ภราดร บอกทำได้หมด ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

ภราดร บอกทำได้หมด ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

ภราดร บอกทำได้หมด ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.57 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามกระแสข่าวจะได้นั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ โดยตอบทีเล่นทีจริงว่า “จะไล่แล้วหรอ จะไล่ผมแล้วหรอ ไม่อยากให้ผมอยู่ทำเนียบรัฐบาลแล้วหรอ” เมื่อถามว่า ระหว่างเป็นรัฐมนตรีกับเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ชอบอะไรมากกว่ากัน นายภราดร กล่าวสั้นๆ พร้อมยิ้มว่า “ทำได้หมด”

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.52 น.

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด 

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกวางตัวเป็นประธานสภาฯว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว ยืนยันยังไม่มีการทาบทาม ถ้าเราดูภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ทุกพรรคขอให้รอการรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก่อน เพราะเราก็เห็นกันอยู่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาอะไร กกต.ถึงยังไม่รับรอง  ก็หวังว่าจะเรียบร้อยในเร็ววัน กระแสข่าวที่ว่าจะได้มาเร็ว   หาก กกต. รับรองแล้วถึงค่อยมาคุยเรื่องตำแหน่งกัน ซึ่งกระบวนการมันควรเป็นแบบนั้น ถือเป็นวิวัฒนาการการเลือกตั้งแบบใหม่ สมัยก่อนพอเลือกตั้งเสร็จก็มาชูมือกันแต่ครั้งนี้เป็นไปตามกติกา 

เมื่อถามว่าหากได้รับมอบหมายมีความพร้อมหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ทำอะไรเล่นๆไม่เป็น ไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำมาแล้ว อย่างสภาฯสมัยที่แล้วที่ตนเป็นสส.ไม่ได้คิดจะเป็นรองนายกฯ ก็ทำเรื่องแก้ยาเสพติด ดังนั้นตนอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำเต็มที่ 

เมื่อถามว่ามีความแม่นยำเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาฯอยู่ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่ามันมีอยู่ในหนังสืออยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าควบคุมการประชุมสภาฯได้ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ยังไม่ได้เป็นเลย ขอให้ได้เป็นก่อน 

เมื่อถามว่านอกจากตำแหน่งประธานสภาฯ แล้ว ตำแหน่งรองประธานคนที่หนึ่ง และ คนที่สอง ต้องเป็นของพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ เพราะเป็นพรรคที่มีเสียง มากถึง193 เสียง นายโสภณ กล่าวว่าแค่ตำแหน่งประธานสภาฯยังตอบไม่ได้เลย จะถามตำแหน่งรองประธานสภาฯ ตนจะตอบได้อย่างไร 

เมื่อถามอีกว่าระหว่างงานฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ อยากทำส่วนไหนมากกว่ากัน นายโสภณ กล่าวว่าไม่มีอยากทำอะไรแต่ยืนยัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะทำให้ดีที่สุด ตำแหน่งไม่ใช่อุปสรรคว่าจะทำดีไม่ได้ เราต้องทำให้ดีที่สุดให้เป็นประโยชน์ให้คนเขาสรรเสริญ ซึ่งคนจะสรรเสริญหรือนินทาอยู่ที่การกระทำของเรา ทำดีคนก็สรรเสริญ ทำไม่ดีคนก็นินทาเป็นเรื่องปกติ ตนท่องทุกวันโลกธรรม 8 และพอมาเป็นรองนายกฯก็ต้องคิดว่าสักวันหนึ่งก็ต้องไปเราไม่ได้เป็นเจ้าของ

นฤมล บอกใจเย็นๆ รอกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

นฤมล บอกใจเย็นๆ รอกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

นฤมล บอกใจเย็นๆ รอกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.50 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเพื่อร่วมรัฐบาลแล้วหรือยังว่า ได้ติดต่อกันไปหมดแล้ว ส่วนจะมีการนัดหมายเพื่อพูดคุยกันอย่างเป็นทางการเมื่อใดนั้น ขอให้รอแล้วกัน คงจะมีการแจ้งให้ทราบ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องใช้เวลารอนานแค่ไหนนั้น นางนฤมล กล่าวว่า ”ใจเย็นๆ“ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แล้วหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พูดไปหมดแล้ว

เลขาฯกฤษฎีกา โยน กต.แจงปมยกเลิก MOU 44 ชี้ทำได้หากไม่กระทบ กม.ระหว่างประเทศ

เลขาฯกฤษฎีกา โยน กต.แจงปมยกเลิก MOU 44 ชี้ทำได้หากไม่กระทบ กม.ระหว่างประเทศ

เลขาฯกฤษฎีกา โยน กต.แจงปมยกเลิก MOU 44 ชี้ทำได้หากไม่กระทบ กม.ระหว่างประเทศ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.50 น.

“เลขาฯกฤษฎีกา”โยน”กต.”แจงปมยกเลิก”MOU 44” ชี้ทำได้หากไม่กระทบกฎหมายระหว่างประเทศ ระบุ”ไทย-กัมพูชา”ต้องเห็นพ้องตั้งกติกานับหนึ่งใหม่

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการให้ไปศึกษายกเลิก MOU 2544 ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ไปศึกษา ซึ่งขั้นตอนการยกเลิกต้องไปดูกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงในการประชุมว่าสามารถทำได้หรือไม่ แต่โดยหลักสามารถทำได้และมีกระบวนการที่ต้องทำ ซึ่งต้องดูว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อยกเลิกแล้วทั้ง 2 ประเทศ ต้องไปพูดคุยกันเพื่อร่างกติกาขึ้นมาใหม่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า แล้วแต่ทั้งสองประเทศจะคุยกันว่าจะนับหนึ่งกันใหม่หรือไม่ จึงอยากให้ไปถามกระทรวงการต่างประเทศดีกว่า ก่อนจะออกตัวว่าตนไม่ถนัดกฎหมายระหว่างประเทศ ถนัดกฎหมายไทยมากกว่า

เมื่อถามถึงมุมมองข้อกฎหมาย เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มี QR code จะนำไปสู่การเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ ย้อนถามว่า มีคนร้องไปที่ศาลแล้วหรือยัง หากร้องไปที่ศาลแล้ว ขอให้รอศาลพิพากษา อย่าไปพูดอะไรที่นอกกระบวนการ หากเรื่องไปที่ศาลแล้วก็คงต้องรอศาล การให้ความหมายไปคนละทิศละทาง ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร

ไชยชนก คุย ไผ่ ลิกค์ จริง รับไร้เงื่อนไขต่อรองร่วม รบ. ขอรอหัวหน้าพรรคคุยกันก่อน

ไชยชนก คุย ไผ่ ลิกค์ จริง รับไร้เงื่อนไขต่อรองร่วม รบ. ขอรอหัวหน้าพรรคคุยกันก่อน

ไชยชนก คุย ไผ่ ลิกค์ จริง รับไร้เงื่อนไขต่อรองร่วม รบ. ขอรอหัวหน้าพรรคคุยกันก่อน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.31 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ต่อสายพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรอง ว่า มีการโทรศัพท์มาและพูดคุยกันสั้นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้คุยกันว่า อยากให้หัวหน้าพรรคได้หารือกัน แล้วค่อยมาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่า หลักการของพรรคกล้าธรรม คือสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เบื้องต้นที่พูดคุยกัน แต่เดี๋ยวรอดูสุดท้ายว่าจะเป็นว่าจะเป็นอย่างไรอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯ และรมว. มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แล้วก็เข้ามาที่พรรคได้เลย

เมื่อถามย้ำว่า กรณีที่นายไผ่ระบุพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขต่อรองนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า อันนั้นเป็นสิ่งที่พูดกับตนตอนที่โทรศัพท์คุยกัน เดี๋ยวรออย่างเป็นทางการดีกว่า

เมื่อถามว่า จะมีการนัดหารือกับพรรคกล้าธรรมวันไหน นายไชยชนก กล่าวว่า รอให้ ร.อ.ธรรมนัส คุยกับนายอนุทินก่อน เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ไม่ปิดประตูในการจับมือกับพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เราประกาศไปชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะรับฟังทุกท่าน อันนี้เราคอนเฟิร์ม

เมื่อถามว่า เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคภูมิใจไทยมีการคุยกันหรือไม่ เนื่องจากมีชื่อนายไชยชนก ไปนั่ง รมว.มหาดไทย นายไชยชนก กล่าวว่า “ไม่ครับ ต้องยืนยันว่า ตราบใดที่ผลการเลือกตั้งยังไม่ถูกคอนเฟิร์ม เราไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า”

ตรีนุช ย้ำ พปชร.หนุน อนุทิน เป็นนายกฯ รับยังไม่คุยตำแหน่ง รมต.

ตรีนุช ย้ำ พปชร.หนุน อนุทิน เป็นนายกฯ รับยังไม่คุยตำแหน่ง รมต.

ตรีนุช ย้ำ พปชร.หนุน อนุทิน เป็นนายกฯ รับยังไม่คุยตำแหน่ง รมต.

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.08 น.

ตรีนุช ย้ำ พปชร.หนุน อนุทิน เป็นนายกฯ รับยังไม่คุยตำแหน่ง รมต.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ยืนยันว่าตนเองและว่าที่ สส.ของพรรค สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่เป็นพรรคอันดับที่ 1 ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรค พปชร.และตนเองยังไม่มีการพูดคุย

อย่างไรก็ตาม ตนเองทำงานร่วมกับนายอนุทินด้วยดีมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีการพูดคุยตำแหน่งแต่อย่างใด 

อ.ชัยยันต์ ประกาศตามหาโรม หลังส่งหนังสือขอหลักฐานกล่าวหาเป็น IO ทหาร แต่เงียบกริบ

อ.ชัยยันต์ ประกาศตามหาโรม หลังส่งหนังสือขอหลักฐานกล่าวหาเป็น IO ทหาร แต่เงียบกริบ

อ.ชัยยันต์ ประกาศตามหาโรม หลังส่งหนังสือขอหลักฐานกล่าวหาเป็น IO ทหาร แต่เงียบกริบ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.32 น.

อ.ชัยยันต์ ประกาศตามหาโรม หลังส่งหนังสือถึงสภาฯ ขอหลักฐานกล่าวหาเป็น IO ทหาร หลายเดือนแล้วแต่ยังเงียบ

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “คุณโรมครับ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ผมได้ทำหนังสือถึงคุณโรม ส่งไปที่สภาผู้แทนราษฎร ขอข้อมูลสำเนาเอกสารหลักฐาน (เกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งในผังภาพ IO ของทหาร) ประกอบการประชุมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ พร้อมบันทึกรายงานการประชุมที่ท่านทำหน้าที่ประธานการประชุมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เพื่อประกอบการพิจารณาและตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายอันเป็นการปกป้องสิทธิในฐานะพลเมืองและนักวิชาการของผม 

ผมไม่ได้รับการตอบรับหรือติดต่อใดๆ จากคุณโรมเลย ผมได้ทวงถามผ่านหลายทางก่อนหน้านี้ ผมจึงขอทวงถามคุณโรมทางสาธารณะอีกครั้ง หวังว่า คุณโรมจะมีเวลาตอบผมนะครับ ขอบคุณมากครับ”

จุดจบส้ม ถึงขั้นยุบพรรค? หมอตุลย์ ตั้งข้อสังเกต Spectre C คือสื่อร่างจำแลง

จุดจบส้ม ถึงขั้นยุบพรรค? หมอตุลย์ ตั้งข้อสังเกต Spectre C คือสื่อร่างจำแลง

จุดจบส้ม ถึงขั้นยุบพรรค? หมอตุลย์ ตั้งข้อสังเกต Spectre C คือสื่อร่างจำแลง

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.25 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องบริษัท Spectre C ที่มีข่าวเกี่ยวพันกับพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า ประเด็นไม่ใช่ว่า เป็นหรือไม่เป็น IO แต่ประเด็นใหญ่สุดถึงขั้นยุบพรรคประชาชน อยู่ตรงที่ว่า บ.Spectre C อ้างว่าจดทะเบียนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย แต่เมื่อดูให้ลึกในรายละเอียดของการทำงาน โดยดูจากรายจ่าย มีการจ่ายของบริษัท มีการใช้จ่ายเงินเพื่อการผลิตและเผยแพร่สื่อ เป็นจำนวนเกินพันล้านต่อปี จึงถือได้ว่าโดยเนื้อแท้ บ.Spectre C เป็น บ.สื่อนั่นเอง ไม่ได้เป็น บ.ที่ปรึกษากฎหมาย

ทีนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชน หรือกรรมการบริหารพรรคประชาชน กับ บ.Spectre C เป็นลักษณะเจ้าของ บ.สื่อเสียเอง น่าจะมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคประชาชนได้ (จริงๆ ยุบไปถึงพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกลได้เลย) หลักฐานเบื้องต้น คือ สถานที่ตั้งของ บ.Spectre C เป็นสถานที่เดียวกับที่ทำการของพรรคประชาชน และในอดีตก็เคยอยู่ใน บ.ไทยซัมมิท ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ตอนนี้อ้างว่าเช่าตึกอยู่ ต้องตรวจลึกไปว่าที่ผ่านมา บ.Spectre C ได้จ่ายค่าเช่าให้เจ้าของตึกหรือไม่ (ซึ่งน่าจะเป็นตัว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ) และจะจ่ายหรือไม่จ่ายค่าเช่า ถ้ากิจการในด้านสื่อของ บ.Spectre C เคยบริการ (รับงาน) ทั้งพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล และปัจจุบัน คือพรรคประชาชน ก็แสดงว่า ทั้งพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นเจ้าของ บ.สื่อ Spectre C นั่นเอง

แม้แต่การที่คุณธิษะณา โดน “ถีบ” ออกมาจากพรรคประชาชน แล้วออกมาแฉเรื่อง บ.Spectre C นี้ คนของพรรคประชาชน อย่างไอซ์ และอมรัตน์ ก็ใช้ช่องทางสื่อของ บ.นี้เช่นกัน นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคประชาชนก็เคยมีชื่อเป็นหุ้นส่วน บ.Spectre C อีกด้วย

โป๊เชะ ซตพ. Q.ED.

#พรรคประชาชนคือเจ้าของบริษัทสื่อ

#ยุบพรรคประชาชน

ขอบคุณคุณธิษะณา Nuclear Bomb ทลายพรรคส้ม และ บ.Spectre C ผู้สร้างความแตกแยกในสังคมไทยมานานนับ 10 ปี

ปล.ผมเชื่อว่า บ.Spectre C นี้ เป็นผู้ Create อวตารหลายล้านตัวที่ไปอวยคนพรรคส้ม และถล่มบุคคลและสื่อฝ่ายตรงข้าม ช่วงนี้อวตารคงจะหายไปเยอะเลยนะ

ภูมิธรรม ของขึ้น! สวน ธนาธร หลังอ้างมีดีลพาคนไกลกลับบ้าน ครั้งตั้งรัฐบาลปี66

ภูมิธรรม ของขึ้น! สวน ธนาธร หลังอ้างมีดีลพาคนไกลกลับบ้าน ครั้งตั้งรัฐบาลปี66

ภูมิธรรม ของขึ้น! สวน ธนาธร หลังอ้างมีดีลพาคนไกลกลับบ้าน ครั้งตั้งรัฐบาลปี66

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.57 น.

ภูมิธรรม ของขึ้น! สวน ธนาธร หลังอ้างมีดีลพาคนไกลกลับบ้าน ครั้งตั้งรัฐบาลปี66 

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์คลิปวิดีโอขณะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่ง พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “ผมเพิ่งฟังบทสัมภาษณ์ของ​ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่กล่าวอ้างว่าการจัดตั้งรัฐบาล ปี 2566 มีเงื่อนไข “พาคนไกลกลับบ้าน”

ขอยืนยันอย่างหนักแน่นและชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยโหวตสนับสนุนพรรคอันดับหนึ่งถึง 2 ครั้ง ครบทุกเสียง เพราะเราเคารพเสียงประชาชน และไม่เคยมีการพูดคุยหรือเจรจาเงื่อนไขใดเกี่ยวกับการกลับประเทศของ​ ดร.ทักษิณ ชินวัตร

ดร.ทักษิณสามารถเดินทางกลับไทยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว จะไปหวังพึ่งพรรคการเมืองใดเพื่อเรื่องนี้ได้อย่างไร ข้อเท็จจริงคือ พรรคอันดับหนึ่งในขณะนั้นไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นและ ส.ว.ได้เอง และเป็นฝ่ายยอมรับว่าไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงแถลงก่อนส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยตามธรรมเนียมของระบบรัฐสภา

พรรคเพื่อไทยจึงดำเนินการบนฐาน ”ความเป็นไปได้จริง” เพื่อไม่ให้ประเทศเข้าสู่สุญญากาศทางการเมือง ไม่ใช่เพื่อบุคคลใด

การกล่าวหาว่าเพื่อไทยไม่สนับสนุนเพราะอีกฝ่ายช่วยใครกลับบ้านไม่ได้ เป็นการใส่ร้ายที่ไร้ข้อเท็จจริง เพียงเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมืองของพรรคตนซึ่งเป็นวิธีของการเมืองแบบเก่า ที่ผ่านมาคุณธนาธ​ร​ พยายาม
ดิสเครดิตพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคอื่นใด

การโจมตีทั้งหมดมุ่งเป้ามาที่พรรคเพื่อไทย โดยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่แตะพรรคอื่น ทั้งๆที่ พรรคอื่นๆ มีประเด็นสำคัญหลายประเด็นที่ประชาชนคลางแคลงใจและควรถูกตั้งคำถาม หรืออาจเป็นเพราะ “คุณธนาธร” คิดว่า “พรรคเพื่อไทยและพรรคของคุณธนาธร”มีฐานคะแนนเสียงที่ทับซ้อนและใกล้เคียงกัน

หากเป็นเช่นนี้ก็ขอให้ต่อสู้ด้วยนโยบายและความสามารถในการทำงาน มิใช่ด้วยการใช้คำพูดโวหารบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงอย่างที่คุณธนาธรกำลังทำอยู่ ผมอยากเห็นการเมืองใหม่ที่สู้กันด้วยความสัตย์จริงและนโยบายเพื่อให้ “ประเทศและประชาชน” ได้ประโยชน์สูงสุด

ผมแทบไม่เชื่อว่าคำพูดที่ตอบสื่อในสาระดังกล่าวข้างต้น ออกมาจากปากของคุณธนาธรที่ประกาศตัวว่าเป็นการเมืองใหม่ ไม่อยากเชื่อจริงๆ “

ผู้กองยอมถอย? เทพไทวิเคราะห์กล้าธรรม ยอมทิ้ง ก.เกษตรฯ หวังตั๋วร่วมรัฐบาล

ผู้กองยอมถอย? เทพไทวิเคราะห์กล้าธรรม ยอมทิ้ง ก.เกษตรฯ หวังตั๋วร่วมรัฐบาล

ผู้กองยอมถอย? เทพไทวิเคราะห์กล้าธรรม ยอมทิ้ง ก.เกษตรฯ หวังตั๋วร่วมรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.12 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กล้าธรรม ยอมอ่อนข้อ หวังร่วมรัฐบาล

สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีกระแสข่าวกล่าว ถึงพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ที่มีกระแสข่าวว่า ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย มีว่าที่ส.ส.หลายคนอึดอัด ไม่อยากให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ทำให้คอการเมืองและสังคมจับตามองว่า พรรคกล้าธรรมจะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

ผู้สื่อข่าวได้ถามเรื่องนี้กับนายอนุทินว่า จะให้พรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้านจริงหรือไม่ ซึ่งนายอนุทินปฏิเสธว่าไม่จริง และได้เห็นท่าทีของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลี่ยงที่จะพูดถึงการทาบทามพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อเข้าร่วมรัฐบาล และจะเห็นท่าทีและปฏิกิริยาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค มีความเห็นขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งในเรื่องนี้นายอนุทินได้กล่าวไว้ว่า “จะเชิญพรรคการเมืองที่มีที่นั่งส.ส.ในสภาตามลำดับ จากพรรคภูมิใจไทยก็เป็นพรรคประชาชน ซึ่งได้แสดงเจตจำนงว่า จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย จึงประสานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จึงขอขอบคุณผู้บริหารพรรคเพื่อไทยทุกท่าน” คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า นายอนุทินได้ประสานไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เชิญชวนมาให้เข้าร่วมรัฐบาล ตั้งแต่พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ตามลำดับ

ในขณะเดียวกันนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เราไม่ได้เชิญใครมาเลยนะครับ เราประกาศออกไปโดยรวมทั้งหมดว่า เราพร้อมจะพูดคุยกับทุกคน ที่มีเจตนาจะเข้าร่วมรัฐบาล ก็มีแค่พรรคที่ท่านเห็นเราแถลงติดต่อมา มีพรรคเพื่อไทยก็เป็นการประสานมาครับ”

นั่นแสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ติดต่อใครไป พรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ก็เป็นพรรคที่ติดต่อพรรคภูมิใจไทยมาเอง ซึ่งเป็นความเห็นในลักษณะที่ขัดแย้งกัน ระหว่างหัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรค จึงทำให้สังคมสับสน โดยเฉพาะต่อกรณีที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่

แม้ว่านายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้แสดงท่าทีก่อนหน้านี้ว่า พรรคกล้าธรรมพร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นรัฐบาล แต่ถ้าดูกระแสข่าวที่ออกมา ระบุว่า นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ต้องการจะยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คืนมา จนทำให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า “พรรคกล้าธรรมจะเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้าพรรคหลักอยากจะเอากระทรวงเกษตรไปทำ เราก็ไม่มีปัญหาอะไร ขอให้ทำนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน หากนโยบายที่ตนทำมา ถ้าไม่เอามาทำก็อยู่ลำบาก”

แสดงให้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส มีท่าทีอ่อนลง และพร้อมจะยอมรับสภาพ ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยต้องการจะยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คืน พรรคกล้าธรรมคงจะยินยอม และทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ได้ร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องปกติทางการเมืองพรรคการเมืองที่ผ่านสนามเลือกตั้งมา ได้ทุ่มทุน ได้ระดมกระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้รับชัยชนะ เมื่อเข้ามาแล้วถ้าหากว่าจะเป็นฝ่ายค้านก็เปล่าประโยชน์ จึงทำทุกวิถีทางที่จะเข้าร่วมรัฐบาลให้ได้

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่ เป็นไปตามความคาดหมายอย่างแน่นอน คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม