‘บิ๊กดุลย์’ เมิน ‘ฮุนเซน-เตีย บันห์’ ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ

'บิ๊กดุลย์' เมิน 'ฮุนเซน-เตีย บันห์' ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ

‘บิ๊กดุลย์’ เมิน ‘ฮุนเซน-เตีย บันห์’ ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.06 น.

“บิ๊กดุลย์” เมิน “ฮุนเซน-เตีย บันห์” ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น อย่าสนใจ เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ ขอ เชื่อมั่น ผู้นำ-สีหศีกดิ์ เดินหน้าการทูตเชิงรุก เตรียมไปจีน 16-20 ก.ค.นี้

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงกลากลาโหม พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
มีการสนับสนุน เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต ว่า ตนรับราชการ อยู่ชายแดนมาโดยตลอด สิ่งที่น่าเจ็บปวดก็คือ การเข้าพื้นที่ด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่เจ็บปวดคือการเพิ่มเติมกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ หรือการลำเลียง ผู้บาดเจ็บออกมา 1 หรือ 2 วินาที มีความหมาย สำหรับกำลังพลที่บาดเจ็บ หากเรามีถนน เลาะแนวชายแดน ซึ่งที่ตามมาจะมีความรวดเร็วคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ ทั้งยุโธปกรณ์ การใช้ยานยนต์ การส่งกำลังเพิ่มเติมอาวุธกระสุน การเข้าถึงพื้นที่ชายแดนด้วยความรวดเร็ว นั่นคือการรักษาอธิปไตยของชาติ ได้มั่นคงมากขึ้น และได้ช่วยเหลือพี่น้องที่ปะทะอยู่ข้างหน้า นําผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อรักษาชีวิตของคนให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเมื่อมีถนนก็ต้องมีไฟฟ้า ยุทโธปกรณ์ทางทหารมีความจําเป็น ต้องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นเทคเทคโนโลยี และเชื่อมโยงระบบกับส่วนราชการ ตอนนั้นก็เป็นเรื่องของน้ํา ซึ่งกระทรวงเกษตรโดยท่านรัฐมนตรี พร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่ เมื่อเสร็จเราจะทําเขื่อนเล็กกั้นน้ํา ก็ใช้ประโยชน์ได้แล้ว อยากจะใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเป็นเครื่องกีดขวางได้อย่างดี และสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้กําลังพลได้ติดต่อกับครอบครัว

เมื่อถามถึงกรณีสมเด็จฮุนเซน และ พล.อ.เตีย บันห์ ประธานวุฒิสภา เยือนประเทศจีน อาจมีการไปดีลเรื่องอาวุธ  พลโทอดุลย์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของเขา อย่าไปสนใจ เราก็ทํา เขาก็ทํา เป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ แต่ใครน่าเชื่อถือกว่ากัน ไปห้ามคนอื่นเขาไม่ได้ อย่างเช่น กองกําลังตามแนวชายแดนเราต้องมีที่มั่นดัดแปลง กัมพูชาเองก็มี ซึ่งเรียกว่าการเตรียมสนามรบ เขาก็ต้องเตรียมเช่นกัน แต่เขาจะเตรียมอะไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่มาตรการทางการทูต เราต้องเชื่อมั่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.กลาโหม การทูตเชิงรุกของประเทศไทยเราต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้นํา 

พลโทอดุลย์ ยังกล่าวว่าในวันที่ 16 ถึง 20 กรกฎาคมนี้ จะเดินทางร่วมคณะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของจีน

โฆษกกลาโหม โต้ ‘จิรัฏฐ์’ ปมเหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย ยันไม่ได้เงินเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม

โฆษกกลาโหม โต้ ‘จิรัฏฐ์’ ปมเหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย ยันไม่ได้เงินเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม

โฆษกกลาโหม โต้ ‘จิรัฏฐ์’ ปมเหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย ยันไม่ได้เงินเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.52 น.

“โฆษกกลาโหม” โต้ “จิรัฏฐ์”โพสต์เหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย แจง ‘โฆษกกองทัพ’ ไม่ได้เงินเดือน-เบี้ยเลี้ยงเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม นอกเหนือจากงานประจำเดิม 

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณี นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีต สส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน ได้โพสต์ถึงโฆษกกองทัพที่มากถึง 62 นาย แต่รัฐบาลมีโฆษก 4 คน ว่า การทำงานของทีมโฆษก ไม่ได้มีเงินเดือนหรือเบี้ยงเลี้ยงพิเศษ แต่เป็นการทำงานหมวกเพิ่มอีกใบ นอกเหนืองานปกติและงานประจำที่ทำอยู่แล้ว ซึ่งทางทีมโฆษกทำงานเสียสละและเข้าใจมิติการทำงาน แม้จำนวนโฆษกกองทัพจะมากแต่เลือกสรรบุคคลที่มีความสามารถเข้ามา มีความชำนาญพิเศษในแต่ละเรื่อง เช่น กระทรวงกลาโหมมี 4 นาย ที่แบ่งเหล่าทัพต่างๆ ตามขีดความสามารถ ซึ่งตนสังกัดกองบัญชาการกองทัพ แต่มาช่วยโฆษกกลาโหมอีกงานหนึ่ง เท่ากับว่างานเพิ่มแต่เงินเดือนไม่เพิ่ม 

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ดีเอสไอกำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ดีเอสไอกำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ดีเอสไอกำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.39 น.

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ’ดีเอสไอ‘ กำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่ ชี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบ สั่งรายงานเข้ามาทุก15วัน ย้ำ ‘ภาวุธ’ ยังไม่เป็นผู้ต้องหา ขอรอดูพยานหลักฐาน-คำชี้แจง

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 14.45น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งถามพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เรื่อง คดีหลอกลงทุน Forex ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ต่อมาเมื่อช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงตรวจสอบแบบปูพรม24จุดในพื้นที่กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ตรวจยึดของกลาง เช่น เงินสดนับร้อยล้าน ทองคำ รถหรู รวมถึงเครือข่ายการกระทำความผิด เชื่อมโยงไปยังบุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือแม้แต่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทางดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมรวมพยานหลักฐานถึงขั้นตอนใด มั่นใจหรือไม่ว่าจะนำตัวเครือข่ายผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ของกลางที่ตรวจยึดมามีจำนวนมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีแนวทางแผนงานอย่างไรในการนำทรัพย์สินเหล่านี้คืนไปยังประชาชนที่เดือดร้อน

ด้านรมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ดีเอสไอ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและใช้เวลามากว่า 6 เดือน เนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องกับ DS ไอว่ามีผู้กระทำความผิดในลักษณะนี้ จึงได้มีการสืบสวนหาพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง และและมีความชัดเจนมาเรื่อยๆ ซึ่งในคดีลักษณะนี้มีความซับซ้อน และแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงมีนอมินี และใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทที่จะโอนเงินต่ออีกหลายช่วงที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนต่อออกไปเป็นทอดๆ ไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานได้ใช้ความพยายามเฝ้าติดตามทั้งหมด 24 หมายค้น ใช้กำลังพลกว่า 300 นาย เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ และต้องมีความพร้อมในการขอหมายค้นช่วงเวลาที่พร้อมกัน ซึ่งจะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอในการที่จะขอหมายค้นได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า ในเรื่องรูปคดี แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. ผู้ชักชวนการลงทุน (IB) 2. โบรกเกอร์ 3. กลุ่มรับ-ส่งเงิน (Payment) ซึ่งในส่วนของ IB ได้เอ่ยชื่อของอาจารย์พี และโค้ชเจมส์ ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนการลงทุน ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ โบรกเกอร์ Forex ซึ่งมีอยู่ 4 บริษัท และส่วนที่ 3 คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางรับโอนเงิน โดยแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น ตอนนี้เราพบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และ เรนนี่ คอปเปอเรชั่น ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใดนั้น เมื่อคดีนี้ได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว และได้ออกหมายที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นได้กำหนดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากท่านมีความพร้อมก็ขอติดต่อพนักงานสอบสวน และหากใครมีความประสงค์ที่จะมาพบก่อนก็ยินดี ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารบริษัท QRS Global ได้มาชี้แจงในรายละเอียดของทางบริษัท ซึ่งข้อมูลบางอย่างก็ทำให้ดีเอสไอได้ทราบว่า เรื่องนี้มีใครมาเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ สำหรับเรื่องนี้ธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทางดีเอสไอได้ประสานไปยัง ปปง. ให้ทำการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น นายบุญจง ถามต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในคดีนี้คือมีบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสส. แม้วันนี้จะยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา และจะไปตามหมายเรียกของดีเอสไอในต้นเดือนหน้า ซึ่งมีประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการสอบสวนว่าเงินที่ได้จากเครือข่ายการกระทำความผิดนี้ ได้มีการโอนไปช่วยสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่ โดยจากข้อมูลของดีเอสไอที่ได้เปิดเผย ประชาชนมีความสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของนายภาวุธ ทางดีเอสไอได้มีการตรวจสอบบทบาทของนายภาวุธ กับเครือข่ายในการกระทำความผิดหรือไม่ และปัจจุบันมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลดังกล่าวเพียงใด รวมถึงได้ตรวจสอบเส้นเงินการกระทำความผิดของบริษัทต่างๆ นั้นได้ถูกส่งไปให้พรรคการเมืองหรือไม่ และหากพบว่ามีเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดกฎหมาย จะติดตามนำเงินนี้มาคืนให้กับผู้เสียหายได้อย่างไร

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ขบวนการและการมีส่วนรู้เห็นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้ง IB และโบรกเกอร์ ที่ทางดีเอสไอได้ใช้ข้อมูลในการแถลงข่าว มีเส้นเงินบางเส้นเงินโอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นเพย์เมนต์ของบริษัท QRS Global โดยนายภาวุธ ได้แจ้งว่า มีการไปเทรดทอง ซึ่งเป็นข้อสงสัยประการนึงที่เราได้ดำเนินการ ส่วนประเด็นที่ 2 คือบริษัทต่างๆ ทั้งบริษัทบริษัท เพย์ โซลูชั่น และบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล จำกัด จากการรายงานของดีเอสไอนั้น ระบุว่า นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัททั้ง 2 แห่ง เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้เราตั้งข้อสงสัย ส่วนเรื่องพยานหลักฐานชนิดอื่นๆ เช่น เส้นเงิน ทางดีเอสไอ และ ปปง. ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างมาก อยู่ระหว่างการแบ่งว่าเป็นกลุ่มไหน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอีกไม่นาน โดยตนได้ให้นโยบายไปกับทุกหน่วย ว่า เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ขอให้รายงานขึ้นมาให้กระทรวงฯทราบ ทุก 15 วัน เพื่อจะสื่อสารให้กับประชาชนได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า สำหรับคำถามที่ว่ามีเส้นเงินเชื่อมโยงถึงพรรคประชาชนหรือไม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งทางดีเอสไอ ก็ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ไปแล้ว และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยาแค่ไหนอย่างไรนั้น ทรัพย์ต่างๆ หากศาลสั่งยึด ผู้เสียหายในคดีก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับทรัพย์คืน โดยการเฉลี่ยทรัพย์ว่าใครเสียหายมากน้อยแค่ไหน เป็นขั้นตอนการดำเนินการของทางศาล หลังจากเสร็จสิ้นในเรื่องคดีอาญา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ และอยากจะพิสูจน์ให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจงเพื่อให้ทุกอย่างได้ชัดเจน

นายบุญจง ถามคำถามสุดท้ายว่า คดีแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงซ้ำอีก รู้ก่อนเสียหาย และสร้างความรู้ให้กับประชาชนได้เข้าถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงได้หรือไม่ รวมถึงหากพบการลงทุนที่มีความเสี่ยง ประชาชนจะพึ่งหน่วยงานของรัฐในการร้องเรียนได้โดยวิธีการใดบ้าง

พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงด้วยว่า กลุ่มชักชวนและโบรกเกอร์ก็จะมีการนำกำไรมาแสดงเพื่อชักชวนเข้ากลุ่ม VIP รวมถึงการนำอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ มาโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งในแนวทางการป้องกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยในส่วนของการป้องกัน ปราบปราม ที่มีตนในฐานะรมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และในส่วนของการป้องกันก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวมถึงในการตรวจสอบเส้นทางการเงินก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยทั้งสามส่วนนี้ได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เกี่ยวกับการชักชวนมาลงทุน จึงอยากฝากว่าเรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะนำวิธีการต่างๆ มาป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก

ข่าวดีติ่ง BTS กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ตามอายัดเงินบัญชีม้า ครบแล้ว 1.1 ล้าน

ข่าวดีติ่ง BTS กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ตามอายัดเงินบัญชีม้า ครบแล้ว 1.1 ล้าน

ข่าวดีติ่ง BTS กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ตามอายัดเงินบัญชีม้า ครบแล้ว 1.1 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.37 น.

สแกมผ่านบัตรคอนเสิร์ต! ‘กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค’ เผยคืบหน้าคดีกดบัตรคอนฯวงBTS ผู้เสียหาย135ราย มูลค่ากว่า1ล้านบาท ตามอายัดเงินใน ‘บัญชีม้าคนร้าย’ มาได้ทั้งหมดแล้ว ชงโมเดล ’TTK‘ โปร่งใส ตรวจสอบโดยวิธี ‘อิเล็กทรอนิกส์’ – แจ้งความผ่านระบบ TPO 1441 

25มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายอรรถพล ไตรศรี สส.พังงา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ( กมธ.)การคุ้มครองผู้บริโภค  สภาผู้แทนราษฎร และคณะกมธ. แถลงผลการพิจารณาแนวทางคุ้มครองผู้บริโภคกรณีซื้อบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์ที่ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับบัตรและไม่ได้รับการคืนเงินจากผู้ที่รับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต กรณีดังกล่าว ผู้ร้องเรียนมีความประสงค์จะเข้าชมคอนเสิร์ตบีทีเอส อารีรัง (BTS Arirang in Bangkok) จึงได้ตกลงจ้างกดบัตรคอนเสิร์ตและชำระเงินแก่ผู้รับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต ต่อมาพบว่า ผู้ที่รับจ้างเป็นมิจฉาชีพ ทำให้ไม่ได้รับบัตรคอนเสิร์ตตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งยังพบข้อมูลว่ามีการใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงิน และมีการโอนเงินต่อกันเป็นทอด ๆ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลทางการเงินที่ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลและการยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ โดยปัจจุบันมีผู้เสียหาย 135 ราย จาก 700 ราย ทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงิน 1,183,250 บาท ซึ่งเป็นการโอนเข้าบัญชีม้า มีการกระจายเงินอย่างรวดเร็วผ่านวอลเล็ต คอนเสิร์ตจัดโดยชาวต่างชาติและเปิดโควตาให้คนไทยจำนวนน้อย จึงต้องไปซื้อบัตรสื่อ บัตรผีที่มีราคาแพง ทางบริษัทแจ้งว่าไม่สามารถควบคุมราคาได้เนื่องจากได้โควตาน้อย ส่วนความคืบหน้าในการประชุม ผู้เสียหายที่จ้างเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์กิจการอาชญากรรมทางออนไลน์หรือสายด่วนทางตำรวจไซเบอร์ได้รับและดำเนินคดี ล่าสุดสามารถอายัดเงินในบัญชีม้าของคนร้ายทั้งหมดได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  

กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว กมธ. มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 3 ข้อ ดังนี้ 1. รัฐควรมีมาตรการกำกับดูแลระบบการชำระเงินทางช่องทางออนไลน์ที่อาจทำให้มิจฉาชีพกระทำความผิดได้ เพราะปัจจุบันยังไม่มีการตรวจสอบและยืนยันของผู้ใช้บริการระบบดังกล่าว 2. รัฐควรมีมาตรการกำกับดูแลเพดานราคาค่าบัตรคอนเสิร์ตหรือบังคับให้มีการจำหน่ายบัตรในราคาเดียวกันกับที่ปรากฎหน้าบัตรคอนเสิร์ต การกำหนดมาตรการคืนบัตรคอนเสิร์ต ตลอดจนการกำกับดูแลให้มีการแสดงแผนผังที่นั่ง 3. ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการบูรณาการข้อมูลและประสานความร่วมมือกัน ตลอดจนการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคต่อใบในอนาคต

นายอรรถพล กล่าวว่า กมธ. ต้องการดำเนินการ โดยเสนอโมเดล TTK โปร่งใส ตรวจสอบโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ และสุดท้ายหากป้องกันไม่ได้ต้องมีการแจ้งความผ่าน 1441 และ TPO 

T  : Transparency ทำอย่างไรให้การจองตั๋วเปิดเผย เปิดเผยโควตา ราคา และจำนวนที่จองได้ในแต่ละคน

T : Tackle เอาชนะต่อสู้กับสแกมเมอร์และบอท ต้องมีโปรแกรมหรือโครงสร้างในการป้องกันบอท ป้องกัน VPN ต่างชาติที่เข้ามาแย่ง พิสูจน์ตัวตนผ่านระบบแคปช่า OTP หรือสแกนใบหน้า

K : Kill Joy เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อถูกหลอกแล้วต้องรีบโทรไปหาตำรวจไซเบอร์ ที่เบอร์ 1441 ตำรวจไซเบอร์จะจัดการร่วมกับธนาคาร โดยใช้ระบบรับแจ้งความออนไลน์ TPO (Thai Police Online) สำหรับผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและคดีอาชญากรรมทั่วไปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สถานีตำรวจด้วยตนเองเพื่ออายัดบัญชี เมื่ออายัดบัญชีแล้วและพิสูจน์แล้วว่าเงินนี้เป็นของเราจริง เราจะได้รับเงินกลับคืนมา ซึ่งเดือน ส.ค.จะมีการคืนเงินที่เร็วขึ้นมากกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นศาลอีกต่อไป

กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค

ลิซ่า บี้ มหาดไทย ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย-ทุจริตสอบท้องถิ่น ‘วรศิษฎ์’ลุกขึ้นแจง ลั่นไม่ละเว้น เจอตอก็ต้องขุด

ลิซ่า บี้ มหาดไทย ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย-ทุจริตสอบท้องถิ่น 'วรศิษฎ์'ลุกขึ้นแจง ลั่นไม่ละเว้น เจอตอก็ต้องขุด

ลิซ่า บี้ มหาดไทย ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย-ทุจริตสอบท้องถิ่น ‘วรศิษฎ์’ลุกขึ้นแจง ลั่นไม่ละเว้น เจอตอก็ต้องขุด

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.17 น.

“ลิซ่า” ตั้งกระทู้ถามความเน่าเฟะใน “มหาดไทย” แชตไลน์หลุดช่วยน้ำเงินด้วย-ทุจริตสอบข้าราชการ จี้ แสดงความกล้าหาญทางการเมือง ด้าน “มท.4” ยันไม่ได้เพิกเฉย ชงแก้กฎหมายถอนรากถอนโคน ย้ำ ไม่มีละเว้นแน่นอนหากพบคนทำผิด ลั่นเจอตอก็ต้องขุด

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ตั้งกระทู้กรณีปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย    ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย     โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมาย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบแทน

น.ส.ภคมน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนพยายามทุกทางแล้ว ยังไม่ได้รับความชัดเจน ตนไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องของข้าราชการหรือเรื่องส่วนบุคคล ที่ผ่านมาไม่เคยมีการโยกย้ายกันแบบนี้ การย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และอิทธิพล สุดท้ายแล้ว อิทธิพลอะไร ผลประโยชน์อะไร ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บ เรียกเก็บอะไร ความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวัดภูเก็ต แต่ส่งผลกับเศรษฐกิจภาพใหญ่

“วลีที่สร้างความสั่นสะเทือน ที่อธิบดีกรมการปกครองพิมพ์หาปลัดจังหวัดภูเก็ตว่าช่วยน้ำเงินด้วย ปลัดก็ตอบกลับไปว่า 100% ครับนาย วันนี้ปลัดภูเก็ตคนนั้นที่ถูกย้ายกลับไปแล้วนะคะ ฐานความผิดอะไรก็ไม่ได้เปิดเผย แล้วเรื่องนี้ควรมีการตั้งกรรมการสอบที่มาที่ไปของข้อความ ซึ่งถ้าพิจารณาการแบบชาวบ้าน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง เราจะไม่สอบอะไรกันเลยหรือ” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ทุกเรื่องมุ่งไปที่กระทรวงมหาดไทย ตนไม่อยากให้บทสรุปเริ่มต้นเหมือนกัน และจบเหมือนกัน คือเริ่มต้นด้วยท่าทีที่ขึงขังและสุดท้ายก็แผ่วไป คำถามวันนี้คือสรุปว่าแชตช่วยน้ำเงินด้วย จะปล่อยผ่านใช่หรือไม่ ในเมื่อรัฐมนตรีขึงขังบอกว่าจะตั้งกรรมการสอบ ข้อกล่าวหารุนแรงมากแต่ไม่มีความพยายามแสวงหาข้อเท็จจริงอะไรเลยถ้ารัฐมนตรียืนยืนยันได้หรือไม่ว่ากระทรวงมหาดไทยยังยึดหลักธรรมาภิบาล ค่าของคนอยู่ที่ผลของใคร

ด้าน นายวรศิษฎ์ กล่าวตอบว่า เหตุที่เกิดเป็นการออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ของข้าราชการ 5 คน เช่น ปลัดจังหวัด , นายอำเภอ , ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด เนื่องจากมีการร้องเรียนหลายคนพยายามบอกว่าการออกคำสั่งให้มาช่วยราชการครั้งนี้เป็นเรื่องการเมืองแต่ในระเบียบไม่ได้ย้ายขาดและส่งไปช่วยราชการ เพื่อตรวจสอบและให้ข้าราชการเหล่านั้นพิสูจน์ตัวเอง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็คืนพื้นที่กลับ คือนายอำเภอเมืองกับนายอำเภอถลาง ปัจจุบัน 5 คนกลับพื้นที่ไปแล้ว กรมการปกครองได้สรุปผลการสอบทั้งหมดและเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการต่อ แต่เมื่อครบเวลาช่วยราชการก็ต้องกลับพื้นที่ก่อน ใครที่มีประเด็นในห้าคนนี้ ก็ต้องดำเนินการในระดับกระทรวงต่อไป

ส่วนแช็ตไลน์หลุดที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้นโยบายในการตรวจสอบไปแล้ว ทราบว่าสำนักปลัดก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ล่าสุดได้มีการสั่งให้ทำหนังสือชี้แจง หลังจากนี้ก็เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงฯ ที่ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร ส่วนการโยกย้ายผู้ว่าและรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งที่วันนี้ ยังไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าใครผิดหรือถูก หรือมีการเชื่อมโยงเกิดขึ้นอย่างไร และยังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบนั้น เรื่องนี้สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในข้อเท็จจริง คือเราเห็นความแตกแยกเกิดขึ้น เห็นปัญหาในการทำงานร่วมกันของข้าราชการระดับสูง ต่างฝ่ายต่างพูดว่าเป็นการตอบโต้กัน ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะพูดหรือปกป้องตัวเอง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้แต่วันนี้ยังไม่มีการกล่าวหาว่าใครมีความผิดหรือไม่มีความผิด ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ

แต่สภาพการอยู่ด้วยกันในลักษณะแบบนี้ จังหวัดภูเก็ตมีปัญหารุมเร้ามากมายฉะนั้นรอไม่ได้ ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสอบเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังจากนี้ก็ต้องติดตามว่าปลัดฯจะดำเนินการอย่างไร ใบอนุญาตก่อนหน้านี้ใบอนุญาตโรงแรมที่เป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต เงื่อนไขหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการรีดไถกันในพื้นที่เพราะขอกันไม่ได้ขอยาก 1 ปี ออกได้ 40 ใบ วันนี้ทีมชุดใหม่เข้าไปทำงาน 2 อาทิตย์ออกได้ 20 ใบแล้ว คาดว่าใบอนุญาตที่ค้างอยู่ที่จังหวัดตั้งแต่ปี 61-62 ประมาณ 500 ใบ จะจัดการเสร็จภายในระยะเวลา 4-5 เดือน ซึ่งเราเข้าไปจัดการสนับสนุนโรงแรมโรงแรมสถานประกอบการให้ทำอย่างถูกกฎหมาย สิ่งที่เราทำในจังหวัดภูเก็ต คือต้องการเห็น ผู้ประกอบการทำธุรกิจโดยไม่ต้องระแวงไม่ต้องกังวล ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินไป


จากนั้น น.ส.ภคมน กล่าวว่า ขอโทษจริงๆ มันจับประเด็นยากนิดหนี่ง พร้อมถามย้ำว่าสรุปแชตช่วยน้ำเงินด้วยยังมีการตั้งกรรมการสอบหรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบ จะบอกว่าใช้ดุลยพินิจ เขาไม่ลงรอยกันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสังคมไม่สามารถรับฟังได้ขนาดนั้น ตนอยากให้ทุกอย่างโปร่งใส

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือเรื่องการสอบทุจริตข้าราชการ พบหลักฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่น่าจะเกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้นก็ออกมาปฏิเสธ ล่าสุดมีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย หากจะยึดคำที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง แต่หากไม่มีฝ่ายการเมืองรู้เห็นเป็นใจ

“เรื่องนี้มันไม่อึดอัดขนาดนั้นหรอก งานที่เป็นการเฉพาะหน้าท่านต้องสืบหาคนผิดเอามาลงโทษ ก็ว่ากันไป จะสาวไปถึงไกลแค่ไหน มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องแค่ไหน ดิฉันคิดว่าวันนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์กับประชาชน แสดงความกล้าหาญทางการเมืองของนายกอนุทินให้ได้” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ท่านคิดเรื่องนี้ไปข้างหน้าอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าการคิดทุจริตครั้งนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับระบบราชการไทย ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย เราได้เห็นการจัดการโครงสร้างการเมืองของราชการอุปถัมภ์ขนาดใหญ่นี้อย่างไร ต่อไปเด็กรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ อยากเป็นข้าราชการ ทำงานเพื่อประเทศ ใครเขาอยากเข้ามาในระบบที่ถูกตีตราไว้เน่าเฟะแบบนี้ วันนี้ราชการก็ระแวงกันเอง ฉันสอบเธอซื้อหรือไม่ จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย ระบบราชการไทยให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร

ทำให้นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ที่บอกว่าการทุจริตการสอบมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช่กระบวนการใหญ่ขนาดนี้ มีทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราเจอในปี 2567 ได้ข้อมูลมาว่าการสอบคัดเลือกท้องถิ่น มีข่าวที่ไม่ดีขณะนั้นนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ ขอตั้งหน่วยงายตรวจสอบขึ้นมาประกอบด้วย 5 หน่วย คือ ป.ป.ช. , ป.ป.ป. , ป.ป.ท. , กรมส่งเสริมและ กสถ. เพื่อจับตากระบวนการสอบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และมีการให้นโยบายเรื่องกระบวนการสอบว่าต้องรัดกุม นี่จึงเป็น ที่มาว่าใน TOR ก็ระบุไว้ ซึ่ง TOR ปัจจุบันและตัวก่อนมีความแตกต่างกันในเรื่องมาตรฐานการป้องกันรวมไปถึงการตรวจสอบย้อนกลับ

” เราให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันนี้มาตั้งแต่แรก ถ้าจะบอกว่างานนี้มีกลุ่มผู้มากบารมีมาซัพพอร์ต เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้ผล ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้เราจำเป็นต้องทำงานให้ละเอียดและรวดเร็วที่สุด ตอนนี้ทั้ง ป ป.ช. กระทรวงและตำรวจ คณะกรรมการกองกลางก็มีมติให้ตรวจข้อสอบใหม่ ” นายวรศิษฎ์กล่าว

นายวรศิษฎ์ ยังกล่าวว่า วันนี้คนที่สอบเข้ามาได้มี 2 กลุ่มคือ เข้ามาได้ด้วยความสามารถของตัวเองและ สอบมาได้ด้วยกันทุจริต สิ่งที่เราต้องรักษาไว้ คือความยุติธรรมของคนที่ใช้ความสามารถของตัวเอง หลังจากที่เข้าสู่กระบวนการ หากเสร็จแล้วใครถูกหรือผิดก็สามารถบอกได้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายชัดเจนว่าไม่ละเว้นถ้าเจอตอก็จะขุด นอกจากนี้จะแก้ปัญหานี้ในอนาคตอย่างไร ในสมัยการประชุมสภาชุดที่แล้ว ได้มีการเสนอแก้กฎหมายในการสอบคัดเลือกท้องถิ่น ให้ปรับรูปแบบเป็นท้องถิ่นจัดสอบเองโดย อ้างอิงจาก ก.พ. ที่ไม่เคยมีข่าวเรื่องการทุจริตเลย ซึ่งปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้อยู่ในวาระการประชุมของสว. เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะไม่ปวดหัวกับเรื่องแบบนี้อีก

น.ส.ภคมน จึงกล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่ามีผู้บารมีมาเกี่ยวข้อง ตนบอกว่าเรื่องนี้ควรสาวให้ถึงว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ความกล้าหาญทางการเมือง น่าเสียดายที่ไม่ได้คำตอบ ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบุคคล แต่เป็นปัญหาของโครงสร้าง ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าให้เป็นแค่แอ็คชันเรื่องตรงหน้า รัฐบาลต้องมองให้ขาดว่าปัญหานี้คือกระจกบานใหญ่ ที่จะสะท้อนว่าคนในตำแหน่งสูงที่พร้อมจะหากินกับประชาชน การซื้อตำแหน่งในสังคมไทยคือภาพสะท้อนที่สังคมที่ปิดตายและกดทับ รัฐไม่สามารถให้ความมั่นคง โอกาสกับคนธรรมดา ว่าเขาจะเท่าเทียมกับทุกคนในสังคมได้

ต่อมานายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ตนเห็นว่าต้องจัดการให้สิ้นซาก สิ่งที่นางสาวภคมนคิดและแลกเปลี่ยนมาก็เป็นสิ่งที่เราคิดและมองเหมือนกัน และต้องหาและต้องหาผู้กระทำความผิดให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในการทุจริตครั้งนี้เป็นกลุ่ม ที่มีคนร่วมเยอะ มีความซับซ้อนของการทำงานต้องให้เวลาทีมทำงาน ถ้าพูดถึงเรื่องความตั้งใจก็ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ขอเวลาให้ได้ทำงาน และมั่นใจว่ายังไงก็เจอตัวถ้าเจอต่อก็ต้องขุด ไม่มีละเว้น

” สุดท้ายขอให้มั่นใจและสบายใจว่า พี่น้องข้าราชการที่สอบ โดยที่ไม่ได้ทุจริตและสอบโดยใช้ความสามารถใช้ความพยายามของตัวเองจะต้องไม่กระทบสิทธิ์ของท่าน แต่สำหรับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้รับสภาพยังไงก็ต้องโดน ” นายวรศิษฎ์กล่าว

สก.ปชป. ปรัชญา ศรีสอาด ปลุกกระแสพื้นที่ไข่แดง ชูสโลแกน บางกะปิ…บ้านเรา เราดูแล

สก.ปชป. ปรัชญา ศรีสอาด ปลุกกระแสพื้นที่ไข่แดง  ชูสโลแกน บางกะปิ...บ้านเรา เราดูแล

สก.ปชป. ปรัชญา ศรีสอาด ปลุกกระแสพื้นที่ไข่แดง ชูสโลแกน บางกะปิ…บ้านเรา เราดูแล

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.13 น.

สก.ปชป. “ปรัชญา ศรีสอาด” ปลุกกระแสพื้นที่ไข่แดง หวังทวงคืนความเชื่อมั่นพรรคสีฟ้า ชูสโลแกน “บางกะปิ…บ้านเรา เราดูแล” มัดใจคนทุกเจน

วันที่ 25 มิถุนายน 2569  นายปรัชญา ศรีสอาด หรือ “ฮานีฟ” ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 3 จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนในฐานะคนรุ่นใหม่สายเลือดแท้ที่อาสาเข้ามาทวงคืนความเชื่อมั่นและปักธงพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่บ้านเกิดอีกครั้ง ตนเดินหน้าลุยศึกเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นและพลังของคนรุ่นใหม่ โดยมุ่งหวังที่จะคว้าความไว้วางใจจากฐานเสียงทุกกลุ่มในพื้นที่ ทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนดั้งเดิมของพรรคที่ยังเหนียวแน่น และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม 

“ยุทธศาสตร์สำคัญคือการชูสโลแกนบางกะปิ…บ้านเรา เราดูแล ที่เน้นความผูกพันในฐานะคนพื้นที่ พร้อมชูนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในจุดที่เคยถูกละเลยหรือมองข้าม มุ่งหวังกระจายการพัฒนาอย่างทั่วถึงภายใต้แนวคิดหลักไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”นายปรัชญา กล่าว

นายปรัชญา กล่าวว่า นอกจากนี้ การขับเคลื่อนนโยบายระดับเขต ยังสอดรับเป็นเนื้อเดียวกับยุทธศาสตร์ภาพรวมกรุงเทพมหานครของ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่วางหมุดหมายการพัฒนาเมืองหลวงไว้ใน 5 มิติหลัก ได้แก่ สะดวก สะอาด สบาย เศรษฐกิจดี และมีความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยให้การประสานงานระหว่างผู้ว่าฯ กทม. และสภา กทม. (ส.ก.) เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน

”ผมเป็นคนพื้นที่ เกิดและโตที่นี่ ปัญหาของพี่น้องชาวบางกะปิคือหน้าที่ของผม หากได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา กทม. ผมพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิด รับฟังทุกเสียง และผลักดันการพัฒนาบางกะปิให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน วันเลือกตั้งนี้ ขอโอกาสให้คนรุ่นใหม่เบอร์ 3 เข้าไปดูแลบ้านของเราครับ”นายปรัชญา กล่าว

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายปรัชญาถูกจับตามองในฐานะเต็งหนึ่งที่มีลุ้นเบียดแชมป์ คือการได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากบรรดาบิ๊กเนมและอดีตนักการเมืองท้องถิ่นระดับแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์  อาทิ นายประเสริฐ ทองนุ่น อดีตผู้อำนวยการเขตและอดีต ส.ก., นางจินตนา อารีย์ อดีต ส.ข. ร่วมด้วย วรากรณ์ บุญมาเลิศ, สุวดี รุ่งเรืองศรี, เชวง เงินแพทย์, เย็นจิตต์ พรมบ้านสังข์ และสมพงษ์ หมัดนุรักษ์ ได้แท็กทีมร่วมลงพื้นที่เดินเท้าเคาะประตูบ้านช่วยนายปรัชญาหาเสียงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การเลือกตั้ง ส.ก. บางกะปิในครั้งนี้ จึงเป็นหัวหอกสำคัญในการจุดกระแสสีฟ้าให้กลับมาพรึบพรับในพื้นที่กรุงเทพตะวันออกอีกครั้ง ผลลัพธ์ในคูหาจะเป็นอย่างไร พี่น้องชาวบางกะปิจะเป็นผู้ให้คำตอบ 

กกล. สุรนารี จัดทัพใหม่รับมือกัมพูชา เปิด ‘ฉก.4’ คุมช่องบก-ช่องอานม้า-เนิน 469

กกล. สุรนารี จัดทัพใหม่รับมือกัมพูชา เปิด 'ฉก.4' คุมช่องบก-ช่องอานม้า-เนิน 469

กกล. สุรนารี จัดทัพใหม่รับมือกัมพูชา เปิด ‘ฉก.4’ คุมช่องบก-ช่องอานม้า-เนิน 469

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.06 น.

”กกล. สุรนารี “ จัดกำลังใหม่รับมือเขมร  เปิด”ฉก.4“คุมช่องบก, ช่องอานม้า,เนิน 469,ชายแดนน้ำยืนอุบลฯ “ บิ๊กดุลย์”เตรียมลงพื้นที่เช็คคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานป้องกันประเทศ เยี่ยม 3 กองกำลังอีสาน-ตะวันออก

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 พันเอกหญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำในเรื่องของความมั่นคงชายแดนเพื่อเสริมความพร้อมรบในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยย้ำการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตามแนวคิด joint   all domain operation บูรณาการการทำงานทุกมิติทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ไซเบอร์ ตักรวมถึงการใช้ความร่วมมือการทูตเชิงรุก 

ส่วนการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงตามแนวชายแดนได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมีพลโท วรพจน์ แก้วพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็น หัวหน้าคณะทำงาน เพื่อดำเนินงานตามแนวคิด น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ครอบคลุมทั้ง 8 กองกำลังป้องกันชายแดนทั่วประเทศ  โดยห้วงเวลา 15 ถึง 17 มิ.ย. ได้ลงพื้นที่ 14 ที่หมายซึ่งปัจจุบันพื้นที่ของกองกำลังสุรนารีได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบใหม่โดยปรับเปลี่ยนจากเดิม 3 ฉก . ( หน่วยเพาะกิจ) เป็น 4 ฉก. 

ฉก.1
จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนเหนือ)ได้แก่
ซำแต, ภูมะเขือ, ห้วยตามาเรีย, พลาญหินแปดก้อน,  พื้นที่โดยรอบกันทรลักษ์

ฉก.2
จังหวัดสุรินทร์ – จังหวัดบุรีรัมย์
ตั้งแต่หลักเขตที่ 2 ผ่านพื้นที่ช่องจอม–ปราสาทตาเมือน จนสุดเขตจังหวัดบุรีรัมย์

ฉก.3
จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนใต้)ตั้งแต่ช่องทับอู จนถึงหลักเขตที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอขุนหาญ–ภูสิงห์

ฉก.4 ( แบ่งมาจาก ฉก.1 เดิม )
จังหวัดอุบลราชธานี ช่องบก, ช่องอานม้า,เนิน 469, และพื้นที่แนวชายแดนอำเภอน้ำยืน  

โดยในแต่ละจุดของกองกำลังสุรนารีได้เสนอความต้องการต่างๆ ซึ่งหลายส่วนได้มีการอนุมัติงบฯและดำเนินการไปแล้ว ในเรื่องของน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ในส่วนที่ไม่ใช่ที่ทหารได้มีการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด

หลังจากนี้เมื่อคณะทำงานได้นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็จะลงพื้นที่ใน 3 กองกำลัง โดยวันที่4 กค. พื้นที่กองกำลังบูรพา และ กองกำลัง จันทบุรี- ตราด และวันที่ 5 กค.กองกำลังสุรนารี เพื่อติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อให้เกิดความพร้อม อย่างเร็วที่สุด

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม ได้มีการกล่าวถึงกลไกศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) รับผิดชอบโดยกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้อำนวยการศูนย์ โดยได้กำชับการทำงานเพื่อความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ ติดตามสถานการณ์ชายแดนทุกด้าน ทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การบูรณาการหน่วยงานต่างๆ จึงสำคัญยิ่งมาก ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 

พร้อมย้ำถึงการบูรณาการสื่อสารของทีมโฆษกกลาโหม-เหล่าทัพ ในการจัดตั้งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ในหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น เป็นการทำงานด้านการสื่อสารแบบเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างเอกภาพการสื่อสารด้านความมั่นคงและกำกับการใช้สื่ออนไลน์ของกำลังพลให้เหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ

สมัย ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ฝากคำถาม ถึง ‘ชัชชาติ’ ปมที่ปรึกษา-ผังเมือง-สะพานเจ้าพระยา

สมัย ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ฝากคำถาม ถึง 'ชัชชาติ' ปมที่ปรึกษา-ผังเมือง-สะพานเจ้าพระยา

สมัย ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ฝากคำถาม ถึง ‘ชัชชาติ’ ปมที่ปรึกษา-ผังเมือง-สะพานเจ้าพระยา

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

“สมัย“ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม อิสระฝากคำถามถึง ‘ชัชชาติ’ ปมที่ปรึกษา-ผังเมือง-สะพานเจ้าพระยา

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ หมายเลข 2 เปิดเวทีปราศรัยย่อย ชู กทม.เมืองในฝัน นำที่ดินว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ สร้างคอมมูลนิตี้มอล ให้กลุ่มผู้สูงอายุ 4 มุมเมือง  -สร้างบ้านให้คนทำงาน ทั้งซื้อ -เช่า มีที่พัก ราคาถูก ฝาก 3 คำถาม “ชัชชาติ” ทำไมมีที่ปรึกษาโครงการหน้าเดิมๆ-ผังเมืองล่าช้า-สะพานคนเดินเจ้าพระยา

วันที่ 25 มิถุนายน 2569  ที่บริเวณลานคนเมืองกทม. นายสมัย ละเลิศ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 2 ในนามอิสระ เปิดเวทีปราศรัยย่อย ในช่วงเที่ยง บริเวณลานคนเมือง ซึ่ง กกต.กทม.จัดพื้นที่ให้ผู้สมัครฯปราศรัยได้หากมีการร้องขอใช้พื้นที่ 

โดยนายสมัย กล่าวว่า ในนามผู้สมัครอิสระ ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ต้องการชูนโยบาย ชวนคนกรุงเทพ สร้างเมืองในฝันร่วมกัน มาวางอนาคตในอีกหลายปีนับจากนี้ ซึ่งตนเองถือว่าเป็นตัวแทน คนตัวเล็กตัวน้อยในเมือง เมื่อผู้นำใช้ให้ทำงาน ต้องมองถึงชามข้าวของคนทำงานด้วย สอบถามถึงการใช้ชีวิต ทั้งค่าเดินทาง ค่ากินค่าอยู่ ซึ่งมีรายการใช้จ่ายจำนวนมาก จึงเสนอให้ทำบ้านให้คนเมือง ด้วยการนำที่ดินเปล่าของ กทม. มาใช้ประโยชน์ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ให้คนทำงานในเมืองกรุงเทพฯ  

นายสมัย กล่าวด้วยว่า ตนยังชูนโยบายดูแลผู้สูงอายุในสังคมสูงวัยของกทม. ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้มอล สำหรับคนวัยเกษียณ ใน 4 มุมเมือง เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้มาทำกิจกรรมร่วมกัน และสร้างกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในเมืองกรุง พร้อมกันนี้ยังชี้ว่า งบประมาณ กทม. 90,0000 ล้านบาท ของ กทม. จะต้องถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ หากปราบการทุจริตได้รับรองว่าเงินจะเข้าระบบ และเมื่อกทม.มีเงินสะสม สามารถนำไปต่อยอดวางเป็นหลักประกันกู้เงิน จ่ายดอกเบี้ยที่ถูกลง นำไปสร้างสวัสดิการ จัดทำโครงการใหญ่เพื่อประชาชน 

นายสมัย ยังกล่าวถึง กระบวนการทุจริต ใน กทม.  โดยใช้ศัพท์ว่า การตีไก่ ซึ่งมีการทุจริตทุกขั้นตอน โดยการทุจริตนี้คนใน กทม.ทุกคนทราบดี ไม่ใช่ใครจะสามารถเอาชนะแชมป์เก่าได้ใน 1 เดือน ในเมื่อคนเก่าเขายังนั่งอยู่ในใจประชาชน ก็เขารักกัน แต่ตนขอฝากถามประชาชนชาวกรุงเทพฯ และนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ว่า 1.ทำไมหลายโครงการของกรุงเทพในยุคท่านถึงมีที่ปรึกษาโครงการและจ้างศึกษาโครงการเจ้าเดิมๆ เยอะ

2.ทำไมผังเมืองรวมล่าช้า ข่าวว่ามีการเปลี่ยนสีผังเมืองและขีดเส้นเวนคืน บางแปลงขีดเส้นเวนคืนไปจ่อแปลงที่ดินของนักพัฒนาเลย เช่น แปลงบ่อน้ำหมู่บ้านสัมมากร ถนนสุขาภิบาล 3

3.ข่าวจาก กทม. จะทำสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บอกว่า จะเป็นสะพานโรแมนติกเอาไว้ถ่ายรูปสวยๆ ความจริงคือ จะทำสะพานเสริมฮวงจุ้ยให้กลุ่มทุน อสังหาหรือไม่ เพราะตรงที่จะสร้างมีโครงการกลุ่มทุนใหญ่กำลังพัฒนา ข่าวว่า จะเป็นโรงแรมใหญ่ของกลุ่มทุนใหญ่ ถ้ามีสะพานตรงนี้ มันจะเข้าหลักฮวงจุ้ย มังกรเล่นน้ำ หรือเข็มขัดหยกจักพรรดิ ดึงพลัง ผู้คนและเงินทองจากฝั่งพระนครไปเข้าท้องมังกรที่โรงแรมนี้ ตนมาข้องใจตรงที่ว่า จะทำเป็นสะพานคนเดิน เพราะสะพานรถวิ่งมันผิดหลักฮวงจุ้ยใช่หรือไม่

สภา มีมติเอกฉันท์ 462 เสียงเห็นชอบร่างพ.ร.บ.โอนงบ เอกนิติ ย้ำความจำเป็นสำรองเพื่อรับมือ ‘วิกฤตพลังงาน-ภัยแล้ง’

สภา มีมติเอกฉันท์ 462 เสียงเห็นชอบร่างพ.ร.บ.โอนงบ เอกนิติ ย้ำความจำเป็นสำรองเพื่อรับมือ ‘วิกฤตพลังงาน-ภัยแล้ง’

สภา มีมติเอกฉันท์ 462 เสียงเห็นชอบร่างพ.ร.บ.โอนงบ เอกนิติ ย้ำความจำเป็นสำรองเพื่อรับมือ ‘วิกฤตพลังงาน-ภัยแล้ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.51 น.

’สภาฯ‘ เอกฉันท์462เสียงไฟเขียวรับหลักการ ‘ร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ‘ กว่าหมื่นล้าน ตั้งกมธ.วิสามัญ25คน ดันกลับมาพิจารณาวาระสอง-สาม 2ก.ค.นี้ ด้าน ‘อภิสิทธิ์’ เซ็งรับหลักการอย่างผิดหวัง อัดล่าช้า – โอนได้น้อยนิด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร รับห่วงประเทศ หาก ‘การคลัง‘ พ่าย ’การเมือง‘ ขณะที่ ’เอกนิติ‘ ย้ำความจำเป็นสำรองเพื่อรับมือ ‘วิกฤตพลังงาน-ภัยแล้ง’ โวที่ผ่านมา ศก.ไทยฟื้นตัวกว่าที่หลายคนคาดการณ์-อัตราเบิกจ่ายโตกว่า 10% 

25มิ.ย.2569 เมื่อเวลา13.15น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ…  ที่ ครม. เสนอ วงเงิน10,328 ล้านบาท โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนและพร้อมรับหลักการ ร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ ด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง ย้อนไปช่วงรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ขณะนั้นมีความชัดเจนเรื่องวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ตนสนับสนุนให้รัฐบาลออกร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ และรมว.คลัง ยังไม่ได้คิดเรื่องการกู้เงิน พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่า ถ้ารัฐบาลตั้งใจลดต้นทุนพลังงาน และเร่งโอนงบประมาณเพื่อรองรับสถานการณ์ วันนี้ก็ไม่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาท สิ่งที่คาดหวังคือ การใช้พ.ร.บ.โอนงบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่สุดท้ายจากที่จะโอนงบ 1แสนล้านบาท เหลือแค่ 1หมื่นล้านบาท ฟังคำอธิบายความล่าช้าการโอนงบแล้วแปลกใจ อ้างต้องรอจัดงบประมาณปี2570ก่อน ทั้งที่หากย้อนกลับไปไม่เคยมีปีไหนติดขัดเรื่องนี้ เมื่อทำช้าก็ได้เงินน้อย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเกือบทุกปี มีเงินไม่ได้เบิกจ่ายเกินแสนล้านตลอด เป็นไปได้อย่างไรการที่รัฐบาลตั้งใจจะโอนงบมาตั้งแต่เดือนเม.ย. แต่กลับโอนได้แค่หมื่นล้าน แทบไม่เห็นการสั่งการให้หน่วยงานรัฐทบทวนการใช้งบประมาณอย่างจริงจัง แค่บอกว่า ถ้าโครงการใดยังไม่เซ็นสัญญา ให้โอนงบกลับมาก เหมือนส่งสัญญาณให้หน่วยงานรัฐเร่งเบิกจ่ายการใช้งบประมาณ งบที่โอนได้แค่นี้ ไม่มีความหมายแก้วิกฤติ รัฐบาลไม่พร้อมบริหารสถานการณ์วิกฤติ อยากโอนงบให้ได้น้อยๆ เพื่อให้กู้เงินได้มากๆ หวังผลทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการโอนงบด้วยความผิดหวัง เพราะความล่าช้า และโอนได้น้อยนิด จนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร สิ่งที่นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การคลังพ่ายการเมือง ถ้าพ่ายการเมืองเรื่อยๆก็เป็นห่วงรมว.คลัง แต่ตนเป็นห่วงประเทศมากกว่า

ต่อมาภายหลังสมาชิกอภิปรายกัยอย่างกว้างขวางและครบจำนวนแล้วนั้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาประเทศไทย และหลายประเทศ ประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลาง ความผันผวนราคาพลังงาน ซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ทำให้ค่าครองชีพ และต้นทุนสูง ประชาชนได้รับผลกระทบ จนเป็นวิกฤตปากท้อง และเมื่อปีที่แล้ว ประเทศไทยประสบวิกฤตชายแดน และวิกฤตน้ำท่วม รวมถึงปีนี้ก็ได้ส่อว่า จะวิกฤตภัยแล้งแล้ว แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด รัฐบาลจึงได้พยายามบริหารจัดการ ใช้ทุกเครื่องมือ ดูแลและเยียวยาประชาชน แต่งบประมาณ มีจำกัดและต้องพยายามรักษาความสมดุล แต่การที่มูดี้ส์ยก ไทย เป็นประเทศรับมือภาวะเศรษฐกิจโลกได้ดี พร้อมปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบสู่ มีเสถียรภาพ ก็พิสูจน์แล้วว่า การดำเนินการเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง 

นายเอกนิติ  กล่าวต่อว่า ตัวเลขที่เศรษฐกิจไทยเติบโต และงบประมาณที่ตนเร่งรัดการเบิกจ่าย ข้อมูลได้พิสูจน์แล้วว่า อัตราการเบิกจ่ายสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา และตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 การลงทุนภาครัฐโดย  ร้อยละ 13 ไตรมาสที่ 2 โต  ร้อยละ 9.4 และข้อมูลล่าสุด โตกว่า  ร้อยละ 10 ดังนั้น จึงต้องรักษาสมดุลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และดูแล เยียวยาประชาชน พร้อมย้ำว่า งบประมาณเม็ดเงินที่เหลือ จำเป็นต้องโอนงบประมาณมาเป็นงบกลางสำรองฉุกเฉิน สำหรับวิกฤตพลังงานและภัยแล้ง ที่รัฐบาลต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน และย้ำว่า ช่วงที่ตนได้ดำเนินการไปพิสูจน์แล้วว่า เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวกว่าที่หลาย ๆ คนคาดการณ์ และทำให้ขีดความแข่งขันประเทศไทยดีขึ้น

“ผมขอขอบคุณทุกข้อสังเกต และยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการแข่งขันของประเทศ ดูแลเยียวยาประชาชน ซึ่งกรรมาธิการฯ จะได้นำความเห็นไปประกอบการพิจารณาในการปรับแก่ต่อไป” นายเอกนิติ กล่าว

จากนั้นที่ประชุมมีมติเอกฉันท์รับหลักการร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ….  ด้วย คะแนน 462 เสียง ต่อ 0 งดออกเสียง 1 จากนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวนทั้งหมด 25 คน  แบ่งตามสัดส่วน ได้แก่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) จำนวน 6 คน สส.พรรคภูมิใจไทย 8 คน พรรคประชาชน 5 คน พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน โดยจะนำกลับเข้ามาสู่การพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 2 ก.ค.นี้ 

วรศิษฎ์ เผยที่ประชุมมีมติ ขอรื้อตรวจข้อสอบท้องถิ่นใหม่ยกแผง ยกเลิกคำสั่งชะลอการรายงานตัว

วรศิษฎ์ เผยที่ประชุมมีมติ ขอรื้อตรวจข้อสอบท้องถิ่นใหม่ยกแผง ยกเลิกคำสั่งชะลอการรายงานตัว

วรศิษฎ์ เผยที่ประชุมมีมติ ขอรื้อตรวจข้อสอบท้องถิ่นใหม่ยกแผง ยกเลิกคำสั่งชะลอการรายงานตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.07 น.

“วรศิษฎ์” เผยที่ประชุม คกก.กลางฯมีมติทำหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอรื้อตรวจข้อสอบท้องถิ่นใหม่ยกแผง -ยกเลิกคำสั่งชะลอการรายงานตัว พร้อมไฟเขียวให้ผู้สอบผ่านรายงานตัวตามปกติ ชี้เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิ์ผู้สุจริต ขอประชาชนเชื่อมั่นขั้นตอนโปร่งใส 

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 12.45 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น  ครั้งที่ 6/2569  ว่า มีวาระพิจารณาเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นคือเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งมี 2 ประเด็น และมีมติ ในเรื่องของการตรวจข้อสอบใหม่ โดยมีความเห็นตรงกันว่าจะต้องมีการตรวจข้อสอบใหม่เพื่อให้ความจริงกระจ่าง  ซึ่งหลังจากนี้ต้องไปดูในระเบียบว่าในการดำเนินการเหล่านี้ มีคนเกี่ยวข้องส่วนไหนบ้าง รวมถึงต้องประสานไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากขณะนี้ กระดาษคำตอบตัวจริง ป.ป.ช. ได้อายัดไว้ หลังไปตรวจสอบโรงพิมพ์ ซึ่งต้องมีการประสานกัน เพราะหากอยากให้เกิดความแม่นยำ และได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ก็ต้องตรวจกับกระดาษคำตอบตัวจริง 

นายวรศิษฎ์  กล่าวอีกว่าส่วนเรื่องการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันที่ผ่านไปแล้ว ที่ผระชุมเห็นว่าไม่ควรชะลอควรให้ไปรายงานตัวได้ตามปกติ เพราะวันนี้ยังบอกไม่ได้ว่าใครบ้างที่มีการทุจริต  แม้ทุกคนจะเห็นว่าอาจมีการทุจริต แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร ดังนั้นจึงต้องรักษาสิทธิ์ของคนที่สุจริตที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งตามที่มีข่าวมีประมาณ  3,000รายชื่อ แต่ขึ้นบัญชีไว้หลายหมื่นคน จึงไม่อยากให้ไปกระทบสิทธิ์ กับคนที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง แต่ในส่วนของกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง การสืบสวนสอบสวนก็ต้องทำต่อไป หากพบว่าบรรจุไปแล้ว มีใครเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตก็ต้องดำเนินการ 

เมื่อถามว่า การให้ไปรายงานตัวเหมือนเดิมจะมีคำสั่งออกมาใหม่ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นมติของกอง ที่ต้องส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่จะต้องไปดำเนินการต่อไป โดยเรื่องหนังสือยกเลิกคำสั่งชะลอ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเป็นผู้ให้รายละเอียด 

เมื่อถามถึง เรื่องการตรวจข้อสอบใหม่ หากมีการสับเปลี่ยนข้อสอบไปแล้วจะมีมาตรการอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การสับเปลี่ยนข้อสอบ ตนว่าไม่น่าเกิดขึ้นได้ โดยการตรวจใหม่จะตรวจทั้งหมดที่สอบในล็อตนี้ 

เมื่อถามว่า การตรวจข้อสอบใหม่จะต้องมีการระเบียบอะไรหรือไม่ หรือสามารถทำได้เลย นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วมีระเบียบครอบคลุมอยู่ แต่ต้องไปว่ากันในรายละเอียด ซึ่งอยากจะทำให้เร็วที่สุด แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ว่ากระดาษคำตอบตัวจริง ป.ป.ช.เก็บรักษาอยู่ เพราะฉะนั้นเบื้องต้น ต้องประสานกับ ป.ป.ช. ว่าจะส่งคณะกรรมการเข้าไปดำเนินการเรื่องนี้ ต้องรอความเห็นจาก ป.ป.ช. ซึ่งสุดท้ายจะได้เห็นว่าใครที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง  คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะได้สิทธิ์ต่อไป คนที่อ่านหนังสือมามีความพยายาม กับคนที่มาทุจริตแล้วได้มา ต้นทุนมันต่างกัน 

เมื่อถามว่า จะมีการนำผลการประชุมวันนี้ เข้าไปที่ประชุม ที่มีนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า อาจจะต้องมีการส่งไปประกอบด้วย 

เมื่อถามว่า การตรวจกระดาษคำตอบใหม่ ที่จะไปขอจากป.ป.ช.จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ใช่หรือไม่ ว่าผลที่ออกมาจะเป็นข้อเท็จจริงและความโปร่งใส นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เราไม่ได้ตรวจเอง ในการเข้าไปตรวจ ต้องเป็นคณะที่เชื่อถือได้  รวมไปถึงจะให้หน่วยงานที่ตรวจสอบทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท.  หน่วยงานอื่นๆ หรือแม้แต่ภาคประชาชน เข้าไปสังเกตการณ์ในการดำเนินการด้วย เพื่อให้ทุกคนเห็นความบริสุทธิ์ใจและเห็นข้อเท็จจริง 

เมื่อถามว่า การตรวจกระดาษคำตอบใหม่ ยังไม่ถึงขั้นสอบใหม่ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ตนมองว่าการตรวจก็จะเห็นอะไรหลายๆอย่าง

เมื่อถามว่า หลังจากนี้การรื้อกระดาษคำตอบมาตรวจใหม่ จะมั่นใจในกระดาษคำตอบได้อย่างไรว่าไม่ได้ผ่านการแก้ไขมาแล้ว และเป็นฉบับที่ใช้ในการสอบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตามทีโออาร์ จริงๆตนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นรายละเอียด แต่กระดาษคำตอบถูกสร้างมาสำหรับใครสักคนหนึ่ง ไม่ใช่ใช้กับใครก็ได้