไม่พบสารเคมีรั่วไหลลงสู่ทะเล และเหลือลูกเรือเพียงบางส่วนประจำการอยู่บนเรือ เพื่อควบคุมสถานการณ์

ยกระดับเตือนภัยเรือสินค้าขั้นสูงสุด

ขณะเดียวกัน ยังมีเรือสินค้าอีก 2 ลำที่ตกเป็นเป้าการโจมตี ได้แก่ 1.ONE Majesty เรือบรรทุกสินค้าติดธงชาติญี่ปุ่น 2.Star Gwyneth เรือบรรทุกสินค้าติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ทั้งสองลำได้รับความเสียหายบางส่วนจากการโจมตี แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต หลังเกิด 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้
UKMTO ยกระดับเตือนภัยสูงสุด ทันที พร้อมกำชับให้เรือทุกลำที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวผิดปกติ และรายงานเหตุการณ์ต้องสงสัยโดยทันที เพื่อป้องกันเหตุซ้ำเติมในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก

นายกฯได้รับรายงานแล้ว-20ลูกเรือปลอดภัย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงกรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตีว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้รับรายงานแล้ว สำหรับการช่วยเหลือ ลูกเรือทุกคนปลอดภัย จากรายงานระบุว่า เรือสินค้าเทียบท่าที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้รับแจ้งจากเจ้าของท่าเรือให้ถอนสมอ และเดินทางออกมาจากท่าเรือประมาน 20 กิโลเมตร จนเกิดการระเบิดขึ้นบริเวณห้องเครื่อง อย่างไรก็ตาม ถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นการโดนยิงหรือโดนทุ่นระเบิด การข่าวยังไม่ชัดเจน หน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือคือ กองทัพที่ลาดตระเวนอยู่บริเวณดังกล่าว

นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ เรือ MAYUREE NAREE นั้น เป็นเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง ขนาด 15,891 ตันกรอส ออกจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มาถูกระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะที่เดินทางและเกิดเหตุขึ้นนั้นในเรือไม่มีสินค้า เรานำสินค้าขึ้นเรียบร้อย และกำลังเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ซึ่งการเคลื่อนตัวออกจากท่ามีจำนวนหลายลำ และเรามีลูกเรือทั้งหมด 23 คน ทั้งหมดเป็นคนไทย ขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คน อีก 3 คนอยู่ในเรือ ต้องขอขอบคุณทหารเรือโอมานที่เข้าช่วยทั้ง 20 คน ขึ้นมาไว้บนฝั่งเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีก 3 คน พยายามเข้าไปช่วย ในเรือไม่มีแสงสว่างเลย

นายกฯเปิดดีลคุย‘ทูตออสซี่’ หาน้ำมันเพิ่ม อ้างมีเครือข่ายซื้อได้ทั่วโลก ‘ศุภจี’วอนอย่าตื่นตระหนก

นายกฯเปิดดีลคุย‘ทูตออสซี่’ หาน้ำมันเพิ่ม อ้างมีเครือข่ายซื้อได้ทั่วโลก ‘ศุภจี’วอนอย่าตื่นตระหนก

นายกฯเปิดดีลคุย‘ทูตออสซี่’ หาน้ำมันเพิ่ม อ้างมีเครือข่ายซื้อได้ทั่วโลก ‘ศุภจี’วอนอย่าตื่นตระหนก

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯเปิดดีลคุย‘ทูตออสซี่’ หาน้ำมันเพิ่ม อ้างมีเครือข่ายซื้อได้ทั่วโลก ‘ศุภจี’วอนอย่าตื่นตระหนก ศบก.สั่งฟันพวกฉวยกักตุน

นายกฯ ออกโรงอีกรอบสยบวิกฤตน้ำมันขาดแคลน เปิดดีลเจรจากับออสเตรเลียแล้ว อ้างมีเครือข่ายซื้อน้ำมันจากทั่วโลก ด้าน”ศุภจี”วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยืนยันรัฐบาลมีแผนรับมือผลกระทบทั้งระยะสั้น-ยาว ขณะที่”อรรถพล”เผยหลังครบตรึงดีเซล 15 วัน จะประเมินอีกรอบ แต่ยังใช้กองทุนฯพยุงต่อไปแม้ต้องใช้เงินถึงวันละกว่าพันล้านบาท ส่วน ศบก.เคาะ 6 มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค สกัดพวกฉวยโอกาสกักตุนสิ้นค้า

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การแสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 ณ ห้องจูปีเตอร์ 4-6 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายกฯเจรจาซื้อน้ำมันออสซี่
โดยระหว่างที่เดินชมนิทรรศการ จัดแสดงสินค้า ภายในงานอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกำหนดการรับประทานอาหารกลางวันเป็นการส่วนตัวร่วมกับน.ส.แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ส เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ในช่วงกลางวันว่า จะเป็นการเจรจาซื้อน้ำมันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่านัดกันมานานแล้ว เมื่อถามย้ำว่า จะเจรจาซื้อน้ำมันจากออสเตรเลียใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็คุยไว้ทั้งหมด

ย้ำไทยซื้อน้ำมันหลายแหล่ง
ก่อนที่นายกฯจะเดินทางกลับผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการจัดหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมหลังอิหร่านประกาศวางทุ่นระเบิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะทำให้การจัดหาพลังงานยากขึ้นหรือไม่ ว่า เรามีกระทรวงพลังงานรับผิดชอบ เราไม่ได้ซื้อจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง เรามีเครือข่ายในการซื้อจัดหาน้ำมันจากทั่วโลก

‘นายกฯ-ทูตออสซี่’ทานมื้อเที่ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลโดยได้นัดหมายน.ส.แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ส เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทยมาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นานกว่า 1 ชั่วโมง คาดว่าจะมีการหารือเรื่องการซื้อขายน้ำมันในช่วงที่มีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินลงมาส่งเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย พร้อมลาแบบตะวันตกก่อนจะส่งเอกอัครราชทูตออสเตรเลียขึ้นรถและกลับขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนตึกไทยคู่ฟ้าและเวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลโดยแจ้งว่าไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

ศุภจี’ขอปชช.ไม่ต้องตื่นตระหนก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการดูแลราคาสินค้าในสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่าขณะนี้มีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะราคาพลังงาน เพราะจะเป็นตัวชี้วัดของราคาสินค้า ทั้งอุปโภคและบริโภคซึ่งเรามีศูนย์บริหารสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกันกับหลายกระทรวงเพื่อทำให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เราจะสามารถมีนโยบายหรือมาตรการมาช่วยปกป้องประชาชนได้
“ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกโดยขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดซึ่งก็จะมีการแถลงข่าวอยู่แล้วว่าจะมีสถานการณ์แบบใด และขอให้ช่วยกันในเรื่องของพลังงาน ช่วยกันให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ก็มีมาตรการรองรับไว้แล้วไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว โดยมีการประเมินสถานการณ์ แบบวันต่อวัน ดังนั้นประชาชนไม่ต้องตกใจ” รมว.พาณิชย์ ย้ำ
 

ย้ำWFH ใครพร้อมก็ทำได้ทันที
นางศุภจี กล่าวว่าสำหรับมาตรการWork from Home ที่เริ่มที่กลุ่มข้าราชการก่อนนั้นหากหน่วยงานไหนมีความพร้อม ก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งจริงๆ แล้วถือเป็นสิ่งที่ดีและต้องมานั่งดูเรื่องกระบวนการทำงาน หน่วยงานไหนที่ยังไม่พร้อม ก็ต้องมานั่งดูแลตัวเองว่าจะทำยังไงจะทำอย่างไรให้ทำงานนอกสถานที่ได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่ต้องกลับมาดูกระบวนการทำงาน และใช้เทคโนโลยี
เมื่อถามว่านโยบาย Work from Home เป็นการลดภาระของรัฐบาลแต่เพิ่มภาระค่าไฟให้ประชาชนมากขึ้นหรือไม่นางศุภจีกล่าวว่า ใช้วิธีช่วยเหลือซึ่งกันและกันประชาชนคิดว่าลำบากในเรื่องค่าใช้จ่าย การจะมาทำงานในที่ทำงานก็ไม่เสียหาย อยู่ที่การมองเรื่องความสมดุลมากกว่า ถ้าลำบากก็ไม่มีความจำเป็นก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานที่บ้านได้ เราต้องดูถึงความถูกต้องและเหมาะสม ใครทำได้ ก็ทำทุกคนต้องช่วยกัน


ชี้ก.พลังงานหาแหล่งน้ำมันเพิ่ม
ส่วนจะทำอย่างไรให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นเนื่องจากกระแสข่าวการเก็บสำรองน้ำมัน ปุ๋ยซึ่งประชาชนกังวลว่าจะมีราคาสูงขึ้นนั้นนางศุภจีกล่าวว่ารัฐบาลมีการให้ข้อมูลอยู่ตลอดเวลาในเรื่องการสำรองน้ำมันที่อยู่ได้ 90 กว่าวันรมว.พลังงานให้ข้อมูลว่ามีการหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่อยากให้กังวลจนเกินไปขอให้ติดตามการแถลงข่าวของรัฐบาลทุกวัน ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะทำให้ทุกอย่างมีเสถียรภาพมากที่สุดในปัจจัยที่เราควบคุมได้และยังมีปัจจัยอื่นที่เราไม่สามารถควบคุมได้ในเรื่องของพลังงานก็ยังมีวัตถุดิบบางอย่างที่ต้องนำเข้าที่ต้องนำเข้าจึงมีการปรับการใช้ไบโอดีเซล ด้วยการปรับสูตรมีการใช้ปาล์มน้ำมันและการทบทวน การใช้มันสำปะหลังอ้อยและมีเอทานอลผสมกับเบนซินมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะทำเท่าที่เราจะทำได้


‘อรรถพล’ย้ำใช้กองทุนพยุงดีเซล
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการนาทีลงทุนทางช่อง 9 MCOT ถึงสถานการณ์ราคาพลังงานว่าปัจจุบันราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยของเราได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการลดแรงกระแทกจากความผันผวนของราคา โดยยืนยันว่าหลังครบกำหนด 15 วัน รัฐบาลจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาดูแลราคาต่อไป แม้ในขณะนี้สถานะกองทุนจะเริ่มกลับมาติดลบอีกครั้งจากการที่มีเงินไหลออกประมาณวันละ 1,000 กว่าล้านบาทแต่ในอดีตกองทุนฯเคยรองรับภาระหนี้ได้สูงถึงประมาณ 120,000 ล้านบาท มาแล้วในช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงมั่นใจว่ายังสามารถบริหารจัดการได้ควบคู่กับมาตรการอื่นๆ รัฐบาลจะนำปัจจัยทั้งหมด ทั้งสถานะกองทุนน้ำมันและสถานการณ์ราคาโลก มาพิจารณาประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้งหลังจากครบกำหนด 15 วันเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมต่อไป


ชี้ไม่ควรอ้างปรับขึ้นราคาสินค้า
รมว.พลังงานกล่าวอีกว่า สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในปัจจุบันนายอรรถพลระบุว่ายังอยู่ที่ระดับเกือบ30 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดือนตุลาคมที่รัฐบาลเริ่มเข้ามาบริหารงานซึ่งอยู่ที่ 31.94 บาท และต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยขึ้นไปถึงเกือบ 35 บาท ดังนั้น ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีน้ำมันเป็นปัจจัยหลัก จึงไม่ควรปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ และในทางทฤษฎีควรจะมีการปรับลดราคาลงด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคม


สั่งปตท.จัดหาวัตถุดิบปิโตรเคมี
ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานเทรดดิ้ง (Trading) ของบริษัท ปตท.ที่มีคู่ค้าอยู่ทั่วโลก ช่วยจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหาของขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยยอมรับว่าโรงงานบางแห่งอาจต้องชะลอหรือหยุดการผลิตหากต้นทุนวัตถุดิบสูงจนไม่คุ้มทุน แต่ขอยืนยันให้ความมั่นใจว่า เม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าปลายทางในประเทศยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนในขณะนี้


ขอคนไทยช่วยประหยัดพลังงาน
นายอรรถพลยังกล่าวว่าช่วงนี้เป็นเวลาที่ประชาชนคนไทยต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยเมื่อวานนี้กระทรวงพลังงาน ได้นำเสนอ มาตรการประหยัดพลังงาน ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อลดความต้องการใช้พลังงานและยืดระยะเวลาการบริหารจัดการทรัพยากรโดยเริ่มจากหน่วยงานราชการให้เป็นตัวอย่างเช่นให้หน่วยงานราชการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26-27องศาเซลเซียส, งดการสวมสูทหรือผูกไท,ส่งเสริมการ Work from Home (WFH) และการประชุมออนไลน์ โดยต้องไม่กระทบการบริการประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถยนต์ ปรับจูนเครื่องยนต์และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามรอบซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานได้มาก รวมถึงส่งเสริมระบบทางเดียวกันไปด้วยกัน (Car Pool) เป็นต้น

ศบก.ยก6มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค
เวลา 11.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาลมีการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงว่าในช่วงระหว่างสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจรวมถึงความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งกระทบต่อค่าขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของสินค้าและภาคบริการซึ่งผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนอาจปรับวิธีการทางการค้า การปรับขึ้นราคาสินค้า การชะลอการส่งมอบสินค้า การปฏิเสธการขาย หรือผิดสัญญาซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง 
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ประชุมและมีมติกำหนดแผนบูรณาการหน่วยงานและกำหนด 6 มาตรการ เพื่อเป็นการป้องกันในเชิงรุกเพื่อคุ้มครองประชาชนชาวไทยรวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทยซึ่งบูรณาการหน่วยงานในเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด นายกเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะต้องดำเนินการตาม 6 มาตรการให้ไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยและเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
 

กางมาตรการเข้มสกัดพวกกักตุน
นายสันติกล่าวว่าสำหรับ 6 มาตรการประกอบด้วย 1.สคบ.ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมอีก 10 คู่สาย ประชาชนสามารถติดต่อได้หมายเลข 1166 และให้ สคบ.ประจำจังหวัดพิจารณาเปิดคู่สายตามความเหมาะสม 2 สคบ.ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันโดยสคบ.ต้องดำเนินการและบูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัด
เอาเปรียบผู้บริโภค เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนรวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชน อาจจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งมีการกักตุนสินค้าหรือการซื้อสินค้าในราคาแพงในภาวะที่จำยอม ต้องเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุงหลักฐานการรับเงิน การซื้อขายถังก๊าซหุงต้มรวมถึงควบคุมผู้ประกอบธุรกิจที่ให้เช่าที่พักอาศัยไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินจริง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งการคุ้มครองส่วนนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนไทย แต่รวมทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยมาพักพิง
ในประเทศไทยด้วย
 

สั่งสคบ.ลงตรวจถี่ขึ้นบังคับก.ม.เข้มข้น
3.หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม.และเมืองพัทยา ต้องกำกับดูแลและควบคุมการขายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมายได้แก่การควบคุมฉลากกำกับทองคำรูปพรรณ และให้กรมการค้าภายในทุกจังหวัด รวมทั้งในส่วนกลางต้องเข้มงวดการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการเพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค 4.สคบ.และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยา ต้อง
ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการทางด้านราคา คุณภาพมาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติและช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย
5.ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ประชาชนมีทางเลือกในการชำระเงินหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต การโอนเงินผ่านช่องทางแอปพลิเคชันและเงินสดซึ่งหากเกิดกรณีสถานการณ์สู้รบขยายความรุนแรงอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานเช่นภาวะสัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า การชำระเงินสดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก6.ให้ผู้ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับสคบ.เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาท ระหว่างผู้ขายสินค้ากับผู้บริโภค
ทั้งนี้ขอให้สคบ.พร้อมหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยาใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ดูแลสิทธิผู้บริโภคที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาติในภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้


รับมีร้องกักตุนน้ำมันในภาคใต้
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีบางปั๊มน้ำมันที่ประชาชนเข้าไปบริการแล้วระบุว่าน้ำมันหมด ในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคจะดูแลประชาชนอย่างไรบ้าง นายสันติ กล่าวว่าปัญหานี้มีการร้องเรียนเข้ามาบ้างแล้ว เรื่องนี้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้เรียกประชุมและให้มีการกำชับกรมการค้าภายในให้ร่วมกับสคบ.ในการลงตรวจสอบว่าในสภาวะที่มันขาดแคลนมันเกิดจากการขาดแคลนจริงหรือเกิดจากการกักตุนกันแน่ ซึ่งกำชับให้มีความถี่ในการเข้าไปตรวจสอบเมื่อถามอีกว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่มีการร้องเรียนเข้ามานายสันติกล่าวว่าตอนนี้ทางภาคใต้ก็มีที่ จ.พังงา ซึ่งมีการแจ้งเข้ามาและอาจจะมีพื้นที่อื่นบ้าง แต่เชื่อว่าอาจเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ


ศบก.เร่งอพยพคนไทยเดินทางกลับ
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการ อธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่าขอคนไทยให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงสูงในตะวันออกกลางและขอให้เดินทางกลับออกจากพื้นที่ โดยลงทะเบียนข้อมูลสถานที่อยู่ให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล สามารถติดต่อได้ ขอเตือนว่าขณะนี้มีมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต หลอกให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าตั๋วเดินทางกลับประเทศไทยขอยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศไทยและแนะนำให้ประชาชนติดต่อสถานทูตและกงสุลใหญ่ ที่ดูแลประเทศนั้นผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น


ช่วยคนไทยออกมาแล้ว381คน
ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ชุดแรก เดินทางกลับถึงไทยครบแล้ว ชุดที่สอง 68 คน เดินทาง ถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกีแล้วโดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มโดยจะเดินทางกลับถึงไทยช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค.และช่วงเช้า 13 มี.ค. ขณะที่ประเทศอิรัก มีคนไทย 14 คน ประสงค์จะเดินทางออกมาอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวเมืองวานและจะประสานกลับไทยต่อไป ด้านกาตาร์ ประสานให้คนไทย ที่ตกค้าง 24 คน เดินทางโดยสายการบิน กาตาร์แอร์เวย์เที่ยวบินพิเศษโดฮา-กรุงเทพฯจะถึงกรุงเทพฯในคืนวันที่ 11 มี.ค.นี้ โดยคนไทยสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินโดยตรงซึ่งโดยตั้งแต่เกิดเหตุ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือแล้ว 381 คน

พิพัฒน์ คาด โอมานนำ 20 ลูกเรือไทยขึ้นแผ่นดินใหญ่พรุ่งนี้ก่อนส่งกลับ อีก 3 ราย ขอเวลาช่วยเหลือ

พิพัฒน์ คาด โอมานนำ 20 ลูกเรือไทยขึ้นแผ่นดินใหญ่พรุ่งนี้ก่อนส่งกลับ อีก 3 ราย ขอเวลาช่วยเหลือ

พิพัฒน์ คาด โอมานนำ 20 ลูกเรือไทยขึ้นแผ่นดินใหญ่พรุ่งนี้ก่อนส่งกลับ อีก 3 ราย ขอเวลาช่วยเหลือ

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.55 น.

พิพัฒน์ คาด โอมานนำ 20 ลูกเรือไทยขึ้นแผ่นดินใหญ่พรุ่งนี้ ก่อนส่งกลับประเทศ อีก 3 ราย ขอเวลาช่วยเหลือ  

เมื่อเวลา 18.03 น. วันที่ 11 มี.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงคืบหน้าเรือสินค้าสัญชาติไทย MAYUREE NAREE ถูกโจมตี ว่า กระทรวงการต่างประเทศและกรมเจ้าท่ายืนยันว่าลูกเรือ 20 คนปลอดภัย ทหารเรือของประเทศโอมานได้นำลูกเรือดังกล่าวไปไว้บนเกาะแห่งหนึ่ง โดยวันที่ 12 มี.ค.คงมีการนำขึ้นไปแผ่นดินใหญ่และประสานสถานทูตส่งตัวกลับมาประเทศไทยต่อไป ส่วนลูกเรืออีก 3 ราย ยังไม่สามารถออกมาได้ ตกค้างอยู่ในเรือส่วนใดส่วนหนึ่ง เพราะการระเบิดเกิดขึ้นที่ท้ายเรือ คนที่อยู่ในห้องเครื่องอาจจะติดอยู่ในนั้น ซึ่งทหารเรือของโอมานได้ขอเวลาเพื่อที่จะเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากขณะนี้เครื่องปั่นไฟไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ด้านในเรือมืด การช่วยเหลือจึงต้องเตรียมพร้อม โดยกระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศโอมานขอให้เข้าช่วยลูกเรืออีก 3 ราย 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรือของประเทศไทยที่ตกค้างอยู่ที่ตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซนั้น ลำสุดท้ายเลยผ่านช่วงที่อันตรายออกมาแล้ว ขณะนี้เหลือเพียงเรือ MAYUREE NAREE เพียงลำเดียวที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถเดินทางได้ ส่วนสาเหตุของการระเบิดขณะนี้เรายังไม่ทราบว่ามาจากไหน วันนี้การรับรายงานของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถแจ้งสาเหตุได้ หากทราบข้อเท็จจริงของสาเหตุและสถานการณ์ของลูกเรืออีก 3 คนหลังทหารโอมานเข้าไปช่วยเป็นอย่างไร หรืออยู่ดีไม่ค่อยมีสุขจะมาแจ้งให้สื่อทราบ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้จะมีการเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รอก่อน ขอให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ตนคงไม่สามารถตอบทุกเรื่องได้

ปปง.ยึดทรัพย์ ชนนพัฒฐ์ เพิ่ม 12 ล้าน เป็นหุ้น-เงินฝาก โยงคดีเว็บพนัน

ปปง.ยึดทรัพย์ ชนนพัฒฐ์ เพิ่ม 12 ล้าน เป็นหุ้น-เงินฝาก โยงคดีเว็บพนัน

ปปง.ยึดทรัพย์ ชนนพัฒฐ์ เพิ่ม 12 ล้าน เป็นหุ้น-เงินฝาก โยงคดีเว็บพนัน

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.48 น.

11 มีนาคม 2568 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง.และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง.เป็นกรรมการและเลขานุการ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

รายคดี กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ www.gimi88.com และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง นายชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก โดยมีทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 12 รายการ (เช่น หุ้นในบริษัทจำกัด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย.81/2569)

ขณะที่ วันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) คณะพนักงานสอบสวนกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ คดีพิเศษที่ 150/2568 นัดหมายให้ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 1 ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรืออ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงินเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 หลังจากที่นายชนนพัฒฐ์ ยังไม่ได้ส่งเอกสารขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหามายังพนักงานสอบสวน

สภาฯ นัดประชุมโหวตประธานสภาฯ – รองประธานสภาฯ 15 มี.ค.นี้ เวลา 09.00น.

สภาฯ นัดประชุมโหวตประธานสภาฯ - รองประธานสภาฯ 15 มี.ค.นี้ เวลา 09.00น.

สภาฯ นัดประชุมโหวตประธานสภาฯ – รองประธานสภาฯ 15 มี.ค.นี้ เวลา 09.00น.

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.39 น.

สภาฯ นัดประชุมโหวตประธานสภาฯ – รองประธานสภาฯ วันที่  15 มี.ค.นี้ เวลา 09.00น. 

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนมาก ที่ สผ 0014/ผ 1 ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.2569 เป็นต้นไปแล้วนั้น ขอเรียนว่าจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันที่ 15 มี.ค.2569 เวลา 09.00 น. โดยมีวาระ สส.ปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 

อัษฎางค์ ชำแหละเบื้องลึก พีระพันธุ์ลาออก สส.มีอะไรในกอไผ่หรือไม่?

อัษฎางค์ ชำแหละเบื้องลึก พีระพันธุ์ลาออก สส.มีอะไรในกอไผ่หรือไม่?

อัษฎางค์ ชำแหละเบื้องลึก พีระพันธุ์ลาออก สส.มีอะไรในกอไผ่หรือไม่?

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.25 น.

11 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พีระพันธุ์ลาออกจาก สส. มีอะไรในกอไผ่หรือไม่? #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

คุณพีระพันธุ์ลาออกจาก สส. ให้ คุณอรรถวิทย์ ขึ้นมาเป็น สส. แทน โดยอ้างว่า ตนเองจะได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคได้เต็มที่ เรื่องนี้มีอะไรซ่อนเร้นมากกว่านี้หรือไม่? ลองเก็บมาคิดดูเล่นๆ ตามประสาคนชอบคิด

โดยข้อเท็จจริง ณ ตอนนี้ มีแต่ “คำอธิบายทางการ” กับ “สัญญาณทางการเมือง” ที่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่ามีดีลลับแบบฟันธงได้ แต่ก็มีจุดชวนคิดหลายข้อ

ข้อเท็จจริงที่เขาให้เหตุผล

คุณพีระพันธุ์โพสต์เองว่า หารือกับกรรมการบริหารพรรคแล้ว เห็นว่าต้อง “เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่” และตนจะไปโฟกัสบทบาทหัวหน้าพรรค-งานนอกสภาให้เต็มที่ จึงลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้อรรถวิชช์ขึ้นมาทำหน้าที่ในสภาแทน และย้ำว่าจะยังเป็นหัวหน้าพรรค รทสช. ทำงาน “อยู่เบื้องหลัง” ต่อไป ไม่ได้ถอนตัวจากการเมืองหรือจากการนำพรรค

มิติที่น่าตั้งคำถาม

1. เหตุใดไม่รายงานตัวเลย ก่อนจะลาออก?

หลังการเลือกตั้ง สส. ทั้งหมด 499 คนทยอยรายงานตัวต่อสภาฯ แต่คุณพีระพันธุ์เป็นคนสุดท้ายเพียงคนเดียว ที่ยังไม่ได้รายงานตัวตลอด 13 วันที่ผ่านมา แล้วในวันที่ 11 มีนาคมก็ประกาศลาออกเลย แปลว่าเขาไม่เคยรายงานตัวเป็น สส. เลยแม้แต่วันเดียวในสมัยนี้

จุดนี้ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า “น่าจะวางแผนไว้ล่วงหน้า” เพราะถ้าตั้งใจจะเป็น สส. จริง การไม่ไปรายงานตัวเลยทั้งที่คนอื่นทำกันครบเกือบหมด มันดูแปลกเกินจะเป็นเรื่องบังเอิญ

แต่ต้องพูดอย่างมีวินัยว่า มันเป็นสัญญาณ ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีดีลลับอะไรแน่ ๆ

2. อรรถวิชช์ไม่ใช่ “คนรุ่นใหม่”

เหตุผลเรื่อง “เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่” ฟังดูสวย แต่ขัดแย้งในตัวเอง เพราะคุณอรรถวิชช์ เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์มานาน และในโครงสร้างพรรคก็เป็นรองหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว ไม่ใช่เด็กฝึกงานการเมืองเพิ่งออกจากกล่อง อีกทั้งพรรคเคยให้ราคากับเขาสูงพอถึงขั้นเสนอชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีช่วงเลือกตั้งด้วย

ถ้าจะให้ฟันธงแบบนักวิเคราะห์การเมือง ไม่ใช่นักอ่านแถลงการณ์

นี่ดูเป็น “การคำนวณทางอำนาจ” มากกว่า “การเสียสละเพื่อคนรุ่นใหม่” เพียงแต่มันเป็นการคำนวณที่ทำอย่างนิ่ม ๆ และห่อด้วยภาษาสวยงาม

อีกจุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ คุณพีระพันธุ์เคยมีประวัติลาออกจาก สส. มาก่อนในปี 2566 โดยอธิบายว่าอยากไปทำงานในบทบาทอื่นเคียงข้างผู้นำรัฐบาลในตอนนั้น (พล.อ.ประยุกต์)

ประเด็น “ย้อนหลัง 47 วัน”

การลาออกลงวันที่ 30 มิ.ย. แต่ขอให้มีผลตั้งแต่ 14 พ.ค. 2566 ซึ่งเป็น “วันเลือกตั้ง” ทำให้เกิดช่องว่าง 47 วัน ที่เขาขอให้ถือว่าไม่ได้เป็น ส.ส. อยู่แล้ว

จุดที่น่าสังเกตคือ 14 พ.ค. 2566 ตอนนั้น กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ส.ส. (ประกาศรับรอง 19 มิ.ย. 2566) แปลว่าเขาขอให้การลาออกมีผลย้อนหลังไปยังวันที่สถานะ ส.ส. ทางนิตินัยยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

ตอนนั้นมีนักเคลื่อนไหวอย่าง สนธิญา สวัสดี ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบว่า การที่พีระพันธุ์เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ข้าราชการการเมืองฝ่ายบริหาร) พร้อมกับลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ จะเข้าข่ายขัดคุณสมบัติ/ลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (15) หรือไม่

จนมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องเสี่ยงขาดคุณสมบัติ-ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เคสนี้ทำให้ชื่อ “พีระพันธุ์” ถูกผูกกับภาพการจัดวางสถานะทางกฎหมาย/ตำแหน่งที่ซับซ้อน เพื่อหลบความเสี่ยงหรือจัดดีลการเมืองมาแล้ว

เมื่อเอามาวางเทียบกับปี 2569 ที่เขาทิ้งเก้าอี้ ส.ส. อีกครั้งเพื่อไปทำหน้าที่หัวหน้าพรรค-ตัวจัดการหลังฉาก และดันคนอื่นขึ้นมาทำหน้าที่ในสภาแทน มันเลยดูต่อเนื่องเป็น “signature” ทางการเมือง มากกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญครั้งเดียว

สรุป

พูดแบบตรง ๆ คือ ยังไม่มี smoking gun ว่าแลกตำแหน่งอะไรกับใคร แต่ “รูปแบบ” การจัดวางตัวเองของพีระพันธุ์มันสอดคล้องกับสไตล์นักการเมืองที่ชอบอยู่จุดต่อรอง/อยู่หลังม่าน และใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นชิปมากกว่าจะเห็นคุณค่าของการยืนซัดในสภาเอง

เหตุผลที่ให้ต่อสาธารณะเรื่อง “คนรุ่นใหม่” น่าจะเป็นเพียงเหตุผลเสริม เหตุผลที่น่าจะเป็นจริงกว่าคือการ จัดสรรทรัพยากรทางการเมืองของพรรคที่มีที่นั่งจำกัด โดยให้คนที่จะทำงานในสภาจริงๆ (อรรถวิชช์) ไปนั่งแทน ขณะที่คุณพีระพันธุ์เองถนัดงานนอกสภามากกว่า ทั้งการสร้างเครือข่าย การเป็น “หน้าตาพรรค” ในสื่อ และการเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้า

สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือคุณพีระพันธุ์จะเคลื่อนไหวในทิศทางใด ทั้งเรื่องข้อกล่าวหาทุจริตเลือกตั้ง และการวางยุทธศาสตร์พรรคระยะยาว

ศาลฎีกาให้ประกัน ไผ่-ครูใหญ่ คดี ม.112 ปราศรัยที่ภูเขียว ปี 64

ศาลฎีกาให้ประกัน ไผ่-ครูใหญ่ คดี ม.112 ปราศรัยที่ภูเขียว ปี 64

ศาลฎีกาให้ประกัน ไผ่-ครูใหญ่ คดี ม.112 ปราศรัยที่ภูเขียว ปี 64

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.11 น.

จากกรณีศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามศาลจังหวัดภูเขียว ให้ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ มีความผิดตามมาตรา 112 โดยให้จำคุกนายจตุภัทร์ 2 ปี 12 เดือน และจำคุกนายอรรถพล 2 ปี ส่วนข้อหาตามมาตรา 116, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลพิพากษายกฟ้อง จากกรณีปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียว และ สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564 อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ถูกคุมขังในชั้นฎีกาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ล่าสุดวันนี้ เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัว “ไผ่ – ครูใหญ่” ผู้ต้องขังคดี ม.112 จากกรณีชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียว จ.ชัยภูมิ วางเงินคนละ 500,000 บาท พร้อมติดกำไล EM ยังไม่ได้ออกจากเรือนจำวันนี้ ทั้งสองคนยังคงต้องรอผลการประกันตัวในคดีอื่น ๆ ที่ก่อนหน้านี้ถอนประกันไปด้วย”

พร้อมทั้งโพสต์รายละเอียดในคอมเมนต์ ระบุว่า “ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัว “ไผ่ – ครูใหญ่” ผู้ต้องขังคดี #ม112 จากการปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564

คำสั่งระบุว่า พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และเคยได้รับอนุญาตให้ปล่อย ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์ ไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน และโทษที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่สูงมากนัก

เมื่อพิจารณาประกอบกับระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องขังมาแล้วจนถึงวันยื่นคำร้องนี้ หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยินยอมให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ก็เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา

ให้ตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท โดยให้วางหลักประกันคนละ 250,000 บาท และร่วมกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้ามจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น

อย่างไรก็ตาม ไผ่และครูใหญ่จะยังไม่ได้ออกจากเรือนจำในวันนี้ ทั้งสองจะถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป เพื่อรอยื่นประกันตัวในคดีอื่น ๆ ที่ยังมีหมายขังอยู่”

ปิดรับสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยอดผู้สมัครรวม 4 คน

ปิดรับสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ยอดผู้สมัครรวม 4 คน

ปิดรับสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยอดผู้สมัครรวม 4 คน

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.05 น.

ปิดรับสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ยอดผู้สมัครรวม 4 คน

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (แทนตำแหน่งที่ว่าง) จำนวน 1 คน ระหว่างวันที่ 26 ม.ค. – 11 มี.ค.2569 โดยผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ในเวลาราชการ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ จุดรับสมัคร ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ นั้น

สรุปผลการรับสมัคร มีผู้สมัครจำนวนทั้งสิ้น 4 คน ดังนี้1. ศ. พล.ต.ต.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ อายุ 54 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 2. ศ.พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ อายุ 48 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 3. ศ.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อายุ 63 ปี ศาสตราจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 4. ศ.ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร อายุ 49 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ อนุสาขาการบริหารองค์การ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์  คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการส่งรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการสรรหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 รวมทั้งตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ทั่วไปของผู้สมัคร และรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าว พร้อมทั้งรายชื่อผู้สมัคร ใบสมัคร รวมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครต่อคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นคณะกรรมการสรรหาจะเชิญผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ และสัมภาษณ์ผู้สมัครต่อไป 

ทั้งนี้ ขอเชิญส่งข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผู้สมัครมายังคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ที่ประธานกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เลขที่ 1111 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 หรือที่เว็บไซต์ http://www.senate.go.th ภายในวันที่ 26 มี.ค.2569

พิพัฒน์ เผย นายกฯ รับทราบ เหตุเรือสินค้าไทยถูกโจมตี ปลอดภัยแล้ว 20 คน 3 คนติดในเรือเร่งช่วย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ รับทราบ เหตุเรือสินค้าไทยถูกโจมตี ปลอดภัยแล้ว 20 คน 3 คนติดในเรือเร่งช่วย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ รับทราบ เหตุเรือสินค้าไทยถูกโจมตี ปลอดภัยแล้ว 20 คน 3 คนติดในเรือเร่งช่วย

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.33 น.

พิพัฒน์ เผย นายกฯ รับทราบ เหตุเรือสินค้าไทย ถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ  ระบุทหารเรือโอมานช่วยลูกเรือสินค้าไทยปลอดภัยแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คนอยู่ในเรือ แจง ปิดปั๊มน้ำมัน-ดับป้ายไฟโฆษณาหลัง 4 ทุ่ม ยังไม่ได้ประกาศใช้

เมื่อเวลา 16.26 น. วันที่ 11 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนการเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงกรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตี ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้รับรายงานแล้ว สำหรับการช่วยเหลือ ลูกเรือทุกคนปลอดภัย ซึ่งจากรายงานระบุว่า เรือสินค้าได้เทียบท่าที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้รับแจ้งจากเจ้าของท่าเรือให้ถอนสมอ และเดินทางออกมาจากท่าเรือประมาน 20 กิโลเมตร จนเกิดการระเบิดขึ้นบริเวณห้องเครื่อง 
 นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นการโดนยิงหรือเป็นการโดนทุ่นระเบิด การข่าวยังไม่มีความชัดเจน โดยหน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือ คือกองทัพที่ลาดตระเวนอยู่ในบริเวณดังกล่าว
 เมื่อถามว่า เรื่องความปลอดภัยต้องกำชับมาตรการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เหลือสินค้าของเราอยู่ในน่านนํ้าของยูเออี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการรบ แต่ตนจะหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ ในที่ประชุม ศบก. และจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม และจะให้ ศบก.แถลงรายละเอียดในวันที่ 12 มี.ค. 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ต้องมีการกำชับเรื่องความปลอดภัยกับเรือสินค้าของไทยที่จะผ่านเส้นทางดังกล่าว เพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อเรือเราอยู่ที่ยูเออีก็ไม่ควรไปเกี่ยวข้องกับการรบ เพราะยูเออีเป็นประเทศที่เป็นกลาง แต่ก็เห็นอยู่ว่า จริงๆ ยูเออีในเรื่องคลังน้ำมันก็โดนระเบิด จากโดนพลีชีพอยู่ ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้ตนคิดว่าต้องถามทางกระทรวงการต่างประเทศ โดยตนจะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมด้วย ก่อนจะมีการออกมาให้ข้อมูลอีกครั้ง

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางฮอร์มุซชั่วคราว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้เข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรือที่เข้าไปอยู่ในส่วนนั้น คือเรือที่ไปเทียบท่าอยู่ที่ยูเออีแล้ว ไม่ควรจะไปเกี่ยวข้องกับปัญหาช่องแคบฮอร์มุซแล้ว  โดยเท่าที่ดูคิดว่าน่าจะยังขนถ่ายสินค้าไม่เสร็จ แต่เรือขึ้นมาสูงจากผิวน้ำแล้ว ซึ่งตนไม่มั่นใจว่า เป็นเรือที่ยังไม่ได้บรรทุกสินค้า หรือขนถ่ายเสร็จแล้ว

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นได้มีการช่วยเหลือคนไทยจากเหตุการณ์เรือสินค้าถูกยิงแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ขอให้รอฟังในที่ประชุม ศบก. ขณะที่นายอนุทิน ได้รับรายงานแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตอนนี้เอาความปลอดภัยของลูกเรือไทยก่อน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อถามว่า ตอนนี้กระทรวงการคลังต้องมีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงหรือยัง เพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบมากขึ้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปได้ให้ทีมงานหารือกันอยู่ว่าจะช่วยในระดับไหน แต่ตอนนี้ยังช่วยโดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก

ต่อมาเวลา 16.30 น. นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. เป็นประธานการประชุม ศบก.

โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรือ MAYUREE NAREE เป็นเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง ขนาด 15,891 ตันกรอส ซึ่งได้ออกจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และมาถูกระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะที่เดินทางและเกิดเหตุขึ้นนั้นในเรือไม่มีสินค้า เราได้นำสินค้าขึ้นเรียบร้อย และกำลังเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ซึ่งการเคลื่อนตัวออกจากท่ามีจำนวนหลายลำ และเรามีลูกเรือทั้งหมด 23 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนไทย ขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คน อีก 3 คนซึ่งอยู่ในเรือ ต้องขอขอบคุณทหารเรือโอมานที่ได้กรุณาช่วยทั้ง 20 คนขึ้นมาไว้บนฝั่งเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีก 3 คน พยายามเข้าไปช่วย ซึ่งในเรือไม่มีแสงสว่างเลย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนจะขอหารือและแจ้งให้ทราบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องสถานการณ์น้ำมัน ซึ่งจากที่ได้ดูแล้วราคาน้ำมันดิบที่ประกาศ ไม่ว่าจะเป็นของเวสต์ เท็กซัส หรือของทะเลเหนือ ราคาน้ำมันดิบก็ลดลงมาพอสมควรจากที่ถีบตัวขึ้นไป 119 เหรียญสูงสุด ขณะนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 กว่าเหรียญ

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ข้าราชการสามารถเวิร์ก ฟอร์ม โฮมได้สำหรับหน่วยงานที่มีความพร้อม และขอความกรุณาเรื่องการปรับลดความเย็นของแอร์ ถ้าเป็นไปได้ไม่ต้องใส่สูท ผูกเนคไท จะสามารถปรับลดแอร์มาได้ที่ 26-27 องศา จะเป็นการประหยัดพลังงาน ส่วนเรื่องการปิดสถานีบริการน้ำมันตั้งแต่เวลา 22.00 น.ยังไม่ได้มีการประกาศ รวมถึงเรื่องป้ายไฟโฆษณาที่จะให้ปิดหลัง 22.00 น. ก็ยังไม่ได้ประกาศเช่นกัน ทำไมข่าวไปออกเร็ว  

ฮอร์มุซเดือด ยิงเรือสินค้า 3 ลำซ้อน เรือไทย มยุรีนารี โดนหนักสุด

ฮอร์มุซเดือด ยิงเรือสินค้า 3 ลำซ้อน เรือไทย มยุรีนารี โดนหนักสุด

ฮอร์มุซเดือด ยิงเรือสินค้า 3 ลำซ้อน เรือไทย มยุรีนารี โดนหนักสุด

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.33 น.

เดือด ยิงเรือสินค้า 3 ลำซ้อน ช่องแคบฮอร์มุซ ‘เรือไทย’ หนักสุด ไฟลุกท่วม ส่วนเรือญี่ปุ่น-หมู่เกาะมาร์แชลล์ เสียหายบางส่วน ไร้ผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เพจเรือสินค้าระหว่างประเทศ-พาณิชย์นาวี เผยแพร่ข้อมูล หน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ออกประกาศเตือนภัยด่วน หลังได้รับรายงานว่าเรือสินค้า 3 ลำถูกโจมตีด้วย “อาวุธไม่ทราบชนิด” ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สถานการณ์ความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ตึงเครียดขึ้นทันที

ข่าวเพิ่มเติม : เรือสินค้าไทยถูกโจมตีในทะเลอาหรับ ห่วง 23 ชีวิตสละเรือรอความช่วยเหลือ

เรือไทยโดนหนัก ไฟลุกกลางทะเล เหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.35 น. ตามเวลามาตรฐานสากล (UTC) เมื่อเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งตอนเหนือของประเทศโอมานราว 11 ไมล์ทะเล

ภายหลังตรวจสอบพบว่า เรือดังกล่าวคือ “มยุรี นารี” (MAYUREE NAREE) ซึ่งเป็นเรือของไทย โดยแรงโจมตีทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือ กัปตันต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมสั่งอพยพลูกเรือออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยทันที

รายงานล่าสุดระบุว่า สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว เบื้องต้นไม่พบสารเคมีรั่วไหลลงสู่ทะเล และเหลือลูกเรือเพียงบางส่วนประจำการอยู่บนเรือเพื่อควบคุมสถานการณ์

ขณะเดียวกันยังมีเรือสินค้าอีก 2 ลำที่ตกเป็นเป้าการโจมตี ได้แก่
1.ONE Majesty เรือบรรทุกสินค้าติดธงชาติญี่ปุ่น
2.Star Gwyneth เรือบรรทุกสินค้าติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์

ทั้งสองลำได้รับความเสียหายบางส่วนจากการโจมตี แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

UKMTO ยกระดับเตือนภัยสูงสุดจากเหตุโจมตีต่อเนื่องลักษณะ “3 ลำซ้อน” ในพื้นที่เดียวกัน ทาง UKMTO จึงประกาศยกระดับการเตือนภัยทางทะเลในภูมิภาคดังกล่าวทันที

พร้อมกำชับให้เรือทุกลำที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวผิดปกติ และรายงานเหตุการณ์ต้องสงสัยโดยทันที เพื่อป้องกันเหตุซ้ำเติมในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก