นายกฯ บอกคุยกล้าธรรมแล้ว เตรียมประชุมมอบนโยบายฝ่ายความมั่นคง​ใต้​ ​

นายกฯ บอกคุยกล้าธรรมแล้ว เตรียมประชุมมอบนโยบายฝ่ายความมั่นคง​ใต้​ ​

นายกฯ บอกคุยกล้าธรรมแล้ว เตรียมประชุมมอบนโยบายฝ่ายความมั่นคง​ใต้​ ​

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.06 น.

นายกฯ บอกคุยกล้าธรรมแล้ว ก่อนบินสงขลา เป็น​ประ​ธานใน​พิธี​พระราชทานเพลิงศพ​ ผอ.​รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ก่อนนำประชุมมอบนโยบายฝ่ายความมั่นคง​ใต้​ ​ 

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ พร้อมด้วยนายบวร​ศักดิ์​ อุ​วรรณ​โณ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ นายพัฒนาพัฒน์​ พร้อมพัฒน์​  รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข​  พลเอกชัยพฤก​ษ์​  ด้วง​ป​ระพัฒน์​  เสนาธิการ​ทหารบก​ เดินทางไปยัง จ.สงขลา เพื่อเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อํานวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยงทอง อ.บางกลํา จ.สงขลา​ จากเหตุชายคลุ้มคลั่ง​บุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน​  

โดยทันทีที่นายอนุทินเดินทางถึงบน. 6 ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ว่าได้พูดคุยกับพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวสั้นๆ เพียงว่าคุยแล้ว

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่าร.อ.ธ​รร​มนัส​ พรหม​เผ่า​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​เกษตร​และ​สหกรณ์​ ไม่ได้เดินทางร่วมคณะกับ นางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​  รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ ​ที่จากเดิมมีกำหนดการจะเดินทางร่วมคณะกับนางนฤมล​ ด้วยและการเดินทางในครั้งนี้นางนฤมลได้แยกคณะเดินทางกับนายกรัฐมนตรี​ โดยล่วงหน้าไปก่อนประมาณ​ครึ่งชั่วโมง

จากนั้นในเวลา​ 16.30 น.​นายกรัฐมนตรี​และคณะ​ จะเดินทางต่อไปมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเป็นประธานประชุมความมั่นคง​ และรับฟังสรุปสถานการณ์โดยรวมของพื้นที่  หลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้น​  เนื่องจากก่อนกน้านี้ได้สั่งการเน้นย้ำเรื่องการข่าว​การก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมา​   นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นราธิวาส ยะลา และปัตตานี รายงานสถานการณ์ความมั่นคง และการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้า​นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่  ก่อนที่นายกรัฐมนตรี​  จะมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง

ศรีสุวรรณ ยื่น กกต. จี้ยุบพรรคประชาชน ปมทำไอโอผ่าน Spectre C

ศรีสุวรรณ ยื่น กกต. จี้ยุบพรรคประชาชน ปมทำไอโอผ่าน Spectre C

ศรีสุวรรณ ยื่น กกต. จี้ยุบพรรคประชาชน ปมทำไอโอผ่าน Spectre C

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.59 น.

“ศรีสุวรรณ”ยื่น กกต. จี้ยุบพรรคประชาชน ปมทำไอโอผ่าน Spectre C ชี้หลักฐานมัดตัว ทั้งสถานที่ตั้งยันตัวบุคคล ลั่นแม้ขออนุญาต Laser ID แล้ว ก็ผิด รธน. พร้อมตั้งสงสัย”ช่อ พรรณิการ์”ออกมาแก้ต่างให้ในฐานะอะไร ขนาดตัวแทนของบริษัทฯยังไม่เคยออกมาพูดชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ประธานองค์การรักชาติรักแผ่นดิน เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อให้ยุบพรรคประชาชน (ปชน.) จากกรณีที่ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลภายในพรรคประชาชน เกี่ยวกับการจัดทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ผ่านบริษัท Spectre C

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนอย่างมากและสื่อมวลชนนำประเด็นดังกล่าวไปเจาะลึกถึงที่มาที่ไป ว่าอยู่ในสำนักงานเดียวกันกับสถานที่ตั้งของพรรคประชาชน จึงทำให้สงสัยว่าสมาชิกพรรคหรือผู้บริหารของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวหรือไม่ หรืออาจเป็นการล่วงล้ำไปถึงการปฎิบัติการ IO ให้กับพรรคด้วยหรือไม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา สังเกตเห็นได้ว่าสมาชิกพรรค ผู้บริหารของพรรค กรรมการบริหาร ผู้สมัคร สส.พรรคที่ไปออกรายการทีวีหรือสื่อต่างๆ และดูเหมือนว่าพรรคประชาชนจะได้รับเสียงโหวตอย่างมากล้นผิดสังเกต จนกระทั่งมีสื่อสำนักหนึ่งย่านบางนา ออกมาบอกว่าการโหวตมีความผิดปกติ จึงต้องยกเลิกการโหวตไป ถือเป็นประจักษ์พยานอีกประเภทหนึ่ง

ซึ่งเรื่องดังกล่าวในกฎหมายรัฐธรรมนูญเองก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามพรรคการเมือง หรือผู้สมัครพรรคการเมืองเข้ามาถือหุ้นในกิจการสื่อหรือหนังสือพิมพ์ใดๆ ทั้งสิ้น และหากจะเชื่อมโยงถึงบริษัทที่มารับจ้างก็จะเห็นความเชื่อมโยงอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้ ต่อมาเมื่อมีการเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวออกมา โฆษกพรรคประชาชนก็ออกมายอมรับว่ามีบริษัทนี้จริง รวมทั้งบุคคลที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงก็ออกมาตีหน้ากล่าวอ้างเป็นตัวแทน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับพรรคประชาชนหรือบริษัทดังกล่าวเลย และออกมาพูดแก้ต่างให้กับบริษัทดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ จึงอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง มาตรา 20 ได้

รวมทั้งหาก กกต.มีการสืบไต่สวนไปจนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ถ้ากระบวนการไอโอเข้าไปทำการใส่ร้ายป้ายสี หรือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จก็อาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 73 อนุมาตรา 5 ซึ่งอาจจะนำไปสู่การที่ กกต.สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 92 ยื่นยุบพรรคการเมืองได้

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากเรื่องไอโอแล้ว วันนี้ตนยังมายื่นให้ตรวจสอบเรื่องการที่พรรคประชาชนทำแบบฟอร์มสมัครสมาชิกพรรค และทุกคนต้องกรอกข้อมูลลับเป็นเลเซอร์ไอดี (Laser ID) บัตรประชาชน ซึ่งตัวเลข 12 หลักหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลลับและข้อมูลส่วนตัว ฉะนั้นการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 ที่ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อ มูลส่วนบุคคล (PDPA) เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะจะเชื่อมโยงกับประเด็นแรกที่ได้กล่าวมาข้างต้น ว่าหากนำข้อมูลลับของประชาชนไปใช้ประโยชน์ก็จะเกิดอันตราย เช่น การทำบัญชีม้า ดังนั้น วันนี้องค์การรักชาติรักแผ่นดินจึงต้องมาร้องกับ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าจะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น รวมทั้งต้องมีการสืบสวนสอบสวน ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามที่ น.ส.ธิษะณา ออกมาพูดหรือไม่

เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคประชาชนได้ชี้แจงแล้วว่าได้ดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และใช้เพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้น นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องที่พรรคประชาชนออกมาชี้แจงก็รับฟัง แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 บัญญัติไว้ชัดเจนถึงข้อห้าม เพราะฉะนั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทอยู่เหนือกฎหมายใดๆ ทั้งปวง จึงเป็นอำนาจวินิจฉัยของ กกต.ว่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ ถ้าฝ่าฝืนก็แน่นอนว่ามาตรา 92 รออยู่คือยุบพรรค

เมื่อถามย้ำว่า ต่อให้ขออนุญาตก็เข้าข่ายกระทำความผิดใช่หรือไม่ นายศรีสุวรรณ ยืนยันว่าใช่

เมื่อถามถึงปฏิบัติการ IO มีจุดไหนที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรคได้ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ถ้ามองเฉพาะหน้าฉาก บริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนถูกต้องจากกระทรวงพาณิชย์ ตามหนังสือบริคณห์ สนธิ ถ้ามีกรรมการ มีผู้ถือหุ้น แต่ประเด็นคือเรื่องของความเชื่อมโยงของบริษัทดังกล่าวกับพรรคประชาชน ที่บางส่วนก็เคยมารับงานของพรรคประชาชน โดยเฉพาะการรับงานจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งกองทุนดังกล่าวก็มีข้อห้ามชัดเจนอยู่แล้วใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ดังนั้น กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องไปตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวที่มีสถานที่ตั้งอยู่ที่เดียวกันกับพรรคประชาชน และมีบุคคลที่ก่อตั้งบริษัทนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชน จะมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องวินิจฉัย

ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นการแยกขาดออกจากกัน และมีการรับงานสินค้าที่ไม่ใช่งานการเมือง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เข้าใจการแก้ต่างของ น.ส.พรรณิการ์

“แต่ผมยังสงสัยว่าคุณช่อมีหน้าที่อะไรในบริษัทดังกล่าว รวมทั้งในพรรคประชาชนด้วย ซึ่งอาจจะเป็นแค่ผู้ช่วยหาเสียง แต่ ณ วันนี้การเลือกตั้งจบแล้ว การจะอ้างว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงคงไม่ได้ ทุกอย่างที่คุณช่อพยายามออกมานำเสนอ ต้องดูฐานะของคุณช่อด้วย คุณมาพูดในฐานะอะไร แต่ตัวแทนของบริษัทนี้ไม่เคยออกมาพูด ไม่เคยออกมาชี้แจงใดๆทั้งสิ้น รวมถึงการที่พาสื่อมวลชนไปดูในห้องที่คุณแก้วตากล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นชั้น 4 หรือ 5 ก็มีคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ รวมทั้ง อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และล่าสุดคือคุณช่อ พาไปในฐานะอะไร จึงเป็นคำตอบที่ผมอยากรู้เหมือนกัน” นายศรีสุวรรณ กล่าว

ตรีนุช เผยเร่งตรวจสอบแรงงานเขมรตกค้างในไทยกว่า 1 แสนคน

ตรีนุช เผยเร่งตรวจสอบแรงงานเขมรตกค้างในไทยกว่า 1 แสนคน

ตรีนุช เผยเร่งตรวจสอบแรงงานเขมรตกค้างในไทยกว่า 1 แสนคน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.40 น.

ตรีนุช รับฝ่ายความมั่นคงเร่งดำเนินการตรวจสอบแรงงานเขมรตกค้างในไทยกว่า 1 แสนคน ยันดูทุกมิติ เหตุกระทบภาคเกษตรกรรม

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการต่ออายุอนุญาตทำงานของแรงงานสัญชาติกัมพูชาประมาณ 1 แสนคนในประเทศไทย ว่า ขอดูสถานการณ์ก่อน โดยขั้นตอนขณะนี้อยู่ในการพิจารณาเรื่องความมั่นคง ซึ่งต้องดูให้เรียบร้อยก่อน แต่ยอมรับว่า เรื่องของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมก็กระทบในส่วนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกัน ต้องดูในเรื่องความมั่นคงด้วย ดังนั้น ขอให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน จึงจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะเร่งให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด ยืนยันว่า ดูในหลายมิติ

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า สำหรับแรงงานกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในเมืองไทยแต่เกิดสถานการณ์ชายแดนจึงตกค้าง และผิดกฎหมายอยู่ในขณะนี้ หากส่งกลับยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะติดเงื่อนไขความมั่นคง เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยแรงงานที่ตกค้างกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 1 แสนคน 

ศุภชัย รุดให้ถ้อยคำ กกต.ปมร้องเอาผิดบุคคล-พรรค ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยันยังเป็นไปโดยลับ

ศุภชัย รุดให้ถ้อยคำ กกต.ปมร้องเอาผิดบุคคล-พรรค ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยันยังเป็นไปโดยลับ

ศุภชัย รุดให้ถ้อยคำ กกต.ปมร้องเอาผิดบุคคล-พรรค ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยันยังเป็นไปโดยลับ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.17 น.

ศุภชัย รุดให้ถ้อยคำ กกต.ปมร้องเอาผิดบุคคล-พรรค ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เจ้าตัวมองเลือกตั้งยังเป็นไปโดยลับ เพราะไปค้นบัตรตัวเอง ตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ไหน ขอปล่อยเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย เผยไม่กังวลว่าเลือกตั้งจะโมฆะ

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย เดินทางมายังสำนักงาน (กกต.)  เพื่อเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวน กกต. เนื่องจากในช่วงเลือกตั้งได้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนเอาผิดบุคคล พรรคการเมือง และสื่อ มวลชน ที่มีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง  โดยได้ยื่นเรื่อง 15 เรื่อง เกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส.  มาตรา 73 เกี่ยวกับการหาเสียงโดยใส่ร้าย ใส่ความอันเป็นเท็จ โดยยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นพรรคใด และหากไม่มาดำเนินการเรื่องก็จะค้างอยู่ที่ กกต.

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส่วนตัวต้องเข้าใจ กกต. เพราะคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. คืออาสาสมัครที่เข้ามาทำงานเป็นจำนวนกว่าล้านคน ซึ่ง กปน. ก็ต้องทำตามกฎระเบียบของ กกต.  อีกทั้งส่วนตัวมองว่าภาพรวมไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยขั้นตอนการนับคะแนนก็มีกระบวนการให้ยื่นเรื่องคัดค้าน และทักท้วง หากพบการทุจริต ตั้งแต่ช่วงเวลานับคะแนน

สำหรับบัตรเลือกตั้งนั้น ทาง กกต. ก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจน แต่ในปัจจุบันโลกเปลี่ยน โซเชียลก็มีความรวดเร็ว และกระจายวงกว้าง ตนคิดว่าควรปล่อยเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายดีกว่า โดยบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ตนก็เห็นว่ามีมาตั้งแต่การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กระบวน การที่จะสืบย้อนกลับไปยังบัตรว่ามีการทุจริตหรือไม่ ทาง กกต. ก็มีกระบวนการเพื่อตรวจสอบว่าใครเบิกไปอย่างไร ซึ่งมีมาตั้งแต่ดั้งเดิม คล้ายกับล็อตเตอรี่ที่มีไว้เพื่อดูว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ มีไว้เพื่อป้องกันตรงส่วนนั้นมากกว่า ส่วนเรื่องชั้นความลับ ตนก็มีความเห็นว่าไม่มีทางตรวจสอบได้ ควรสนใจแค่ในตอนกาเป็นความลับหรือไม่ ขนาดบัตรของตนเลือกแล้วไปอยู่ตรงไหนยังไม่รู้เลย และไม่ได้มีความกังวลในส่วนนี้

ส่วนที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆให้มีการตรวจสอบนั้น นายศุภชัย กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่กังวลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงขั้นโมฆะ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายว่าจะวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่าได้มีการส่งเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว หากตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่าอย่างไรก็ดำเนินการไปตามนั้น ส่วนจะเป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ ตนไม่คิดเช่นนั้น น่าจะเป็นอารมณ์ส่วนบุคคลมากกว่า

พร้อมตอบโต้หากบิดเบือน! สีหศักดิ์ จับตา ฮุน มาเนต เดินสายฟ้องโลก

พร้อมตอบโต้หากบิดเบือน! สีหศักดิ์ จับตา ฮุน มาเนต เดินสายฟ้องโลก

พร้อมตอบโต้หากบิดเบือน! สีหศักดิ์ จับตา ฮุน มาเนต เดินสายฟ้องโลก

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.58 น.

“สีหศักดิ์”จับตา”ฮุน มาเนต”เดินสายฟ้องไทยเวทีโลก บอกพร้อมตอบโต้หากบิดเบือนข้อมูล เผยยกเลิก MOU 44 ต้องรอ ครม.ชุดใหม่ เล็งใช้กฎหมายระหว่างประเทศ

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการยกเลิก MOU 44 ว่า ตามหลักการแล้วจะยกเลิกMOU 44 ต้องรอนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะต้องมีการหารือกับนายกฯอีกครั้ง รวมถึงหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยกเลิกต้องร่างกติกาใหม่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องมีกติกา กฎหมายระหว่างประเทศก็มีอยู่ เช่น การเจรจาพื้นที่พิพาทกับประเทศมาเลเซีย เราก็ไม่มี MOU แต่ใช้กฏหมายระหว่างประเทศ ซึ่งต้องดูว่าหากยกเลิกแล้วจะมีทางเลือกอะไรบ้าง

เมื่อถามย้ำว่า ไม่จำเป็นจะต้องเป็น MOU ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวกล่าวว่า “ครับ ใช้หลักกฏหมายระหว่างประเทศ แต่ต้องมีความชัดเจนว่ายกเลิกแล้วจะมีทางเลือกอย่างไร”

เมื่อถามว่า การยกเลิกและสร้างกติกาใหม่ทั้งสองประเทศจะต้องเห็นพ้องหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเห็นพ้องด้วยกันก็จบ ถ้าไม่เห็นด้วยอาจจะต้องมีการเจรจากัน ตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศ ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ทำข้อมูลในเรื่องนี้ ว่ากระบวนการยกเลิก MOU 44 จะมีแนวทางอย่างไรบ้าง

เมื่อถามถึงกรณี ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา เดินสายในเวทีต่างประเทศ และไปเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา พบ โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ด้วย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า มีรายงานข่าวว่าเขาเดินทางไปร่วมประชุมสภาสันติภาพ สำหรับรัฐบาลไทยไม่ได้เข้าร่วม เพราะจะเป็นพันธะกรณีกับรัฐบาลชุดใหม่ ทราบว่า ฮุน มาเนต คงไปเชื่อมความสัมพันธ์ เราก็ติดตามอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่ทำให้เราเสียเปรียบเรื่องข้อพิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา ใช่หรือไม่ เพราะอาจจะไปแจ้งข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรามีช่องทางการชี้แจงข้อมูลเรื่อยๆ อยู่แล้ว หากมีอะไรที่บิดเบือนอย่างตั้งใจเราก็ต้องชี้แจง ปัจจุบันข้อเท็จจริงระหว่างชายแดนไทย – กัมพูชา ได้รับการชี้แจงต่อเนื่อง ตนไปเวทีไหนก็ไปชี้แจง แต่หากเขาไปพูดอะไรที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เราก็ต้องชี้แจง

เมื่อถามถึงกรณี ฮุน มาเนต ประสานไปยังประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ขอข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ และข้อมูลทางเทคนิค เกี่ยวกับพรมแดนไทย – กัมพูชา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้สอบถามไปยังประเทศฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน ว่าคือเอกสารอะไร แต่ถือว่าเป็นสิทธิ์ ซึ่งอาจจะขอไปทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่ากระทรวงต่างประเทศติดตามอยู่ หากมีอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา หลายจุด ว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเกิดจากอะไร ถ้ามีอะไรที่จำเป็นกระทรวงต่างประเทศพร้อมดำเนินการ เมื่อถามถึงกรณีนายกฯ เตรียมนัดประชุม สมช.กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถือเป็นการประชุมที่ครอบคลุมทุกเรื่อง รวมถึงชายแดนไทย – เมียนมา ซึ่งมองว่าควรถึงเวลาที่ สมช.จะต้องมาพูดคุยกันในหลายๆ เรื่อง เพื่อเตรียมพร้อมข้อมูลระหว่างรอรัฐบาลใหม่ด้วย

ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.เมินปฏิสัมพันธ์ ไร้เงาอนุทิน-ธรรมนัส

ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.เมินปฏิสัมพันธ์ ไร้เงาอนุทิน-ธรรมนัส

ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.เมินปฏิสัมพันธ์ ไร้เงาอนุทิน-ธรรมนัส

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.46 น.

ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.ไร้ปฏิสัมพันธ์ เผย รมต.กธ.นั่งนิ่ง-สีหน้าเคร่งขรึม ส่วนวาระ ครม.หลายเรื่องถูกถอน รอรัฐบาลใหม่

17 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรัฐมนตรีลาประชุมจำนวน 7 คน ซึ่งรวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ติดภารกิจ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ถูกจับตาว่าจะได้พบกันและพูดคุยกัน หลังมีประเด็นพรรค กธ.ยังไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ตลอดจนกระแสข่าวพรรค ภท.จะยึดกระทรวง กษ.คืน โดยในส่วนรัฐมนตรีของพรรค กธ.นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าพรรค กธ.เข้าร่วมประชุม ครม.ครั้งนี้เกือบทั้งหมด ขาดเพียง ร.อ.ธรรมนัส และ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เท่านั้น

สำหรับบรรยากาศในที่ประชุม ครม.วันนี้ ค่อนข้างเงียบเหงาและอึมครึม ที่เริ่มมีเค้าลางตั้งแต่การประชุม ครม.สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งปกติ ร.อ.ธรรมนัส จะทักทายพูดคุยกับนายอนุทิน ทุกครั้ง แต่ครั้งที่แล้วกลับไม่ได้มีการทักทายกัน ขณะที่ครั้งนี้รัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรค ภท.และพรรค กธ.ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์และพูดคุยกันแต่อย่างใด โดยเฉพาะรัฐมนตรีในซีกพรรค กธ.ที่นั่งนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไร รวมถึงมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึม ตรงกันข้ามกับรัฐมนตรีซีกพรรค ภท.ที่จับกลุ่มพูดคุยกันปกติ

ขณะที่การประชุม ครม.ครั้งนี้ มีหลายวาระที่ต้องถอนออกไป เนื่องจากถูกทักท้วง และระบุให้รอเสนอใน ครม.ชุดหน้าแทน อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่เสนอกฎหมายให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำธุรกิจในประเทศไทยได้ ซึ่งนางศุภจีได้ยอมถอนออกไป

ศิริโชค พักรบชงกาแฟ! เย้ยทุนมืดซื้อความจริงใจไม่ได้ ลั่นเกมนี้ยังไม่จบ

ศิริโชค พักรบชงกาแฟ! เย้ยทุนมืดซื้อความจริงใจไม่ได้ ลั่นเกมนี้ยังไม่จบ

ศิริโชค พักรบชงกาแฟ! เย้ยทุนมืดซื้อความจริงใจไม่ได้ ลั่นเกมนี้ยังไม่จบ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.07 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลังจากผ่านสนามการเมืองที่หนักหน่วง หลังจากยืนอยู่ท่ามกลางเกมที่เงินสีเทาทำให้หลายอย่างบิดเบี้ยว

วันนี้…ผมลองเปลี่ยนบทบาท
มาทดลองเป็น “บาริสต้า 1 วัน” ครับ

จากเวทีปราศรัย
สู่หน้าเครื่องชงกาแฟ

จากคำพูดที่ต้องต่อสู้กับอำนาจ
สู่รอยยิ้มที่ส่งผ่านแก้วกาแฟหนึ่งแก้ว

มันทำให้ผมคิดอะไรได้หลายอย่าง

การเมืองที่ดี ก็เหมือนกาแฟดี ๆ
ต้องคัดเมล็ดให้สะอาด
ต้องคั่วด้วยความตั้งใจ
ต้องชงด้วยความซื่อสัตย์

ถ้าใส่อะไรเจือปนลงไป
รสชาติก็เสียทันที

วันนี้ผมอาจแพ้ “ทุนเทา” ในสนามเลือกตั้ง
แต่ผมไม่แพ้ในสนามชีวิต

เพราะสุดท้ายแล้ว
สิ่งที่คนต้องการจริง ๆ
ไม่ใช่เงินที่มืดมน
แต่คือความจริงใจที่สัมผัสได้

หนึ่งวันในบทบาทบาริสต้า
ทำให้ผมมั่นใจว่า

ต่อให้การเมืองจะขมแค่ไหน
เราก็ยังเลือก “ชงความหวัง” ให้สังคมได้เสมอ

และตราบใดที่เรายังยืนอยู่
เกมนี้…ยังไม่จบครับ

บวรศักดิ์ โยนถาม อนุทิน ให้นั่งรองนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรธน.

บวรศักดิ์ โยนถาม อนุทิน ให้นั่งรองนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรธน.

บวรศักดิ์ โยนถาม อนุทิน ให้นั่งรองนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรธน.

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.57 น.

บวรศักดิ์-ณัฐพล-รุทธพล โยนถาม อนุทิน ได้นั่งเก้าอี้ รมต.ครม.หน้าหรือไม่ ชี้ปชช.หวั่นเลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญ 

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลหน้า โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่า “ให้ไปถามท่านนายกฯ”

เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนว่า การเลือกตั้ง สส. 2569 ที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ด้านพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รมว.ยุติธรรม  ก็ปฏิเสธเช่นกันว่ายังไม่ได้รับการทาบทามหรือพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด เรื่องนี้ต้องไปสอบถามจากนายกรัฐมนตรี

ส่วนพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนว่าจะได้ไปต่อในรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่ โดยระบุเพียงว่า วันนี้วันตรุษจีนนะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้

จากบาร์โค้ดถึงเลเซอร์ไอดี (อย่า)ถามหามาตรฐานนักวิชาการสีส้ม

จากบาร์โค้ดถึงเลเซอร์ไอดี (อย่า)ถามหามาตรฐานนักวิชาการสีส้ม

จากบาร์โค้ดถึงเลเซอร์ไอดี (อย่า)ถามหามาตรฐานนักวิชาการสีส้ม

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.49 น.

นักวิชาการ 209 คนร่วมลงชื่อและออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งปี 2569 เนื้อหาในแถลงการณ์เต็มไปด้วยคำว่า “อาจ” ตั้งแต่ต้นจนจบ

การเลือกตั้งครั้งนี้ “อาจ” ไม่สุจริต การลงคะแนน “อาจ” ไม่เป็นไปโดยลับ บาร์โค้ด “อาจ” สืบค้นย้อนถึงผู้ลงคะแนนได้ การนับคะแนน “อาจ” ไม่ถูกต้อง การจัดเก็บหีบ “อาจ” เปิดช่องให้มีการใส่บัตรเพิ่ม

คำว่า “อาจ” คือข้อสงสัย ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ แต่ข้อกล่าวหาที่กระทบหลักการเลือกตั้งโดยลับเป็นเรื่องโครงสร้าง น้ำหนักจึงต้องมากกว่าความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี

แต่แถลงการณ์กลับเรียกร้องให้ กกต. รับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่วางอยู่บนสมมติฐานเหล่านั้น คำถามจึงอยู่ที่ว่า ระดับข้อสงสัยเพียงพอแล้วหรือยังสำหรับการขยับไปสู่ข้อสรุปเชิงระบบ

ประเด็นบาร์โค้ดถูกโยงไปถึงภาพหัวคะแนนข่มขู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากรับเงินแล้วไม่เลือกตามตกลงจะถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ นี่คือเหตุผลหลักของข้อกังวลเรื่องความลับ

แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีพยานหลักฐานว่ามีหัวคะแนนเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ไม่มีกรณีพิสูจน์ได้ว่ามีการสาวย้อนจนรู้ว่าบุคคลใดกาเบอร์ใด

แถลงการณ์ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการนับคะแนนบางหน่วย ไฟดับ การขีดคะแนนทับซ้อน ความล่าช้าในการรวมผลระดับชาติ และความแตกต่างของจำนวนบัตรเขตกับบัตรบัญชีรายชื่อ ทุกประเด็นอยู่บนคำว่า “อาจ”

คำถามจึงไม่ใช่ว่าตรวจสอบได้หรือไม่ แต่คือ จากเหตุการณ์บางหน่วย เพียงพอหรือยังที่จะสรุปภาพทั้งประเทศ ประเทศไทยมีหน่วยเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งแสนหน่วย การเหมารวมเชิงโครงสร้างต้องอาศัยหลักฐานที่แสดงรูปแบบชัดเจนในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน เรื่องอยู่ในกลไกตามรัฐธรรมนูญแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดและ QR Code ก่อนพิจารณาจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่

ปลายทางของคำว่าโมฆะอยู่ที่ศาล ไม่ได้อยู่ที่แถลงการณ์

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ถูกตั้งคำถามจากกรณีกำหนดให้ผู้สมัครสมาชิกกรอกทั้งเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัส Laser ID 12 หลักด้านหลังบัตร ซึ่งเป็นรหัสยืนยันตัวตนของระบบรัฐและสถาบันการเงิน

ข้อมูลสองส่วนนี้รวมกันสามารถระบุตัวบุคคลได้โดยตรง หากเกณฑ์คือความสามารถในการสาวถึงตัวบุคคล กรณีนี้ย่อมชัดเจนกว่าการตั้งข้อสงสัยเชิงเทคนิค

สังคมเพิ่งเห็นกรณีผู้สมัคร สส. พรรคส้ม บางรายถูกจับในคดีเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ คดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีข้อสรุปเชื่อมโยงกับการเก็บข้อมูลสมาชิกพรรคโดยตรง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลยืนยันตัวตนระดับละเอียดของสมาชิกจำนวนมาก คำถามเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลย่อมเป็นคำถามที่สมควรถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบ

แต่สิ่งที่ไม่ปรากฏคือแถลงการณ์ การตั้งคำถาม หรือแรงกดดันจากกลุ่มนักวิชาการชุดเดียวกันต่อกรณีรหัสหลังบัตรประชาชน ไม่มีการเรียกร้องตรวจสอบ ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีการพูดถึงเรื่องปกป้องความลับของประชาชนในกรณีนี้เลย

สิ่งที่เห็นคือการมีท่าทีในกรณีหนึ่ง และความเงียบสนิทในอีกกรณีหนึ่ง

หลายรายชื่อในกลุ่มผู้ลงนามมีจุดยืนสอดคล้องกับพรรคส้มมาอย่างต่อเนื่อง การมีอุดมการณ์เป็นสิทธิ แต่เมื่อออกมาในนามนักวิชาการและกดดันองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เกณฑ์ที่ใช้วัดความลับและความสุจริตย่อมต้องถูกใช้กับทุกกรณี

หากคำว่า “อาจ” เพียงพอสำหรับการตั้งคำถามต่อบัตรเลือกตั้ง คำถามเดียวกันก็ควรถูกใช้กับข้อมูลยืนยันตัวตนของสมาชิกพรรคด้วย

เกณฑ์ที่ใช้ตั้งคำถามในกรณีหนึ่ง ย่อมต้องถูกใช้ในทุกกรณี มิฉะนั้นมาตรฐานย่อมถูกตั้งคำถาม

เมื่อย้อนดูรายชื่อผู้ลงนาม จะพบว่าหลายคนเคยร่วมลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาแล้วก่อนหน้านี้ จุดยืนดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคก้าวไกลในช่วงก่อนถูกยุบ และต่อเนื่องมาถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน

การมีอุดมการณ์ไม่ใช่ความผิด แต่เมื่อความเข้มงวดปรากฏชัดในกรณีที่กระทบฝ่ายหนึ่ง ขณะที่ในกรณีรหัสหลังบัตรประชาชนกลับไม่ปรากฏคำถาม ไม่ปรากฏการท้วงติง ไม่ปรากฏแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับการปกป้องความลับของประชาชน ความเงียบเช่นนี้ย่อมถูกสังคมอ่านออกได้เอง

หลักการจะมีพลังเมื่อถูกใช้กับทุกกรณี หากกรณีหนึ่งถูกขยายจนเป็นวาระสาธารณะ แต่อีกกรณีกลับไร้เสียงใด ๆ สังคมย่อมตั้งคำถามต่อมาตรฐานของนักวิชาการเหล่านั้นโดยตรง

กมธ.สว.จวก กกต.ฟ้องปิดปาก สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ปมชลบุรี เขต 1

กมธ.สว.จวก กกต.ฟ้องปิดปาก สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ปมชลบุรี เขต 1

กมธ.สว.จวก กกต.ฟ้องปิดปาก สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ปมชลบุรี เขต 1

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.30 น.

“กมธ.พัฒนาการเมือง สว.”เชิญ”นับใหม่ ok นะ-กกต.”คุย เคลียร์ปมถูกฟ้อง”เปิดหีบบัตร เขต 1 ชลบุรี” โวยใช้กฎหมายปิดปาก แนะอธิบายข้อเท็จจริง ปชช. จ่อสอบปม”บาร์โค้ด” ขณะที่”เบญจพร”ยันไร้เจตนา เชื่อถูกฟ้องเพราะได้ข้อมูลไม่ครบ

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนรร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มี นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ.นัดประชุมพิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี โดยเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง , น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน ตัวแทนกลุ่มนับใหม่okนะ ขณะที่ฝ่าย กกต.ได้ส่ง นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. , นายประยูร วัฒนศิริบรรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต1 เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายนรเศรษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเชิญตัวแทน กกต.และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือ เพื่อต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่าย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย กมธ.หวังว่าจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องคดีกับประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าหาก กกต.เลือกฟ้องคดีกับประชาชน แทนอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัญหาที่ประชาชนสงสัยอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กกต.ได้ เพราะกระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการฟ้องปิดปาก

“กรณีกระบวนการการนับคะแนนที่มีปัญหา และประชาชนเข้าไปตรวจสอบ จนทำให้ กกต.แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน จะให้ กกต.ชี้แจงว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการตีความตามตัวอักษรของกฎหมายว่าประชาชนละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์ กรณีที่ กกต.จะดำเนินการกับประชาชนนั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างมาก เพราะการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ อาจเกิดกรณีฟ้องปิดปากได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการเลือกตั้งที่พบว่ามีปัญหาหลายอย่าง รวมไปถึงการนับคะแนนเลือกตั้ง และเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นประเด็นต่อไปที่ กมธ.การพัฒนาการเมืองจะตรวจสอบ และจะเชิญ กกต.ชี้ว่าในกระบวนการแต่ละหน่วยเลือกตั้งรวมถึงการจับเก็บ เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่ภาคประชาชนเตรียมยื่น สว.ให้เข้าชื่อเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาเลิกการเลือกตั้งที่มีปัญหา หรือให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกัน และยังไม่ทราบประเด็น ดังนั้นต้องขอหารือกับ สว.อีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ดี ในกระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหา กกต.ควรอธิบายให้ทราบว่าการทำงานและตามข้อสงสัยของสังคมนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างงไร เพราะหากอธิบายแล้วประชาชนยังรู้สึกไม่เชื่อมั่น หรือขาดความเชื่อมั่น ตนมองว่าไม่ได้กระทบต่อผลการเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อกระบวนการประชาธิปไตย

ด้าน น.ส.เบญจพร ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.ชลบุรี เขต1 ได้ฟ้องในข้อหาบุกรุก และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่ กกต.ทำนั้นอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการตัดสินใจฟ้องประชาชนนั้นอาจเป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ภาคประชาชนได้แจ้งความ กกต.ชลบุรี กลับข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วน กกต.กลาง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

“เหตุผลที่ประชาชนต้องต่อสู่เพราะเห็นความน่าสงสัยหลายอย่าง และประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใส ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต.ที่ทำหน้าที่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดี รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมาย แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมาพื้นที่ แต่ที่ต้องเข้าไปต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นมีความน่าสงสัย ซึ่งแทนที่ กกต.จะชี้แจงตรงไปตรงมา กับใช้กฎหมายเล่นงาน ซึ่งคิดว่าเป็นการฟ้องปิดปากจากนี้ประชาชนต้องดำเนินการต่อไป” น.ส.เบญจพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กมธ.นั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการชี้แจง โดย กมธ.ได้แจ้งว่าจะแถลงผลการประชุมอีกครั้งหลังจากที่ประชุมแล้วเสร็จ

– 006