ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุม

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุม

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุม

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.28 น.

ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ (โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา) สำหรับวันเรียกประชุมรัฐสภา มอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรีเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว (จำนวน 475 คน) ให้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน มาตรา 84 บัญญัติให้ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว (จำนวน 475 คน) หากมีความจำเป็นจะต้องเรียกประชุมรัฐสภาก็ให้ดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้ และมาตรา 85 วรรคสี่ บัญญัติให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด

ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง (ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569) ประกอบกับมาตรา 121 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป (ภายในวันที่ 22 เมษายน 2569) ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกและมาตรา 122 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสี่ บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภาทรงเปิดและทรงปิดประชุม โดยพระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้วหรือผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้ ทั้งนี้ การเรียกประชุมให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้การเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สลค. จึงได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ขึ้น (โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา) และได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรี เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว เพื่อจะได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป

‘ตรีนุช’ เผย ‘กระทรวงแรงงาน’ เตรียมพร้อมดูแลแรงงานไทย กลับจากตะวันออกกลาง

‘ตรีนุช’ เผย ‘กระทรวงแรงงาน’ เตรียมพร้อมดูแลแรงงานไทย กลับจากตะวันออกกลาง

‘ตรีนุช’ เผย ‘กระทรวงแรงงาน’ เตรียมพร้อมดูแลแรงงานไทย กลับจากตะวันออกกลาง

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

“ตรีนุช” เผย ‘กระทรวงแรงงาน’ เตรียมพร้อมดูแลแรงงานไทยกลับจากตะวันออกกลาง อัพสกิล รีสกิล พัฒนาทักษะทำงานให้ต่อเนื่อง ย้ำ “นายกฯ” อยากให้กลับมาให้หมด เหตุเป็นพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 11.50 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีเงินกองทุนช่วยเหลือแรงงานที่เดินทางกลับจากพื้นที่ตะวันออกกลาง จำนวน 15,000 บาท ว่า จะมีเงินกองทุนสำหรับแรงงาน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย สำหรับแรงงานที่ถูกกฎหมายจะมีกองทุนสำหรับดูแลคนต่างแดนอยู่ด้วย 

เมื่อถามว่า จะมีการกำหนดขั้นตอนการจ่ายเงินให้กลุ่มแรงงานอย่างไร น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ตอนนี้เรามีทูตแรงงานที่ประจำอยู่ใน 3 กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยทูตแรงงานได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานตลอด ซึ่งจะมีรายชื่อแรงงานอยู่แล้วว่าใครมีความประสงค์เดินทางกลับมา รวมถึงเรื่องการดูแลหลังเดินทางกลับมาแล้วด้วย 
ส่วนในเมืองไทยได้ให้นโยบาย 5 เสือแรงงานประสานกับครอบครัวแรงงานในเรื่องของการช่วยดูแล รวมถึงการอำนวยความสะดวกผู้ประสงค์เดินทางกลับมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมความพร้อมสำหรับแรงงานที่ต้องการเดินทางกลับมาเพิ่มเติมอย่างไร น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานมีการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ และนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ที่จะต้องรับคนไทยทุกคนกลับมา หลักๆตอนนี้มีกลุ่มอิหร่าน ทั้งหมด 41 คน รัฐบาลมีนโยบายชัดเจน ต้องการให้กลับมาทั้งหมด เพราะเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง 
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมขณะนี้ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน รับทราบจำนวนแรงงานประมาณ 1,000 คน โดยมาจากหลากหลายประเทศ แต่ในกลุ่มอิสราเอลยังไม่ถึง 100 คน ทั้งหมดนี้คือส่วนของเฉพาะกลุ่มแรงงาน ยังไม่รวมกลุ่มคนไทยที่อยู่ในประเทศเหล่านี้

เมื่อถามว่า ถ้าตลาดแรงงานตะวันออกกลางน้อยลง จะมีการประสานกับประเทศอื่นในการหาตลาดแรงงานเพิ่มให้กับแรงงานไทยหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ขณะนี้ต้องประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา สิ่งที่เราทำได้ขณะนี้คือ คนใดมีความประสงค์ที่จะทำงานในประเทศไทยต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอัพสกิล หรือรีสกิล เพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน เราก็เตรียมพร้อมในการจัดหางานให้ เพราะมีชื่อในลิสต์อยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการต่อเนื่องในการทำงาน ซึ่งเราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว 

สีหศักดิ์ เผยรอ รัฐบาลใหม่ แจงสภา ยกเลิกเอ็มโอยู 44 ส่วน JBC กัมพูชาต้องจริงใจปราบสแกมเมอร์ก่อน

สีหศักดิ์ เผยรอ รัฐบาลใหม่ แจงสภา ยกเลิกเอ็มโอยู 44 ส่วน JBC กัมพูชาต้องจริงใจปราบสแกมเมอร์ก่อน

สีหศักดิ์ เผยรอ รัฐบาลใหม่ แจงสภา ยกเลิกเอ็มโอยู 44 ส่วน JBC กัมพูชาต้องจริงใจปราบสแกมเมอร์ก่อน

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.02 น.

“สีหศักดิ์” รอ รัฐบาลใหม่ แจงสภา ยกเลิกเอ็มโอยู 44 ย้ำ กัมพูชา ขอเปิดเวทีเจบีซี ต้องร่วมมือกู้ทุ่นระเบิด ให้พื้นที่ปลอดภัยก่อน 

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว การต่างประเทศให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความระบุว่าจะมีการเจรจากับไทยหลังสงกรานต์ เรื่องการขอคืนพื้นที่บริเวณชายแดน ว่า เขาเสนอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี) โดยการเจรจาต้องอยู่ในกรอบ รวมถึงเรื่องคืนพื้นที่ต้องไปว่ากันในที่ประชุม เพื่อเดินหน้าปักปันเขตแดน โดยต้องรอหลังจากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่ แล้วค่อยมาพิจารณาว่าการประชุมเจบีซีฝ่ายไทยจะพร้อมเมื่อใด ที่เขาต้องการเจรจาเป็นผลมาจากการสู้รบครั้งล่าสุด

ในส่วนการเก็บกู้ทุนระเบิดและปราบปรามสแกมเมอร์ ไม่เกี่ยวข้อง ไม่เกี่ยวข้องกับเวทีประชุมนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาต้องดำเนินการอยู่แล้ว สืบเนื่องจากผลของการประชุมช่วงหยุดยิง เรื่องเก็บกู้ทุนระเบิดหากฝ่ายกัมพูชายังไม่พร้อมแต่ฝ่ายไทยพร้อม ฝ่ายกัมพูชาต้องให้ความร่วมมือกับเรากัมพูชา เช่นเดียวกับสแกมเมอร์ที่เกี่ยวข้องกับทั่วโลก ไม่เฉพาะไทยกับกัมพูชา ดังนั้นฝ่ายกัมพูชาต้องจริงจังกับเรื่องนี้ด้วยเพราะรู้ว่ากระบวนการเหล่านี้อยู่ฝั่งไหน หากกัมพูชาต้องการให้มีประชุมเจบีซี ไม่ใ และเดินหน้าปักปันเขตแดน ต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อทำพื้นที่ให้ปลอดภัย ไม่ใช่เปิดประชุมแล้วพูดคุยในประเด็นที่กัมพูชาต้องการจะคุย เพราะยังมีประเด็นอื่นที่ต้องพูดคุยกัน

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หน้าที่ของคณะกรรมการเจบีซีคือเรื่องของการปักปันเขตแดนตามกฏหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ความคืบหน้าในการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ให้รอดูการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยมีการพูดคุยในระดับหนึ่งว่าควรเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่

ปรับแผนถ่างส่วนต่างลิตรละ 3 บาท ดึงคนใช้ E20 แทน 95 วอนประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน

ปรับแผนถ่างส่วนต่างลิตรละ 3 บาท ดึงคนใช้ E20 แทน 95 วอนประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน

ปรับแผนถ่างส่วนต่างลิตรละ 3 บาท ดึงคนใช้ E20 แทน 95 วอนประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.50 น.

รมว.พลังงาน ย้ำ ปรับแผนส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท ดึงคนใช้ E20 แทน 95 วอน ปชช.ช่วยชาติประหยัดไฟ ถอดสูท ปรับแอร์ 

เวลา 09.55 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินว่า มาตรการของรัฐบาลคือ การตรึงน้ำมันราคาดีเซล 15 วัน ในส่วนของน้ำมันเบนซิน กองทุนน้ำมันจะเข้าไปช่วยบางส่วน และผู้ค้าจะดูตามความเหมาะสม ราคาจึงอาจจะมีขยับบ้าง แต่สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินขยับ ในวันที่ 9 มี.ค.เนื่องจากกองทุนน้ำมันได้สร้างความแตกต่างการช่วยเหลือน้ำมันเบนซินที่มีอยู่หลายชนิด โดยน้ำมันเบนซิน หรือ E10 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 10% และ E20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20% เดิมการช่วยเหลือของกองทุนน้ำมัน จะช่วยเหลือ E  20 มากกว่า E10  1 บาท แต่เมื่อวันที่ 9 มี.ค.กองทุนปรับการช่วยเหลือ E 20 มากกว่า E 10  2 บาท เพื่อถ่างความช่วยเหลือตามกลไกของผู้ค้า คือ ปรับขึ้นแก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้น 50 สตางค์ และ ลด E20 ลง 50 จะต้องทำให้ผลต่างของราคาขายปลีกของน้ำมัน 2 ชนิดนี้ ที่เดิมต่างกัน 2 บาท ตอนนี้ก็จะแตกต่างกัน 3 บาท เป็นการจูงใจให้ใช้ E 20 มากขึ้น ขอรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้ E 20 ให้มากขึ้นเพื่อลดการใช้สัดส่วนน้ำมันพื้นฐานที่มาจากเบนซิน และเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตในบ้านเรา ขณะที่สเปกน้ำมันดีเซลที่ปรับจาก B5 เป็น B7 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ไบโอดีเซลที่ทำจากน้ำมันปาล์มมากขึ้น 

เมื่อถามถึงมาตรการการประหยัดพลังงานที่จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ นายอรรถพล กล่าวว่า มาตรการเป็นลำดับขั้น โดยสถานการณ์ ณ ตอนนี้ จะเป็นการขอความร่วมมือ การปรับอุณหภูมิห้องแอร์เพิ่มขึ้นเป็น 26 – 27 องศา หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องผูกไทด์ใส่สูท ยกเว้นการรับแขกบ้านแขกเมือง ประหยัดการใช้แสงสว่าง พักเที่ยงก็ให้ปิดไฟ WFH มากขึ้น ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ที่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าจัดโปรแกรม ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ บางรายการฟรี เพื่อประหยัดพลังงาน เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตาม รอบสิ่งเหล่านี้คือ การรณรงค์ โดยต่อไปจะเป็นการบังคับก็ได้เตรียมการไว้แล้ว อยู่ที่ว่าจะนำมาใช้เมื่อไหร่

ศบก.เผยเหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้

ศบก.เผยเหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้

ศบก.เผยเหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.43 น.

“ศบก.” เผย เหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ ขอคนไทยเร่งออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว ระบุ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้ ยํ้า รบ.ไทย หวังทุกฝ่าย เจรจาเพื่อสันติ

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากขึ้น และในขณะนี้ยังไม่มีท่าทีว่าสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จะกลับเข้าสู่การเจรจา และผู้นำของประเทศคู่ขัดแย้งยังคงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าว เราจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายปาณิดล กล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง กระทรวงต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว 

นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ในส่วนอิหร่าน ช่วงเช้าวันนี้คนไทยกลุ่มที่เหลือ ที่อพยพออกจากอิหร่านรอบแรก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 23 คน นอกจากนี้ ยังมีคนไทยในอิหร่านชุดที่สองจำนวน 69 คน กำลังจะเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกี โดยคนไทยบางส่วนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.) สถานเอกอัครราชทูตกรุงเตหะรานและกรุงอังการา กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทย

ส่วนการอพยพคนไทยออกจากอิรัก ขณะนี้ยังมีคนไทย 14 คน ที่จะอพยพออกจากอิรัก โดยการประสานของสถานเอกอัครราชทูตกรุงอัมมาน เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่ตุรกี ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฯ พร้อมรองรับการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มนี้ต่อไป

ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแลให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบิน รวมถึงมอบสิ่งของที่จำเป็นในการยังชีพ ให้กับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะเดินทางในพื้นที่ที่ทำการบินได้ และจะคอยประสานงานกับหน่วยงานในเรื่องการขออนุญาตผ่านแดนกับประเทศที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ เพื่อให้สามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงได้ 

นายปาณิดล กล่าวว่า โดยรวมขณะนี้ มีคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือจากตะวันออกกลางเดินทางกลับมา ประเทศไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 351 คน และยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย และขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมในประเทศที่มีความขัดแย้ง 

นายปาณิดล กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางทางการฑูต และการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้ กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานสภา-นายกฯก่อน

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้ กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานสภา-นายกฯก่อน

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้ กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานสภา-นายกฯก่อน

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.38 น.

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้กล้าธรรมนั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานรัฐสภา-โหวตนายกฯก่อน ย้ำความชัดเจนอยู่ที่พรรคแกนนำตั้งรัฐบาล

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม(กธ.)  กล่าวถึงความชัดเจนของพรรคกธ.ในทางการเมืองว่า  ยังคงเป็นไปตามที่ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ ว่าเป็นเรื่องของแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในความชัดเจน ว่าจะเลือกพรรคไหนเข้าร่วมรัฐบาล โดยขณะนี้ยังต้องรอขั้นตอน การเปิดประชุมรัฐสภา การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ทางพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องของจริยธรรมมาประกอบการพิจารณาด้วย ตรงนี้ถือว่าชัดเจนแล้วหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ก็เป็นความชัดเจนของพรรคภท. แต่พรรคกธ.ก็มีความชัดเจนในการทำหน้าที่

ถามย้ำ ถ้าพรรคกธ.จะแสดงความชัดเจนเลยหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวย้ำว่า ความชัดเจน จะออกมาจากแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เอกนิติ ปฏิเสธ พ.ร.ก. เงินกู้ ชดเชยกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้า ครม.วันนี้

เอกนิติ ปฏิเสธ พ.ร.ก. เงินกู้ ชดเชยกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้า ครม.วันนี้

เอกนิติ ปฏิเสธ พ.ร.ก. เงินกู้ ชดเชยกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้า ครม.วันนี้

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

“รมว.คลัง” บอก พรก.เงินกู้ เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้าครม.วันนี้

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.55 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปฏิเสธข่าวกระทรวงพลังงานจะมีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เผชิญวิกฤตภาระหนี้สินจากการอุดหนุนราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องนั้น

นายเอกนิติ ระบุว่า คงไม่มีเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้

เมื่อถามย้ำว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายเอกนิติยกมือปฏิเสธ และไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวก่อนจะขึ้นประชุมคณะรัฐมนตรีทันที

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทย คุยเรื่องควบกระทรวงวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์ นายกฯ

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทย คุยเรื่องควบกระทรวงวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์ นายกฯ

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทย คุยเรื่องควบกระทรวงวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์ นายกฯ

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.42 น.

“ซาบีดา”รับภูมิใจไทยคุยเรื่องควบวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์นายกฯ ที่ต้องการใช้ต้นทุนประเทศให้เต็มศักยภาพ คาดใช้เวลาดำเนินการ 6 เดือน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.55 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสจะมีการผลักดันให้ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรมกับกระทรวงการท่องเที่ยว ภายในพรรคภูมิใจไทยได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ว่า ยอมรับมีการพูดคุยบ้างแล้ว ซึ่งก็เป็นวิสัยทัศน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมองว่าประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมมากมายมหาศาล แต่ยังไม่สามารถใช้ได้เต็มศักยภาพ สิ่งสำคัญคือใช้ภาคการท่องเที่ยวเข้ามาเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม และเผยแพร่จึงมาสู่แนวคิดการรวมกระทรวง

ส่วนหากมีการแยกกระทรวงจริงจะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการเท่าไหร่รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า คาดว่าจะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งจากการหารือกับนายกรัฐมนตรีก็อยากจะให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งก็ต้องดูกระบวนการภาคปฏิบัติจริงและดูหน้างานอีกครั้ง ว่ากระบวนการมีความซับซ้อนมากน้อยเพียงใด ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าเราจะปรับโครงสร้างกระทรวงอย่างไร แต่เป็นเรื่องของการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ และการนำเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและการส่งออกวัฒนธรรมของเรา

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยได้แจ้งหรือยังว่าจะให้กำกับดูแลกระทรวงใด หรือจะอยู่ประจำกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อสานต่อเรื่องนี้ น.ส.ซาบีดากล่าวว่าเรื่องนี้ยังไม่ทราบ ตนก็ได้ทราบจากข่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ น.ส.ซาบีดายังเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ในช่วงเวลานี้ซึ่งถือเป็นการช่วยชาติ และคณะรัฐมนตรีก็พยายามปรับเพื่อให้เป็นตัวอย่าง

เดี๋ยวก็รู้เอง! โสภณ ปัดมติภูมิใจไทย เสนอชื่อนั่งประธานสภา

เดี๋ยวก็รู้เอง! โสภณ ปัดมติภูมิใจไทย เสนอชื่อนั่งประธานสภา

เดี๋ยวก็รู้เอง! โสภณ ปัดมติภูมิใจไทย เสนอชื่อนั่งประธานสภา

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.34 น.

“โสภณ” บอกถึงเวลารู้เอง “หลังสะพัดนั่งปธ.สภา “มัลลิกา” ปัดตอบ นั่งรอง 1 ชี้ ข่าวก็คือข่าว

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะสส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ว่าที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยได้มีมติ จะเสนอชื่อให้นั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยังไม่มีมติ ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคม จะเป็นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และในวันที่ 15 มีนาคมจะเป็นการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และขอยืนยันว่า ในงานสัมมนาพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้นไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และก็ไม่มีการพูดคุยกันที่ไหนเมื่อถึงเวลาก็จะรู้เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ใช่หรือไม่ นายโสภณตอบว่า ตนเคยพูดไว้นานแล้ว ว่าไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็จะทำเต็มที่ และทำได้ดีด้วย

เมื่อถามว่าขณะนี้มีความชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ ว่าตำแหน่งรองประธานสภาคนที่1 เป็นของพรรคภูมิใจไทย และตำแหน่งรองประธานสภาคนที่2 เป็นของพรรคเพื่อไทย นายโสภณกล่าวว่า ตามข่าวก็น่าจะเป็นแบบนั้น

ขณะที่ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกระแสข่าวจะได้นั่งในตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เพียงสั้นๆ ว่า ข่าวก็คือข่าว

หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

ยึดความจริงที่มีหนึ่งเดียว! ‘หมอวรงค์’ เผยตื่นเต้นเข้าสภาฯรอบ 12 ปี ขอเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ไปร่วมรัฐบาล ต้องมีเสียงหนุน-ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ เชื่อหากอยากร่วมรบ. ‘ภูมิใจไทย’ ก็พร้อมต้อนรับ เตือนหากไม่ทำตรงไปตรงมา-เอื้อประโยชน์ เจอกันแน่ ลั่นจะไม่ทำงานแบบ ‘อีเวนต์’ ให้ ‘เป็นข่าว’ ขอลุยตรวจสอบเต็มที่

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เดินทางมารายงานตัวเป็นสส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคไทยภักดีเป็นฝ่ายค้าน ว่า พรรคไทยภักดีได้รับเลือกเข้ามาเพียงแค่ 1 เสียง แต่ 1 เสียงที่ได้เข้ามาทำหน้าที่สส. ตนยืนยันว่าเป็น 1 เสียงที่ตัดสินใจยากลำบาก เพราะมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อย อยากให้เราไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากเห็นตนเข้าไปทำหน้าที่ในการตรวจสอบ นั่นคือการเข้ามาปราบปรามการทุจริตผ่านรัฐสภา ตนพยายามชั่งใจ และเคยบอกกับสื่อมวลชนว่าขอเวลาตัดสินใจ 

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนงดให้สัมภาษณ์ และคิดวิเคราะห์บวกลบถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ จึงได้บทสรุปว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาล อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะตนเป็นคนทำงาน รวมถึงเราต้องเป็นคนที่เจียมเนื้อเจียมตัว 1 เสียงที่จะไปทำงานจัดการปัญหาประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้ เนื่องจากการร่วมงานกับรัฐบาล ต้องมีเสียงสนับสนุน  ดังนั้นเราจึงรู้ว่า 1 เสียงของเรามีข้อจำกัดในการทำงาน แต่เรามองในมุมกลับกันว่า หากมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือการเป็นฝ่ายค้าน เราแค่อาศัยความจริง เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุน เพียงแค่เรานำความจริงเข้ามาเสนอกับประชาชน ทุกอย่างก็จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้ จึงทำให้ตนตัดสินใจทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แต่ยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่รักชาติ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองตนจะทำหน้าที่ หรืออะไรที่รัฐบาลทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราจะไม่ค้าน เราจะไม่นั่งหยุมหยิม หรือนั่งหาประเด็นเล็กๆน้อยๆ แล้วมาสร้างอีเวนต์ แต่เราจะหาเอกสารและหลักฐานในการตรวจสอบ เพราะหากมีการทุจริตเกิดขึ้น และการกระทำที่ไม่สนองประชาชน นั่นถือเป็นความเสียหายของประเทศชาติ 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ที่ไม่ร่วมรัฐบาลเป็นเพราะมีพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนเคยหาเสียงไว้ว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนไม่ร่วม แม้แต่หากส้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนก็ไม่ร่วม และตนเคยให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า เมื่อเราดีลเราดีลกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง วันนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จริงๆตนร่วมได้ แต่คำนวณแล้วว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาลแล้วจะทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยเพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนในการตัดสินใจ 

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยได้มีการติดต่อทาบทามมาแล้วหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการประสานกัน เพียงแค่ตนคิดว่า หากตนอยากจะร่วมเขาก็น่าจะต้อนรับ แต่เราไม่ได้มีการพูดคุยกัน เราก็มีมารยาท จึงใช้การวิเคราะห์ของตนคิดว่าเป็นฝ่ายค้านจะทำงานให้ประเทศชาติบ้านเมืองได้ดีกว่า

เมื่อถามว่า พรรคไทยภักดีถือเป็นพรรคการเมืองเล็กเพียงพรรคเดียวที่ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ไปร่วมรัฐบาล มองว่าการทำงานในฐานะฝ่ายค้านจะสามารถแสดงพลังได้ดีกว่าหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่ต้องการเป็นพรรครัฐบาล หากตนคิดความสุขสบายส่วนตัว การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมีทรัพยากรเยอะมาก จึงมีศักยภาพและจะได้ประโยชน์แค่ส่วนตัว แต่การตัดสินใจเรื่องประโยชน์ประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองนั้นยาก เพราะมีแค่ 1 เสียง การจะไปจัดการทุจริตในกระทรวง ทบวง กรม ก็ยาก ดังนั้น การเป็นฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบสิ่งที่รัฐบาลทำ หรือการทุจริต แล้วเมื่อเราตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ของส่วนรวม ตนคิดว่าเราน่าจะทำหน้าที่นี้ให้กับประชาชนได้สมกับที่ประชาชนรอคอยและ ตนรอคอยมา 12 ปี 

เมื่อถามว่า ผลงานแรกของพรรคไทยภักดี ในฐานะฝ่ายค้านจะเป็นเรื่องอะไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องใจเย็นๆ ตนแฟร์กับรัฐบาล ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำงานเต็มที่ ย้ำว่าตนไม่นั่งหยุมหยิม แต่ขอเตือนว่าหากมีหลักฐานการทุจริต การประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ เราทำงานแบบไม่ยั้งมือ คือการตรวจสอบจะไม่ใช่การตรวจสอบแบบสร้างอีเวนต์เพื่อให้เป็นข่าว ทุกอย่างต้องจบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาล ดังนั้นหากท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อาจจะไม่เห็นบทบาทของตนเพราะไม่รู้จะตรวจสอบอะไร แต่หากท่านทำไม่ตรงไปตรงมา หรือเอื้อประโยชน์เราเจอกันแน่ในสภาฯ 

เมื่อถามว่า เมื่อประกาศเป็นฝ่ายค้านแล้ว จุดยืนในการโหวต ประธานสภาฯ หรือนายกฯ  จะไม่โหวตหนุนซีกรัฐบาลใช่หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ด้วยมารยาทของฝ่ายค้าน วิธีของฝ่ายค้านจะมีสองอย่างคือ หนุนฝ่ายค้าน กับงดออกเสียง ตนจะแจ้งอีกครั้ง แต่เราไม่ควรโหวตให้กับรัฐบาล ยกเว้นเรื่องสำคัญของประเทศชาติบ้านเมือง นายกฯพึ่งพาตนได้ ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง ตนช่วยท่านได้

เมื่อถามว่า สามารถทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า คำว่าฝ่ายค้านความแนบแน่นไม่เหมือนรัฐบาล เราจอยกันแบบหลวมๆ ในการตรวจสอบต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ใช่ต้องมาพึ่งพากันทุกเรื่อง ดังนั้น ในการทำงานเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่จำเป็นต้องนั่งจับไม้จับมือเหมือนกับรัฐบาล

เมื่อถามว่า มองว่าฝ่ายค้านจะเข้มแข็งหรือไม่ เนื่องจากมีทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ กล่าวว่า “คนอื่นผมไม่รู้ แต่ผมเข้มแข็งแน่นอน ผมเชื่อว่าผมสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี ทั้งนี้ การได้กลับเข้ามาสภาฯ อีกครั้งผมรู้สึกตื่นเต้น”

จากนั้นนพ.วรงค์ ได้โชว์บัตรประจำตัว สส. ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยได้มีการจูบบัตร พร้อมกล่าวว่า เหมือนชนะแชมป์โลก ทำให้ผู้สื่อข่าวแซวว่า แชมป์โลกต้องกัดบัตร นพ.วรงค์ จึงกัดบัตร ตามคำแซว