ดี้ นิติพงษ์ หนุน อ ไชยันต์ ลากตัวคนปล่อยข่าวเข้าคุก

ดี้ นิติพงษ์ หนุน อ ไชยันต์ ลากตัวคนปล่อยข่าวเข้าคุก

ดี้ นิติพงษ์ หนุน อ ไชยันต์ ลากตัวคนปล่อยข่าวเข้าคุก

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.50 น.

วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “อีกเรื่องหนึ่ง…รูปอาจไม่ชัดมาก แต่พอเห็นลางๆ….ที่จริงเคยมีคนส่งให้ดูมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว…ชัดกว่านี้ แต่ไม่ได้สนใจ นอกจากขำ…แล้วก็กดลบทิ้งไป…. ที่ตอนแรกขำ…ไม่รู้ว่าตัวเองไปอยู่ในรูปทำไม…แถมยังรูปแรกด้วย เป็นนักวิชาการด้วย…. ที่ตอนแรกขำ…คือต้องถามรุ่นน้องว่า io มันย่อมาจากอะไรวะ แล้วต้องทำตัวยังไงเหรอ ถึงจะได้เป็น… แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่รู้ว่ามันมีที่มาที่ไปยังไงจากไหน นึกว่าเด็กๆ บางกลุ่ม เล่นโซเชี่ยลแบบมีจินตนาการ แล้วก็ทำขึ้นมาแบบเด็กๆ โจมตีผู้คนที่ตัวเองไม่ชอบ ว่าเป็นโง้นเป็นงี้ ให้ดูน่าเชื่อถือกันเองแบบเด็กๆ ที่บังเอิญทำอินโฟกราฟฟิกแล้วดูน่าสนใจ…

อ้าว….วันนี้ เพิ่งรู้ว่า ใครจะทำก็ไม่รู้แหละ แต่คนเอามาเผยแพร่คือ นายรังสิมันต์ โรม เพราะอาจารย์ไชยันต์ ไชยพร แกถามหาหลักฐานต่อนายคนนี้โดยตรง แล้วนายคนนี้เงียบ…เหมือนทุกครั้งที่พูดให้คนเสียหายก่อน แล้วเงียบ…ไปพูดเรื่องอื่นต่อ.. ฉันอาจจะเป็นคนแรกหัวแถวของฝ่ายวิชาการ ด้วยเหตุอะไรไม่รู้…กูเป็นนักวิชาการแต่ปางไหน….พิมพ์ไปยังหัวเราะอยู่เลย….แต่คนที่ถูกวงสีเขียวไว้ ว่าสั่งได้ให้เขียนตามใบสัี่ง คงไม่ขำ….เพราะชื่อเสียงเสียหายหนักกว่ามาก… คนรุ่นไหน รุ่นใหม่รุ่นเก่า เจนไหนก็ได้ ถ้าทัศนคติดี ไม่แฝงชั่ว ก็ดีทั้งนั้น…คบได้….แต่ดูเหมือนคนชั่วรุ่นเก่า จะสู้คนชั่วรุ่นใหม่ไม่ได้ก็ตรงเทคโนโลยี่นี่แหละ…. แล้วคนชั่วรุ่นใหม่นี่แหละ…น่ากลัวและซับซ้อน ชั้นเชิงมากกว่ามาก….

ดี้ นิติพงษ์

ช่วงนี้ เบื่อข่าว เพราะมีแต่แค่ข่าวพรรคไหนจะมารวมกันกี่เสียงตั้งรัฐบาล…ข่าวนับบัตรใหม่ไหม ข่าวคนเถียงกันเรื่องบาร์โค้ด ลับไม่ลับ จะโมฆะไหม….หาเรื่องกันไปเรื่อย ไม่ยอมจบ ทุกวันนี้…ฉันยังสงสัยไม่หายเลยว่า….คนแบบไหนกันหนอ ที่อยากสมัครมาเป็น กกต. ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า จะไม่มีฝ่ายไหนรักเขาเลยในสังคม มักจะพูดกันถึงเรื่องจะเลือกทางนิติศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์ ซึ่งเถียงกันโลกแตกก็ไม่จบ….ฉันหวังว่า เรื่อง บาร์โค้ดบ้าๆบอๆ อะไรนี่ จะไปถึงจุดยุติ..ที่กระบวนการยุติธรรม….ไม่หวังเรื่องสามัญสำนึกละ..เพราะทุกคนมีสามัญสำนึกคนละอัน…

ปล่อยเรื่องพวกนั้นให้จบที่ศาล…แล้วบ้านเมืองจะได้สงบเดินหน้า…กลับมาที่ภาพนี้…ฉันเป็นไอโอ….หลายคนเป็นไอโอที่สั่งได้อีก… เออ…ไอโอที่สั่งไม่ได้ กับสั่งได้ มันต่างกันยังไงเหรอ…. ก็กูเขียนเพราะกูรู้สึกแบบนั้นในฐานะประชาชนคนหนึ่งตลอดมา….ก็โดนแต่งตั้งให้เป็นไอโอ…. ทหารก็น้องๆฉันหมดแล้ว…ต่อให้เป็น ผบ.อะไรจากไหน มันก็ยกมือไหว้ฉันก่อน ดูเขาจะเกรงใจฉันว่าเป็นนักแต่งเพลงแก่ๆ แล้ว จะกล้ามาสั่งอะไรฉันจากนี้….ฉันขอเดินตามอาจารย์ไชยันต์ ให้ไปขุดให้ได้ ว่าไอ้รูปนี้มาจากไหน….ใครทำ และที่สำคัญคือ ใครเป็นตัวดีที่เอามาแพร่และชี้นำ… เอาคนชั่วรุ่นใหม่มาเข้าระบบยุติธรรมสักทีเถอะอาจารย์….ผมเอาด้วย…”

ดี้ นิติพงษ์

หลังจากโพสต์ของ ดี้ นิติพงษ์ เผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก เช่น

“ขอบคุณมากครับ พี่”

“ผมก็งง. พี่ดี้เป็น io ทหารตั้งแต่เมื่อไร . รู้แต่ว่าเป็นหนึ่งในวงเฉลียง”

“สวัสดีค่ะท่่านอาจารย์”

“แนวคิดสุดจัด สร้างความแตกแยก แล้วปกครอง สมัยก่อน รุ่นสีแดง คนในชุมชนแบ่งสี แบ่งฝ่าย มาสีส้มหนักมาก แบ่งแยกครอบครัว ล้างสมองสร้างความเชื่อด้วยชุดข้อมูลผิดๆ แยกลูกออกจากพ่อแม่”

“จัดไป แบบจริงจัง จิกอย่าปล่อย เอาให้สุดๆไปเลย เป็นแรงเชียร์และเป็นกำลังใจให้ค่ะ”

“อ่านที่พี่พิมก็ขำตามเหมือนเพลงที่พี่เขียนร้องไห้ตามได้.. พี่เหมาะกับนักแต่งเพลงเป็นที่สุด ตำแหน่งที่มันให้ไม่เหมาะสมนะ พี่ควรอยู่ในตำแหน่งไอ้ปิยะบุตรที่กล่อมเด็กๆแทน…พี่เหมาะสมและควรทำเป็นที่สุดแต่จะไหวมั้ยเด็กๆมันเสียไปเกือบหมดแล้ว (ความคิดผิดพลาดประการใดกระทบกับใจใครขออภัยด้วยนะคะ)”

“จากนักแต่งเพลง นักร้อง พี่ดี้ได้เป็นนักวิชาการแล้วค่ะ”

ดี้ นิติพงษ์
ดี้ นิติพงษ์
ดี้ นิติพงษ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Nitipong Honark 

นักวิชาการ มธ เตือน วิกฤต สมาคมฌาปนกิจ เสี่ยงล้มเป็นโดมิโน หลังประชากรเกิดน้อย

นักวิชาการ มธ เตือน วิกฤต สมาคมฌาปนกิจ เสี่ยงล้มเป็นโดมิโน หลังประชากรเกิดน้อย

นักวิชาการ มธ เตือน วิกฤต สมาคมฌาปนกิจ เสี่ยงล้มเป็นโดมิโน หลังประชากรเกิดน้อย

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.33 น.

รศ. ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ภายหลังมีการสั่งยุบเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ 10 แห่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ทั้งหมด 3,839 แห่ง จะยุบเลิกเป็นโดมิโนต่อ ๆ กัน เนื่องจาก 1. สมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งอื่นๆ เกิดความตื่นตระหนก หรือรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าจนไม่ส่งเงินต่อ 2. ประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนหรือเงินของสมาชิกแต่ละแห่ง 3. โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจากอัตราเด็กเกิดน้อย และการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์

นักวิชาการ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ยังอยู่ต่อไปได้ และเป็นรูปแบบสวัสดิการที่ยังมีความสำคัญกับประเทศไทยด้วย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีสวัสดิการอยู่ 3 ระดับ คือ 1. การซื้อด้วยเงินของตัวเอง 2. สวัสดิการที่รัฐจัดมาบริการให้ 3. สวัสดิการชุมชน ซึ่งในส่วนของสวัสดิการชุมชนนั้นจะเป็นส่วนที่จะรองรับคนที่ตกหล่นจาก 2 ระดับแรกไว้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือการปรับรูปแบบการบริหารจัดการให้สอดรับกับสภาพสังคมและความเป็นจริง

“ในเรื่องความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหาร พบว่าบางแห่งมีการสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นการออมเงิน จนมีประชาชนเข้าใจผิดคิดว่ามีดอกเบี้ย หรือพบผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้เงินกองทุนสุ่มเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) หรือการนำเงินของสมาชิกไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ บางแห่งไม่ได้มีการกันเงินสำรองไว้ (Buffer) สำหรับกรณีฉุกเฉินที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่ปัจจุบันอัตราการเกิดน้อยที่ต่ำ วัยแรงงานและประชากรลดน้อยลง จำนวนผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่การเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้ประชากรมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่จะเกิดการยุบเลิกเป็นโดมิโนต่อ ๆ กัน” รศ. ดร.อัจฉรา กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ มีด้วยกันอย่างน้อย 2 ประเด็น คือ 1. ภาครัฐต้องมีการตั้งองค์กรอิสระ เพื่อกำกับควบคุมการบริหารจัดการสมาคมให้มีมาตรฐาน และมีธรรมมาภิบาล ผ่านการออกกฎหมาย หรือประกาศออกมา เหมือนกับกรณีของประกันชีวิตที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีการออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เช่น จะต้องมีทุนสำรองจำนวนเท่าไหร่ หรือมีการกันเงินขนาดไหน มีการคาดการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอีก 20 – 30 ปีข้างหน้า ฯลฯ 

ทั้งนี้ องค์กรอิสระดังกล่าวอาจมีการสร้างตัวชี้วัด (indicator) ในการตรวจวัดสถานะและประสิทธิภาพการบริหารของกองทุน หรือสมาคมฌาปนกิจฯ จากนั้นก็ให้การรับรองว่าอยู่ในระดับไหน พร้อมกับทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเหล่านั้น เพื่อให้สมาชิกได้รับรู้สถานะของกองทุน หรือคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกได้มีความมั่นใจ รวมถึงหากมีระดับที่น่าเป็นห่วงก็มีการแนะนำในการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับบริษัทประกันที่มีระดับ A หรือระดับ AA

นักวิชาการ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

2. รัฐควรสนับสนุนให้เกิดการสร้างเครือข่ายระหว่างสมาคม หรือกองทุนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการประสานงานทรัพยากรกับเครือข่ายอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะบางพื้นที่มีจำนวนสมาชิกไม่มาก ทำให้การบริหารอาจจะต้องทำรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะมีเงินไม่เพียงพอในการบริหารจัดการ ซึ่งการสร้างเครือข่ายยังจะช่วยเพิ่มกลไกในการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างกันได้ด้วยอีกส่วน

นั่นเพราะ ที่ผ่านมาระบบเหล่านี้ทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silo) เพราะท้องถิ่นก็จะขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ส่วนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ขึ้นกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และไม่เคยคุยหรือประสานงานกัน เพื่อที่ส่วนหนึ่งจะได้รู้ด้วยว่าปัญหาในพื้นที่จริงๆ คืออะไร และนำไปสู่การแก้ไข หรือหาทางออกร่วมกันให้กับพื้นที่ 

“สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีการสั่งยุบเลิกไป 10 แห่งตามข่าวนั้น ตามกฎหมายแล้วตัวเงินสามารถคืนให้กับสมาชิกได้ แต่ไม่ใช่ในรูปแบบการเฉลี่ยจ่ายให้ แต่จะเป็นการโอนให้กับสมาคม หรือกองทุนอื่นๆ เพื่อให้ดำเนินการต่อแทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่สมาคมที่เป็นสมาชิกด้วยว่ามีการเก็บเงินแบบไหน เช่น เก็บเงินเฉพาะเมื่อมีผู้เสียชีวิตเป็นรายครั้งแบบไม่มีการกันเงินเอาไว้ กรณีนี้จะไม่สามารถรับเงินคืนได้ แต่ยังสามารถไปสมัครเป็นสมาชิกอื่นๆ ได้อยู่” รศ. ดร.อัจฉรา กล่าว

ไทยสร้างไทย สวน ไอติม ร่วมรัฐบาลไม่เสียจุดยืนปราบโกง

ไทยสร้างไทย สวน ไอติม ร่วมรัฐบาลไม่เสียจุดยืนปราบโกง

ไทยสร้างไทย สวน ไอติม ร่วมรัฐบาลไม่เสียจุดยืนปราบโกง

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.58 น.

นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม โฆษกพรรคประชาชน ออกมาตั้งคำถามถึงแนวทางการต่อสู้เพื่อนโยบายของไทยสร้างไทยด้านการปราบโกงรวมถึงกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นการคืนอำนาจให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็น สิ่งที่พรรคไทยสร้างไทยได้นำเสนอและประกาศเป็นนโยบายหลักมาโดยตลอด และพยายามผลักดันตั้งแต่สภาชุดที่แล้วในรูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ดังนั้นต่อคำถามที่ว่าพรรคไทยสร้างไทยจะยืนหยัดการผลักดันการปราบโกงหรือไม่ ตนเองขอยืนยันได้ว่าถ้าได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยไม่ยึดติดคำว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร่างกฏหมายที่พรรคไทยสร้างไทยเตรียมไว้ ก็จะสามารถเข้าสู่สภาได้เพราะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส.ให้ครบจำนวน

โฆษกไทยสร้างไทยชี้ว่า แม้ที่ผ่านมาพรรคไทยสร้างไทยจะเคยพยายามขอความร่วมมือและขอความสนับสนุนจากหลายฝ่ายรวมถึงเพื่อนร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน (ก้าวไกลเดิม) มาแล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรในสภาชุดที่แล้ว แต่ครั้งนีในช่วงการหาเสียงที่ผ่านมาตนเองได้พบกับคุณพริษฐ์ในหลายเวที และได้รับการยืนยันจากทางพรรคประชาชนว่าจะร่วมผลักดันแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราควบคู่ไปกับการทำฉบับใหม่ที่ใช้เวลาอีกพักหนึ่ง จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกพรรคจะร่วมกันผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้กับคอรัปชันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ โดยไม่ยึดติดคำว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทั้งนี้โฆษกไทยสร้างไทยย้ำว่า ตนเองขอแสดงความเห็นอย่างจริงใจว่า อย่าชี้นำว่าการที่ไทยสร้างไทยได้รับคำเชิญให้ร่วมสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากภูมิใจไทย จะเป็นการเสียจุดยืนด้านการปราบโกงเพราะความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น และถือเป็นการด้อยคุณค่าพรรคการเมืองที่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดด้วยไมตรี ซี่งตนมั่นใจว่าเป็นเพียงการตั้งคำถามด้วยความห่วงใยจากคุณพริษฐ์ที่มีต่อทางพรรคไทยสร้างไทยเท่านั้น จึงถือโอกาสนี้สร้างความมั่นใจให้กับทางคุณพริษฐ์อีกครั้ง

ปริเยศ

อนึ่ง ในการนำเสนอการแก้ไขแบบรายมาตราในขณะนั้นไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรเนื่องจากรูปแบบการผลักดันของพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้นเน้นการแก้แบบทั้งฉบับ โดยไทยสร้างไทยพยายามชี้ว่าการแก้ไขรายมาตราสามารถทำควบคู่กันได้ แต่ด้วยจำนวนเสียงไม่เพียงพอในการนำเสนอร่างจึงไม่สามารถผลักดันต่อได้

ธนกร เผย อนุทิน คีย์แมนสำคัญ ปิดฉากมหากาพย์เหมืองทองอัครา

ธนกร เผย อนุทิน คีย์แมนสำคัญ ปิดฉากมหากาพย์เหมืองทองอัครา

ธนกร เผย อนุทิน คีย์แมนสำคัญ ปิดฉากมหากาพย์เหมืองทองอัครา

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.36 น.

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จในการระงับข้อพิพาทกรณีเหมืองทองคำอัคราว่า แม้ในช่วงปี 2563 จะมีการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เพิ่มเข้ามาเป็นกรรมการเพิ่มเติมเพื่อดูแลเรื่องคดีเหมืองทองในขณะนั้น จากนั้นบทบาทของคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็สิ้นสภาพลงไปตามวาระของรัฐบาลในเดือนสิงหาคม 2566 จนกระทั่งเข้าสู่เดือนพฤษภาคม 2568 จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานระงับข้อพิพาทด้านการลงทุนกรณีเหมืองทองอัคราขึ้นมาใหม่ โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะทำงานฯ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความพยายามเชื่อมโยงว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากนายพีระพันธุ์ที่เดินเกมคู่ขนานไปด้วย นายธนกร กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การยุติข้อพิพาทในครั้งนี้ เป็นผลจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ตน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วางกลยุทธ์การต่อสู้คดีอย่างเป็นระบบ จึงมอบหมายให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะทำงานฯ บูรณาการการทำงานร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายอย่างใกล้ชิด มีการแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งของประเทศไทยในเวทีสากลว่า ไทยพร้อมเต็มที่ในการต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการจนถึงที่สุด ควบคู่กับการเจรจาอย่างฉันมิตร ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ การเจรจานั้นจะต้องยึดหลักกฎหมาย และต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่สร้างภาระให้กับประเทศไทยโดยเด็ดขาด ดังนั้น การส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไทยไม่หวั่นเกรงหากต้องสู้คดีให้จบในชั้นอนุญาโตตุลาการ โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญก่อนการออกคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่ทำให้คู่กรณีเล็งเห็นว่า การยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ธนกร

“การยุติปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปีได้สำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมของคณะทำงานชุดปัจจุบัน ภายใต้นโยบายของผม และการทำงานอย่างต่อเนื่องของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมทุกคน ที่ใช้กลยุทธ์การเจรจาเชิงรุก ภายใต้การรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง จึงรักษาภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของประเทศ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน จนสามารถยุติคดีลงได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างการเจรจานั้น ผมยังได้ขอคำแนะนำจากทีมที่ปรึกษาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มาโดยตลอดอีกด้วย และเมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ขอบคุณและชื่นชมการทำงานของคณะทำงานชุดนี้อีกด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย

อนุทินเยือนเพชรบุรี เปิดงานพระนครคีรีฯ ชมโขนกรมศิลป์-ลิ้มรสเมนูเมืองสามรส ชมพลุสุดอลังการ

อนุทินเยือนเพชรบุรี เปิดงานพระนครคีรีฯ ชมโขนกรมศิลป์-ลิ้มรสเมนูเมืองสามรส ชมพลุสุดอลังการ

อนุทินเยือนเพชรบุรี เปิดงานพระนครคีรีฯ ชมโขนกรมศิลป์-ลิ้มรสเมนูเมืองสามรส ชมพลุสุดอลังการ

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.53 น.

วิมานฟ้าอัญมณีแห่งสยาม! เปิดฉากงานพระนครคีรี ครั้งที่ 39 ตระการตาขบวนแห่ 8 อำเภอ-พลุกว่า 5,000 นัด นายอนุทิน เตรียมเปิดงานวันนี้ 19.00 น.

โดยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น ณ บริเวณด้านหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี เต็มไปด้วยความคึกคัก ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี, รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ, หัวหน้าส่วนราชการ, ศาล, ทหาร และตำรวจ  ร่วมรับชมความงดงามของริ้วขบวนแห่เทิดพระเกียรติและส่งเสริมการท่องเที่ยวจากทั้ง 8 อำเภอ ที่จัดเต็มทั้งความวิจิตรตระการตาและอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่ เคลื่อนขบวนควบคู่ไปกับความสง่างามของวงโยธวาทิตจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ในจังหวัดเพชรบุรี ภายในงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม”

ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า “ปีนี้เรามีแคมเปญพิเศษ ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ‘นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย’ มาเที่ยวงานฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปลุกประวัติศาสตร์ให้มีชีวิตอีกครั้ง ท่ามกลางแสง สี และพลุสุดอลังการ ที่จะเนรมิตให้งานนี้กลายเป็นอัญมณีที่มีชีวิตของชาวเพชรบุรี”

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้ขึ้นเวทีเพื่อเป็นประธานในการมอบโล่ขอบคุณให้แก่ผู้สนับสนุนการจัดงานจำนวน 4 หน่วยงาน และมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดขบวนแห่ให้แก่อำเภอแก่งกระจาน  รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 คืออำเภอบ้านลาด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่อำเถอบ้านแหลม และรางวัลชมเชยให้แก่อำเภอต่างๆ  ก่อนจะเดินเยี่ยมชมกิจกรรมและนิทรรศการภายในบริเวณงาน

สำหรับงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในที่ 21 ก.พ. 69 พร้อมชมการจุดพลุเฉลิมฉลองสุดอลังการกว่า 1,350 นัด สว่างไสวทั่ววิมานฟ้าพระนครคีรี (และจะมีการจุดพลุทุกคืน รวมกว่า 5,000 นัดตลอดงาน) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39  เวลา 19.00 น.   

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมยาก, งานสาธิตสกุลช่างเมืองเพชร, กิจกรรม “เพชรบุรีเมืองอาหาร จาก Local สู่ เลอค่า”, เชฟเทเบิ้ล และการแสดงแสง สี เสียง (Mini Light and Sounds) ส่วนกิจกรรมอุทยาน ร.4 (ด้านล่าง): นิทรรศการโครงการพระราชดำริ, การแสดงโขนจากกรมศิลปากรสุดยิ่งใหญ่กว่า 120 ชีวิต, อิ่มอร่อยกับเมนูอาหาร “สามรส” (เปรี้ยว หวาน เค็ม) เอกลักษณ์เมืองเพชร, มหกรรมมอเตอร์โชว์ และการออกร้านสินค้า OTOP พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ รถกระบะ Toyota Hilux Revo Double Cab, รถจักรยานยนต์ และทองคำ ในราคาใบละ 100 บาท (หมุนวงล้อออกรางวัล 1 มี.ค. 69 เวลา 18.30 น.)

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ในงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี (เขาวัง) และพื้นที่โดยรอบ

‘ชาญชัย’ตามเขย่ากกต. คุก/ชดใช้8พันล. บาร์โค้ดพาคอพาดเขียง ละเมิดสิทธิ์ปชช.ขัดรธน.

‘ชาญชัย’ตามเขย่ากกต. คุก/ชดใช้8พันล. บาร์โค้ดพาคอพาดเขียง ละเมิดสิทธิ์ปชช.ขัดรธน.

‘ชาญชัย’ตามเขย่ากกต. คุก/ชดใช้8พันล. บาร์โค้ดพาคอพาดเขียง ละเมิดสิทธิ์ปชช.ขัดรธน.

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ชาญชัย’ตามเขย่ากกต. คุก/ชดใช้8พันล. บาร์โค้ดพาคอพาดเขียง ละเมิดสิทธิ์ปชช.ขัดรธน. ‘เต้’แนะจัดเลือกตั้งใหม่ ‘สุขุม’แทงสวนไม่โมฆะ

“ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” ยื่น “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ส่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” เอาผิด กกต.ชี้ปมบาร์โค้ดทำกกต.คอพาดเขียง รอลุ้นคุก/ชดใช้หนี้ 8 พันล้าน ด้าน “เต้-มงคลกิตติ์” แนะประกาศเป็นโมฆะแล้วจัดหย่อนบัตรใหม่ ขณะที่ “สุขุม นวลสกุล” แทงสวนเลือกตั้งไม่โมฆะเพราะก.ม.ไม่เปิดช่องให้เข้าถึงบัตรเลือกตั้งโดยตรง หากมีผู้พยายามดำเนินการดังกล่าว จะเข้าข่ายผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการดำเนินการของกกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร 2568 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก กกต.มีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส

นายชาญชัย กล่าวว่า ตนมายื่นในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิเพราะการทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งของกกต.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่กำหนดให้การลคะแนนเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ ขณะเดียวกันยังขัดพ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ที่กำหนดห้ามไม่ให้มีการทำเครื่องหมายที่เป็นที่สังเกตไว้บนบัตรเลือกตั้ง จึงมายื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากภายใน 60 วัน ผู้ตรวจการฯ ยังไม่ดำเนินการ ประชาชนก็สามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าเป็นการทุจริตการเลือกตั้งเหมือนในอดีตที่ตนเคยจับได้เมื่อปี 2554 แม้ว่าบัตรเลือกตั้งไม่มีบาร์โค้ด แต่กรรมการประจำหน่วยเป็นคนเอาบัตรไปกาให้ ส่วนของปีนี้เป็นเรื่องของการมีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่าผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนให้กับผู้ใด ทั้งๆ ที่ตัวอย่างบัตรที่ส่งให้ประชาชนตามหนังสือแจ้งเจ้าบบานก็ไม่มีบาร์โค้ด แต่บัตรที่ใช้จริงกลับมีบาร์โค้ดถือเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนทั้งประเทศ สำหรับหลักฐานที่นำมาให้ผู้ตรวจการฯ มีเยอะมาก และจะมีการเปิดเผยอีกชุดใหญ่

ลุ้นคุก/ชดใช้8พันล้าน

“วันนี้หลักฐานปรากฏชัด รู้หมดเลยว่า ไปกาให้ใคร ทั้งที่ในกฎหมายห้ามไม่ให้ทำสัญลักษณ์ในบัตร และให้การลงคะแนนเป็นความลับ ห้ามไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าเราไปใช้สิทธิกาให้ใคร ซึ่งเป็นเอกสิทธิของเรา แต่ถูกกกต.ปู้ยี่ปู้ยำ กกต.จะอ้างว่า บริษัทเป็นคนทำ ถ้าเป็นอย่างนั้น กกต.จ้างเขาพิมพ์บัตรและเขาพิมพ์เกินมา คุณต้องบอกว่าใช้ไม่ได้ เพราะมันละเมิดและผิดกฎหมาย ตอนนี้กกต.มีอยู่ 2 อย่างคือ ติดคุก กับชดใช้ 8 พันล้านบาท ถ้าจะให้เลือกตั้งใหม่ก็ต้องให้กกต.ชดใช้ทั้งทางอาญาและแพ่ง ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งใหม่แล้วเอาเงินภาษีเราไปผลาญเล่น กกต.ต้องรับผิดชอบ เพราะคุณมีอำนาจหน้าที่ คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำผิด นี่คือสิ่งที่ผมมายื่น และคดีญาญา แพ่งจะตามมาแน่นอน” นายชาญชัย กล่าว

ย้ำหลักฐานชัดเจนหมด

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า บางคนบอกว่า การจะรู้ได้ต้องรอให้ศาลสั่ง แต่จริงๆ ไม่ใช่ ศาลสั่งหรือกกต.ก็รู้ไม่ได้ว่ากาให้ใคร เพราะกฎหมายห้ามเลย สมมติว่าตอนนี้เกิดเรื่องแล้วศาลสั่งเรียกเอกสารก็จะทำให้รู้หมดเลย เพราะคุณไปทำสัญลักษณ์ไว้ เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก หลักฐานมีอยู่ 3 ใบเท่านั้นเอง ซึ่งตนมีหลักฐานหมด แล้วใครที่บอกว่า “ไม่ใช่” เดี๋ยวตนจะขนหลักฐานมาเรียงให้ดู เรื่องนี้ไม่มีอะไรยาก เราให้ความรู้กับประชาชน ประชาชนก็จะได้เรียนรู้ว่าสิทธิของตัวเองถูกกระทำโดยขัดรัฐธรรมนูญ และก่อให้เกิดความเสียหาย และอันตราย บางคนไปรับเงิน รับรองก็อันตราย เพราะรู้เลยง่าไม่ได้กาบัตรให้เขา แล้วเรื่องเลือกตั้งนี้จะมีการทุจริตตามมาอีก ครั้งนี้เอาให้สะอาดเสียที อย่าให้มีโจรมาร มาปกครองบ้านเมือง ขอให้คุณธรรมกลับมา ตนไม่มีอะไร ต้องการแค่ระบบคุณธรรม ความถูกต้องกฎหมายเป็นกฎหมาย จึงต้องเอาความจริงมาเปิดเผยให้ประชาชน

เมื่อถามว่า กกต.ต้องระงับการประกาศรับรองผลก่อนหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า สุดแล้วแต่กกต. จะทำอะไรก็แล้วแต่กกต. จะเอาคอขึ้นเขียงแบบไหน หรือจะเอาตัวรอดแบบไหน ตนก็ยังมองไม่ออก ในเมื่อกกต.ทำผิด ก็ต้องรับกรรม กรรมจะตามมาเช็คบิลคนที่ทำผิด ตนบอกแล้วว่า จะลุกขึ้นมาในวันที่มีคนทำให้บ้านเมืองเสียหาย แล้ววันนี้ก็มีคนทำให้บ้านเมืองเสียหายมากจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้นเอง

สมชัยชี้5เส้นทางวิบาก กกต.!

นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า End of the walk way สิ้นสุดทางเลื่อน คดีความที่ กกต.ถูกร้อง ตอนนี้มีอย่างน้อย 5 เส้นทาง ในแต่ละเส้นทางมีจุดสิ้นสุดได้อย่างไรบ้าง

1. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาจไม่รับคำร้อง หรือรับแล้ววินิจฉัยว่า การเลือกตั้งยังเป็นความลับ หรือ อาจวินิจฉัยในทางตรงข้าม ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะขัดรัฐธรรมนูญ โอกาสขณะนี้ 25% เพราะยังไม่เข้าสู่กระบวนการ เรื่องยังอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่หากผ่านผู้ตรวจการ โอกาสจะเพิ่มเป็น 50%

2. ศาลปกครอง ให้ระงับยับยั้งการกระทำ เช่น ยังไม่ประกาศผล หรือให้ทำลายบัตร น่าจะเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

3. ศาลอาญาทุจริต กรณี ประพฤติมิชอบ ม.157 อาจใช้เวลาหลายปี แต่จบด้วยโทษทางอาญา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหากบอกว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญจะเป็นคุณ แต่หากบอกว่าขัด คดี 157 จะมีน้ำหนักในด้านโทษที่ตามมา

4. ปปช. ร้องในเรื่องจริยธรรมของ กกต. และการประพฤติมิชอบ มีการกระทำขัดกับกฎหมาย ใช้เวลาเกินกว่า 1 ปีในขั้น ปปช. หากผิดต้องส่งศาลฎีกาต่อ หากศาลฎีกาบอกว่าผิด ต้องพ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมือง

5. คณะกรรมการ PDPC ร้องประเด็นการปล่อยปละให้ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏต่อสาธารณะ สั่งให้หยุดการกระทำ และมีโทษปรับค่อนข้างแพง เช่น ในอดีต กกต.เคยทำข้อมูลผู้สมัคร สว.หลุดเป็นชุด มีผู้ร้องแค่รายเดียว กกต.โดนปรับไป 350,000 บาท

รวมทั้ง 5 เส้นทาง คาดว่าตอนนี้น่าจะมีผู้ร้องมากกว่า 40 รายแล้ว น่าจะเป็น กกต.ชุดที่มีคดีร้อง กกต. ในไม่กี่วันหลังเลือกตั้งสูงสุด

“สุขุม”แทงสวนไม่โมฆะ

รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงความเห็นกรณีมีความพยายามยื่นคำร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ หลังพบประเด็น QR Code บนบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจเชื่อมโยงถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ว่า ผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิ์ตรวจสอบตามกฎหมาย แต่เชื่อว่าจะไม่ถึงขั้นให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือจัดเลือกตั้งใหม่อย่างที่หลายฝ่ายกังวล

รศ.สุขุม ระบุว่า การย้อนตรวจสอบจากบัตรกลับไปหาผู้ลงคะแนน “ในทางทฤษฎีอาจทำได้” แต่ในทางปฏิบัติทำได้ยากมาก เนื่องจากกระบวนการเลือกตั้งไม่เปิดช่องให้เข้าถึงบัตรเลือกตั้งโดยตรง และหากมีผู้พยายามดำเนินการดังกล่าวก็จะเข้าข่ายผิดกฎหมาย

กม.ไม่เปิดให้เข้าถึงบัตร

“กฎหมายไม่ได้เปิดให้เข้าถึงบัตร การตามหาคนกาจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้จริง เรื่องนี้จบในกระบวนการอยู่แล้ว” รศ.สุขุม กล่าว

พร้อมกันนี้เห็นว่า การยื่นร้องเรียนหรือขอให้นับคะแนนใหม่เป็นสิทธิของประชาชน หากมีข้อสงสัยก็สามารถดำเนินการได้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถูกถามถึงข้อสงสัยว่ากระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นความผิดพลาดหรือมีการทุจริต รศ.สุขุม ยืนยันว่า ไม่มีการโกง เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่จำนวนมหาศาล

“ถ้ามีการโกงจริง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยต้องออกมาเปิดเผยแล้ว เพราะไม่สามารถควบคุมคนจำนวนมากได้ทั้งหมด” รศ.สุขุม กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าความผิดพลาดทางเทคนิคสามารถเกิดขึ้นได้ โดย กกต.จำเป็นต้องเร่งชี้แจงข้อสงสัยของสังคมให้ชัดเจนและรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาอาจสื่อสารล่าช้าและเน้นการปกป้องตนเอง จนทำให้เกิดความคลางแคลงใจในสังคม

“เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นบทเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงการสื่อสารและการทำงานในอนาคต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง”

“เต้”แนะจัดเลือกตั้งใหม่

ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ เข้ายื่นหนังสือเพิ่มเติมถึง กกต. โดยนายมงคลกิตติ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ตนได้มายื่นให้มีการตรวจสอบไว้ก่อนหน้านี้ ว่าการเลือกตั้งสามารถตรวจเช็คย้อนไปถึงต้นขั้วได้หรือไม่ ซึ่งนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ตอบว่าไม่มีใครตรวจสอบได้ นอกจาก กกต.และ กปน. แต่นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า หลักการคือต้องไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นจึงขัดรัฐธรรมนูญ ตนก็รอผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการและให้ทาง กกต. ชี้แจงไป

ส่วนอีกประเด็น คือการเลือกตั้งไม่ครบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่จำนวน 3 หน่วยเลือกตั้ง จากการที่ กปน.ฉีกบัตรผิด และพายุฝนถล่ม โดยสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ แต่ตามมาตรา 102 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุไว้ว่าจะต้องเลือกตั้งให้แล้วเสร็จพร้อมกัน ดังนั้นจึงโมฆะบางหน่วยไม่ได้ ทำได้เพียงนับใหม่

ประกาศเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ส่วนประเด็นที่มายื่นเพิ่มเติมต่อ กกต. ในวันนี้ เนื่องจากตนต้องการช่วยหาทางรอดให้กับกกต. ให้กกต. ชิงตัดหน้าวินิจฉัยก่อนผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคือเสนอให้ กกต. ประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะโดยใช้การเลือกตั้งไม่ครบหน่วย จากการเลือกตั้งใหม่ใน 3 หน่วย นำมาเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งหมด เนื่องจากอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 102 วรรค 2 ส่วนจะทำตามหรือไม่ ก็แล้วแต่ทาง กกต. จะตัดสินใจ

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ตนได้ไปยื่นต่อศาลปกครองกลาง เกี่ยวกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ขอให้เพิกถอนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2566 ในส่วนที่เปิดให้ลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งพบว่ามีการไลฟ์ขณะลงคะแนน แม้ไม่ได้เปิดเผยหมายเลขผู้สมัคร แต่มีบุคคลอื่นอยู่ร่วมในสถานที่เดียวกัน และเป็นการส่งบัตรที่เลือกตั้งแล้วผ่านคนกลางคือผู้ส่งไปรษณีย์ ที่อาจทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลในเอกสารได้ ทำให้การลงคะแนนเป็นไปโดยไม่เป็นความลับ เป็นเหตุให้ตนมองว่าการออกระเบียบของกกต.เรื่องวิธีการลงคะแนนทางไปรษณีย์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรค 2 และมาตรา 85 วรรค 1และอีกประเด็นหนึ่งคือกรณีที่สถานกงสุลเป็นผู้เซ็นรับบัตรที่ต้นขั้วแทนผู้ใช้สิทธิ ก่อนนำเฉพาะส่วนบัตรส่งไปรษณีย์ให้ผู้ใช้สิทธิ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ตนจึงส่งไปยังศาลปกครองกลางให้วินิจฉัยว่าการเลือกครั้งนี้เป็นโมฆะ

จี้ระงับผลการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ตนยังได้ทำหนังสือต่อศาลปกครองกลาง ขอให้มีการสั่งคุ้มครองชั่วคราวภายในวันนี้ เพื่อระงับไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่าหากนำคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ส่งทางไปรษณีย์มาร่วมคำนวณ อาจก่อให้เกิดความเสียหายยากแก่การเยียวยาภายหลัง โดยระบุว่าจะรอฟังคำสั่งศาลในช่วงบ่ายของวันนี้

นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวว่า หากการเลือกตั้งถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ ก็พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ และเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเช่นเดิม โดยยืนยันว่าการร้องเรียนครั้งนี้ดำเนินการในฐานะผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ และในฐานะประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง

รวมถึงเสนอให้ “รีเซต” การเลือกตั้งใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน แม้ต้องใช้งบประมาณราว 6,000 ล้านบาท ก็ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับความโปร่งใสทางการเมือง พร้อมแนะนำให้ปรับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เช่น เพิ่มบุคลากรดูแลหน่วยเลือกตั้ง และถ่ายทอดสดกระบวนการลงคะแนน เพื่อลดข้อครหาการทุจริตในอนาค

เตรียมเงินพร้อมเลือกตั้งใหม่

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ระบุว่า…ลับ หรือ ไม่ลับ ถ้าเราไม่มี“อคติ” บัตรเลือกตั้งของกกต. ที่มีบาร์โค้ด ที่สามารถสอบสวนไปถึงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ มันก็ไม่ลับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วันนี้สังคมมานั่งเถียงกันกับคำว่า“ลับ”หรือ “ไม่ลับ ” คำว่าลับ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 มีคำอธิบาย ประกอบรายมาตรา ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า “ต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่น ไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียง ได้ลงคะแนนเสียงอย่างไร หรือออกเสียง ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด“

เมื่อตรวจสอบได้ มันก็ชัดแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ เมื่อไม่เป็นความลับ ก็เคยมีคำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญ ที่ 9/2549 วินิจฉัยให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีผู้แสดงความเห็นว่า เมื่อไม่ลับ ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งทำลายบัตรเลือกตั้งทั้งหมดจะได้จบกันไป ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ อย่างนี้ได้หรือไม่ ค่อยว่ากัน ในตอนต่อไปดีกว่า แต่ถ้าผมเป็นผู้สมัครและได้คะแนนสูงสุด ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมเตรียมหาเงินสัก 100 ล้าน เตรียมเลือกตั้งใหม่ดีกว่า

‘มาร์ค’บี้กกต.เปิดทางตรวจสอบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ“กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีข้อกังขาเรียกร้องให้นับคะแนน และจัดการเลือกตั้งใหม่ ว่า ตนขอเรียกร้องกกต. ให้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง ที่มีปัญหามากมาย ทั้งเรื่องบัตรเขย่ง,การรายงานผลคะแนนที่ไม่ตรงกันกับผลรวมคะแนน ผ่านการนำใบขีดคะแนนที่ปรากฎในหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้งอัพโหลดคู่กับใบรวมคะแนนผ่านทางเว็ปไซต์ เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ว่าผลคะแนนตรงกันหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบกรณีนี้ด้วย เท่าที่พบปัญหา เช่น เขตเลือกตั้งที่3 จ.สงขลา พบผลต่างของบัตรเลือกตั้ง2 ระบบ ต่างกันมากถึง 1.3 หมื่นบัตร ซึ่งผู้สมัครสส.ของพรรคได้ร้องต่อ กกต. โดย กกต.ชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อรวมคะแนนแล้วเท่ากัน แต่พรรคยังรอหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งใน กทม. พบว่า คะแนนที่ผู้สมัครของพรรคได้ 71 คะแนน แต่ใบรวมคะแนนระบุเขียนแค่ ให้ 1 คะแนน ตนคิดในแง่ดี ว่าอาจเขียนเลขตกไป แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า มีถึง 70 คะแนนของพรรคที่หายไป กลับไปบวกในบัตรเสีย กับบัตรไม่ลงคะแนน หาก กกต.มั่นใจว่า ทุกอย่างทำโปร่งใส ขอให้เปิดเผยใบขีดคะแนนรวมด้วย หากไม่ทำ จะมีคำถาม คำวิจารณ์ ว่า กกต. ปกปิดอะไร หาก

ไม่ลับทางทฤษฎี แต่สืบถึงตัวสุดยาก

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “บัตรเลือกตั้งอังกฤษก็มี barcode ไม่ลับทางทฤษฎี (วิษณุ เครือฯ) แต่สืบถึงตัวสุดยาก ในทางนิติศาสตร์และทางปฏิบัติของการเลือกตั้งในอังกฤษ Barcode (หรือรหัสตัวเลข UIM) บนบัตรเลือกตั้งสามารถ “สืบย้อน” ไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ในทางทฤษฎี แต่มีกำแพงทางกฎหมายที่แข็งแกร่งมากกั้นไว้เพื่อรักษาความลับ

ทำไมถึงต้องทำให้ไม่”ลับสมบูรณ์แบบที่สุดในสามโลก” ? เจตนาไม่ใช่เพื่อแอบดูว่าคุณเลือกใคร แต่มีไว้สำหรับ “กรณีที่มีการฟ้องร้องทางกฎหมาย” (Electoral Petition) เท่านั้น เช่น การสวมสิทธิ (Personation) หากมีการพิสูจน์ได้ว่ามีคนแอบอ้างชื่อคุณไปลงคะแนน

ศาลเลือกตั้ง (Election Court) สามารถสั่งให้ดึงบัตรใบนั้นออกจากการนับคะแนนได้โดยใช้รหัสนี้ การป้องกันทุจริต เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการ “ยัดบัตร” (Ballot Stuffing) ที่ไม่ได้ออกมาจากเล่มที่ถูกต้อง แม้จะสืบได้ แต่กระบวนการถูกออกแบบให้ “ไม่มีใครเห็น” ทั้งสองส่วนพร้อมกันในเวลาปกติ

การแยกส่วน หลังจากปิดหีบ ต้นขั้วบัตร (Corresponding Number List) จะถูกผนึกใส่ซองแยกต่างหากทันที และถูกส่งไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย การนับคะแนน: ในขณะนับคะแนน เจ้าหน้าที่จะเห็นเพียง “บัตรเลือกตั้ง” แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ดู “ต้นขั้ว” ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางรู้ว่าบัตรใบนั้นเป็นของใคร

การเปิดผนึก การจะเปิดดูว่าบัตรเลขนี้เป็นของใคร ต้องได้รับคำสั่งจากศาลเลือกตั้ง (Election Court) เท่านั้น และมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ผลการเลือกตั้งก้ำกึ่งมากจนมีนัยสำคัญต่อชัยชนะ

กรณีตัวอย่าง : กรณีการเลือกตั้งสภาเขต Richmond-upon-Thames (ปลายทศวรรษ 1970) กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการใช้เลขรหัส (Serial Numbers) เพื่อตรวจสอบการทุจริต:

เหตุการณ์: มีการร้องเรียนเรื่องการสวมสิทธิ (Personation) โดยพบว่ามีคู่สามีภรรยาชาวเยอรมันคู่หนึ่งและเด็กหญิงที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ได้ไปลงคะแนน

คำสั่งศาล: ศาลได้สั่งให้เปิดผนึกเอกสารเพื่อสืบย้อนจากเลขรหัสบนบัตรและต้นขั้ว (Counterfoils)

ผลการตรวจสอบ: ศาลสามารถระบุบัตรเลือกตั้ง 3 ใบนั้นได้ และพบว่าทั้ง 3 ใบลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรค Conservative บัตรดังกล่าวจึงถูกสั่งให้เป็นโมฆะและหักออกจากคะแนนรวมของพรรคนั้นทันที

ยืนยันว่าไม่ผิด ก็ต้องเปิดเผยได้ หากไม่เปิดเผย ตนกังวลวาอาจลุกลามนำไปสู่จุดที่น่ากลัวที่สุด คือ การสะสมความรู้สึกไม่ดี ที่สุดสังคมไม่ยอมรับระบบ และนำไปสู่อะไรที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้น กกต.ต้องให้ความสำคัญและมีรับผิดชอบ ควรอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ

เลือกตั้งไม่เป็นความลับ

เมื่อถามว่า กรณีการลงคะแนนที่สังคมวิจารณ์ว่า ไม่เป็นความลับ เพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลักการ การลงคะแนนลับ ถือเป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ใช้สิทธิ์ โดยไม่ตกภายใต้อาณัติ หรือความกลัว ส่วนที่พูดกันว่า ลับเฉพาะตอนกาได้หรือไม่ หากพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง มีหลายมาตราระบุข้อห้ามผู้ใดทำสัญลักษณ์ ,เครื่องหมายพิเศษใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง เพราะจะทำให้ล่วงรู้การลงคะแนน ดังนั้นหากจะให้เป็นความลับ เฉพาะตอนลงคะแนน จะมีบทบัญญัติดังกล่าว ระบุไว้ทำไม และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เขียนไว้ชัดเจนว่า คำว่าลับ คือ ต้องไม่มีผู้ใดที่อาจทราบ หรือตรวจสอบได้ว่า ลงคะแนนให้ผู้ใด ซึ่งกรณีบาร์โค้ดทำให้ตรวจสอบและรู้ได้ โดยคำว่า อาจทราบหรือตรวจสอบได้นี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดการพิสูจน์ใดๆ

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“การทำงานร่วมกับพรรคที่มีเสียงส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย เราเป็นเสียงส่วนน้อย ในเมื่อเราได้รับมิตรไมตรีจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย เราก็พร้อมทำงานโดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ”

นายซูการ์โน มะทา

เลขาธิการพรรคประชาชาติ

แวดวงนักปกครอง : 21 กุมภาพันธ์ 2569

แวดวงนักปกครอง : 21 กุมภาพันธ์ 2569

แวดวงนักปกครอง : 21 กุมภาพันธ์ 2569

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ปกครอง–ปภ. จับมือแน่น!” ปั้น “อส.กู้ภัย” เสริมแนวหน้า รับมือสาธารณภัยทั่วไทย กรมการปกครองผนึกกำลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดหลักสูตรเข้ม 7 วัน ยกระดับชุดปฏิบัติการ“อส. ปภ.” ให้พร้อมลุยทุกสถานการณ์ นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง และ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผอ.สน.อส. ร่วมเปิดโครงการฯ พร้อมตัวแทน อส.42 นาย จากส่วนกลาง และภูมิภาค ลงสนามฝึกจริง ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ทั้งงานค้นหาและกู้ภัยเบื้องต้น การใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรกลสาธารณภัย การประสานงาน
ระหว่างหน่วยงาน มุ่งเมื่อเกิดเหตุจริง ต้องช่วยเหลือประชาชนได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุด

“ปลุกเกาะพะงัน!” หนุนเวที Awakenest ดันพลังเยาวชน สร้างวัฒนธรรม-เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นายไพสิฐ ทองเจิมนายอำเภอเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบรางวัลแก่เยาวชน-ประชาชนผู้เข้าร่วมการประกวดร้องเพลงและแสดงความสามารถทางดนตรี ในงานเทศกาลพลังชีวิต “Awakenest” ณ สเตย์ฟลายสตูดิโอ เกาะพะงัน เวทีนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันหากแต่เป็น “กลไกขับเคลื่อนคน” เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม ผสานพลังคนทุกช่วงวัย เดินหน้าอนุรักษ์ต่อยอดมรดกไทยให้ร่วมสมัย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่

นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์

รองอธิบดีกรมการปกครอง

นายณัฐพล เพียรภายลุน

นายอำเภอห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์

นายปรัตถกร บุสาวรรณกร นายอำเภอแก้งคร้อ และนายกานต์ กาญจนวงศ์สกุล นายอำเภอคอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ จับมือนำทีมฝ่ายปกครองประสานกรมฝนหลวงฯ ส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสกัดไฟป่าบนเทือกเขาภูแลนคา ครอบคลุมพื้นที่อ.คอนสวรรค์และ อ.แก้งคร้อนายอำเภอร่วมบินสำรวจสถานการณ์ด้วยตนเอง พบจุดเสี่ยง 3 จุด สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด ไม่ปล่อยลุกลาม เรียกประชุมด่วนทุกภาคส่วนวางแผนปฏิบัติการดับไฟทางอากาศทันที ย้ำชัด ปกป้องผืนป่าลดฝุ่นควัน เพื่อความปลอดภัยพี่น้องประชาชนเต็มกำลัง

ร้องปุ๊บ ลุยปั๊บ! เมืองยโสธรไม่ปล่อยผ่าน เคลียร์ฝุ่น คุมเสียงดังถึงพื้นที่ นายภัทรพล สารการ นายอำเภอเมืองยโสธร สั่งศูนย์ดำรงธรรมบูรณาการท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ลงตรวจสอบเหตุเผาถ่าน เสียงดังรบกวนชาวบ้าน ย้ำ!! ตักเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชนกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าระวังใกล้ชิด คุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย

“ไทเมืองสามอ่างคึกคัก!” เปิดบุญกุ้มข้าวใหญ่ เสริมสิริมงคลทั้งอำเภอ นายณัฐพล เพียรภายลุน นายอำเภอห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ นำหัวหน้าส่วนราชการ พี่น้องประชาชน ไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ร่วมในงานประเพณี “บุญกุ้มข้าวใหญ่ ไทเมืองสามอ่าง” อย่างเป็นทางการ พลังศรัทธาหลอมรวมทั้งอำเภอ ไฮไลต์เด่น “ปราสาทรวงข้าว” ผลพวงแรงกายแรงใจชาวบ้าน งดงามทั้งศิลป์และจิตวิญญาณ เปิดพื้นที่เวทีวัฒนธรรม แสดงความสามัคคีของคนในพื้นที่ สืบสานรากเหง้า

นาย..อำเภอน้อย

‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น’ไม่ดิ้นรน’ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น'ไม่ดิ้นรน' เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น’ไม่ดิ้นรน’ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น’ไม่ดิ้นรน’ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ‘ไชยชนก’ตอก’ธรรมนัส’ งานการเมืองไม่เคยหวาน

ส.พระปกเกล้ากางผลสำรวจคนเชียร์สูตรตั้งรัฐบาล 3 พรรค “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” ขณะที่ท่าทีของ“อภิสิทธิ์”ยังไม่ปิดประตูตาย พร้อมเปิดสายรอคุย แต่ไม่ดิ้นรอ บนเงื่อนไขเดิมคือ ต้องไม่มี“กล้าธรรม” ด้าน“เลขาฯภท.”แบะท่ายังเปิดประตูรับทุกพรรคหากอุดมการณ์ตรงกันตอกกลับ“ธรรมนัส”พร้อมทำงานไม่สนคำขู่ ส่วน“ประชาชาติ”มาตามนัดหอบ5เสียงว่าที่ สส.หนุน“อนุทิน”เป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ’กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’เกี่ยวกับประเด็นความชัดเจนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาว่า ตนไม่ประกาศเช่นนั้นเพราะโดยระบบของพรรคเป็นอำนาจกรรมการบริหาร (กก.บห.)พรรคและส.ส.ทั้งนี้ได้คุยเบื้องต้นว่าจะอยู่เฉยๆไม่รอรับสายโทรศัพท์ ต่หากโทรศัพท์มาพร้อมรับ ไม่ปิดเครื่อง

ทั้งนี้พรรคไม่มอบตัวก่อนเด็ดขาด หากเข้าไปคุยแสดงว่า เขามาตามและการไปฟัง ไม่ใช่ฟังเฉยๆ เพราะต้องรักษาคำพูดกับประชาชนต่อเงื่อนไขร่วมรัฐบาลที่ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีทุนเทา ไม่มีการครอบงำและไม่มีการสร้างความแตกแยก

‘มาร์ค’ย้ำ3เงื่อนไขไม่ร่วมรบ.ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรียกว่าครอบงำหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่ไปถึงประเด็นนั้น แต่ต้องพูดให้ชัดว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ต้องไม่ถูกแทรกแซง ไม่ครอบงำ ทั้งนี้ตนไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้ แต่เรื่องทุนเทามีข้อมูลอยู่ ขณะเดียวกันหากจะไปร่วมต้องตอบโจทย์ว่า นโยบายเรื่องใดที่มั่นใจได้ว่าทำสำเร็จ

“ผมไม่ได้ดิ้นรนอะไร เพราะพรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคขนาดเล็ก ที่มีจุดยืน ส่วนที่ยังไม่ประกาศชัดเจนว่าเป็นฝ่ายค้าน เพราะดูหักหาญกันไปหน่อย เนื่องจากไม่มีปัญหากันขนาดนั้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ชี้ภท.ถือแต้มต่อเหนือกว่าทุกพรรค

เมื่อถามว่า มองการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยถือว่าได้เสียงข้างมากที่ทำให้ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ขณะนี้แม้ว่าจะไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ก็สามารถมีเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้กว่า 290เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 210เสียง ซึ่งจำนวนเสียงต่างกันมาก ดังนั้นหากวิเคราะห์ว่าจะดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมมีเหตุผลอะไร ซึ่งตนมองว่า เพื่อป้องกันพรรคเพื่อไทยตีรวน หรือถอนตัว ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเสียงที่พรรคกล้าธรรมมี 58เสียงจะมีน้ำหนักมากกว่า หากเทียบกับพรรคปชป.ที่มี22เสียง

“พรรคเพื่อไทยมี 74เสียง หากดึงประชาธิปัตย์ 22เสียงเข้าไป ยังลำบาก แต่หากเป็นพรรคกล้าธรรม 58เสียง สามารถหักลบกับเพื่อไทยได้เกินครึ่ง หากมีปัญหาจริงพรรคภูมิใจไทยไม่สะเทือนและผมมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะไม่มีพรรคใดจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ขณะเดียวกันแม้จะอยู่นิ่งๆ ยังมีอำนาจต่อรองสูงสุด”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ยื่นสอบคุณสมบัติรมต.คืองานแรก

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้แกนนำพรรคกล้าธรรมโต้พรรคประชาธิปัตย์หลังประกาศไม่จับมือ และตอบกลับให้คอยดูเถอะ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ไม่เป็นปัญหาอะไร ผมก็ตอบว่า ให้คอยดูเถอะเช่นกัน เพราะพรรคที่ได้ ส.ส.58เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ”

เมื่อถามถึงการแสดงจุดยืนตอนเลือกตั้งว่า จะเป็นพรรคที่มากำหนดเกม หัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้ ด้วยเสียง ส.ส.ที่มี 22คน แต่เมื่อประชาชนให้มาเท่านี้ ก็พร้อมจะทำหน้าที่ต่อ ทั้งการตรวจสอบทุนเทา ต่อต้านนโยบายที่สร้างความแตกแยกและงานแรกที่จะทำคือ การยื่นตรวจสอบรัฐมนตรีที่มีปัญหาจริยธรรม โดยกรณีดังกล่าวไม่ใช่เป็นการใช้กลไกศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทำลาย หรือกลั่นแกล้งคนอื่น หรือฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อรัฐธรรมนูญให้กลไกตรวจสอบเมื่อพบว่าผิดจริง ก็ต้องถูกยื่นตรวจสอบ

“ถ้าสมมุติว่า จะมาชวนร่วมรัฐบาลและมีคนที่จะถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรมอยู่ด้วย ผมก็ไม่ร่วม พรรคปชป.พร้อมเป็นพลังทางการเมืองที่จะตรวจสอบอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อสร้างมาตรฐานทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เชื่อรบ.สามารถอยู่ได้ครบเทอม

เมื่อถามว่า ประเมินทิศทางการเมืองหลังจากนี้เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากการเลือกตั้งเรียบร้อย หรือต่อให้ไม่เรียบร้อย เพราะคาดการณ์กันว่า อาจต้องลงคะแนนใหม่ เชื่อว่าจะไม่มีผลที่ทำให้เปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเชิงตัวเลขได้และจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในเชิงตัวเลข มีโอกาสทำงานผลักดันนโยบายได้ หากถามว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ ตนมองว่า ถ้าไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหา ไม่ทำอะไรไม่ถูกต้อง หรือทำอะไรที่สะดุดขาตัวเอง ก็สามารถอยู่ได้

อย่าเหลิงอำนาจอาจนำไปสู่จุดจบ

เมื่อถามย้ำว่ามีการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจะอยู่รอดปลอดภัยจากการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนนั้น จะทำให้เกิดการสะสมของความรู้สึกที่ไม่ดี ตนไม่ติดใจที่รัฐบาลจะมีเสียงเกิน 300เสียง แต่หากพูดถึงความเบ็ดเสร็จในอำนาจที่ครอบคลุมถึง สว.องค์กรอิสระและศาล ถือเป็นอันตราย เพราะอาจถูกมองว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ต่อให้ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ฝ่ายอนุรักษ์หรือฝ่ายไหน อย่าประมาท หากย่ามใจเพราะมีอำนาจเยอะ ในที่สุดอาจเป็นจุดพลิกผันและนำไปสู่จุดจบได้

‘ไชยชนก’ลั่นเปิดกว้างฟังทุกพรรค

ที่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยจะรับพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า จุดยืนเราก็เหมือนเดิม รอการยืนยันผลอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และตั้งแต่เวลานี้ไปจนถึงวันนั้น เราก็ยังเปิดรับกับทุกๆพรรคที่จะมาแสดงเจตจำนงเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ระบุว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ให้โหวตก่อนมาแบ่งงาน นายไชยชนก กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่า ต้องให้มาโหวตก่อน เราเพียงบอกว่า เราเปิดรับการแสดงเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทิน กับทุกพรรคและไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคใดๆที่เข้ามา เป็นการรับฟังข้อเสนอ

สวน’ธรรมนัส’พร้อมคุมเกษตรฯ

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมและรมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์หากใครจะมานั่ง ก็ลำบากเพราะว่าทำงานยาก ไม่ได้ง่าย ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องแอร์เหมือนกระทรวงอื่นๆ นายไชยชนก กล่าวว่าตนคิดว่าทุกๆกระทรวงมีความท้าทายและคิดว่าผู้บริหารทุกคนมีความสามารถ ท้ายสุดต้องมาดูที่ผลงาน จะมาบอกว่าวิธีการของคนโน้นถูก คนนั้นผิด ตนว่ามันต้องมาวัดที่ผลงานมากกว่า ส่วนตนไม่มีประสบการณ์ไปนั่งกระทรวงเกษตร คงจะคอมเมนต์ไม่ได้ว่าสิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส พูดนั้นเป็นยังไง ก็รอดูคนที่ใครก็ตามที่มานั่งกระทรวงเกษตรฯและผลงานของเขาดีกว่า

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ยามรักน้ำต้มผัก ก็หวาน ตอนนี้กับพรรคกล้าธรรมยังหวานอยู่หรือขม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ผมว่ากลางๆ มาโดยตลอด สำหรับผมการเมืองไม่เคยหวานเลย”

มีเจตนาดีที่ไหนก็เข้าทำงานได้

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ถ้าเกิดสมมติว่ารัฐบาล ไม่มีพรรคกล้าธรรมแล้ว และต้องเข้าไปดูกระทรวงเกษตรฯจะมีการวางงานหรือข้าราชการอาจจะไม่รับนโยบายของรัฐบาล นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล ตนรู้สึกว่านั่งกระทรวงมา ก็สัมผัสอยู่ว่าบางทีก็มีความลำบากในเวลาปรับเปลี่ยนรัฐบาล แต่ถ้าเรามีเจตนาที่ดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำเพื่อประชาชน และเราก็ทำงานกันอย่างสามัคคี สุดท้ายมันก็จะทำได้ และเวลาก็จะเป็นบทพิสูจน์ในความตั้งใจในการทุ่มเทที่ทำงานเพราะฉะนั้นคิดว่า กระทรวงเกษตรฯก็คงไม่แตกต่าง ถามว่าการเข้าไปใหม่ ยังไงมันก็ต้องมีสิ่งที่เราจะต้องไปทำความเข้าใจ ไปศึกษา ทั้งเรื่องปัญหาระบบข้าราชการ แนวทางการทำงาน โครงการต่างๆ แต่ว่าใครก็ตามที่พร้อม และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นรัฐมนตรี ก็ควรที่จะสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้

ประชาชาติยกทีมหนุน’ภท.-อนุทิน’

เวลา 10.15น.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ นำโดย นายซูการ์โน มะทา ว่าที่ สส.เขต 2 ยะลา ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.เขต 1 ยะลา นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.เขต 3 ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.เขต 5 นราธิวาส เดินทางเข้าแสดงเจตจำนงในการร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย รวมถึง น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทยทั้งนี้ ในส่วนของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ไม่ได้ร่วมเดินทางมากับอีก 4 ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ แต่ยืนยันที่จะเป็นอีก 1 เสียง รวมเป็น 5 เสียง ในการร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ตามที่พรรคประชาชาติ ได้มีมติจากที่ประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค และสมาชิกพรรค วานนี้ (19 ก.พ.)

รอผลทางการจากกกต.ค่อยแบ่งเค้ก

จากนั้นทั้งสองฝ่ายแถลงข่าวร่วมกัน โดย น.ส.แนน กล่าวว่า เบื้องต้นมีพรรคการเมืองที่มีว่าที่ สส.พร้อมสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ 14เสียง โดยวันนี้ (20 ก.พ.) ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ มาร่วมแสดงเจตจำนงกับพรรคในการสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกฯ ส่วนขั้นตอนต่างๆต้องรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและรายงานตัวเป็น สส.ต่อสภาฯก่อน ถึงจะมีความแน่ชัดในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งต่างๆ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแสดงเจตจำนงที่เรามีความพร้อมในการรวบรวมเสียงสนับสนุนนายอนุทินต่อไป

แจง’วันนอร์’ติดธุระไปงานศพ

ด้าน นายซูการ์โน กล่าวว่า มติของพรรคประชาชาติเรามี 5 เสียงว่าที่ สส.เป็นเอกฉันท์ ในการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ และร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต ยืนยันว่า ทุกเสียงต้องปฏิบัติตามมติของพรรค ส่วนที่ พ.ต.อ.ทวี ไม่เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดภารกิจต้องไปร่วมงานศพ แต่ได้ฝากความคิดถึงมายังทีมงานผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ได้ฝากความคิดถึงไปยังนายอนุทิน ในฐานะที่เคยทำงานด้วยกันในสภาฯ ชุดที่ 26 รวมถึง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วย พวกตนทั้ง 4 คน มาเป็นตัวแทนของพรรค ไม่ใช่มาแค่ 4 คน แต่มาพร้อมกันทั้ง 5คน

‘ฮั้วสว.-เขากระโดง’ว่าไปตามบทบาท

เมื่อถามถึงกรณีที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี และพรรคประชาชาติ อาจเคยมีปัญหาขัดแย้งพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะกรณีคดีฮั้ว สว.และคดีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ยังถือว่าร่วมงานกันปกติหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า ช่วงที่ พ.ต.อ.ทวี ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม เป็นการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี กระบวนการพิจารณาทั้งหมดอยู่ในชั้นของศาลฯ แล้ว และบทบาทหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี ก็จบไปตั้งแต่ตอนที่ออกจากการร่วมรัฐบาล ส่วนในนามของพรรคประชาชาติก็ทำหน้าที่ตามบทบาท เหมือนกับเราเล่นกีฬาฟุตบอล ในเวลาการแข่งขันเราก็เล่นกันไปในเกมกีฬา เมื่อหมดเวลาเราก็เป็นเพื่อนจับมือกันได้ เช่นเดียวกับเรื่องการเมืองที่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเข้าใจว่าการเมืองคืออะไร พรรคประชาชาติในฐานะที่เป็นพรรคเล็กๆใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรารับฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ก็อยากให้พรรคประชาชาติเข้ามาร่วมทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสะท้อนปัญหาประชาชน ผลประโยชน์ของประชาชนสำคัญที่สุด

อ้างเสียงประชาชนให้ร่วมรัฐบาล

เมื่อถามถึงเหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เลขาฯ ประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้เราทราบดีว่า เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นลำดับ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นการทำงานร่วมกับพรรคที่มีเสียงส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระบอบประขาธิปไตย เราเป็นเสียงส่วนน้อย ในเมื่อเราได้รับมิตรไมตรีจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย เราก็พร้อมทำงานโดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ”ผมเชื่อมั่นในวินัยของสมาชิกพรรคประชาชาติ ในเมื่อมติพรรคออกมาเป็นอย่างไร เราต้องทำตามมติพรรค ซึ่งเรามาร่วมรัฐบาล หากต่อไปมติของพรรคร่วมรัฐบาลว่าอย่างไร เราก็ว่าตามนั้น สิ่งเดียวที่ขอฝากไปยังพรรคภูมิใจไทย เป็นจุดยืนของเราคืออะไรที่มันเป็นข้อกฏหมายที่ขัดกับหลักการศาสนา เราต้องมาคุยกัน กฎหมายใดที่มีปัญหากับหลักศาสนา ต้องคุยกัน เราจะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ขัดแย้งกับหลักการของศาสนาอิสลาม” เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าว

เสียงหนุนภูมิใจไทยแตะ291เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงของรัฐบาลในขณะนี้สามารถรวบรวมได้แล้ว 291 เสียง แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง และพรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง

‘ธรรมนัส’เลื่อนบินยุโรป-ไปคืนนี้แทน

หลังมีกระแสข่าวลือว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยกเลิกไฟลต์บินที่จากเดิมมีกำหนดจะไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ(โซนยุโรป) ในคืนวันที่ 19ก.พ.69 เพื่อรอดูท่าทีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า จะติดต่อเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ล่าสุด จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าว แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ได้ยกเลิกไฟลต์บินแต่อย่างใด ซึ่งในกำหนดการไม่ใช่การเดินทางคืนวันที่ 19ก.พ.แต่เป็นการเดินทางคืนวันที่ 20ก.พ.แทนและการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้จะเป็นไฟท์บินเดียวกันที่มีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินทางไปราชการด้วยและข้าราชการระดับสูง ยืนยัน ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ได้มีการยกเลิกไฟลต์บินและไฟลต์บินยังคงเดิม

ปลัดแจงไม่มีขรก.ระดับสูงไปยุโรป

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงในกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่ามีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรเดินทางไปยุโรปพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ว่า ขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง การไปต่างประเทศของข้าราชการทุกคนจะต้องขออนุญาตปลัดกระทรวงก่อน ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่มีใครมาขออนุญาตตนเลย จึงออกมายืนยัน เพราะไม่อยากให้เสนอข่าวคลาดเคลื่อน ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราทำงานเต็มที่ทุกอย่าง การปล่อยข่าวลักษณะนี้ เพื่อจะสื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส รวมตัวกับข้าราชการบางคนในกระทรวง ต้องการจะสื่อสารบางอย่างหรือไม่ นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ตนเป็นข้าราชการประจำ เรื่องการเมืองขอไม่แสดงความเห็น แต่เรารับคำสั่งมาแล้ว ข้าราชการทุกคนต้องทำงานให้เต็มที่ ไม่มีสุญญากาศแน่นอน เราไม่ลอยตัว หรือดึงงานบางอย่างแน่นอน

โพลร้อยละ53ได้ยินมีการซื้อเสียง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง“การรับรู้ปัญหาซื้อ เสียงของประชาชนและรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง”ระหว่างวันที่ 13-16ก.พ.2569 จากประชาชนที่ มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทั่วประเทศ 2,000ตัวอย่าง ผลสำรวจในคำถาม“ท่านได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของท่านหรือไม่”ผู้ตอบมากกว่าครึ่ง ระบุว่า“ได้ยิน”คิดเป็นร้อยละ53.6 ขณะที่อีกร้อยละ46.5 ระบุว่า“ไม่ได้ยิน” ผลสำรวจคำถาม“หากเคยได้ยินราคาซื้อเสียงที่ท่านทราบ คือเท่าไร” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ ระบุว่า “500-1,000บาท” คิดเป็นร้อยละ76.8 รองลงมาคือ“ต่ำกว่า500บาท”คิดเป็นร้อยละ 15.3 และ“มากกว่า 1,000บาท”คิดเป็นร้อยละ7.9 ผลสำรวจในคำถาม“ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ40.8 ประเมินว่า “แย่–ค่อนข้างแย่”รองลงมาคือ “พอใช้”ร้อยละ25.8และ “ดี–ค่อนข้างดี” ร้อยละ 31.9 ขณะที่ร้อยละ 1.5 ระบุว่า “ไม่มีความเห็น”

ร้อยละ28.5หนุนภท.พท.-ปชป.ตั้งรบ.

ผลการสำรวจทางLine Todayในคำถาม“ท่าน‘ชอบ’รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบไหนมาก ที่สุด” พบว่า ผู้ตอบจำนวนมากที่สุดระบุว่า“ไม่มีรูปแบบที่ชอบ”คิดเป็นร้อยละ41.9 สะท้อนว่าประชาชน ส่วนใหญ่ยังไม่พึงพอใจกับตัวเลือกการจัดตั้งรัฐบาลที่เสนอมา สำหรับรูปแบบที่ได้รับความนิยมรองลงมา คือ“ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาธิปัตย์”ร้อยละ28.5และ“ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาชาติ+ ประชาธิปัตย์” ร้อยละ13.8

ขณะที่ตัวเลือกฝั่งอื่นๆได้รับการเลือกในสัดส่วนต่ำกว่า ได้แก่“ภูมิใจไทย+กล้า ธรรม+พลังประชารัฐ+เศรษฐกิจ”ร้อยละ9.3,“ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+กล้าธรรม”ร้อยละ4.6และ“ภูมิใจไทย+กล้าธรรม” ร้อยละ 1.9

ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

“ศรีสุวรรณ” ยื่นร้อง กกต.ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคประชาชน ปมส่งผู้สมัครสส.ลงรับเลือกตั้ง ทั้งที่มีคดีข่มขืนหญิงสาวติดตัว สุดท้ายถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน ขณะที่“คำผกา”ฟาดพรรคส้มไร้ระบบคุณธรรม แต่ยังเที่ยวไปชี้นิ้วเหยียดพรรคอื่น ตัวเองเหลวแหลกยิ่งกว่า ด้าน“ปวิณ”ซัดเละพรรคหัวรั้นมีเรื่องทีก็ขอโทษที ไม่ปรับปรุง อ้างแต่มีปัญหาเรื่องคัดสรรคน ไม่สนใจสิทธิมนุษยชน-สิทธิเพศ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคประชาชน กรณี นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคประชาชน (ปชน.) ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาว โดยนายศรีสุวรรณระบุว่า พรรคประชาชนกระทําการอันเข้าข่ายส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สมัครสส.ดังกล่าว กระทําการที่เป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ ทั้งที่มีผู้ที่เตือนมานานแล้ว หากเข้าข่ายให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92 (3) ต่อไป

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากศาลจังหวัดมหาสารคามได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมาในคดีที่ 7841/2568 ลงวันที่ 15 ก.ย. 2568 ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามเป็นโจทก์ฟ้อง นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 1 จ.มหาสารคาม ฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในอาการสะลืมสะลือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยา ซึ่งจำเลยให้ผู้เสียหายรับประทานแล้ว จนสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งศาลวินิจฉัยแล้วว่ากระทำจริง จึงมีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน และให้ชดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี แก่ผู้เสียหาย

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมไทยถือเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ซึ่งพรรคประชาชนและกรรมการบริหารพรรคย่อมรู้มาตั้งแต่ต้น เพราะเคยมีผู้บอกกล่าวหรือทักท้วงมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ควรมีมติส่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.มหาสารคาม แต่พรรคประชาชนกลับเพิกเฉย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาชนจงใจที่จะส่งเสริม สนับสนุนการกระทำของบุคคลดังกล่าว อันถือได้ว่าเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 โดยชัดแจ้ง ซึ่งการฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้ กกต. เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสั่งยุบพรรคดังกล่าว ตามมาตรา 92 (3) ของกฎหมายดังกล่าวต่อไป

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติฯจึงนำความพร้อมพยานหลักฐาน สำเนาคำพิพากษามายื่นร้องเรียนชี้เบาะแสให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อสอบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคการเมืองที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ตามครรลองของกฎหมายต่อไป

ขณะที่ น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำผกา พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความระบุว่า ทนายเตือนหลายรอบ สมาชิกพรรคหลายคนเตือนหลายรอบ ว่าคดีข่มขืนของผู้สมัครคนนี้ ผู้เสียหายยังสู้คดีอยู่ และสู้ถึงศาลฎีกา แต่ผู้นำพรรคประชาชนไม่นำพาต่อเสียงทัดทาน

ข่าวว่าผู้เสียหาย “ใช้ชีวิตในมหาสารคาม” อย่าง “ยาก”ในช่วงสู้คดี เรื่องนี้สะท้อนว่าพรรคประชาขน ไม่ได้มี merit system อะไรอย่างที่เที่ยวไป ’ชูคอ’ ดูถูกพรรคการเมืองอื่นเลย!!

ไอ้ที่ชี้นิ้ว ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นว่าเป็น ระบบลูกท่านหลานเธอ ดถูกคนอื่นว่าชั่ว เลว บ้านใหญ่ โกง สุดท้าย พรรคประชาชนเองก็เหลวแหลกยิ่งกว่า หละหลวมยิ่งกว่า

ตลกดีนะคะ feminist พรรคส้มหายหัวหมด ทนายสิทธิฯ ผู้หญิงเฟียซๆหายหมด สส. หญิงในพรรคหายหัวหมด เลิกยะโสโอหัง เหยียดหยามคนอื่นได้แล้ว สงสารถึก สวสารพวงทอง สวสารภัควดี สวสารธงชัย แบกจนหลังขาดเป็นสองท่อนแล้ว

ด้าน นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า ผู้สมัคร สส มหาสารคาม โดนศาลฏีกาพิพากษาจำคุกข้อหามอมยาและข่มขืน เราต้องเจอเคสแบบนี้อีกกี่ครั้งในพรรคประชาชน แม้ว่าจะมีคนเตือนแล้วหลายครั้ง แต่พรรคก็ไม่ฟังคำเตือน พอเรื่องเกิด ก็ออกมาแค่ขอโทษและจะนำไปเป็นบทเรียน คือพรรคส้มได้บทเรียนแล้วกี่ครั้ง? และดิชั้นเลิกเชื่อแล้วเรื่องที่พรรคอ้างว่าฟังเสียงประชาชนและก็จะนำคำวิจารณ์ไปปรับปรุง ไม่เคยปรับปรุงอะไรค่ะ

เมื่อตอนดิชั้นแตกหักกับพรรค ดิชั้นบอกว่าจากนี้ไปดิชั้นจะวิจารณ์พรรคอย่างเต็มที่ โปลิตบุโรหญิงคางยื่นตอบกลับมาว่า “ก็ดีค่ะ พรรคยินดีรับฟังทุกคำวิจารณ์ค่ะ” — ไม่จริงเลย เพราะหลังจากที่ดิชั้นวิจารณ์เรื่องพิศาล ซึ่งเป็นคนของ คสช. และมีคดีชู้สาวในอดีต พรรคไม่ฟังใครทั้งนั้น และยังดันพิศาลต่อ เฉกเช่นเดียวกับในกรณีผู้สมัคร สส มหาสารคาม ที่พรรคไม่ฟังใครทั้งนั้น และเดินหน้าหนุนต่อ จนเรื่องมาจบแบบนี้ เราอาจจะสรุปง่ายๆ ว่า พรรคมีปัญหาเรื่องการคัดสรรบุคลากร แต่ดิชั้นเบื่อที่จะฟัง เพราะตอนแก้วตาออกมาแฉพรรค ตัวรักชนกเองก็ออกมาพูดประโยคทอง “พรรคมีปัญหาเรื่องการคัดสรรบุคลากร” เป็นคำพูดง่ายๆ ที่แม้เวลาจะผ่านมาแค่ไหน เกิดเรื่องแล้วกี่เคส ขอโทษแล้วกี่ครั้ง ก็ยังเกิดปัญหาอยู่ดี

….แต่ที่หนักพอๆ กับปัญหาเรื่องการคัดสรรบุคลากรก็คือ พรรคประชาชนไม่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางเพศ ไม่มีคนทำงานเรื่องนี้ ถึงมีก็ไม่เข้าใจ พรรคถูกชี้นำด้วยผู้ชายที่มีความคิดชายเป็นใหญ่ แล้วคุณจะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงในสิทธิทางเพศได้อย่างไร อย่าว่าแต่ผู้ชายในพรรคที่มีความคิดแบบนี้ แม้แต่ผู้หญิงในพรรคก็ไม่เข้าใจสิทธิผู้หญิง ต้องขอยกตัวอย่างซ้ำๆ ที่รักชนกบอกว่า “ก็เมื่อเมียพิศาลให้อภัยแล้ว เราคนนอกจะทำอะไรได้” ดิชั้นฟังกี่ครั้งก็อึ้งทุกครั้ง โดยเฉพาะคำพูดที่ออกมาจากปากผู้หญิงที่ตัวเองก็โดนหมิ่นทางเพศอยู่เสมอ นี่แหละค่ะ ปัญหาของพรรคประชาชน — อ้าว IO พรรคที่ไม่พอใจก็เตรียมมากระทืบดิชั้นได้เลยค่ะ ดิชั้นจะกระทืบกลับ