โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

‘โจ ชัยวัฒน์’ ลุยตลาดเช้าหาเสียงวันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เปิดประตูให้พรรคประชาชนเข้าไปทำงานเปลี่ยนกรุงเทพฯ 

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชน รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กทม. วันสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน โดย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่า กทม. เบอร์ 10 พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าที่ตลาดปิ่นทอง เขตบางบอน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ, นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ, ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กรุงเทพฯ (จอมทอง-บางบอน) พรรคประชาชน ก่อนเดินทางไปหาเสียงต่อที่ตลาดเช้าวัดหนองแขม เขตหนองแขม

โจ ชัยวัฒน์

โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก.ในวันพรุ่งนี้ ย้ำหมายเลขของพรรคประชาชน บัตรสีเขียวเลือกผู้ว่ากาเบอร์ 10 บัตรสีชมพูกาเบอร์ของ ส.ก. พรรคประชาชนในแต่ละพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อเปิดประตูให้ทีมพรรคประชาชนเข้าไปทำงานผลักดันนโยบายสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แคร์คน แก้ปัญหาที่เรื้อรังของเมืองด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ พร้อมกับยกระดับสภา กทม. ตรวจสอบงบประมาณกว่าแสนล้านบาทต่อปีให้มีความโปร่งใสและคุ้มค่า ผลักดันวาระระดับเขตไปจนถึงข้อบัญญัติของ กทม. เพื่อการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์

ชัชชาติ ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้

ชัชชาติ ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้

ชัชชาติ ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.21 น.

“ชัชชาติ” ขึ้นรถแห่ไม่หยุด ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้ ตลาดธนบุรี ขอบคุณกำลังใจตลอดทริป ย้ำหาเสียงสร้างสรรค์ ไม่โจมตีใคร ชวนคนกรุงเทพฯ ออกไปเลือกตั้งให้ถล่มทลาย ก่อนไปปิดทริปเย็นนี้ที่ สยามสแควร์ 

วันที่ 27 มิ.ย.69  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 เริ่มลุยหาเสียงต่อแคมเปญ  “ทริปทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง“ 24 ชั่วโมง” ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ขึ้นรถแห่หาเสียงมุ่งหน้าไปกรุงเทพใต้ ฝั่งธนบุรี แวะสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะไปต่อย่านราษฎร์บูรณะ ระหว่างทาง ได้แวะลงพื้นที่บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 46 สำรวจและตรวจสอบเหตุการณ์ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มทับบ้านเรือนประชาชนและรถยนต์ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากเหตุพายุฝนกระหน่ำเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

จากนั้นขึ้นรถแห่ต่อไปตลาดสดธนบุรี เวลาประมาณ 12.30 น. นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่หาเสียงตลอดคืนที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้เดินทางไปแล้ว 27 เขต เห็นประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ตลอดเส้นทางมีประชาชนโบกมือทักทายและให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมาก ช่วงที่เหลือจะเก็บพื้นที่อีก 3 เขต ได้แก่ ดุสิต พญาไท และสามเสน-ราชเทวี ก่อนเดินทางไปปิดทริปที่สยามสแควร์ในช่วงเย็น ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจและเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการสื่อสารนโยบายตลอดช่วงหาเสียงว่า ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว โดยเชื่อว่าหัวใจสำคัญที่สุดของผู้ว่าฯ กทม. คือนโยบาย เพราะนโยบายคือสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ยิ่งมีรายละเอียดและตัวชี้วัดชัดเจน ประชาชนก็ยิ่งสามารถตรวจสอบการทำงานได้มากขึ้น พร้อมขอบคุณทีมงานที่ช่วยกันสื่อสารนโยบายอย่างสร้างสรรค์ตลอดช่วงหาเสียง โดยย้ำว่า ทีมงานเลือกเสนอสิ่งที่จะทำเป็นหลัก ไม่โจมตีใคร และพยายามทำให้การหาเสียงครั้งนี้เป็นการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ กว่าล่าวด้วยว่า การหาเสียง 24 ชั่วโมงเป็นภารกิจที่หนัก นอนพักแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ยังรู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจ โดยเฉพาะเมื่อได้พบประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจ เช่น กลุ่มคนวัยรุ่นที่ขับรถจากคลองสามวามาพบระหว่างการลงพื้นที่ช่วงดึกที่หลักสี่

“เมื่อคืนกลุ่มวัยรุ่นเขาบอกว่าอยากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ เราปลื้มใจมาก น้ำตาเกือบไหล เพราะมันแสดงว่าคนรุ่นใหม่มีความหวัง อยากเห็นเมืองที่ดีขึ้น ทำให้เรามีกำลังใจไปต่อ”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เมื่อถามถึงการเลือกจบกิจกรรมที่สยามสแควร์ นายชัชชาติกล่าวว่า สยามเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะเป็นแหล่งรวมของคนรุ่นใหม่และคนทุกเจเนอเรชัน รวมถึงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ โดยอนาคตของเมืองมีหัวใจหลักทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการศึกษาของคนรุ่นใหม่ จึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ

สำหรับกรณีที่มีการวิจารณ์เรื่องการเป็นผู้สมัครอิสระ การเป็นนักการเมืองต้องมีเจตนารมณ์ชัดเจนนั้น 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติกล่าวว่า เคารพความคิดเห็นของทุกฝ่าย และเห็นว่าทุกคนมีแนวทางของตนเอง หากประชาชนชอบแนวทางใดก็สามารถเลือกแนวทางนั้นได้ พร้อมยืนยันว่าการเป็นอิสระไม่ได้หมายความว่าไม่มีอุดมการณ์ เพราะอุดมการณ์ของตนคือประชาชนเป็นเจ้านายเสมอ และการเป็นอิสระทำให้สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้

ช่วงท้าย นายชัชชาติกล่าวเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ให้มากที่สุด โดยระบุว่า ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งคือพลังสำคัญของประชาชน และไม่ว่าประชาชนจะเลือกใคร ก็ขอให้ออกไปใช้สิทธิ เลือกคนที่รักและคนที่ไว้ใจ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“ต้องไปนะครับ เพราะนั่นคือพลังของเรา ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งสำคัญที่สุด ขอให้ไปเลือกตั้งกันเยอะ ๆ ให้ถล่มทลายเลยครับ” นายชัชชาติกล่าว

หลังหาเสียงที่ตลาดธนบุรีเสร็จ นายชัชชาติและคณะ ขึ้นรถแห่ต่อ เพื่อไปปราศรัยบนลังไม้จุดสุดท้าย ปิดทริปที่ สยามสแควร์ (บริเวณถนนคนเดิน) ในช่วงเย็น

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สอง กกต. ใหญ่ ลุยพัทยาตรวจโค้งสุดท้าย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน

สอง กกต. ใหญ่ ลุยพัทยาตรวจโค้งสุดท้าย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน

สอง กกต. ใหญ่ ลุยพัทยาตรวจโค้งสุดท้าย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.07 น.

“สิทธิโชติ – อนันต์”  กกต. ลุยดูความพร้อมเลือกตั้งเมืองพัทยา มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน ย้ําทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ  เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม

ที่ จ.ชลบุรี  วันนี้  27 มิ.ย.2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการ การเลือกตั้ง และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย พันตํารวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา ที่ปรึกษาประจํากรรมการการเลือกตั้ง  ลงพื้นที่เมืองพัทยา อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  ติดตามความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้    โดยรับฟังการบรรยาย สรุปภาพรวมการดําเนินงาน การบริหารจัดการ และมาตรการรองรับการเลือกตั้งจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

เลือกตั้งเมืองพัทยา

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการกํากับ ดูแลทุกขั้นตอนของการจัดการเลือกตั้งให้มีความพร้อมสูงสุด โดยคํานึงถึงความสะดวก ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชน ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การอํานวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

จากนั้น กรรมการการเลือกตั้ง และคณะได้เดินทางไปสังเกตการณ์การรับมอบ และส่งมอบบัตรเลือกตั้ง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ประจําหน่วยเลือกตั้งลานหน้าห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่มีจํานวน 113 หน่วย

เลือกตั้งเมืองพัทยา

นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 โรงเรียนเมืองพัทยา 4 (วัดหนองใหญ่) ตําบลนาเกลือ อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบการจัดสถานที่เลือกตั้ง การอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน และความพร้อม ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ําให้การดําเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบการจัดการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ภายใต้กระบวนการที่สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม อันเป็นพื้นฐานสําคัญของการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย

สํานักงาน กกต. ยังขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569   ระหว่าง เวลา 08.00 – 17.00 น.

เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา

กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ประธาน กกต. มั่นใจสำนวนคดีฮั๊วเลือก สว. เสร็จตามเวลา

กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ประธาน กกต. มั่นใจสำนวนคดีฮั๊วเลือก สว. เสร็จตามเวลา

กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ประธาน กกต. มั่นใจสำนวนคดีฮั๊วเลือก สว. เสร็จตามเวลา

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.52 น.

ประธาน กกต. มั่นใจการพิจารณาสำนวนคดีฮั๊วเลือก  สว. เสร็จตามกรอบเวลาที่วางไว้  ย้ำให้ส่งศาลเลยไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ต้องพิจารณาวินิจฉัยทุกสำนวนไม่ทำรวดเดียวเพราะมีงานอื่นและให้เวลาอ่านสำนวน

วันนี้ ( 27 มิ.ย.)  ที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรม การการเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั๊วเลือก สว. ว่า เราประชุม กกต. เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวทุกวันจันทร์ เราประชุมมาแล้ว 3 ครั้ง และวันจันทร์ที่จะถึงนี้เป็นครั้งที่ 4  จากที่กำหนดไว้ 12 ครั้ง  คิดว่าจะเสร็จตามกรอบของกฎหมาย  พร้อมระบุว่าขณะนี้มีแรงกดดันเยอะมาก อยากให้กกต. ส่งเรื่องไปเลย ซึ่งตนอยากเรียนว่าทำไม่ได้ เมื่อมีเรื่องร้องเรียน กกต. กกต. ก็มีหน้าที่สืบสวนและวินิจฉัยทุกเรื่อง ว่าจะยกคำร้องหรือส่งศาลวินิจฉัย พูดง่ายคือ   กกต. ไม่ใช่ไปรษณีย์ที่จะใครส่งเรื่องมาแล้วเราจะส่งต่อศาล ซึ่งเราทำไม่ได้  และผิดกฎหมายด้วย เราต้องมีคำวินิจฉัยทุกเรื่อง

ณรงค์ กลั่นวารินทร์

“ที่ว่า กกต.จะยื้อมั๊ย ไม่ยื้อครับ ผมยืนยัน มาตลอดว่า จะให้เสร็จภายใน 12 นัด เราประชุมทุกวันจันทร์  แต่ที่ไม่ประชุมทุกวันเพราะเรามีประชุมเรื่องอื่นด้วย  อย่างเลือกตั้งท้องถิ่น  และ เลือกตั้ง กทม. ถ้ามีเรื่องร้องเรียน   เราก็ต้องนำเข้าที่ประชุมในวันอื่นด้วยและสำนวนมากต้องให้โอกาส กกต.ดูสำนวน  เราไม่ได้ดูความเห็นของคณะอนุกรรมการฯใดอนุกรรมการฯ หนึ่งแล้ว แล้วเราชี้ว่าเราเอาตรงนี้ ไม่ใช่ครับ เราดูทั้งหมด” นายณรงค์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยหลักฐานคดีฮั้ว สว.อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ของจังหวัดนครพนม จะมีการหยิบมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่   นายณรงค์ กล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดอยู่ในสำนวน และส่วนตัวไม่ได้มีโอกาสดู ว่านายพริษฐ์พูดอย่างไร แต่ขอให้เชื่อมั่น ว่า หลักฐานทั้งหมดในสำนวนต้องถูกหยิบยกมาพิจารณา ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานทางวิทยาศาสตร์ จะถูกนำมาพิจารณาประกอบ เส้นเงินทางโทรศัพท์ก็พิจารณาทั้งหมด

เมื่อถามว่า รู้สึกกดดันหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านก็จี้เรื่องนี้มาตลอด ประธาน กกต. กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกดดันในการทำคดีนี้ เพราะถือว่าทำตามหน้าที่และกรอบของกฎหมาย ถ้ากดดันคงลาออกไปแล้ว 

กมธ.ความมั่นคงฯ ปลื้ม รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างสวยงาม พร้อมหนุนกองทัพ สร้างทุกแนวรบ

กมธ.ความมั่นคงฯ ปลื้ม รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างสวยงาม พร้อมหนุนกองทัพ สร้างทุกแนวรบ

กมธ.ความมั่นคงฯ ปลื้ม รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างสวยงาม พร้อมหนุนกองทัพ สร้างทุกแนวรบ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.49 น.

กมธ.ความมั่นคงฯ พอใจ หลังลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เผยสร้างได้สวยงาม พร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่ สร้างทุกแนวรบ เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล ลั่นถ้าไม่สร้าง อีก 100 ปีก็คุยไม่รู้เรื่อง เล็งลงพื้นที่ 4 จังหวัดอีสาน กลางเดือน ก.ค. เหตุเป็นพื้นที่ล่อแหลม “ทหารบ้านเขมร” ไม่มีวินัย 

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อศึกษาดูงานพื้นที่ก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน โดยมี น.อ. ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี) กล่าวรายงาน 

โดย น.อ. ปรัชญา ได้ยืนยันว่า การสร้างรั้วชายแดน ไทยจะสร้างชิดเส้นเขตแดน และได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการปฏิบัติไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไทยไม่ได้ทำฝ่ายเดียว ซึ่งทุกขั้นตอนในการสร้างรั้วชายแดน เราได้เชิญฝ่ายกัมพูชา มาตรวจสอบ และสังเกตการณ์ในการปฎิบัติงานทุกขั้นตอนก่อนที่เราจะดำเนินการ 

น.อ. ปรัชญา ยังย้ำว่า ปัจจุบันในพื้นที่ปิดด่าน 100 % ไม่มีเปิด ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ และรัฐบาล 

สำหรับรั้วชายแดนดังกล่าว ใช้งบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รับผิดชอบการก่อสร้างโดย หน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ในเฟสแรก ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา สามารถตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC  ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 45 % 

ส่วนในเฟสที่ 2 จะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถนน จากหลักเขตแดนที่ 54 ประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้ว และโครงสร้างด้านความมั่นคงในระยะต่อไป รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร 

โดยลักษณะของรั้วชายแดน คือ แผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง 

ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ไปดู และสอบถามว่า เป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ชี้แจงว่า หลักเขตที่เป็นข่าวคือหลักเขตที่ 52 สร้างมาตั้งแต่สมัยสนธิสัญญาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสมบัติของทั้ง 2 ประเทศ (ไทย และกัมพูชา) โดยสาเหตุที่ต้องเว้นว่างก่อสร้างกำแพงไว้ ตรงบริเวณหลักเขต เนื่องจากกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน และยังมาปรับปรุง หลังจากนั้นจะมีการนำแผ่นบานพับ แบบเปิด-ปิด ได้มาครอบตรงบริเวณหลักเขต เพื่อให้คณะกรรมการ JBC ร่วมกันตรวจสอบได้ ยืนยัน จะไม่เว้นช่องว่างไว้แน่นอน แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ พร้อมยืนยันว่า หลักเขตก็ไม่ได้หายไปไหน หลังมีการไปตัดต่อภาพนำหลักเขตออก

ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงถนนเลียบกำแพงชายแดน ที่อยู่หลังกำแพงนั้นเป็นของใคร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี เปิดเผยว่า เป็นของฝ่ายกัมพูชาสร้างไว้ โดยใช้งบของกัมพูชาเอง ซึ่งได้ก่อสร้าง ห่างจากรั้วชายแดนไทย ประมาณ 3 เมตร 

จากนั้นคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ตัว ก.ไก่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพื้นที่คล้ายตัว ก.ไก่ อยู่ในพื้นที่บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งมีคลองตะเคียนอยู่ล้อมรอบ ถือเป็นเส้นแบ่งเขตแดนตามแนวธรรมชาติ แต่ปี 2563 พบว่า มีพื้นที่นี้ถูกตัดขาด ส่งผลให้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษถูกตัดขาด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวเส้นเขตแดน หากไม่เร่งรีบแก้ไข โดยกองกำลังการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จึงได้ทำหนังสือประท้วงกัมพูชาว่า พื้นที่ที่ถูกตัดขาดไป ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เพื่อหวังให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนไป แต่ฝ่ายกัมพูชาพยายามยืนยันว่า เกิดจากธรรมชาติ

น.อ. ปรัชญา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพ และชาวบ้าน ได้ร่วมมือกันถมพื้นที่ปิดคลอง เพื่อให้แผ่นดินไทยกลับมาเชื่อมกันอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว โดยใช้รถขนดินกว่า 200 คัน พร้อมสถาปนาความไว้ใจในพื้นที่ปักธงชาติไทย

อีกทั้งยังมีการทำถนนเข้ามายังในพื้นที่ ก.ไก่ และตัวยู เสร็จเรียบร้อยแล้วระยะทางรวมประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณจากประชาชนทั้งหมด โดยในอนาคตหากต้องการให้ถนนมีความคงทน จะต้องมีการเปลี่ยนเป็นถนนลาดยาง ซึ่งต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่า จะมอบหมายหน่วยงานใดเข้ามาดูแล เช่น กรมทางหลวงชนบท หรือว่า หน่วยทหารพัฒนา เพราะไม่ต้องการให้ถนนที่ประชาชนร่วมแรงร่วมใจในการทำมานั้นสูญเปล่า ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมเร่งรัด และประสานงาน เรื่องงบประมาณให้ แต่ว่า ขั้นตอนในการของบฯ จะต้องมีหน่วยงานราชการ อย่างน้อย 1 หน่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เสียก่อน

ทั้งนี้ น.อ. ปรัชญา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาทหารไม่ได้ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ และได้ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ขณะที่ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นการสร้างรั้วแรกของประเทศไทยว่า เป็นนิมิตรหมายอันดีที่เรามาในวันนี้ มาดูรั้วแห่งแรกที่สร้างอยู่บริเวณเขตแดนในระหว่างข้อพิพาทของไทย-กัมพูชา ตอนนี้หลักหมุดที่ 52-59 ดำเนินการไปแล้ว 1 กิโล 300 เมตร แต่ความยาวของแต่ละหลักหมุดไม่เท่ากัน ซึ่งตอนนี้ก็กำลังก่อสร้างต่ออีก 600 กว่าเมตร โดยตอนนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ 

นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ตรงไหนที่เขตแดนชัดเจน รัฐบาล โดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการการะทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรามีนโยบายชัดเจนว่า เราพร้อมที่จะสร้างรั้วในทุกพื้นที่ทั้ง พื้นที่กองทัพภาค 1-2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดง พร้อมที่จะดำเนินการให้ 

ส่วนในเรื่องของความแข็งแรงของรั้วมีอะไรที่ติดขัดต้องแก้ไขหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ตนพอใจ เพราะสร้างได้สวยงาม โดยช่างฝีมือทหาร ไม่ได้มีการจ้าง  และเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคของกองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ รวมถึงงบประมาณแผ่นดินได้มีการเตรียมไว้พร้อม

เมื่อถามว่า มีรายงานของอุปสรรคในการสร้างรั้วหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มีเพราะการสร้างรั้วได้ ต้องทั้งสองฝ่ายตกลงกันชัดเจนในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ที่เราได้ตั้งขึ้นมา และถ้าตรงไหนที่เรายังไม่มีข้อตกลงร่วมกันชัดเจนก็มาปักเขตแดนคร่าว ๆ ไว้ โดยยืนยันว่า หากตรงไหนเขตแดนชัดเจนก็จะมีการสร้างทันที

เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงจะมีการเดินหน้าสนับสนุนกองทัพ อย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า ยินดีในทุกด้าน ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องต่าง ๆ ขอให้มีการประสานงานมาว่า ติดขัดอยู่ตรงไหน เราฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะเป็นผู้ประสานงานให้ พร้อมยืนยันว่า กมธ.ความมั่นคงฯ จะมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ และให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าไม่สร้างอีก 100 ปีก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวก็เกิดการปะทะอีก เพราะเรามีการปะทะกันมา 2 ครั้งแล้วกับเรื่องนี้ และเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ 

ส่วนในอนาคตได้มีการปรึกษาหารือกันใน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เพราะกรรมาธิการความมั่นคงมีหลายพรรค ทางฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล แต่พอมีการจับมือร่วมกันเป็นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เราไม่มีเรื่องทางการเมือง ไม่มีพรรคการเมือง เราพร้อมร่วมมือกันทุกภาคส่วนที่จะผลักดันในเรื่องความมั่นคงให้ ประสบความสำเร็จให้ได้ นอกจากนี้วันที่ 11-13 ก.ค. 69 ก็จะมีการลงพื้นที่เช่นเดียวกัน ที่ จ.บุรีรัมย์ จ. สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นพื้นที่ล่อแหลม เพราะทหารทั้งสองฝ่ายยังมีการเผชิญหน้ากันอยู่ และเบาะบางมาก

“ทางฝ่ายกัมพูชาไม่ว่า เราจะดำเนินการทำอะไรทางฝ่ายกัมพูชาก็จะมีการยั่วยุ ให้เข้าทางเขาให้ได้ เพราะทหารทางบ้านเขาไม่มีวินัย ไม่ใช่ทหารอาชีพ เหมือนประเทศเรา เรามีข้อตกลงระหว่างประเทศอะไรเราทราบหมด ผมได้ทราบข่าวว่า เขามีการแก้แม้กระทั่งกฎหมายการเกณฑ์ทหารโดยที่ไม่มีอะไรเลย และให้คนอายุ 15 ไปเป็นทหารเลยมันเลย มันไม่ค่อยมีระเบียบวินัยเท่าไหร่ ” นายมณเฑียร กล่าว 

นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ตนต้องขอขอบคุณทหารทุกภาคส่วน เพราะอยู่ชายแดนมีความลำบากต้องเจออุปสรรคมากมาย และพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เราชนะโดยไม่ต้องรบ เราจึงได้เลือกเดินทางมาที่จุดนี้เป็นจุดแรกเพื่อนำจุดนี้ไปเป็นข้อมูลที่เราจะไปแก้ปัญหาตรงที่กำลังมีปัญหาต่อไป

ส่วนประเด็นดรามาเรื่องรั้ว ที่มีช่องว่าง
นายมณเฑียร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริงเพราะเราไปยืนอยู่ตรงรั้วแล้ว และที่เห็นว่า มีการเว้นช่องว่างไว้เพราะต้องให้คณะกรรมการ JBC หรือคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายมาดูอีกครั้ง แล้วแบบที่มีการออกแบบไว้ได้มีการชี้แจงแล้วว่า เราจะทำรั้วทึบปิดหมด แต่ถ้าคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายจะดูเราก็สามารถเปิดให้ได้ อาจจะมีการทำเป็นที่เปิดปิดได้ในอนาคต 

ทั้งนี้นายมณเฑียร ยืนยันว่า การสร้างรั้วครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการประชุมคณะกรรมการ JBC และมีการเจรจา และลงนามเรียบร้อยแล้วว่า ตรงนี้เป็นเขตแดนไทย

มั่นใจการทำงาน กปน. ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม.

มั่นใจการทำงาน กปน. ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม.

มั่นใจการทำงาน กปน. ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม.

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

“ณรงค์” ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม. มั่นใจการทำงานของ กปน. หลังถอดบทเรียนจะไม่มีข้อผิดพลาด   คาดรู้ผลเลือกตั้งภายใน 21.00 น.  ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งร้อยละ 70% มากกว่าครั้งที่แล้ว 10%

วันนี้ ( 27 มิ.ย. 2569 ) ที่ โรงเรียนบางกะปิ นาย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรม การการเลือกตั้ง   พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ และสำนักงานเขตบึงกุ่ม  เพื่อตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การส่งมอบ – ตรวจรับบัตรเลือกตั้ง หีบบัตร คูหา และวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมการจัดหน่วยเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ พร้อมกำกับดูแลทุกขั้นตอนของการจัดการเลือกตั้งให้มีความพร้อมสูงสุด โดยคำนึงถึงความสะดวก ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่  เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

ณรงค์ กลั่นวารินทร์

นายณรงค์ กล่าวว่า จากที่ลงพื้นที่พบว่ามีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้  ครั้งนี้เราได้มีการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นพิเศษ คิดว่าประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะเป็นหลัก ให้กับกรรมการประจำหน่วยนั้นได้ และกำชับเรื่องผิดพลาดต่างๆ ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด และคิดว่าครั้งนี้ข้อผิดพลาดน่าจะน้อยลง ที่จริงเราไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาด หรือข้อสงสัยอะไรเลยในการทำหน้าที่ของ กปน. ซึ่งทุกคนก็รู้ดีว่า  กปน. เป็นงานอาสา  แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งประธานและตัว กปน.

“ ครั้งนี้น่าจะผิดพลาดน้อยลง  เพราะว่า เราพยายามถอดบทเรียนและอบรมประธาน กปน. ทั้ง 6,000 กว่าหน่วยแบบเข้มข้น คิดว่าประธาน กปน. จะเป็นหลักให้กับ กปน. ในหน่วยนั้นๆได้” นายณรงค์  และว่าที่ได้พบก็ให้กำลังใจ ว่าการมาทำงานตรงนี้มีแรงกดดัน  เพราะว่า การเลือกตั้งมีทั้งคนได้คนเสีย แต่คิดว่า กปน.ทำในกรอบหน้าที่ของเขา คิดว่าคงไม่เข้าข้างใคร ทำตามกฎ ตามระเบียบ

นายณรงค์ ยังคาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการภายในเวลา 21.00 น.  พร้อมเชิญชวนผู้มีสิทธิ์ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 60% ในครั้งนี้จึงอยากเชิญชวนให้ชาว กทม.ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เพื่อไปพัฒนาท้องถิ่นของเรา เชื่อว่าครั้งนี้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 70% ก็พอใจแล้ว

ประธาน กกต.ยังกล่าวถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าเมื่อเข้าสู่การเมืองน่าจะทราบกฏระเบียบดี โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้งมีโทษทางอาญาด้วยโดยเฉพาะการซื้อเสียง  เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้ามีข้อร้องเรียนแล้วจับได้ ถ้า กกต.วินิจฉัยว่ามีความผิด อาจจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ตนว่าไม่คุ้มกับการที่จะไปซื้อเสียง  เพื่อมาในสภาหรือผู้บริหารท้องถิ่น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งยังขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนากรุงเทพมหานคร ผ่านพลังแห่งประชาธิปไตย

ธนกร มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

ธนกร มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

ธนกร มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.35 น.

“ธนกร” มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง ชี้เน้นเท่าที่จำเป็นเพื่อพัฒนาประเทศระยะยาว วอนฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อเท็จจริงแทนใช้อารมณ์สาดโคลนใส่กัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดชัดเจนว่า ให้รัฐมนตรีทุกคนชี้แจงและตอบข้อซักถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณทุกบาทเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างแท้จริง จะใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และมีความโปร่งใส ทั้งนี้ ท่านนายกฯ ยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้จ่ายภาครัฐ ที่ต้องตอบโจทย์สถานการณ์โลก โครงการที่ไม่เร่งด่วน ที่ไม่จำเป็น เช่น การก่อสร้างอาคารสำนักงาน การอบรมสัมมนาหรือศึกษาดูงานต่างประเทศ หากจำเป็นให้จำกัดจำนวนให้มากที่สุด 

นายธนกร กล่าวอีกว่า ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อเท็จจริง เน้นหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่เน้นอารมณ์เพียงเพื่อความสะใจแต่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย เพราะวันนี้แม้แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ก็ยังปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยว่าดีขึ้น และการลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาก็เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า เรากำลังกลับไปสู่สายตาของนักลงทุนอีกครั้ง ดังนั้น หากฝ่ายค้านห่วงใยประเทศก็ควรอภิปรายแบบติเพื่อก่อ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่อภิปรายแบบสาดโคลนเพื่อหวังคะแนนเสียงเพียงอย่างเดียว

“การใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมาย” นายธนกร กล่าว

อนุชา นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯพรุ่งนี้

อนุชา นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯพรุ่งนี้

อนุชา นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯพรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.15 น.

“อนุชา” นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าตระเวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯ พรุ่งนี้

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างคึกคักและทันสมัย โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 ได้ผนึกกำลังร่วมกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์อย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทีมรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช, ดร.การดี เลียวไพโรจน์, นายสกลธี ภัททิยกุล และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษก กทม. พร้อมด้วยทีมคนรุ่นใหม่ของพรรคฯ ยกขบวนลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่อง

โดยคณะผู้บริหารพรรคเลือกใช้วิธีการเดินทางที่สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองด้วยการขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีบางนา มาลงสถานีพร้อมพงษ์ ท่ามกลางเสียงเชียร์และรอยยิ้มจากประชาชนที่พบเห็นตลอดเส้นทาง ก่อนจะลุยเข้าห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ในช่วงบรรยากาศวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีประชาชนหนาแน่น นายอนุชาและคณะได้ใช้โอกาสนี้เดินพบปะพูดคุยอย่างเป็นกันเอง สร้างสีสันให้กับการหาเสียงในห้างสรรพสินค้าได้อย่างน่าสนใจ และช่วงเที่ยงวันเดียวกัน นายอนุชา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคฯ ได้ร่วมวงรับประทานอาหารกลางวันที่ Quartier Food Hall เพื่อเติมพลังก่อนลุยต่อในช่วงบ่าย โดยนายอนุชาได้เลือกรับประทานเมนูโปรดอย่าง “ข้าวหน้าเนื้อ” พร้อมนั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองและผ่อนคลาย สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้สมัครที่เข้าถึงง่ายและพร้อมลุยงานหนักเพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสลงสถานีเพลินจิตและเดินเข้าสู่อาคารผ่านทางเชื่อมสกายวอล์กอย่างสะดวกสบาย ก่อนจะเดินสายรณรงค์ต่อที่เซ็นทรัล เวิลด์ และปิดจบการเดินหาเสียงโค้งสุดท้ายที่สยามพารากอน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่น ประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปคู่กับนายอนุชาและผู้บริหารพรรคอย่างต่อเนื่องตลอดทาง ซึ่งนายอนุชาได้แสดงความใกล้ชิดด้วยการรับฟังปัญหาและสื่อสารนโยบาย “กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้” พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องชาวกรุงกาหมายเลข 5 เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ที่พร้อมดูแลและแก้ไขปัญหาให้ทุกคนอย่างทั่วถึง

“วันพรุ่งนี้คือการกำหนดอนาคตกรุงเทพฯ อีก 4 ปี ซึ่งเราได้นำเสนอแนวทางที่ถูกต้องบนพื้นฐานของความเป็นจริงในการบริหารงานที่โปร่งใส โดยผมและ ส.ก. ทั้ง 50 เขตจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแล้วที่จะเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบและผลักดันนโยบายเพื่อรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทุกคน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะตัดสินใจให้โอกาสเราในวันพรุ่งนี้ครับ” นายอนุชา กล่าว

ก่อนปิดภารกิจช่วงเย็น นายอนุชา และทีมงาน ได้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีสยาม มุ่งหน้าลานพาร์คพารากอน ซึ่งเป็นลานอเนกประสงค์ใจกลางแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของเมืองหลวง เพื่อประกาศย้ำความมุ่งมั่นโค้งสุดท้ายก่อนที่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะออกไปใช้สิทธิ์กำหนดอนาคตเมืองในวันพรุ่งนี้ วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นการปิดฉากการหาเสียงอย่างจริงจังและเต็มไปด้วยพลัง และพร้อมน้อมรับทุกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสและความหวังอย่างที่ตั้งใจไว้

สั่งเข้มเฝ้าระวังฝนถล่มคูหา กกต. ย้ำ ความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้

สั่งเข้มเฝ้าระวังฝนถล่มคูหา กกต. ย้ำ ความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้

สั่งเข้มเฝ้าระวังฝนถล่มคูหา กกต. ย้ำ ความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.12 น.

กกต. ย้ำความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้ สั่งเฝ้าระวังฝน กำชักปน.หากต้องงด-เปลี่ยนที่ลงคะแนน ให้ทำตามระเบียบ  พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์-แจ้งเบาะแสหากพบความผิดปกติ 

วันที่ 27 มิ.ย.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพรรองเลขาธิการ กกต.แถลงข่าว ความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาว่า วันนี้ การจัดการเลือกตั้งในภาพรวม ข้อมูลสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ให้คณะกรรม การประจำหน่วยเลือกตั้ง 6,628 หน่วยในกรุงเทพมหา นคร และ 133 หน่วยในเมืองพัทยา ส่วนข้อมูลผู้สมัครและหน่วยเลือกตั้งนั้นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีจำนวน 18 คน และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขตมีจำนวน 276 คน และหน่วยเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครมีจำนวน 6,628 หน่วย และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรวม 4,431,983 คน ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเฉพาะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหา นคร 42,861 คน 

กกต.

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ส่วนผู้สมัครสมาชิกเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต มีจำนวน 67 คน หน่วยเลือกตั้งของเมืองพัทยามีจำนวน 130 หน่วย และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 80,204 คน โดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกเมืองพัทยาอย่างเดียว 210 คน

รองเลขาธิการ กกต. ยังกล่าวถึงการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ ว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและชลบุรีเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ สั่งการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 2 แห่ง ต้องดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย หากต้องงดการลงคะแนนหรือเปลี่ยนที่ลงคะแนน

สำหรับข้อพึงระวังของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติในการเลือกตั้ง ข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามผู้ใดโฆษณาหาเสียงไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใดๆ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. ของวันนี้ เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมาย ตลอดจนห้ามจัดยานพาหนะให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้งหรือกลับจากหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าจ้าง ห้ามให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้สมัครแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัคร ห้ามผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเรียกรับผลประโยชน์อื่นใดเพื่อไปลงคะแนนให้ผู้สมัครใดๆ

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือจากผู้บังคับบัญชาและนายจ้าง ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างต้องไม่ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกโดยไม่มีเหตุอันควรในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาและนายจ้างทุกท่านควรให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการไปใช้สิทธิ์ของพนักงาน

กกต.

ทั้งนี้ สำนักงานกกต.เชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ตั้งแต่08.00 -17.00น. ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งควรเตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชนที่ไม่หมดอายุ หรือหลักฐานทางราชการที่ไม่หมดอายุ
หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ และบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายสามารถใช้ได้ พร้อมกันนี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งควรตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองผ่านเอกสารที่ส่งไปยังครัวเรือน หรือผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ของ กกต. หรือแอปพลิเคชัน Thai ID.

พร้อมกันนี้ เชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่า การเลือกตั้งในวันที่ 28มิ ย.นี้ ประชาชนควรออกมาสังเกต การณ์กระบวนการเลือกตั้ง การลงคะแนน และการนับคะแนน หากมีข้อสงสัยหรือพบสิ่งผิดปกติ สามารถประท้วงคัดค้านกับประธานประจำหน่วยเลือกตั้งได้

มหาวิทยาลัยไทยผงาดเวทีโลก ยศชนัน เผย 7 สถาบัน ทะยาน Top 100

มหาวิทยาลัยไทยผงาดเวทีโลก ยศชนัน เผย 7 สถาบัน ทะยาน Top 100

มหาวิทยาลัยไทยผงาดเวทีโลก ยศชนัน เผย 7 สถาบัน ทะยาน Top 100

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.02 น.

‘รองนายกฯ ยศชนัน’ เผยผลการจัดอันดับระดับสากล สถาบันอุดมศึกษาไทยผงาดเวทีโลก 7 สถาบัน ทะยาน Top 100 ‘มหิดล-มธ.’ คว้าที่ 1 ประกาศดันเป็นทัพหน้าขับเคลื่อนประเทศ

วันที่ 27 มิ.ย.69  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยไทยบนเวที THE Sustainability Impact Ratings 2026 ปีนี้ ผ่านทางช่องทาง social media ระบุว่า 

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

“ประเทศเรามีเรื่องน่ายินดีอีกแล้วครับ

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยไทยบนเวที THE Sustainability Impact Ratings 2026 ในปีนี้ ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการอุดมศึกษาไทยในระดับสากล 

ซึ่งการจัดอันดับนี้ มาจาก Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกจากประเทศอังกฤษที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือสูงสุดในระดับนานาชาติ ในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษามากกว่า 1,600 แห่งจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมรับการประเมินอย่างเข้มข้น

ความพิเศษและน่าเชื่อถือของเวทีนี้ คือการประเมินที่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่เรื่องชื่อเสียงทางวิชาการ แต่เน้นไปที่ “ผลกระทบเชิงบวกที่สถาบันสร้างให้แก่สังคมได้จริง” (Real-world Impact) 

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ผ่านดัชนีชี้วัดที่โปร่งใสและครอบคลุมถึง 4 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย (Research), การบริหารจัดการสถาบัน (Stewardship), การบริการวิชาการสู่สังคม (Outreach) และการเรียนการสอน (Teaching) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ข้อของ UN

ในนามของกระทรวง อว. ผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับทุกสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะความสำเร็จอันเป็นเลิศระดับโลกของสามสถาบันหลัก

มหาวิทยาลัยมหิดล 

คว้า อันดับ 1 ของโลกในด้าน SDG 3 (Good Health and Well-being) ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเป็นเลิศในการเป็นเสาหลักด้านสาธารณสุข งานวิจัยทางการแพทย์ระดับสากล และการให้บริการเชิงรุกเพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนทุกระดับ

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ครอง อันดับ 1 ของโลกในด้าน SDG 16 (Peace, Justice and Strong Institutions) ตอกย้ำอุดมการณ์การเป็นที่พึ่งทางกฎหมายแก่สังคม การบริหารจัดการบนหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส และการสร้างพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วมให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

กับการคว้าคะแนนรวมเป็นอันดับ 19 ของโลก อันดับ 1 ของประเทศไทย โดยเป็นการเข้า TOP 20 เป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยไทยในการประเมินด้านนี้

ความน่ายินดียิ่งกว่านั้นคือ ภาพรวมของมหาวิทยาลัยไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืนแบบยกแผงครับ โดยมีสถาบันอุดมศึกษาไทยถึง 7 แห่งที่จับมือกันเข้าสู่ทำเนียบ 100 อันดับแรกของโลก (Overall Top 100) ได้แก่

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อันดับ 19), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อันดับ 46), มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (อันดับ 47), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อันดับ 49), มหาวิทยาลัยมหิดล (อันดับ 56), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อันดับ 81) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (อันดับ 91)

ตัวเลขและอันดับเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่วันนี้สถาบันการศึกษาของเราได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถหลอมรวมงานวิชาการและงานวิจัยประสิทธิภาพสูง เข้ามาตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาสังคมในมิติต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน จนสิ่งเหล่านี้กลายเป็น “ดีเอ็นเอใหม่” ของอุดมศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน

ผมขอขอบคุณในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละของประชาคมอุดมศึกษาทุกท่าน ทั้งคณาจารย์ นักวิจัย บุคลากร และนิสิตนักศึกษาทุกคน

ผลสำเร็จในครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า ระบบอุดมศึกษาไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลก และกระทรวง อว. พร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนทุกกลไก เพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน”