เทียบชัดๆ! อดีตบิ๊ก ศรภ. เผย 3 ปัจจัยทำปี 49 โมฆะ ต่างจากปัจจุบันที่ เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว กำลังบูม

เทียบชัดๆ! อดีตบิ๊ก ศรภ. เผย 3 ปัจจัยทำปี 49 โมฆะ ต่างจากปัจจุบันที่ เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว กำลังบูม

เทียบชัดๆ! อดีตบิ๊ก ศรภ. เผย 3 ปัจจัยทำปี 49 โมฆะ ต่างจากปัจจุบันที่ เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว กำลังบูม

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.22 น.

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ฝากไปให้ “พวกขี้อิจฉาทั้งหลาย” ทราบ

การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อ 2 เมษา 49 ที่เป็นต้นเหตุทำให้ ใครต่อใครที่อกหักจาการเลือกตั้งครั้งปัจจุบันนี้ (โดยเฉพาะพรรคประชาชน) มักจะนำไปอ้างถึง เพื่อใช้คำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จากการเลือกตั้งเมื่อ 2 เมษา 49 นั้น มาล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้เป็นโมฆะ ทั้งๆที่รู้ว่า

สถานการณ์ซึ่งเป็นตัวกำหนดคำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 2 ครั้งแตกต่างกันมากมาย เหมือน มือกับเท้า ลองอ่านดูครับ

1. การเลือกตั้งเมื่อ 2 เมษา 49 นัั้น เกิดขึ้นเพราะนายทักษิณ นรม.ในตอนนั้นได้ยุบสภา เพื่อหาทางยุติการจัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ที่กดดันต่อรัฐบาลอย่างรุนแรง จากเรื่องสารพัดโกง รัฐบาลทักษิณจึงกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ขึ้นอย่างรวดเร็วภายในแค่ 35 วันเท่านั้น

2.พรรคการเมือง 3 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน จึงประท้วง ไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งด้วย เนื่องจาก รัฐบาลเอาเปรียบยุบสภาแล้วรีบกำหนดวันเลือกตั้งแบบกระชั้นชิดเกินไป

3. หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิฉัย ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ด้วยเหตุผล 2 เรื่องประกอบกัน ได้แก่

(1) กำหนดวันเลือกตั้งในพระราชกฤษฎีกายุบสภา ไม่เหมาะสมและไม่เที่ยงธรรม เนื่องจากกำหนดวัน เลือกตั้งห่างจากวันยุบสภาเพียง 35 วันเท่านั้น เป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ

(2) กกต.ได้จัดคูหาในลักษณะที่บุคคลภายนอกสามารถสังเกตเห็นได้ว่าผู้เลือกตั้งใช้สิทธิเลือกตั้งหมายเลขใด ซึ่งไม่เคยมีการกระทำในลักษณะนี้มาก่อน

(ต่อมารัฐบาลได้ กำหนดให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่อีกครั้ง ใน 15 ตุลา ปีเดียวกัน ท่ามกลางการชุมนุมกดดันรัฐบาล นาๆชนิด แต่เกิดเหตุรัฐประหาร 19 กันยา 49 ขึ้นมาเสียก่อน )

▪️ คำพิากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีนี้ จะเห็นได้ว่า

อ้างอิงมาจากข้อเท็จจริงในขณะนั้น 3 อย่าง คือ (1) มีการยุบสภาฯ ที่มาจากการหนีม็อบที่มาชุมนุมขับไล่ นายกฯ ไม่ใช่ยุบเพราะสาเหตุทางการเมือง และยังกำหนดวันที่เลือกตั้งเร็วมาก (2) มีความพยายามโกงการเลือกตั้งจริงๆ เห็นเจตนาได้ชัดเจน ถึงตั้งคูหาเลือกตั้งแบบนั้น พิสูจน์ได้ง่าย และ (3) สถานการณ์ของบ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะสับสน ทั้งม็อบ และการต่อต้านการเลือกตั้งของประชาชน ตามตัวอย่าง ดังนี้

เรื่องม็อบกดดันต่อ หลังจากยุบสภา 

มีการเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมกดดันตัวนายกฯขึ้นอีกหลายครั้ง จนกระทั้ง เคลื่อนขบวนไปชุมนุมปักหลักอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
โดยทำม็อบ “ดาวกระจาย” ไปประท้วงตามจุดต่างๆ เช่น กกต. ศาลปกครอง และ ศาลรัฐธรรมนูญ สถานทูตสิงคโปร์ สยามสแควร์ เรียกร้องให้นายทักษิณ ซึ่งเป็นนายกรักษาการลาออก…….

เรื่อง ความไม่สมบูรณ์ ของการเลือกตั้ง ( 2เมษา 49 )

….เมื่อหลายพรรค ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง พรรคไทยรักไทย จึงเป็นพรรคเดียวที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. โดยมีพรรคการเมืองเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง ลงสมัครเป็นตัวประกอบ แต่ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า หลายเขต มีคะแนน “โนโหวต ” สูงกว่าคะแนนที่ออกเสียงเลือกผู้สมัคร และ บางเขตมีคะแนนที่เลือก ส.ส. ไม่ถึงร้อยละ 20 จนทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่….. ม็อบไล่นายก จึงคึกคักนัก

มาเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภา 69 แล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นคนละเรื่องเลย สถานการณ์ในประเทศในตอนปัจจุบันนี้ ดีเยี่ยม ประชาชนรักสามัคคีกัน แม้จะมีสงครามสู้รบตามแนวชายแดนไทยถึง 7 จังหวัด เห็นได้จากการจัดงานปีใหม่ 2569 มีชาวต่างชาติ/นักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวถึงประมาณ 1 ล้าน 5 แสนคน มีจัดเคาดาวน์ในกรุงเทพ ถึง 10 แห่ง / GDP ประเทศไทย ปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งกว่าคาดที่ 2.4% มีมูลค่ารวม 18.97 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 5.77 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงหนุนหลักมาจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคเอกชน และการลงทุนภาครัฐที่เร่งตัว ซึ่งคาดการณ์แนวโน้มปี 2569 จะเติบโตเพิ่มขึ้น / ประเทศไทยเริ่มเป็นประเทศที่มีสิทธิมีเสียง พูดแล้วประเทศอื่นๆต้องหยุดฟังบ้างแล้ว / การปราบทุนเทา ดำเนินงานอย่างเข็มแข็ง ไม่ต้องให้ชาติอื่นยกกำลังมามาปราบ ถึงในประเทศ แบบกัมพูชา / การทวงคืนแผ่นดินไทยสมบูรณ์แล้วมาก กว่า 90% ฯลฯ

การพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง นั้น จะผิดหรือถูก เป็นเรื่องของ กกต. แต่ถ้าจะกดดันให้ศาล รัฐธรรมนูญวินิฉัยว่า “ การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ” นั้น ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องหาทางชี้แจงให้ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับเสียก่อน ว่า “บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดนั้น บิดเบือนเจตจำนงค์ของประชาชน ที่มาเลือกตั้งจริงหรือไม่” เช่น มีหลักฐานว่า พรรคภูมิใจไทย ร่วมมือ กับ กกต. ใช้ประโยชน์จากบัตรเลือกตั้ง จริงๆ

ลองไปคิดกันดู เถอะครับ ว่าพรรคตัวเองมีข่าวแย่ๆออกมาเกือบทุกวัน จะให้ประชาชนเค้าสนับสนุนแบบเดิมอีกหรืออย่างไร แต่ถึงจะมีการเลือกตั้งใหม่ ผมก็กลัวว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้ ถล่มทลายมากขึ้นแบบ การเลือกตั้งของญี่ปุ่น แล้วที่นี้จะไปโทษใครอีก เวรกรรมแท้ๆ
หรือแค่อยากให้ “ประเทศไทยกลับไปอยู่ในห้อง ICU อีกครั้งหนึ่ง”

อังคณา อัด พรรคประชาชน สอบตกสิทธิมนุษยชน ปล่อยผ่าน กม. ข่มขืนคู่สมรสยอมความได้

อังคณา อัด พรรคประชาชน สอบตกสิทธิมนุษยชน ปล่อยผ่าน กม. ข่มขืนคู่สมรสยอมความได้

อังคณา อัด พรรคประชาชน สอบตกสิทธิมนุษยชน ปล่อยผ่าน กม. ข่มขืนคู่สมรสยอมความได้

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.49 น.

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุกผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน

โดยระบุข้อความว่า ในขณะที่ยึดหลัก Presumption of Innocence (หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์) ในการปกป้องผู้ถูกกล่าวหา แต่ในความผิดเกี่ยวกับเพศ พรรคประชาชนควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้เสียหายด้วยเช่นกัน

ต้องไม่ลืมว่า การสู้คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ทำให้ผู้เสียหายหลายคนสูญเสียเอกลักษณ์ของตนเอง (Selfness) คดีนี้หลายคนเตือนแล้วแต่ต้น แต่พรรคไม่ฟัง

พรรคควรตระหนักว่า คดีแบบนี้แม้ศาลยกฟ้องก็อาจไม่ใช่เพราะจำเลยบริสุทธิ์เสมอไป เพราะหากมีข้อสงสัย ศาลอาจยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

และเนื่องจากคดีลักษณะนี้มักไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ ผู้เสียหายจึงต้องเป็นพยานให้ตัวเอง ซึ่งยากมากมักที่จะพิสูจน์จนศาลสิ้นข้อสงสัย (Beyond reasonable doubt) ถ้าพรรค ปชน. ไม่ให้ความสำคัญเรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศ จะเป็นผู้นำในการปรับปรุงกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันและยุติการล่วงละเมิดทางเพศได้ยังไง

ไม่แปลกใจเลยที่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐสภาแก้ไข ป. อาญา เรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศ แม้จะมีความก้าวหน้าเรื่องเพิ่มนิยาม “การคุกคามทางเพศ” แต่กลับถดถอยอย่างมากในการแก้ไขมาตรา 281 เรื่องการข่มขืนในคู่สมรส (marital rape) ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งมาตรานี้ ไม่มี สส. พรรคใดคัดค้าน รวมถึงพรรคประชาชนด้วย

พปชร. เรียก กก.บห.ถกขอมติหนุน อนุทิน นั่งนายกฯ จ่อประชุมใหญ่ ตั้ง ‘ตรีนุช’ นั่งหัวหน้า

พปชร. เรียก กก.บห.ถกขอมติหนุน อนุทิน นั่งนายกฯ จ่อประชุมใหญ่ ตั้ง ‘ตรีนุช’ นั่งหัวหน้า

พปชร. เรียก กก.บห.ถกขอมติหนุน อนุทิน นั่งนายกฯ จ่อประชุมใหญ่ ตั้ง ‘ตรีนุช’ นั่งหัวหน้า

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.50 น.

“พปชร.” ถก กก.บห.24 ก.พ.นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ก่อนประชุมใหญ่ ก่อนถก ตั้ง “ตรีนุช”เป็นหน.พรรค คนต่อไป

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง ว่าที่ สส.สระแก้ว รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริการบริหารพรรค ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อขอมติที่ประชุมในการให้ 5 ว่าที่สส.พรรค สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้มีรายงานว่าในวันที่ 7 มี.ค.นี้ พรรคพปชร.จะประชุมพรรค เพื่อขอมติที่ประชุมแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เป็นหัวหน้าพรรคพปชร.ต่อไป

กกต. สวนกลับ ‘อภิสิทธิ์’ ยันบัตรประชามติปลอดภัยสูงสุด

กกต. สวนกลับ ‘อภิสิทธิ์’ ยันบัตรประชามติปลอดภัยสูงสุด

กกต. สวนกลับ ‘อภิสิทธิ์’ ยันบัตรประชามติปลอดภัยสูงสุด

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.10 น.

วันที่ 21 ก.พ.69 เวลา 12.42 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเสียงชี้แจงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นว่าบัตรออกเสียงประชามติไม่ปลอดภัย ยืนยันว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมาตรการป้องกันและเป็นไปตามกฎหมาย

โดยระบุว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ได้ให้ความเห็นว่า “บัตรประชามติ ไม่ปลอดภัย” นั้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงว่า ความเห็นดังกล่าวไม่เป็นความจริง

กกต.

ในบัตรออกเสียงประชามติมีการกำหนดรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียงประชามติ และมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ข้อ 68 วรรคสาม กำหนดให้ “คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรออกเสียงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียง” และที่สำคัญบัตรออกเสียงประชามติ เป็นหัวใจสำคัญที่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ใช้ในการลงคะแนนโดยตรงและลับ เพื่อเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่า หน้าที่ของเรา คือ ทำให้การออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งครั้งนี้ “สุจริต เที่ยงธรรม และเป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน”

กกต.
กกต.

อนุทิน เข้ากราบนมัสการ สมเด็จธงชัย ครบ 73 ปี ณ วัดไตรมิตรฯ

อนุทิน เข้ากราบนมัสการ สมเด็จธงชัย ครบ 73 ปี ณ วัดไตรมิตรฯ

อนุทิน เข้ากราบนมัสการ สมเด็จธงชัย ครบ 73 ปี ณ วัดไตรมิตรฯ

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.24 น.

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กทม. นาอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ากราบนมัสการ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 73 ปี 

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน

ข่าวดีส่งออก กรณ์ ฟันธง ภาษีทรัมป์ ใหม่ 10% ไทยได้อานิสงส์

ข่าวดีส่งออก กรณ์ ฟันธง ภาษีทรัมป์ ใหม่ 10% ไทยได้อานิสงส์

ข่าวดีส่งออก กรณ์ ฟันธง ภาษีทรัมป์ ใหม่ 10% ไทยได้อานิสงส์

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.04 น.

หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้กฎหมายใหม่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% จากทุกประเทศทั่วโลก แก้เกมศาลสูงที่ตัดสินคว่ำมาตราการภาษีไปเมื่อไม่กี่วันที่แล้วมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์วิเคราะห์ประเด็นร้อนแรงทางเศรษฐกิจระดับโลกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยที่ตอนแรกอาจต้องเจอหนักกว่านี้ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า ภาษีทรัมป์ใหม่ 10% ข่าวดีสำหรับการค้าไทย การค้าโลก

กรณ์ จาติกวณิช

หลังจากที่ศาลฎีกาของอเมริกาได้วินิจฉัยตีตก ’ภาษีทรัมป์’ ชุดเดิม เมื่อคืนนี้ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรา 122 กฎหมาย Trade Act 1974 แทนที่ โดยที่มีอัตราเดียวกันทุกประเทศในโลกที่ 10% ในอเมริกาเองก็จะต้องวุ่นวายประเด็นการคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า โดยคาดว่าอาจต้องคืนภาษีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท ส่วนประเทศอย่างไทยที่ยังเจรจาหาข้อสรุปอัตราเดิมที่ 19% ก็ดูเหมือนจะรอดตัว กลับกลายเป็นเสียเพียง 10% เท่ากับประเทศอื่นๆ และมาตรา 122 ตามกฎหมายนี้ ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีได้ชั่วคราวเท่านั้นคือ 150 วัน โดยข้อที่น่าสังเกตเพิ่มเติมคือตามกฎหมายนั้น อัตราสูงสุดที่กำหนดได้คือ 15% แต่ทรัมป์เลือกเก็บเพียง 10% จากทุกประเทศ ทำให้คิดได้ว่า ที่ทรัมป์ประกาศไปเมื่อคืนนี้เป็นเรื่องการรักษาหน้า มากกว่าเรื่องเจตนาเก็บภาษีจริงจัง และหากจะขยายเวลาจาก 150 วันต้องผ่านสภา Congress ซึ่งไม่ง่าย เพราะการตีความการใช้กฎหมายนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่เช่นกัน

การส่งออกไทยน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะทรัมป์ได้ยกเว้นหลายประเภทสินค้าเช่น อาหารที่เขาผลิตไม่ได้ electronics บางประเภท และแม้แต่รถกระบะบางชนิด แต่ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่การส่งออกเท่ากับอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนมาก การปล่อยสินเชื่อที่ตํ่ามาก และความเสี่ยงการชำระหนี้ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่วนในต่างประเทศวางใจไม่ได้ ทรัมป์อาจจะพยายามกู้หน้าด้วยการตัดสินใจสร้างสถานการณ์และตัดสินใจบางอย่างในกรณีความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งจะดีหากจบด้วยการตกลงเจรจา แต่จะแย่มากหากเป็นการใช้กำลังทหาร

กรณ์ จาติกวณิช

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ ยังเตือนว่าปัญหาใหญ่ของไทยจริง ๆ ไม่ใช่แค่การส่งออก แต่อยู่ที่กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนมาก รวมถึงความเสี่ยงเรื่องหนี้สิน และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทรัมป์อาจสร้างสถานการณ์เพื่อกู้หน้า ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป บรรดาผู้ติดตามและชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น ชื่นชมการสรุปข้อมูลที่เข้าใจง่าย และบ่นเสียดายอยากให้กลับมาบริหารเศรษฐกิจอีกครั้ง เช่น

“อดีตขุนคลังอันดับ1ของโลก อยากให้มาช่วยประเทศ”

“ขอบคุณคะ …สรุปมัดรวม อ่านได้เข้าใจคะ”

“คุณกรณ์ สรุปได้ชัดเจนมากครับ ไม่ผิดหวังเลยที่ติดตามผลงานและสนับสนุนคุณกรณ์ตลอด”

“อยากให้มีโอกาสมาพัฒนาประเทศมากค่ะ ถ้าต้องรออีก 4 ปีก็น่าเสียดายเวลามาก ๆ ค่ะ ยิ่งไวยิ่งดี คนที่ฐานะดีหน่อย ไม่เดือดร้อนคงยังไงก็ได้ แต่คนด้อยโอกาส ชาวบ้านก็น่าสงสารค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ.# กิจกรรม สร้างสรรค์ดี”

“รักปชปก็เพราะมีคนเก่งทั้งนั้นพวกเราจะสนับสนุนปชปตลอดไปถึงแม้นว่าตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนร่วมรัฐบาลก็ตามเราก็ยังมีความหวังที่จะเห็นปชปไปเป็นรัฐบาลอย่าหมดกำลังใจกันนะค่ะ”

“พี่ใหญ่ ต้องเบ่งกล้าม กร่างไว้ก่อนเสมอ ถ้าเกิด goverment shut down ซัก 1-2 เดือน ล้มละลาย ทั้งประเทศ”

กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Korn Chatikavanij 

พีระพันธุ์ ไขความลับ ทีมนินจา ทำงานต่อเนื่อง 3 รัฐบาล ปิดมหากาพย์เหมืองทองอัครา

พีระพันธุ์ ไขความลับ ทีมนินจา ทำงานต่อเนื่อง 3 รัฐบาล ปิดมหากาพย์เหมืองทองอัครา

พีระพันธุ์ ไขความลับ ทีมนินจา ทำงานต่อเนื่อง 3 รัฐบาล ปิดมหากาพย์เหมืองทองอัครา

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.00 น.

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงเบื้องหลังการเจรจาคลี่คลายคดีเหมืองทองอัครา ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทย กับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ที่ยืดเยื้อมานาน

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากการที่บริษัทคิงส์เกตฯ เข้าใจผิดว่าถูกรัฐบาลไทย “กลั่นแกล้ง” โดยการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 จากรัฐบาล คสช. สั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองทองคำ หลังมีกระแสคัดค้านจากภาคประชาชน ซึ่งความเป็นจริงแค่อำนาจปกติของอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ก็สามารถสั่งการได้อยู่แล้ว ซึ่งพอมาใช้ม.44 จึงกลายเป็นประเด็นที่บริษัทเข้าใจผิด และนำไปสู่การเป็นข้อพิพาทชั้นอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์

พีระพันธุ์

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงช่วงที่เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ ข้อเท็จจริงได้รับฟังไปครบแล้วและใกล้จะมีการชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ประเทศไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ปกติจะมีทีมทางการที่มีท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการอยู่แล้ว แต่เนื่องจากต้องมีการเจรจาทำความเข้าใจในเชิงลึกนอกรอบ จึงได้มีการขออนุมัติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตั้งชุด “ทีมนินจา” ขึ้นมาโดยมีตน กับ ศ.อธึก อัศวานันท์ , พล.ท.นิธิ จึงเจริญ (ตำแหน่งในขณะนั้น) และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาเจรจากับผู้แทนบริษัทอัคราฯ และบริษัทแม่ แจ้งข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาแกล้ง แต่เป็นเพียงความเข้าใจผิดในขั้นตอนการใช้อำนาจทางการปกครอง ส่วนคดีอาญาของทางบริษัท รัฐบาลไม่สามารถเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราก็พยายามชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการทำธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว

นายพีระพันธุ์ ระบุอีกว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคิงส์เกตฯ ที่ออสเตรเลียเชื่อมั่นและยอมรับแนวทางเดียวกันกับผู้บริหารในไทย ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันขอขยายเวลาคำชี้ขาดออกไปโดยไม่มีการคัดค้าน โดยต่อมาสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่ได้แต่งตั้งชุดเจรจาใหม่ 

พีระพันธุ์

ทั้งนี้ “ทีมนินจา” ยังคงช่วยประสานงานต่อมา จนสุดท้ายผู้ถือหุ้นยอมรับเงื่อนไขตามที่ฝ่ายบริหารเสนอ โดยไม่ต้องพึ่งพิงคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการ

บวรศักดิ์ ดีดปากชาวเน็ตถามเรื่องปรสิต โต้กลับนิ่มๆ มาจาก Spectre C รึเปล่า ?

บวรศักดิ์ ดีดปากชาวเน็ตถามเรื่องปรสิต โต้กลับนิ่มๆ มาจาก Spectre C รึเปล่า ?

บวรศักดิ์ ดีดปากชาวเน็ตถามเรื่องปรสิต โต้กลับนิ่มๆ มาจาก Spectre C รึเปล่า ?

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.00 น.

หลังจากที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ออกโรงสอนกูรู ชี้ ไม่มีประเทศไหนเลือกตั้งโมฆะ เพราะมีบาร์โค้ด อ่านข่าว www.naewna.com/politic/948351

งานนี้ก็มีคอมเมนต์จากชาวเน็ตจำนวนมาก โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นตอนโพสต์ดังกล่าวว่า ” ปรสิต (Parasite) คือสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการอาศัยและรับสารอาหารจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น (ที่เรียกว่า โฮสต์ หรือผู้ถูกอาศัย) โดยที่ปรสิตจะได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว ในขณะที่โฮสต์จะเสียประโยชน์หรืออาจได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ประเภทของปรสิตที่พบในมนุษย์ ท่านรู้ไหมครับปรสิคมีกี่ชนิด??? ” 

ด้าน นายบวรศักดิ์ ก็ได้เข้ามาตอบกลับทันควันว่า ” นี่มาจากSpctre C รึเปล่าน้า ”  แถมยังบอกอีกด้วยว่า ” พระพุทธเจ้าเคยถูกพราหมณ์ด่ามากมาย ท่านทรงนิ่ง พอด่าจบ ท่านถามพราหมณ์ว่า ถ้าเอาของมาให้ท่าน ท่านไม่รับ ของนั้นอยู่ที่ใคร comment ด่าแบบนี้ ผมไม่รับ ก็อยู่ที่คุณนั่นแหละ ” 

ทภ.2โต้สื่อเขมร ยันยับยั้งชั่งใจสูงสุดที่ช่องอานม้า เตือนข่าวปลอมกระทบชายแดน

ทภ.2โต้สื่อเขมร ยันยับยั้งชั่งใจสูงสุดที่ช่องอานม้า เตือนข่าวปลอมกระทบชายแดน

ทภ.2โต้สื่อเขมร ยันยับยั้งชั่งใจสูงสุดที่ช่องอานม้า เตือนข่าวปลอมกระทบชายแดน

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.48 น.

กองทัพภาค 2 แจงปม “ช่องอานม้า” ปัดใช้อาวุธปืนต่อทหารกัมพูชา ย้ำยึดกฎใช้กำลัง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เตือนเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผมกระทบชายแดน

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.69 กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวกล่าวอ้างว่าเกิดการใช้อาวุธปืนบริเวณพื้นที่ช่องอานม้า โดยยืนยันว่า ไม่ปรากฏการใช้อาวุธปืนต่อกำลังพลฝ่ายกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

หน่วยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ดำเนินการด้วยความยับยั้งชั่งใจ และยึดถือกลไกความร่วมมือชายแดนเป็นหลัก โดยปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์และรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันความพร้อมในการประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันอย่างโปร่งใส พร้อมเตือนว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และบรรยากาศความสงบในพื้นที่ชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว

สแกนความจริง อ ไชยันต์ กาง 3 เหตุผล กกต ติด QR Code บาร์โค้ด

สแกนความจริง อ ไชยันต์ กาง 3 เหตุผล กกต ติด QR Code บาร์โค้ด

สแกนความจริง อ ไชยันต์ กาง 3 เหตุผล กกต ติด QR Code บาร์โค้ด

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.16 น.

วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความทั้งหมด ว่า “ทำไมในปี 2569 กกต. จึงกำหนดให้มี QR code และ Bar code บนบัตรเลือกตั้ง ส.ส. ในประเทศไทย ?

ในการเลือกตั้งในปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมี Barcode (บนบัตรบัญชีรายชื่อ) และ QR Code (บนบัตรแบ่งเขต) โดยอ้างอิงอำนาจตาม ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ข้อ 129 ซึ่งระบุว่า กกต. สามารถกำหนดรหัสหรือเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

ไชยันต์ ไชยพร

เหตุผลหลักที่ กกต. นำมาใช้ชี้แจงมี 3 ด้านสำคัญ:

1. มาตรการรักษาความปลอดภัย (Security Feature)

• ป้องกันบัตรปลอม: รหัสเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน “รหัสประจำตัวบัตร” เพื่อยืนยันว่าเป็นบัตรที่จัดพิมพ์โดย กกต. จริง ป้องกันการพิมพ์บัตรเลียนแบบมาสวมสิทธิ

• เทคนิคการพิมพ์: กกต. ระบุว่าเป็นเทคนิคเฉพาะของโรงพิมพ์เพื่อใช้ควบคุมมาตรฐานการผลิตและป้องกันข้อผิดพลาดในขั้นตอนการพิมพ์

2. การบริหารจัดการและควบคุมจำนวนบัตร

• แก้ปัญหาบัตรเขย่ง: รหัสช่วยให้ กกต. ตรวจสอบได้ว่าในแต่ละเล่มมีบัตรครบ 20 ฉบับหรือไม่ และถูกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งใดบ้าง

• ป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต: หากมีการนำบัตรจากหน่วยหนึ่งไปใช้อีกหน่วยหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะสามารถสแกนรหัสเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ทันทีว่าบัตรใบนั้นเป็นของหน่วยใดและใครเป็นผู้รับผิดชอบ

3. การตรวจสอบความโปร่งใส (Traceability)

• ติดตามทุจริต: ใช้ในกรณีที่มีการร้องเรียนหรือเกิดเหตุผิดปกติ จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Trace) ได้ว่าบัตรล็อตนั้นๆ มีที่มาที่ไปอย่างไร
ทำไมถึงเป็นประเด็นร้อน?

แม้ กกต. จะยืนยันว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่มีข้อโต้แย้งสำคัญจากภาคประชาชนและนักวิชาการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

• การรันเลขแบบ Unique ID: บัตรเลือกตั้งปี 2569 ต่างจากปี 2566 ตรงที่ รหัสในแต่ละใบไม่ซ้ำกัน และรหัสนั้นไป “ตรงกับเลขบนต้นขั้วบัตร” ซึ่งมีชื่อและลายเซ็นของเราอยู่

• ความลับในการลงคะแนน: ฝ่ายคัดค้านมองว่าในทางเทคนิค หากใครมีทั้ง “บัตรที่กาแล้ว” และ “ต้นขั้ว” จะสามารถจับคู่ได้ทันทีว่าใครเลือกใคร ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็น “ความลับ”

ไชยันต์ ไชยพร

มีประชาชนบางส่วนกังวลว่า QR Code หรือ Barcode จะระบุได้ไหมว่า “เราเลือกใคร”?

• คำตอบคือ: ไม่ได้ครับ เพราะรหัสเหล่านี้มักจะอยู่ที่ “ต้นขั้วบัตร” (ซึ่งถูกเก็บไว้ที่หน่วย) หรือบน “หน้าซอง” (กรณีเลือกตั้งนอกเขต) แต่บน “ตัวบัตรเลือกตั้ง” ที่เรากากบาทและหย่อนลงหีบนั้น จะไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชนของผู้เลือก เพื่อรักษาความลับในการลงคะแนนตามกฎหมาย

เพราะตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติของ กกต. การ “แยกที่เก็บ” เพื่อรักษาความลับของการลงคะแนน มีกระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นทันทีหลังปิดหีบและนับคะแนนเสร็จ ดังนี้

1. การแยกส่วนประกอบ ณ หน่วยเลือกตั้ง

หลังจากการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ (กปน.) จะต้องคัดแยกเอกสารออกเป็นส่วนๆ ดังนี้

ส่วนที่ 1: บัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนแล้ว จะถูกมัดรวมและใส่กลับลงไปใน “หีบบัตรเลือกตั้ง” แล้วปิดผนึกด้วยสายรัดหรือสติกเกอร์ที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับ

ส่วนที่ 2: ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง (ที่มีรหัส Barcode/QR Code ตรงกับบัตร และมีรอยฉีก) จะถูกรวบรวมใส่ใน “ถุงเมล์” หรือซองแยกเฉพาะ ต่างหาก ไม่ได้ใส่รวมลงไปในกองบัตรที่ลงคะแนนแล้ว

ส่วนที่ 3: บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ที่มีรอยเซ็นหรือพิมพ์ลายนิ้วมือของเรา) จะถูกแยกใส่อีกซองหนึ่ง

2. สถานที่จัดเก็บ

เมื่อส่งมอบอุปกรณ์จากหน่วยเลือกตั้งไปยังศูนย์รวมคะแนน:

หีบบัตรเลือกตั้ง (ที่มีบัตรข้างใน): มักจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สถานที่ปลอดภัยประจำเขตเลือกตั้ง (เช่น ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขต) โดยมีการล็อกกุญแจและมีเจ้าหน้าที่/ตำรวจเฝ้า 24 ชั่วโมง
ต้นขั้วบัตรและบัญชีรายชื่อ: จะถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่ สำนักงาน กกต. จังหวัด หรือสถานที่ที่ กกต. กำหนด ซึ่งมักจะเป็นคนละห้องหรือคนละตึกกับที่เก็บหีบบัตร

3. การทำลายหรือตรวจสอบ

ตามกฎหมาย: เอกสารเหล่านี้จะถูกเก็บไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี (หรือจนกว่าคดีความจะสิ้นสุดหากมีการร้องเรียน)

การเข้าถึง:ไม่มีใครสามารถเดินเข้าไปเปิดหีบเพื่อเอาบัตรมาเทียบกับต้นขั้วได้ตามอำเภอใจการจะทำแบบนั้นได้ต้องมี มติจาก กกต. ชุดใหญ่ หรือ คำสั่งศาล ในกรณีที่มีการคัดค้านการเลือกตั้งเท่านั้น”

หลังจากโพสต์ของ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร เผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก เช่น

“ประชาชนทั่วไปคงจะเข้าใจได้ แต่ประชาชนส้มกับสื่อนักวิชาการส้ม จะไม่เข้าใจสิ่งนี้ ถ้าศาลบอกว่าไม่โมฆะก็จะบอกมีมือที่มองไม่เห็นรัฐพันลึก พนันกันได้เลยซื้อหวยไม่เคยถูกแต่ นี้ถูกแน่นอนฟันธง”

“กว่าจะดำเนินการอะไรออกมาผ่านการคิดมาแล้ว ไม่ใช่เล่นขายของ หลอกปั่นคนไปวันวัน ไม่งั้นติดคุกหัวโต”

“คำตอบคือ:ไม่ได้ครับ” มั่นใจได้ยังไงว่าไม่มีทางเข้าถึงต้นขั้วได้? มั่นใจได้ยังไงว่าจะไม่มีจนท.นำข้อมูลออกมา?”

“เอนเทอร์เทนเมนต์ไทย เพื่อ เจ้ามือ เท่านั้น..”

“คนเข้าถึง ช้อมูล มีเพียง กกต. เท่านั้น ไม่ใช่หรือ”

“เดียวนี้ อะไรอะไร โยนให้… สั่งการหมด…ไม่ได้สมองคิดกันเลย”

ไชยันต์ ไชยพร
ไชยันต์ ไชยพร
ไชยันต์ ไชยพร
ไชยันต์ ไชยพร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn